ช็อคโลก
!

 

 

เจ้าคุณเสนาะฆ่าตัวตาย

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

ตรวจทรัพย์สินเจ้าคุณเสนาะ !

 

 

อา ! มีใครหลายคน อยากรู้เหลือเกิน ว่าเงินทองของเจ้าคุณเสนาะนั้น จะถึงระดับ "พันล้าน" ดังที่เขาเล่าลือกันจริงหรือไม่

 

วันนี้ เวลาสำรวจทรัพย์สินของบุคคลสำคัญของประเทศไทย ผู้เคยดำรงตำแหน่ง "เลขาธิการผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" มีอำนาจมากที่สุดในคณะสงฆ์ไทย ผู้มีนามพระราชทานว่า "พระพรหมสุธี" อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ-เจ้าของภูเขาทอง ได้มาถึงแล้ว

 

อีกไม่กี่อึดใจก็คงรู้ ว่าเงินสดมีกี่บัญชีๆ ละเท่าไหร่ สวนกล้วยไม้มีหุ้นอยู่หรือไม่ และรถยนต์อีกตั้ง 20 กว่าคันเหล่านั้น มันหายไปไหน เพราะถ้าเป็นของญาติโยมเขาถวายด้วยความศรัทธาดังที่เจ้าคุณเสนาะบอกนักข่าวจริง ของเหล่านั้นมันต้องอยู่ และต้อง..ตกเป็นของสงฆ์ ตามพระธรรมวินัย !

 

 

 



 

 

 

 

 

วัดสระเกศฯ ตั้งผู้ช่วยเจ้าอาวาสเป็น กก.ตรวจสอบทรัพย์สินเจ้าคุณเสนาะแล้ว

 

 

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันนี้ที่วัดสระเกศฯ มีพิธีเก็บอัฐิพระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) อดีตกรรมการมหาเถรสมคม (มส.) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และพิธีฉลองอัฐิในวันเดียวกัน โดยพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) กรรมการ มส.เจ้าคณะภาค 10 เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ พร้อมด้วยพระเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรรมทูตสายอินเดีย-เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา พระราชญาณกวี (สุวิทย์ ปิยวิชฺโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก และพระสงฆ์ จำนวน 200 รูปร่วมพิธี สำหรับอัฐิของพระพรหมสุธีทางวัดได้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ซึ่งส่วนแรกจะประดิษฐานที่ตำหนักสมเด็จ เก็บไว้ร่วมกับอัฐิบูรพาจารย์วัดสระเกศฯ โดยจะประดิษฐานภายหลังจากเสร็จพิธีทำบุญครบรอบ 50 วันแห่งการมรณภาพแล้ว ส่วนที่ 2 ประดิษฐานที่กุฏิคณะ 1 วัดสระเกศฯ และส่วนที่ 3 ทางญาติพระพรหมสุธีจะนำไปประดิษฐานที่บ้านเกิด จ.พระนครศรีอยุธยา

 

พระมหากฤษณะ กิตติปัญโญ พระอุปัฏฐากพระพรหมสุธี กล่าวว่า สำหรับทรัพย์สินที่อยู่ในกุฏิของพระพรหมสุธี ที่พระพรหมสุธีได้เขียนสั่งเสียไว้ก่อนมรณภาพนั้น ทางวัดสระเกศฯ ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินแล้ว โดยการจัดการทรัพย์สินของพระพรหมสุธี ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควรเป็นอย่างไร โดยในส่วนที่ยกให้อาตมา บางรายการจะยกให้วัดสระเกศฯ ส่วนรายการอื่นๆ จะเก็บไว้ที่กุฏิคณะ 1 เพื่อเป็นอนุสรณ์

 

 

 

 

ที่มา  : มติชน :  5 กุมภาพันธ์ 2559

 

 


 

 

 

 

 

 

ฌาปนกิจเจ้าคุณเสนาะ !

 

ตามกำหนดการ

 

 

 

 

 

 

คณะสงฆ์ไทย-ต่างประเทศ-ลูกศิษย์ ร่วมพิธีฌาปณกิจศพ เจ้าคุณเสนาะ ล้นวัดสระเกศฯ

 

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศในพิธีฌาปณกิจศพพระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) อดีตเจ้าคณะภาค 12 อดีตประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ มีพระสงฆ์ทั้งใน และต่างประเทศ ทยอยเดินทางมาร่วมพิธีจำนวนมาก นอกจากนี้ ในส่วนของศิษยานุศิษย์ทยอยเดินทางมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมากเช่นเดียวกัน จนสถานที่รับรองไม่เพียงพอสำหรับผู้ที่มาร่วมงาน

พระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กล่าวถึงพิธีฌาปณกิจว่า ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เป็นคืนสวดพระอภิธรรมวันสุดท้าย พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร) เจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ได้เมตตามาแสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ สำหรับพิธีฌาปณกิจศพพระพรหมสุธีในวันนี้ เวลา 14.00 น.พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูปสวดมาติกาบังสุกุล ต่อด้วยพระสงฆ์ 400 รูปพิจารณาผ้าบังสุกุล และในเวลา 17.00 น.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เมตตาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีฌาปณกิจศพ และหม่อมเจ้ามงคลเฉลิม ยุคล มาร่วมเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ทั้งนี้ วัดสระเกศฯ ได้จัดหนังสือเป็นบุญจริงๆ นะ เขียนโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ จำนวน 2,000 เล่ม หนังสือบอกบุญ เขียนโดยพระวิจิตรธรรมาภรณ์ จำนวน 2,000 เล่ม และซีดีเรื่องบุญกิริยาวัตถุธรรมสู่การพ้นทุกข์ จำนวน 1,000 แผ่น แจกเป็นของที่ระลึกสำหรับผู้ที่มาร่วมพิธี

 

ภายหลังจากเสร็จพิธีฌาณกิจศพแล้ว ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ เวลา 06.30 น.มีพิธีเก็บอัฐิ และในเวลา 07.00 น.จะมีพิธีบำเพ็ญกุศลฉลองอัฐิ ก่อนนำอัฐิไปบรรจุไว้ร่วมกับบูรพาจารย์ของวัดสระเกศฯ โดยอัฐิบางส่วนทางญาติจะนำไปไว้ที่บ้านเกิดของท่านที่ จ.พระนครศรีอยุทธยา พระวิจิตรธรรมาภรณ์กล่าว

 

 

 

ที่มา  :  มติชน  :  4 กุมภาพันธ์ 2559


 

 

 

 

ของจริง !

 

ผบ.ตร. ยอมรับหลักฐานเจ้าคุณเสนาะ

จดหมาย-ลายมือ และรอยเท้า

 

เป็นของเจ้าคุณเสนาะ ไม่มีใครอื่นแอบแฝง

 

เหลือเพียงเทคนิคเล็กน้อยก็ปิดคดีได้

 

 

อา..ถ้างั้น งานฌาปนกิจศพเจ้าคุณเสนาะในวันนี้ (3 ก.พ.) คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไรนะฮะ เพราะถ้ายังไม่เคลียร์ก็อย่าปล่อยให้มีประเด็นใหม่เพิ่มขึ้นมา จากการทำการฌาปนกิจ ตำรวจต้องยืนยันพันเปอร์เซ็นต์ว่า สามารถทำได้ และทำไปแล้วไม่มีผลต่อการพิสูจน์อื่นใดในภายหลัง ไม่งั้นยุ่งแน่ๆ เพราะแค่ ผบ.ตร. ลั่นวาจาว่า "มั่นใจว่าจับได้แน่" เท่านั้น เล่นเอาอลเวงไปหมด ทั้งพระทั้งโยม !

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 

เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดีการมรณภาพของพระพรหมเมธี หรือเจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ว่า ได้รับรายงานจากกองพิสูจน์หลักฐาน ยืนยันว่า ลายมือที่พบในจดหมายลักษณะสั่งเสียและรอยฝ่าเท้าที่พบบนเก้าอี้ ภายในกุฏิวัดสระเกศราชวนมหาวิหาร เป็นของพระพรหมเมธี ทำให้พยานหลักฐานในขณะนี้ ค่อนข้างมีน้ำหนักไปที่การกระทำอัตวินิบาตกรรม และช่วยให้สามารถคลี่คลายข้อสงสัยได้มากขึ้น แต่ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดทุกด้าน ก่อนสรุปผลการมรณภาพของเจ้าคุณเสนาะอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

ผบ.ตร.เผยผลตรวจ 'ลายมือ-รอยเท้า' เป็นของเจ้าคุณเสนาะ แต่ยังไม่สรุปฆ่าตัวตายหรือไม่ ตั้ง 'ปัญญา' คลี่คลายคดีพบชิ้นส่วนมนุษย์ลอยเจ้าพระยา

 

3 ก.พ. 59  จากกรณีพระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) หรือเจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ใช้ผ้าคาดเอวผูกคอมรณภาพภายในกุฏิ หลังจากนั้นมีการพบจดหมายลาตาย จำนวน 2 ฉบับ และมีการเก็บหลักฐานต่างๆ เอาไว้ทั้งหมด ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น.  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า คดีนี้เมื่อเช้าได้คุยกับ พฐ. ทราบเบื้องต้นเกี่ยวกับผลตรวจลายมือบนจดหมาย 2 ฉบับ และรอยเท้า เป็นของเจ้าคุณเสนาะจริง ตามที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านั้น ส่วนเรื่องเงินงบประมาณ 67 ล้านบาท ที่ใช้ในการจัดงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวน โดยคดีมีความคลี่คลายขึ้นเยอะแล้ว เหลือเพียงแค่ผลพิสูจน์ทางเทคนิค ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า เป็นการฆ่าตัวตาย (อัตวินิบาตกรรม) หรือไม่

 

 

 

ที่มา  :  เดลินิวส์-มติชน-คมชัดลึก  :  3 กุมภาพันธ์ 2559

 


 

 

 

 

 

สกู๊ปพิเศษ : เดลินิวส์

 

กรณีเจ้าคุณเสนาะมรณภาพ

ปริศนา หรือว่า..ตายธรรมดา ?

 

 

 

 

 

 

 

สกู๊ปพิเศษ : เดลินิวส์

 

เปิดปมปริศนา "เจ้าคุณเสนาะ" มรณภาพ

"ถูกฆ่า-ฆ่าตัว" ขอเวลาพิสูจน์ความจริง

 

การมรณภาพของ พระพรหมสุธี (เจ้าคุณเสนาะ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ด้วยการทำอัตวินิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย) ด้วยวิธีผูกคอตนเอง ภายในกุฏิ คณะ 1 วัดสระเกศ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ ส่อเค้าจะมีเงื่อนงำบางอย่าง หลัง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ระบุด้วยสัญชาตญาณนักสืบว่า มีเงื่อนงำและให้ชุดสืบสวนสอบสวนเชิงลึกทุกมิติ ว่า มรณภาพจากอัตวินิบาตกรรมจริงหรือไม่ เงื่อนงำบางประการ...ข้อสังเกตการไม่ใช้รัดประคดของสงฆ์ผูกคอ นั่นคือปมเล็ก ๆ ที่ปกปิดอยู่ในเรื่องราวใหญ่ๆ และยิ่งมีประโยคปิดท้าย "ผมมั่นใจว่าจับได้" ทำเอาคดีฆ่าตัวตายธรรมดาที่ตำรวจนครบาล ไม่ว่าจะท้องที่หรือชุดสืบสวนต่างฟันธงกันไปแล้วว่าเป็นการฆ่าตัวตายจากอาการซึมเศร้าและความเครียด ต้องมานั่งนับหนึ่งใหม่

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 25 ม.ค. 59 ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ได้รับแจ้งว่ามีพระเถระผู้ใหญ่ได้ผูกคอตนเอง ภายในกุฏิ คณะ 1 วัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุที่เกิดเหตุเป็นกุฏิชั้นเดียว ยกพื้น มีรั้วรอบขอบชิด

ตำรวจพบร่าง พระพรหมสุธี อายุ 58 ปี มรณภาพอยู่บนเตียงในกุฏิด้านปีกขวาหลัง พระลูกวัดผู้พบศพคนแรกนำร่างลงมาจากขื่อหลังคาชานจุดที่พบศพหน้ากุฏิ เมื่อเวลาผ่านไปราว 3 ชั่วโมง บรรดาพระลูกวัดช่วยกันนำร่างของ พระพรหมสุธี ออกมาจากประตูด้านหน้ากุฏิคณะ 1 ด้วยความโศกเศร้า ก่อนนำขึ้นรถตู้ไปยังสถาบันนิติเวชฯ รพ.ตำรวจเพื่อให้แพทย์ชันสูตรหาสาเหตุการมรณภาพ ซึ่งทางแพทย์ได้ลงความเห็นว่า สาเหตุการมรณภาพมาจากการขาดอากาศหายใจ จากการถูกกดรัดบริเวณลำคอ จากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ในที่เกิดเหตุ ส่วนรอยรัดบริเวณลำคอเกิดจากการผูกรัดปกติหรือไม่นั้น ถ้าเป็นการดูในตอนนี้ถือว่าไม่ได้ขัดแย้งอะไร และผ้าที่เจ้าคุณเสนาะใช้ผูกคอตายมันไม่ใช่สายรัดประคด แต่เป็นผ้ารัดอกเอามาผูกต่อกัน

ขณะที่การสอบปากคำพระ-คนสนิทของพระพรหมสุธี ทราบว่า ก่อนจำวัดในตอนค่ำได้ถวายยานอนหลับให้พระพรหมสุธี ตามแพทย์สั่งก่อนจำวัด

จากการชันสูตรศพพบว่า มรณภาพก่อนพบศพประมาณ 4 ชั่วโมง โดยพบศพเวลาประมาณ 07.30 น. จึงสันนิษฐานได้ว่า มรณภาพเวลา 03.30 น.

ส่วนยาที่ฉันแพทย์ให้ความเห็นว่า เป็นยาคลายเครียด และมีผลกล่อมประสาททำให้หลับง่ายขึ้น แต่ออกฤทธิ์ไม่รุนแรงถึงขนาดที่ว่าทานเข้าไปแล้วจะไม่รู้สึกตัว

แต่เรื่องราวส่อเค้าชวนให้มีพิรุธ เมื่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตั้งข้อสงสัยในหลายประเด็น จึงสั่งการให้สืบสวนเชิงลึกในหลายมิติ

แต่แล้วปมทุกอย่างส่อเค้าว่ามีบางอย่างซ่อนอยู่จริง เมื่อ นายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายของ พระพรหมสุธี นำจดหมายลาตายเขียนด้วยลายมือ ที่คาดว่าเป็นของ พระพรหมสุธี 2 ฉบับ มามอบให้ตำรวจไว้เป็นหลักฐาน

 

 

จดหมายฉบับแรก มีใจความว่า

 

ท่านพระมหากฤษณะ ช่วยดำเนินการศพของผมด้วย จัดแบบเรียบง่าย มีอะไรก็ปรึกษานายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายของผม ถ้าเป็นไปได้ ควรจัดเผาศพโยมมารดาของผมไปในวันเดียวกันก็จะเป็นการดี ข้อสำคัญ

1. ต้องแจ้งตำรวจพิสูจน์ศพ เพื่อออกใบมรณบัตร

2. แจ้งทางเขาด้วยหรือเปล่าหรือแจ้งหมอให้มาพิสูจน์

3. แจ้งเจ้าอาวาส เพื่อทราบว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร

4. ถ้าวัดสระเกศขัดข้อง ขอให้พระมหากฤษณะเรียนเจ้าอาวาสวัดพลับพลาไชย เพื่อ ดำเนินการ

 

ลงชื่อ พระพรหมสุธี

 

 

 

แผ่นที่ 2 ใจความว่า

 

เงินที่อยู่ในกระเป๋านี้ ถ้าจัดการงานศพผมแล้ว มีเงินเหลืออยู่ ขอให้พระมหากฤษณะ มอบให้ทางนายเอกวัฒน์ ส่วนสิ่งของอื่นๆ มอบให้พระมหากฤษณะ ส่วนเงินตราต่างประเทศ ถ้ามีถวายพระมหากฤษณะ

 

นอกจากจดหมายฉบับแรก ตำรวจยังพบจดหมายสั่งเสียอีกฉบับ ขณะเข้าตรวจสอบกุฏิในวันเกิดเหตุ เขียนด้วยลายมือที่คาดเป็นของพระพรหมสุธี ที่มีบางคำหวัดจนอ่านยาก ใจความว่า

 

1. ปัจจัยที่เป็นเงินสดก็ดี ที่อยู่ในบัญชีธนาคารก็ดี ถวายเข้าวัดสระเกศ

2. พระเครื่องและสิ่ง ของอื่นๆ ที่เป็นสมบัติของข้าพเจ้าถวายให้พระมหากฤษณะ

 

ลงชื่อ พระพรหมสุธี

 

 

ทั้ง 2 ฉบับ "การพบจดหมายสั่งเสียของเจ้าคุณเสนาะนั้น เต็มไปด้วยข้อพิรุธ โดยเฉพาะในประเด็นที่ข้อความของจดหมาย 2 ฉบับขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องเงินของพระพรหมสุธี โดยฉบับหนึ่งสั่งพระมหากฤษณะมอบให้นายเอกวัฒน์ แต่อีกฉบับกลับสั่งมอบให้วัดสระเกศ อีกทั้งเหตุใดนายเอกวัฒน์ ซึ่งเป็นผู้เก็บไว้ จึงไม่นำมาแสดงตั้งแต่วันที่พบศพ"

"ตำรวจจะตรวจสอบเชิงลึกเพื่อให้ทราบว่า ใครเป็นคนพบจดหมายสั่งเสียคนแรก ระหว่างพระลูกศิษย์ หรือนายเอกวัฒน์ นอกจากนี้ยังพบว่าเนื้อหา ในจดหมายสั่งเสียผิดปกติ โดยเฉพาะเรื่องเงินจัดงานศพ ที่มีการระบุคำว่า "ถ้ามี" เพราะเจ้าของทรัพย์จะต้องรู้อยู่แล้วว่ามีเงินอยู่หรือไม่ รวมทั้งยาที่ฉันก่อนนอนนั้นเป็นเพียงยาคลายเครียด ช่วยให้นอนหลับง่าย แต่ไม่ถึงกับหลับลึกโดยไม่รู้สึกตัว อีกทั้งประเด็นที่ว่าจะทำให้มีสติตื่นขึ้นมาผูกคอตายได้หรือไม่"

แต่แล้วปริศนาที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ทิ้งไว้ก็เผยขึ้น และเปิดเผยเพื่อความชัดเจนว่า เหตุที่ต้องให้ชุดสืบสวนสอบสวนในหลายมิตินั้น เพื่อที่จะตอบสังคมได้ ทั้งนี้ จดหมายที่พบก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้หายสงสัยไประดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ก็ต้องส่งจดหมายดังกล่าวให้กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ตรวจสอบว่าเป็นลายมือของเจ้าคุณเสนาะหรือไม่ ขณะเดียวกันก็มีการตรวจสอบว่ามีบุคคลเข้า-ออก กุฏิของเจ้าคุณเสนาะก่อนหน้านั้นหรือไม่

เบื้องต้นพบว่า เจ้าคุณเสนาะมีอาการป่วย 2 ช่วง โดยช่วงแรกมีการรักษาหายแล้ว และช่วงหลังที่ท่านไม่ไปพบแพทย์ อาการป่วยอาจจะกลับมา

ในส่วนของประเด็นจดหมายนั้น เบื้องต้น จากการสอบถามคนที่คุ้นเคยก็บอกว่า เป็นลายมือของเจ้าคุณเสนาะ

จากประสบการณ์ที่ทำงานด้านการสืบสวน หากเกิดกรณีการเสียชีวิต ก็เป็นไปได้เพียง 2 กรณี คือ การเสียชีวิตด้วยตัวเอง และถูกกระทำให้เสียชีวิต

โดยส่วนตัวมองว่า กรณีนี้ยังปกติ ส่วนจะมีประเด็นอะไรสนับสนุนว่าเจ้าคุณเสนาะฆ่าตัวตายเอง ตรงนี้ก็ต้องรอผลพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุจากเจ้าหน้าที่ พฐ.

