ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

 

แขวน "โครงการสมเด็จเหนือหัว" ชั่วคราว

กักเงิน-ตรวจสอบบัญชี

ดีเอสไอขอมติบอร์ดเป็นกรณีพิเศษ

โอนคดีมาทำเอง ทั้งๆ ที่ยังไม่อยู่ในเขตอำนาจ

ขณะที่สำนักพุทธฯ ยังไม่รู้ข้อมูล

ทั้งๆ ที่อธิบดีกรมการศาสนาฟันธงล่วงหน้าแล้ว

ว่า..โกงชัวร์ !!

 

 

คนละค่าย คนละสไตรล์

เชิญชมคู่มวยกิตติมศักดิ์

ชิงมงกุฏคู่

ฉลองพระสมเด็จเหนือหัว
ณ สนามมวยชั่วคราว หน้าวัดสุทัศน์

โปรโมเตอร์กิตติมศักดิ์ สิทธิกร บุญฉิม

 

ไฟร์ทเตอร์ เดินหน้าฆ่ามัน
ชกเอาใจแฟน คะแนนไม่สน

จอมลีลา ถีบหนี ตีกรรเชียง
ถ้าเข้าใกล้ก็กอดคอ ตีเข่า ไม่กัดหู

สด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนา

"โกงครับ โกหก หลอกลวง"

จุฬารัตน์ บุณยากร ผอ.สำนักพุทธฯ

ยังไม่ทราบค่ะ หลวงพ่อยังไม่กลับ

 

 

ความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว ว่าเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 18 ธ.ค. นายสุนัย มโนมัยอุดม อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า จะขอให้คณะกรรมการคดีพิเศษ ลงมติรับเรื่องนี้ไว้เป็นคดีพิเศษ เพื่อให้ดีเอสไอเข้าดำเนินการ เนื่องจากภายหลังตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้วได้ ความว่า เป็นเรื่องฉ้อโกงประชาชน แต่ไม่อยู่ในขอบเขตอำนาจของดีเอสไอ ดังนั้น ต้องขออนุมัติบอร์ดทำคดี อย่างไรก็ตาม เรื่องฉ้อโกงประชาชนเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน การสืบสวนสอบสวนต้องทำให้เห็นว่ามีผู้เสียหายถูกฉ้อโกง มีการแสดงข้อความเป็นเท็จ มีการแจ้งข้อความให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สิน จึงต้องสอบประชาชนว่า ถ้าทราบว่าทางสำนักพระราชวังไม่เกี่ยวข้อง จะยังเช่าพระนี้หรือไม่ ถ้าประชาชนบอกว่า ถ้าทราบว่าไม่ได้รับพระบรมราชานุญาต จะไม่เช่า ก็แสดงว่าถูกฉ้อโกง  

      ผู้สื่อข่าวถามว่า การจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวไม่ได้รับพระบรมราชานุญาต จะเป็นความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพด้วยหรือไม่

     อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษตอบว่า คงต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยทั่วไปมองว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน ว่าการจัดสร้างครั้งนี้ได้รับพระบรมราชานุญาต และนำเงินรายได้เข้ามูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ อยากร่วมทำบุญกุศล เรื่องนี้เป็นอำนาจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ดีเอสไอจะขอโอนคดีมาดำเนินการต่อไป โดยภายในสิ้นปีนี้ จะเรียกประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อรับกรณีการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวมาเป็นคดีพิเศษโดยเฉพาะ พร้อมเร่งรัดการสอบสวนให้เร็วที่สุด

      ผู้สื่อข่าวถามว่า จากการตรวจสอบกรณีมีการใช้ตราพระมงกุฎประทับหลังองค์พระ หรือกรณีผู้จัดสร้างระบุว่าได้รับดอกไม้พระราชทานเป็นมวลสาร ได้ข้อสรุปหรือยังว่ามีการขออนุญาตจากสำนักพระราชวัง

     นายสุนัยตอบว่า ต้องรอการตรวจสอบ แต่เป็นวิธีการทำให้การจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวดูมีความศักดิ์สิทธิ์ เข้าข่ายหลอกลวงประชาชนว่ามีมวลสารพิเศษ ต้องให้เช่าพระในราคาที่แพงขึ้น  

