มจร.โชว์สุดยอดผลงานวิจัย

ระดับยอดมงกุฏ

ชี้ทางออกสังคมไทยในเรื่องขัดแย้ง

 

 

 

โอ้โฮ โม้เสียไม่มี ระยะหลังมานี้ รู้สึกว่า "เจ้าคุณเทียบ" จะเล่นแต่ข่าวฉาบฉวยนะ หากินกับสือ เอ๊ย สื่อไปวันๆ จนห้องเรียน มจร. จะกลายเป็น "สตูดิโอ" ไปแล้ว เพราะมีแต่ "ดารา-นักการเมือง" เต็มห้อง จ้องขายก็แต่พวกนี้แหละ ส่วนงานศาสนานั้นไม่ทราบว่าไปถึงไหน ?

 

 

กรณีคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่กลายเป็นดาราทองของ มจร. ในวันนี้ ลองมองดูสิว่า คุณหญิงหน่อยแกเรียนจบ "ป.ตรี" จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ โท. ที่ศศินทร์ ดีกรีทางด้านการเมืองก็ระดับ "เสนาบดีเจ้ากระทรวง" ผ่านมาหมดทั้ง มหาดไทย คมนาคม สาธารณสุข เกษตรสหกรณ์ คนระดับนี้อยากจะได้ดีกรีของ มจร. อย่างนั้นหรือ หรือว่าเป็นเพียงแค่ "ค่านิยม" ทางสังคมเท่านั้น ?

 

เทียบง่ายๆ นะท่านเจ้าคุณเทียบนะ แค่ ป.ตรี จุฬา กับ ป.ตรี มหาจุฬาฯ น่ะ สอง ป.นี้ วัดดีกรีกันทางด้านวิชาการ ถามว่าเขาให้เกรด ม. ไหนมากกว่า ? ดังนั้น ก็ขออย่าได้มะรุมมะงาหราอยู่กับค่านิยม "ดารา-นักการเมือง" อยู่เลย เร่งผลิตบัณฑิตที่เป็นผลผลิตที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของ มจร. ไม่ดีกว่าหรือ หรือว่าชอบการผลผลิตทางตัดต่อพันธุกรรม

 

 

เรื่องความขัดแย้งทางการเมืองน่ะ ถ้าเขาเชื่อฟังนะ สมเด็จพระสังฆราชตรัสคำเดียวก็คงจบ คงไม่ต้องรอวิจัยจาก มจร. ตั้ง 5 เล่ม เพราะคงไม่มีใครบ้าอ่าน ถึงอ่านจบก็ทำไม่ได้ มันหรูเกินไป วาดวิมานในฝัน ขนาดในรั้วในวังยังวางเฉย

 

ถ้าผลงานการวิจัยของ มจร. ได้ผลจริง ก็ขอให้นำเอาคู่ขัดแย้งระหว่าง "พุทธอิสระ-น้ำฝน" มาทดลองเป็นคู่แรกก่อนเลย เอาคู่นี้แหละฮะ ไม่ต้องระดับ "เหลือง-แดง" ทั้งแผ่นดินหรอก นะ ถ้าทำได้ ก็จะเชื่อว่า เป็นยอดงานวิจัยจริง !

 

 

 

 

 

 

ผลงานการวิจัยของ มจร. ที่ต้องการพิสูจน์

 

 

 

 

 

 

 

 

มจร. เปิด 5 งานวิจัยยอดมงกุฏลดขัดแย้ง

 

'มจร' เปิดมิติใหม่ เรื่องจริง...จากงานวิจัย โชว์ 5 ผลงานนิสิต ป.โท-เอก พุทธศาสนา 'ยอดมงกุฏ' ชี้ทางออกสังคมลดขัดแย้ง

 

3 ก.ย.2556บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เปิดผลงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ดีเด่น ปีนี้ สามารถนำพุทธบูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่อย่างลงตัว  พร้อมได้องค์ความรู้ใหม่ตอบโจทย์และเป็นประโยชน์ต่อสังคม มวลมนุษยชาติ  ถือเป็น ยอดมงกุฏ อันล้ำค่าทางวิชาการ พระพุทธศาสนา ที่พร้อมเผยแพร่ให้สาธารณชนเข้าใจเข้าถึงและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้จริง เตรียม จัดงานสัมมนาใหญ่เผยแพร่ต่อสาธารณชน  22 กย. นี้ ที่ มจร. วังน้อย

 

