ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

 

       
       
ดีเอสไอ-สคบ. บี้หนัก !

ตั้งทีมสืบสวนสอบสวนทันควัน

พร้อมทั้ง เปิดศูนย์ร้องทุกข์พระสมเด็จเหนือหัว

 

"ดีเอสไอ" ร่วมมือ "สคบ." เปิดศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ประชาชนที่เสียหายจากการเช่าจอง "พระสมเด็จเหนือหัว" หลังพบความผิดฉ้อโกงผิดต่อ พรบ.คุ้มครองผู้บริโภค พร้อมประสานไปธนาคารและไปรณีย์ที่เป็นศูนย์กลางการจองพระเรื่องคืนเงินให้กับประชาชน เบื้องต้นยังไม่ฟันผู้จัดสร้าง รอดูพยานหลักฐานและผู้ร้องทุกข์มีมากน้อยเพียงใด ก่อนพิจารณาดำเนินคดี
       

       วันนี้ (19 ธ.ค.)
นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว ว่า ภายลังจากได้ประสานหารือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้เข้าไปตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นกรณีการจัดสร้างพระดังกล่าวว่าเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน หรือเข้าข่ายความผิดต่อ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค กรณีโฆษณาเป็นเท็จหรือไม่ ก็พบว่ามีมูล ดังนั้น เมื่อเข้าข่ายความผิดคุ้มครองผู้บริโภค กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงมีภาระหน้าที่เข้าไปร่วมดูแลและดำเนินคดีดังกล่าวได้
       
       นายจรัญกล่าวต่อว่า
ทางดีเอสไอและ สคบ. จะร่วมกันเปิดรับเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษจากประชาชนที่เสียหายจากการจองหรือเช่าพระสมเด็จเหนือหัว ขอให้เข้าร้องเรียนได้ที่สคบ. หรือที่สำนักคุ้มครองผู้บริโภค และสำนักคดีอาญาพิเศษ ของดีเอสไอ ซึ่งในวันนี้ (19 ธ.ค.)ทางเจ้าหน้าที่จากทั้ง สคบ. และดีเอสไอ จะจัดทีมรับร้องทุกข์ในกรณีพระสมเด็จเหนือหัว นอกจากนี้ยังได้ประสานธนาคารและไปรษณีย์ที่เป็นศูนย์กลางในการรับจองพระสมเด็จเหนือหัว เรื่องคืนเงินแก่ประชาชนที่บอกเลิกสัญญาจองพระดังกล่าวแล้ว
       
       ในส่วนของผู้จัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวจะมีการดำเนินคดีหรือไม่นั้น นายจรัญกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับความเสียหายของประชาชน และพยานหลักฐาน ต้องดูจำนวนผู้เข้าร้องทุกข์จากการเช่าพระสมเด็จเหนือหัวโดยสำคัญผิดว่ามีมากน้อยเพียงใด และพนักงานสอบสวนจะพิจารณาจากพยานหลักฐาน เบื้องต้นกระทรวงยุติธรรมร่วมกับสคบ. ดูแลช่วยเหลือให้ผู้เช่าจองพระโดยสำคัญผิดได้รับเงินคืนก่อน
       
       ทางด้าน
นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว เข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค และมีมูลค่าเกิน 500,000 บาท ดีเอสไอมีอำนาจเข้าดำเนินการสอบสวน ดังนั้น ในวันนี้ ตนจะมีคำสั่งตั้งชุดพนักงานสอบสวน และตั้งทีมรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน ซึ่งทราบจาก สคบ. ว่า ก่อนหน้านี้ได้มีประชาชนที่เช่าจองพระสมเด็จเหนือหัวไปได้เข้าร้องเรียนต่อ สคบ. จำนวนมากแล้ว โดยจะมอบให้สำนักคุ้มครองผู้บริโภคดูแลคดีนี้ และตั้งพนักงานสอบสวนที่มีความเชี่ยวชาญและเคยทำคดีเกี่ยวกับการจัดสร้างพระและทีมจากสำนักคดีอาญาพิเศษร่วมสอบสวนคดีนี้อีกด้วย

 

ข่าว : ผู้จัดการ
19 ธันวาคม 2550

----------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ศุกร์เข้า-เสาร์แทรก

