ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

    

ขีดเส้นตายให้พระออกจากป่า
ภายใน 3 เดือน ไม่งั้นติดคุก

 

 

นายสุวิทย์ คุณกิตติ สมัยบวชพระ

ก็เรียกว่า "ทิดสุวิทย์" วันนี้ทำงานให้พระ
ก็ดูว่าจะทำได้สมกับที่เคยบวชมาหรือไม่
อย่าให้ยุ่งเหมือนทิดแม้วนา รู้จักหลวงตาบัวหรือเปล่า

เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาดน่ะ ใหญ่ค้ำฟ้าเชียว
เสียว
!

 

แต่ว่า..พระพุทธศาสนานั้นเกิดในป่า

     พระพุทธเจ้าหนีจากเมืองเข้าป่า ไม่ได้เข้าเหลาเข้าบาร์ ในธุดงควัตร 13 ข้อนั้น ยังมี อารัญญิกังคธุดงค์ แปลว่าอยู่ป่าเป็นวัตร อีกข้อหนึ่งด้วย แล้วจะไล่พระออกจากป่าน่ะ ไม่เป็นการล้มล้างพระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาหรือ ? ไหนว่าเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ และรัฐบาลส่งเสริมพระพุทธศาสนา

 

      จริงๆ แล้วรัฐบาลน่าจะมีนโยบายส่งเสริมพระสงฆ์เข้าป่าเพื่อปฏิบัติธรรมด้วยซ้ำไป ไม่ใช่ไล่พระออกจากป่า บ้าเหลือเกิน ..

 

นายสุวิทย์ คุณกิติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส. )   ในฐานะประ ธานประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้   เผยความคืบหน้ากรณีที่กรมป่าไม้ ได้ทำการสำรวจ และจำแนกที่พักสงฆ์ที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 18 เม.ย. 2538   โดยพบว่ามีที่พักสงฆ์ จำนวน   68 แห่งอาจต้องผลักดันออกจากพื้นที่ทันทีว่า การดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้กำหนดกรอบ ระยะเวลาเอาไว้ประมาณ 90 วัน เพื่อหาข้อยุติในการดำเนินการ เนื่องจากการแก้ปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่า ซึ่งแม้จะมีเคยสำรวจตัวเลขที่พักสงฆ์ รวม 5 , 529 แห่งไว้นานมากแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นรูปธรรม เพราะการติดตามเรื่องนี้ครั้งสุดท้ายที่มีการประชุมพูดคุยกันเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน

 

 ส่วนกรณีพระสายกรรมฐานในเขตภาคอีสานไม่เห็นด้วยนั้น นายสุวิทย์ กล่าวว่า     ไม่ได้ถือเป็นโยบายผลักดันพระออกจากป่า   เแต่จะคุยกับพระให้เรียบร้อยทำให้เป็นรูปธรรม และเป็นระบบ เพราะที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรที่เป็นระบบ โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะดำเนินการสำรวจสภาพปัญหาในพื้นที่ถ้าพบว่ามีปัญหาและมีความล่อแหลม และสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ก็ต้องให้ย้ายออกทันที   แต่ขณะเดียวกันยังให้นโยบายหากวัดหรือที่พักสงฆ์ที่อยู่ในป่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และ ช่วย ดูแลป่า ก็จะส่งเสริมให้เป็นพุทธอุทยาน เพื่อเป็นแหล่งปฏิบัติธรรม และช่วยกันอนุรักษ์ป่า และพบว่ามีที่พักสงฆ์ในป่าที่ทำในส่วนนี้ดีอยู่แล้ว  

   นายสุวิทย์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่พระธุดงค์ที่เข้าป่าเพียง 1-2 รูปจะเข้าไปศึกษาและปฏิบัติธรรมอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่อุทยานฯไม่เคยห้าม เพียงแต่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยเท่านั้น แต่ถ้าเข้าไปในลักษณะคาราวานพระคิดว่าไม่เหมาะสม และเสี่ยงต่อการทำให้ระบบนิเวศในพื้นที่ป่านั้นได้รับความเสียหาย กรณีนี้จะไม่อนุญาตให้เข้าไปอยู่แล้ว

 

 ด้าน นายประลอง ดำรงค์ไทย ผู้อำนวยการสำนักจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้     กล่าวว่า    การใช้มาตรการทางกฎหมายกับพระ คงเป็นเรื่องลำบากใจ   แต่เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาในบางพื้นที่เข้าไปบุรุกถือครอง และกรมป่าไม้ ก็ไม่อยากให้เกิดปัญหาและถือครองเพิ่มเติม โดยเฉพาะทั้ง   68 แห่งหากลงไปตรวจสอบแล้วพบว่ามีการเข้าไปหลังมติครม.วันที่ 18 เม.ย. 2538   ตามแนวทางก็ต้องผลักดันออก แต่เรื่องดังกล่าว   ศ.ดร.ระพี สาคริก ก็ให้คำแนะนำว่า ควรต้องรับฟังข้อมูลจากหลายฝ่ายก่อนที่จะดำเนินการ จึงต้องมีการจัดรับฟังในวันที่ 27 ส.ค.นี้ คิดว่าคงจะมีข้อมูลหลากหลายจากพระสังฆาธิการ สำนักพุทธศาสนามาใช้เป็นข้อมูลประกอบในการตัดสินใจ

 

      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสุวิทย์ ได้ขอให้ผู้แทนมหาเถรสมาคมเป็นกรรมการที่ปรึกษาในคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้   เพื่อ กำหนดนโยบาย และมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ กำกับและติดตามผลการแก้ปัญหาเรื่องนี้ และให้นำหลักเกณฑ์ในการจำแนกที่พักสงฆ์ในเขตพื้นที่ป่าไม้และแนวทางการแก้ไขปัญหาแต่ละประเภทไปดำเนินการแจ้งให้มหาเถรสมาคม และเวียนแจ้งคณะสงฆ์ทราบอีกครั้ง หากมีการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้เพื่อสร้างที่พักสงฆ์เพิ่มเติม จากเดิมที่คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ได้สำรวจไว้ จำนวน 5 , 529 แห่ง จะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

 

ข่าว : ไทยรัฐ
6
สิงหาคม 2552

 

 

 

 

 

 

 

E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264