ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

 

                             

ดีเอสไอยังมึน่ะย่ะค่ะ !

ไม่รู้จะตั้งข้อหาอะไรกับสมเด็จเหนือหัว

เพราะว่าไม่เข้าข่ายความผิดมูลฐานของดีเอสไอ

เลยใช้สำนวนครอบจักรวาล "เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน"

 

 

ก็น่านนะสิ

1. เรื่องแอบอ้าง เขาไม่เคยบอกว่า "สำนักพระราชวังเป็นผู้สร้าง" หรือมีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วจะฟ้องร้องเขาได้อย่างไรในข้อหา "แอบอ้าง"

2. ดอกไม้พระราชทานกัณฑ์เทศน์ ก็พระราชทานจริงๆ คือทรงถวายมาพร้อมกับกัณฑ์เทศน์ แล้วหลวงพ่อท่านก็มอบให้ลูกศิษย์เอาไปสร้าง บอกว่า "เป็นดอกไม้พระราชทาน" เพียงแต่ลูกศิษย์เขาเอาไปโฆษณาใหญ่โต่เกินไป จะว่าไม่พระราชทานก็ไม่ใช่ เพียงแต่ไม่ได้พระราชทานเป็นการเฉพาะ อย่างนี้ก็คาบลูกคาบดอกอีก ข้อนี้ถ้าจะโดนก็คงเป็นข้อหา "โฆษณาเว่อร์" เท่านั้น

3. เรื่องตรามงกุฏ ทางวัดก็ยืนยันว่าขอพระบรมราชานุญาตไปจริง แต่ขอเป็น "ตราชฎา" ไม่ใช่ตรามงกุฏ เพียงแต่มีการเปลี่ยนแปลงภายหลังว่า "เป็นตรามงกุฏ" ข้อนี้ถ้าจะผิดก็คงผิดนิดหน่อย

4. โครงการมีเงื่อนงำ จริงๆ แล้วทุกโครงการก็มีเงื่อนงำ แต่อย่าเรียกว่าเงื่อนงำดีกว่า เรียกให้เพราะก็ต้องเรียกว่า เงื่อนไข หรือวัตถุประสงค์ เพราะแม้จะมีการบอกว่าเอาไปทำอย่างโน้นอย่างนี้ ก็เป็นโครงการครอบจักรวาล ไม่มีการตรวจสอบจากองค์กรไหน ไม่ได้รับอนุมัติจากใคร ก็คิดเองเขียนเองทั้งหมดแหละ เหมือนงานการกุศลขององค์กรต่างๆ ที่บอกว่า จะเอาเงินไปเป็นทุนการศึกษา หรือมอบให้ที่โน่นที่นี่ ถามว่า มีใครไปสอบสวนบ้างหรือไม่ว่าทำจริง เพราะหลายแห่งก็อ้างโครงการเฉลิมพระเกียรติกันทั้งนั้น ถ้าเอาผิดโครงการนี้ ก็ต้องรื้อทุกๆ โครงการที่เคยทำและเคยโฆษณาเช่นนี้ โดยเฉพาะการสร้างจตุคามรามเทพเป็นพันๆ รุ่นน่ะ รับรองว่าแตะตรงไหนเจอตรงนั้น แต่ตรงนี้เขาชัดเจนเพียงที่เดียวว่า สร้างโบถส์สองกษัตริย์ที่ราชบุรี ก็ต้องปล่อยให้เขาทำ ถ้าเขาไม่ทำก็ค่อยว่ากันอีกที

 

งานนี้สงสัยดีเอสไอต้องกินเจซะแล้ว เพราะกินหมูยากส์ !