การพบจดหมายดังกล่าวทำให้ตำรวจให้น้ำหนักการฆ่าตัวตายหรือไม่นั้น ส่วนตัวมองว่า ก็เป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่ง ซึ่งก็ดีเหมือนกัน แต่เราต้องพิสูจน์ว่าเป็นลายมือเจ้าคุณเสนาะจริงหรือไม่ คดีนี้ตำรวจพยายามดำเนินการอย่างรอบคอบ ต้องทำทุกมิติ สังคมจะได้ไม่สงสัย ส่วนประเด็นที่ก่อนเหตุเจ้าคุณเสนาะรับประทานยานอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาแขวนคอตนเองนั้น ชุดสืบสวนยังไม่ได้ตัดประเด็น ประเด็นอะไรที่ขัดแย้ง จนนำไปสู่การฆาตกรรมหรือไม่นั้น ก็ยังมีอยู่ ...

ปริศนาที่รอคำตอบอีกไม่ช้านี้การมรณภาพของเจ้าคุณเสนาะ จนถึงขณะนี้ยังสรุปไม่ได้ว่าเกิดจากการทำอัตวินิบาตกรรมหรือไม่

หลังจากนี้คงต้องจับตาว่าชุดสืบสวนจะคลี่คลายคดีนี้อย่างไร โดยเฉพาะจดหมายสั่งเสียของเจ้าคุณเสนาะ ที่ยังเต็มไปด้วยข้อพิรุธในบางประเด็น และแฝงไปด้วยคำถามว่า เป็นลายมือของเจ้าคุณเสนาะจริงหรือไม่ หรือใครเป็นผู้ทำขึ้นมา หลักฐานทางวิทยาศาสตร์เท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์

 

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

 

 

 

 

ที่มา  :  เดลินิวส์   :  1 กุมภาพันธ์ 2559

 


 

 

 

 

 

พบปากกาเจ้าคุณเสนาะ 1 ด้าม !

 

สงสัยใช้เขียนจดหมายลาตาย

ตำรวจส่งตรวจพิสูจน์หลักฐานว่าเขียนจริงหรือไม่ ?

 

แหม..ตรวจตั้งนาน พบแค่ปากกาด้ามเดียวเองเหรอ นึกว่าจะเจอสมุด ดินสอ ไม้บรรทัด ยางลบ ฯลฯ ถามว่า ทั้งกุฏิมีแค่นี้เองเหรอ แล้วอย่างอื่นล่ะ เห็นว่าเจ้าคุณเสนาะท่านเคร่งครัด ไม่จับเงินทอง กองไว้เต็มกุฏิจนปลวกกิน แล้วเจ้าหน้าที่ไม่พบเลยหรือ เอาแค่นี้นะ ที่เหลือคุยกันหลังไมค์ !

 

 

 

 

 

 

 

 

พบปากกา "เจ้าคุณเสนาะ" เขียน จ.ม. สั่งลา ส่งพฐ. ตรวจลายนิ้วมือ

 

 

เมื่อวันที่ 31 มกราคม รายงานข่าวจากชุดสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)เปิดเผยความคืบหน้ากรณีพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มรณภาพภายในกุฏิใช้การทำอัตวินิบาตกรรมว่า พนักงานสอบสวนเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องรวมถึงญาติของพระพรหมสุธีมาสอบปากคำรวมประมาณ 12 ปาก ในประเด็นต่างๆ เช่น มีทรัพย์สินมรดกหรือไม่ พร้อมตรวจสอบว่าทำประกันชีวิตรวมทั้งพินัยกรรมไว้ให้ญาติคนใด ซึ่งต้องดำเนินการสอบสวนให้ครบทุกประเด็นเพื่อให้สิ้นความสงสัย สำหรับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในวัดช่วงระยะเวลาที่เกิดเหตุ จำนวน 16 ตัว พบว่ากล้องวงจรปิดสามารถใช้งานได้เพียง 1 ตัวเท่านั้น ตรวจสอบไม่พบความผิดปกติ ซึ่งจะประสานขอกล้องวงจรปิดจากกรุงเทพมหานครที่ติดตั้งนอกวัดมาตรวจสอบเพิ่มเติม

 

ข่าวแจ้งอีกว่า ปากกาที่เจ้าคุณเสนาะใช้เขียนจดหมาย จำนวน 2 ฉบับ ก่อนทำการอัตวินิบาตกรรม เบื้องต้นตำรวจพบปากกาจำนวน 1 ด้าม ในถุงผ้าของพระพรหมสุธีเมื่อวันที่ 30 มกราคม พนักงานสอบสวนส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานกลาง (สพฐ. )ดำเนินการตรวจสอบว่าเป็นปากกาด้ามเดียวกับที่ใช้เขียนจดหมายหรือไม่ ทั้งนี้คาดว่าผลการตรวจพิสูจน์หลักฐานต่างๆ รวมถึงผลพิษวิทยา จะออกมาในสัปดาห์หน้า โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะเป็นผู้แถลงต่อไป

 

 

 

ที่มา  :  มติชน   :  1 กุมภาพันธ์ 2559

 


 

 

 

 

 

ผู้จัดการแปลกใจ !

 

 

 

ในท่าทีของจักรทิพย์-เจ้ากรมสีกากี

กรณี เจ้าคุณเสนาะ มรณภาพ

"มั่นใจจับได้แน่"

 

ถามว่า มั่นใจอะไร จับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 


ชำแหละปมฆ่าตัวตาย "เจ้าคุณเสนาะ"

 

มือขวา..สมเด็จเกี่ยว

 

ลูกพี่..เพ่น้ำฝน

 

พระพรหมสุธี ที่...ไม่ธรรมดา

 

 

 

 

ผู้จัดการสุดสัปดาห์ -การกระทำ อัตวินิบาตกรรม ด้วยการใช้ ประคดผูกคอตาย ของ พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) หรือ เจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2559 ถือเป็นเหตุการณ์ที่ประวัติศาสตร์สงฆ์ไทยจะต้องจารึกเอาไว้เลยทีเดียว
       
เพราะต้องไม่ลืมว่า เจ้าคุณเสนาะนั้นไม่ใช่พระธรรมดา หากแต่มีสมณศักดิ์ ที่ ชั้นพรหม หรือที่ศัพท์ทางพระเรียกกันว่า พระราชาคณะเจ้าคณะชั้นหิรัญบัฏ ซึ่งอีกเพียงชั้นเดียวก็ได้เป็น สมเด็จพระราชาคณะ แล้ว และในปัจจุบันมีพระที่ได้รับสมณศักดิ์ในชั้นนี้เพียง 23 รูป(ทั้งมหานิกายและธรรมยุตินิกาย) เท่านั้น
       
นอกจากนี้ พระพรหมสุธีหรือเจ้าคุณเสนาะยังเคยมีตำแหน่งในทางการปกครองของคณะสงฆ์ไทยมากมายหลายตำแหน่ง เช่น เคยเป็น เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เคยเป็น กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เคยเป็นเจ้าคณะภาค 12(ดูแลพระสงฆ์และวัดใน 4 จังหวัดประกอบด้วย จังหวัดปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว) เคยรักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา และเคยเป็นประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นต้น
       
ที่ต้องไม่ลืมคือ เจ้าคุณเสนาะถือเป็นพระผู้มากบารมี และทรงอิทธิพลรูปหนึ่งในสังคมไทย และเป็นที่รับรู้กันมาตลอดว่า เจ้าคุณเสนาะคือ มือขวา ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชที่ล่วงลับไปแล้ว

รวมถึงที่ต้องขีดเส้นใต้สองเส้นเป็นกรณีพิเศษก็คือ เจ้าคุณเสนาะนั้นคือ ลูกพี่ ของ พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ กิตฺติจิตฺโต หรือ หลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม ขาใหญ่แห่งเมืองนครปฐม ผู้ซึ่งเจ้าคุณเสนาะแต่งตั้งให้เป็นฐานานุกรม จนสามารถเบ่งกล้ามชนิดไม่กลัวเกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม
       
และเคยได้รับการคาดการณ์เสียด้วยซ้ำ ไปว่าจะได้รับการสถาปนาขึ้น เป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์ สืบต่อจากผู้เป็นอาจารย์เสียด้วยซ้ำไป
       
นี่คือความยิ่งใหญ่ของเจ้าคุณเสนาะ
       
ดังนั้น การกระทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการผูกคอตายของเจ้าคุณเสนาะจึงเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดา หากแต่เต็มไปด้วยเงื่อนงำสารพัดสารพัด รวมทั้งน่าจะมีผลต่อโครงสร้างทางการปกครองของคณะสงฆ์ไทยอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต
       
คำถามก็คือ ทำไมเจ้าคุณเสนาะถึงตัดสินใจฆ่าตัวตายทั้งๆ ที่รู้ว่า ในพระพุทธศาสนา การฆ่าตัวตายคือบาปมหันต์ และจะต้องเวียนว่ายตายเกิดเพื่อชดใช้กรรมไปอีกไม่รู้จักกี่ภพกี่ชาติ
       
กล่าวสำหรับเจ้าคุณเสนาะนั้น ถือเป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มีเส้นทางชีวิตที่น่าสนใจยิ่งจนสร้างประวัติศาสตร์สะท้านกรุงรัตนโกสินทร์มาแล้ว โดยอุปสมบทเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2521 ที่พระอุโบสถวัดสระเกศราชวิหาร ได้รับฉายาว่า ปญฺญาวชิโร มีความหมายว่า ผู้มีปัญญาอันเฉียบแหลมน
       
หลังจากอุปสมบทก็ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และทำหน้าที่ดังกล่าวมาอย่างยาวนาน จนเปรียบเสมือนแขนขวาของเจ้าประคุณสมเด็จเกี่ยวเลยก็ว่าได้

ในปี 2530 ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตร ฐานานุกรมในพระพรหมคุณาภรณ์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ที่ พระครูปลัดสุวัฒนพรหมคุณ ต่อมาในปีเดียวกันได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่ พระปัญญาวชิราภรณ์
       
จากนั้นก็ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์มาโดยตลอด ในปี 2535 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่พระราชสิทธิมงคล ปี 2540 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพโสภณ ปี 2543 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมสิทธิเวที และปี 2548 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ พระพรหมสุธี
       
การได้รับสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองของเจ้าคุณเสนาะที่ พระพรหมสุธี ถือเป็นเหตุการณ์ที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์คณะสงฆ์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เลยทีเดียว เพราะได้รับสมณศักดิ์ชั้นดังกล่าวทั้งที่มีอายุไม่ถึง 50 ปี เนื่องจากขณะนั้นเจ้าคุณเสนาะมีอายุเพียง 45 ปี และอายุพรรษาที่ 27 พรรษา
       
 

ทั้งนี้ ในประวัติศาสตร์ มีพระเพียง 4 รูปเท่านั้นที่ได้รับการสถาปนาในลักษณะดังกล่าวคือ สมเด็จพระพุฒาจารย์(อาจ อาสโภ) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ กทม. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก(เจริญ สุวฑฺฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร กทม. สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กทม. และพระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กทม.
       
 

ที่เด็ดไปกว่านั้นคือ เจ้าคุณเสนาะเป็นพระสงฆ์รูปเดียวของกรุงรัตนโกสินทร์ที่ได้รับการสถาปนาในขณะที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส
       
 

ด้วยเหตุนี้ จะเห็นได้ว่า เจ้าคุณเสนาะมีเส้นทางชีวิตในสมณเพศที่ไม่ธรรมดา และมูลเหตุที่เป็นเช่นนั้นปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเพราะเจ้าคุณเสนาะทำงานรับใช้ใกล้ชิดสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย โดยเฉพาะหลังจากที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประชวร และเสด็จเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
       
เรียกว่า ถนนทุกสายมุ่งหน้าสู่กุฏิของเจ้าคุณเสนาะเลยก็ว่าได้
       
ตัวอย่างความยิ่งใหญ่ของเจ้าคุณเสนาะเห็นจะหนีไม่พ้นกรณี หลวงพี่น้ำฝน เพราะใครเลยจะไปคิดว่า พระที่เต็มไปด้วยข้อกล่าวหาสารพัดสารพัดจะได้รับการแต่งตั้งเป็นฐานานุกรม และทันทีที่หลวงพี่น้ำฝนได้รับการแต่งตั้ง จากเจ้าคุณเสนาะ ก็เดินอกผายไหล่ผึ่งถือตาลปัตรกลับวัดไผ่ล้อมอย่างไม่เกรงกลัวใคร และฉับพลันข้อร้องเรียนต่างๆ ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ก็เงียบหายเป็นปลิดทิ้ง
       
นอกจากนี้ หากยังจำกันได้ เจ้าคุณเสนาะยังเคยรักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา วัดที่ได้ชื่อว่ามีผลประโยชน์และเงินทองมากมายมหาศาล อยู่เป็นเวลาหลายปี ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเช่นกัน
       
โดยเรื่องของวัดโสธร เริ่มขึ้นเมื่อปี 2547 ที่พระราชมงคลวุฒาจารย์ หรือเจ้าคุณสุธีร์ เจ้าอาวาสในสมัยนั้นเกิดมีปัญหากับพระลูกวัดจนถูกร้องถึงมหาเถรสมาคม และมีคำสั่งปลดออกจากตำแหน่ง

หลังพระราชมงคลวุฒาจารย์ มรณภาพ มหาเถรสมาคมก็ได้มอบหมายให้ พระพรหมสุธี มาทำหน้าที่รักษาการเจ้าอาวาสระหว่างปี 2547 - 2552 รวมระยะเวลาครองวัด 5 ปีเต็ม
       
ระหว่างการดูแลวัดโสธรฯ ช่วง 2549 พระอุโบสถหลังใหม่ของวัดโสธรฯ ถูกเปิดให้ประชาชนเข้านมัสการหลวงพ่อโสธร ได้ตามความศรัทธา แต่ห้ามนำธูปเทียนเข้าไปจุด ซึ่งช่วงนี้เองที่นายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายของเจ้าคุณเสนาะ นำดอกกล้วยไม้ของสวนตัวเองเข้าไปเสนอเพื่อให้ประชาชนนำเข้าไปสักการะภายในพระอุโบสถ ซทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการช่วยเอื้อประโยชน์ให้กับคนในครอบครัว
       
กระทั่งปี 2552 เจ้าคุณเสนาะได้เสนอชื่อพระราชมงคลรังษี เจ้าอาวาสวัดท่าสะอ้าน เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ รูปใหม่แต่ปัญหาภายในวัดก็ยังไม่จบ โดยช่วงต้นปี 2553 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 รูป ออกมาคัดค้านการแต่งตั้งบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นเจ้าอาวาส ทำให้เจ้าคุณเสนาะในฐานะเจ้าคณะภาค 12 มีคำสั่งพักงานทุกตำแหน่งของผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 รูป เพื่อสอบพระจาริยาสังขาธิการ ซึ่งเรื่องนี้ถูกปล่อยทิ้งไว้นานเกือบ 5 ปี โดยไม่มีคำสั่งใดๆ ออกมา
       
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า มหาเถรสมาคม(มส.) ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบเจ้าคุณเสนาะในกรณีทุจริตเงินบริจาคของวัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เป็นประธาน
       
ส่วนเรื่องที่หลายคนเชื่อว่าเป็น ปม อันนำไปสู่การทำอัตวินิบาตกรรมของเจ้าคุณเสนาะนั้น เห็นจะหนีไม่พ้นกรณีการทุจริตการจัดซื้อโต๊ะหมู่บูชาในงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มูลค่า 67 ล้านบาท
       
