ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

 

                           

สนธิตัดปัญหา ไม่บวชวัดชนะแล้ว

หลังจากโดนตีความเรื่องคุณสมบัติ

ทั้ง ติดคดี-เป็นหนี้มหาศาล !!

 

 

จากคนเคยเจ็บ เอ๊ย คนเคยว่าให้เขา

       สองสามปีที่ผ่านมานั้น สนธิบำเพ็ญตัวเป็นนักวิจารณ์คนอื่นได้ครอบจักรวาล แม้กระทั่งเรื่องจตุคามรามเทพเขาก็รอบรู้ ไม่มีอะไรในเมืองไทยที่สนธิไม่รู้ แต่เขาเพิ่งจะมารู้ในวันนี้นี่เองว่า สิ่งที่เขาไม่รู้ยังมีอีกมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ คุณสมบัติส่วนตัวของเขาเอง ไม่ใช่ในการลงสมัครรับเลือกตั้ง หากแต่เป็นคุณสมบัติในการสมัครบรรพชาอุปสมบทในพระพุทธศาสนา เพราะพระวินัยห้ามไว้ว่า บุคคลผู้มีคดีติดตัว หรือมีหนี้สิน หรือมีพันธะในทางครอบครัว บิดามารดาไม่ได้อนุญาต เป็นต้น บุคคลเหล่านี้ห้ามมิให้พระสงฆ์บวชให้ ถ้าพระสงฆ์ฝืนบวชให้ พระสงฆ์ทั้งหมดต้องอาบัติ

 

      พระวัดป่าบ้านตาด ของหลวงตาบัว มาที่สำนักงานผู้จัดการเป็นประจำ ทั้งเยี่ยมเยือน ถามสารทุกข์สุกดิบ หรือมีงานให้ทำ เช่น กรณีคัดค้านการออก พรบ.การเงินของรัฐบาล ซึ่งหลายคนมองว่า เป็นเกมการเมืองในกลุ่มพันธิมิตรล้มทักษิณมาด้วยกันนั่นเอง เพียงแต่ใช้วัดป่าบ้านตาดเป็นสถานที่จุดชนวนเท่านั้น

 

 

       ถ้าว่าที่พระอุปัชฌาย์คือ สมเด็จพระมหาธีราจารย์บวชให้ ก็คงมีคนอาจหาญสอนว่าที่สังฆราชกันมั่ง ครั้งจอมพลถนอมบวชวัดบวรก็ทำนองนี้ ครั้งนี้อาจจะไม่เหมือนครั้งก่อน เพราะสนธิไม่ได้ฆ่าคนตาย แต่เขาก็ยังติดคุณสมบัติอยู่ดี มีปัญหาว่า ถ้าไม่บวชวัดชนะ หรือบวชที่วัดชนะไม่ได้ แล้ววัดไหนจะกล้าบวชให้ ? เพราะขนาดวัดสมเด็จยังบวชไม่ได้ แล้ววัดอื่นๆ ซึ่งไม่มีสมณศักดิ์หรือตำแหน่งสูงกว่าสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เขาจะกล้าบวชให้หรือ ยิ่งถ้าเป็นพระวัดป่าคงต้องสอบถามอันตรายิกธรรมกันเคร่งกว่าวัดบ้าน ยกเว้นก็แต่วัดป่าบ้านตาด เพราะวัดนั้นเขาบิณฑบาตหาเงิน จึงน่าจะไม่มีปัญหาเรื่องติดหนี้สินของนายสนธิ ! อืม..น่าคิดนะ

 


 

บทความพิเศษ
โดย อมรรัตน์ ล้อถิรธร แห่งผู้จัดการ

 

หลายคนเชื่อว่า ถ้าเพียงแต่คนที่จะบวช ไม่ใช่ สนธิ ลิ้มทองกุล ม็อบที่อ้างตัวว่าเป็น เครือข่ายชาวพุทธฯ กลุ่มนี้ คงไม่ลุกขึ้นมาคัดค้านกดดัน และขู่คำราม ทั้ง สนธิ และสมเด็จพระมหาธีราจารย์ แห่งวัดชนะสงคราม แม้พฤติกรรมและผลงานของม็อบดังกล่าวจะทำให้หลายฝ่าย รวมทั้ง สนธิ มองออกว่า เป็นม็อบการเมืองสายทักษิณ-ทรท.จึงได้มองสนธิเป็นศัตรูที่ต้องตามจองล้างจองผลาญแบบนี้ แต่ที่สุดแล้ว สนธิ ผู้เตรียมเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ก็หนักแน่นและสงบนิ่งพอ ที่จะให้อภัยม็อบกลุ่มนี้ ด้วยการล้มเลิกความคิดที่จะบวชที่วัดชนะสงครามแล้ว แต่ขอไม่ล้มเลิกความตั้งใจที่จะบวชต่อไป

