ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

      
      

   

นองเลือด !!

ทหารพม่าฆ่าพระ

ตายแล้วอย่างน้อย 3 บาดเจ็บอื้อ

 

พระ-ประชาชน แตกตื่นหนีตาย
ขณะรัฐบาลสั่งการให้ทหารพม่ายิงแก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม

 

23:11 น.   ตัวเลขความสูญเสียจากการปราบปรามการเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าของพระสงฆ์และประชาชนชาวพม่าในวันนี้ ยังค่อนข้างสับสน ขณะที่ทางการพม่าก็ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศแห่งหนึ่งรายงานอ้างข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลพม่าพลัดถิ่นที่ระบุว่า งานนี้มีผู้เสียชีวิต 5 รายเป็นอย่างน้อย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม นอกจากว่าในจำนวนนั้นเป็นพระหลายรูป กับทั้งยังมีพระอย่างน้อย 30 รูปและประชาชนอีก 50 คนถูกนำตัวขึ้นรถทหาร พาไปยังสถานที่ที่ไม่มีการเปิดเผย

แต่สำนักข่าวต่างประเทศอีกแห่ง ซึ่งอ้างแหล่งข่าวเป็นนักการทูตชาติตะวันตกและผู้อยู่ในเหตุการณ์ บอกว่ามีผู้ถูกทางการจับตัวไปราว 200 คน ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นพระ แต่ในส่วนของผู้เสียชีวิตนั้น บอกว่ามีอยู่ 4 รายเป็นอย่างน้อย นอกจากนั้นก็ยังมีผู้บาดเจ็บอีกราว 100 คน ซึ่งครึ่งหนึ่งก็เป็นพระ

ในกลุ่มผู้เสียชีวิต ปรากฏเป็นพระ 3 รูป โดย 2 รูปถูกทหารทุบตีจนมรณภาพ ส่วนอีกรูป ถูกยิงขณะแย่งปืนกับทหาร ส่วนผู้เสียชีวิตอีกคนเป็นฆราวาส ที่มาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเพราะพิษบาดแผลถูกยิง ขณะที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองพลัดถิ่นชาวพม่าในประเทศไทย บอกว่า งานนี้มีพระมรณภาพ 3 รูป และอีก 17 รูปบาดเจ็บ แต่มีผู้ถูกจับไปราว 300 คน

การประท้วงสำหรับวันนี้ เริ่มสลายตัวแยกย้ายกันไปเมื่อประมาณ 16.00 น. เมื่อพระเดินทางกลับวัดเหมือนเช่น 8 วันที่ผ่านมา

 

 

รัฐบาลพม่าสลายชุมนุม

ยืดเคอร์ฟิวเป็น 60 วัน

หวังจัดการบ้านเมืองเบ็ดเสร็จ

 

 

 

รัฐบาลทหารพม่ายิงแก๊สน้ำตาสลายม็อบพระ-กลุ่มผู้ชุมนุม แถมยิงปืนข่มขู่-กระบองไล่ตีกระเจิง พระสงฆ์-ประชาชนตาย 5 เจ็บอื้อ ด้านผู้ชุมนุมใช้โซ่มนุษย์คุ้มกันพระสฆ์ ทหารไม่สนแหวกวงล้อมกวาดต้อนผู้ประท้วงหลายร้อยขึ้นรถทหารไปคุมขัง ต่างประเทศรุมประณาม เตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตร ขณะที่ "สนธิ" สั่งติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด เตรียม ซี 130 อพยพคนไทยหากเหตุการณ์รุนแรง

สถานการณ์ในพม่ารุนแรงขึ้นทุกขณะ จากเหตุการณ์เดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่ในประเทศพม่า ที่พระสงฆ์และชาวพม่าหลายแสนคนรวมตัวประท้วง-คว่ำบาตรรัฐบาลทหารพม่า ตามถนนสายต่างๆ ก่อนไปรวมตัวกันที่เจดีย์ชเวดากอง หลังไม่พอใจการประกาศขึ้นราคาน้ำมัน 500 เปอร์เซ็นต์ อย่างไม่มีเหตุผล โดยเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการรังแกประชาชน ล่าสุดเหตุการณ์ลุกลามและส่อเค้าความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลต้องประกาศเคอร์ฟิวในนครย่างกุ้งและนครมัณฑะเลย์ โดยมีผลบังคับใช้นาน 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรัฐบาลทหารพม่าส่งทหารไปประจำการตามจุดสำคัญๆ ทั่วนครย่างกุ้ง โดยเฉพาะที่เจดีย์ชเวดากอง เมื่อค่ำวันที่ 25 กันยายน จากนั้นรัฐบาลทหารพม่าได้ประกาศผ่านทางเครื่องขยายเสียงจากรถบรรทุกทหาร เมื่อเวลา 20.45 น.วันอังคาร หรือตรงกับเวลา 21.15 น.ตามเวลาในไทยว่า ให้เคอร์ฟิว หรือห้ามออกจากบ้านในยามวิกาลในนครย่างกุ้งและนครมัณฑะเลย์ โดยมีผลบังคับใช้นาน 60 วัน เริ่มตั้งแต่เวลา 21.00-05.00 น. พร้อมกับห้ามชุมนุมเกิน 5 คน พร้อมกับประกาศให้ทั้งเมืองอยู่ในการควบคุมโดยตรงของผู้บัญชาการทหารในท้องถิ่น นอกจากนี้ยังสั่งให้ประชาชนถอนเงินจากธนาคารได้สัปดาห์ละครั้ง เพื่อควบคุมการไหลออกของเงินตรา