เรื่องนี้มีที่มาที่ไปสืบเนื่องจากสำนักตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) พบความผิดปกติในการเบิกจ่ายงบประมาณที่เจ้าคุณเสนาะเป็นผู้ดูแลอยู่ ซึ่งเป็นเงินที่ใช้ในการจัดงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯและอดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จำนวน 67 ล้านบาท โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ได้มีหนังสือแจ้งรายงานทางลับกับผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ถึงความผิดปกติในการใช้งบประมาณดังกล่าว
       
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เห็นว่าทางสตง.ได้มีหนังสือแจ้งรายงานถึงความผิดปกติของการใช้งบประมาณแผ่นดิน ที่ใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จำนวน 67 ล้านบาทมาอย่างต่อเนื่อง จำนวน 3 ฉบับ โดยฉบับสุดท้าย คือ วันที่ 8 มกราคม 2558 ซึ่งสตง.ได้มารายงานทางลับโดยตรงกับผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งผมก็อยู่ด้วยในเหตุการณ์ดังกล่าว และเนื่องจากเป็นเรื่องลับที่ สตง.มารายงานตรงต่อหลวงพ่อ ผมก็ต้องออกมาจากห้องของท่านด้วย ดังนั้น เรื่องการปลดพระพรหมสุธี จึงมีสาเหตุหลักมาจากตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดิน จำนวน 67 ล้านบาท นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แจกแจง
       
ปมของเรื่องนี้อยู่ตรงที่เจ้าคุณเสนาะได้เบิกเงินงบประมาณแผ่นดินจำนวน 67 ล้านบาทเพื่อซื้อโต๊ะหมู่บูชานำไปแจกให้กับวัดวาอารามต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งๆ ที่โดยข้อเท็จจริงแล้วมีประชาชนได้บริจาคเงินสร้างโต๊ะหมู่บูชาให้จนครบจำนวนอยู่แล้ว
       
นั่นจึงเป็นเหตุให้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ลงนามพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช สั่งปลดเจ้าคุณเสนาะ ออกจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2558 และถูกสั่งพักตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ในวันต่อมา ขณะเดียวกัน พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้แต่งตั้งพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ให้ดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศแทน
       
เมื่อสมเด็จพระสังฆราชมีพระบัญชาให้เจ้าคุณเสนาะออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ จึงส่งผลให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง เจ้าคณะภาค 12 ด้วย กระทั่งต่อมา 20 มกราคม 2558 มหาเถรสมาคม (พศ.)ได้มีคำสั่งปลดจากตำแหน่ง ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ
       
 การสั่งพักงานเจ้าคุณเสนาะทั้ง 3 ตำแหน่ง ได้แก่ เจ้าอาวาส เจ้าคณะภาค และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นไปตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 23 ว่าด้วยระเบียบการปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ. 2541 และอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลของพระสงฆ์ที่มีคุณสมบัติและมีความเหมาะสมที่จะเป็นกรรมการ มส.รูปใหม่ ต่อไป
       
 ส่วนแนวทางแก้ปัญหางบประมาณ 67 ล้านบาทนั้น พระเถระชั้นผู้ใหญ่เห็นว่าควรที่จะคืนเงินให้แก่ พศ .เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น และไม่ให้กระทบต่อคณะสงฆ์โดยภาพรวม ผอ.พศ.แจกแจง
       
มีรายงานว่า สำหรับการตรวจสอบของ สตง. นั้น อ้างคำสัมภาษณ์ของ นายพิศิษฐ์ เมื่อมกราคม 2558 พบว่าช่วงแรก พระพรหมสุธี ไม่ค่อยให้ความร่วมมือนัก แต่เมื่อมีการทำความเข้าใจ รวมถึง สตง. ได้ส่งหนังสือไปยังประธานกรรมการมหาเถรสมาคม เพื่อรายงานเกี่ยวกับการตรวจสอบเป็นระยะ ทำให้ได้รับความร่วมมือจากทางวัดสระเกศมากขึ้น
       
ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าคุณเสนาะยังถูกโจมตีอย่างหนักถึงพฤติกรรมที่น่าเคลือบแคลงหลายอย่าง โดยมีข้อมูลตีแผ่ออกมาทางโซเชียลเน็ตเวิร์คผ่านเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า ตีแผ่ความจริง คนไร้คุณธรรม ไร้ความเป็นผู้นำ ที่ระบุถึง ความร่ำรวยผิดปกติของ พระพรหมสุธี เช่น ธุรกิจสวนกล้วยไม้กว่า 300 ไร่ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท, สวนมะยงชิด, ฟาร์มเพาะพันธุ์ไก่ชน, เพาะพันธุ์ปลากัด, เพาะพันธุ์นกเขา, ธุรกิจปล่อยเงินกู้, รวมถึงการเป็นเจ้าของรีสอร์ทหรู ธุรกิจบ้านจัดสรร รวมแล้วมีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ซึ่งเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวเปิดเผยรายละเอียดเป็นเอกสารกว่า จำนวน 19 หน้า
       
ทั้งนี้ พระพรหมสุธี ยอมรับว่าธุรกิจที่ถูกอ้างถึงในสื่อสังคมออนไลน์ เป็นธุรกิจของครอบครัวที่มีอยู่เดิม แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน ขณะที่ทรัพย์สิน เช่น รถยนต์ราคาแพงกว่า 20 คัน ได้มาโดยการบริจาคของลูกศิษย์ โดยส่วนใหญ่นำไปใช้ในกิจการของวัด พร้อมทั้งปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจรีสอร์ท หรือบ้านจัดสรร ตามที่ถูกกล่าวหา แต่อย่างใด

 

นอกจากนั้น เจ้าคุณเสนาะยังมีปัญหาความขัดแย้งภายในวัดสระเกศเองอีกด้วย กล่าวคือหลังเข้ารับตำแหน่งสืบต่อจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ไม่นานนัก เจ้าคุณเสนาะก็ได้มีคำสั่งปลด พระพรหมสิทธิ หรือเจ้าคุณธงชัย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสผู้รับผิดชอบดูแลพระบรมบรรพตภูเขาทอง ทั้งที่เป็นศิษย์ร่วมวัดเดียวกันและสนองงานสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มาไล่เรี่ยกัน โดยให้เหตุผลเรื่องการบริหารเงินของเจ้าคุณธงชัย ว่าน่าจะเข้าข่ายทุจริต และมีความพยามยามที่จะเป็นคดีความทางกฎหมาย จึงทำให้คนภายนอกมองว่า การกระทำของเจ้าคุณเสนาะไม่เหมาะสม เพราะการดูแลพระบรมบรรพตของเจ้าคุณธงชัย เป็นไปบัญชาของสมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยว อุปเสโณ) ก่อนการมรณภาพ
       
ทว่า ในที่สุด เจ้าคุณเสนาะก็ต้องพ่ายแพ้เมื่อเจอคดีโต๊ะหมู่บูชา ทำให้ถูกปลดออกจากตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ทุกตำแหน่ง รวมทั้งตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศด้วย
       
จากการให้ข้อมูลของ พระมหากฤษณะ กิตฺติปัญโญ พระอุปัฏฐากของเจ้าคุณเสนาะ รวมทั้งน้องชายของเจ้าคุณเสนาะ ทำให้ทราบว่า นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ที่ถูกตรวจสอบและถูกปลดออกจากการปกครองของคณะสงฆ์ในทุกระดับ เจ้าคุณเสนาะก็มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปโดยมีอาการเครียด รวมทั้งมักมีอาการมือและหัวใจสั่น จนต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพ และต้องฉันยาเป็นประจำวันละ 4 เวลา ตั้งแต่ พ.ศ. 2558
       
นอกจากนี้ เวลาญาติโยมมาเยี่ยมหรือแม้แต่พระสงฆ์เข้ามาสักการะก็จะพูดคุยไม่นาน ทั้งยังเคยเปรยอีกด้วยว่า เบื่อ ไม่อยากอยู่แล้ว
       
นี่กระมังจึงเป็นเหตุทำให้เจ้าคุณเสนาะ คิดมาก เนื่องจากไม่สามารถปล่อยวาง อำนาจวาสนา ซึ่งเคยได้ลิ้มชิมรสมาโดยตลอดได้ ทั้งๆ ที่บวชเรียนมาตลอดชีวิต รวมทั้งสอนพระปริยัติธรรมให้กับลูกศิษย์ลูกหามามากมาย รวมทั้งเจ้าคุณเสนาะเองก็น่าจะได้รับรู้ข้อมูลมาบ้างแล้วว่า ได้มีการเคลียร์เรื่องนี้จบสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากการช่วยเหลือของหลายฝ่าย
       
ดังที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมายืนยันภายหลังการมรณภาพแล้วว่า ไม่มีความผิด เพราะเงินได้กลับเข้าไปสู่ระบบแล้ว เหมือนการยืมเงินทดรองไป ถ้าไม่มีการร้องเรียนขึ้นมาเงินนั้นอาจมีปัญหาก็ได้ แต่วันนี้เงินกลับไปแล้วก็จบ
       
และนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ออกมายืนยันเช่นกันว่า การจ่ายเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินทดรองจ่าย ซึ่งหลังจากที่พระพรหมสุธีพ้นจากตำแหน่งเจ้าอาวาส ได้นำเงินมาคืนให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดังนั้นเงินหลวงไม่มีอะไรเสียหาย ซึ่งเรื่องนี้ได้ยุติไปก่อนหน้านี้แล้ว และพระพรหมสุธีไม่มีคดีอะไร ส่วนเงินส่วนที่เหลือตรวจสอบแล้วพบว่าเบิกจ่ายตรงตามวัตถุประสงค์
       
แต่ก็ช้าเกินไป ช้าเกินไปกว่าความเครียดที่เกาะกินหัวใจของเจ้าคุณเสนาะจนอยากจะเยียวยาและตัดสินใจใช้ประคดผูกคอตายในท้ายที่สุด
       
 

ที่น่าแปลกใจเสียยิ่งกว่าก็คือ ท่าทีของ "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ที่ไปคนละทิศทาง ต่อการเสียชีวิตของเจ้าคุณเสนาะ

เพราะในขณะที่ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า

 

ในเบื้องต้นไม่ใช่การฆาตกรรม

 

แต่ "บิ๊กแป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา" ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กลับออกมาด้วยท่าทีทะแม่งๆ ว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ไปสืบสวนสอบสวนในเชิงลึก เพราะพบเงื่อนงำที่ต้องไปตรวจสอบเพิ่มเติม

 

แถมยังโพล่งออกมาด้วยว่า

ผมมั่นใจว่าจับได้ !


งานนี้ก็คงต้องติดตามกันต่อไปว่า การเสียชีวิตของเจ้าคุณเสนาะ จะมีเงื่อนงำจริง อย่างที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ตั้งข้อสงสัยเอาไว้หรือไม่ 

 

 

 

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์  :  30 มกราคม 2559

 


 

 

 

 

 

ไม่หายสงสัย-แต่ไม่กล้าฟันธง !

 

 

ผบ.ตร.แถลงข่าวเจ้าคุณเสนาะ

"รูปคดียังปกติ"

เล่นสำนวน..ก็ยังมีข้อสงสัย แต่..ตนบอกไม่ได้ !

 

 

 

 

สรุปก็คือไม่สรุปไง ความสงสัยที่ ผบ.ตร.พูดถึงนั้น ท่านระบุว่า "มหาชนสงสัย" แต่ดูไปแล้วจะเป็น "ผบ.ตร." เองนั่นแหละที่สงสัย ซึ่งความจริงแล้ว ใครก็มีสิทธิ์สงสัยได้ แต่นี่ ผบ.ตร.กลับโพล่งออกปากว่า "มั่นใจว่าจับได้แน่" มันก็เลยกลายเป็นการ "ชี้นำ" ให้สังคมมองตาม ว่าระดับ ผบ.ตร. ฟันธงนั้น ต้องได้พยานหลักฐานที่มั่นคงชนิดรอดยากแล้วจึงพูดออกมา แต่นี่กลับตั้งข้อสงสัยไว้ในใจ (ความในใจบอกใครไม่ได้) แถมเถลไถลไปถึงคดีนายห้างทองของตระกูลธรรมวัฒนะไปโน่น จักรทิพย์-ผบ.ตร. หนุ่มแน่นที่สุดแห่งยุคสมัย จะตายเพราะปากหรือไม่ หรือจะหาทางลงอย่างไร วันนี้ทำคดีได้แค่ 50/50 ทั้งๆ ที่ฟันธงล่วงหน้าว่า "จับได้แน่" แล้วถามว่าอะไรคือ "แน่" ถ้าแน่คือ "ปกติ" หรือ "แค่น่าสงสัย" โอษฐภัยกำลังมาเยือนกรมตำรวจแล้วล่ะโยม

 

 

 

 

 

 

 

 

"ผมมั่นใจว่าจับได้แน่"

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

 

ผบ.ตร.ไม่สิ้นสงสัย ปมมรณภาพ "เจ้าคุณเสนาะ" สั่งสอบคนใกล้ชิด ยกคดี "ห้างทอง" เป็นตัวอย่าง

 

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 29 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนกรณีการมรณภาพของพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ว่าหลังจากที่ตนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนไปเมื่อสองวันที่ผ่านมา หลังจากนั้นก็ได้รับทราบจาก พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 ได้มีการไปตรวจสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง และได้พบจดหมายของเจ้าคุณเสนาะ ซึ่งก็ต้องมีการตรวจพิสูจน์ว่าจดหมายที่พบเป็นลายมือของเจ้าคุณเสนาะจริงหรือไม่ กรณีนี้จึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอีกสักระยะ

จดหมายที่พบ ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้หายสงสัยไประดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ก็ต้องส่งจดหมายดังกล่าวให้กองพิสูจน์หลักฐานกลาง ตรวจสอบว่าเป็นลายมือของเจ้าคุณเสนาะหรือไม่อย่างไร ขณะเดียวกันก็มีการตรวจสอบว่ามีบุคคลเข้า-ออก กุฏิของเจ้าคุณเสนาะก่อนหน้านั้นหรือไม่ ส่วนจะใช้เวลาในการตรวจสอบมากน้อยเพียงใด ผมไม่ได้กำหนดกรอบเวลา ให้เจ้าหน้าที่ทำงานอย่างเต็มที่ ก่อนหน้านี้ได้มอบหมายให้ไปพบพยาน 2-3 คน ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดเจ้าคุณเสนาะที่ไม่ใช่พระภิกษุ ขณะนี้คลี่คลายความสงสัยไปได้ในระดับหนึ่ง เพราะได้เจอจดหมาย และเป็นสิ่งที่ค่อนข้างพอจะยืนยันได้ ผบ.ตร.กล่าว และว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปสอบปากคำแพทย์ที่รักษาเจ้าคุณเสนาะ ซึ่งน่าจะมีมากกว่า 2 คน ทราบเบื้องต้นว่าเจ้าคุณเสนาะมีอาการป่วย 2 ช่วง โดยช่วงแรกมีการรักษาหายแล้ว และช่วงหลังที่ท่านไม่ไปพบแพทย์อาการป่วยอาจจะกลับมา แต่ตนไม่ทราบรายละเอียดในเชิงลึก ทราบเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น

 

เมื่อถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าจดหมายที่พบเป็นลายมือเจ้าคุณเสนาะ

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า จากการสอบถามคนที่คุ้นเคยก็บอกว่าเป็นลายมือของเจ้าคุณเสนาะ อย่างไรก็ตาม ตำรวจมีกระบวนการตรวจสอบอยู่แล้ว เป็นการตรวจสอบเปรียบเทียบลายมือว่าเป็นคนคนเดียวกันหรือไม่

 

เมื่อถามต่อว่า ส่วนตัว ผบ.ตร.ให้น้ำหนักเป็นการฆ่าตัวตายหรือไม่

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ทำงานด้านการสืบสวน หากเกิดกรณีการเสียชีวิตก็เป็นไปได้เพียง 2 กรณี คือ การเสียชีวิตด้วยตัวเอง และถูกกระทำให้เสียชีวิต โดยส่วนตัวมองว่ากรณีนี้ยังปกติ ส่วนจะมีประเด็นอะไรสนับสนุนว่าเจ้าคุณเสนาะฆ่าตัวตายเอง ตรงนี้ก็ต้องรอผลพิสูจน์ลายนิ้วมือแฝงที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุจากเจ้าหน้าที่ พฐ.

