ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

 

                             

เจ้าอาวาสวัดโสดาประดิษฐาราม

ย้ำ !

ทำอย่างบริสุทธิ์และถูกต้อง

ประกาศ "พร้อม !" รับผิดชอบแทนหลวงพ่อวิสุทธาธิบดี

นี่สินักเลงจริง กล้าได้ กล้าเสีย !!

ไม่เหมือน มจร. ที่กล้าได้ แต่ไม่กล้าเสีย

 

 

 

 

กรมการศาสนาร่อนหนังสือถึงมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์-เจ้าอาวาสวัดสุทัศนฯ แจงข้อเท็จจริงเรื่องพระสมเด็จเหนือหัว หลังสำนักพระราชวังจี้เรื่องสอบถามความเป็นมา ด้านปลัด ยธ. ชี้ช่องผู้เช่าขอเงินคืนได้ เผยหากทำสัญญาโดยสำคัญผิดในทรัพย์ก็สามารถบอกเลิกได้ ขณะที่เจ้าอาสาสวัดเมืองโอ่ง เผยมั่นใจการจัดสร้างของวัดสุทัศนฯ ทำอย่างถูกต้อง เชื่อผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าว

กลายเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ และจับตามองเป็นพิเศษ ภายหลังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปสืบสวน เพื่อหาความกระจ่างเรื่องการฉ้อโกงกรณีมีกลุ่มบุคคลแอบอ้างจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวที่ระบุว่า รายได้จากการจัดสร้างจะนำเข้าสมทบทุนมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ เพื่อจัดโครงการสร้างอุโบสถสองกษัตริย์ พร้อมกับมีการอัญเชิญตราพระมงกุฎประทับไว้หลังองค์พระโดยไม่ได้ขออนุญาตจากสำนักพระราชวัง ล่าสุดกรมการศาสนาทำหนังสือไปถึงมูลนิธิ และเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริง หลังสำนักพระราชวังติดต่อเข้ามาเพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น

กรมการศาสนาจี้วัดสุทัศนฯแจง

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายสด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวถึงความคืบหน้าในการหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว ว่า กรมการศาสนารับการติดต่อจากสำนักพระราชวัง ถึงเรื่องการจัดสร้างวัตถุมงคล พระสมเด็จเหนือหัว กรณีที่ผู้จัดสร้างประกาศโฆษณา พระสมเด็จเหนือหัวตามสื่อต่างๆ รวมทั้งมีการกล่าวอ้างการนำตราพระมหาพิชัยมงกุฎ มาใช้ประกอบด้านหลังของพระ โดยไม่ได้ขออนุญาตจากสำนักพระราชวัง ในขณะเดียวกันยังอ้างว่า จะนำเงินรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้มูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ เพื่อนำมาสร้างอุโบสถสองกษัตริย์ ซึ่งสำนักราชเลขาธิการทำหนังสือสอบถามไปยังมูลนิธิ แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใดว่า จะมีการจัดสร้างโบสถ์ที่ใด

อย่างไรก็ตาม กรมการศาสนามอบหมายให้กองศาสนูปถัมภ์ ตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยการโทรศัพท์สอบถามไปที่มูลนิธิ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบ เพราะไม่มีผู้ใดสามารถให้คำตอบได้ ทั้งนี้ในวันที่ 17 ธันวาคม กรมการศาสนาได้ทำหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการถึงมูลนิธิ และเจ้าอาวาสวัดสุทัศนฯ เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวัดสุทัศนฯ โดยตรง อีกทั้งจะประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการร่วมกันสืบหาข้อเท็จจริงให้เกิดความกระจ่างอีกด้วย และจะรายงานไปยังสำนักราชเลขาธิการอย่างต่อเนื่อง

ย้ำใช้ชื่อสมเด็จเหนือหัวไม่เหมาะ

"หนังสือที่จะสอบถามไปยังมูลนิธินั้น จะสอบถามเกี่ยวกับการข้อมูลที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ที่อ้างถึงตราพระมหาพิชัยมงกุฎ และนำเงินไปสร้างอุโบสถสองกษัตริย์ มีข้อเท็จจริงอย่างไร ได้รับอนุญาตจากสำนักราชเลขาธิการหรือไม่ รวมทั้งการนำเงินไปจัดสร้างโบสถ์จะสร้างขึ้นสถานที่ใด ใครเป็นเจ้าของเรื่องที่ดำเนินการเรื่องนี้ อีกทั้งเรื่องดอกไม้พระราชทานได้มาจริงหรือไม่ นอกจากนี้การที่มูลนิธิ และผู้สร้างใช้ชื่อวัตถุมงคลว่า พระสมเด็จเหนือหัวนั้น เราไม่เห็นด้วย และคิดว่าเป็นการใช้คำที่ไม่ถูกต้อง และไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้คนเข้าใจผิด" อธิบดีกรมการศาสนา กล่าว

