ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 


 

พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8
ประดิษฐาน ณ วัดสุทัศนเทพวราราม วรมหาวิหาร อันเป็นที่ตั้งของมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ด้วย

 

 

 

ด้านบนพระบรมรูปนั้นมีพระนามาภิไธยย่อ "อปร." และ "พระมหาพิชัยมงกุฏ" ซึ่งเป็นตราของมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ด้วย ซึ่งทางมูลนิธิฯ ได้นำมาเป็นตราประทับด้านหลังของพระสมเด็จเหนือหัว จนกลายเป็นประเด็นทางกฎหมายในเวลานี้

     ก็ในเมื่อมูลนิธิได้รับการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง และได้รับพระบรมราชานุญาตให้ใช้พระนามาภิไธยย่อ "อปร" และ "พระมหาพิชัยมงกุฏ" เป็นตราประจำของมูลนิธิ แล้วมูลนิธิใช้ตรานี้ประทับไว้ที่ด้านหลังพระสมเด็จเหนือหัว ถามว่า ผิดตรงไหน ผิดยังไง และเหตุใด ในเมื่อทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ใช้ตรานี้ประจำมูลนิธิแล้ว มูลนิธิจึงไม่สามารถจะใช้ตรานี้ประทับที่ด้านหลังองค์พระ

     ขอถามทางดีเอสไอว่า ทำไมมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์จึงไม่มีสิทธิ์ใช้ตราของมูลนิธิ

     และถ้าการใช้ตราตรงนี้ผิด การใช้ตราของมูลนิธิประทับในเอกสารต่างๆ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ก็ต้องผิดด้วย

     ถ้างั้นก็ถามว่า ให้มาทำไม ทำไมให้มาแล้วไม่ให้ใช้ และถ้าให้มาแต่ไม่ให้ใช้ ก็ทำไมไม่ยึดคืนไปเสียให้สิ้นเรื่อง !

 


 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

ถึง..ดีเอสไอ

 

ระวังความลำเอียงของระบบยุติธรรม

 

      ดีเอสไอ จะเป็นหน่วยงานระดับไหนก็ชั่ง แต่ก็ต้องมีหลักฐานพยาน และทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ไม่ต่างไปจากตำรวจ คือ เมื่อมีคนแจ้งความ ก็ต้องเรียกตัวผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหา ถ้าไม่มา หรือพยายามหลบหนี ก็ค่อยจับกุมหรือติดตามตัว

     แต่นี่แปลก ดีเอสไออ้างว่าดำเนินคดีได้เอง ไม่ต้องมีผู้แจ้งความ แต่ก็ไม่เคยเรียกตัวนายสิทธิกร บุญฉิม ให้มารับทราบข้อกล่าวหา และนายสิทธิกร บุญฉิม เอง ก็ได้ประกาศต่อสื่อมวลชนไปทั่วโลกว่าจะพาพนักงานไปเที่ยวเป็นโบนัสประจำปี ในวันนี้ แล้วจู่ๆ ดีเอสไอก็ไปไล่จับเขาที่สนามบิน อ้างว่า "มีเจตนาจะหลบหนี" ดูสิ ทำงานกันอย่างนี้แหละที่เราเห็นว่าไม่ชอบมาพากล

    คดีที่ว่าเกี่ยวกับนายสิทธิกรนั้นก็คือ โฆษณาชวนเชื่อให้เช่าบูชาพระเครื่อง โทษสูงสุดก็ดังที่มีผู้รู้ออกมาระบุ คือ "จำคุก 6 เดือน ปรับ 5 หมื่นบาท" แค่เนียะ แถมเงินก็อายัดเขาไว้แล้ว แล้วถามว่าดีเอสไอมีเหตุผลอะไรไปจับเขาด้วยอ้างว่า "หลบหนีคดี"

    ปัจจุบันผู้คนทั้งบ้านทั้งเมืองเข้าใจผิดไปแล้ว หลงคิดว่า "ดีเอสไอคือศาลอาญา สามารถจะสั่งประหารใครก็ได้" แต่จริงๆ แล้วผิดหมด ดีเอสไอก็คือตำรวจพิเศษดีๆ นี่เองแหละ จะจับใครใหญ่โตโอ่โถงยังไงได้ ก็ต้องส่งเรื่องฟ้องศาลผ่านอัยการ ไม่มีอำนาจอะไรไปมากกว่านี้ อย่าได้สำคัญตัวเองผิดว่า "กูใหญ่ จะทำคดียังไงก็ได้"

    เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ไม่ได้เข้าข้างนายสิทธิกร ย้ำ ! เพียงแต่มองเห็นว่า มีความไม่ชอบมาพากลในการทำคดีนี้ของดีเอสไอหลายเรื่อง นับตั้งแต่ประกาศวันละสามเวลาว่า "ผิดอย่างโน้นผิดอย่างนี้" แต่ไม่เคยมีการดำเนินคดี คือหมายถึงว่า ไม่เคยเรียกผู้ต้องสงสัยเข้าให้ปากคำ หรือเข้าจับกุมตัวนายสิทธิกร เมื่อนายสิทธิกรไม่ถูกแจ้งข้อหา เขาก็คือบุคคลธรรมดา มีสิทธิ์จะเดินทางไปไหนก็ได้ทั่วโลก ยกเว้นเสียแต่ว่านายสิทธิกรจะกลายเป็นผู้ต้องหาอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น ต้องแยกให้ออกระหว่าง "ข้อหา" กับ "ข้อกล่าวหา"

    กล่าวหานั้น กล่าวหาใครก็ได้ ไอ้โน่นดี ไอ้นี่เลว แต่ถ้ากล่าวหาสะเปะสะปะก็มีสิทธิ์โดนฟ้องข้อหาหมิ่นประมาท แต่สำหรับ "ข้อหา" นั้น ถือว่าเป็นการดำเนินคดีที่ชัดเจนแล้ว มีพยานหลักฐานและผู้เสียหาย "เชื่อได้ว่าผิด" จึงรับแจ้งความ แต่กระนั้นก็ต้องส่งฟ้องศาล ให้ศาลตัดสินเป็นด่านสุดท้าย และแม้แต่ศาลก็ยังมีการให้โอกาสทั้งโจทก์และจำเลยอุทธรณ์อีกสองขั้นด้วยกัน เรียกว่าชั้นอุทธรณ์กับชั้นฎีกา

     หรือถึงแม้ว่านายสิทธิกรจะตกเป็นจำเลยในคดีนี้ก็ตาม ตามรัฐธรรมนูญก็ระบุว่า "ตราบใดที่ศาลยังมิได้ตัดสินว่าผิด ให้ถือว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์" แต่ดีเอสไอก็ตาม สคบ.ก็ตาม กรมการศาสนาก็ตาม ได้ออกมาฟันลงล่วงหน้าไว้แล้วว่า "ผิด ผิด และผิด" ถามว่า พวกคุณเป็นศาลอาญาหรือไง ? และต่อไปถ้านายสิทธิกรต่อสู้คดีจนชนะ จะเอาอธิบดีกรมเหล่านี้เข้าคุกบ้างได้ไหม ? ในข้อหา "ชี้นำรูปคดี" น่ะ

   ที่สำคัญก็คือว่า ดีเอสไอ อ้างว่า เป็นคดีแผ่นดิน แล้วประกาศดำเนินคดี แต่ไม่เคยมีการออกหมายเรียกให้นายสิทธิกรมารับทราบข้อหา ไม่เคยจับกุมตัว ทั้งๆ ที่นายสิทธิกรมีบริษัทอยู่ที่ตึกช้าง รัชโยธิน นี่เอง จู่ๆ ก็เอาหมายศาลไปจับเขาถึงสนามบิน เป็นการทำคดีแต่เพียงฝ่ายเดียว นับว่าเป็นการทำคดีที่แปลกประหลาดที่สุดในโลก หรือว่านี่เป็นวิธีพิเศษของหน่วยงานพิเศษ ดีเอสไอ ?