 

เมื่อถามว่า การพบจดหมายดังกล่าวทำให้ตำรวจให้น้ำหนักการฆ่าตัวตายหรือไม่นั้น

 

ผบ.ตร.กล่าวว่า ก็เป็นพยานหลักฐานอย่างหนึ่ง ซึ่งก็ดีเหมือนกัน แต่เราต้องพิสูจน์ว่าเป็นลายมือเจ้าคุณเสนาะจริงหรือไม่ ส่วนจะเชื่อกี่เปอร์เซ็นต์ ตนไม่มีความชำนาญในเรื่องพิสูจน์ลายนิ้วมือ ต้องรอผู้ที่ชำนาญด้านนี้ ส่วนการตรวจพิสูจน์ด้านพิษวิทยา ตนไม่ทราบว่าผลออกมาหรือยัง แต่ตนคงไม่มีการเร่งรัด เพราะหากเร่งรีบจะทำให้เกิดความผิดพลาดได้

 

ถามต่อว่า คดีนี้ยังมีประเด็นที่ยังติดใจสงสัยหรือไม่

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจพยายามดำเนินการอย่างรอบคอบ ต้องทำทุกมิติ สังคมจะได้ไม่สงสัย

 

ถามถึงกรณีก่อนเหตุเจ้าคุณเสนาะรับประทานยานอนหลับแล้วตื่นขึ้นมาแขวนคอ

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า เรายังไม่ได้ตัดประเด็น อย่างที่ตนบอกว่าต้องขอเวลาทำงานก่อน

 

ถามว่า นอกจากหลักฐานที่รอการตรวจพิสูจน์ ทั้งลายนิ้วมือแฝง และการตรวจทางพิษวิทยา มีประเด็นอะไรที่ขัดแย้ง จนนำไปสู่การฆาตกรรมหรือไม่

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ก็ยังมีอยู่ แต่ตนไม่สามารถบอกได้

 

ถามย้ำว่า ข้อพิรุธดังกล่าวนำไปสู่การฆาตกรรมหรือไม่

 

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ก็มันไม่แน่ไง ตนสงสัยอะไรก็ต้องพิสูจน์ทราบ ซึ่งอาจจะกลับมาที่ท่านฆ่าตัวตายเองก็ได้ แต่ขอชี้แจงว่าตรงนี้ไม่ใช่ข้อพิรุธในคดี เพราะปกติในการทำคดีมีลำดับขั้นตอนที่ต้องทำ ตรงนี้เป็นการมาดูว่าเราได้ทำครบหรือยัง ถ้าทำครบแล้วก็จะเป็นตัวชี้วัดว่าควรจะไปทางไหนอย่างไร

 

เมื่อถามว่า เหตุใดจึงยังติดใจสงสัย

 

ผบ.ตร.กล่าวว่า ในการสืบสวนสอบสวนต้องทำให้ครบ ให้สิ้นสงสัย ในอดีตก็มีหลายคดีคล้ายๆ กัน เช่น คดีนายห้างทอง ธรรมวัฒนะ หรือคดี 2 แม่ลูกตระกูลศรีธนขัณฑ์ คดีนี้จึงต้องสืบสวนสอบสวนให้สิ้นความ หมดข้อสงสัยทุกประเด็น

 

 

 

ที่มา : มติชน  :  30 มกราคม 2559

 


 

 

 

 

ช่วย-ซวย !

 

 

 

ช่วย..ประคองร่างเจ้าคุณเสนาะ หวังว่าจะช่วยชีวิต

แต่กลับกลายเป็น..ซวย

 

ถูกสงสัยว่าทำไม..เคลื่อนย้ายศพ !

 

 

ถามว่า ! อนที่เข้าไปช่วยนั้น ทางผู้ช่วยเขา "รู้" หรือยัง ว่าเจ้าคุณเสนาะมรณภาพแล้ว คือยังเป็นคนหรือกลายเป็นศพ คิดตรงนี้ก่อนสิคุณตำรวจ ก่อนจะมองประเด็นอื่น ถ้าการช่วยเหลือกลายเป็นประเด็นน่าสงสัย ต่อไปก็คงไม่มีใครช่วยใครแล้ว ใครจะเป็นจะตายก็ต้อง "รอ" เจ้าหน้าที่ตำรวจลูกเดียว มาช้ามาไวก็อย่าไปสน เพราะถ้าขืนไปทำอะไร คุณก็จะกลายเป็น "ผู้ต้องหา" ทันที ถามว่า ระบบนี้มีด้วยหรือ ?

 

 

 

 

 

 

 

 

รองโฆษก ตร. เผย "เจ้าคุณเสนาะ" ทานยาคลายเครียด วันละ 4 เวลา ปรารภพระใกล้ชิด "ตายแล้วไปไหน"

 

 

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา โฆษก ตร. กล่าวถึงการตรวจสอบจดหมายที่พบภายในกุฏิของพระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ว่า เบื้องต้นสันนิษฐานว่าเป็นลายมือของเจ้าคุณเสนาะ แต่ก็ได้นำจดหมายส่งกองพิสูจน์หลักฐานพร้อมเร่งรัดให้มีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นลายมือของเจ้าคุณเสนาะหรือไม่

ด้าน พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย รองโฆษก ตร. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เก็บวัตถุพยานทุกอย่างภายในกุฏิไว้ทั้งหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจพิสูจน์ ในส่วนของจดหมายนั้น โดย พระมหากฤษณะ กิตฺติปัญโญ พระอุปัฏฐาก ที่ใกล้ชิดเจ้าคุณเสนาะ เป็นผู้พบเอกสารแล้วนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งภายในจดหมายเป็นการแจ้งถึงความประสงค์ที่ต้องการให้ดำเนินการภายหลังมรณภาพเท่านั้น ทั้งนี้ พระมหากฤษณะ ระบุ เจ้าคุณเสนาะเคยมีการพูดตัดพ้อในเรื่องความตายเชิง "ตายแล้วไปไหน" 2 ครั้ง ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา และเจ้าหน้าที่ยังได้มีการส่งตัวอย่างเลือดและของเหลวในร่างกายเพื่อตรวจสอบด้านพิษวิทยา ว่ามีสารเคมีชนิดใดในเลือดบ้าง พร้อมส่งพนักงานสอบสวนเดินทางเข้าพบกับแพทย์ประจำตัวของเจ้าคุณเสนาะด้วย

 

"จากการสอบสวนบุคคลใกล้ชิดทราบว่า ภายหลังจากพระพรหมสุธีถูกปลดจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม ก็เริ่มพบแพทย์และต้องรับประทานยาคลายเครียดถึงวันละ 4 ครั้ง และก่อนนอนต้องทานยานอนหลับ มาเป็นเวลานานกว่าปีเศษหลังเกิดเรื่อง ส่วนประเด็นความสงสัยเรื่องคนใกล้ชิดขนย้ายร่างของพระพรหมสุธีหลังจากถูกพบว่ากระทำการอัตวินิบาตกรรมนั้น ทางคนใกล้ชิดให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า เนื่องจากนาทีนั้น หวังว่าจะสามารถช่วยชีวิตได้" รองโฆษก ตร.  กล่าว

 

 

 

 

ที่มา : มติชน  :  29 มกราคม 2559

 


 

 

 

 

เรื่องยาว !

 

 

ตำรวจยืดคดีเจ้าคุณเสนาะ

ยังสรุปไม่ได้ว่าฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรม

 

จดหมาย "เขียนขัดแย้ง" กันเอง

ขอเวลาอีก 1 เดือนจึงจะกระจ่าง !

 

 

 

 

อ้า ! ถ้างั้นเรื่องศพเจ้าคุณเสนาะล่ะ ที่บอกว่าจะเผา "วันที่ 3" เดือนหน้าน่ะ จะได้เผาหรือเปล่า เพราะถ้าคดียังไม่เคลียร์ เกิดใครไปสั่งเผาเข้า ก็อาจจะโดนข้อหาทำลายหลักฐานอีก ซวยเห็นๆ แล้วจะเอายังไงกันล่ะ ในพินัยกรรมก็สั่งไว้แค่ 2 คน คือน้องชายกับพระมหากฤษณะ แต่ทั้งสองท่านกลับถูก "ระแวง" ว่ามีส่วนในการเสียชีวิตของเจ้าของพินัยกรรมเสียเอง มันก็พิลึกพิลั่นแล้วล่ะ ถ้าทั้งสองท่านที่เป็นทั้งญาติทั้งศิษย์ คอยดูแลสารทุกข์สุกดิบเจ้าคุณเสนาะ มาตลอดเวลาสองปีที่ตกทุกข์ได้ยากนั้น ยังตกอยู่ในสภาพแบบนี้ แล้วจะมีใครเข้าใกล้ศพเจ้าคุณเสนาะอีก เพราะผู้อยู่ในพินัยกรรมตกเป็นผู้ต้องสงสัยไปเสียแล้ว เห็นทีต้องจุดธูปวิงวอนขอ "ดวงวิญญาณอาจารย์เสนาะ" ช่วยเข้าฝัน ไปอธิบายกับเจ้าหน้าที่ให้คดีกระจ่างโดยเร็ว !

 

 

 

 

 

 

จดหมาย 2 ฉบับขัดแย้งกันเอง

 

ยังไม่สรุป "เจ้าคุณเสนาะ" ฆ่าตัวหรือฆาตกรรม

 

 

 

 

รองโฆษก ตร. เผยคืบคดี "เจ้าคุณเสนาะ" รอผลตรวจสอบ 1 เดือน ยังสรุปไม่ได้ ฆ่าตัวตายหรือถูกฆาตกรรม พบ เนื้อหาจดหมาย 2 ฉบับ ขัดแย้งกันเองเรื่องจัดการทรัพย์สิน

 

 

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 59 พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุถึงความคืบหน้า ภายหลัง พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ผูกคอมรณภาพในกุฏิ ว่า ขณะนี้ต้องรอผลการตรวจพิษวิทยา การฉันยานอนหลับก่อนเสียชีวิต การตรวจรอยเท้าที่โต๊ะว่าเป็นการปีนโต๊ะเพื่อผูกคอด้วยตัวเองหรือไม่ และการตรวจลายนิ้วมือเพื่อพิสูจน์ทราบจดหมายลาตาย 2 ฉบับ ของพระพรหมสุธี ที่เนื้อหาขัดแย้งกันเองในเรื่องการจัดการทรัพย์สิน

ทั้งนี้ ต้องรอผลการตรวจสอบประมาณ 1 เดือน จึงทำให้ตำรวจยังไม่สรุปว่าฆ่าตัวตาย หรือถูกฆาตกรรม โดยชุดสอบสวนอยู่ระหว่างการสอบปากคำแพทย์ที่จ่ายยารักษาอาการเครียดของ พระพรหมสุธี ที่พบว่า พระพรหมสุธี ต้องฉันยาคลายเครียดวันละ 3 มื้อ และยานอนหลับก่อนนอน มาเป็นระยะเวลาประมาณ 1 ปีเศษ เพื่อตรวจสอบปริมาณยานอนหลับในกระแสเลือด ว่ามีปริมาณสอดคล้องกับปริมาณยาที่ฉันหรือไม่ และระยะเวลาการฉันยานอนหลับกับเวลาที่ผูกคอว่าอยู่ในอาการง่วงซึมหรือไม่

 

สำหรับคดีนี้ เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา ตำรวจได้รับแจ้งเหตุ เจ้าคุณเสนาะ ผูกคอมรณภาพภายในกุฏิ ซึ่งก่อนหน้านี้ พระพรหมสุธี ถูกปลดจากเจ้าอาวาส เนื่องจากถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบพบว่ามีพฤติกรรมส่อทุจริตต่องบประมาณแผ่นดิน จำนวน 67 ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติเป็นค่าใช้จ่ายในพิธีพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์

 

 

 

 

ที่มา : ไทยรัฐ  :  29 มกราคม 2559

 


 

 

 

 

 

น้องชาย-ศิษย์ใกล้ชิด  !

 

 

ตำรวจสอบถี่ยิบประเด็นมรณะเจ้าคุณเสนาะ

วิเคราะห์แม้แต่..ข้อความในจดหมายลาตาย !

 

 

เฮ้อ ! อาจารย์เหนาะก็ จะเขียนจดหมายลาตายทั้งที ก็น่าจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเขาตรวจสำนวนดูก่อน ถ้าเห็นว่าผ่านจึงค่อย "ตาย" ได้ ไม่งั้นจะตายยาก ลำบากคนอยู่ภายหลังดังที่เห็นนี่แหละ ไปงานศพน่าจะได้ไว้อาลัย แต่กลับมานั่งมองหน้ากันด้วยความหวาดระแวง มันเป็นบรรยากาศ "พิลึกที่สุด" เท่าที่เคยมีในวัดสระเกศ !

 

 

 

 

 

 

 

 

คดีเจ้าคุณเสนาะมรณภาพพบพิรุธอื้อ ตำรวจเร่งสอบเชิงลึก "น้องชาย"

 

 

การมรณภาพของพระพรหมสุธี (เจ้าคุณเสนาะ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ยังเต็มไปด้วยข้อพิรุธ โดยพนักงานสอบสวนพบว่าจดหมายสั่งเสียของเจ้าคุณเสนาะอยู่ในย่าม เหตุใดนายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายซึ่งเป็นผู้เก็บไว้จึงไม่นำมาแสดงตั้งแต่วันที่พบศพ

 

"ตำรวจจะตรวจสอบเชิงลึก เพื่อให้ทราบว่าใครเป็นคนพบจดหมายสั่งเสียคนแรก ระหว่างพระลูกศิษย์ หรือนายเอกวัฒน์" ตำรวจระบุ

 

นอกจากนี้ยังพบว่า เนื้อหาในจดหมายสั่งเสียผิดปกติ โดยเฉพาะเรื่องเงินจัดงานศพที่มีการระบุคำว่า "ถ้ามี" ซึ่งถือว่าผิดปกติมาก เพราะเจ้าของทรัพย์จะต้องรู้อยู่แล้วว่ามีเงินอยู่หรือไม่

 

พนักงานสอบสวนเปิดเผยว่า ก่อนที่เจ้าคุณเสนาะจะมรณภาพ ลูกศิษย์ได้ถวายยานอนหลับตามที่แพทย์สั่ง ซึ่งจากการสอบปากคำแพทย์พบว่ายาดังกล่าวเป็นเพียงยาคลายเครียด ช่วยให้นอนหลับง่าย แต่ไม่ถึงหลับลึกโดยไม่รู้สึกตัว

 

วันเดียวกัน มีการเปิดจดหมายสั่งเสียของเจ้าคุณเสนาะ 2 ฉบับ โดยฉบับแรกกำชับให้ผ่าพิสูจน์ศพและประกอบพิธีอย่างง่าย ส่วนฉบับที่สองเกี่ยวกับการนำเงินในย่ามไปจัดพิธีศพ

 

 

 

ที่มา : โพสต์ทูเดย์   :  29 มกราคม 2559

 


 

 

 

 

กลัวติดคุก  !

 

 

 

สาเหตุมรณภาพของเจ้าคุณเสนาะ

บอกกับหมอประจำตัว

 

 

 

 

 

จดหมายลาตาย-ยานอนหลับ "ปมใหม่"  เจ้าคุณเสนาะ

 

 

พบหลักฐานใหม่ 'คดีเจ้าคุณเสนาะ' พระเลขาฯ มอบจดหมายลาตาย ผบ.ตร.สั่งตรวจลายมือ คุ้ยพิรุธกินยานอนหลับก่อนผูกคอดับได้อย่างไร

 

 

28 ม.ค. 59  ความคืบหน้ากรณี ผบ.ตร. สั่งให้สอบสวนเชิงลึกทุกมิติในคดีมรณภาพของพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ว่า มรณภาพจากอัตวินิบาตกรรมจริงหรือไม่ เนื่องจากมีสายข่าวแจ้งเงื่อนงำบางประการ และมีข้อสังเกตถึงการใช้ประคดของสงฆ์ผูกคอ นอกจากนี้ยังมีปมพิรุธเรื่องช่วงเวลามรณภาพตั้งแต่ 07.30 น. เมื่อวันที่ 25 มกราคม แต่มีการเคลื่อนย้ายร่างไปวางบนเตียงภายในกุฏิ ตลอดจนการแจ้งเจ้าหน้าที่ล่าช้า โดยมีรายงานว่าก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจจะไปถึงได้มีการเรียกบุคคลเกี่ยวข้องภายในวัดไปพูดคุยหลายเรื่อง ซึ่งปมข้อสงสัยทั้งหมดนี้ต้องรื้อสอบสวนใหม่ทั้งหมด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งตรวจสอบภาพวงจรปิดภายในวัดให้ละเอียดและเชิญผู้เกี่ยวข้องให้ปากคำอีกรอบ ล่าสุดพบหลักฐานใหม่เป็นจดหมายสั่งเสียเขียนด้วยลายมืออ้างว่าเป็นของเจ้าคุณเสนาะมามอบให้พนักงานสอบสวนเพิ่มเติม

ล่าสุด วันนี้ (28 ม.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)  พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 เปิดเผยถึงการสอบสวนคดีมรณภาพของเจ้าคุณเสนาะว่า เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุการมรณภาพอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากทางญาติได้นำจดหมายลาตายเป็นลายมือของเจ้าคุณเสนาะที่เพิ่งตรวจสอบพบมามอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ตรวจสอบ จึงได้ประสานทางพระลูกศิษย์ให้ตรวจสอบข้อความดังกล่าว

 

รายงานข่าวจากชุดสืบสวนแจ้งว่า จดหมายลาตายของเจ้าคุณเสนาะ มีจำนวน 2 ฉบับ เขียนด้วยลายมือ โดยฉบับที่ 1 มี 2 แผ่น แผ่นแรกมีใจความว่า ท่านพระมหากฤษณะ ช่วยดำเนินการศพของผมด้วย จัดแบบเรียบง่าย มีอะไรก็ปรึกษานายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายของผม ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจัดเผาศพ โยมมารดาของผมไปในวันเดียวกัน ก็จะเป็นการดี ข้อสำคัญ 1.ต้องแจ้งตำรวจเพื่อพิสูจน์ศพ เพื่อออกใบมรณบัตร 2.แจ้งทางเขาด้วยหรือเปล่า หรือแจ้งหมอให้มาพิสูจน์ 3.แจ้งเจ้าอาวาส เพื่อทราบว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร 4.ถ้าวัดสระเกศขัดข้อง ก็ขอให้มหากฤษณะเรียนเจ้าอาวาสวัดพลับพลาชัย เพื่อดำเนินการ" ลงชื่อ พระพรหมสุธี

ส่วนแผ่นที่ 2 มีข้อความระบุว่า เงินที่อยู่ในกระเป๋านี้ ถ้าจัดการงานศพผมแล้ว มีเงินเหลืออยู่ ขอให้พระมหากฤษณะมอบให้นายเอกวัฒน์ ส่วนสิ่งของอื่นๆ มอบให้พระมหากฤษณะ ส่วนเงินตราต่างประเทศ ถ้ามีถวายพระกฤษณะ" ลงชื่อ พระพรหมสุธี

 

