ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

 

                             

แฟนเว๊บบ่นตรึม !

สมเด็จเหนือหัว จริงหรือปลอม

     เขาโฆษณามาตั้งนาน ทั้งทางทีวี หนังสือพิมพ์ และโบว์ชัวร์ พระก็ออกไปได้เกือบครึ่งเดือนแล้ว เงินก็จ่ายไปหมดแล้ว ทำไมสำนักพระราชวังเพิ่งมาออกข่าว หรือนี่เป็นระบบวัวหายล้อมคอก..? การเมืองว่าน่าเซ็งแล้ว การพระเครื่องก็ยิ่งเซ็งเข้าไปอีก ทำไมหนอทำไม ทำงานกันอย่างไง ??

    ถ้าดีเอสไอชี้มูลว่าผิด รับรองว่ามีการคืนของกันโกลาหล เกิดจลาจลไปทั่วประเทศ ยิ่งกว่าม็อบประชาธิปไตยแน่ เพราะโปรเจ็คนี้เขาว่ามีเม็ดเงินหมุนถึง 500 กว่าล้าน ! เผลอๆ สำนักงานไปรษณีย์จะโดนเผาก็คราวนี้แหละ ฮึ่ม !

 

 

ดีเอสไอเปลี่ยนแนว

โยนสำนวนให้ตำรวจสอบสวน

 

 

ทางวัดขออนุญาตใช้ "ตราชฎา"
แต่ในหนังสือกลับโฆษณาเป็น "ตรา
มงกุฎ"

ก็ไม่รู้ว่าต่างกันตรงไหน ระหว่างมงกุฏกับชฎา ?

สงสัยต้องให้ราชบัณฑิตตีความอีกกระทง

 


 

จากกรณี "สำนักพระราชวัง" ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว ที่กำลังโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างแพร่หลาย โดยอ้างว่ารายได้จากการจัดสร้างจะนำเข้าสมทบทุนมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ เพื่อจัดสร้างอุโบสถสองกษัตริย์ และมีการนำตราพระมงกุฎประทับไว้ด้านหลังองค์พระ นอกจากนี้ยังอ้างว่าใช้มวลสารจากดอกไม้พระราชทาน ซึ่งการที่ผู้จัดสร้างอัญเชิญตราพระมงกุฎไปประทับหลังองค์พระนั้น ถือว่าผิดกฎหมาย เพราะไม่มีการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ผ่านทางสำนักพระราชวัง จึงประสานให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการตรวจสอบในเรื่องนี้ 

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ และโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงการตรวจสอบการจัดสร้างพระเครื่องรุ่นดัง สมเด็จเหนือหัว ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง จึงยังไม่ได้ข้อสรุปและแนวทางดำเนินการต่อไป คงต้องรอการตรวจสอบข้อมูลกับผู้จัดสร้างพระรุ่นดังกล่าวให้ชัดเจน ซึ่งรับปากว่าจะนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้ดีเอสไอ ในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ จากนั้นจะนำผลการพิจารณามาประกอบกับข้อมูลการตรวจสอบจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อสรุปต่อไป คาดว่าคงจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า 

มีรายงานจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนดีเอสไอ ที่เข้าหารือกับสำนักพระราชวังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ได้รับข้อมูลในเบื้องต้นว่า การจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวนี้ มีเสี่ยชื่อดัง ผู้กว้างขวางวงการพระเครื่อง เป็นผู้ติดต่อกับมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ อ้างว่าจะมอบรายได้ส่วนหนึ่งให้กับมูลนิธิฯ