      ด้าน พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ และโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ได้ ประสานกับสำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง มาตลอด โดยท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง มอบหมายให้ ผอ.กองนิติกร สำนักราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ตรวจสอบเอกสาร รวบรวมข้อมูลต่างๆ ทั้งโปสเตอร์ แผ่นพับ หรือข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านทางสื่อมวลชน เพื่อนำมาพิจารณาร่วมกัน พร้อมทั้งให้ศึกษาข้อกฎหมายต่างๆ ว่าสามารถจะดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างไร ขณะนี้ได้รวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว เชื่อว่า ผอ.กองนิติกร สำนักราชเลขาธิการ จะสรุปเสนอผู้ใหญ่ของสำนักราชเลขาธิการ พิจารณาตัดสินใจว่าจะส่งเรื่องให้หน่วยงานใดเป็นผู้ดำเนินการ เพราะยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะส่งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือกรมการศาสนา คาดว่าจะทราบผลในวันนี้

      ต่อข้อถามว่า การจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร ระบุว่า จะนำรายได้เข้ามูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ทางดีเอสไอตรวจสอบหรือยัง

     พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบกับมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์แล้ว แต่ปรากฏว่าเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ ประธานมูลนิธิฯ เดินทางไปประเทศจีน เท่าที่สอบถามฝ่ายเลขาของมูลนิธิฯ ทราบว่ามีการอนุญาตให้สร้างจริง แต่ข้อมูลทั้งหมดต้องรอเจ้าอาวาสอีกครั้ง สำหรับเรื่องการใช้ตราพระมงกุฎ ก็เป็นตามแถลงการณ์ของสำนักราชเลขาธิการว่า  ไม่ได้มีการขออนุญาตนำไปใช้  จึงมีความผิดฐานปลอมตราของรัฐ รอยตราของแผ่นดิน และความผิดหลอกลวงให้ซื้อสินค้าโดยหลอกลวงให้เชื่อในสิ่งกำเนิด คุณภาพ ปริมาณ คงต้อง ดูฐานความผิดอีกครั้ง หลังสำนักราชเลขาธิการประมวลข้อมูลทั้งหมด 

     โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวอีกว่า ในส่วนประชาชนที่จ่ายเงินจองพระสมเด็จเหนือหัวไปแล้ว ทราบจากสำนักราชเลขาธิการว่า ได้ประสานกับธนาคารกรุงไทยและธนาคารที่เกี่ยวข้องในการโอนเงินรับจองพระสมเด็จเหนือหัวแล้วและธนาคารทั้งหมดได้หารือกัน ได้ข้อสรุปว่า จะตรวจสอบและเก็บเงินที่ประชาชนจองพระสมเด็จเหนือหัวไว้ก่อน โดยจะยังไม่โอนเข้าบัญชีผู้จัดสร้าง ในระหว่างรอผลการตรวจสอบก่อนดำเนินการคืนเงินให้ประชาชนที่มีสิทธิเรียกร้องขอเงินคืนได้ต่อไป ส่วนยอดเงินจองพระสมเด็จเหนือหัว และจำนวนประชาชนที่จอง สำนักราชเลขาธิการ กำลังตรวจสอบยอดที่แน่นอน

      ด้าน นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานพระพุทธศาสนา กำลังตรวจสอบการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวอยู่ เบื้องต้นพบว่าทางมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีพระวิสุทธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร เป็นประธาน ไม่ได้ทำเรื่องขอพระราชทานมวลสารที่ระบุว่านำมาจากดอกไม้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเป็นเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์ ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายบูรพกษัตราธิราช เมื่อครั้งงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี เพื่อจัดสร้างพระผ่านทางสำนักงานพระพุทธศาสนา ดังนั้น ความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวนี้ คงต้องรอให้พระวิสุทธาธิบดีเดินทาง กลับจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเสียก่อน ซึ่งในวันที่ 20 ธ.ค. จะมีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) และทางพระวิสุทธาธิบดี จะเข้าประชุมด้วย 

      ทางด้านพระเทพวินยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระ มหาธาตุวรมหาวิหาร จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวถึงเรื่องการจองสถานที่วัดพระมหาธาตุฯ เพื่อทำพิธีปลุกเสกพระสมเด็จเหนือหัว ว่ามีผู้มาติดต่อเมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งก็อนุญาตไปตามปกติ เหมือนกับการขออนุญาตปลุกเสกจตุคามรามเทพ ถ้าวันไหนว่างก็อนุญาตไป ไม่มีการคิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ส่วนผู้ที่มาติดต่ออ้างว่ามาจากมูลนิธิหนึ่งในกรุงเทพฯ จำไม่ได้ว่าเป็นหน่วยงานใด เพราะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวในพิธีด้วย เพียงแต่อนุญาตให้กับทุกคนที่มาขอใช้สถานที่ เหมือนเช่นทำพิธีปลุกเสกจตุคามรามเทพ ตลอดทั้งปีที่ผ่านมา
 

 

ข่าว : ไทยรัฐ
19 ธันวาคม 2550

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by