จากวัดมกุฎฯ ถึง วัดโพธิสมภรณ์

 

 

รวมผลงาน "ยอดแย่" สมเด็จจุณฑ์

 

 

 

 

ห่วยอมตะ !

 

 

สมเด็จพระวันรัต (จุณฑ์ พฺรหฺมคุตฺโต ป.ธ.9)

 

เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต

 

เจ้าของผลงานระดับตำนาน

 

 

 

 

 

 

 

 

1. รักษาการเจ้าอาวาสวัดมกุฎฯ แต่โดนฟ้องคดีอาญา

 

 

พ.ศ.2547 เริ่มมีปัญหาการเงินขึ้นที่วัดมกุฏกษัตริยาราม ของอดีตสมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี) มีการฟ้องร้องกันถึงโรงถึงศาล เรื่องบานปลายมาเรื่อยๆ จนกระทั่งวันที่ 3 มกราคม 2551 สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (ประจวบ กนฺตาจาโร) เจ้าอาวาสวัดมกุฎฯ ได้ถึงแก่มรณภาพลง พระสงฆ์แตกกันเป็น 2 ฝ่าย ไม่มีใครยอมใคร สุดท้าย สมเด็จพระวันรัต (จุณฑ์) วัดบวรนิเวศวิหาร จึงตัดสินใจไป "รักษาการ" ในตำแหน่งเจ้าอาวาส แต่ทำไปทำมา กลับปรากฏว่าไปติดร่างแหเสียเอง โดนพระลูกวัดมกุฎฯ ฟ้องร้องถึงโรงถึงศาล แต่ก็ยังรักษาการมานานถึงปัจจุบัน นับได้ 8 ปีแล้ว นานกว่าเจ้าคุณเหนาะรักษาวัดโสธร ก็ไม่รู้ว่าธรรมยุตกับมหานิกายใช้ระเบียบรักษาการคนละเล่มหรือไง ถึงได้ต่างกันนัก

 

ปัญหาสำคัญมันโฟกัสไปถึง "สังฆกรรม" ในพระอุโบสถ ซึ่งมีพยานยืนยันว่า เมื่อสมเด็จพระวันรัต เข้าไปรักษาการเจ้าอาวาสวัดมกุฎนั้น พยายามให้พระสงฆ์ทั้งสองฝ่ายปรองดองกัน ในวันสำคัญได้นิมนต์พระสงฆ์ลงทำอุโบสถสังฆกรรมร่วมกัน โดยสมเด็จพระวันรัตไปเป็นประธานอยู่กลางโบสถ์ ปรากฏว่า พระสงฆ์อีกฝ่ายที่ไม่พอใจในพฤติกรรมของสมเด็จพระวันรัต ประกาศกลางโบสถ์ว่าไม่สามารถยอมรับได้ ถึงกับวอล์คเอ๊าท์ เดินออกจากที่ประชุมสงฆ์ แบบว่าฉีกหน้าสมเด็จพระวันรัตเสียย่อยยับ เท่ากับเกิดสังฆเภทขึ้นในวันมกุฎฯ สมัยสมเด็จพระวันรัตไปรักษาการเจ้าอาวาสนี่เอง ถึงวันนี้ไม่รู้ว่ามีพระเข้าร่วมสังฆกรรมครบหรือยัง ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

2. สั่งเปลี่ยนสีจีวรพระธรรมยุตทั่วประเทศ แต่ถูกต่อต้าน

 

 

 

14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์ ปี 57 สมเด็จพระวันรัต ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต (แค่รักษาการนะ ยังไม่ได้นั่งเต็มก้น) ได้ส่งสาส์นแสดงความรักถึงบรรดาพระธรรมยุตทั่วประเทศไทย "ให้แสดงความรักต่อสถาบันพระธรรมยุตแห่งชาติ" โดยให้ทุกรูป "เปลี่ยนสีจีวรเป็นพระราชนิยม" นับตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 ซึ่งเป็นวันวิสาขบูชา เป็นต้นไป

 