สำหรับจดหมายฉบับที่ 2 เขียนด้วยลายมือหวัด จนบางคำอ่านไม่ออก มีใจความว่า 1.ปัจจัยที่เป็นเงินสดก็ดี ที่อยู่ในบัญชีธนาคารก็ดี ถวายเข้าวัดสระเกศ 2.พระเครื่องและสิ่งของอื่นๆ ที่เป็นสมบัติของข้าพเจ้าถวายให้พระมหากฤษณะ ทั้งนี้ ฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างตรวจสอบว่ากรณีเรื่องเงินซึ่งข้อความในจดหมายฉบับที่ 1 ได้สั่งให้พระมหากฤษณะมอบให้นายเอกวัฒน์ น้องชาย แต่จดหมายฉบับที่ 2 สั่งให้มอบเงินสดให้แก่วัดสระเกศ

 

 

 

 

ผบ.ตร.สั่งตรวจจดหมายลาตาย

 

 

พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจาก พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 ว่าเมื่อเช้าที่ผ่านมา พระมหากฤษณะ ซึ่งเป็นพระเลขาฯ ได้นำจดหมายสั่งเสียมอบให้พนักงานสอบสวน ซึ่ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้นำจดหมายที่พบส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานเพื่อเปรียบเทียบว่าเป็นลายมือของเจ้าคุณเสนาะหรือไม่ รวมถึงบนกระดาษมีลายนิ้วมือแฝงหรือไม่อย่างไร

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่พบร่างของเจ้าคุณเสนาะ ทำไมถึงไม่พบจดหมายที่ลงลายมือไว้ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าวว่า จดหมายฉบับดังกล่าวอยู่ในกระเป๋าของเจ้าคุณเสนาะ หลังเกิดเหตุ 1 วัน พระมหากฤษณะเข้าไปดูสิ่งของเครื่องใช้ของเจ้าคุณเสนาะ จึงพบกระเป๋าถือของเจ้าคุณเสนาะ

 

 

 

พิรุธฉันยานอนหลับก่อนผูกคอ

 

 

รายงานจากชุดสืบสวนสอบสวนเปิดเผยด้วยว่า จากผลชันสูตรศพเกิดจากขาดอากาศหายใจ เนื่องจากถูกกดรัดบริเวณลำคอ โดยรอยรัดสอดคล้องกับสภาพศพที่ถูกแขวนคอ รวมทั้งจากการตรวจสอบในกุฏิ ไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้น และไม่พบบาดแผลตามร่างกาย ขณะที่ญาติไม่ติดใจสาเหตุการมรณภาพ อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนพระใกล้ชิดทราบว่า ก่อนจำวัดในตอนค่ำ มีพระใกล้ชิดถวายยานอนหลับให้เจ้าคุณเสนาะตามที่แพทย์โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งเป็นผู้จ่ายยา โดยเจ้าคุณเสนาะรับยาไปฉันก่อนหลับไป

 ประเด็นนี้ตำรวจกำลังสอบปากคำแพทย์ผู้ทำการรักษาถึงฤทธิ์ยานอนหลับ เนื่องจากผลชันสูตรศพพบว่ามรณภาพก่อนพบศพประมาณ 4 ชั่วโมง โดยพบศพเวลาประมาณ 07.30 น. จึงสันนิษฐานได้ว่าเจ้าคุณเสนาะมรณภาพเวลาประมาณ 03.30 น. โดยต้องสอบปากคำแพทย์ในประเด็นฤทธิ์ยานอนหลับว่าจะทำให้คนไข้มีสติตื่นขึ้นมาผูกคอตายได้หรือไม่ แหล่งข่าวกล่าวและว่า ส่วนกรณีผ้าที่ใช้ผูกคอนั้นไม่ใช่สายรัดประคดแต่เป็นผ้าห่มพันหน้าอก โดยเอามาผูกต่อกัน โดยในวันที่ 29 มกราคม เจ้าหน้าที่ตำรวจจะจำลองเหตุการณ์ผูกคอตายของเจ้าคุณเสนาะอีกครั้งหนึ่ง

 

แหล่งข่าวระบุอีกว่า จากการสอบปากคำแพทย์ผู้รักษาเจ้าคุณเสนาะให้การว่า เจ้าคุณเสนาะรักษาอาการป่วยตั้งแต่ต้นปี 2558 โดยผู้ป่วยมีอาการเครียดเรื่องปัญหาบางอย่างและเกรงว่าอาจทำให้ผู้ป่วยมีปัญหา ซึ่งแพทย์ผู้รักษาได้ให้ยารักษาเกี่ยวกับความเครียดและให้คำแนะนำ จนกระทั่งมีอาการดีขึ้นตามลำดับ แต่ช่วงเดือนธันวาคมจนกระทั่งเดือนมกราคมทางผู้ป่วยไม่ได้เดินทางไปพบแพทย์ เพียงแต่ให้คนใกล้ชิดมารับยารักษาอาการแทน ทางแพทย์ผู้รักษาไม่ได้พูดคุยกับผู้ป่วยโดยตรง จนกระทั่งมาทราบว่าผู้ป่วยมรณภาพ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ เจ้าคุณเสนาะเคยปรับทุกข์กับแพทย์ว่าอยากฆ่าตัวตายเพราะกลัวติดคุก

 

 

 

สั่งตรวจหาสารพิษในร่างกาย

 

 

วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า คดีเจ้าคุณเสนาะขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบพยานหลักฐาน โดยตนได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ ไล่เก็บกล้องวงจรปิด และสอบพยานภายในวัดทั้งหมด พร้อมทั้งได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนร้องขอให้แพทย์และกองพิสูจน์หลักฐานตรวจหาสารพิษภายในร่างกายของเจ้าคุณเสนาะ ซึ่งต้องรอผลตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนจดหมายลาตายที่ทางญาติพบและเพิ่งนำมามอบให้นั้น จะส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบลายมือว่าเป็นของเจ้าคุณเสนาะหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับผลชันสูตรที่ออกมาแล้ว เบื้องต้นยืนยันว่าเป็นการมรณภาพจากการขาดอากาศหายใจ

 

ขณะที่ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) สำนังานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (สพฐ.ตร.) กล่าวว่า สพฐ.กำลังเร่งรวบรวมเก็บหลักฐานต่างๆ เช่น ลายนิ้วมือ และส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้ผูกคอยังไม่ยืนยันว่าเป็นประคดหรืออาจจะเป็นผ้าคาดเอวก็ได้ โดยส่วนนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมและต้องรอผลการตรวจสอบให้แน่ชัด อีกทั้งในวันที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานก็ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรก เมื่อไปถึงก็เห็นศพถูกนำลงมานอนบนเตียงภายในกุฏิเรียบร้อยแล้ว

 

ลักษณะแบบนี้จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าใครเป็นคนนำร่างของเจ้าคุณเสนาะลงมา และนำลงมาด้วยวิธีไหน เบื้องต้นทราบแล้วว่าใครเป็นคนนำร่างลงมา แต่ต้องสอบถามไปยัง สน.สำราญราษฎร์ เจ้าของพื้นที่ ซึ่งในวันที่เกิดเหตุไม่ได้เดินทางไปด้วยตัวเอง แต่ได้รับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา พล.ต.ต.ธวัชชัย ระบุ

 

พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรศพของเจ้าคุณเสนาะ ซึ่งต้องให้เวลากับทีมแพทย์ในการชันสูตร และจะไม่มีการเร่งรัดใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นการทำงานที่มีความละเอียดอ่อน ซึ่งหลังจากผลชันสูตรออกมาแล้ว คณะทีมแพทย์นิติเวชจะประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวน เพื่อวิเคราะห์และหารือในประเด็นต่างๆ ที่สงสัย

 

ส่วนกรณี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ออกมาให้สัมภาษณ์กรณีสงสัยการมรณภาพของเจ้าคุณเสนาะ เรื่องนี้ไม่ทราบ แต่ พล.ต.อ.จักรทิพย์มีข้อมูลทั้งด้านของพนักงานสอบสวนและทางด้านนิติเวช จึงทำให้สามารถวิเคราะห์หรือสงสัยได้ก็เป็นเรื่องธรรมดา พล.ต.ต.นพ.พรชัย กล่าว

 

 

 

 

เรียกสอบปากคำพยานอีกรอบ

 

 

สำหรับการสอบสวนคดี พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ กล่าวว่า คดีนี้ตำรวจได้ตรวจสอบในทุกประเด็น ซึ่งขณะนี้ทุกขั้นตอนก็กำลังดำเนินการอย่างรัดกุม เนื่องจากเจ้าคุณเสนาะเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องสอบสวนเพื่อให้เกิดความกระจ่างและให้ประชาชนได้คลายข้อสงสัย ซึ่งวันนี้ (28 ม.ค.) จะเรียกสอบพยานอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเก็บรายละเอียดต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มความละเอียดของคดีให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้จะต้องรอผลจากการชันสูตรยืนยันมาอีกครั้งด้วยเช่นกัน เพื่อจะนำมาประกอบในสำนวนให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ขอให้มั่นใจได้เลยว่าทุกประเด็นที่ฝ่ายสืบสวนกำลังทำงานอยู่จะสามารถตอบข้อสงสัยให้แก่ประชาชนได้ในทุกประเด็น

 

มีรายงานแจ้งว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้เรียกประชุมทีมงานสืบสวนคดีเจ้าคุณเสนาะในวันที่ 29 มกราคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นจะมีแถลงสรุปผลการตรวจสอบอีกครั้งในช่วงบ่ายวันดังกล่าว

 

 

 

น้องชายเห็นจ.ม.หมดข้อสงสัยแล้ว

 

 

พระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เทอด ญาณวชิโร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ กล่าวว่า น้องชายของเจ้าคุณเสนาะได้มอบเอกสารที่เขียนด้วยลายมือให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว ซึ่งเอกสารนี้ยืนยันว่าเป็นลายมือของท่านจริง เพราะท่านลงลายเซ็นกำกับไว้ด้วย จากเอกสารดังกล่าวก็น่าจะคลายข้อสงสัยลงได้ ก็คงให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ภายหลังจากนี้ทางวัดก็คงจะจัดพิธีศพของท่านให้สมเกียรติ ส่วนอัฐิของท่านได้ปรึกษากับทางญาติเบื้องต้น จะเก็บไว้ที่วัดสระเกศร่วมกับอัฐิบูรพาจารย์ของวัด อีกส่วนหนึ่งทางญาติจะนำไปไว้ที่บ้านเกิดของท่าน

 

ด้าน นายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายเจ้าคุณเสนาะ กล่าวว่า กรณีที่ตำรวจได้มีข้อสงสัยการมรณภาพว่าเกี่ยวพันกับคดีฆาตกรรมหรือไม่นั้น ตนไม่ได้ติดใจอะไร เพราะหลังจากได้เห็นเอกสารการสั่งเสียแล้วก็หมดความสงสัย

 

 

 

 

 

ที่มา : คมชัดลึก  :   29 มกราคม 2559

 


 

 

 

 

 

บันทึกสุดท้าย !

 

 

 

เปิดบันทึกสุดท้าย-ลาตาย ของเจ้าคุณเสนาะ

 

ปิดประเด็นฆาตกรรม !

 

 

 

 

 

 

 

จดหมายลาตายเจ้าคุณเสนาะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน  : 28 มกราคม 2559

 


 

 

 

 

 

สอบพยานเพิ่ม !

 

 

 

 

ตำรวจเดินตามเส้น ผบ.ตร.

 

สอบเชิงลึก "ทุกมิติ" คดีเจ้าคุณเสนาะ

 

 

 

 

 

 

 

คดี "เจ้าคุณเสนาะ" แขวนคอเสียชีวิต ตำรวจเรียกพยานสอบเพิ่มอีกครั้ง

 

วันที่ 28 ม.ค.59 จากกรณีพระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กระทำอัตวินิบาตกรรม (แขวนคอฆ่าตัวตาย) ภายในกุฎิ คณะ1 วัดสระเกศฯ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ม.ค.2559 ที่ผ่านมา ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้ออกมาระบุถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่า อาจมีเงื่อนงำอะไรบ้างอย่าง ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.อ.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผกก.สน.สำราญราษฎร์ กล่าวว่า คดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจสอบในทุกประเด็น ซึ่งขณะนี้ทุกขั้นตอนก็กำลังดำเนินการอย่างรัดกุม เนื่องจากพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ  เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ ดังนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องทำการสอบสวน เพื่อให้เกิดความกระจ่างและให้ประชาชนได้คลายข้อสงสัย

 

"ในวันนี้ จะทำการเรียกสอบพยานอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเก็บรายละเอียดต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มความละเอียดของคดีให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้จะต้องรอผลจากการชันสูตรยืนยันมาอีกครั้งด้วยเช่นกัน เพื่อจะนำมาประกอบในสำนวนให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ขอให้มั่นในได้เลยว่า ทุกประเด็นที่ฝ่ายสืบสวนกำลังทำงานอยู่  จะสามารถตอบข้อสงสัยให้กับประชาชนได้ในทุกประเด็น" ผกก.สน.สำราญราษฎร์ กล่าว

 

 

 

 

ที่มา : คมชัดลึก  : 28 มกราคม 2559


 

 

 

 

 

 

คนใกล้ตัว !

 

 

 

ผบ.ตร.มุ่งเป้าปริศนามรณะเจ้าคุณเสนาะ

 

ศุกร์นี้จะชี้ชัด !

 

 

 

 

 

 

 

จักรทิพย์ไม่เชื่อ 'เจ้าคุณเสนาะ' ฆ่าตัวตาย ผูกคอดับคากุฏิ

 

 

 

ผบ.ตร. ยังไม่เชื่อ เจ้าคุณเสนาะฆ่าตัวตาย หลุดเชื่อว่าจับได้ หากเป็นการฆาตกรรม พร้อมชี้คนทำเป็นคนใกล้ตัว ขอเวลาเจ้าหน้าที่รวบรวมหลักฐาน เพื่อสรุปประเด็นให้ชัดเจนอีกครั้ง

 

วันที่ 27 ม.ค. 59 พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังไม่เชื่อพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ฆ่าตัวตาย โดยให้รอการสืบสวนสอบสวน และผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ชี้หากเป็นการฆาตกรรม เชื่อว่าจะจับกุมคนร้ายได้ เพราะคนร้ายก็น่าจะอยู่ในวงจำกัด โดยสั่ง พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ที่กำกับดูแลนครบาล ตรวจสอบในทุกมิติ ซึ่งจะสรุปประเด็นการมรณภาพได้ และจะมีความชัดเจนในวันศุกร์นี้ โดยเฉพาะประเด็นการใช้เงินกว่า 70 ล้านบาท ในพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จเกี่ยว ที่ สตง. ทำเรื่องขอคืน เนื่องจาก สตง. เห็นความไม่ชอบมาพากล

 

 

 

 

ที่มา : ไทยรัฐ  : 28 มกราคม 2559


 

 

 

 

ประคตมรณะ !

 

 

ปมพิรุธการเสียชีวิตเจ้าคุณเสนาะ

 

บ.ตร. สั่งสอบเชิงลึก !

 

 

 

 

 

พบพิรุธปมประคตรัดคอ "เจ้าคุณเสนาะ" เหตุ ผบ.ตร.ไม่ปักใจฆ่าตัวตาย สั่งสอบสวนเชิงลึกทุกมิติ หาสาเหตุให้ชัดเจน อาจเชิญบุคคลมาให้ปากคำเพิ่ม บช.น.เช็กกล้องวงจรปิดวัดสระเกศ

 

คืบหน้าการสอบสวนสาเหตุการมรณภาพของพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ล่าสุด ผบ.ตร.ได้สั่งให้สอบสวนเชิงลึกทุกมิติ เนื่องจากยังไม่ปักใจว่ามาจากอัตวินิบาตกรรม โดยเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 27 มกราคม 2559  พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.  ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงความคืบหน้า กรณีเจ้าคุณเสนาะกระทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการผูกคอมรณภาพภายในกุฏิ ในรายการข่าวข้นคนเนชั่น ทางเนชั่นทีวีว่า การสั่งการสืบสวนเชิงลึกมาจากเรื่องราวของคดีนี้ และอาจต้องเชิญบุคคลมาให้ปากคำเพิ่มอีก แต่กรณีที่สั่งการไม่ใช่ไปว่าอะไรกับตำรวจนครบาล ซึ่งมีอีกหลายอย่างที่น่าสงสัย เช่น ใช้ประคดแขวนคอ ถ้าใช้จีวรไม่ดีกว่าหรือ

 

"ผมเป็นนักสืบก็ตั้งข้อสังเกตดังกล่าว ผมมีสายของผมอยู่ มีข้อมูลเข้ามา ซึ่งอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ แต่ผมก็ต้องสืบสวน พิสูจน์ก่อน ถ้าไปไม่ได้ก็จบแค่นี้ และคดีนี้ก็ไม่ได้ไปกำหนดกรอบเวลาก็ว่าไปตามหลักฐาน จะเริ่มสอบสวนและฟังข้อมูลจากนครบาลว่ามีอะไรบ้าง ส่วนคดีพระเถระผู้ใหญ่จะมีอุปสรรคหรือไม่ ถ้าเรามีหลักฐานพยานก็ต้องสอบไปตามนั้น" พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าว

 

รายงานข่าวจากชุดสืบสวน เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนต้องทำข้อเท็จจริงให้กระจ่าง หลังมีข้อสงสัยในหลายเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเชือก หรือผ้าคาดอก ที่เจ้าคุณเสนาะใช้ทำอัตวินิบาตกรรม อยู่ที่ไหน รวมถึงพบศพตอนเวลาประมาณ 07.30 น. แต่แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจช้า อีกทั้งรับทราบเบื้องต้นว่าเจ้าคุณเสนาะไม่ได้ผูกคอภายในห้องนอน แต่ผูกด้านนอก แล้วมีการเคลื่อนย้ายร่างมานอนบนเตียง

 

ทั้งนี้ ก่อนที่พนักงานสอบสวน รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปในกุฏิได้ ทางเจ้าอาวาสได้เรียกไปคุยหลายเรื่อง ซึ่งทั้งหมดต้องสืบสวนสอบสวนให้เกิดความชัดเจน

 

พร้อมกันนี้มีรายงานด้วยว่า พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบช.น. ซึ่งควบคุมดูแลงานด้วยสืบสวน ได้สั่งการชุดสืบสวนเก็บหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดภายในวัดทั้งหมด เพื่อประมวลภาพดูย้อนหลัง โดยชุดสืบสวนต้องทำข้อเท็จจริงให้กระจ่าง หลังมีข้อสงสัยในหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเชือกประคต หรือผ้าคาดอก ที่เจ้าคุณเสนาะใช้ทำอัตตนิวิบาตกรรมว่าผ้าดังกล่าวอยู่ไหน รวมถึงการพบศพตอนประมาณ 07.30 น. แต่กลับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจล่าช้า

 

อีกทั้งยังรับแจ้งว่าเจ้าคุณเสนาะไม่ได้ผูกคอตาย แต่มีการผูกจากด้านนอก จากนั้นก็มีการเคลื่อนย้ายร่างมานอนบนเตียง ก่อนที่พนักงานสอบสวนรวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะเข้าไปในภายในกุฏิที่เกิดเหตุ ก่อนหน้านี้มีหลายเรื่องที่มีการเรียกคุยหรือทำความเข้าใจเรื่องการเสียชีวิต  โดยทั้งหมดต้องทำการสืบสวนสอบสวนให้เกิดความชัดเจน จากนั้นถึงมีการแจ้งให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบหลังจากนั้นนานกว่า 1 ชั่วโมง

 

 

 

ที่มา : คมชัดลึก   : 28 มกราคม 2559

 


 

 

 

 

 

ดีพลิก !