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ทหาร 2 กองพลจากเขตรอบนอก ได้ยกกำลังไปย่างกุ้ง โดยหนึ่งในนั้นคือกองพลที่ 22 ซึ่งเข้าร่วมปราบปรามจลาจลนองเลือดเมื่อปี 2531 ซึ่งกองพลที่ 22 เดิมมีที่ตั้งอยู่ในรัฐกะเหรี่ยง ส่วนกองพลที่ 77 เข้ามาในย่างกุ้งแล้ว แต่ยังไม่ได้เข้าประจำการ ขณะที่นักการทูตจากประเทศแถบเอเชียคนหนึ่ง เผยว่า เจ้าหน้าที่พม่าซ้อมปราบปรามการชุมนุมมาได้ 2-3 วันแล้ว

อย่างไรก็ตาม ในช่วงนั้นมีข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วว่า ทหารได้รับคำสั่งให้ยิงผู้ประท้วงได้ และทหารบางนายโกนศีรษะพยายามแทรกซึมเข้าไปในกลุ่มผู้ประท้วง เพื่อสร้างสถานการณ์วุ่นวาย ซึ่งจะทำให้ทางการจะใช้เป็นข้ออ้างในการใช้กำลังเข้าปราบปราม นอกจากนี้ โรงพยาบาลและคุกมีการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับผู้บาดเจ็บและผู้ที่ถูกจับกุม ขณะที่มีรายงานด้วยว่า พลจัตวาสุระ หมิ่น หม่อง รัฐมนตรีกิจการศาสนา ขู่จะดำเนินการกับพระชั้นผู้ใหญ่ ถ้าไม่สามารถควบคุมการประท้วงของพระลูกวัดได้

 

 

ยิงปืน-แก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วง

แม้ว่าทางการจะประกาศเคอร์ฟิว แต่พระสงฆ์และประชาชนอีกกว่าหมื่นคนยังคงทยอยเดินทางไปชุมนุมประท้วงบริเวณหน้าเจดีย์ชเวดากองติดต่อเป็นวันที่เก้า โดยไม่เกรงกลัวคำสั่งห้ามใดๆ ผู้เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ตำรวจปราบจลาจลได้ยิงแก๊สน้ำตาและใช้กระบองเข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุม และหลังจากผู้ประท้วงพากันวิ่งหนี ทหารที่มีอาวุธครบมือได้ใช้ลวดห้ามปิดล้อมพื้นที่โดยรอบเจดีย์ ที่ยังมีพระสงฆ์ราว 500 รูป อยู่ภายใน

รายงานข่าวเผยว่า ตำรวจปราบจลาจลยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่กลุ่มพระสงฆ์ราว 100 รูป หลังพระสงฆ์กลุ่มนี้พยายามจะแหวกวงล้อมเข้าไปด้านในเจดีย์ชเวดากอง จากนั้นตำรวจได้ยิงจริง รวมทั้งใช้ไม้กระบองตีไล่ และตะโกนสั่งให้พระสลายการชุมนุม ตำรวจบางส่วนวิ่งไล่พระและผู้สนับสนุนอีกราว 200 คน ขณะที่คนอื่นๆ พยายามยึดที่มั่นบริเวณใกล้กับประตูตะวันออกของเจดีย์ชเวดากอง ล่าสุดมีประชาชนเสียชีวิตและพระมรณภาพ รวม 5 คน/รูป ส่วนพระได้รับบาดเจ็บแล้วอย่างน้อย 17 รูป และถูกจับ 30 คน ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ทหารและตำรวจของพม่าใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของผู้ประท้วงที่เพิ่มจำนวนขึ้นเกินกว่า 1 แสนคน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

สร้างโซ่มนุษย์คุ้มกันพระ

หลังจากเกิดเหตุชุลมุนหน้าเจดีย์ชเวดากอง ผู้ประท้วงอีก 2 กลุ่มได้ออกไปสมทบบนถนน ก่อนจะจับมือกันเป็นวงล้อมโซ่มนุษย์ เพื่อคุ้มกันพระสงฆ์ราว 200 รูป ระหว่างตั้งต้นเดินขบวนบริเวณถนนใกล้ๆ ขณะที่ประชาชนและพระสงฆ์นับร้อยถูกลากตัวไปขึ้นรถตำรวจ

