เตะผ่าหมากรักสยาม !

 

บรรจบส่งสัญญาณแตกหักจากสหรัฐอเมริกา

ไม่เอากับสมาคม ป.ธ.9

ของ..รักสยาม นามานุภาพ

ทำใจไม่ได้ ถูกตราหน้า..มหาตบทรัพย์

 

 

มหาบรรจบ เปิดใจ ไม่เอากับสมาคม ป.9 ของมหารักสยาม เพราะโดนคำถามจากพระสงฆ์ทั่วประเทศ กรณี "ตบทรัพย์" วัดกัลยาณมิตร ไปเกือบ 3 ล้าน ตอบคำถามไม่ได้ เพราะรักสยามไม่ยอมเคลียร์ เครดิตของบรรจบที่สั่งสมมาชั่วชีวิตพังป่นปี้ งานนี้ก็เลยต้องถีบหัวส่ง..ตัวใครก็ตัวมัน ขืนไปด้วยกันก็กอดคอตาย !

 

แต่ที่แน่ๆ การแฉระดับ "ไฟไหม้บ้าน" ของ ดร.บรรจบ ครั้งนี้ มีคนเด่นคนดังถูกดึงตัวเข้าฉากลิเกเพียบ ตั้งแต่ "บิ๊กจิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ คุณหญิงสมปอง วรรณิสร และ พระพรหมกวี (ประกอบ ธมฺมเสฏฺโฐ ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร เจ้าคณะภาค 13 ผู้โด่งดังมาจากกรณีทุบพระเจดีย์และรื้อถอนโบราณสถานสำคัญในวัด จนเกิดเป็นการพิพาทกับกรมศิลปากร ก่อนจะจบเรื่องกันไปแบบเรื้อรัง

 

ที่สำคัญก็คือ การเปิดเผยข้อมูลชุดนี้ของ BJ-บรรจบ ซึ่งถือว่าเป็น "รุ่นใหญ่" ในแวดวงดงขมิ้น ย่อมจะสะเทือนถึงสถานภาพของ "สมาคมเปรียญธรรม 9 ประโยค" ซึ่งก่อตั้งโดย RS-รักสยาม อย่างไม่สวยมาตั้งแต่ต้น จะต้องถึง "จุดจบ" ลงอย่างที่เรียกว่า "ไม่สวย" เพราะถ้าอาสามาทำงานศาสนา แต่มีปัญหาความโปร่งใสเกี่ยวกับเงินๆ ทองๆ ก็เตรียมจองศาลา 5 วัดธาตุทอง บังสุกุลจบก็เผาได้เลย !

 

 

 

 

บรรจบเปล่าตบทรัพย์ !

 

ดร.บรรจบ บรรณรุจิ

 

ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย

อดีตสมาชิกสมาคมเปรียญธรรม 9 ประโยค

 

 

 

 

ซ้าย : ดร.รักสยาม นามานุภาพ นายกสมาคม ป.ธ.9

ขวา : ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย

 

 

 

 

 

 

พระพรหมกวี (ประกอบ ธมฺมเสฏฺโฐ ป.ธ.9)

เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร เจ้าคณะภาค 13

เสียค่าโง่ โดนกินเปล่าไปเกือบ 3 ล้านบาท ประวัติศาสตร์ต้องจารึก

 

 

 

 

 

 

ถึงพี่น้องสมาพันธ์ชาวพุทธทุกท่าน

 

 

@ ผมกำลังใกล้จะเสร็จสิ้นภารกิจที่อเมริกาแล้ว ทั้งการประชุมวิชาการกับมหาวิทยาลัยนโรปะ และการจัดตั้งสมาพันธ์ชาวพุทธสหรัฐอเมริกา จากนั้นก็เดินทางกลับเมืองไทยบ้านเรา

 

@ ผมติดตามข่าวการทำงานของพี่น้องตลอด ดีใจที่งานสมาพันธ์ฯก้าวหน้าไปตามลำดับ ทั้งงานเอกสารและการสัมพันธ์กลุ่มคน รวมทั้งความไวในการรับรู้สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสถานการณ์การตื่นตัวทางการเมืองเพื่อรักษาและอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนาศาสนาประจำชาติไทยของเรา จึงขอทำความเข้าใจกับพี่น้องไว้ ณ ที่นี้ว่า

 

