ล่มสลาย !

 

ชยพล พงษ์สีดา ที่ปรึกษา พศ. รายงาน

 

"วัดสูญเสียความเป็นศูนย์ชุมชนในทุกด้านแล้ว"

 

สมเด็จช่วงนั่งฟังตาค้าง !

 

 

 

 

อึ้ง กิม กี่ !

 

 

 

 

 

อา..ถ้างั้นโครงการ "ยกวัดมาไว้ที่เซเว่น" ก็ประสบความสำเร็จในการ "ดึงคนออกจากวัด" ซีคะ เพราะคนไทยเขาเข้าใจไปว่า "เมื่อวัดอยู่ที่เซเว่น ไปเซเว่นก็คือไปวัด" แล้วจะมาเรียกร้องให้คนไปวัดทำไมอีกไม่ทราบ เขาไปวันละหลายรอบ หิวเมื่อไหร่ก็ไปหา จะว่าไม่ไปวัดได้อย่างไร ไอ้ตอนที่ "ซีพีออลล์" เขาเปิดโครงการขึ้นมาน่ะ ก็บรรดาเจ้าคณะพระสังฆาธิการ พระดารงดาราหน้าจอ รวมทั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ ต่างแห่ไปรับซองจากซีพีกันใหญ่ ไม่กี่ปีก็ไม่มีคนเข้าวัดแล้ว ถามว่า มหาเถรสมาคมของสมเด็จช่วงเอย สำนักพุทธฯ ของพนมเอย เคยพิจารณาสาเหตุเหล่านี้ด้วยหรือเปล่า ว่าเราเผยแผ่พระพุทธศาสนาแบบไหน ทำไมคนไม่เข้าวัด ?

ที่น่าสมเพชก็คือ "สมเด็จช่วง" ซึ่งรับผิดชอบพระศาสนาในตำแหน่ง "สูงสุด" มานานหลายสิบปีจนถึงบัดนี้ กลับนั่งฟังนายชยพลพูดถึง "ความล้มเหลวของตัวเอง" อย่างไม่รู้สึกรู้สา ถ้าเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ วันนี้-พรุ่งนี้ เขาต้องมีคำสั่งอย่างเร่งด่วน ปลุกระดมพระสงฆ์องค์เณรทั่วประเทศ ให้มาประชุมเพื่อแก้ปัญหากันขนานใหญ่ แต่กลับไม่เห็นทำอะไร ฟังแล้วก็งั้นๆ มันง่วง ฉันเยอะ หลวงพ่ออายุมากแล้ว ทำงานมามาก ฝากให้ลูกหลานทำงานกันต่อไป แต่ตำแหน่งน่ะ..ขอให้วัดปากน้ำนะ สาธุ !

 

 

 

วังเวง เหมือนอาทิตย์อัศดง !

พระพุทธศาสนาภายใต้การนำของสมเด็จช่วงมีแต่ร่วงโรย

 

 

 

 


 

 

 

นี่กำลังระดมพล เอาคนที่ "ตอแหลเก่งที่สุดในประเทศไทย" มาเสริมทีมวัดปากน้ำ เห็นมหาวอมันบอกว่า "ธรรมกายเป็นอันตรายต่อพระพุทธศาสนา" และประกาศว่า "ชีวิตสงฆ์ควรปราศจาก ยศ ทรัพย์ อำนาจ" เราก็ใช้ "ปาก" ของมหาวอนี่แหละ ให้มันหันไปด่าตัวเองจนเสียคน ตามหลักการ "แปรมิตรให้เป็นศัตรู เปลี่ยนคู่ต่อสู้ให้เป็นกำลัง" ช่วงนี้ทราบว่า "วอมันอยากเป็นเจ้าคุณใจจะขาด" วัดปากน้ำเป็นเจ้าคุณกันจนล้นวัดแล้ว เหลือแต่หมากับแมวที่ยังไม่ได้เป็น โยนพัดให้มหาวอไปอีกซักด้ามจะเป็นไรไป ให้มันเป็น "เจ้าคุณตอแหล" คนแรกของประเทศไทย เมื่อนั้น พระพุทธศาสนาแนวธรรมกายก็จะเจริญ เพราะอะไรรู้ไหม ก็เพราะพวกไฮโซไฮซ้อเขาชอบความตอแหลของมหาวอไง หน้าซื่อๆ ตาใสๆ ใส่แว่นสวยๆ ใช้ของแบนด์เนม แบบเนียะแม่ยกช๊อบชอบ เจ้าคุณพลเลย..จัดให้ !