วธ.เตือนให้คำนึงความซื่อสัตย์

ด้าน คุณหญิงไขศรี ศรีอรุณ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ได้รับการสอบถามจากผู้ใหญ่ในวังถึงเรื่องการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว ซึ่งได้ตอบไปว่า กระทรวงวัฒนธรรม ไม่ได้รับการติดต่อ หรือแจ้งเข้ามาว่าจะมีการจัดสร้างแต่อย่างใด คิดว่าเป็นการแอบอ้างจัดทำโดยไม่มีหลักฐานการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร ทั้งในเรื่องของการขออนุญาตใช้ตราพระมหาพิชัยมงกุฎ และการนำรายได้ไปจัดสร้างอุโบสถสองกษัตริย์ เข้าข่ายการต้มตุ๋นหลอกลวง ประชาชน

อย่างไรก็ตาม อยากฝากไปถึงผู้ที่คิดจะจัดสร้างวัตถุมงคล ควรคำนึงถึง ความซื่อสัตย์ ความถูกต้อง ไม่หลอกลวงประชาชน ไม่ควรที่จะทำเป็นพุทธพาณิชย์หารายได้ หรือเรี่ยไรเงิน โดยเฉพาะการนำสถาบันเบื้องสูงมาอ้างถึง โดยไม่ได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการจัดสร้าง อีกทั้งยังขอเตือนผู้ที่มีความศรัทธาวัตถุมงคลต่างๆ ว่า ชาวพุทธที่ดี ควรเคารพในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า มากกว่าการหลงงมงายในวัตถุมงคลมากเกินไป การที่จะบูชาวัตถุมงคลไม่เสียหายแต่ขอให้มีสติ

ปลัดยธ.แนะผู้เช่าขอเงินคืน

นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวว่า ในทางกฎหมาย สัญญามีช่องทางบอกว่า หากผู้ทำสัญญาทำโดยสำคัญผิดในสาระสำคัญของพฤติกรรมนั้น ทำให้สัญญาเป็นโมฆียะ สามารถถูกบอกล้างได้ และหากเข้าขั้นถูกฉ้อฉลหลอกลวงให้หลงผิดก็มีสิทธิที่จะบอกล้างโมฆียกรรมได้เช่นกัน

"ดังนั้นช่องทางของประชาชนที่ต้องการจะได้เงินจองคืน หรือผู้ที่ได้พระไปแล้ว ก็อาจทำได้โดยบอกล้างโมฆียกรรม ซึ่งเป็นมาตรการตามกฎหมายแพ่ง ถึงได้พระแล้ว หากเป็นการทำสัญญาไปโดยสำคัญผิดในคุณสมบัติของทรัพย์หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือทำนิติกรรมสัญญาโดยถูกฉ้อฉลให้เข้าใจผิดไปไม่ตรงกับความจริง ก็เป็นเหตุทำให้นิติกรรมนั้นเป็นโมฆียะบอกล้างได้ และถ้าบอกล้างแล้วคู่กรณีก็ต้องกลับคืนสู่สถานะเดิม คือต้องส่งพระสมเด็จเหนือหัวที่ได้ไปคืน และต้องเรียกเงินคืนได้" นายจรัญ กล่าว

แนะธนาคาร-ไปรษณีย์เป็นตัวกลาง

นายจรัญ กล่าวต่อว่า เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ธนาคารที่เป็นช่องทางรับจองพระสมเด็จเหนือหัว ทั้งธนาคารกรุงไทย นครหลวงไทย ธนาคารทหารไทย และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ควรต้องหารือกัน เพื่อคืนเงินจองพระให้แก่ประชาชน เพราะทั้งธนาคาร และไปรษณีย์ต่างก็ไม่ได้มีส่วนร่วมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวเป็นเพียงช่องทาง หรือคนกลางที่ทำให้ติดต่อทำสัญญาเรื่องนี้ ดังนั้นถ้าเกิดเหตุการณ์ที่ผิดเพี้ยนไป จากความเข้าใจเดิมก็น่าจะหาทางออกให้เป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ปัจจุบันมีการจัดสร้างพระเครื่องจำนวนมากนำสถาบันเบื้องสูงมาเกี่ยวข้อง นายจรัญ กล่าวว่า ถ้าจัดสร้างพระเครื่องถูกต้องตรงไปตรงมา พอเหมาะพอดี เกิดประโยชน์แก่สาธารณะก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ที่เป็นปัญหา เพราะไม่ตรงไปตรงมา ทำให้ประโยชน์ที่ได้ไม่เท่าความเสื่อมเสียที่เกิดขึ้น

