เหนือรัฐธรรมนูญ !

 

 

มติชนเสนอบทความพิเศษ ชื่อประหลาด

 

แล้วคดีความของยิ่งลักษณ์ก็เดินตามรอยคดีความธัมมชโย

 

 

 

 

อุ๊ยตาย ! เพิ่งรู้หรือคะ ปูตามมาตั้งนานแล้วค่ะ

 

 

 

 

 

 

เสือใบสมัยใหม่

 

เสือสุพรรณ..ปล้นคนรวยไปช่วยคนจน

 

เสือ คสช..ปล้นประชาธิปไตยไปให้คนดีมีคุณธรรม

 

 

 

 

ถามว่า ตามยังไง ? อ้า..ก็คงตามแนวทางของ "ทหาร" ที่หลงการเมือง และอยากเป็น "นักการเมือง" นั่นแหละ  ได้ลิ้มรสแห่งอำนาจอันหอมหวนยวนใจก็ตัดใจไม่ขาด อยากอยู่นานๆ ก็กลายพันธุ์เป็นนักการเมือง เป็นนักการเมืองพันธุ์สีเขียว ทีนี้เมื่อเป็นนักการเมือง มันก็เพศพันธุ์เดียวกันกับ "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" นั่นเอง จึงทำอะไรไม่ได้ แถมทำไม่เป็น ต้องไปเอาคนของทักษิณมาทำแทน ไม่ใช่แฟนก็เอา ทุกวันนี้จึงเท่ากับว่า "กล้าฉุดลูกสาวเขามา แต่ไม่กล้าข่มขืน" กลัวสังคมตำหนิว่าป่าเถื่อน ทั้งๆ ที่ก็เถื่อนเต็มตัวแล้ว หล่อซะไม่มี พูดแบบนี้เดี๋ยวได้กราบรถถัง !

 

 

 

 

 

กรณียิ่งลักษณ์กับธัมมชโย มีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของ "รูปคดี" และ "มวลชน" โดยธัมมชโยต้องคดีที่รับเงินทองมาจากการทุจริตในสหกรณ์คลองจั่น ของเหรัญญิกวัดพระธรรมกาย แต่เอามาสร้างวัด เป็นประโยชน์ต่อพระศาสนาและพุทธศาสนิกชน ส่วนยิ่งลักษณ์นั้น "ออกนโยบายจำนำข้าวสูงกว่าราคาตลาด" ทั้งๆ ที่รู้ว่าต้องขาดทุน แต่เป็นการขาดทุนเพื่อได้กำไรในคะแนนเสียง อีกด้านก็เพื่ออุ้มชูช่วยเหลือเกษตรกรชาวนา ที่เป็นประชากรหลักของประเทศ ไม่ต่างไปจากโครงการ "30 บาทรักษาทุกโรค" ซึ่งขาดทุนตั้งแต่ต้นและขาดทุนต่อเนื่อง แต่เป็นการเล็งผลเลิศในทางการเมือง ซึ่งทั้งสองท่าน (ทักษิณ-ธัมมชโย) ก็ทำสำเร็จ ถึงจะจับได้ แต่ก็แทบจะ..ไล่ไม่ทัน เพราะแค่จะบุกวัดพระธรรมกาย ม็อบสีขาวจำนวนหมื่นๆ ก็ทะลัก จนเจ้าหน้าที่ต้องถอนกำลังกลับ ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปในลานพระเจดีย์ ส่วนทักษิณนั้นก็ยังไล่ไม่ทันจนบัดนี้ สวีวี่วี !

 

 

สมัยก่อนมีประวัติของ "เสือสุพรรณ" ผู้มีคุณธรรม "ปล้นคนรวย (หน้าเลือด) ไปแจกคนจน" ถึงถูกจับได้ ราชการก็ต้อง ให้อภัยโทษ ประวัติศาสตร์จารึกชื่อไว้ ได้แก่ เสือฝ้าย เสือใบ เสือมเหศวร !