 

 

 



 

 

 

ใครบอกว่าไม่มีคนเข้าวัด (ขอเถียง) โดยเฉพาะวัดปากน้ำนั้น มีคนเข้าทุกวัน นับวันก็ยิ่งมาก ขนาด "มหาวอ" ที่ว่าเรียกแขกได้เยอะ ยังต้องแจ้นไปวัดปากน้ำเลย ถึงเราไม่มีอะไร แต่เรามีอำนาจ มีพัดยศไว้คอยแจก พระไทยน่ะ ต่อให้เก่งสุดยอดยังไงก็ไปไม่รอด เพราะอยากเป็น "เจ้าคุณ" กันทุกคน ไม่เชื่อก็ไปถาม "คุณวอเธอสิ" ว่าที่ไปน่ะ เพราะอะไร ถ้ามิใช่..อยากเป็นเจ้าคุณ คุณชยพลเอง ก็ไปเป็นโฆษกมอบตราตั้งให้ "มหาวอ" เองกับมือมิใช่หรือ ? รู้แล้วหรือว่า พระดาราขายตัวแบบมหาวอน่ะ ช่วยพระศาสนาไม่ได้ ?

 

 

 

 

 

 

 

 

จี้วัดฟื้นศรัทธาหวั่นชาวพุทธแบบติ๊กเพิ่มขึ้น

 

ที่ปรึกษาสำนักพุทธฯ ห่วงแนวโน้มชาวพุทธผูกพันวัดน้อยลง วัยรุ่นไม่เข้าวัด เป็นคนพุทธแบบติ๊กเพิ่มขึ้น เหตุขาดศรัทธา เชื่อวัดไหนมีสำนักปฏิบัติธรรม ส่งเสริมนำหลักพระพุทธศาสนาสู่การปฏิบัติจะดึงคนเข้าวัดได้แน่นอน พฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม 2559 เวลา 16.57 น.

 

วันนี้ (6 ต.ค.) ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กองพุทธศาสนสถาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จัดการประชุมเจ้าอาวาสวัดที่ได้รับการคัดเลือกเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่น วัดพัฒนาตัวอย่าง และอุทยานการศึกษาในวัด ประจำปี 2558 โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน และมอบพัด โล่ ย่าม เกียรติบัตร แก่เจ้าอาวาสวัดที่ผ่านการคัดเลือก จำนวน 130 วัด ทั้งนี้ นายชยพล พงษ์สีดา ที่ปรึกษา พศ. กล่าวบรรยายพิเศษว่า ปัจจุบันวัดได้สูญเสียการเป็นศูนย์กลางของชุมชนในทุกด้านแล้ว เนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป เหลือเพียงการจัดกิจกรรม ประเพณีบางอย่าง และการศึกษาสำหรับพระสงฆ์เท่านั้น จึงทำให้คนไทยมีความผูกพันกับวัดน้อยลง ซึ่งการที่จะทำให้คนยุคนี้รู้สึกผูกพันกับวัดจึงต้องอาศัยการสร้างความศรัทธา และพระสงฆ์จะมีส่วนสำคัญที่สุดที่จะทำให้เกิดความศรัทธาในพระพุทธศาสนา และดึงให้คนเข้าวัด ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะแนวโน้มในขณะนี้วัยรุ่นเข้าวัดน้อยลง จึงอยากให้มีการทำวิจัยเฉพาะกลุ่มเด็กอายุ 12-18 ปี ว่าเด็กกลุ่มนี้เข้าวัดกี่ครั้ง เชื่อว่าจะสามารถเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น

นายชยพล กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังเกิดพุทธศาสนิกชนแบบติ๊กขึ้นมาแล้ว กล่าวคือ เป็นพุทธศาสนิกชนเวลากรอกข้อมูลส่วนตัวเท่านั้น ที่จะมีการให้ทำเครื่องหมายว่านับถือศาสนาใด และในอนาคตจะเกิดพุทธศาสนิกชนแบบติ๊กมากขึ้นแน่นอน หากวัดยังไม่สร้างศรัทธาเพื่อดึงคนเข้าวัด อย่างไรก็ตามจากการศึกษาข้อมูลพบว่าวัดที่จะมีคนเข้าเป็นประจำอย่างต่อเนื่องจะมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ
คือ

 

1.มีประวัติศาสตร์ มีศาสนวัตถุ โบราณวัตถุ ที่มีความสำคัญ

2.มีพระสงฆ์เป็นจุดเด่น เช่น พระเกจิอาจารย์ พระที่มีความรู้ด้านโหราศาสตร์ ด้านยารักษาโรค พระนักเทศน์ เป็นต้น และ

3.วัดที่มีสถานที่ปฏิบัติธรรม

 

ซึ่งตนมองว่า วัดลักษณะนี้เป็นที่ต้องการอย่างมากในสังคมปัจจุบัน และจะสามารถสร้างความมั่นคงในศรัทธาต่อวัดได้มากที่สุด เพราะวัดสามารถสร้างสำนักปฏิบัติธรรมได้ แต่วัดจะสร้างโบราณวัตถุ โบราณสถาน พระพุทธรูป ให้มีความเก่า มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานเหมือนของที่เก่าจริงๆไม่ได้ ทั้งนี้ตนยังเชื่อด้วยว่าเมื่อคนได้มาปฏิบัติธรรมจะสามารถมองเห็นประโยชน์สูงสุดของพระพุทธศาสนา และเกิดความศรัทธาได้อย่างแน่นอน

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 7 ตุลาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264