 

 

       
       
       การเตรียมตัวลาบวชของ สนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ และผู้ดำเนินรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน แรกเริ่มเดิมที สนธิไม่ได้ต้องการให้เป็นข่าวออกสู่สาธารณะหรือป่าวประกาศบอกใครให้รับรู้ ด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องเฉพาะตัว จึงอยากบวชเงียบๆ แต่เมื่อสนธิได้ยุติการจัดรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน ชั่วคราว เพื่อเตรียมตัวบวช ส่งผลให้มีผู้ชมเอเอสทีวี-พันธมิตรฯ และแฟนๆ รายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน สงสัยถึงสาเหตุการหยุดจัดรายการ จึงได้สอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก ทำให้ คำนูณ-ปานเทพ ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน เช่นกัน ต้องประกาศให้ทราบกลางรายการ เมื่อวันศุกร์ที่ 26 ต.ค.ว่า เหตุที่สนธิหยุดจัดรายการชั่วคราว เพื่อเตรียมตัวลาบวชในวันที่ 7 พ.ย.นี้ ที่วัดชนะสงคราม ซึ่งวันดังกล่าวเป็นวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 60 ปีของสนธิพอดี
       
       เมื่อเป็นข่าวออกไป บรรดาพันธมิตรฯ และแฟนๆ รายการ ต่างต้องการมาร่วมอนุโมทนากับการบวชของสนธิจำนวนมาก ขณะที่สนธิเองได้กล่าวยืนยันการเตรียมลาบวชระหว่างบรรยายพิเศษเรื่อง พรรคการเมือง ผลประโยชน์ชาติ ท้องถิ่นหรือประชาชน ที่โรงเรียนนครนายกวิทยาคม จ.นครนายก เมื่อวันที่ 27 ต.ค.โดยบอกวัตถุประสงค์ของการบวชครั้งนี้ ว่า เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รวมทั้งอุทิศส่วนกุศลให้แก่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและผู้ชมเอเอสทีวีทุกคน
       
       สนธิ ยังบอกด้วยว่า จะบวชนานประมาณ 1 เดือน โดยจะลาสิกขาในเดือน ธ.ค.พร้อมเผยภารกิจที่จะสานต่อในต้นปีหน้าว่า จะตั้ง กองทัพเทียนแห่งธรรม เพื่อต่อสู้กับอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม และทุนใหญ่ที่อาจเข้ามาผูกขาดอำนาจอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง รวมถึงจะร่วมกับพี่น้องประชาชนต่อต้านทุนใหญ่ข้ามชาติในคราบห้างใหญ่ที่กำลังผุดขึ้นทั่วประเทศ ส่งผลให้โชวห่วยไทยล้มหายตายจากลงทุกวันๆ
       
       ดูแล้ว การเตรียมลาบวชของสนธิก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะก็แค่คนๆ หนึ่งที่อยากบวชตามที่ได้เคยแสดงเจตจำนงไว้ตั้งแต่ปลายปี 2548 แต่เมื่อมีเหตุให้ต้องเลื่อนมา ก็ได้พยายามทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับตัวเอง ประกอบกับปีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา สนธิ ก็หวังว่า จะได้บวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงของคนไทยทุกคนด้วย ดังเช่นที่พสกนิกรไทยหลายคนทั่วประเทศได้บวชเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์เช่นกัน
       