ส่วนในย่านใจกลางเมืองย่างกุ้ง มีประชาชนราว 1,000 คน มารวมตัวกันที่บริเวณเจดีย์สุเล ใกล้กับศาลาว่าการเทศบาลนครย่างกุ้ง ซึ่งเป็นจุดศูนย์รวมของการเดินขบวน โดยมีทหารปิดล้อมเจดีย์ไว้ หลังจากก่อนหน้านี้สามารถปิดล้อมเจดีย์ชเวดากองทั้ง 4 ประตู และจุดชุมนุมสำคัญอื่นๆ ได้แล้ว

ช่วงไล่เลี่ยกัน พระสงฆ์อีกราว 300 รูป เดินขบวนมุ่งหน้าไปยังบ้านพักของนางออง ซาน ซู จี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตย ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบชานนครย่างกุ้ง โดยมีรถบรรทุกทหารพร้อมอาวุธราว 40 คน แล่นตามไป ระหว่างทางพระสงฆ์ขอร้องให้ประชาชนอย่าเข้าร่วมการเดินขบวน เพื่อความปลอดภัย รวมทั้งขอร้องไม่ให้ก่อความรุนแรงใดๆ ขึ้น

ก่อนหน้านี้ในช่วงเช้า พระชั้นผู้ใหญ่รูปหนึ่งให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศว่า พระสงฆ์ตัดสินใจจะเสี่ยงชีวิตเพื่อประชาชน แม้ว่าอาจจะต้องถูกปราบปราม และยืนยันว่าจะเดินขบวนต่อไปเพื่อความปลอดภัยและชีวิตที่ดีขึ้นของชาวพม่า

 

 

ปฏิเสธไม่ได้จับซู จีไปขังคุก

ในส่วนการรายงานข่าวของสำนักข่าวรอยเตอร์ ที่ว่า นางออง ซาน ซู จี ผู้นำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ถูกย้ายไปคุมขังที่เรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้งตั้งแต่เมื่อวันอาทิตย์ หรือ 1 วันหลังมีภาพเธอออกไปยืนยกมือไหว้ขบวนประท้วงของพระสงฆ์ ตำรวจนครย่างกุ้งยืนยันว่า นางซู จี ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในบ้านพักริมทะเลสาบอินเลย์เช่นเดิม แต่มีการเสริมการรักษาความปลอดภัยรอบๆ บ้านพักด้วยกระสอบทราย สิ่งกีดขวาง นอกเหนือจากนำตำรวจปราบจลาจลไปประจำการตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา

นอกจากตรึงกำลังรอบบ้านพักนางซู จีแล้ว ทางการยังส่งตำรวจปราบจลาจลราว 30 คน ไปควบคุมสถานการณ์บริเวณที่ทำการพรรคเอ็นแอลดีกลางนครย่างกุ้ง โดยเข้าไปนั่งประจำการภายในอาคารที่ทำการอันทรุดโทรมของพรรคนอกเหนือจากคุมพื้นที่หน้าตัวอาคาร ขณะที่สมาชิกพรรคราว 30 คนยืนอยู่ด้านนอกอาคาร เพื่อเตรียมเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงที่อาจเกิดขึ้นทันที

ผู้เห็นเหตุการณ์ในย่างกุ้ง เปิดเผยว่า โรงเรียนและร้านค้ายังเปิดตามปกติ ท่ามกลางความเป็นไปได้ว่าจะเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างตำรวจและผู้ประท้วงโดยการนำของพระสงฆ์ ขณะที่ครูหลายคน ระบุว่า มีพ่อแม่บางคนไม่ยอมให้ลูกไปโรงเรียนตลอดทั้งสัปดาห์ เพราะเกรงจะเกิดความรุนแรง ส่วนรถขนส่งมวลชนได้ออกให้บริการแล้ว แต่จำนวนลดลง หลังรัฐบาลขึ้นราคาน้ำมันเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ส่งทหารล้อมมัณฑะเลย์

ส่วนสถานการณ์ที่นครมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ มีทหารพร้อมปืนไรเฟิลกว่า 100 คน เข้ารักษาการณ์บริเวณรอบเจดีย์มหามุนีพญา โดยนำแผงกั้นและรั้วลวดหนามไปกั้นประตูที่พระสงฆ์ใช้เดินออกมาประท้วง ขณะที่ภายในบริเวณวัดมีรถทหาร 5 คัน ประจำการอยู่ นอกเหนือจากส่งทหารไปประจำการบนถนนที่มุ่งหน้าไปยังวัดและวังอื่นๆ ในเมือง ซึ่งสร้างความหวาดกลัวให้แก่ประชาชน โดยชายคนหนึ่งเผยว่า ทุกคนกลัวมาก เพราะทหารพร้อมจะยิงปืนใส่ประชาชนได้ตลอดเวลา