1. การที่มีหลายท่านดูจะวิตกกังวลกับปรากฏการณ์หนึ่งในบ้านเรามาก คือ การประกาศตั้งพรรคการเมืองชาวพุทธของชาวพุทธหลายกลุ่ม ที่เริ่มตื่นตัวโหมโรกันขนานใหญ่ในขณะนี้ นั้น ในเรื่องนี้ใคร่ขอให้พี่น้องสมาพันธ์อย่าวิตกกังวล แต่ขอให้ภูมิใจว่าเราได้ทำหน้าที่ "ปลุกชาวพุทธให้ตื่น" ได้สำเร็จแล้วสมดังปณิธานที่ตั้งไว้แต่แรกในการทำงานของพวกเรา คือ ปลุกให้ตื่น

 

2. การที่มีเพื่อนเราบางกลุ่มบางคน เช่น สมาคมเปรียญ 9 (สป.9) แยกกันกับเราแล้วไปทำงานอยู่เฉพาะกลุ่มของเขา ซึ่งหลายคนกำลังกังวลว่า ทำให้พระและชาวพุทธอื่นๆเข้าใจผิดว่า กลุ่ม สป.9 ยังทำงานกับเราอยู่ นั่น ในเรื่องนี้ ผมขอแจ้งว่า บัดนี้ กลุ่มสมาคมเปรียญ 9 ซึ่งมี ดร.รักสยาม นามานุภาพ เป็นนายกสมาคม และมี อ.เอกภพ เหล่าลาภะ เป็นเลขาธิการ ได้ทำงานแยกกับเราแล้วอย่างเด็ดขาด

 

สิ่งหนึ่งที่ผมขอทำความเข้าใจเพิ่มเติม คือ สมาคมเปรียญ 9 ของ ดร.รักสยาม ไม่ใช่กลุ่มเดียวกับ กลุ่ม ป.ธ.9 ที่รวมกันตั้งไลน์สนทนากันและมีผมเป็นเพื่อนอยู่ด้วย สมาคมเปรียญ 9 แม้ตอนแรกจะดูเหมือนมีสมาชิกมากคึกคักทำงานโดดเด่นจนเป็นความหวังของสถาบันสงฆ์ แต่ขณะนี้เหลือคนทำงานหลักๆอยู่ 2 คน คือ ดร.รักสยาม กับ อ.เอกภพ ส่วนคนอื่นๆพากันถอยและถอนตัวก็เพราะไม่สบายใจตรงที่เกิดมีพฤติกรรมที่พระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรเรียกว่า " เปรียญ 9 ตบทรัพย์" กล่าวคือ เมื่อตอนที่วัดกัลยาณมิตรมีคดีพิพาทกับกรมศิลปากร เรื่องการรื้อถอนอาคารในวัดที่กรมศิลป์ลงทะเบียนไว้เป็นโบราณสถาน ดร.รักสยาม ในนามนายกสมาคมเปรียญ 9 ได้เสนอตัวเข้าช่วยเหลือ และขอค่าใช้จ่ายในการนี้ตามที่เจ้าอาวาสเล่าคือ 5,000,000 บาท (ห้าล้านบาท) แต่เจ้าอาวาสจ่ายให้ก่อนเป็นงวดๆ รวมแล้ว 2,700,000 บาท (สองล้านเจ็ดแสนบาท) เนื่องจากศาลตัดสินก่อน ผมได้เคยสอบถามเรื่องนี้กับ ดร.รักสยาม ท่านตอบทำให้เข้าใจได้ว่า มีการจ่ายตามนั้นจริง แต่ตัว ดร.รักสยามได้รับดูจะ 200,000 บาท ส่วนที่เหลือหลายฝ่ายได้รับไป (ซึ่งฟังแล้วซับซ้อนไม่ชัดเจน)

 