 

 

ผบ.ตร.แถลง การตายของเจ้าคุณเสนาะ มีเงื่อนงำ

 

 

ฟันธง ! จับได้แน่ !

 

 

 

 

 

 

ผบ.ตร.พบปมมรณะเจ้าคุณเสนาะ

สั่งสอบเชิงลึก/มั่นใจจับได้

 

 

"บิ๊กแป๊ะ" สั่งสอบเชิงลึกทุกมิติคดีเจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ แขวนคอเสียชีวิต หลังพบเงื่อนงำที่ต้องสอบเพิ่ม แถมลั่น "ผมมั่นใจว่าจับได้"

 

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร มรณภาพภายในกุฏิ ขณะกำลังถูกตรวจสอบเรื่องการใช้เงิน 64 ล้านบาทในการจัดงานพิธีศพ สมเด็จเกี่ยวฯ ว่า ขณะนี้ตนได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รรท.ผบช.น.) ไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนในเชิงลึก เกี่ยวกับสาเหตุการมรณภาพของพระพรหมสุธี ในประเด็นที่ยังมีข้อสงสัยจากตนเพิ่มเติม แม้ผลการชันสูตรจากแพทย์นิติเวชจะระบุว่าเจ้าคุณเสนาะเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ จากการถูกกดรัดบริเวณลำคอตามปกติ แต่การทำงานของตำรวจก็ต้องดำเนินการตรวจสอบในมุมของตำรวจอย่างละเอียดทุกมิติเพื่อความรอบครอบอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ทราบว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร

ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้งทั้งสิ้น พบเงื่อนงำที่ต้องไปตรวจสอบเพิ่มเติม แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ ทั้งนี้ ต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลได้ทำงานก่อน คาดว่าวันที่ 29 ม.ค.นี้จะมีความคืบหน้ามากขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะที่ท่านเป็นนักสืบ มองว่า การมรณภาพของเจ้าคุณเสนาะนั้นมีเงื่อนงำหรือไม่

พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า ผมมั่นใจว่าจับได้

เมื่อถามต่อว่า ที่ว่าจับได้ หมายความว่า นี่ไม่ใช่การตายปกติหรือไม่

ผบ.ตร. กล่าวว่า ก็ต้องรอการผลการสืบสวนสอบสวนจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง เพื่อความรอบคอบ ต้องตรวจสอบโดยละเอียด ทั้งหลักฐานในที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิดในพื้นที่ ต้องสืบสวนเชิงลึกทุกมิติ ก่อนสรุปสาเหตุที่แท้จริงด้าน

พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า คดีนี้ตนได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตัวเอง ซึ่งจากพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุประกอบกับผลการชันสูตรพลิกศพโดยสถาบันนิติเวชวิทยา ที่ระบุว่าเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ จากการถูกกดรัดบริเวณลำคอ ร่องรอยสัมพันธ์กับการผูกคอตาย ทำให้ตอนนี้ยืนยันได้ว่าในเบื้องต้นไม่ใช่การฆาตกรรมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามต้องรอให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้ง

 

 

ที่มา : เดลินิวส์   : 28 มกราคม 2559

 


 

 

 

 

 

ญาติ-พระใกล้ชิด รับศพเจ้าคุณเสนาะ !

 

พิธีรดน้ำศพที่วัดสระเกศ 5 โมงเย็น

 

สมเด็จวัดปากน้ำเป็นประธาน

 

 

 

 

 

 

 

สุดเศร้า ! พระใกล้ชิด-ญาติ รับร่าง "เจ้าคุณเสนาะ" นิติเวช รดน้ำศพ 15.00 น.

 

 

จากกรณีมีผู้พบศพ พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ มรณภาพในกุฏิวัดอย่างเป็นปริศนา ก่อนที่ตำรวจจะได้เข้าตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริง พร้อมส่งร่างไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช จนทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า สาเหตุการเสียชีวิตน่าจะเกิดจากความเครียด จากการถูกปลดออกจากกรรมการมหาเถรสมาคม และถูกสั่งพักงานในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และเจ้าคณะภาค 12 หลังจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจพบความผิดปกติในการบริหารจัดการงบประมาณ จำนวน 67 ล้านบาท ในการจัดงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และอดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชนั้น

 

เมื่อวันที่ 27 มกราคม บรรยากาศที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ในช่วงเช้ามีพระภิกษุสงฆ์จากวัดสระเกศฯและครอบครัว ได้เดินทางติดต่อขอรับศพเจ้าคุณเสนาะ โดยมีสื่อมวลชนจากหลากหลายสำนัก เดินทางมาเฝ้าติดตามท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า

 

นายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชายของเจ้าคุณเสนาะ เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจกับจากการสูญเสียพระพี่ชาย ส่วนกรณีสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน มีการตรวจสอบว่า เจ้าคุณเสนาะนำเงินกว่า 60 ล้านบาท ไปใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือสมเด็จเกี่ยวนั้น ขอบอกว่าเจ้าคุณเสนาะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และตนไม่ได้สนใจในประเด็นดังกล่าว พร้อมกับมั่นใจมาโดยตลอด ซึ่งขณะนี้รู้สึกแค่การสูญเสียพระพี่ชายเท่านั้น ส่วนเรื่องข้อครหาคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมที่จะได้รับทราบข้อเท็จจริงแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม คาดว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถดำเนินการส่งศพเจ้าคุณเสนาะ ให้กับทางญาติหรือตัวแทนผู้มาติดต่อได้ในช่วงบ่ายของวันนี้ เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งจะมีพิธีรดน้ำศพในเวลา 15.00 น. วันนี้

 

 

 

ที่มา : มติชน : 27 มกราคม 2559

 


 

 

 

 

 

ขาดอากาศหายใจ !

 

 

แพทย์สรุปสาเหตุมรณะของเจ้าคุณเสนาะ

 

ญาติทำใจ-เตรียมนำกลับไปบำเพ็ญกุศล

 

 

 

 

 

 

 

นิติเวชชี้เหตุมรณภาพ "เจ้าคุณเสนาะ" ขาดอากาศจากรัดคอ สอดคล้องหลักฐาน ไร้ร่องรอยต่อสู้ 

 

 

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 26 มกราคม ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พล.ต.ต.นพ.พรชัย สุธีระคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดผลการชันสูตรศพพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร  ว่า  จากการตรวจโดยละเอียด ซึ่งดูร่องรอยบาดแผลต่างๆ ที่เกิดขึ้นว่ามีร่องรอยบาดแผลที่ไหนบ้าง สำหรับสาเหตุการมรณภาพนั้นตอนนี้ได้ลงสาเหตุไปคือ ขาดอากาศหายใจ จากการถูกกดรัดโดยลำคอ นั่นคือสิ่งที่ตรวจพบและลงความเห็นจากข้อเท็จจริงที่ตรวจได้ ส่วนบาดแผลในส่วนอื่นนั้น มีบาดแผลเล็กๆ ที่เข่าเท่านั้นเอง ส่วนอื่นก็ไม่มีที่น่าสงสัยเลย ส่วนบาดแผลจะเกิดจากอะไรนั้น เราตอบยากเนื่องจากว่าไม่ทราบขั้นตอนของการเคลื่อนย้ายร่างของท่านหลังจากที่เกิดเหตุ ข้อมูลที่ทราบเบื้องต้นหลังจากเกิดเหตุแล้วมีการเคลื่อนย้ายร่างของท่านไปอยู่บนที่นอน รายละเอียดหลังจากนั้นจะไม่ทราบว่าตอนเคลื่อนย้ายเป็นอย่างไร และถูกอะไรบ้าง ส่วนนี้ไม่ทราบ ตอนนี้เก็บทุกอย่างที่จำเป็นต้องตรวจ เช่น เลือด ปัสสาวะ และส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ อาหาร ดีเอ็นเอต่างๆ ได้มีการตรวจและเก็บไว้หมดแล้ว ส่วนนี้ต้องรอผลในห้องปฏิบัติการตรวจละเอียดอีกครั้ง

ผบก.นต.กล่าวว่า สำหรับรอยรัดบริเวณลำคอเกิดจากการผูกรัดปกติหรือไม่นั้น ถ้าเป็นการดูในตอนนี้ถือว่าไม่ได้ขัดแย้งอะไร ยังไม่สามารถสรุปว่าการรัดคอเกิดจากฆาตกรรมหรือไม่ ตอนนี้เราคงไม่ได้สรุปแบบนั้น ในทางคดีขออนุญาตสันนิษฐานทางร้ายไว้ก่อน และก็ขอตรวจให้ละเอียด รวมถึงขอทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวนว่าได้ข้อมูลอะไรมา การตรวจที่เกิดเหตุเป็นอย่างไรบ้าง จึงจะสรุปว่ากรณีนี้เกิดจากอะไร ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบและไม่มีร่องรอยการต่อสู้ในที่เกิดเหตุ
 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางญาติได้มีการตั้งข้อสังเกตและประสานมาให้ตรวจอะไรเป็นกรณีพิเศษหรือไม่

ผบก.นต.กล่าวว่า ไม่ ตอนนี้ทางญาติไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย อยากให้ตรวจตามระบบเท่านั้นเอง ขณะนี้เพิ่งตรวจศพเสร็จ และหลังจากนี้ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนตามปกติ ส่วนจะเคลื่อนศพวันไหนก็ขึ้นกับทางญาติ ก็สามารถมาติดต่อขอรับได้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะติดต่อขอรับศพกลับไปเมื่อไหร่

เมื่อถามว่า การมรณภาพในครั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตมีปมขัดแย้งในเรื่องของผลประโยชน์เก่าๆ การที่จะนำศพออกไปทำพิธีจะมีผลเทียบเคียงกับคดี นายชูวงษ์ แซ่ตั๊ง นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ที่ผ่านมา ว่ามีการเผาศพก่อนและทำให้คดีนั้นเสียหาย

พล.ต.ต.นพ.พรชัยกล่าวว่า ทางเรามีการเรียนรู้ทุกอย่าง ได้มีการตรวจและบันทึกทุกอย่างไว้หมดแล้ว ไม่ว่าศพจะถูกเคลื่อนย้ายไปที่ไหน จะทำลายไปหรือยัง จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป ขออนุญาตให้ความมั่นใจว่าเราเรียนรู้ทุกอย่าง ปัญหาทุกอย่างไม่ได้เกิดมาเพื่อทำให้รู้สึกว่าไม่ถูกต้อง ปัญหามีไว้เพื่อเรียนรู้และก็พัฒนา ดังนั้น นิติเวชมีการพัฒนาตลอดเวลา

ผบก.นต.กล่าวว่า สำหรับผลตรวจอื่นๆ ขณะนี้ไม่ยืนยันว่าจะออกเมื่อไหร่ เพราะจะเป็นเรื่องขั้นตอนรายละเอียดในการตรวจ บางทีเร่งมากก็ไม่มีประโยชน์ เพราะจะทำให้นักวิทยาศาสตร์กังวลใจ อยากให้ตรวจตามขั้นตอนและมีระบบมาตรฐานไป สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการกำชับในเรื่องของการตรวจให้ละเอียดเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ส่วนศพ พระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ ทางญาติได้แจ้งมาว่าจะรับศพ ในวันที่ 27 มกราคม แต่เรื่องเวลาไม่ได้แจ้งไว้

 

 

 

 

 

ที่มา : มติชน : 27 มกราคม 2559

 

 


 

 

 

 

IT'S OVER

 

 

 

วิษณุยืนยันซ้ำ

 

กรณีเงินงานศพสมเด็จเกี่ยวและเจ้าคุณเสนาะ

 

เมื่อคืนเงินหมดก็จบแล้ว ไม่ผิด !

 

 

 

 

 

 

 

วิษณุยัน "เจ้าคุณเสนาะ" หลังคืนเงินเรื่องจบ ไม่ผิด


เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2559 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ มรณภาพว่า เรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องตรวจสอบถึงสาเหตุของการมรณภาพ ว่าเป็นเพราะอะไร ส่วนการบำเพ็ญกุศล ก็เป็นเรื่องขอญาติ และทางวัด ส่วนกรณีที่มีข้อกล่าวหาเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสการใช้งบประมาณ ในงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ นั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องก็ออกมาชี้แจงแล้วว่าเรื่องดังกล่าวจบไปแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งตนเคยได้ข่าวมาแล้ว เพราะทั้งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็เคยแจ้งตนมาแล้วว่าไม่มีความผิด เพราะเงินได้กลับเข้าไปสู่ระบบแล้ว เหมือนการยืมเงินทดรองไป ถ้าไม่มีการร้องเรียนขึ้นมาเงินนั้นอาจมีปัญหาก็ได้ แต่วันนี้เงินกลับไปแล้วก็จบ

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์  : 26 มกราคม 2559

 


 

 

 

 

 

 

อัตวินิบาตกรรมสะท้านกรุงรัตนโกสินทร์ !

 

เจ้าคุณเสนาะมรณภาพ

 

โดย..ไตรภพ ไตรงู คมชัดลึก

 

 

 


อัตวินิบาตกรรม
สะท้านกรุงรัตนโกสินทร์

 

เจ้าคุณเสนาะมรณภาพ

 

โดย..ไตรภพ ไตรงู คมชัดลึก

 

พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ผูกคอมรณภาพโดยใช้ประคด ก่อนที่จะมีผู้มาพบร่างแล้วเรียกลูกศิษย์คนอื่นๆ มาช่วยกันนำร่างลงมาบนที่นอน

 

แม้มิอาจจะระบุสาเหตุที่พระพรหมสุธีกระทำอัตวินิบาตกรรม แต่จากการสอบปากคำพระลูกวัดที่ดูแลอย่างใกล้ชิด และน้องชาย ทราบว่า พระพรหมสุธี มีโรคประจำตัว คือโรคเครียด มักมีอาการมือและหัวใจสั่น จนต้องฉันยาเป็นประจำวันละ 4 เวลา ซึ่งได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ตั้งแต่ พ.ศ.2558

 

การผูกคอฆ่าตัวตายของเจ้าคุณเสนาะ ถือเป็น อัตวินิบาตกรรมสะท้านกรุงรัตนโกสินทร์ เพราะตั้งแต่อดีตของการสถาปนาพระราชาคณะแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ไม่ปรากฏว่ามีพระราชาคณะรูปใดฆ่าตัวตาย โดยเฉพาะพระราชาคณะที่มีสมณศักดิ์สูงๆ

 

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยคือ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2548 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ พระพรหมสุธี ศีลาจารโสภณ วิมลปัญญาโสภิต วรกิจจานุกิจประยุต วิสุทธิ์ศาสนวราทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ได้รับสมณศักดิ์ชั้นดังกล่าวทั้งที่มีอายุไม่ถึง 50 ปี เนื่องจากขณะนั้น พระพรหมสุธี มีอายุเพียง 45 ปี และบวชพรรษาที่ 27 เท่านั้น

 

น่าสนใจยิ่งกว่านั้น คือเมื่อ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มรณภาพเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2556 พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร จึงแต่งตั้งพระพรหมสุธีเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ในวันที่ 22 ธันวาคม 2556

 

อย่างไรก็ตาม ในเดือนสิงหาคมปี 2557 เจ้าคุณเสนาะต้องผจญกับเรื่องร้ายแรงเมื่อปรากฏข้อมูลเผยแพร่ออกมาว่า เจ้าคุณเสนาะมีทรัพย์สินและธุรกิจมูลค่ากว่าพันล้านบาท รวมถึงมีรถยนต์อีกหลายคัน

 

ในครั้งนั้นเจ้าคุณเสนาะได้ชี้แจงผ่านสื่อมวลชนว่า รถยนต์ที่มีจำนวนหลายคันนั้นไม่ได้ซื้อมาเอง แต่เป็นรถที่มีพุทธศาสนิกชนนำมาถวายตั้งแต่ พ.ศ.2542 ส่วนเรื่องทำธุรกิจปลูกสวนกล้วยไม้และทำหมู่บ้านจัดสรรก็เป็นธุรกิจของญาติ

 

"อาตมาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด โดยเฉพาะเรื่องสวนกล้วยไม้ ญาติของอาตมาทำกิจการนี้มานานนับสิบปีแล้ว ขณะที่เรื่องไก่ชนนั้น ก็เป็นเรื่องที่พุทธศาสนิกชนที่ศรัทธานำมาถวายเช่นกัน แต่ที่มีการกล่าวอ้างถึงว่า เพาะพันธุ์ปลากัดขายนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ส่วนที่มีการระบุว่าอาตมามีทรัพย์สินเป็นพันล้านบาทนั้นหากอาตมามีเงินเป็นพันล้านบาทจริงคงไม่อยู่แล้ว เชื่อว่าข้อมูลดังกล่าวที่ออกมานั้นเป็นขบวนการต้องการล้มเจ้าอาวาส จึงมีการนำข้อมูลต่างๆ มาโยงเข้าด้วยกัน เนื่องจากหลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศได้มีการเปลี่ยนแปลงการบริหารงานภายในวัดจำนวนมากยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นได้เข้าชี้แจงเรื่องทั้งหมดต่อพระเถระชั้นผู้ใหญ่แล้ว

 

ต่อมาในวันที่ 15 มกราคม 2558 สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาให้พระพรหมสุธีออกจากตำแหน่ง กรรมการมหาเถรสมาคม เพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบพบว่า พระพรหมสุธีมีพฤติกรรมไม่โปร่งใสต่องบประมาณแผ่นดิน จำนวน 67 ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติเป็นค่าใช้จ่ายในพิธี พระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) จึงปลดพระพรหมสุธี เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของมหาเถรสมาคมและคณะสงฆ์โดยรวม รวมถึงไม่ให้เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของสังคมต่อไป

 

ขณะเดียวกัน พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามสั่งพระพรหมสุธีพักการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเจ้าอาวาสสระเกศ และให้พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) รักษาการแทน

 

จากนั้นในวันที่ 16 มกราคม สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ได้สั่งให้พระพรหมสุธีพักการปฏิบัติหน้าที่ เจ้าคณะภาค 12 โดยให้พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย) รองเจ้าคณะภาค 12 เป็นรักษาการเจ้าคณะภาค 12 แทน

 

หลังจากโดนมรสุมลูกใหญ่ เจ้าคุณเสนาะเก็บตัวเงียบปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดสระเกศ และกลับมาเป็นข่าวใหญ่ขึ้นอีกครั้งเมื่อท่านกระทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการผูกคอภายในกุฏิ

 

สำหรับชาติภูมิและการเลื่อนสมณศักดิ์ของเจ้าคุณเสนาะนั้น เสนาะ ฝังมุข เป็นชื่อและนามสกุลเดิมของ พระพรหมสุธี เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น 8 ค่ำ เดือน 3 ปีวอก ตรงกับวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เนื่องจากทางบ้านยากจนหลังเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดสามเรือนแล้ว โยมพ่อจึงได้นำไปฝากกับอาจารย์ชุบ เจ้าอาวาสวัดสามเรือน เพื่อจะได้บวชเรียน จากนั้นได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านสร้าง อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2512

 

จากนั้นสามเณรเสนาะได้คอยปรนนิบัติรับใช้อาจารย์ชุบและศึกษาพระธรรมวินัยควบคู่กันไปด้วย จนได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2521 ณ พระอุโบสถ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมคุณาภรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า ปญฺญาวชิโร มีความหมายว่า ผู้มีปัญญาอันเฉียบแหลม

 

หลังจากอุปสมบทก็ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ดูแลงานปกครอง ดูแลด้านการเงิน ในขณะเดียวกันยังเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดสระเกศ เป็นกรรมการตรวจนักธรรมสนามหลวง และกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง

 

พ.ศ. 2530 เป็นพระครูสัญญาบัตร ฐานานุกรมในพระพรหมคุณาภรณ์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ที่ พระครูปลัดสุวัฒนพรหมคุณ

 

5 ธันวาคม 2530 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญที่ พระปัญญาวชิราภรณ์

 

12 สิงหาคม 2535 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสิทธิมงคล วิมลศาสนกิจจาทร ธรรมิกคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

 

5 ธันวาคม 2540 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพโสภณ วิมลปัญญาโสภิต สิทธิวรกิจจานุกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

 

5 ธันวาคม 2543 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมสิทธิเวที ศรีสังฆโสภณ วิมลปัญญาโสภิต วรกิจจานุกิจจาทร มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี

 

5 ธันวาคม 2548 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ พระพรหมสุธี

 

 

 

 

 

ที่มา : คมชัดลึก  : 26 มกราคม 2559


 

 

 

 

 

 

อัตตวินิบาตปริศนา !

 

 

พระพรหมสุธี เสนาะ ปัญญาวชิโร

 

อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณเสนาะ อัตวินิบาตกรรมปริศนา

 

กับข้อกล่าวหาโยงเงินพันล้าน !

 

ทีมข่าวเฉพาะกิจ..ไทยรัฐ

 

25 มกราคม 2559 นับเป็นวันสูญเสีย อีก 1 วัน สำหรับชาวพุทธ โดยเช้านี้ เวลา 08.37 น. พระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือ หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม ได้ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ หลังจากเข้ารักษา ด้วยอาการหอบเหนื่อยจากโรคปอดอักเสบ ที่โรงพยาบาลศิริราช ต่อมาโรครุนแรงขึ้น แพทย์ได้ถวายการช่วยหายใจและถวายการรักษาประคับประคองระบบการหายใจและหลอดเลือดด้วยเครื่องพยุงการทำงานของหัวใจและปอด กระทั่งอาการทรุดลง จนถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ ในวันที่ 25 มกราคม 2559 เวลา 08.37 น.

 

จากนั้นไม่กี่ชั่วโมง ก็มีข่าวช็อกตามมาติดๆ ที่พุทธศาสนิกชนไม่ทันตั้งตัว เมื่อมีรายงานว่า พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) หรือ เจ้าคุณเสนาะ ได้ทำอัตวินิบาตกรรม ด้วยการผูกคอ ภายในกุฏิของท่านเอง

 

สำหรับ เจ้าคุณเสนาะ นั้น มีชื่อเดิม ว่า เสนาะ ฝังมุข เกิดเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2500 ที่ตำบลสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นบุตรของ นายถนอม และนางกระแส ฝังมุข

 

การศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดสามเรือน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ปริญญาตรี คณะพุทธศาสตร์ จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ปี 2527, ปริญญาโท คณะสังคมวิทยา จากมหาวิทยาลัยปูเน่ ประเทศอินเดีย, นักธรรมชั้นเอก และจบเปรียญ 6 ประโยค

 

อุปสมบท เป็นพระภิกษุ ณ วัดสระเกศฯ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมคุณาภรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระญาณรังษี วัดชุมพลนิกายราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระธรรมกิตติโสภณ วัดสระเกศฯ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ (ได้รับฉายาว่า ปญญาวชิโร มีความหมายว่า ผู้มีปัญญาเฉียบแหลม)

 

ลำดับสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระปัญญาวชิราภรณ์ ปี 2535, พระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสิทธิมงคล, พระราชาคณะชั้นเทพ ที่ พระเทพโสภณ ปี 2540, พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมสิทธิเวที ปี 2543, พระราชาคณะชั้นรองสมเด็จ ในราชทินนาม ที่ พระพรหมสุธี วันที่ 5 ธันวาคม 2548

 

เป็นอาจารย์ประจำคณะสังคมวิทยา ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผอ.โรงเรียนบาลี อบรมศึกษา มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดสระเกศฯ นอกจากนี้ ยังเป็นเจ้าคณะภาค 12 ดูแลปกครองใน 4 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี, สระแก้ว, นครนายก และฉะเชิงเทรา โดยยังเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร, เลขานุการสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และเป็นประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 

เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ในปี 2552 และ รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ แทนสมเด็จพุฒาจารย์ ซึ่งต่อมา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้ลงนามพระบัญชาสั่งปลด เจ้าคุณเสนาะ ออกจากตำแหน่ง กรรมการมหาเถรสมาคม ในปีที่แล้ว รวมถึงถูกสั่งให้ออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ส่งผลให้พ้นจากตำแหน่งเจ้าคณะ 12 และปลดจากตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศด้วย

 

เจ้าคุณเสนาะ ถูกคำครหา ว่าร่ำรวยนับพันล้าน อาทิ รถหรู ไม่ต่ำกว่า 20 คัน ธุรกิจสวนกล้วยไม้ 300 ไร่ มีมูลค่ากว่า 100 ล้าน รีสอร์ตหรูหลายหลัง ธุรกิจบ้านจัดสรร มูลค่าไม่ต่ำกว่า 500 ล้าน โดยหลังจากเป็นข่าว พระพรหมสุธี ได้ชี้แจงว่า เรื่องรถยนต์หลายคันยืนยันว่าไม่ได้ซื้อเอง แต่เป็นญาติโยมที่มาถวาย ส่วนธุรกิจกล้วยไม้นั้น ก็เป็นของญาติ ส่วนกรณีที่มีข่าวว่ายักยอกทรัพย์นั้นก็ไม่เป็นความจริง ส่วนสีกา ที่ถูกระบุ ก็เป็นเพียงญาติห่างๆ ได้ถ่ายรูปกัน ที่วัดสระเกศฯ ครั้งเมื่อมีงานศพมารดา

 

"ถ้าอาตมามีเงินเป็นพันล้านบาทจริงคงไม่อยู่หรอก และสึกออกไปแล้ว การเผยแพร่ข่าวป้ายสีนั้น เชื่อว่าเป็นขบวนการล้มเจ้าอาวาส เพราะเรื่องที่จะทำลายพระสงฆ์ได้ มี 2 เรื่องเท่านั้น คือ ผู้หญิง และเงินทอง จึงมีการนำเรื่องมาโยง หลังจากรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ" เจ้าคุณเสนาะ กล่าว เมื่อวันที่ 27 ส.ค.57

 

นอกจากนี้ วันที่ 11 ก.ย.57 เจ้าคุณเสนาะ ยังถูกร้องเรียน กรณีการใช้งบประมาณรัฐที่อนุมัติเป็นค่าใช้จ่ายในพิธีพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช วงเงินกว่า 67 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณดังกล่าวยังไม่พบว่ามีการนำมาใช้จ่ายจริง

 

ซึ่งผลการตรวจสอบนั้น นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวเมื่อวันที่ 17 มี.ค.58 ว่า จากข้อมูลหลักฐานที่ตรวจพบ มีบางสิ่งบางอย่างส่อไม่สุจริต คือ ไม่ตรงไปตรงมา การดำเนินการหลังจากนี้ คงต้องให้ผ่าน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ก่อน แต่ก็ต้องรายงานให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ของสมเด็จพระสังฆราชได้ทราบ เพราะเป็นเรื่องของพระอารามหลวง พระสงฆ์ผู้ใหญ่ เป็นเรื่องของสงฆ์ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงต้องทำด้วยความระมัดระวัง

 

 

ทั้งหมดคือเรื่องราวของ เจ้าคุณเสนาะ ที่แรกเริ่มนับว่าเป็นพระอนาคตไกล

 

แต่สุดท้ายกลับตัดสินใจ อัตวินิบาตกรรม ปิดฉากชีวิตลงอย่างแสนเศร้า...

 

 

 

ที่มา : ไทยรัฐ  : 26 มกราคม 2559


 

 

 

 

 

 

เบื่อ-ไม่อยากอยู่แล้ว !

 

พระอุปัฏฐากเจ้าคุณเสนาะเผย

 

 

ก่อนตัดสินใจ..ไปไม่กลับ !

 

 

 

 

 

 

 

เจ้าคุณเสนาะตัดพ้อไม่อยากอยู่บนโลกนี้


วันนี้ (25 ม.ค. 59) ที่ศาลาการเปรียญ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระมหากฤษณะ กิตฺติปัญฺโญ พระอุปัฏฐากใกล้ชิดพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ เปิดเผยภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกรณีพระพรหมสุธีมรณภาพ ว่า ในช่วงเวลา 07.30 น. ตนได้นำภัตตาหารและยา มาถวายพระพรหมสุธีตามปกติ พอมาถึงหน้ากุฏิของท่านก็พบว่า ท่านได้มรณภาพลงแล้ว ด้วยการอัตวินิบาตกรรม (ฆ่าตัวตาย) ตนจึงได้แจ้งเรื่องยังพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ได้ทราบ พร้อมทั้งดำเนินการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อตรวจที่เกิดเหตุ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้ท่านได้กล่าวอะไรไว้ก่อนที่จะเกิดเหตุหรือไม่ ?

พระมหากฤษณะ กล่าวว่า เมื่อคืน ( 24 ม.ค. 59) ก็ได้มาเจอท่านตามปกติ ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2558 ท่านได้อาพาธจากโรคเครียดมาตลอด และต้องรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง และท่านมีการปรารภอยู่บ่อยครั้งว่า เบื่อ ไม่อยากอยู่แล้ว จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ผ่านมา ท่านก็กลายเป็นคนไม่ค่อยพูด ซึมหน่อยๆ เวลาใครมาพบก็จะพูดคุยไม่เกิน 10 นาที ไม่ค่อยอยากออกจากกุฏิ แม้กระทั่งพระสงฆ์ที่มาพบ ก็ออกมาพบน้อยมาก โดยล่าสุดได้ออกมารับญาติโยมในช่วงปีใหม่ ก็ยังคุยน้อยเช่นเดิม นอกจากนี้ ท่านต้องฉันยาวันละ 4 มื้อ และมีอาการข้างเคียง คือมือสั่น ทางโรงพยาบาลได้ปรับยา แต่ท่านก็บ่นว่าเหมือนร่ายกายไม่ไหว

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ส่วนเรื่องคดีความต่างๆ เกี่ยวกับความไม่โปรงใสการใช้งบประมาณพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชนั้น

พระมหากฤษณะ กล่าวว่า คดีความดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว ถือว่าจบไปหมดทุกอย่าง ส่วนกรณีความขัดแย้งภายในวัด ก็ถือว่าไม่มีแล้ว เท่าที่คุยกับท่านก็บอกว่า สบายใจแล้วที่เรื่องต่างๆ จบลงไป แต่สิ่งที่ทำให้ท่านเป็นโรคเครียด ก็อาจเป็นเพราะท่านนึกถึงเรื่องเก่าๆ

พระพรหมสิทธิได้ไปเยี่ยมพระพรหมสุธีบ่อยครั้ง และพูดคุยกันตลอด โดยเฉพาะพระพรหมสิทธิ ท่านอยากให้มีพระมาคอยนอนเป็นเพื่อนพระพรหมสุธีในกุฏิ เนื่องจากไม่อยากให้อยู่รูปเดียว เดียวจะคิดมาก แต่พระพรหมสุธีท่านก็ปฏิเสธ ต้องการที่จะจำวัดอยู่ในกุฏิท่านเพียงรูปเดียว แต่ก็มีอาตมามาคอยถวายภัตตาหารและคอยดูแลเรื่องยา ซึ่งแต่ละเดือนท่านต้องไปหาหมอที่โรงพยาบาลเดือนละสองถึงสามครั้ง ที่สำคัญยืนยันได้ว่า ตัวท่านไม่มีเรื่องขัดแย้งอะไรกับใครอีก พระมหากฤษณะกล่าว

พระอุปัฏฐากใกล้ชิด กล่าวอีกว่า สำหรับการบำเพ็ญกุศลศพนั้น ต้องรอให้กระบวนการทางแพทย์และตำรวจเสร็จสิ้นก่อน โดยทางวัดและญาติได้หารือกันแล้วว่า จะดำเนินการจัดพิธีที่วัดสระเกศฯ ที่ศาลาบำเพ็ญกุศล โดยเมื่อกระบวนการเสร็จสิ้นแล้วทางวัดก็จะแจ้งกำหนดการอีกครั้ง

ด้านนายจำนงค์ สวมประคำ ไวยาวัจกรวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กล่าวว่า ในเบื้องต้นทางวัดสระเกศไม่ได้พบพินัยกรรมของท่าน แต่ถ้าหากมีพินัยกรรม ก็ต้องปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของท่าน ส่วนถ้าท่านไม่ได้แจ้งไว้เป็นลายลักษณ์อักษร สิ่งของหรือปัจจัยที่ท่านมีก็ต้องตกเป็นของสงฆ์ ตกเป็นของวัดตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงประมาณปี 2557 สืบเนื่องถึง ปี 2558 ที่ผ่านมา พระพรหมสุธี ถูกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบพบการใช้งบประมาณในงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) จำนวน 67 ล้านบาท ไม่โปร่งใส ส่งผลให้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ประธานกรรมการ มส. ปลดออกจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม ในวันที่ 15 ม.ค.58 หลังจากนั้น ในวันที่ 10 เม.ย. 58 พระพรหมสุธี ก็ได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ส่งผลให้ตำแหน่งทางการปกครองอื่นยุติลงตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น เจ้าคณะภาค 12 ตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ส่งผลให้พระพรหมสุธีเป็นเพียงพระลูกวัดสระเกศ ไม่มีตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์แต่อย่างใด

 

ข่าว : เดลินิวส์  : 26 มกราคม 2559


 

 

 

 

 

ญาติไม่ติดใจ !

 

 

เผยหลายโรครุมเร้า ต้องกินยาถึงวันละ 4 ครั้ง

 

สุดท้ายเจ้าคุณเสนาะจึงตัดสินใจ !