พระสุธีธรรมานุวัตร, ผศ.ดร. คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) ประธานคณะกรรมการคัดเลือกวิทยานิพนธ์ดีเด่นประจำปีการศึกษา2555  กล่าวว่า  มจร  มีการจัดการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี โท เอก หลายสาขาวิชาเพื่อรองรับความต้องการของสังคม จะเห็นได้จากความสำเร็จของนิสิตที่จบการศึกษาออกไปเป็นกำลังสำคัญของประเทศมีจำนวนมาก และสิ่งสำคัญที่เป็นเครื่องยืนยันความมีคุณภาพของนิสิตได้เป็นอย่างดีคือ ผลงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ที่มีความน่าสนใจจำนวนมาก ในปีนี้ จึงได้ จัดให้มีการคัดเลือกผลงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ดีเด่น เพื่อเผยแพร่ผลงานที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อสังคม รวมทั้งเพื่อแสดงให้เห็นถึงความรู้ความสามารถของผู้สร้างสรรค์ผลงานและมาตรฐานของมหาวิทยาลัย

 

ในปีนี้ มีงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ที่ได้รับการคัดเลือก จาก บัณฑิตวิทยาลัย,วิทยาเขตและวิทยาลัยสงฆ์ ในสังกัดของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยทั่วประเทศ ในระดับดีเด่น,ระดับดี และชมเชย   มีจำนวน 25 เรื่อง โดยผลงานวิจัยทุกเรื่อง นอกจากจะทรงคุณค่าทางวิชาการแล้ว ยังเป็นผลงานวรรณกรรมในทางพระพุทธศาสนาอันล้ำค่ายิ่งอีกด้วย  กล่าวได้ว่า ผลงานวิจัยและวิทยานิพนธ์ดีเด่นที่ผ่านการคัดเลือกของคณะกรรมการนี้ถือเป็น ยอดมงกุฏ อันล้ำค่าในทางวิชาการและในทางพระพุทธศาสนาได้อย่างชัดเจน

 

คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย มจร กล่าวด้วยว่า  ผลงานระดับดี และระดับดีเด่น ที่มีการนำเสนองานวิจัยด้านพระพุทธศาสนา ชี้ทางออกให้กับสังคม และนับเป็นโมเดลใหม่ มีหลายหัวข้อเรื่อง  อาทิเช่น การสร้างสังคมตื่นรู้จากชุมชนไม้เรียง จ. นครศรีธรรมราช ของนายประยงค์ รณรงค์ เจ้าของรางวัลแมกไซไซ,  แนวทางการฝึกอานาปานสติเพื่อส่งเสริมการเล่นกีฬา ที่กำลังเป็นไฮไลท์ของคนทั้งประเทศ คือกีฬาเร็คเก็ต น้องเมย์ แชมป์โลกแบตบินตันชาวไทย เป็นตัวอย่างของการมีสติในการเล่นกีฬาได้เป็นอย่างดี,  การลดสภาวะซึมเศร้าในผู้ประสบภัยพิบัติด้วยการรับบทสวดโพชฌงคปริตรเข้าจิตใต้สำนึก ซึ่งเป็นทางออกสำหรับคนที่กำลังมีความทุกข์ให้ทุกข์น้อยลง, รูปแบบการฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่เป็นแนวทางของการฝึกอย่างถูกวิธี ฯลฯ

 

นอกจากนี้ ยังมี  ผลงานวิจัยของอาจารย์ดร.แม่ชีกฤษณา รักษาโฉม เรื่อง รูปแบบและกระบวนการจัดการท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนา : กระบวนการเปลี่ยนแปลงเส้นทางบุญสู่เส้นทางธรรม ที่สะท้อนให้เห็นข้อเท็จจริงของปัญหาและสาเหตุการเข้าวัดของคนในสังคมอย่างคาดไม่ถึง และอีกหลากหลายเรื่องที่พร้อมจะนำเสนอออกสู่สาธารณะ ซึ่งล้วนน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

 

อย่างไรก็ตาม ผลงานวิจัยทุกเรื่อง เป็นเรื่องที่ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ของสังคมไทย ในปัจจุบัน ซึ่งหลายท่านอาจจะคาดไม่ถึงว่ามีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นในสังคม และเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะมีวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร ซึ่งผู้สร้างสรรค์ผลงานวิจัยเหล่านี้จะมานำเสนอและตอบโจทย์ให้กับสังคม  นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมฟังยังได้แนวคิดในการนำไปพัฒนาต่อยอดผลงานของตนเองได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

 