เผยยังไม่เข้าข่ายดีเอสไอสอบสวน

จากการตรวจสอบการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวในเบื้องต้น ยังไม่เข้าข้อกฎหมายที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมีอำนาจเข้าไปสืบสวนสอบสวนได้ เพราะหากจะเข้าข่ายความผิดที่ดีเอสไอเข้าไปทำคดีได้ต้องเป็นการกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชนตามพระราชกำหนด แต่ถ้าเป็นการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา หรือเป็นเรื่องความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบได้ และต้องเริ่มต้นดำเนินคดีตามความผิดมูลฐานนั้นก่อน

"ขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการในความผิดมูลฐาน ดีเอสไอจึงทำได้เพียงตรวจสอบข้อมูลทั่วไปไว้ก่อน กระบวนการที่ชัดเจนต้องมีคดีพื้นฐานก่อน ปปง.จึงจะเข้าไปดำเนินการได้ ส่วนเรื่องการใช้พระมงกุฎไว้ด้านหลังพระสมเด็จเหนือหัว โดยมีการขอหรือไม่ขออนุญาตนั้นก็ยังไม่เข้าข่ายงานในรับผิดชอบของกระทรวงยุติธรรม" นายจรัญ กล่าว

เจ้าอาวาสเมืองโอ่งแจงสร้างโบสถ์

วันเดียวกันผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" ไปที่วัดโสดาประดิษฐาราม หมู่ 4 ต.เขาแร้ง อ.เมือง จ.ราชบุรี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงต่อ พระครูธรรมสมบูรณ์ เจ้าอาวาสวัดโสดาประดิษฐาราม กรณีมีการโฆษณาว่า เงินที่ได้มาจากการเช่าพระสมเด็จเหนือหัวจะนำมาสร้างอุโบสถที่วัดดังกล่าว โดยพระครูธรรมสมบูรณ์ กล่าวชี้แจงว่า พระสมเด็จเหนือหัว ที่ทางหลวงพ่อสุทธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม จัดสร้างขึ้นมา เพื่อต้องการหารายได้มาสร้างโบสถ์ที่วัด แทนโบสถ์เก่าที่ชำรุดทรุดโทรม นอกจากนี้หลวงพ่อยังเป็นบุคคลที่อยู่ใน หมู่ 4 ต.เขาแร้ง และเคยบวชเณรที่วัดแห่งนี้มาก่อน จึงได้มาสร้างโบสถ์ เพื่อทำนุบำรุงศาสนา

"ก่อนหน้านี้หลวงพ่อสุทธาธิบดีมาจำวัดเป็นประจำ อาตมาปรารภกับท่านว่า อยากจะได้อุโบสถหลังใหม่ ซึ่งหลวงพ่อบอกว่าจะจัดการเอง โดยหลวงพ่ออยากจะทำอะไรให้วัดบ้านเกิดบ้าง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี และหลวงพ่อก็บริหารมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์มาตลอด และเมื่อจะจัดสร้างโดยมูลนิธิเป็นผู้อำนวยการจัดสร้างก็ไม่ได้ระบุว่า สำนักพระราชวังเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่วัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติ และนำเงินที่ได้มาไปสร้างโบสถ์ พร้อมกับสร้างพระประจำรัชกาลที่ 8 และพระประจำรัชกาลที่ 9 มาไว้ที่โบสถ์แห่งนี้ ทำให้ใช้ชื่อว่าโบสถ์ 2 กษัตริย์" พระครูธรรมสมบูรณ์ กล่าว

มั่นใจจัดสร้างทำอย่างถูกต้อง

ในเรื่องการขออนุญาตจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวนั้น มั่นใจว่า ทำอย่างถูกต้อง เพราะไม่เช่นนั้นคงจะจัดสร้างไม่ได้ แต่คนที่นำข่าวไปปล่อยเชื่อว่า เป็นผู้ไม่หวังดี ซึ่งในทางศาสนา คนที่จะสร้างกุศลสร้างบารมีต้องมีมารมาคอยขวาง จึงจะประสบความสำเร็จ ทั้งนี้ในส่วนของวัดโสดาประดิษฐารามก็ไม่ได้เปิดให้รับจองพระสมเด็จเหนือหัว หรือติดป้ายโฆษณาแต่อย่างใด

"หลังจากที่มีข่าวมีคนมาหาและโทรศัพท์มาหาเป็นจำนวนมาก อาตมาชี้แจงไปว่า วัดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างพระสมเด็จเหนือหัว เพียงแต่เงินรายได้จะนำมาสร้างโบสถ์ที่วัด อาตมาขอบอกว่า ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น อาตมาจะขอรับแทนหลวงพ่อสุทธาธิบดี เพราะเจตนาที่หลวงพ่อจัดสร้างขึ้นมาเป็นเพราะต้องการนำรายมาสร้างโบสถ์ที่วัดแห่งนี้ ไม่ได้มีเจตนาอื่น" พระครูธรรมสมบูรณ์กล่าว

 

ข่าว : คมชัดลึก
18 ธันวาคม 2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by