ที่ผมต้องเดือดร้อนก็คือ ในการที่ ดร.รักสยามเสนอตัวเข้าช่วยเหลือนั้นได้อ้างชื่อผมกับผู้ใหญ่ในสังคมอีกท่านหนึ่งว่าสนับสนุนกลุ่มของเขา ทำให้เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตรเชื่อถือและให้โอกาส จึงยอมให้เบิกเงินไปได้ แต่แล้ว ดร.รักสยาม ช่วยท่านไม่ได้ ท่านจึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและต้องการได้เงินวัดที่จ่ายให้ดร.รักสยามกับกลุ่มคืน แต่ก็ไม่ได้คืน หลังจากนั้นผมมีโอกาสพบท่านท่านยังปักใจเชื่ออยู่ว่าผมมีส่วนสนับสนุน ดร.รักสยาม ในเรื่องนี้จริงจึงมีท่าทีไม่ต้อนรับและไม่เป็นมิตร จนกระทั่งผมเรียนถามรายละเอียดต่างๆจึงได้ข้อมูลอย่างที่เรียนให้ทราบมานั้น และผมเคยขอให้ ดร.รักสยาม เข้าไปเคลียร์กับท่าน แต่ดูเหมือนว่า ดร.รักสยามไม่ได้ไป ซึ่งน่าเสียดาย ผมเคยให้ทนายที่รู้จักศึกษาเรื่องนี้ ก็ได้คำตอบว่า ในแง่กฎหมาย ดร.รักสยาม ไม่ผิด เพราะมีเอกสารที่ทำขึ้นรองรับการใช้เงินดำเนินคดีถูกต้อง แต่ในแง่จริยธรรมคุณธรรมของผู้ที่มาจากวัดและจบเปรียญ 9 ด้วย ไม่มั่นใจว่า ดร.รักสยาม ทำถูก

 

ดังนั้น จึงขอให้สบายใจว่า ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ที่พระท่านเรียกว่า "ตบทรัพย์" แน่นอน แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องทำความเข้าใจกับพระทั่วประเทศ เพราะมีการกระจายข่าวไปในหมู่พระผู้ใหญ่นานแล้ว และผมคิดว่าตอนนี้ บุญคุ้มครองพวกเราไม่ให้ตกอยู่ในการรกระทำที่น่าสงสัยนั้นด้วย เพราะบัดนี้ ดร.รักสยาม ได้ถอยจากเราไปตั้งกลุ่มใหม่เพื่อการเป็นพรรคการเมือง โดยมี คุณหญิงสมปอง วรรณิสร เป็นผู้สนับสนุน จากการดำเนินการของลูกบุญธรรมของท่าน คือ คุณกรธิดา หรือที่เราเรียกกันว่า น้องผึ้ง และยังไปขอแรงหนุนจาก  พ่อใหญ่จิ๋ว พลเอกชวลิต ได้อีก เพราะมีโครงการปลูกป่าราคาถูกไปเสนอท่าน ซึ่งตอนแรกท่านจะทำโครงการนี้ถวายคณะสงฆ์ทั่วประเทศใช้เงินหลายร้อยล้านบาท แต่นายก ฯ สป.9 แทรก เสนอโครงการปลูกป่าขนาดจิ๋วแทน คือ ใช้ต้นไม้ 9 ต้นปลูกนำในวัดแห่งหนึ่งในภาคอีสาน และเบิกค่าใช้จ่าย 50,000 บาท พ่อใหญ่จิ๋วตกลงเอาด้วย ประหยัดเงิน แต่ได้ชื่อ และต่อมาก็มาเกิดที มจร.วังน้อย เราจึงเห็นภาพพลเอกชวลิต กับคุณหญิงสมปองไปปลูกป่าร่วมกันที่ มจร. โดยการจัดการของสมาคมเปรียญ 9 ซึ่ง ดร.รักสยาม เป็นนายก ฯ และน่าชื่นชมว่า มีอยู่เพียง 2 หรือ 3 คน แต่ทำงานใหญ่ได้ขนาดนี้

 

จากการที่ได้ทราบว่า ตอนแรกคุณหญิงกับน้องผึ้งก็ไม่ชอบ ดร.รักสยาม โดยโทร.มาบอกผม ผมเองในฐานะรุ่นพี่และมอง ป.ธ.9 ในแง่ดีจึงช่วยพูดให้ลดการมอง ดร.รักสยาม ในแง่อคติ จะเป็นเพราะการพูดของผมหรือเปล่าไม่ทราบ จึงตอนหลังเห็น ดร.รักสยามกับน้องผึ้ง เข้ากันได้อย่างสนิทสนม และกลายเป็นลูกรักคนหนึ่งของคุณหญิงไป ...แต่จากนั่นก็มีกระแสข่าวมาถึงกลุ่มของผมในทางไม่ดีต่างๆ ถึงขั้นจะต้องปรับทีมเลขาบ้าง รื้อการทำงานบ้าง ในเวลาเดียวกัน กลุ่ม ป.ธ.9 ที่ไม่หนุน ดร.รักยาม ก็มากระหน่ำทีมเลขาของผมอีก จนผมต้องเปิดบ้านเชิญชวนพวกเขามาซักฟอกผมและทีมเลขาผม จนป่านนี้ก็ยังไม่มีใครมาตามคำเชิญ ซึ่งผมยังหวังอยู่ว่า คงได้มาพบกัน เพราะผมก็อยากรู้ว่า ทีมเลขาของผมไม่ดีอย่างไร บกพร่องส่วนไหน หรือไปตบทรัพย์ใครมาบ้าง จะได้จัดการกันถูก