ทั้งนี้ หลังจากมีการชุมนุมประท้วงยืดเยื้อหลายวัน นายซาร์กานา ดาราตลกชื่อดังของพม่า ที่สร้างชื่อเสียงจากการพูดตลกเสียดสีรัฐบาล กลายเป็นคนดังคนแรกที่ถูกจับ หลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวจากบ้านพักราวเที่ยงคืนของอังคาร ซึ่งคนในครอบครัวของดาราตลกชื่อดังผู้นี้ เผยว่า นายซาร์กานา ถูกนำตัวไปสอบสวนชั่วคราว

ขณะเดียวกัน นายวิน เนง นักการเมืองฝ่ายค้าน ได้ถูกจับกุมตัวที่บ้านพักในย่างกุ้ง โดยนักการทูตตะวันตกคนหนึ่ง เปิดเผยว่า นายวิน เนง ถูกจับหลังถวายอาหารและน้ำดื่มแด่พระสงฆ์ เช่นเดียวกับนายซาร์กานา

สั่งนักข่าวประณามการประท้วง

สมาพันธ์นักข่าวระหว่างประเทศ (ไอเอฟเจ) ออกแถลงการณ์แสดงความวิตกที่สภาออสเตรเลีย-พม่า เผยว่า รัฐบาลพม่าออกคำสั่งให้วารสารและหนังสือพิมพ์ต่างๆ ตีพิมพ์คำแถลงการณ์ประณามการประท้วงที่นำโดยพระสงฆ์ในพม่า โดยนางแจ็คเกอลีน พาร์ค ผู้อำนวยการไอเอฟเจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า ชาวพม่าเจ็บปวดกับการถูกกดขี่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร และการประท้วงครั้งนี้ได้เปิดเผยความปรารถนาที่จะแสดงความคิดเห็นออกมาอย่างสันติวิธี และสื่อมวลชนได้มีบทบาทสำคัญที่จะเผยแพร่ข้อมูลและประเด็นสำคัญต่อประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้ทราบและรับรู้

วันเดียวกัน หนังสือพิมพ์นิวไลท์ ออฟ เมียนมาร์ กระบอกเสียงของรัฐบาลพม่า ได้เผยแพร่บทความในหน้า 1 กล่าวหากลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเอ็นแอลดีว่าใช้วิธีการรุนแรง วาจาหยาบคายกับพระสงฆ์ ที่ไม่เข้าร่วมการประท้วงต่อต้านรัฐบาล รวมถึงขู่จะขว้างผ้าถุงและยกทรงเข้าไปในบริเวณวัด เพื่อเหยียดหยามพระสงฆ์ในวัดแห่งหนึ่ง แต่ไม่มีรายงานว่าเป็นวัดใด เหตุเกิดขึ้นเมื่อใด ตลอดจนไม่มีรายงานว่าพระสงฆ์ในวัดมีปฏิกิริยาตอบโต้กลุ่มผู้ประท้วงอย่างไร

 

 

ต่างชาติเตือนรัฐบาลพม่า

โฆษกรัฐบาลสิงคโปร์ ออกแถลงการณ์ผ่านอีเมล แสดงความวิตกอย่างยิ่งต่อข่าวการใช้กำลังสลายกลุ่มผู้ชุมนุมในพม่า และเรียกร้องให้รัฐบาลพม่าใช้ความอดกลั้นอย่างที่สุด พร้อมกับขอให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการยั่วยุ และหาทางสร้างความปรองดอง พร้อมประกาศแนะนำให้ชาวสิงคโปร์ที่อยู่ในพม่าไปลงชื่อในเวบไซต์ของกระทรวงต่างประเทศ เพื่อให้กระทรวงและสถานทูตสามารถติดต่อและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดเหตุจำเป็น

ขณะที่ นายมาซาฮิโกะ คูมูระ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ญี่ปุ่นซึ่งเป็นประเทศผู้บริจาครายใหญ่ให้แก่พม่า กำลังกดดันให้รัฐบาลพม่าแสดงความอดกลั้นในการตอบโต้ผู้ประท้วง และในอนาคตญี่ปุ่นจะยังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวในพม่าโดยใกล้ชิดต่อไป

ด้านนายซายเอ็ด ฮามิด อัลบาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศมาเลเซีย ที่อยู่ระหว่างร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่สหรัฐ กล่าวว่า มาเลเซียไม่เชื่อว่ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อพม่าจะเป็นวิธีการที่ดี เพราะมาตรการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อกลุ่มเป้าหมาย แต่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนธรรมดา และคิดว่า หนทางที่ดีสุดในการแก้ไขปัญหาคือให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญเดินหน้าต่อไป และพยายามสร้างความสมานฉันท์ในประเทศ

อียูเตรียมเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรพม่า

สหภาพยุโรป (อียู) ออกแถลงการณ์ว่า จะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่า ถ้าผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารถูกกวาดล้างด้วยความรุนแรง โดยจะเพิ่มความเข้มข้นต่อมาตรการคว่ำบาตรพม่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ถ้าทางการพม่าใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วงอย่างสันติและปราศจากอาวุธ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ ที่มีกำหนดหารือระหว่างเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่นครนิวยอร์กในวันพฤหัสบดีนี้ จะนำสถานการณ์ประท้วงในพม่าเข้าเป็นหัวข้อการหารือด้วย

นอกจากนี้ อาเซียนยังมีกำหนดหารือกับ น.ส.คอนโดลีซซา ไรซ์ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ที่คาดว่าจะเพิ่มความกดดันอาเซียนให้เพิ่มระดับการกดดันพม่า ซึ่งเป็นสมาชิกในการยุติปราบปรามฝ่ายค้านในพม่าให้มากขึ้นด้วย ส่วนนายอัลเบอร์โต โรมูโล รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ให้ความเห็นว่า สถานการณ์พม่าปัจจุบันน่าจะถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลทหารพม่าจะเริ่มนำแผนปฏิรูปประชาธิปไตยที่ให้คำมั่นกับประชาคมโลกมาเป็นเวลากว่า 10 ปี มาใช้เพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองโดยเร็วที่สุดต่อไป

 

เกาะติดสถานการณ์ชายแดน

ส่วนสถานการณ์ตามตะเข็บแนวชายแดนระหว่างประเทศไทยกับพม่าหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว วันเดียวกัน พ.อ.นพพร เรือนจันทร์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 7 ดูแลชายแดน จ.แม่ฮ่องสอน กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์ในพม่าอาจจะมีผลกระทบตามแนวชายแดนไทย โดยเฉพาะในส่วนของราษฎรพม่าที่อาจลักลอบเข้ามาในเขตไทยตามแนวชายแดน จึงได้สั่งการให้ทหารดูแลอย่างใกล้ชิด

ขณะที่ พ.อ.สมพงษ์ แจ้งจำรัส ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 3 กองกำลังผาเมือง จ.เชียงราย กล่าวว่า จากการโทรศัพท์สอบถามไปยังผู้การกรมของฝ่ายพม่าได้รับการยืนยันกลับมาว่า สถานการณ์ที่พม่ายังปกติอยู่ และยืนยันว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และจนขณะนี้ยังไม่มีการเพิ่ม หรือเคลื่อนกำลังทหารแต่อย่างใด ทั้งนี้ เชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลต่อการค้าขายตามแนวชายแดนไทย-พม่า ทั้งฝั่งท่าขี้เหล็ก-แม่สาย และยืนยันว่าจะไม่ปิดด่านอย่างแน่นอน ในส่วนของไทยถือว่าไม่ตึงเครียด แต่ยอมรับว่าขณะนี้ได้สั่งการให้มีการเคลื่อนกำลัง แต่จะเป็นลักษณะของการผลัดเปลี่ยนกำลังพลชุดเดิมที่มาปฏิบัติการครบ 1 ปี เปลี่ยนชุดใหม่เข้ามาแทน

ทหารพม่าเข้มทุกจุด

ส่วนสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-พม่า ด้านสะพานมิตรภาพไทย-พม่า ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก พบมีรายงานว่า ทหารพม่าวางกำลังตรวจตราอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการตรวจรถสินค้าทุกเที่ยวที่ผ่านเข้าไปในเมืองเมียวดี เนื่องจากเกรงว่า อาจมีการซุกซ่อนอาวุธ ปะปนไปกับสินค้า นอกจากนี้ ทหารพม่ายังตั้งด่านตรวจสกัดทุกจุดตลอดแนวชายแดนฝั่งตรงข้าม อ.อุ้มผาง อ.พบพระ อ.แม่สอด อ.แม่ระมาด และ อ.ท่าสองยาง ตลอดแนวลำน้ำเมยระยะทางยาวกว่า 580 กิโลเมตร และท่าเรือข้ามแม่น้ำเมยทั้งหมด 19 แห่ง โดยทหารพม่าผ่อนผันให้ผ่านได้เพียงจุดเดียวคือ สะพานมิตรไทย-พม่า เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุการณ์ประท้วงขยายวงเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้ประชาชาชาวพม่าเกรงว่ารัฐบาลจะสั่งปิดชายแดน จึงเริ่มกักตุนอาหารและยารักษาโรค เนื่องจากขณะนี้สินค้าในพม่าเริ่มถีบตัวสูงขึ้น

 

