ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

 

ปิดศูนย์จอง "สมเด็จเหนือหัว" ทั่วประเทศ

 

 

 

 

หน้าม้าโผล่ "เช่าพระ-แจ้งความ" แถมขอร้องดีเอสไอให้คุมคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าในการตรวจสอบการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวว่าเป็นการฉ้อโกงประชาชน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 20 ธ.ค. นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ อายุ 39 ปี อ้างตัวเป็นอดีตกรรมาธิการวิสามัญ คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่รู้ว่ายุคไหน พร้อมพวก ได้เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายสรรเสริญ ปาลวัฒน์วิไชย ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการประชาสัมพันธ์สั่งจองพระสมเด็จเหนือหัว 5 สีทางสื่อ หากโฆษณาเป็นเท็จ ขอให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่ร่วมกระทำผิดฐานขายของโดยหลอกลวงและฉ้อโกง โดยนำสำเนาการโฆษณาเปิดจองพระสมเด็จเหนือหัวตามสื่อสิ่งพิมพ์ รวม 36 ฉบับ สำเนาใบเสร็จการเช่าพระสมเด็จเหนือหัวของบริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด สาขาบางบัวทอง ราคา 999 บาท รวมทั้งพระสมเด็จเหนือหัว 2 องค์ มอบเป็นหลักฐาน

 

อ้างว่าต้องการทำบุญ
แต่ดูพฤติกรรมแล้วเป็นการเช่าเพื่อทำหลักฐานเท่านั้น

นายสงกรานต์กล่าวถึงสาเหตุที่ตัดสินใจเข้าร้องทุกข์ต่อดีเอสไอว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายมากกว่านี้ เนื่องจากมีเพื่อนหลายคนเช่าพระสมเด็จเหนือหัวไปแล้ว แต่ยังอาย ไม่กล้าเข้าร้องทุกข์ จึงอยากให้ดีเอสไอ รีบตรวจสอบว่าเป็นการขายของโดยหลอกลวงแหล่งกำเนิด คุณภาพ ปริมาณหรือไม่ ถ้าเป็นก็ขอให้ดีเอสไอดำเนินคดี เพราะเป็นการฉ้อโกงประชาชน ส่วนเหตุผลที่ไปเช่าพระสมเด็จเหนือหัว เพราะต้องการร่วมทำบุญด้วยเงิน 999 บาท อย่างไรก็ตาม อยากให้ประชาชนที่เช่าพระสมเด็จเหนือหัวถ้าคิดเหมือนตน อย่าอายควรเข้าให้ข้อมูลกับดีเอสไอ

 

ดีเอสไอจะขออำนาจนายกสั่งโอนคดีมาทำทั้งหมด

ด้านนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม มีนโยบายให้ดีเอสไอรับคดีทุกเรื่องที่เกี่ยวพันกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวนี้ มาดำเนินการทั้งหมด ทางดีเอสไอจึงได้พิจารณาการกระทำความผิดประเภทนี้และลักษณะความผิดของผู้กระทำดังกล่าว ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกัน กระทำความผิดลักษณะนี้ต่อเนื่องกันมาหลายเรื่อง และอยู่ระหว่างการสอบสวนกล่าวโทษอีก 3-4 คดี โดยคดีการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวนี้ อยู่ในอำนาจของดีเอสไอ ตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ส่วนคดีอื่นๆอาจเป็นข้อหาฉ้อโกงประชาชนหรือข้อหาอื่นๆ ซึ่งไม่อยู่ในอำนาจของดีเอสไอ ดังนั้น หากจะรับคดีทั้งหมดที่ผู้ถูกกล่าวหากระทำไว้ ต้องขอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พิจารณารับคดีอื่นที่เกี่ยวข้องเข้าเป็นคดีพิเศษด้วย ซึ่งในวันที่ 27 ธ.ค.นี้ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ ขณะนี้ยังไม่มีการเข้าพบเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร คงให้เวลารวบรวมข้อมูลอีกสักระยะ ต่อข้อถามว่าทางไปรษณีย์ยังเปิดเช่าพระสมเด็จเหนือหัวอยู่อีก จะมีความผิดหรือไม่ นายสุนัยตอบว่า ตามกฎหมายอาญา ถ้ารู้ว่ามีการกระทำผิดแล้วไปให้ความช่วยเหลือหรือให้ความสะดวก ก็จะมีความผิดฐานสนับสนุนได้ ตนคิดว่าควรหยุดเปิดให้เช่าได้แล้ว เพราะที่อื่นหยุดรับเช่าไปหมดแล้ว