       แต่แล้ว! สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนก็เกิดขึ้น เมื่อมีบุคคลกลุ่มหนึ่งประมาณ 100 คน อ้างตัวว่าเป็น สภาเครือข่ายชาวพุทธแห่งชาติ นำโดย นายสุเวส อันตรี ได้ยกขบวนไปชุมนุมคัดค้านกดดันไม่ให้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ไม่ให้การอุปสมบทแก่นายสนธิ โดยอ้างว่า นายสนธิเป็นบุคคลที่ขัดต่อพระธรรมวินัย และเป็นอันตรายต่อพระพุทธศาสนาอย่างร้ายแรง พร้อมยกตัวอย่างว่า นายสนธิเป็นบุคคลที่มีคดีความอยู่ในศาลหลายคดี, นายสนธิเป็นบุคคลที่มีหนี้สินล้นพ้นตัว, นายสนธิเป็นต้นเหตุให้เกิดความแตกแยกในสังฆมณฑล จึงถือเป็นบุคคลต้องห้ามตามพระธรรมวินัย ไม่เท่านั้นม็อบดังกล่าวยังออกอาการข่มขู่สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ที่จะเป็นพระอุปัชฌาย์ให้นายสนธิด้วยว่า หากให้การอุปสมบทแก่นายสนธิ นอกจากจะไม่ทำให้สำเร็จความเป็นพระภิกษุแล้ว ยังจะเป็นเหตุให้พระอุปัชฌาย์ต้องอาบัติด้วย และว่า พวกตนจะชุมนุมคัดค้านจนถึงที่สุด จนกว่าจะได้ความชัดเจนจากสมเด็จพระมหาธีราจารย์!?!
       
       ทั้งนี้ ไม่เพียงม็อบกลุ่มนี้จะยื่นหนังสือคัดค้านถึงสมเด็จพระมหาธีราจารย์ แต่ระหว่างชุมนุมอยู่ที่วัดชนะสงคราม ยังได้ตะโกนด่าทอนายสนธิด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย โดยไม่สนใจว่าตนอยู่ในสถานที่ใด และใครจะมองอย่างไร นอกจากนี้ ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า แกนนำหลายคนในม็อบดังกล่าวสวมเสื้อที่มีสัญลักษณ์พีทีวี ทีวีของอดีตผู้บริหารพรรคไทยรักไทย ขณะที่บางคนก็คาดผ้าโพกศีรษะมีข้อความว่า คมช.ออกไป และที่สำคัญ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม็อบเครือข่ายชาวพุทธฯ กลุ่มนี้ เป็นกลุ่มเดียวกับเครือข่ายภาคประชาชนพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่เคยไปเคลื่อนไหวด่าทอศาลกรณีตัดสินจำคุกอดีต 3 กกต.จนโดนข้อหาหมิ่นศาลมาแล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้ ยังได้เดินขบวนเรียกร้องให้ถอนรางวัล และยุติการแสดงภาพภิกษุสันดานกา รวมทั้งฟ้องศาลให้ดำเนินคดีศิลปินผู้เขียนภาพดังกล่าวและกรรมการที่ตัดสินรางวัลด้วย!
       
       หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า ม็อบกลุ่มนี้น่าจะเป็นม็อบการเมืองที่สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะจากผลงานที่เคยไปเชียร์ กกต.ยุคทักษิณ ด้วยการด่าทอศาล กระทั่งมาถึงการชุมนุมคัดค้านการบวชของนายสนธิครั้งนี้ มีจุดที่น่าสังเกต ก็คือ ไม่เพียงม็อบดังกล่าวจะแสดงความอาฆาตด้วยการประกาศไม่ให้สนธิบวช ไม่ว่าวัดไหนในประเทศไทยแล้ว ม็อบดังกล่าวยังได้ยกคดีที่ศาลเคยตัดสินจำคุกสนธิ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา มาเป็นข้ออ้างว่าสนธิบวชไม่ได้ โดยม็อบดังกล่าวไม่ยอมบอกความจริงด้วยว่า คดีดังกล่าวเป็นแค่คดีหมิ่นประมาท และเป็นผลงานของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย ที่ฟ้องสนธิ(คดีนี้สืบเนื่องจากสนธิได้ตั้งคำถามว่า การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประธานทำบุญประเทศในวัดพระแก้ว เหมาะสมหรือไม่ ส่งผลให้นายภูมิธรรมไม่พอใจ ออกมาพูดทำนองว่า สนธิ เป็นผู้ทำลายประชาธิปไตย และดึงสถาบันลงมาเกลือกกลั้วกับการเมือง สนธิจึงตั้งคำถามกลับนายภูมิธรรม ว่า ถ้านายภูมิธรรมเคารพสถาบันและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย เหตุใดสมัยก่อนจึงไปเป็นสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย พร้อมถามนายภูมิธรรม ว่า รู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนโอนเงินไปให้เว็บไซต์มนุษยดอทคอมที่จาบจ้วงสถาบันอยู่ที่สวีเดน เมื่อถูกตั้งคำถาม นายภูมิธรรม ไม่พอใจจึงลุกขึ้นมาฟ้องสนธิ) และบังเอิญว่า นายภูมิธรรม ชนะคดีในยกแรกก็เท่านั้น และยังต้องต่อสู้กันอีก 2 ศาล ซึ่งไม่มีใครทราบได้ว่าศาลฎีกาจะตัดสินคดีนี้อย่างไร สนธิอาจจะชนะคดีในชั้นศาลฎีกาก็เป็นได้ แล้วม็อบกลุ่มนี้จะนำคำตัดสินของศาลชั้นต้นในคดีนี้มาใช้เป็นเครื่องมือของตนเพื่อห้ามคนที่ตัวเองไม่ชอบไม่ให้บวชได้อย่างไร?
       