เสี่ยอู๊ด-สิทธิกร บุญฉิม อ่วมอรทัย

 

 

นายสิทธิกร บุญฉิม ผู้ดำเนินการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว

 

      โบราณว่า "ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก" เป็นสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับชายหนุ่มคนที่ชื่อ "สิทธิกร บุญฉิม" ตัวจริงเสียงจริงในวันนี้ ขณะที่ข่าวความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับโครงการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว ของมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร กำลังดังกระหึ่มอยู่แทบทุกวงการ ทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลให้ทั้งยอดจองหยุดชะงัก และแนวโน้มรูปคดีมีการพยายามชี้นำตลอดว่า "ผิด ผิด และผิด" โดยยังไม่มีใครได้ยินเสียงของผู้จัดสร้างและประธานโครงการจัดสร้างเลย ตำรวจก็ยังไม่ได้รับฟ้อง แม้แต่ดีเอสไอก็ไม่กล้าฟันธง แต่แฟนพระเครื่องส่วนใหญ่รวมทั้งอธิบดีกรมการศาสนาฟันธงล่วงหน้าไปแล้วว่า "โกง" ร้อยเปอร์เซ็นต์

    แล้ววันนี้ จู่ๆ เว๊บไซต์ผู้จัดการออนไลน์ ก็ขึ้นข่าวดาราหน้าแรก พาดหัวข้อข่าวว่า

"นิว" ยอมรับยืมเงิน "เสี่ยอู๊ด" ดาวน์รถ เผยรู้จักกันเพราะ "ออย ธนา" แนะนำ ฯลฯ"

      ซึ่งแม้ว่าข่าวที่เสนอจะธรรมด๊าธรรมดา แต่คนที่อยู่ในวงการพระเครื่องมานานจะรู้ว่าไม่ธรรมดา เพราะว่านายสิทธิกร เคยมีข่าวเกี่ยวข้องกับดาราหนุ่มบางคนเกี่ยวกับเรื่องเงินเรื่องทอง จนถึงกับฟ้องร้องสื่อบางฉบับมาแล้ว

     คอนเน็กชั่นส่วนนี้ถูกนำไปประติดประต่อกับภาพของโครงการสร้างพระสมเด็จเหนือหัวอีกรอบหนึ่ง ว่า ถ้ามีรายได้ในการจัดสร้างพระเครื่องแล้ว นอกจากสร้างโบสถ์แล้ว นายสิทธิกรจะนำไปทำอะไร ? แม้ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับส่วนตัวก็ตาม แต่เมื่อนายสิทธิกรเข้ามาทำงานในนามองค์กร ก็จึงกลายเป็นที่สนใจของสังคมไทยให้ต้องถามไปโดยปริยาย

   แม้ว่าตัวนายสิทธิกร จะเงียบ แต่กระแสสังคมกลับรุกอย่างรุนแรง ทั้งทางดีเอสไอและสคบ. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) ได้จ่อคิวสืบสวนสอบสวน รวมทั้งอายัดทรัพย์สินในโครงการดังกล่าวไว้ก่อน และสารพัดกระแสจะถาโถมเข้าใส่ทั้งวัดสุทัศนเทพวรารามและนายสิทธิกร บุญฉิม มะรุมมะตุ้ม แทบว่าไม่ให้หายใจหายคอกันเลย อะไรจะขนาดนั้น

     ทุกเหรียญมีสองด้าน คำถามที่สังคมไทยควรถามบ้างก็คือ เหตุใด ? พระวิสุทธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ ซึ่งเป็นถึงรองสมเด็จพระราชาคณะ จึงไว้เนื้อเชื่อใจและใช้นายสิทธิกร บุญฉิม มาโดยตลอด จะว่าหลวงพ่อใหญ่งมงายอย่างนั้นหรือ ?

 

โอนเอนขนาดนี้ วันพรุ่งนี้จึงยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ?

 

ว่าแต่ "หมวดเจี๊ยบ" ไม่คิดจะเขียน "..Where are you #2" บ้างหรือ ?

ไม่แน่นา ยอดขายอาจจะแรงกว่าเล่มแรกก็ด้าย...

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
18 ธันวาคม 2550

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by