ปรากฏว่าได้ผล มีผู้คนทำตามกะหรอมกะแหรม แต่คนต่อต้านนั้น "มีเป็นล้าน" สุดท้าย สมเด็จพระวันรัตได้ทำการ "กลืนน้ำลายครึ่งหนึ่ง ถ่มทิ้งครึ่งหนึ่ง" จึงบอกว่า พระป่าให้ท่านห่มตามเดิม ส่วนพระเมืองให้ห่มตามผม ส่งผลให้พระธรรมยุตกลายเป็น "นิกายสองสี" มาตั้งแต่นั้น

 

 

 

 

 

 

 

3. ส่งเจ้าคุณวงศ์ไทยไปกินวัดโพธิสมภรณ์ แต่ถูกต่อต้าน

 

 

ล่าสุด หลังหลวงปู่ใหญ่ พระอุดมญาณโมลี (จันทร์ศรี จนฺททีโป) เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี มรณภาพได้ 3 วัน ตกวันที่ 16 ธ.ค. 59 ก็มีข่าวใหญ่ในอุดร เมื่อมีคำสั่งตั้ง "รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์" ซึ่งเป็นกรณีพิเศษ เพราะมิได้ตั้งพระในวัดขึ้นเป็น แต่มีการส่งเจ้าคุณหนุ่ม พระสุทธิสารเมธี (วงศ์ไทย สุภวํโส) ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ไปรักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ทั้งๆ ที่ภายในวัดก็ยังมีพระผู้ช่วยอยู่อีกหลายรูป รูปที่มีอาวุโสสูงสุดคือ พระเทพมงคลนายก (สิงห์ อินฺทปญฺโญ) นอกจากจะเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสมาตลอดเวลาในช่วงที่หลวงปู่ใหญ่อาพาธแล้ว หลวงพ่อสิงห์ยังดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ปกครองดูแลพระสงฆ์ทั้งจังหวัดอีกด้วย

 

แรกนั้น พระสงฆ์วัดโพธิสมภรณ์ทั้งวัด ก็คิดว่าสมเด็จพระวันรัตส่งเจ้าคุณวงศ์ไทยไปช่วยงานศพ เสร็จงานแล้วคงจะกลับกรุงเทพฯ แต่เมื่อเสร็จงานพระราชทานเพลิงศพหลวงปู่จันทร์ศรีแล้ว ปรากฏว่า เมื่อเจ้าคณะภาค 8 ธรรมยุต เสนอตั้ง "หลวงพ่อสิงห์-พระเทพมงคลนายก" ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ขึ้นไปให้มหาเถรสมาคมเห็นชอบ ก็ถูกสมเด็จพระวันรัต-เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุตคัดค้าน โดยให้เหตุผลว่า "พระเทพมงคลนายกป่วย ทำงานไม่ได้ ทำไมไม่ตั้งเจ้าคุณวงศ์ไทย ซึ่งส่งไปจากวัดบวรนิเวศ ให้เป็นเจ้าอาวาส แล้วยกหลวงพ่อสิงห์ขึ้นเป็นที่ปรึกษา"

 

ปรากฏว่า บรรดาพระเถรานุเถระในวัดโพธิสมภรณ์ รวมทั้งวัดป่านาคำน้อย ของพระอาจารย์อินทร์ถวาย ได้ทราบข่าวก็เศร้าใจ จึงนัดหมายกันประชุมและลงมติ "ต่อต้านความเห็น" ของสมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่ เถียงสมเด็จจุณฑ์ว่า หลวงพ่อสิงห์มิได้ป่วย และมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งสมภารวัดโพธิสมภรณ์ทุกประการ พระผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ทุกรูป (รวมทั้งพระลูกวัดอื่นๆ) จึงเห็นชอบถวายตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์แก่หลวงพ่อสิงห์ รูปเดียวเท่านั้น !