       และจะว่าไป สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็ได้ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วว่า คดีดังกล่าวเป็นการพิจารณาของศาลชั้นต้น ดังนั้น คดียังไม่ถึงที่สุด จึงไม่ถือว่าสนธิเป็นบุคคลต้องห้าม จึงสามารถอุปสมบทได้...
       
       ฟังคำยืนยันของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติแล้ว ลองไปฟังมุมมองของผู้รู้ในสังคมบ้างว่าจะเห็นเหมือนกันหรือไม่ และรู้สึกอย่างไรกับการชุมนุมคัดค้านของม็อบกลุ่มนี้?
       
       นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักคิดนักเขียนชื่อดัง บอกว่า การบวช เป็นเรื่องของเจ้านาค กับพระอุปัชฌาย์ ไม่ใช่เรื่องของคนอื่น และพระอุปัชฌาย์ก็ต้องรู้ดีว่า ผู้ที่จะบวช บวชได้หรือไม่ และว่า การคัดค้านการบวช แม้เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ แต่ต้องไม่ใช้วิธีชุมนุมหรือขู่เข็ญคำรามแบบที่ม็อบกลุ่มนี้กำลังกระทำอยู่
       
       ในฐานะที่สมเด็จวัดชนะสงคราม เป็นเจ้าคณะใหญ่ ท่านต้องทราบดีสิว่าบวชได้หรือไม่ได้ ผมว่าคนที่จะคัดค้านก็มีสิทธิที่จะคัดค้าน แต่ก็ควรจะทำเป็นจดหมายกราบเรียนท่านไป แล้วท่านจะเป็นผู้วินิจฉัย จะมาใช้วิธีขู่เข็ญคำราม อันนี้ไม่ต้องด้วยอหิงสาวิธี ไม่ต้องด้วยสันติวิธี ไม่ต้องด้วยทิศทางของพระพุทธศาสนา ผมเห็นว่า คัดค้าน นั้น คัดค้านได้ ทักท้วง ทักท้วงได้ แต่ผมเห็นว่าไม่น่าจะต้องใช้วิธีชุมนุมอะไรต่างๆ เหล่านี้ ชุมนุมน่ะสมควรในเรื่องทางโลก แต่นี่เป็นเรื่องของพระพุทธศาสนา ผมเห็นว่าไม่น่าจะทำ ในเรื่องบวชเรื่องเรียนอะไรเนี่ย ถ้าคัดค้านมากไปมันจะเปรอะ มันจะเสียเขาเองน่ะ เตือนด้วยความหวังดีนะ ผมไม่ได้รังเกียจรังงอนบุคคลเหล่านี้เลย
       
       ขณะที่ อ.ปรีชา สุวรรณทัต นายกสภามหาวิทยาลัยวงศ์ชวลิตกุล นครราชสีมา และคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า ถ้าพิจารณาคุณสมบัติของผู้ที่จะบวชตามหนังสือ วินัยมุข พระนิพนธ์ของสมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรส ซึ่งถือเป็นคัมภีร์เกี่ยวกับพระธรรมวินัย จะเห็นว่า กัณฑ์ที่ 1 ที่ชื่อว่า อุปสัมปทา หรือเรื่องของการบวช ได้ระบุว่า ในการบวช พระอุปัชฌาย์ไม่มีการถามเรื่องคดีแพ่งคดีอาญา แต่มีการถามเรื่อง หนี้สิน เมื่อ นายสนธิ ไม่มีหนี้สินแล้ว พ้นจากภาวะล้มละลายแล้ว ก็ไม่น่ามีปัญหา หรือถึงแม้จะมีหนี้สินอยู่บ้างดังเช่นคนทั่วไป ก็สามารถบวชได้ เพียงแต่ให้ญาติหรือคนที่นับถือประกาศต่อหน้าพระอุปัชฌาย์ว่ายินดีจะจ่ายหนี้แทนนายสนธิ ปัญหาก็จบ
       