 

 

 

 

 

 

 

 

รอยกดทับลำคอ เก้าอี้ ผ้ารัดอกผูกกับขื่อ เครียด ปมเจ้าคุณเสนาะทำอัตวินิบาตกรรม

 

พระลูกวัดวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือวัดภูเขาทอง ช่วยกันเคลื่อนร่างของพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาส ที่ผูกคอมรณภาพภายในกุฏิวัดสระเกศฯ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (25 มกราคม) ขึ้นรถตู้ เพื่อนำร่างส่งชันสูตรพลิกศพ ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

 

พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) ซึ่งเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเปิดเผยว่า ภายในกุฎิ พบเก้าอี้ที่คาดว่าพระพรหมสุธีใช้ต่อตัวเพื่อทำอัตวินิบาตกรรม โดยใช้ผ้ารัดอกผูกคอกับขื่อ และภายในกุฎิไม่พบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สินหรือต่อสู้ เบื้องต้นจึงเชื่อว่าอาจเป็นการอัตวินิบาตกรรม และภายในกุฎิพบยารักษาโรคประจำตัว อาทิ โรคเครียด และโรคความดัน ขณะที่ร่างของพระพรหมสุธีพบรอยกดทับที่ลำคอ

 

ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต จากการสอบถามพระที่ปรนนิบัติดูแลพระพรหมสุธี ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ไม่มีความผิดปกติใดๆ แต่อาจเกิดจากความเครียดที่มีโรครุมเร้า ต้องทานยารักษาวันละ 4 เวลา และมีอาการหัวใจ มือ เท้า สั่น ก่อนมาพบศพในช่วงเช้า โดยคาดว่ามรณภาพไม่เกิน 6 ชั่วโมง และหลังเกิดเหตุน้องชายของพระพรหมสุธี ได้ให้การเบื้องต้นว่า ไม่ติดใจสาเหตุการมรณภาพ และตำรวจคาดว่าความเครียดอาจเกิดจากการถูกปลดจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ตำแหน่งคณะกรรมการมหาเถรสมาคม และตำแหน่งอื่น เมื่อปีที่ผ่านมาด้วย แต่ต้องรอผลการชันสูตรจากแพทย์นิติเวช เพื่อยืนยันสาเหตุการมรณภาพที่ชัดเจนอีกครั้ง

 

พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยภายหลังรับศพเจ้าคุณเสนาะว่า ทีมแพทย์จะเริ่มชันสูตรศพช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ (26 มกราคม) โดยจะมีการตรวจอย่างละเอียดทุกประเด็น ทั้งประเด็นการมรณภาพด้วยการฆ่าตัวตายและประเด็นการฆาตกรรม จะตรวจสอบว่า มีร่องรอยการต่อสู้ รอยถลอกฟกช้ำหรือไม่ รวมทั้งตรวจเลือดและอาหารว่ามีการวางยาหรือไม่  คาดว่าจะทราบผลเบื้องต้น ช่วงเที่ยงวันพรุ่งนี้(26 มกราคม 2559) และหากญาติไม่ติดใจสงสัยในประเด็นใดเป็นพิเศษ หากตรวจสอบแล้วเสร็จสามารถรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลได้ทันที

 

 

 

 

ข่าว : มติชน  : 25 มกราคม 2559


 

 

 

 

 

เครียดถูกปลด !

 

 

ตำรวจเชื่อเป็นสาเหตุเจ้าคุณเสนาะฆ่าตัวตาย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"พ.ศ.ท.ศานิตย์" ผบช.น. เชื่อสาเหตุการมรณภาพของ "เจ้าคุณเสนาะ" มาจากเรื่องที่โดนปลดจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมและพักการปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาสวัดสระเกศ

 

 

วันที่ 25 ม.ค.59 พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึงการมรณภาพของพระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเบื้องต้นไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ภายในกุฏิของวัดสระเกศ และไม่มีร่องรอยของการทำร้ายร่างกายพระพรหมสุธี จึงเชื่อว่าพระพรหมสุธีน่าจะแขวนคอจนมรณภาพ แต่ทั้งนี้จะได้ส่งศพไปตรวจพิสูตรที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ถึงสาเหตุการมรณภาพอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งเบื้องต้นญาติไม่ติดใจการมรณภาพของพระพรหมสุธี

 

จากการสอบถามลูกศิษย์พบว่า ในช่วงเกิดเหตุพระพรหมสุธีอาศัยอยู่ในกุฎิเพียงรูปเดียว และมีอาการเครียดให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง หลังจากถูกทางมหาเถรสมาคมปลดพระพรหมสุธีออกจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม เพราะสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบพบว่า พระพรหมสุธีมีพฤติกรรมส่อทุจริตต่องบประมาณแผ่นดิน 67 ล้านบาท ที่รัฐบาลอนุมัติเป็นค่าใช้จ่ายในพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) จึงปลดพระพรหมสุธี เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของมหาเถรสมาคมและคณะสงฆ์โดยรวม ซึ่งทำให้พระพรหมสุธีถูกตัดอนาคตในสายพระ และขณะเดียวกันพระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้ลงนามสั่งพระพรหมสุธีพักการปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศด้วย สาเหตุนี้อาจทำให้พระพรหมสุธีเกิดความเครียด จนต้องรับประทานยาถึงวันละ 4 ครั้ง จนมาเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ จะเข้าไปสอบสวนในประเด็นที่พระพรหมสุธีเกิดความเครียดจนถึงขั้นทำร้ายตัวเองจนมรณภาพอย่างละเอียดอีกครั้ง

 

 

 

ข่าว : คมชัดลึก  : 25 มกราคม 2559


 

 

 

 

 

 

พศ.ก็ออกตัว !

 

 

แจงเจ้าคุณเสนาะตายเพราะอะไรไม่รู้

 

รู้แต่ว่าคดีเงินงานศพนั้นท่านบริสุทธิ์

 

 

แต่ตำแหน่งนั้นคืนไม่ได้เพราะลาออกเอง

 

อือ อือ อือ !

 

 

 

 

 

 

สตง.แจง  "เจ้าคุณเสนาะ" โปร่งใสคดีใช้งบพิธีพระราชทานเพลิง "สมเด็จเกี่ยว" 67 ล้าน

 

 

เมื่อวันที่ 25 มกราคม นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ระบุถึงความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เกี่ยวกับการใช้งบประมาณแผ่นดิน ที่ใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จำนวน 67 ล้านบาท โดยระบุว่า ดีเอสไอตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่า อยู่ในอำนาจของมหาเถรสมาคม (มส.) และ พศ. ดีเอสไอจึงไม่รับเป็นคดีพิเศษ แต่ส่งเรื่องให้ทั้ง 2 หน่วยงานดำเนินการตรวจพฤติการณ์นั้น ว่า กรณีดังกล่าวจบไปนานแล้ว โดยช่วงแรกเกิดจากความสับสนในบัญชี ทำให้เข้าใจว่ามีการเบิกงบหลวงซ้ำซ้อนกับการที่ใช้งบบริจาค แต่หลังจากได้เคลียร์บัญชี โดยส่วนใดที่เบิกงบหลวงและนำไปใช้ในรายการใดแล้วเหลือ ก็ได้ส่งคืนกระทรวงการคลังผ่าน พศ. หมดแล้ว และ พศ. ก็ได้ส่งกระทรวงการคลังไปนานแล้วด้วย

 

"สตง.ตรวจสอบและแจ้งมาว่าไม่พบความไม่โปร่งใส โดยส่วนใดที่เบิกงบหลวงและนำไปใช้ในรายการใดแล้วเหลือ ก็ได้ส่งคืนกระทรวงการคลังไปหมดแล้ว" นายชยพล กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวว่า ถ้า สตง. ตรวจสอบไม่พบความไม่โปร่งใส แล้วทำไม มส. ไม่คืนตำแหน่งเจ้าคณะปกครองต่างๆ อาทิ เจ้าคณะภาค 12, กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นต้น ให้แก่พระพรหมสุธี นายชยพล กล่าวว่า ไม่ใช่ มส. ไม่คืน แต่ตำแหน่งเจ้าคณะปกครองต่างๆ ดังกล่าว ทางพระพรหมสุธีสมัครใจขอลาออกเอง

 

ส่วนที่สื่อถามว่าเจ้าคุณเสนาะจะฆ่าตัวตายด้วยสาเหตุใด ในเมื่อคดีที่ถูกร้องเรียนใช้งบพระราชทานเพลิงสมเด็จเกี่ยวก็จบไปนานแล้ว นายชยพลกล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบเช่นกัน เพราะไม่ได้เจอเจ้าคุณเสนาะมาเกือบปีแล้วนับตั้งแต่มีคดีดังกล่าว

 

 

 

ข่าว : มติชน  : 25 มกราคม 2559


 

 

 

 

 

มึน !

 

 

เจ้าคุณเสนาะตาย

 

 

ดีเอสไอเพิ่งแถลงไม่รับเป็นคดีพิเศษ

 

 

 

 

 

 

ดีเอสไอปัดรับคดี "เจ้าคุณเสนาะ" ปม 67 ล. งานศพ "สมเด็จเกี่ยว" เป็นคดีพิเศษ ไม่อยู่ในอำนาจ

 

 

มื่อวันที่ 25 มกราคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าการตรวจสอบข้อร้องเรียน กรณีพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระพรหมสุธี หรือ เสนาะ ปญฺญาวชิโร อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เกี่ยวกับการใช้งบประมาณแผ่นดิน ที่ใช้ในพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ หรือ เกี่ยว อุปเสโณ อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จำนวน 67 ล้านบาท ว่า เรื่องดังกล่าวมีการร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2558 โดยมีผู้ร้องเรียนมา 3-4 ประเด็น กรณีร่ำรวยผิดกติ ซึ่งดีเอสไอตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าอยู่ในอำนาจของมหาเถรสมาคม (มส.) และสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดีเอสไอจึงส่งเรื่องไปให้ทั้งสองหน่วยงานดำเนินการตรวจพฤติการณ์ต่อไป

 

พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ ดีเอสไอ กล่าวว่า เมื่อปี 2558 ดีเอสไอได้รับเรื่องร้องเรียนจากกลุ่มองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องความโปร่งใสการใช้งบประมาณของพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ 67 ล้านบาท หลังจากรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ดีเอสไอได้สอบพยานบุคคลพร้อมทั้งรวบรวมเอกสารบางส่วน อีกทั้ง ยังทราบว่าผู้ร้องเรียนได้มีการยื่นร้องเรียนไปยังหน่วยงานอื่นหลายหน่วยงาน เช่น พศ. และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)

 

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวต่อว่า จากพยานหลักฐานที่ดีเอสไอตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าในส่วนของคดีอาญาไม่พบความผิดในประเด็นการใช้งบประมาณ 67 ล้านบาท ในพิธีพระราชเพลิงศพ จึงไม่ได้รับเป็นคดีพิเศษ เพียงแต่รับเรื่องเข้ามาเพื่อที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริง ดังนั้น เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของสงฆ์ จึงส่งเรื่องให้ พศ. ไปดำเนินการตาม พ.ร.บ.สงฆ์ต่อไป เนื่องจากดีเอสไอพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของดีเอสไอ

 

 

 

ข่าว : มติชน  : 25 มกราคม 2559


 

 

 

 

 

 

ข่าวเจ้าคุณเสนาะมรณภาพจากสื่อต่างๆ

 

 

 

 

 

ข่าว : เดลินิวส์   : 25 มกราคม 2559

 

 

 

 

 

 

ข่าว : มติชน   : 25 มกราคม 2559

 

 

 

 


 

 

 

 

ด่วน ! เจ้าคุณเสนาะแขวนคอมรณภาพในกุฏิ คาดสาเหตุจากอาการป่วยโรคซึมเศร้า

 

เมื่อเวลา 10.00 น. 25 มกราคม 2559 ที่วัดสระเกศราชวรวรมหาวิหาร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 08.00 น. ว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่ภายในกุฏิ คณะ 1 วัดสระเกศ เจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 นาย จึงได้รุดเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบว่า พระพรหมสุธี (เจ้าคุณเสนาะ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ได้ผูกคอและมรณภาพอยู่ภายในกุฏิ ซึ่งขณะนี้ทางสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ อยู่ระหว่างชันสูตรศพ เบื้องต้นสาเหตุที่เสียชีวิตมาจากการผูกคอ ส่วนสาเหตุคาดว่าทำให้พระพรหมสุธีตัดสินใจผูกคอ เนื่องจากมีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้า หลังจากได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เนื่องจากถูกตรวจสอบพบว่ามีการใช้งบประมาณในงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และอดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ไม่โปร่งใส

 

 

 

ข่าว : ข่าวสด   : 25 มกราคม 2559

 

 


 

 

 

 

 

ข่าว : ผู้จัดการ   : 25 มกราคม 2559

 


 

 

 

 

 

 

"เจ้าคุณเสนาะ" มรณภาพในกุฎิ วัดสระเกศ ตร.เร่งสอบหาสาเหตุ กันไม่ให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ เพราะถือเป็นพระชั้นผู้ใหญ่

 

วันที่ 25 ม.ค.59 เมื่อเวลา 07.00 น. ร.ต.อ.เลิศชัย ผือรองชัย ร้อยเวร สน.สำราญราช ได้รับแจ้งเหตุมีพระผูกคอตาย ภายในกุฏิคณะ1 ของวัดสระเกศ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ  จากนั้นจึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เมื่อไปถึงที่วัดสระเกศ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจสอบกุฏิคณะ1 ของพระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ  โดยภายในกุฎิพบร่างพระผูกคอตาย 1 รูป  ทราบชื่อต่อมาคือ  พระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ  ดังนั้น  เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน   เพื่อให้เข้าเก็บหลักฐานต่างๆ บริเวณโดยรอบทันที เนื่องจากพระพรหมสุธี หรือ เจ้าคุณเสนาะ เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ 

 

อย่างไรก็ตาม สำหรับสาเหตุของการผูกคอตายในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังเร่งสืบสวนเพื่อหาสาเหตุอยู่ในขณะนี้ โดยได้ตั้งประเด็นไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องปัญหาอาการเจ็บป่วย  , ปัญหาจากความเครียดเรื่องส่วนตัว  และอื่นๆ  ทั้งนี้ บริเวณที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันสื่อมวลชนไว้ด้านนอก เนื่องจากต้องรอเจ้าหน้าที่นิติเวช เข้าทำการชันสูตรรายละเอียดอีกครั้ง

 

 

 

ข่าว : คมชัดลึก   : 25 มกราคม 2559

 


 

 

 

 

ข่าว : โพสต์ทูเดย์   : 25 มกราคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

"เจ้าคุณเสนาะ" อัตวินิบาตกรรม ผูกคอมรณภาพ ภายในกุฏิ วัดสระเกศ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเก็บหลักฐาน ตั้งประเด็นทั้งเรื่องปัญหาอาการเจ็บป่วย และความเครียดเรื่องส่วนตัว...

 

 


เมื่อช่วงเช้า
วันที่ 25 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ได้รับแจ้งเหตุมีพระผูกคอมรณภาพ ภายในกุฏิ คณะ 1 วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งเป็นกุฏิของ พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) หรือ เจ้าคุณเสนาะ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยพบร่างพระพรหมสุธี ผูกคอมรณภาพบริเวณชั้นล่าง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อให้เข้าเก็บหลักฐานต่างๆ บริเวณโดยรอบอย่างละเอียด เนื่องจากพระพรหมสุธี เป็นพระชั้นผู้ใหญ่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตั้งประเด็นไว้หลายประเด็น ทั้งเรื่องปัญหาอาการเจ็บป่วย และความเครียดเรื่องส่วนตัว

 

สำหรับพระพรหมสุธี เพิ่งถูกปลดจากกรรมการมหาเถรสมาคม และถูกสั่งพักงานในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และเจ้าคณะภาค 12 หลังจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตรวจพบความผิดปกติในการบริหารจัดการงบประมาณจำนวน 67 ล้านบาท ในการจัดงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และอดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 

สำหรับประวัติ พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) มีนามเดิมว่า เสนาะ ฝังมุข เกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 7 ก.พ. 2500 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื่องจากทางบ้านยากจน หลังเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดสามเรือนแล้ว โยมพ่อจึงได้นำไปฝากกับอาจารย์ชุบ เจ้าอาวาสวัดสามเรือน เพื่อจะได้บวชเรียน จึงบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดบ้านสร้าง อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 10 มี.ค. 2512

 

จากนั้นสามเณรเสนาะได้คอยปรนนิบัติรับใช้อาจารย์ชุบและศึกษาพระธรรมวินัยควบคู่กันไปด้วย จนได้เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 25 เม.ย. 2521 ณ พระอุโบสถ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระพรหมคุณาภรณ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายาว่า "ปญฺญาวชิโร" มีความหมายว่า ผู้มีปัญญาอันเฉียบแหลม

 

หลังจากอุปสมบทก็ได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ดูแลงานปกครอง ดูแลด้านการเงิน ในขณะเดียวกันยังเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดสระเกศฯ เป็นกรรมการตรวจนักธรรมสนามหลวง และกรรมการตรวจบาลีสนามหลวง

 

ต่อมา เมื่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) มรณภาพเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร จึงแต่งตั้งพระพรหมสุธีเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ และได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ในวันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2556

 

ด้านการศึกษา พ.ศ. 2525 "เจ้าคุณเสนาะ" พุทธศาสตรบัณฑิต สาขาสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จากนั้นในปี 2527 ได้เดินทางไปศึกษาต่อปริญญามหาบัณฑิตที่ มหาวิทยาลัยปูนา ประเทศอินเดีย ทางด้านสังคมวิทยา

 

เจ้าคุณเสนาะ ได้รับสมณศักดิ์ที่สำคัญ ได้แก่ พ.ศ. 2530 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญเปรียญ ที่ พระปัญญาวชิราภรณ์ ต่อมาในปี 2540 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะขั้นเทพ และในปี 2548 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ซึ่งถือเป็นประวัติศาสตร์แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่มีผู้ได้รับสมณศักดิ์ทั้งที่มีอายุไม่ถึง 50 ปี เนื่องจากขณะนั้น พระพรหมสุธี มีอายุเพียง 45 ปี และบวชพรรษาที่ 27 เท่านั้น

 

 

 

 

ข่าว : ไทยรัฐ  : 25 มกราคม 2559


 

 

 

 

 

ภาพเหตุการณ์เจ้าคุณเสนาะมรณภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มา : ผู้จัดการ : 25 มกราคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 


WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264