|
จ้องพระอาทิตย์ถวายในหลวง
ครูบา
"จ้าดง่าว"
อ้างว่าศักดิ์สิทธิ์

พระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือ ครูบาพันเทวา อายุ 72 ปี
เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ตัวอย่างของเดียรถีย์ในคราบผ้าเหลือง
ไม่ใช้พุทธธรรม
แต่หันไปอ้างอิงเอาลัทธินอกศาสนามาใช้
ชาวเชียงใหม่ได้ยินล้วนแต่อดสูใจ แถมยังใช้คำว่า "ครูบา" เรียกพระโง่ๆ อีก
เป็นไปได้
ขอเตือนเดียรถีย์ตนนี้ว่า
อย่าอุตริทำอะไรที่ผิดทำนองคลองธรรม
โดยอ้างสถาบันของชาติ
เช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อีกเลย
สื่อคือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็ควรหยุดเสนอข่าวพระโง่ๆ รูปนี้ได้แล้ว
อย่าอ้างว่าเป็นครูบาล้านนาเลย
ล้านนาไทยไม่เคยมีครูบาโง่เง่าเช่นนี้
ครูบาชื่อดังล้านนา ทำพิธีนั่งเพ่งพระอาทิตย์ บูชาสุริยเทพ นาน 30 นาที
เพื่อขออำนาจบารมีแสงสูรย์ ถวายในหลวง
เพื่อให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว ...
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 ต.ค. พระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือครูบาพันเทวา
อายุ 72 ปี เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่
ได้ทำพิธีนั่งเพ่งดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าเพื่อขออำนาจบารมีแห่งแสงสุริยเทพดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
หายจากอาการพระประชวร
โดยได้ทำพิธีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มีพระสงฆ์จำนวน 5 รูปเข้าร่วมพิธี
โดยก่อนพิธีทางพระครูสุเทพฯได้ทำการจุดเทียนเล่มใหญ่ถวายต่อพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ซึ่งในเวลานั้นพระอาทิตย์ส่องแสงสว่างร้อนแรงมาก พระครูสุเทพฯ
ได้เริ่มนั่งเพ่งดวงตะวันด้วยตาเปล่าและปากก็สวดมนต์ พร้อมทั้งพระภิกษุ 5
รูปที่นั่งอยู่ใกล้ แต่ทั้ง 5 รูปไม่สามารถมองพระอาทิตย์
และบางรูปต้องเข้าไปอยู่ในที่ร่ม พระครูสุเทพฯได้นั่งเงยหน้าทำมุมเกือบ 90
องศาเพ่งมองอย่างไม่กระพริบตานานร่วม 30
นาทีเต็มท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุจากนั้นจึงได้ยุติพร้อมทั้งนำสวดมนต์ถวายแด่ในหลวงพร้อมทั้งขอให้ประเทศชาติกลับคืนสู่ความสงบร่มเย็น
โดยพระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือ ครูบาพันเทวา
เปิดเผยถึงการประกอบพิธีในครั้งนี้ว่า
เป็นการอัญเชิญมหาเทพทั้งหลายมาร่วมในการถวายพระพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดยการเพ่งมองดวงอาทิตย์ นั้น เป็นการขอพรสุริยเทพ
ที่มีแสงร้อนแรงให้ช่วยขจัดปัดเป่าโรคาพยาธิ ที่มารบกวนพระเจ้าอยู่หัว
เพื่อให้ทรงหายจากพระอาการประชวร
โดยนอกจากจะทำพิธีถวายองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว
ยังได้ขอให้บ้านเมืองอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขสมบูรณ์ตลอดไป
“อาตมาก็เหมือนกับชาวไทยทั้งประเทศที่ปรารถนาดีมีความจงรักษ์ภักดีติอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
อยากให้พระเจ้าอยู่หัวหายจากอาการพระประชวรเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของประเทศไทยตลอดไป
เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาและตั้งจิตอธิษฐานตลอดมา
ไม่ว่าประเทศชาติในปัจจุบันนี้จะเป็นอย่างไรก็ขอให้ยึดมั่นต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เป็นทีพึ่งเป็นพระบรมโพธิสมภารของปวงชาวไทยต่อไป”
ส่วนเรื่องการเพ่งดูดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าเป็นเวลานานหลายครั้ง
จะทำให้มีปัญหาเรื่องสายตาหรือไม่นั้น
พระครูสุเทพฯตอบว่าไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆในทางพุทธศาสนาเรียกเป็นเพ่งกษินไฟ
กษินลมแต่ทุกคนก็คงไม่สามารถทำได้ แต่ตนขอบอกว่าตนเป็นศิษย์ของหลวงพ่อโอภาสี
ที่บูชาไฟ จึงมีจิตผูกพันกับท่านมาตลอด การที่จะทำได้ต้องมีจิตแรงกล้า
ไม่มีจิตที่คิดมุ่งร้าย ประกอบแต่กรรมดี เรียกว่ามีจิตกุศล ก็สามารถทำได้
ซึ่งตนได้ทำหลายครั้งไม่เคยมีปัญหาในเรื่องสายตาใดๆ
ซึ่งก็ได้มีจักษุแพทย์หลายคนได้เตือนไม่ให้ทำเพราะจะทำให้มีผลร้ายต่อตา
แต่ตนเอง ทำด้วยจิตบริสุทธิ์เมื่อทำแล้วก็รู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจ
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ลึกลับซับซ้อนที่คงพูดอะไรไม่ได้ แต่ให้คิดเป็นนามธรรม
รูปธรรม เท่านั้น
เพราะทำเพื่อให้บ้านเมืองอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขก็สบายใจแล้วที่ได้ทำและทำมาตลอด
ข่าว
: ไทยรัฐ
9
ตุลาคม 2552
|