       อย่างไรก็ตาม หากกฎมหาเถรสมาคมมีการกำหนดว่า ผู้ที่จะบวชต้องไม่เคยถูกตัดสินจำคุกนั้น อ.ปรีชา มองเหมือนสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ว่า ต้องรอให้คดีถึงที่สุดก่อน ซึ่งกรณีนายสนธิยังเป็นคำตัดสินของศาลชั้นต้นเท่านั้น อ.ปรีชา ยังมองเหตุผลที่ม็อบเครือข่ายชาวพุทธฯ กลุ่มนี้นำมาอ้างในการคัดค้านไม่ให้สนธิบวชด้วยว่า สะท้อนว่า ม็อบกลุ่มนี้เป็นม็อบการเมือง ไม่ใช่ม็อบด้านศาสนาแต่อย่างใด
       
       ด้าน ดร.ทวีวัฒน์ ปุณฑริกวิวัฒน์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนา แห่งคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มองว่า นายสนธิไม่ขาดคุณสมบัติในการบวช หรือเป็นบุคคลต้องห้ามตามที่ม็อบเครือข่ายพุทธฯ อ้างแต่อย่างใด โดยคุณสมบัติที่ว่า ต้องไม่ติดคดีอาญานั้น อ.ทวีวัฒน์ บอกว่า หมายความว่า ต้องไม่เป็นผู้ร้ายฆ่าคนหรือหนีอาญาแผ่นดิน แต่กรณีนายสนธิเป็นคดีหมิ่นประมาท ซึ่งเป็นเรื่องการเมือง ถือเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ใครก็สามารถกล่าวหากันได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ถึงขั้นห้ามบวช
       
       ในพิธีอุปสมบทนั้น (พระอุปัชฌาย์) ต้องสอบถามว่า เป็นโรคภัยร้ายแรงมั้ย? เป็นคนพิการมั้ย? ติดคดีอาญาอะไรมาหรือเปล่า? มันมีข้อกำหนดอยู่ (ถาม-คำว่า ติดคดีอาญา หมายความแค่ไหน?) เช่น เป็นผู้ร้ายฆ่าคนมา จะหนีมาบวชเพื่อหนีอาญาแผ่นดินเนี่ย พระพุทธเจ้าก็ไม่อนุญาตให้บวช อันนี้คือสมัยโบราณ แต่สมัยใหม่นี้ก็คงเหมือนกัน ถ้าเผื่อมีคดีอาญาตีรันฟันแทงเขา เป็นฆาตกรที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนอะไรอย่างนี้ ก็อาจจะยังไม่อนุญาตให้บวช จนกว่าคดีนั้นจะสิ้นสุดลง (ถาม-แต่คดีคุณสนธิเป็นลักษณะว่าถูกคนโน้นคนนี้ฟ้องว่าหมิ่นประมาท ถือว่าเข้าข่ายมั้ย?) หมิ่นประมาทนี่ ผมว่าคงไม่เข้าข่าย คดีหมิ่นประมาท ผมว่ามันเป็นคดีการเมืองน่ะ ใครต่อใครก็น่าจะกล่าวหากัน ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย โดยเฉพาะในวงการเมือง
       
       ส่วนกรณีที่ม็อบเครือข่ายชาวพุทธฯ กลุ่มดังกล่าวอ้างว่า นายสนธิเป็นต้นเหตุให้เกิดความแตกแยกในสังคม จะบวชไม่ได้นั้น ดร.ทวีวัฒน์ ยืนยันว่า ไม่จริง พร้อมชี้ว่า นายสนธิเป็นนักหนังสือพิมพ์และนักวิจารณ์สังคมที่มีอิสระในการพูด และสังคมควรรับฟัง ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่นายสนธิพูดก็ตาม
       
       คือแกก็เป็นนักวิจารณ์สังคม เป็นนักหนังสือพิมพ์ซึ่งมีอิสระที่จะพูดถึงประเด็นไหนก็ได้ มันก็แล้วแต่คนจะตีความ คนที่เห็นมีทัศนะตรงกับคุณสนธิก็บอกว่าคุณสนธิพูดถูก คนที่มีทัศนะตรงข้ามกับคุณสนธิก็บอกว่าคุณสนธิพูดผิด ผมว่าแกเป็นนักวิจารณ์สังคม ซึ่งผมว่าสังคมก็น่าจะรับฟัง แม้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม จะเอาข้อนี้มาเป็นข้อรังเกียจเดียดฉันท์ว่าคุณสนธิจะมาบวช ห้ามบวช เพราะทำให้สังคมแตกแยก ไม่ได้ คือนักวิจารณ์สังคม นักหนังสือพิมพ์ก็มีอิสระในการวิพากษ์วิจารณ์ โดยที่ไม่ไปก้าวก่าย ไม่ไปสร้างความเสียหายให้กับบุคคลใดบุคคนหนึ่ง เขาสามารถวิจารณ์ได้อย่างเป็นอิสระ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม อันนี้ไม่ถือว่าผิดนะ
       