นอกจากนี้ ทางดีเอสไอได้สอบถามประเด็นการขออนุญาตใช้ตราพระมงกุฎประทับไว้หลังองค์พระกับมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ซึ่งได้รับการชี้แจงว่า มีผู้แจ้งกับมูลนิธิฯ  ว่า ทางวัดสุทัศนเทพวรารามวรมหาวิหาร ได้ทำหนังสือขออนุญาตในการใช้ตราพระมงกุฎ ต่อสำนักพระราชวังแล้ว ส่วนรายละเอียดอื่นๆทางมูลนิธิฯไม่ทราบ เมื่อดีเอสไอไปตรวจสอบข้อมูลกับวัดสุทัศน์ ได้รับการยืนยันว่า ทางวัดได้ทำหนังสือขออนุญาตไปยังสำนักพระราชวังจริง แต่ไม่ได้ขออนุญาตใช้ตราพระมงกุฎ แต่ขออนุญาตใช้ตราชฎา ประทับหลังองค์พระสมเด็จเหนือหัว 

ในส่วนประเด็นที่ผู้จัดสร้างโฆษณาว่าใช้มวลสารดอกไม้พระราชทานนั้น ทางสำนักพระราชวังได้แจ้งต่อดีเอสไอว่า ทางผู้จัดสร้างไม่เคยขอพระราชทานดอกไม้เพื่อนำไปใช้เป็นมวลสารแต่อย่างใด เมื่อตรวจสอบไปที่วัดสุทัศน์ พบว่ามีผู้นำดอกบัวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานทำบุญมอบให้วัดหลวง รวมทั้งวัดสุทัศน์ ไปใช้เป็นมวลสารในการสร้างพระสมเด็จรุ่นนี้

ดังนั้น แนวทางในการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทำให้ดีเอสไอต้องรอตรวจสอบหลักฐานที่ผู้จัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวจะนำมามอบให้ในวันที่ 17 ธ.ค.นี้ ให้เกิดชัดเจนก่อน รวมทั้งต้องรอผลการตรวจสอบจากสำนักพระราชวังด้วย หากผลการตรวจสอบได้ข้อสรุปว่า ผู้จัดสร้างไม่ได้ขออนุญาตจากสำนักพระราชวัง เพื่อใช้ตรามงกุฎประทับด้านหลังองค์พระสมเด็จเหนือหัว แต่เจตนาประโคมข่าวให้สาธารณชนเข้าใจว่าได้ขออนุญาตใช้ตราพระมงกุฎแล้ว พฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา 

อย่างไรก็ตาม ฐานความผิดในข้อหาฉ้อโกงประชาชนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ยังไม่อยู่ในอำนาจของดีเอสไอ ตาม พ.ร.บ. สอบสวนคดีพิเศษ เนื่องจากตามปกติดีเอสไอสามารถทำคดีได้โดยอัตโนมัติ ไม่ต้องรอมติบอร์ด ในฐานความผิดกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนเท่านั้น ดังนั้น ทางดีเอสไอจึงเตรียมประสานส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับเรื่องนี้ดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ ในส่วนของการโฆษณารับจองพระสมเด็จเหนือหัว ที่คณะผู้จัดสร้างทุ่มเงินประชาสัมพันธ์ทางสื่อทุกชนิดอย่างแพร่หลาย ทางดีเอสไอก็ไม่มีอำนาจสั่งให้หยุดการโฆษณาเผยแพร่ หรือเข้าไปอายัดเงินจองพระรุ่นดังกล่าวจากผู้จัดสร้างได้ เนื่องจากกรณีนี้ยังไม่ตั้งเป็นสำนวนคดี เพราะอยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบข้อเท็จจริง 

ในวันเดียวกัน ได้มีประชาชนโทรศัพท์มาสอบถามเรื่องดังกล่าวนี้ที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเป็นจำนวนมาก โดยบอกว่าได้สั่งจองพระสมเด็จรุ่นดังกล่าวนี้ไปแล้ว และเกิดความสับสนกับข่าวการเข้าตรวจสอบเรื่องนี้ของดีเอสไอ จึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องรีบดำเนินการให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว
 

 

ข่าว : ไทยรัฐ
16 ธันวาคม 2550

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264

 
E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

All Right Reserved @ 2003
This Website Sponsored by