 

นั่นก็เท่ากับ "ตบหน้า" เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ศาสนา แบบว่าไล่ทั้งเจ้าคุณวงศ์ไทยและสมเด็จพระวันรัต ไม่ให้เหยียบวัดโพธิสมภรณ์อีกต่อไป ถ้ายังขืนดันทุรังตั้งเจ้าคุณวงศ์ไทย คงได้เห็นม็อบพระป่า ประกาศไม่ยอมรับสมเด็จพระวันรัต ในตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต อีกต่อไป ซึ่งจะส่งผลกระทบไปถึง "สมเด็จพระสังฆราช" ต้องมายุ่งยากพระทัย ในเมื่อทรงมอบให้สมเด็จพระวันรัตเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่เจ้าคณะใหญ่แทน ถือว่าทรงอยู่เบื้องหลังการตั้งเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์โดยทางอ้อม แถมเรื่องนี้ยังเกี่ยวพันถึง "พระพรหมมุนี-สุชิน อคฺคชิโน" เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธ เพราะเป็นผู้รับคำสั่งสมเด็จพระวันรัต เดินทางไปตั้งเจ้าคุณวงศ์ไทยเป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ด้วยตัวเอง แบบว่ารายการนี้ มีการแท็กทีม "วัดบวร-วัดราชบพิธ" ตั้งเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ จึงถือว่าไม่ธรรมดา เบื้องหน้าเห็นก็อัศจรรย์ใจแล้ว เบื้องหลังถ้าเล่าก็คงยาวเป็นไมล์

 

 

 

 

 

คว้าพัดสมเด็จ เป็นแค่ "ผู้ช่วยวัดบวร" เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

 

 

อย่างไรก็ตาม เจ้าคุณจุณฑ์นั้น ต้องถือว่าเป็นพระอัจฉริยะรูปแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ ที่สามารถขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะได้ ในขณะมีตำแหน่งเป็นเพียง "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร" มิใช่เจ้าอาวาส รวมทั้งได้รักษาการเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ขณะเป็นเพียงรองสมเด็จที่ "พระพรหมมุนี" เท่านั้น

 

แถมสมณศักดิ์ที่ได้รับนั้นก็ไม่ธรรมดา เพราะว่าได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น "สมเด็จพระวันรัต" อันเป็นสมณศักดิ์ "สูงสุด" ในบรรดาพระนามสมเด็จพระราชาคณะ เพราะสมณศักดิ์นี้เป็นแคนดิเดท "นัมเบอร์วัน" ในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระวันรัต (จุณฑ์ พฺรหฺมคุตฺโต) ถูกจับตาว่าจะขึ้นดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ทันทีที่ได้รับการสถาปนา ทั้งนี้ท่านยังมีคุณสมบัติอันเอกอุด้านอื่นเพิ่มเติมเข้าไปด้วย นั่นคือ ป.ธ.9 สูงสุดในฝ่ายพระปริยัติธรรม เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร วัดหลักของคณะธรรมยุต และเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ปกครองพระธรรมยุตทั่วประเทศ แม้แต่สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธ ก็เคยอยู่ภายใต้การปกครองของสมเด็จพระวันรัต (จุณฑ์) มาก่อน

 

แต่เมื่อเทียบคุณสมบัติอันเอกอุกับผลงานทั้ง 3 รายการ ที่นำเสนอมานี้ ก็แทบไม่เชื่อว่าจะเป็นคุณสมบัติและผลงานของบุคคลคนเดียวกัน ดูไปแล้วมันเหมือนกับคุณสมบัติและผลงานของ "พระพรหมสุธี" หรือ เจ้าคุณเสนาะ วัดสระเกศ เสียมากกว่า ที่เล่าลือกันว่าเป็นเจ้าคุณหนุ่มมาแรงที่สุดในยุครัตนโกสินทร์ อาจจะไปไกลถึงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชเลยทีเดียว แต่เมื่อเทียบดูผลงานแล้วห่วยแตก แถมสุดท้าย เมื่อสิ้นอำนาจวาสนา ก็ถึงกับคิดสั้น..ฆ่าตัวตาย ไม่น่าเชื่อ แต่ก็เป็นไปแล้ว !

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 19 สิงหาคม 2560

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264