 

 

กรณีของ "ยิ่งลักษณ์" ที่ว่าเหมือนกับ "ธัมมชโย" นั้น ก็คงจะเป็น "มวลชน" ที่เข้าข้างทั้งสอง ซึ่งมีจำนวนมหาศาล รัฐบาลจึงพะอือพะอมขมใจ ไม่กล้าทำอะไรรุนแรง เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีการ "ลุกฮือ" ของมวลชนส่วนใหญ่หรือไม่ เพราะมีคนประกาศ "ยอมตาย" เพื่อธัมมชโยอีกด้วย ส่วนยิ่งลักษณ์ก็ยังคงมี "พลพรรค" ติดตามอย่างหนาแน่น บางท่านถึงกับกล้า "ออกหน้าชน" กับรัฐบาลทหาร ก็ทำนอง "ยอมตาย" แทนยิ่งลักษณ์ เช่นกัน

 

 

 

 

 

 

ไม่ให้เข้า VS ไม่ให้ขึ้น

 

 

รัฐบาลทหาร อาจจะสามารถปิดกั้นได้ ในกรณี "ไม่ให้ทักษิณเข้าประเทศ" และ "ไม่ให้สมเด็จช่วงขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช" แต่ก็ไม่สามารถจะรุกฆาต "จับยิ่งลักษณ์เข้าคุก" และ "จับธัมมชโยเข้าตะราง" ได้ ถ้ายิ่งลักษณ์ออกนอกประเทศไป รัฐบาลไทยก็คงโล่งใจมากกว่านี้ เพราะจะสามารถ "แยกมวลชน" ออกจาก "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" ได้ แต่ที่ "ยิ่งกว่าเหมือน" ก็คือ มวลชนซึ่งเป็นฐานเสียงของทั้ง "ยิ่งลักษณ์" และ "ธัมมชโย" นั้น เป็นฐานเดียวกัน เมื่อรวมกันแล้วก็กินรวบประเทศไทยได้ !

 

 

 

 

 

 

ความเหมือนในความต่าง ความต่างในความเหมือน

ออกนอกวัดไม่ได้ VS เข้าประเทศไม่ได้

 

 

คสช. ยังเจอบทโหดกว่านั้นอีก เพราะเล่นกับโคตรเซียน ทั้งเซียนพระและเซียนหุ้น นั่นคือ พระธัมมชโย ใส่ชุดเหลืองอันเป็นชุดแห่งคุณธรรมเข้าฉาก ส่วน "ยิ่งลักษณ์" ซึ่งเป็นนอมินีของ "ทักษิณ" ใช้ความเป็น "สตรีเพศ" อ่อนอ่อนแอ เข้าสู้กับรัฐบาลทหารซึ่งแข็งกระด้าง ห้อมล้อมด้วยมวลชนซึ่งเป็นทั้งคนถือศีลกินเจและชาวไร่ชาวนาตาดำๆ จูงลูกจูงหลาน ยินยอมพร้อมใจ มาเป็นปราการให้ ไม่ต่างจากโล่มนุษย์ ถ้าไม่สามารถ "แยกธัมมชโยออกจากผ้าเหลือง" และ "แยกยิ่งลักษณ์ออกจากนักการเมือง" ได้ ก็เชื่อว่าน่าจะหมดหนทางจริงๆ ยิ่งธัมมชโยมีลูกพี่เป็นถึง "ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" ส่วนยิ่งลักษณ์ก็มีพี่ชายเป็นถึง "อดีตนายกรัฐมนตรี" ก็ยิ่งมีทั้งแรงหนุนและแรงส่ง ทั้งเบื้องล่างเบื้องบน มันจึงมองไม่ออกจริงๆ ว่า คสช. จะเอาชนะได้อย่างไร ยิ่งไปกำหนด "เวลา" ทั้งการเลือกตั้งและการอยู่ในตำแหน่ง นั่นก็เท่ากับว่า เตรียมจะโยนภาระประเทศชาติพระศาสนาให้แก่คนรุ่นต่อไป มิใช่รับมรดก หากแต่เป็นรับเคราะห์รับกรรม เหมือนดัง คสช. รับมาจากบรรพบุรุษรุ่นก่อนๆ ในวันนี้ วันที่ใครๆ ก็คิดแต่จะเอาตัวรอด !