 

สำหรับผม ขอเรียนว่า ณ วันนี้ ดร. รักสยาม อยู่ในฐานะแค่ถูกกล่าวหาจากพระผู้ใหญ่ ทางกฎหมายถือว่ายังบริสุทธิ์ จึงอยากให้เขาได้จับมือกับคุณหญิงและน้องผึ้งทำงานกันต่อไป เพราะเชื่อมั่นว่า เวลาเท่านั้นจะพิสูจน์ความจริง

 

@ ผมขอเขียนมาหาพี่น้องเท่านี้ก่อน เพื่อบอกว่า อย่าหวั่นไกวกับการที่ใครต่อใครชิงประกาศนำในการจัดตั้งพรรคการเมือง กลุ่มเราก็ประกาศไว้แล้วว่าทำแน่ เพราะหากไม่ทำเท่ากับพวกเราขาดความรับผิดชอบต่อพระพุทธศาสนา เพียงแต่ว่าตอนนี้สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่พร้อม พระเจ้าอยู่หัวของพวกเราเพิ่งสวรรคตจากพวกเราไป คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่หายสร่างโศก จึงขอให้พวกเราใช้เวลานี้ตรวจสอบดูใจของเราอีกครั้งหนึ่งว่าเอากันแน่ไหม ? เราไม่มีเงินนะมีแต่สติปัญญา ความตั้งใจทำถวายพระพุทธเจ้า จะไปต่อได้หรือไม่ ผมว่าตลอดเวลาที่ร่วมทางกันมาน่าจะทำให้คนมีปัญญาอย่างพวกเราพอมองทางออก คงไม่ต้องพูดอะไรมากแล้วนะ

 

@ คิดถึงพี่ๆน้องๆทุกคน ผมสบายดี อากาศหนาว แต่สภาพเมืองสวย ผู้คนดี ไม่มีอะไรน่าห่วง เดียวได้เจอกันแล้ว ได้กินข้าวราคาประหยัดด้วยกัน แต่คุยเรื่องใหญ่มากๆ กันอีก สวัสดี

 


 

 

 

ถึง พี่น้องสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 2)

 

@ เมื่อวานผมได้รับรู้เรื่องสำคัญ 2 เรื่อง คือ

 

1. เรื่องที่ผมโพสต์ข้อความถึงสมาพันธ์ ฯ ลงเฟชบุค เมื่อวาน ได้ทราบว่าท่านที่ผมพาดพิงถึงกำลังจะพิจารณากันว่า จะเป็นอย่างไร เพราะกระทบหลายฝ่าย มีผลต่อการทำให้เสียชื่อเสียงหรือไม่ ?

 

ผมทราบแล้วก็ไม่วิตกอะไร เพราะถ้าว่าเรื่องเสียชื่อเสียงแล้ว ผมน่าจะมากกว่า ทั้งนี้รู้ได้จากการออกภาคสนาม เจ้าคณะจังหวัดหรืองรองเจ้าคณะจังหวัดหลายรูป พอเจอผมยิงคำถามใส่ผมเรื่องที่ผมถูกอ้างว่ามีส่วนใน "การตบทรัพย์" ทำให้ผมงง และคิดว่าข่าวมาไกลมากเกินกว่าที่คิด ผมจึงตัดสินใจแก้ปัญหาแบบยุทธการ "เตะผ่าหมาก" ซึ่งเป็นยุทธการเดียวที่จะแก้สถานการณ์ของเรา(ผมแลเพื่อนที่กำลังจับมือกันทำงาน) ได้ทัน เพราะผมใช้ยุทธการเจรจาแบบสันติมานานแล้ว แต่ปัญหาไม่จบ คราวนี้น่าจะจบ ไม่จบเขาก็จบผม แต่ผมจะไม่จบการทำงานแน่นอน ถ้าสมาพันธ์ยังไม่เข้มแข็ง

 

