ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

    

เจ๊จุแจงข่าว

มหาเถร "เปล่า" แทรกแซงเงินศาสนสมบัติกลาง

แปลว่า เงินข้าใครอย่าแตะ !

 

นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผอ.สำนักพุทธ

 

ออกมาให้สัมภาษณ์แทนมหาเถรสมาคม บ่ง 2 ความหมาย คือ

1. พูดแทนมหาเถรสมาคม เหมือนกับว่าเป็นโฆษกมหาเถรสมาคมอย่างนั้นแหละ ทั้งๆ ที่เขามีโฆษกมหาเถรสมาคมอยู่แล้ว คือพระธรรมกิตติเมธี วัดสัมพันธวงศ์ ข่าวนี้เกี่ยวกับมหาเถรสมาคม ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ ผอ.สำนักพุทธเลย ก็ไม่ทราบว่านางจุฬารัตน์ได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษกมหาเถรสมาคมด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่ารู้ใจมหาเถรสมาคมด้วยว่าคิดอะไร ทำเป็นร่างทรงมหาเถรสมาคมไปได้

2. ตีกันมหาเถรสมาคม ไม่ให้เข้ามายุ่งกับเงินศาสนสมบัติกลางตามข่าว เมื่อรู้ว่าพระเถระพูดอะไรก็ช้า เลยชิงจังหวะออกมาให้สัมภาษณ์ก่อน ฉลาด (หัวหมอ) ไม่ใช่เล่นเลยเจ๊

 

นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า  ตามที่มีสื่อมวลชนนำเสนอข่าว มติมหาเถรยึดการจัดการที่วัดตั้งกรรมการเก็บรายได้เป้าเพิ่ม 4 พันล้าน มีอำนาจย้ายข้าราชการ นั้น

ขอเรียนว่า การนำเสนอข่าวดังกล่าวยังมีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในบางประเด็น  ซึ่งการที่มหาเถรสมาคม (มส.) ได้มีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการพัฒนาศาสนสมบัติกลาง มีอำนาจหน้าที่ในการพัฒนาและเร่งรัดการจัดประโยชน์ในที่ดินศาสนสมบัติกลางและที่ดินวัดร้างนั้น  ซึ่งการจัดประโยชน์ดังกล่าวตั้งแต่แรกเริ่มดำเนินการมาต้องนำเสนอคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำ (พศป.) ให้ความเห็นชอบการเช่าเป็นปกติอยู่แล้ว  ดังนั้นการที่ มส. มีมติเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าคณะสงฆ์จะเข้ามาแทรกแซงการบริหารจัดการเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายแต่อย่างใด  แต่โดยเจตนาแล้ว เป็นการเข้ามาช่วยดูแลเป็นที่ปรึกษาให้กับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ "บางกรณี" เท่านั้น มิได้หมายความว่าท่านจะเข้ามาจัดการในทุกเรื่อง เพียงแต่ท่านทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาตามที่ได้เคยปฏิบัติสืบต่อกันมาอยู่แล้ว

นางจุฬารัตน์กล่าวอีกว่า ข่าวที่ว่ามหาเถรสมาคม (มส.) ตั้งกรรมการฯ เพื่อพิจารณาการเพิ่มพูนรายได้ให้เข้าเป้า  4  พันล้านบาท ภายในระยะเวลาอีก 4-5 ปี นั้น  ถือเป็นเรื่องปกติของการพัฒนารายได้ศาสนสมบัติกลาง ที่จะต้องนำรายได้ไปสนับสนุนกิจการของคณะสงฆ์เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นการแบ่งเบาภาระด้านงบประมาณของภาครัฐได้ส่วนหนึ่ง  ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีโครงการเพิ่มพูนเงินศาสนสมบัติกลางอยู่แล้ว โดยในระยะแรกนั้นมีการตั้งเป้าไว้เมื่อประมาณปี  พ.ศ. 2536 ซึ่งในตอนนั้นมีการเริ่มพัฒนารายได้ศาสนสมบัติกลางโดยตั้งเป้าว่า ในปี พ.ศ. 2538  จะสามารถดำเนินการจัดเก็บรายได้ให้เพิ่มขึ้นหนึ่งพันล้านบาท ต่อมาก็ได้ ตั้งเป้าในการพัฒนารายได้ศาสนสมบัติกลาง เพิ่มขึ้นเป็น 2 พันล้านบาท  และมาในคราวนี้ มีการตั้งเป้าการพัฒนารายได้ศาสนสมบัติกลางไว้ที่  4 พันล้านบาท  ซึ่งการพัฒนารายได้จากที่ดินศาสนสมบัติกลางก็ดี  ที่ดินวัดร้างก็ดี เป็นเรื่องที่พัฒนา มาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และการพัฒนาตามโครงการที่ตั้งไว้ ก็ประสบความสำเร็จด้วยดีมาตลอด  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  คาดหวังว่าการตั้งโครงการพัฒนารายได้ การจัดเก็บรายได้ให้บรรลุตามเป้า  คือ 4  พันล้านบาท ภายใน 4-5 ปี  เป็นเรื่องที่สามารถทำได้อย่างแน่นอน 

เรื่องการจัดประโยชน์ในที่ดินศาสนสมบัติกลางและที่ดินวัดร้าง เนื่องจากมีคณะกรรมการพิจารณางบประมาณศาสนสมบัติกลางประจำ (พศป.) และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ให้ความเห็นชอบในกรณีต่าง ๆ อยู่แล้ว  ดังนั้น  คณะกรรมการฯ ที่ตั้งขึ้นตามมติ มส. ดังกล่าว จึงไม่ได้เข้ามาแทรกแซง หรือเข้ามาควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องการจัดประโยชน์ศาสนสมบัติ  เพียงแต่ให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องการจัดประโยชน์ และการตั้งกรรมการในเรื่องที่เกี่ยวกับการจัดประโยชน์  ก่อนหน้านี้ก็มีการตั้งมาแล้วหลายครั้ง  เช่น  การตั้งกรรมการเร่งรัดการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินวัดร้างและศาสนสมบัติกลาง  การตั้งกรรมการพัฒนาการจัดประโยชน์ในที่ดินศาสนสมบัติกลางและวัดร้าง  แต่ในปัจจุบันด้วยเหตุว่าประธานกรรมการหรือกรรมการบางท่านที่ได้รับการแต่งตั้งได้มรณภาพ  ดังนั้น จึงมีการพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการชุดใหม่นี้ขึ้น เพื่อเป็นที่ปรึกษาตามที่ได้เคยปฏิบัติมา นางจุฬารัตน์ กล่าว
 

 

ข่าว : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
12 ตุลาคม 2552

 

 

 

 

 

E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264