       ดร.ทวีวัฒน์ ยังแสดงความไม่เห็นด้วยที่ม็อบเครือข่ายชาวพุทธฯ กลุ่มนี้มีลักษณะข่มขู่ว่า ถ้าสมเด็จพระมหาธีราจารย์เป็นพระอุปัชฌาย์ให้นายสนธิ แล้วจะต้องอาบัติ เพราะอำนาจในการตรวจสอบและอนุญาตให้บวชหรือไม่ให้บวชนั้น อยู่ที่พระอุปัชฌาย์ หากมีผู้คัดค้านการบวช พระอุปัชฌาย์ก็นำคำคัดค้านนั้นมาประกอบการพิจารณา ไม่ใช่หน้าที่ของผู้คัดค้านหรือชาวบ้านที่จะมากดดันในเชิงการเมืองแบบนี้ ถือว่าม็อบกลุ่มนี้ทำเกินขอบเขตแล้ว
       
       แม้หลายฝ่าย จะเห็นว่า นายสนธิ ไม่ขาดคุณสมบัติในการบวช และมีสิทธิที่จะบวชที่วัดชนะสงครามตามที่ตั้งใจไว้ แต่เมื่อมีผู้ออกมาคัดค้าน ไม่ว่าม็อบกลุ่มนี้จะเป็นม็อบจัดตั้งหรือม็อบการเมืองที่มีความสัมพันธ์โยงใยกับไทยรักไทยหรือไม่ก็ตาม นายสนธิ ก็พร้อมให้อภัยคนเหล่านี้ ด้วยการขอไม่บวชที่วัดชนะสงครามแล้ว แม้พันธมิตรฯ บางส่วนจะแนะนำให้สนธิเดินหน้าบวชที่วัดชนะสงคราม และพร้อมจะมาเป็นกำลังใจให้ก็ตาม แต่สนธิก็ตัดสินใจแล้วว่า ไม่ต้องการให้ผู้เกี่ยวข้องไม่สบายใจ ไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง ไม่ต้องการให้เกิดการปะทะ และไม่ได้ต้องการเอาชนะใคร เพราะสิ่งที่ต้องการจริงๆ ในการบวช คือ ความสงบ ดังนั้น ตนขออโหสิกรรมแก่ผู้ที่ไม่รู้และไม่เข้าใจในเจตนาของตน พร้อมยืนยันว่า ตนจะยังคงบวชแน่นอน ณ วัดแห่งใดแห่งหนึ่งในประเทศไทย!!
       
      หมายเหตุ  : หลายคนฝากถามม็อบที่อ้างว่าเป็นเครือข่ายชาวพุทธฯ กลุ่มนี้ว่า ถ้ากล้ายืนยันความบริสุทธิ์ใจในการคัดค้านการบวชของนายสนธิว่า ไม่ได้มีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือมีสัมพันธ์โยงใยกับทักษิณ-ไทยรักไทยตามที่หลายฝ่ายมองแล้ว กรุณาแสดงออกถึงความไม่ 2 มาตรฐาน ด้วยการไปชุมนุมเรียกร้องคัดค้าน นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ผู้ประกาศตัวเป็น นอมินีทักษิณ ให้ยุติการลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค.นี้ด้วย เพราะนายสมัครก็ถูกศาลชั้นต้นตัดสินจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญาเช่นกัน ฐานหมิ่นประมาท นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม.และหวังว่า ม็อบกลุ่มนี้คงไม่อ้างว่า เรื่องนายสมัครเป็นเรื่องการเมือง ไม่เกี่ยวกับเรื่องศาสนาหรือการบวช จึงไม่คัดค้าน เพราะก่อนหน้านี้ ม็อบกลุ่มนี้ก็เคยไปเคลื่อนไหวเรื่องการเมือง ด้วยการด่าทอศาลกรณีตัดสินจำคุกอดีต 3 กกต.มาแล้วมิใช่หรือ ?

 

ข่าว : ผู้จัดการ
3 พฤศจิกายน 2550


      

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com เจ้าของ : วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by