|
เผด็จการ มจร-มมร.
ไอเดียเจ้าคุณประยูร
!
เสนอมหาเถรฯ ส่งพระ-เณร นิสิตปี 4 ไปจำพรรษาภาคใต้
ทั้งๆ ที่เขามิได้ต้องการทำงานเช่นนั้น เขาอยากได้เพียงใบปริญญา
แต่ทว่าอธิการบดีต้องการตำแหน่งแห่งหน จึงเอาคนในมหาลัยไปเป็นเหยื่อ
งานนี้ถ้ามีพระนิสิตตาย ก็ต้องเอาหัวเจ้าคุณประยูรมาทดแทน
|

พระธรรมโกศาจารย์ หรือเจ้าคุณประยูร
อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร.
เจ้าของไอเดีย "ส่งพระนิสิตไปตาย" |
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.กองพุทธศาสนสถาน
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า
จากการประชุมคณะกรรมการที่ดำเนินงานเกี่ยวกับคณะสงฆ์ในพื้นที่ 3
จังหวัดชายแดนภาคใต้
ได้วางหลักเกณฑ์ในการดำเนินงานเกี่ยวกับพระสงฆ์ในพื้นที่ดังกล่าว 4 ข้อ
คือ 1.ป้องกัน โดยให้ประชาชนร่วมมือในการปกป้องพระพุทธศาสนา และพระสงฆ์
2.แก้ไข
หากเกิดปัญหาจะมีการแก้ไขอย่างไรเพื่อให้เกิดความเข้าใจกันของทุกฝ่าย
3.การพัฒนา
ในการส่งพระไปอยู่วัดในพื้นที่ดังกล่าวจะต้องมีการอบรมให้พระเกิดการเรียนรู้
มีการปรับตัว และ 4.การอนุรักษ์
สิ่งใดที่ดีอยู่แล้วให้ยึดแนวทางเดิมในการปฏิบัติ
โดยเฉพาะในเรื่องของการเยียวยาจิตใจประชาชน
นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบว่าในการส่งพระไปอยู่ที่วัดในพื้นที่ 3
จังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูภาพรวมของโครงการต่างๆ
ทั้งหมด ซึ่งจะรวมไปถึงโครงการพระสงฆ์นำชัยคุ้มภัยใต้ด้วย
ทั้งนี้เพื่อให้มีการดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน
เพราะที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานทำโครงการในลักษณะดังกล่าวจำนวนมาก
แต่ขาดการประสานงานกัน จึงเป็นไปในลักษณะต่างคนต่างทำ
ขณะเดียวกันที่ประชุมยังเห็นว่าในการส่งพระไปอยู่วัดในพื้นที่ 3
จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ไม่ควรที่จะส่งไปในช่วงเข้าพรรษาอย่างเดียว
แต่ควรจะให้ไปอยู่ตลอด อาจจะเป็นในระยะเวลา 1 ปี
และจะมีการสับเปลี่ยนพระที่เข้าร่วมโครงการทุกปี
เพื่อให้แต่ละวัดมีจำนวนพระที่สม่ำเสมอ
แต่จะไม่มีการกำหนดว่าแต่ละปีจะต้องมีพระลงพื้นที่กี่รูป
เพราะต้องการให้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ
ทั้งนี้ในการตั้งคณะทำงานเพื่อดูแลพระอาสาไปอยู่ที่วัดในพื้นที่ 3
จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะเข้าขอความเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม (มส.)
ภายในเดือนเม.ย.นี้
"ในการประชุม
พระธรรมโกศาจารย์
อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
(มจร.) ได้เสนอว่า จะส่งพระนิสิตชั้นปีที่ 4
เข้าร่วมโครงการดังกล่าวด้วย เพราะง่ายต่อการควบคุม
เนื่องจากทั้งอธิการบดีมหาจุฬาฯ และพระเทพปริยัติวิมล
รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.)
ร่วมเป็นคณะกรรมการอยู่ด้วย ที่ประชุมจึงเห็นว่าให้อธิการบดีมหาจุฬาฯ
และมหามกุฏฯ
หาแนวทางในการคัดเลือกพระนิสิตเสนอเข้าสู่ที่ประชุมครั้งต่อไป"
นายนพรัตน์ กล่าว
ข่าว
: ข่าวสด
26 เมษายน 2550
|