LAST UPDATE : AUGUST 27 2014  06:00 A.M. PACIFIC TIME

 

 

 

ภาพหมู่การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

 


กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ ขนาด
4000 PC

 

ภาพการประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป
วันที่
23 สิงหาคม 2557 ชุดที่ 2

กดที่ภาพเพื่อชม


 

ภาพการประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป
วันที่
23 สิงหาคม 2557 ชุดที่ 1

กดที่ภาพเพื่อชม

เปิดวัดธัมมปทีป ประเทศเบลเยียม

สถานที่ประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

22-24 สิงหาคม 2557

 

WAT DHAMMAPATEEP WELCOMES YOU

 

กดที่ภาพเพื่อชม


มุมมองของพระมหานรินทร์

ครั้งที่ 140

ตั้งกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระพุทธศาสนา

 

 

กดที่ภาพเพื่ออ่านมุมมองของพระมหานรินทร์


 

ABBOT MEETING

ประชุมเจ้าอาวาสวัดไทยในสหรัฐอเมริกา
20-21 กันยายน 2557

ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพ
U.S.A. แคลิฟอร์เนีย

กดตรงนี้เพื่อดูกำหนดการประชุม

 

 



แฉเบื้องหลัง

เจ้าคุณเหนาะเล่นบทโหด

สั่งปลดพรหมสิทธิ-ธงชัย !

ตอกย้ำ "เสนาะผิด" ทุกประตู

 

 

เมื่อภูเขาทองกลายเป็นภูเขาไฟ

ใครเล่าจะอยู่ได้ ต้องย้ายหนีสถานเดียว

 

 

บทความโดย...ใต้ร่มภูเขาทอง

ทำไมพรหมสุธี ถึงฆ่าน้อง


เรื่องราวที่สะเทือนวงการคณะสงฆ์มากที่สุดตอนนี้ หนีไม่พ้นเรื่องที่สังคมโซเชียลเน็ตเวิร์คเปิดประเด็นเจ้าอาวาสวัดดังร่ำรวยผิดปกติ แต่ในบรรดาผู้คนใต้ร่มภูเขาทองไม่ให้ประเด็นเรื่องนี้เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่ามันคืออะไร เป็นมาอย่างไร สิ่งที่ให้ความสนใจของคนใต้ร่มภูเขาทอง คือ เอกสาร 19 หน้า เบื้องต้นเอกสารฉบับนี้ถูกส่งไปถึงพระมหาเถระระดับปกครองทุกรูป จากพิกัดเขตพื้นที่ปกครองของพระพรหมสุธี นั่นละ และที่สำคัญสาระสำคัญในเอกสารฉบับนั้น น่าเชื่อถือมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ลงความหมายแบบชาวบ้านว่า มันคือ เรื่องจริง



ทำไม !!! จึงเกิด เอกสาร 19 หน้า ขึ้น???
ทำไม !!! จึงเกิด เพจ ตีแผ่ความจริง คนไร้คุณธรรม ไร้ความเป็นผู้นำ ขึ้น ???
หลายคนรู้คำตอบเหล่านี้ดี แต่มีคำถามต่อว่า ใคร ? และ เพื่ออะไร ??



ปัญหาทั้งหมดเกิดจากพระพรหมสุธี นับแต่พระพรหมสุธียังเป็นพระมหาเสนาะ การกระทำทุกๆ อย่างของท่าน สื่อถึงความเห็นแก่ตัวมานับแต่ต้นแล้ว เช่น รับกิจนิมนต์คนเดียว ฉันข้าวคนเดียวในกุฏิ       (เจ้แดง เจ้จูทำหน้าที่ส่งกลับข้าว) กลับกันกับพรหมสิทธิๆ เลี้ยงลูกน้องทุกคนภายใต้การบังคับบัญชาแบบไม่เคยขาดตกบกพร่อง ทำงานร่วมกันดึกๆ ดื่นๆ ไม่เคยทิ้งลูกน้อง นั่งเฝ้า หรือหมั่นโทรถามความคืบหน้าเป็นอย่างไร มีอะไรขาดบ้าง เรียกได้ว่าอะไรถ้าเป็นปัญหา พอถึงพรหมสิทธิเป็นจบ  ข้าวน้ำไม่เคยขาด ใครทำงานให้ก็เลี้ยง    ความขี้เหนี่ยวไม่เคยมี นั่นคือสาเหตุที่น้องๆ ทุกคนในสำนักรักและเคารพศิษย์พี่รองคนนี้เป็นพิเศษ ทั้งกับพระด้วยกันและลูกศิษย์ใกล้ชิด นั่นคือที่ของความอิจฉา เป็นที่รู้กันดีว่า ความอิจฉาเริ่มเกิดมีจากพรหมสุธีตั้งนานมาแล้ว มันก่อตัวขึ้นมาเรื่อยๆ จนสุดท้ายจุดแตกหักมันอยู่ที่งานหลวงพ่อสมเด็จ ว่ากันว่าคนใหญ่คนโตในบ้านเมืองหลายๆ คนคิดว่า พรหมสิทธิคือว่าที่เจ้าอาวาสคนใหม่ ถึงกับมีกรณีว่ามีคนใหญ่คนโตในบ้านเมืองเข้าไปกราบเจ้าอาวาสคนใหม่แล้วหลุดปากว่า หลวงพี่มาจากวัดไหนครับ....