สำหรับการสัมมนา เผยแพร่ผลงานในปีนี้ ทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จะจัดขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ 22 กันยายน 2556  เวลา 9.00 17.00 น. ณ หอประชุม มวก. 49  พรรษามหาวชิราลงกรณ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย พระนครศรีอยุธยา

 

ในงานดังกล่าว ผู้สนใจ  สามารถเข้าร่วมรับฟังการนำเสนอผลงานได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ  ทั้งยังได้ชมนิทรรศการทางวิชาการที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจอย่างมากมาย และที่พลาดไม่ได้คือ การปาฐกถา โดย พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต),ศ.ดร. อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

 

นอกจากนี้ ยังได้พบปะกับผู้ที่มีชื่อเสียงในแวดวงวิชาการ รวมถึงนิสิต นักศึกษา คณาจารย์จากสถาบันการศึกษาชั้นนำที่เข้าร่วมกิจกรรมในงานนี้อีกมากมาย   พร้อมชมการประกวดซุ้มนิทรรศการ ศิลปวัฒนธรรมของชาวอาเซียนจากวิทยาเขตและวิทยาลัยสงฆ์ในสังกัดของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ทั่วประเทศ ชิงโล่รางวัล  นายสนธยา คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน อีก 2 ปีข้างหน้านี้

 

 

 

แนะคนไทยใช้สติเหตุและผลแก้ขัดแย้งสังคม

 

ทางด้านคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นักศึกษาปริญญาเอก บัณฑิตวิทยาลัย มจร ร่วมงานครั้งนี้ด้วย ได้กล่าวถึงแนวทางในการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคไทยว่า กล่าวว่าทางออกของสังคมที่บางคนเสนอให้มีการปรองดอง และนิรโทษกรรมนั้นเป็นทางออกด้านกฎหมายหรือจัดเวทีปฎิรูปยุติความขัดแย้งโดยเสนอให้ทุกฝ่ายพูดคุยกัน ล้วนเป็นวิธีการที่ดี แต่ขณะนี้ความขัดแย้งรุนแรงและซับซ้อนมากไม่สามารถใช้ทางออกทางเดียว เพราะต่อให้มีตัวกฎหมายออกมาหรือมีข้อสรุปของเวทีปฎิรูปอย่างดีเยี่ยม แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ถ้าทุกคนทุกฝ่ายในสังคมยังไม่ยอมรับร่วมกัน ก็จะเป็นเพียงกระดาษแผ่นเดียวแต่ในทางปฎิบัติไม่สามารถหาทางออกให้แก่สังคมได้

 

"ปัญหาสังคม บ้านเมืองในอดีตเกิดจากความขัดแย้งกันในชนชั้นปกครอง แต่ในปัจจุบันความขัดแย้งลงลึกไปในตัวประชาชน ที่เกลียดมากเกินไป รักมากเกินไป ไม่เปิดใจยอมรับฟัง ซึ่งถ้าทุกคนยังมีรัก โลก โกรธ หลง ไม่ระลึกถึงประโยชน์ส่วนตัว ต่อให้มีวิธีทางออกอย่างไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเรายังไม่สามารถถอดจิต ถอดใจของเราได้ อีกทั้งทุกวันนี้เราละเลยในการใช้หลักพระพุทธศาสนามาใช้ในการดำเนินชีวิต ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่ต้องเอาศาสนา งานวิจัยด้านพระพุทธศาสนาโดยใช้หลักทางพระพุทธศาสนามาใช้แก้ไขปัญหาสังคม อีกทั้งศาสนาพุทธ เป็นศาสนาแห่งสันติภาพ ต้องนำหลักคำสอนด้านพระพุทธศาสนาไปฉีดให้ทุกภาคส่วนของสังคม เพราะแต่ละงานวิจัยจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับทุกอณูของสังคม และช่วยแก้ไขปัญหาสังคมได้" คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวและว่า

 

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้ง ปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นสามารถหาทางออกได้ หากประชาชนใช้หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ใช้เหตุผล และตั้งสตินึกถึงสังคม ส่วนรวม ไม่รักมาก หรือเกลียดมากเกินไป และไม่เชื่อตามๆ กันไป ขณะเดียวกันในส่วนของผู้ที่มีอำนาจ ต้องใช้หลักทางพระพุทธศาสนา นำประเทศเดินหน้าเพื่อคนไทย ไม่ใช่เพื่อจะเป็นพรรครัฐบาล

 

 

 

 

ข่าว : คมชัดลึก

4 กันยายน 2556

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A. PHONE. 702-384-2264