เพิ่มความเข้มน่านน้ำไทย-พม่า

ขณะเดียวกัน ที่ จ.ระนอง พล.ร.ท.สุพจน์ พฤกษา ผบ.กองเรือภาคที่ 3 กองเรือยุทธการ กล่าวถึงการเฝ้าระวังบริเวณชายแดน จ.ระนอง และทะเลอันดามัน หลังเกิดเหตุการณ์วุ่นวายในพม่าว่า ขณะนี้ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรที่น่าวิตก ส่วนการเตรียมการของกองเรือภาคที่ 3 ได้ให้เรือตรวจการณ์ ต.96 เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนมากขึ้น รวมทั้งส่งเครื่องบินลาดตระเวนตามพื้นที่รับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง

"เรือตรวจการณ์ที่ปฏิบัติหน้าที่นั้นมีอยู่ 1 ลำ และยังมีเครื่องบินลาดตระเวน 1 ลำ ซึ่งหากประเมินสถานการณ์แล้วพบว่ามีความรุนแรงก็จะส่งเรือที่มีศักยภาพทางยุทธการมากขึ้นไปดูแลเรือประมงของไทย โดยเราจะประสานงานกับชาวประมงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น ปัจจุบันมีเรือที่ทำประมงอยู่ประมาณ 300 ลำ" พล.ร.ท.สุพจน์ กล่าว

 

 

 

"สนธิ" ชี้ไม่รุนแรงถึงขั้นอพยพ

ด้านความเคลื่อนไหวของรัฐบาลไทย และกองทัพในการให้ความคุ้มครองประชาชนชาวไทยที่อยู่ในประเทศพม่านั้น วันเดียวกัน เมื่อเวลา 08.30 น. ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2) พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ให้สัมภาษณ์ว่า กองทัพได้ให้ผู้ช่วยทูตทหารบกในนครย่างกุ้ง ประสานติดต่อกับเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศพม่า เพื่อติดต่อประชาชนชาวไทยที่อยู่ในประเทศพม่าไว้เรียบร้อยแล้ว แต่จากการได้รับรายงานเบื้องต้นทราบว่า สถานการณ์ยังไม่รุนแรงถึงขั้นอพยพ แต่ได้กำชับให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับกองทัพอากาศหรือไม่ ในการเตรียมความพร้อมหากเกิดฉุกเฉินต้องนำเครื่องบิน ซี 130 ไปรับ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า คิดว่าเรื่องนี้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้อยู่ที่ทางพม่าต้องการความช่วยเหลือเมื่อใด

 

เตรียมซี 130 อพยพคนไทยกลับ

ด้าน พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า ขณะนี้กองทัพติดตามสถานการณ์ในประเทศพม่าอย่างใกล้ชิด โดยฟังรายงานจากผู้ช่วยทูตทหาร และเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศพม่า ซึ่งหากเกิดสถานการณ์รุนแรง กองทัพพร้อมจะอพยพคนไทยกลับประเทศ โดยประสานไปยังกองทัพอากาศ เพื่อเตรียมเครื่องบินซี 130 จำนวน 3-4 ลำ ไว้ทันที

"ได้ให้เจ้ากรมยุทธการทหาร บก.ทหารสูงสุด เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะเตรียมการเหตุการณ์หากเกิดกรณีฉุกเฉิน ผมหวังว่าสถานการณ์คงจะดีขึ้น และขณะนี้ยังไม่ได้ต่อสายไปพูดคุยกับผู้นำทางทหารพม่ากับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี" พล.อ.บุญสร้าง กล่าว

 

ประสานคนไทยอย่างใกล้ชิด

วันเดียวกัน ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศพม่าปลอดภัยดี โดยอยู่ในนครย่างกุ้งประมาณ 200 คน ส่วนในเมืองมัณฑะเลย์มีประมาณ 40 คน ทั้งนี้ สถานทูตได้ใช้ช่องทางเพื่อแจ้งข่าวให้คนไทยในพม่าทราบเป็นระยะๆ พร้อมเตรียมนัดหมายคนไทยให้เดินทางไปพบในจุดที่เตรียมไว้ หากเกิดเหตุการณ์รุนแรง จะได้ดำเนินการอย่างทันท่วงที

"ทางสถานทูตได้โดยได้เตรียมเจ้าหน้าที่และรถยนต์เพื่ออำนวยความสะดวกไว้ด้วย กระทรวงการต่างประเทศได้ประกาศแจ้งเตือนคนไทยที่จะเดินทางไปพม่าในขณะนี้ให้ทราบว่า ทางการพม่าได้ประกาศห้ามประชาชนในเขตย่างกุ้งและมัณฑะเลย์ออกนอกเคหสถานตั้งแต่เวลา 3 ทุ่ม ถึงตี 5 และห้ามการชุมนุมเกิน 5 คน ดังนั้น จึงขอให้ผู้ที่มีความจำเป็นจะต้องเดินทางไปพม่า ได้โปรดติดตามสถานการณ์การเมืองในพม่าอย่างใกล้ชิด" นายธฤต กล่าว