และความอิจฉาที่ว่านี้ ปรากฏแบบเป็นรูปธรรมชัดเจนที่สุดก็คือ วันที่ 29 กรกฏาคม 57 กลางที่ประชุมจัดงานครบรอบวันมรณภาหลวงพ่อสมเด็จ พรหมสุธีปลด 3 เจ้าคุณ (พรหมสิทธิ, เมธีสุทธิกร และวิจิตรธรรมภรณ์) ขุนศึกที่ผู้คนทั้งวงการคณะสงฆ์และบ้านเมืองให้ความเคารพและนับถือที่สุดว่า คือยอดขุนศึกของหลวงพ่อสมเด็จ สนองงานได้อย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง ดังผลงานที่ปรากฏที่ผ่านๆ มา เช่น การสวดมนต์ข้ามปี ที่ริเริ่มโดยพระพรหมสิทธิ สำนักงานส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและความมั่นคงแห่งสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ และผลงานที่ประจักษ์ชัดที่สุดก็คือ การส่งพระธรรมฑูตไปยังต่างประเทศทั่วโลก ไม่แปลกที่ผลงานเหล่านี้จะทำให้ผู้คนรู้จักพรหมสิทธิมากกว่าพรหมสุธิ ไม่แปลกที่ผลงานเหล่านี้จะทำให้พรหมสุธีเกิดความอิจฉาขึ้น และความอิจฉาได้ตอกย้ำในกมลสันดานของพรหมสุธียิ่งเข้าไปอีก คือการแจ้งความจับ 3 เจ้าคุณข้างต้น โดยข้อหาเรื่องโกงเงินวัด นอกจากคำว่าอิจฉาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่พรหมสุธีมีคือ ความหูเบา เบาเพราะฟังความเพียงจากพระพม่าข้างตัวท่าน มีพระพม่าอยู่สองตัว ตัวหนึ่งอ้วน (มันกินจุ กินแล้วก็นอนๆ มีครั้งที่มันกิจทุเรียนจนเข้าโรงพยาบาลเพราะกินมากเกินไป) ตัวหนึ่งชอบพูดแฮ่ๆ ไอ้ตัวนี้ละที่ได้รับพรจากหลวงพ่อสมเด็จว่า ไอ้อัปปรีย์ หากใครที่สมควรโดนพระบาทบาทามากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น ไอ้พม่าอัปปรีย์ตัวนั้น (รายละเอียดในเอกสาร 19 หน้า) ไอ้พม่าอัปปรีย์ผัวอีอรตัวนี้ละที่คอยยุยงส่งเสริมเป่าหูอยู่ตลอดว่าควรทำอย่างไร และอนิจจาท่านก็เชื่อมัน.....


ไม่แปลกที่จะมีใครสักคนจัดทำเพจตีแพร่ความจริงขึ้นมา และไม่แปลกที่เอกสาร 19 หน้า จะปรากฏต่อสายตาของสังคม ไม่ใช่เป็นการเอาคืนจากพรหมสิทธิ เพราะพรหมสิทธิทั้งสั่งทั้งบอกลูกน้องเสมอๆ หลังเกิดเรื่องขึ้นว่า ถอยออกมาแบบเงียบๆ อย่าให้คนภายนอกรู้ว่าเราทะเลาะกัน เราไม่ได้ทะเลาะด้วย ให้เขาดิ้นฝ่ายเดียว ใช้รูปแบบหลวงพ่อสมเด็จ คือนิ่ง ใครด่า ใครว่าอย่างไรก็นิ่ง การกระทำจะเป็นตัวบอกว่าเราบริสุทธิ  อย่าให้เสียชื่อเสียงที่หลวงพ่อสมเด็จสั่งสมมา จะทำอะไรต้องนึกถึงหลวงพ่อสมเด็จก่อนเป็นอันดับแรก แต่มันเกิดขึ้นเพราะความรักและความปราถนาดีของลูกศิษย์ของพรหมสิทธิ