 

จัด 8 ชุดสอบสวน รับเรื่องสมเด็จเหนือหัว

นายสรรเสริญ ปาลวัฒน์วิไชย ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ดีเอสไอ กล่าวถึงแนวทางการสอบสวนการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวว่า ได้เสนอนายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตั้งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจำนวน 8 ชุด เข้ารับผิดชอบคดีนี้ พร้อมทั้งได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวน เพื่อจัดทำแผนการสอบสวนและวางแนวทางการดำเนินการให้ตรงกับเป้าหมายแล้ว ขั้นแรกได้ให้ความสำคัญกับการสอบปากคำผู้เสียหาย คาดว่าจะเข้าให้ข้อมูลกับดีเอสไอจำนวนมาก ส่วนการเข้ามนัสการเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ เพื่อขอข้อมูล รวมทั้งสอบผู้จัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว คงต้องรอความชัดเจนจากการประมวลข้อมูลทั้งหมดจาก สคบ. และข้อมูลการตรวจสอบเบื้องต้นของพนักงานสอบสวน สำนักคดีอาญาพิเศษก่อน

ผบ.สำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ดีเอสไอ กล่าวว่า สำหรับเงินจองพระสมเด็จเหนือหัวนั้น ต้องปรึกษากับ ปปง.อีกครั้งว่าการกระทำเข้าข่ายความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงินหรือไม่ ถ้าเข้าข่ายกฎหมายฟอกเงิน ปปง.สามารถเข้าอายัดมาคืนแก่ประชาชนได้ ส่วนผู้ที่เปิดรับจองพระสมเด็จเหนือหัว ควรหยุดดำเนินการได้แล้ว อย่างไรก็ตาม แนวทางการคืนเงินให้กับประชาชน ต้องขอเวลาตรวจสอบก่อน ทั้งนี้ ในส่วนการตรวจสอบ สคบ. ได้ดำเนินการคู่ขนานกับดีเอสไอ มีการประสานข้อมูลกันอย่างใกล้ชิด ดังนั้น ประชาชนสามารถเข้าร้องทุกข์ ได้ทั้ง 2 แห่ง คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่ต้องใช้ความรอบคอบในการดำเนินการ เพราะเกี่ยวเนื่องกับเบื้องสูง

 

กรุงไทยเก็บค่าพระสมเด็จเหนือหัวได้ 6 ล้าน

ในส่วนของธนาคารต่างๆที่รับจองพระสมเด็จเหนือหัว นายปัญญา พราหมณีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เมื่อมีข่าวไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวเกิดขึ้นทางธนาคารได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ จากนั้นวันที่ 18 ธ.ค. ได้ออกหนังสือเวียนแจ้งให้ธนาคารสาขาทั่วประเทศหยุดรับจองพระสมเด็จเหนือหัวไปแล้ว ทั้งนี้มีประชาชนผู้สนใจสั่งจองพระสมเด็จเหนือหัวผ่านธนาคารกรุงไทย รวมเป็นเงิน ประมาณ 6 ล้านบาท ซึ่งตามขั้นตอน เมื่อประชาชนชำระเงินจอง เงินก็จะถูกโอนเข้าบัญชีมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดังนั้นผู้ที่จองผ่านสาขาของธนาคารกรุงไทย และต้องการขอเงินคืน สามารถไปแจ้งชื่อและเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ผ่านสาขาที่สั่งจองพระได้โดยธนาคารจะประสานกับมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ เพื่อคืนเงินดังกล่าวต่อไป ตามปกติแล้วธนาคารจะไม่รับจองพระผ่านสาขาของธนาคาร เว้นแต่กรณีของหน่วยงานราชการ องค์กรการกุศล และมูลนิธิจดทะเบียนถูกต้องและที่มีความน่าเชื่อถือ ขอความร่วมมือ โดยมีวัตถุประสงค์นำเงินที่ได้ไปทำการกุศล หรือทำประโยชน์แก่ประเทศชาติ ธนาคารจึงจะอำนวยความสะดวกเปิดให้รับจองผ่านสาขาของธนาคารได้ นายปัญญากล่าว