     น่าแปลกใจว่า ดีเอสไอ รู้มาก่อนว่านายสิทธิกรมีกำหนดการเดินทางในวันนี้ จึงไปขอหมายศาลรอไว้ แล้วส่งเจ้าหน้าที่ไปดักอยู่ที่สนามบิน พอนายสิทธิกรไปถึงก็รวบตัวเลย เกมอย่างนี้แม้แต่อนุบาลก็อ่านออกว่ากลั่นแกล้งหวังจะทำลายชื่อเสียงของนายสิทธิกร เพราะแค่โดนรวบตัวที่สนามบิน ผู้คนก็เชื่อว่า "สิทธิกรมีเจตนาหลบหนี" จริง

    ถ้าดีเอสไอทำงานเป็น ไม่หวังตีข่าวเอาชื่อ เมื่อรู้ว่าเขาจะไป ก็ควรแจ้งให้นายสิทธิการทราบก่อนว่า "เวลานี้คุณกำลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ๆ อยู่นะ จึงขออย่าเพิ่งเดินทางไปไหน" แต่ถ้าสิทธิกรไม่เชื่อ ยังฝืนจะไป แล้วดีเอสไอจำต้องจับกุม นั่นก็ไม่ว่ากัน เพราะทำตามขั้นตอนที่ละมุนละม่อมแล้ว แต่ดูรูปการแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่

    ดังนั้น ที่ไปจับเขาคาสนามบินน่ะ ถ้ารู้ว่าเขาจะไป แล้วไปขอคำสั่งจากศาลไว้ก่อน รอจนเขาไปถึงสนามบินแล้วรวบตัวน่ะ ไอ้อย่างนี้มันส่อเจตนาจะทำงานเอาหน้า ให้คดีนี้ดังเข้าไว้ ทั้งๆ ที่เป็นคดีธรรมดาๆ เท่านั้น มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ ชาวบ้านทั่วไปเมื่อได้อ่านข่าวก็ตื่นตูมกันไปใหญ่ว่า สิทธิกรคงจะทำผิดอุกฉกรรจ์ระดับฆ่าคนตายแล้ว ปานนั้น ขอบอกด้วยว่า "สิทธิกรไม่ใช่เจ้าพ่อหรอก เป็นเกย์ด้วยซ้ำไป" ดังนั้นจะไปกลัวอะไรกับคนๆ นี้ นี่ยังดีนะที่ไม่มีข่าวว่ามีการปิดสนามบินสุวรรณภูมิแล้วใช้กองกำลังคอมมานโดเข้าล้อมจับสิทธิกรน่ะ ไม่งั้นหนังสือขายหัวเราะเอาไปลงปกหน้าแน่

     สิทธิกร จะผิด หรือถูก ก็ขอให้ดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้อง และเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย อย่าใช้อคติส่วนตนเข้าไปทำงาน อย่าทำงานแบบฉาบฉวย ละเมิดหลักการของกฎหมาย ในเมื่อพวกคุณเป็นผู้ถือกฎหมาย ก็ต้องระมัดระวังยิ่งกว่าบุคคลทั่วไป เป็นพระยังต้องล้างเท้าก่อนขึ้นธรรมาสน์ เป็นดีเอสไอก็ต้องทำใจให้เป็นกลาง ไม่งั้นก็จะทำให้กระทบกระเทือนถึงกระบวนการยุติธรรม เป็นการบ่อนทำลายสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ไปโดยอัตโนมัติ

   ก็ขอถาม พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของ ดีเอสไอ ว่ายังสบายดีอยู่หรือ ลูกน้องของท่านทำงานยังไง ไหนใครว่าท่านเคยบวชเรียน เป็นคนธรรมะธัมโม ขนาดเป็นรัฐบาลยังได้รับการขนานนามว่า "ฤษี" แต่บัดนี้ลูกน้องท่านทำงานสะเปะสะปะ มิทราบว่าฤษีจะไม่รู้ไม่เห็น หรือมัวยุ่งอยู่แต่เรื่องเดียวคือเลือกตั้ง ถ้างั้นก็เสียดาย เสียดายที่ชีวิตหนึ่งเกิดมาแล้ว ได้เป็นถึงนายกรัฐมนตรี แต่ไม่มีน้ำยาทำอะไรให้ประเทศชาติ แม้แต่แค่ว่าจะ "ผดุงความยุติธรรม" ในสังคม

 

เราขอแสดงความคิดเห็นมาแต่เพียงเท่านี้

 

 

 

  
 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by