แรงเกินไป !

ซูจีไม่ยอมรับคำนิยาม

"กำจัดชาติพันธุ์โรฮิงญา"

พวกหัวหมอยกรางวัลโนเบลสันติภาพถามนำ

 

 

 

 

พระวิระธู

เจ้าของนโยบาย ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

 

 

อา..ถ้างั้น "ท่านวิระธู" ก็คงมาถูกทางแล้ว เมื่อนางพญาซูจีบอกว่า "ไม่ใช่การกำจัดชาติพันธุ์" ซึ่งอาจจะมีคำนิยามต่อไปว่า "เป็นเกมตาต่อตา-ฟันต่อฟัน" เพราะพุทธพม่าก็ถูกมุสลิมฟันมานาน เลยต้องเอาคืนมั่ง เห็นจะมีก็แต่ "ไทยแลนด์" แห่งเดียวละกระมัง ที่หงอให้มุสลิมยิ่งกว่าพ่อ

 

ปัจจุบันนี้ มีการยอมรับแล้วว่า "พม่าเป็นชาวพุทธแข็งแรงที่สุดในโลก" เพราะมีอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ชัดเจน แถมยังถือพุทธแบบไม่กั๊ก ไม่ต้องเอาคำว่า "สันติภาพสากล" มาอธิบายให้อีกฝ่ายได้เปรียบ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ทุกฝ่ายต่างก็จ้องเอาเปรียบกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการค้า การเมือง และการศาสนา ใครบอกว่าไม่เอาเปรียบก็เป็น..วอ-ตอแหล แห่งไร่เชิญตะวัน ขานั้นปากบอกไม่เอา แต่มือเอา

 

ขณะที่พม่ากำลังไล่บดขยี้มุสลิมโรฮิงญาอยู่โครมๆ แต่ไทยแลนด์มีแต่ข่าว "มุสลิมสร้างมัสยิด-โรงงานฮาลาลในถิ่นพุทธ" และยิ่งตะลึง เมื่อพบว่า กฎหมายที่อนุญาตให้มุสลิมสร้างถิ่นฐานรุกล้ำชาวพุทธนั้น ก็ผ่านสภาที่มี "ชาวพุทธ" คุมเสียงส่วนใหญ่อยู่นั่นเอง ในอดีตเคยมีคำว่า "สภาขายชาติ" แต่ปัจจุบัน มีคำใหม่ว่า "สภาขายศาสนา" ให้เพิ่มเข้าไปในพจนานุกรมของราชบัณฑิตยสถานด้วย

"ห้ามพระรับเงิน" มั่ง "บวชแล้วห้ามสึก" มั่ง เป็นมันสมองของพวก "พุทธทรยศ" หรือ "พุทธทรพี" ที่ไม่เรียนรู้ "บทเรียน" ในประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ของตนเอง ที่ถูกมุสลิม "เข่นฆ่า" จนสิ้นชาติ กว่าจะได้ที่ใหม่สร้างบ้านแปงเมืองขึ้นมาในอินโดจีน ก็แทบจะ..สุดทะเล พอไปเรียนหนังสือตามก้นฝรั่งเข้าหน่อยก็กระแดะ ท่องวิชา "สิทธิมนุษยชน" จนกลายเป็น..คนขายชาติ-ขายศาสนา

 

วันนี้ สหรัฐอเมริกา ดินแดนเสรีภาพที่สุดในโลก ชาวอเมริกันได้ให้คำตอบแล้วว่า "ที่อ้างว่าสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุด และเสรีประชาธิปไตยนั้น-ผิด" เพราะชาวอเมริกันใจดีเกินไป เลยถูกเอาเปรียบ วันนี้จึงต้อง "เอาคืน" มั่ง ด้วยการเลือกทรัมป์ ผู้ประกาศนโยบาย "อเมริกันต้องมาก่อน" เอาคืนแม้กระทั่งศาสนา "ห้ามมุสลิม" เข้าประเทศ

 

บทเรียน "เมียนม่าร์-สหรัฐอเมริกา" จะทำให้ชาวไทย ได้สติ คิดและมองอนาคตของประเทศชาติศาสนาต่อไปอย่างไร เป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

 

 

 

 

โรฮิงญา ชาติพันธุ์ที่ถูกทอดทิ้ง

ถามว่าใครทิ้ง มุสลิมหรือพม่า ?

 

 

 

 

ออง ซาน ซู จี

ผู้นำสูงสุดของเมียนมาร์ในปัจจุบัน

 

 

"ซูจี" ชี้สิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ไม่ใช่การกำจัดชาติพันธุ์โรฮิงญา

 

 

รอยเตอร์ - นางอองซานซูจี ผู้นำพม่า กล่าวว่า การกำจัดชาติพันธุ์เป็นคำที่รุนแรงเกินไปในการอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐยะไข่ ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงอังกฤษ (บีบีซี) รายงานวานนี้ (5 เม.ย.)
       
นางอองซานซูจี กล่าวให้สัมภาษณ์ต่อบีบีซีว่า การกำจัดชาติพันธุ์เป็นคำอธิบายที่รุนแรงเกินไป สำหรับใช้ในการกล่าวถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ และเธอไม่คิดว่ามีการกำจัดชาติพันธุ์เกิดขึ้น หลังถูกถามว่าตัวเธอจะถูกจดจำในฐานะเจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพที่ละเลยการกำจัดชาติพันธุ์ในประเทศตัวเองหรือไม่
       
ซูจี กำลังเผชิญต่อการวิพากษ์วิจารณ์จากต่างชาติถึงการจัดการของรัฐบาลต่อวิกฤตในรัฐยะไข่
       
การโจมตีด่านชายแดนตำรวจเมื่อเดือน ต.ค. ปีก่อน โดยกลุ่มก่อความไม่สงบนำมาซึ่งวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดภายใต้ช่วงเวลาการบริหารประเทศของซูจี ที่ชาวโรฮิงญามากกว่า 75,000 คน ได้อพยพหลบหนีการปราบปรามของทหารไปยังบังกลาเทศ
       
รายงานของสหประชาชาติที่ออกเผยแพร่เมื่อต้นปี ระบุว่า กองกำลังรักษาความมั่นคงของพม่าได้ก่อเหตุสังหารหมู่และข่มขืนชาวโรฮิงญา ระหว่างการดำเนินการปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบ ที่อาจเทียบได้กับการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ แต่ฝ่ายทหารได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านั้น โดยระบุว่าทหารปฏิบัติการปราบปรามเหตุไม่สงบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
       
"สิ่งที่เรากำลังพยายามที่จะบรรลุคือความปรองดอง ไม่ใช่การประณาม"
ซูจี กล่าวต่อบีบีซี

 

 

 

ข่าว : ผู้จัดการ : 6 เมษายน 2560

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264