 

 

ถามว่าเรื่องนี้เป็นผู้ความผิดพลาดของใคร ก็ตอบได้ว่า เป็นความผิดพลาดของรัฐบาลทุกยุคสมัยนั่นแหละ ต่างปล่อยปละละเลยปัญหาสำคัญของประเทศชาติพระศาสนา ให้เติบใหญ่  เป็นดินพอกหางหมู จนสุดท้ายก็แกะไม่ออก ดินกลายเป็นหางหมูไปแล้ว จะตัดหางหมูก็กลัวหมูเจ็บหรือตาย อันตรายถึงชีวิต จำต้องปล่อยให้เป็นปมเขื่องต่อไป

 

 

ประเทศไทยมีคณะองคมนตรี ซึ่งมีหน้าที่ถวายคำแนะนำราชสำนักในด้านการบริหารประเทศ และมีมหาเถรสมาคม ซึ่งมีหน้าที่ถวายคำแนะนำราชสำนักในด้านการบริหารกิจการพระศาสนา แต่ทว่า ทั้งสองหน่วยงานนี้กลับปล่อยปละละเลย หรือถึงกับถูกครอบงำโดยนักการเมืองและนักการศาสนา นำมาซึ่งปัญหาอันยากเยียวยาดังกล่าว เป็นชะตากรรมร่วมของคนทั้งชาติ ถ้าจะถามว่า เราเดินทางมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ? ก็ต้องไปถาม "องคมนตรี" และ "มหาเถรสมาคม" ถ้ายังยืนยันว่า "เรามาถูกทางแล้ว" ก็ต้องปล่อย "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" และ "ธัมมชโย" ให้เป็นอิสระ เมื่อนั้น ประเทศชาติศาสนา จะเข้าสู่ภาวะ "ปรองดอง" อย่างแท้จริง !

 

 

 

 

 

 

เชื่อพ่อเถิดลูก

 

โกงเงินสหกรณ์มาทำบุญน่ะ ไม่ผิดหรอก

โกงไปทำบาปสิ ผิด !

 

 

 

 

 

เชื่อพี่เถิดน้อง

 

เอาเงินหลวงมาแจกราษฎรผ่านจำนำข้าวน่ะ ไม่ผิดหรอก

แต่เราอย่าบอกว่าเป็นการซื้อเสียงสิ !

 

 

 

 

 

 

เราจะ..ไม่ดูดาย ถ้า..ธรรมกาย มีภัย

 

 

 

 

 

 

ธรรมกาย สู้ สู้ !

 

 

ท่านยังถวายสังฆทาน 3 หมื่นวัด อยู่ตราบใด

เราก็จะไม่ทอดทิ้งท่าน ตราบนั้น !

 

 

 

 

ชาวนาจ๋า ปูมาแล้ว !

 

รักและคิดถึงชาวนาอยู่ทุกลมหายใจ

 

 

 

 

 

 

 

รถเบ๊นซ์ E-Class กับ อีแต๋น

 

อยู่ห่างกันคนละทิศ ยังมามุ่งคิดชอบกัน

 

 

 

 

สงสารชาวนาไทยใจแทบขาด

คำเตือน : ห้ามขยี้ตาแรง เพราะแก้วตาจะโก่งได้

 

 

 

 

 

ข้าวเหลือโลละ 20 ถูกกว่าโออิชิ ดูซิน่าสงสาร

มามะ เดี๋ยวปูช่วยขายนะค้า

 

รับรองว่า วันเดียวเกลี้ยง (สองวันไม่แน่) !