 

ทหารไทยเก็บได้ 5 ล้าน

ทางด้าน นางสาวอรธิชา รัตนวรรณาทิพย์ ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารภาพลักษณ์องค์กร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทางธนาคารได้ส่งหนังสือเวียนแจ้งไปยังสาขาให้หยุดรับจองพระสมเด็จเหนือหัวแล้ว ตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ มีประชาชนจองผ่านสาขาทั่วประเทศไปแล้วประมาณ 5 ล้านบาท ซึ่งธนาคารได้โอนเงินเข้าบัญชีในนามบุคคลไปเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ นอกจากนี้ยังมีเงินอีกส่วนหนึ่งค้างอยู่ที่สาขา ยังไม่ได้โอนเข้าบัญชี ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมยอดจำนวนเงิน ส่วนกรณีที่ประชาชนสั่งจองไปแล้วต้องการรับเงินคืนนั้น ทางธนาคารจะหารือกับพระวิสุทธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร ประธานมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ เจ้าของบัญชีต่อไป ว่ารูปแบบการคืนเงิน จะดำเนินการในรูปแบบใด

 

นครหลวงไทยได้ 3 ล้าน

ขณะที่ น.ส.กนกศรี โรจน์เมธา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ทางธนาคารนครหลวงไทยได้หยุดรับจองพระสมเด็จเหนือหัวตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยมียอดเงินรับจองประมาณ 3 ล้านบาท ขณะนี้ยังไม่ได้โอนให้กับมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ส่วนประชาชนที่สั่งจองผ่านธนาคาร และต้องการเงินคืน ธนาคารอยู่ระหว่างการประสานงานกับมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์เพื่อดำเนินการต่อไป

 

ออมสินปฏิเสธ ไม่รับจองพระสมเด็จเหนือหัว

ในส่วนของธนาคารออมสิน นายยงยุทธ ตะริโย รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ออกมาปฏิเสธว่า ธนาคารออมสินไม่ได้เปิดรับจองพระสมเด็จเหนือหัว ตามที่มีการลงโฆษณาทางหน้าหนังสือพิมพ์ ทั้งนี้ทางสำนักงานใหญ่ได้ ออกหนังสือยืนยันไปถึงสาขาทั่วประเทศทั้ง 600 แห่ง ห้ามรับจองพระสมเด็จเหนือหัวอย่างเป็นทางการแล้ว จึงไม่น่ามีการจองพระสมเด็จเหนือหัวมาที่ธนาคารออมสินแต่อย่างใด

 

ไปรษณีย์ยังเปิดให้เช่า เพียงแต่ไม่มีคนเช่า ก็เท่ากับปิดตัว

วันเดียวกัน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยเมื่อเวลา 11.30 น. ว่า ในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เชิญประชุมเพื่อหารือถึงปัญหาการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยในส่วนของไปรษณีย์ ในฐานะตัวแทนให้เช่าพระ ขณะนี้ยังไม่ได้ออกประกาศงดรับเช่าพระอย่างเป็นทางการ เพราะนับตั้งแต่เกิดเรื่อง  มีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ก็ไม่มีใครมาจองอีกเลย  จึงไม่จำเป็นต้องออกประกาศ  ส่วนจะยกเลิกการให้เช่าพระสมเด็จเหนือหัวหรือไม่  คงต้องรอผลหารือกับ สคบ.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน หากทางราชการสั่งให้หยุดหรือยกเลิกเช่าพระ  ไปรษณีย์ก็พร้อมจะดำเนินการทันที

 

รอมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ก่อน ว่าจะคืนเงินหรือไม่

ส่วนการคืนเงินให้กับผู้ที่เช่าพระสมเด็จเหนือหัวไปแล้วนั้น ทางไปรษณีย์ไม่มีสิทธิ์คืนเงินให้โดยพลการ เพราะเป็นเพียงตัวแทนจำหน่าย  คงต้องรอความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  และมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ หรือบริษัท ไดมอนด์ ฮิลล์ จำกัด ในฐานะผู้ดำเนินการ ว่า จะคืนเงินหรือไม่  หากมีคำสั่งให้คืนเงินแก่ผู้สั่งจอง ไปรษณีย์ ก็จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่  โดยผู้ที่มาเช่าพระสมเด็จเหนือหัวจากไปรษณีย์ ให้นำใบเสร็จที่ไปรษณีย์ออกให้ มาแจ้งที่ไปรษณีย์ สาขาที่ไปเช่าพระ หลังจากนั้นไปรษณีย์ จะตรวจสอบว่าถูกต้องหรือไม่ หากเป็นใบเสร็จที่ไปรษณีย์ ออกให้ ก็จะประทับตราไปรษณีย์ เพื่อการันตีให้ผู้เช่าพระไปรับเงินคืนจากบริษัทได้ทันที

 

ตัดสินใจแล้ว ไปรษณีย์สั่งสาขาทั่วประเทศ "งดให้เช่าบูชา"

อย่างไรก็ตาม ต่อมาเวลา 17.00 น. นายออมสิน เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.เป็นต้นไป ไปรษณีย์ได้ออกประกาศคำสั่งให้ที่ทำการไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ  ที่ให้บริการเช่าหรือจำหน่ายพระสมเด็จเหนือหัว  หยุดการจำหน่ายหรือให้เช่า  จนกว่าจะมีความชัดเจนเกี่ยวกับการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว  และคำสั่งเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ทั้งนี้  เนื่องจากไปรษณีย์ไม่ต้องการให้เกิดความสับสนกับประชาชน  ประกอบกับนับตั้งแต่มีข่าวเกิดขึ้น  ก็ไม่มีใครสนใจเช่าพระสมเด็จเหนือหัวอยู่แล้ว  ส่วนการให้เช่า พระอื่นๆ ยังคงให้บริการตามปกติ

 

รายงานหลวงพ่อวัดสุทัศน์แล้ว ทราบว่าจะแถลงข่าวในวันนี้

ในวันเดียวกัน พระเทพปริยัติเมธี เลขานุการเจ้าอาวาส วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร เปิดเผยว่า ได้กราบเรียนพระวิสุทธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ ให้ทราบเรื่องบ้างแล้ว และในวันที่ 21 ธ.ค. ทางพระวิสุทธาธิบดี จะเปิดแถลงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ทั้งหมด

 

กรมการศาสนายังท่องคาถา "รอ" จดหมายหลวงพ่อ

ด้าน นายสด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า  ทางกรมการศาสนา  กำลังรอหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงจากพระวิสุทธาธิบดี  ประธานมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์  แต่ในระหว่างนี้ก็ได้ประสานขอข้อมูลจากส่วนอื่นๆ มาแล้ว เบื้องต้นหาข้อมูลได้ยาก  เนื่องจากกลุ่มคนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลและให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

พระวิสุทธาธิบดีกลับถึงประเทศไทยแล้ว

ในเย็นวันเดียวกัน ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 17.40 น. พระวิสุทธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร ประธานมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ได้เดิน ทางกลับถึงประเทศไทยแล้ว ด้วยเที่ยวบิน CA 0636 หลังจาก ไปปฏิบัติศาสนกิจที่เมืองกวางโจว ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีพระลูกวัดและศิษยานุศิษย์จำนวนหนึ่งไปรอรับ โดยพระวิสุทธาธิบดีนั่งรถเข็นออกมาทางประตู C ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยสีหน้าอิดโรย และไม่ยอมตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่ไปรอสัมภาษณ์เกี่ยวกับการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวที่กำลังมีปัญหา โดยพระลูกวัดเปิดเผยว่า พระวิสุทธาธิบดีเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง และจะนัดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 21 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ที่วัดสุทัศน์

 

ข่าว : ไทยรัฐ
21 ธันวาคม 2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by