2. ผมได้รับเชิญอีกครั้งให้เข้าบรรยายแลกเปลี่ยนเรื่อง "การฝึกสติ ตามแนวระหว่างเถรวาทกับมหายาน" ผมบรรยายและนำปฏิบัติสายเถรวาท ส่วน อ.ของ ม.นโรปะ บรรยายฝ่ายมหายาน เธอเป็นภรรยาของหัวหน้าภาควิชา "wisdoms Tradition" เธอกับผมสลับกันพูด จบแล้วเขาจัดให้ถ่ายภาพคู่กัน มีผู้ร่วมรายการส่วนหนึ่งนั่งร่วมด้วย เสียดาย ถ้าภาษาอังกฤษผมดีกว่านี้ เวลามีมากกว่านี้ ผมคงให้ความรู้เขาได้อีกเยอะ

 

ต้องยอมรับว่า ม.นโรปะ มีพื้นฐานมาจากพุทธวัชรยาน แต่เปิดกว้าง และได้แสดงอัตลักษณ์ของพุทธออกมา แต่เป็นอัตลักษณ์ที่ไม่ขัดแย้งกับสังคมอเมริกัน จะเป็นว่าสังคมอเมริกันใจกว้างก็น่าจะใช่ ก็คงไม่พอ แต่น่าจะมาจากผู้บริหาร ม.นโรปะ เองที่พยายายามแบบให้กลมกลืนไม่ขัดแย้ง เช่น ไม่พยายามแยกความเป็นอยู่ ไม่แยกกฎหมาย ไม่มีการอ้างจิปาถะ และที่น่ารักคือไม่มีบรรยากาศของความรุนแรง ทุกคนมีความสุข

 

อาจารย์ที่นี่ก็ใช่ว่าจะเก่งเลอเลิศอะไร แต่เขาทำงานแบบเข้าถึงเนื้อแท้ของ ม.วิทยาลัยพุทธ คือตีเนื้อหาของพุทธให้แตกในประเด็นต่างๆ แล้วจัดหลักสูตร ห้องนั่งสมาธิมีทุกตึก ไม่โอ่โถง แต่สะอาด สงบ และมีการวางตัวคนดูแลไว้อย่างเหมาะสม คือ รู้ สนใจ ทุ่มเท คิดแล้ว น่าเสียดาย ม.พุทธศาสนาเมืองไทยเราที่น่าจะสนใจเรื่องเข้าถึงแก่น ของ ม.น้อยไป

 

ผมเดินดูมหาวิทยาลัย...ป้ายไม่ใหญ่โตโก้หรูอะไร แต่อาคารสำนักงานใหญ่เด่น เนื้อที่ไม่กว้างขวาง อาจารย์ส่วนหนึ่งเคยมาร่วมงานวันวิสาขะที่ มจร. เรา และมีท่านหนึ่งช่วยเขียนหนังสือที IBC ซึ่ง มจร. เป็นโต้โผใหญ่จัดทำด้วยเงินทุนหลายล้านบาท รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ พระศรีคัมภีรญาณ ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบเนื้อหา ท่านตั้งผมด้วยเป็นหนึ่งในกรรมการชุดนั้น ซึ่งก็บอกเขาไปว่า ผมเป็น reader คนหนึ่งนะ และชื่นชมว่า นำเสนอได้กว้างขวางทั้งเถรวาทและมหายาน น่าจะใช้เป็นหนังสือใช้ศึกษาได้ทั่วโลก ....เขาดีใจเข้ามาจับมือผมบีบ

 

@ สรุปแล้ว ผมอยู่ที่นี่อีกวันเดียว จากนั่นก็จะไปเนวาด้าและชิคาโกแล้วกลับบ้านเรา

 

@ ผมมาดูงานที่ ม.นโรปะแล้ว คิดถึงบ้านเรา...หากพระพุทธศาสนาจะรอดได้มีทางเดียวคือวิถีพุทธต้องกลับมา น่าแปลกขณะที่ตะวันตกสนใจพุทธเรา แต่บ้านเรากลับมองหาตะวันตก ทางที่ดีต้องประสานกัน ...อย่าให้สุดโต่งจนคนเขารังเกียจแบบที่บางศาสนาบ้านเรากำลังทำ ซึ่งในที่สุดจะฆ่าตัวเอง

 

@ สุดท้าย ผมขอฝากเป็นการบ้านกับพี่น้องเราว่า เราน่าจะค้นหาวิถีพุทธให้เจอแล้วกล้าประกาศใช้ร่วมกัน เรื่องนี้รองเจ้าคณะจังหวัดน่านท่านรับปากจะหนุนเราไว้แล้ว คอยดูนะ

 

 

@ สวัสดี

 

 

 

บรรจบ บรรณรุจิ

ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย

1 พฤศจิกายน 2559

 

 

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊ค ดร.บรรจบ บรรณรุจิ : 1 พฤศจิกายน 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264