 

 

 

 

 

 

แต่ปูโดนค่าข้าวไป 3 หมื่น 5 พันล้าน

สงสารชาวนาจังเลย !

 

 

 

 

 

 

แล้วคดีความของยิ่งลักษณ์

ก็เดินตามรอยคดีความธัมมชโย

 

สัมผัส "กระบวนท่า" ของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) ในการแถลงกรณีทุจริต "จำนำข้าว" แล้ว

 

ต้องคิดถึงกรณีของ "ธัมมชโย"

 

แน่นอน เรื่อง "จำนำข้าว" กับ เรื่อง "ธัมมชโย" มีลักษณะร่วมในเรื่อง "ทุจริต" เป็นเรื่อง "ฉาวโฉ่" เป็นเรื่อง "เสียหาย"

 

ฉาวโฉ่เพราะว่า "ธัมมชโย" อยู่ในสมณเพศ "เสียหาย" เพราะมีเงินจำนวนมหาศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง

 

เกี่ยวข้องในข้อหา "ฟอกเงิน"

 

แต่ถามว่ากรณีของ "ธัมมชโย" มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นอกเหนือจากถ้อยคำสำนวนในแบบ "จะ" จะแล้วจะอีก

 

กระนั้น จนรอดจนแล้วสำนักงานอัยการสูงสุดก็ยังรอ "สำนวน" จากกรมสอบสวนคดีพิเศษอยู่

 

การแถลงจึงดำเนินไปในแบบ "อีเว้นต์"

 

เช่นเดียวกับกรณีทุจริตในโครงการ "รับจำนำข้าว" ซึ่งครอบคลุมบุคคลกว้างขวางอย่างยิ่ง


1
กลุ่มบริหารประมาณ 2,000 รายชื่อ

2 กลุ่มข้าราชการในกระทรวงที่รับผิดชอบ ประมาณ 4,000 ราย

 

รวมแล้ว 6,000 ราย

 

น่ายินดีที่ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ(ศอตช.) สรุปแล้วว่า การรวบรวมข้อมูลมีความคืบหน้าแล้วอีกร้อยละ 80

 

ใกล้หลักร้อยละ 100

 

ท่ามกลางความระทึกใจของกลุ่มบริหารจำนวน 2,000 ราย ท่ามกลางความระทึกใจของกลุ่มข้าราชการจำนวน 4,000 ราย ว่าใครจะเจอ "แจ็กพอต"

 

เหมือนที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เจอไปแล้ว 35,000,000,000 บาท

 

ทั้งๆที่กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แม้จะมีการระบุจำนวนเงิน มีการส่งหนังสือเรียก "ค่าชดเชย" ไปแล้ว

 

แต่ถามว่า "คืบหน้า" แค่ไหน อย่างไร

 

ตอบได้เลยว่า ไม่เพียงแต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาคดีของศาลฎีกา แผนกคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เท่านั้น

 

หากแต่ยังขึ้นอยู่กับ "ศาลปกครอง" อีกด้วย

 

เพราะพลันที่ คำสั่งในเรื่องเรียกค่าชดเชยออกมาโดยกระทรวงการคลังก็เป็นหน้าที่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะนำเรื่องเข้าสู่ "ศาลปกครอง"

 

คำวินิจฉัยของ "ศาลปกครอง" จึงเป็น "คำตอบ"

 

เป็นคำตอบเหมือนกับคำพิพากษาของ "ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง"

 

"ยิ่งลักษณ์" ยาวอยู่แล้ว "6,000 ราย" ยิ่งยาว

 

"ยาว" เหยียดเหมือนการส่งฟ้องคดีของ "ธัมมชโย"

 

 

 

ที่มา : มติชน : 16 พฤศจิกายน 2559

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264