 

 

นายสิทธิกร บุญฉิม หรือเสี่ยอู๊ด
เจ้าของบริษัทไดม่อน ฮิลส์

ผู้ดำเนินการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว

 

 

ดีเอสไอระบุชัดเจน ความผิดผู้จัดสร้าง"สมเด็จเหนือหัว"เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน แต่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เว้นแต่จะนำเข้าเป็นคดีพิเศษก่อน เผยรวมรวมพยานหลักฐานได้พอสมควร เตรียมเข้าหารือรองราชเลขาธิการ และแจ้งกองปราบดำเนินการกระชากหน้ากาก เอาผิดผู้จัดสร้างเร็วๆนี้
       
       วานนี้ (16 ธ.ค.) พ.อ.ปิยวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว ที่มีการติดป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั่วกรุงเทพฯ โดยระบุว่า รายได้จากการจัดสร้าง จะนำเข้าสมทบทุนมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ เพื่อจัดสร้างอุโบสถสองกษัตริย์ พร้อมกับมีการนำตราพระมงกุฎประทับไว้หลังองค์พระ และแอบอ้างว่า ได้ใช้มวลสารจากดอกไม้พระราชทานที่สำนักพระราชวังได้ออกมาชี้แจงแล้วว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสร้าง ว่า จากการพิจารณาความผิดและข้อกฎหมายพบว่าเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนซึ่งเป็นความผิดในคดีอาญา ที่ ดีเอสไอ ไม่มีอำนาจดำเนินคดีรวมถึงการจับกุมผู้กระทำผิดได้ในทันที ยกเว้นคณะกรรมการคดีพิเศษจะมีมติให้นำคดีนี้เป็นคดีพิเศษ
       
       พ.อ.ปิยวัฒก์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ ดีเอสไอ ได้รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับสำนักพระราชวัง กรมการศาสนา รวมทั้งรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับระเบียบในการจัดสร้างวัตถุมงคล และส่งชุดสืบสวนไปรวบรวมข้อมูลจากวัดสุทัศน์เทพวรารามวรมหาวิหาร และมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ด้วย ซึ่งในวันจันทร์นี้(17 ธ.ค.)จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ พร้อมกับจะเสนอให้ท่านผู้หญิงบุตรี เข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดที่กองปราบปราม เพราะจะมีอำนาจดำเนินการอย่างเต็มที่มากกว่า
       
       พ.อ.ปิยวัฒก์ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีลักษณะแชร์ลูกโซ่ต่างๆที่ ดีเอสไอ กำลังสืบสวนเพื่อดำเนินคดีในขณะนี้เข่าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงิน พ.ศ.2527 ที่มีผู้เสียหายเกิน 50 คนและมีความเสียหายเกินกว่า 50 ล้านบาท ดีเอสไอ จึงสามารถเข้าดำเนินดคีได้ทันที
       
       อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า ผู้จัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวนั้น ชื่อ"เสี่ยอ." โดยก่อนหน้านี้ เมื่อปีพ.ศ. 2547 "เสี่ยอ." ตกเป็นข่าวฉาวกรณีการจัดสร้างเหรียญพระพุทธโสธร รุ่นสลักนามสกุล โดยระบุวัตถุประสงค์ในการจัดสร้าง เพื่อหาทุนสร้างหอประชุม(ธรรมบริการ)48 พรรษามหาวชิราลงกรณ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) มูลค่า 200 ล้านบาท แต่ปรากฏว่า ภายหลัง"เสี่ยอ." นำเงินมอบให้กับมจร.เพียง 100 ล้านบาท พร้อมเหรียญอีกประมาณ 60,000 เหรียญ จากการผลิตประมาณ 500,000 เหรียญ จำหน่ายในราคาเหรียญละ 900 บาท
       
       ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม ระบุว่า ภายหลังจากที่สำนักพระราชวัง ชี้แจงว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว ที่มีการติดป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั่วกรุงเทพฯ โดยระบุว่า รายได้จากการจัดสร้าง จะนำเข้าสมทบทุนมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ เพื่อจัดสร้างอุโบสถสองกษัตริย์ พร้อมกับมีการนำตราพระมงกุฎประทับไว้หลังองค์พระ และแอบอ้างว่า ได้ใช้มวลสารจากดอกไม้พระราชทานนั้น จึงได้สั่งการให้ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าไปดูแลและตรวจสอบ ว่า มีการฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ โดยตนกำชับให้เร่งเก็บข้อมูลให้เร็วที่สุดไม่ให้ปัญหาลุกลามบานปลาย เพราะหากมีการหลอกลวงประชาชน ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นศาสนา สถาบัน และประชาชน ที่ถูกฉ้อโกง

 

ข่าว : ผู้จัดการ
17 ธันวาคม 2550

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by