ขณะเดียวกัน ที่กระทรวงแรงงาน นายผดุงศักดิ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า กระทรวงได้ออกหนังสือเวียนไปยังสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีแรงงานต่างด้าวชาวพม่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น จ.สมุทรสาคร ระนอง ตาก เชียงราย แม่ฮ่องสอน ราชบุรี และกาญจนบุรี เพื่อให้เร่งติดตามความเคลื่อนไหวสถานการณ์การชุมนุมประท้วงดังกล่าว และประสานงานกับหน่วยงานปกครองท้องถิ่นส่วนอื่นๆ เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด ตำบล ทหาร ตำรวจในพื้นที่ เนื่องจากรับทราบมาว่าอาจจะมีกลุ่มชาวพม่าก่อเหตุประท้วงทะลักเข้ามาในราชอาณาจักร

ยืนยันขนส่งทางอากาศยังปกติ

ส่วนผลกระทบด้านการค้า ขนส่งทางอากาศ และทางน้ำในส่วนของประเทศไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศพม่า นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพม่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อการขนส่งทางอากาศ โดยสายการบินของไทยยังบินตามปกติ อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เกิดขึ้นต้องรอประเมินสถานการณ์จากฝ่ายความมั่นคงร่วมด้วย แต่สิ่งที่ทำได้ขณะนี้คือ การเฝ้าระวังและดูแลคนไทยที่อยู่ในประเทศพม่า หากต้องการเดินทางกลับ รัฐบาลพร้อมจะช่วยเหลือทันที

ขณะที่ นายประสงค์ ตันมณีวัฒนา อธิบดีกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี ยืนยันว่า การขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับพม่า บริเวณชายแดน จ.ระนอง และด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี ยังเปิดให้บริการตามปกติ โดยสัดส่วนการขนส่งมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ขณะที่บริเวณท่าเรือเชียงแสนและแม่สาย จ.เชียงราย ยังให้บริการตามปกติ ไม่มีผลกระทบอะไร ซึ่งการยกเลิกการขนส่งทางน้ำต้องรอประเมินสถานการณ์จากประเทศพม่า

 

จับดาวตลก

ข้อหา "ส่งน้ำเลี้ยงม็อบพระ"

 

 

รัฐบาลทหารพม่าจับตลกดัง ฐานภวายภัตตาหารแก่พระพม่าที่นำการชุมนุมประท้วงรัฐบาลด้านสนธิ ชี้ สถานการณ์พม่ายังไม่รุนแรงถึงขั้นอพยพประชาชนออก

(26กย.) เพื่อนคนหนึ่งของนาย"ซานาการ์" ดาวตลกผู้มีชื่อเสียงที่สุดของพม่า เปิดเผยในวันนี้ว่านายซานาการ์ ผู้แสดงตนว่าสนับสนุนพระสงฆ์พม่า ซึ่งกำลังเป็นผู้นำในการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารพม่าและได้นำน้ำกับภัตตาหารไปถวายพระสงฆ์เมื่อวันจันทร์กับวันอังคารที่ผ่านมา ได้ถูกจับกุมตัวที่บ้านพักของเขา เมื่อเวลา 01.30 น. เช้ามืดวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 02.00 น.ตามเวลาในไทย

นายซากานาร์ รวมทั้งดาราภาพยนต์ผู้มีชื่อเสียงและศิลปินเป็นจำนวนมากของพม่า พากันออกมาเรียกร้องให้สาธารณชน ให้การสนับสนุนพระสงฆ์ ผู้กำลังเป็นแกนนำการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหาร ครั้งใหญ่สุดในรอบ 20 ปี และช่วงสุดสัปดาห์ เขาได้ให้สัมภาษณ์วิทยุคลื่นสั้น "เสียงประชาธิปไตยแห่งพม่า" หรือ DVB ที่ส่งกระจายเสียงจากนอรเวย์ เข้าไปในพม่า เรียกร้องให้สาธารณชนลุกขึ้นสนับสนุนพระสงฆ์ เขากล่าวว่า พระสงฆ์ออกไปประท้วงพร้อมสวดมนต์เพื่อประชาชน ขณะที่ประชาชนนั่งดูโทรทัศน์อยู่ที่บ้าน ทำให้เขารู้สึกละอาย

และว่า พวกเขาอยู่ในวงการบันเทิง หาเลี้ยงตัวเองด้วยเงินจากประชาชน ปัญหาของประชาชนก็คือปัญหาของศิลปินด้วยเพราะหากประ ชาชนจนลง ศิลปินก็จนลงเช่นกัน

 

 

ข่าว : คมชัดลึก
27 กันยายน 2550


 

 

เคอร์ฟิวพม่า

ฆ่าพระ-ปราบผู้ชุมนุม

 

 

หลวงพ่อโกย คนละทิศคนละทาง

จับตาให้ดี มีสิทธิ์หนีเข้าไทยมหาศาล

 

สภาพของพระภิกษุผู้ชุมนุม

 

มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย กับอีกกว่า 100 ราย ในการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงในกรุงย่างกุ้งจำนวนหลายหมื่นคน เมื่อวันพุธ (26 ก.ย.) ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิตมีพระสงฆ์รวมอยู่น้อยจำนวน 3 รูป ในนั้นมี 1 รูปสิ้นลม เพระถูกกระสุนปืน อีก 2 รูป ถูกทหารทุบจนมรณภาพ ขณะที่ทหารและตำรวจปราบจลาจลพยายามขับไล่ฝูงชนออกจากถนน
       
       นอกจากนั้น ยังมีการจับกุมผู้ประท้วงอีกราว 200 คน ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นพระสงฆ์ ขณะที่ทหารและตำรวจอาวุธครบมือได้ขับไล่ผู้ประท้วงหลายหมื่น ในย่านธุรกิจใจกลางกรุงเก่าย่างกุ้ง ทั้งนี้ เป็นการบอกเล่าของนักการทูตกับผู้ที่เห็นเหตุการณ์หลายราย

 

ทหารที่ถูกสั่งให้เข้ามาเคลียร์พื้นที่ในเมืองหลวง


       
       ตามรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี พระสงฆ์ที่มรณภาพถูกกระสุนขณะพยายามยื้อแย่งกับทหาร นอกจากนั้น ยังมีฆราวาสอีก 1 ราย เสียชีวิตเมื่อถูกนำไปถึงโรงพยาบาล ซึ่งนับเป็นเหยื่อรายที่ 4
       
       ในจำนวนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บกว่าครึ่งหนึ่งเป็นพระ ทั้งนี้ เป็นการนับจำนวนของหลายฝ่ายในกรุงย่างกุ้ง เอเอฟพี กล่าว
       
       ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า มีผู้ถูกจับกุมไปประมาณ 200 ราย ขณะที่นักการทูตคนหนึ่ง กล่าวว่า ผู้ที่ถูกจับกุมมีอย่างน้อย 100 ราย เป็นพระ ที่เป็นหัวหอกนำการประท้วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อวันพุธนี้เป็นการประท้วงวันที่เก้าติดต่อกันในเมืองหลวงเก่าของพม่า

 

ภาพการปิดล้อมตัวเมืองย่างกุ้งและเมืองมัณฑะเลย์โดยทหารไม่ทราบสังกัด


       
       ตำรวจปราบจลาจลกับทหารได้ยิงปืนขึ้นฟ้าหลายครั้ง ในหลายเหตุการณ์ เพื่อขับไล้ผู้ประท้วง ขณะที่นักการทูตฝรั่งเศสในกรุงย่างกุ้งคนหนึ่ง ระบุว่า ทหารพม่าได้ยิงเข้าใส่ฝูงชนที่ประท้วงด้วย ซึ่งเป็นที่แน่นอนว่า จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บ แม้จะยังไม่ทราบจำนวน
       
       เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเป็นคนยิง ครั้งแรกยิงขึ้นฟ้า ต่อมายิงใส่ผู้ประท้วง เรายังไม่ทราบว่ามีกี่คนได้รับบาดเจ็บ แต่เรายืนยันได้ว่า มีการนองเลือด นายเอ็มมานูเอล มูริเอซ์ (Emmanuel Mouriez) กล่าวในการให้สัมภาษณ์วิทยุฝรั่งเศส RTL ทั้งนี้เป็นรายงานของเอเอฟพี

อย่างไรก็ตาม ในท่ามกลางการปราบปรามและถูกสลายกำลังแห่งแล้วแห่งเล่า แต่กลุ่มผู้ประท้วงก็กลับไปรวมพลังกันใหม่ทุกครั้งตลอดวัน ขณะที่ประชาชนจำนวนมากยืนปรบมือให้การสนับสนุน บ้างก็ขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ตำรวจกับทหาร พร้อมส่งเสียงตะโกนด่า ไอ้โง่ ไอ้โง่
       
       ตามรายงานของผู้เห็นเหตุการณ์ แม้จะถูกติดตามไล่ล่าและปราบปรามอย่างหนักจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวนผู้ประท้วงเมื่อวันพุธนี้ ก็ยังมีไม่ต่ำกว่า 100,000 คน เช่นเดียวกันกับเมื่อวันก่อนๆ เอเอฟพี กล่าว
       
       การประท้วงยังมีขึ้นในเมืองสิตต่วย (Sittwe) เมืองศูนย์กลางก๊าซและน้ำมันของประเทศ ริมอ่าวเบงกอล ห่างจากกรุงย่างกุ้งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 600 กม.
       
       ที่นั่นมีผู้เข้าร่วมการประท้วงราว 15,000 คน ทั้งเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานตัวเลขเดียวกัน

 

ข่าว : ผู้จัดการ
27 กันยายน 2550

 


       
         
       
       

 


 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com เจ้าของ : วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by