 


พรหมสุธียกเรื่องเงินขึ้นใส่ความ 3 เจ้าคุณ


ต้นสายปลายเหตุมาจากไหน มาจากความเห็นแก่ตัวของพรหมสุธีนั่นละ เรื่องราวมันเป็นมาอย่างไร เป็นที่ทราบกันว่าพรหมสุธีขี้เหนียวเห็นแก่ตัวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ขนาดกับข้าวไปสวดไปฉันแล้วโยมถวายมาเน่าคาห้องนักต่อนักแล้ว (เงินยังปลวกขี้นเลย) ยิ่งในบรรดาลูกศิษย์ผู้ที่ถูกใช้งานใกล้ชิดก็รู้ถึงกิตติศัพท์เรื่องความขี้เหนียวที่ว่านี้ดี และการเรื่องนี้หลวงพ่อสมเด็จก็ทราบดี (อ่านรายละเอียดเรื่องนี้ได้ในเอกสาร 19 หน้า) นั่นทำให้หลวงพ่อ ให้จัดการทำบัญชีแยกแต่ละหน่วยบำเพ็ญกุศล ให้ผู้ที่ได้รับหน้าที่รับผิดชอบในแต่ละหน่วยจัดการเอง ทำอย่างไรให้คนรู้จักวัดและเข้าวัด และใช้เงินแต่ละหน่วยนั่นละบริหารจัดการเอง ถ้าหลวงพ่อไม่อยู่ การที่จะเบิกเงินจัดทำอะไรจากพรหมสุธีเป็นเรื่องยากมาก ทำให้เกิดบัญชีแยกออกจากบัญชีกลางของวัดขึ้นมา นั่นละคือเหตุผลที่พรหมสุธีบอกคนทั่วไป เงินไม่เข้าวัด และเลยไปถึงเรื่องงานสำนักงานส่งเสริมฯ ถึงขนาดกับบอกคนทั่วไปว่าเป็นสำนักงานเถื่อน เอาเงินมาจากไหน ใช้อย่างไร ทำไมไม่รู้เห็นด้วย แต่ข้อนี้ก็ตกไป เพราะหลวงพ่อสมเด็จผูกเงื่อนสำคัญไว้ให้ คือให้น้องชายพรหมสุธีช่วยดูแลกำกับการเบิกจ่ายเงินทั้งหมดอีกทีหนึ่ง ทำให้สืบมาสืบไปยังไงก็พันแข้งพันขาตัวพรหมสุธีอยู่นั่นละ


สุดท้าย ในฐานะคนหนึ่งที่เคยอาศัยใต้ร่มเงาของภูเขาทอง ไม่เคยติดใจกับเรื่องราวที่เป็นข่าวเรื่องความร่ำรวยของท่านหรอก เพราะพวกเรารู้ดีอยู่แล้วว่ามันคืออะไร แต่ติดใจเพียงแค่ว่า ทำไมท่านใช้ระยะเวลาเพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งปี ทำลายสิ่งที่หลวงพ่อสมเด็จสร้างมาทั้งชีวิต

 

ท่านไม่รักหลวงพ่อเหรอ !!!

ท่านไม่รักพี่น้องของท่านเหรอครับ !!!!

ท่านทำสังฆเภทแล้วครับ....

 

ท่านทำให้ภูเขาทองแตกออกเป็นสองฝ่าย ท่านจะอยู่ได้อย่างไรกับพระพม่าตัวอัปปรีย์ข้างตัวท่าน ท้ามกลางการแวดล้อมของหมู่สงฆ์ที่เพียบพร้อมด้วยจริยาวัตรที่หลวงพ่อสมเด็จสร้างขึ้นมา หลวงพ่อสมเด็จทำให้สงฆ์วัดเราดูสวยงาม ทั้งการนุ่งห่มและปิยวาจา ไม่ว่าพระวัดสระเกศจะก้าวเข้าไปในสงฆ์หมู่ไหน สงฆ์หมู่นั้นก็งดงามขึ้นด้วยจริยาวัตร ดังที่กล่าวมา


สุดท้าย จึงเห็นสมควรนิมนต์ท่านครับ นิมนต์ให้ท่านลาและละเถิดครับ ลาจากความเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อสมเด็จ ละจากความเป็นเจ้าอาวาส ลาสิกขาไปใช้เงินที่ครอบครัวของท่านสร้างไว้ให้ เปิดทางให้ผู้มีบารมีที่คู่ควรขึ้นมาสนองงานที่ค้างคาของหลวงพ่อสมเด็จ ให้สืบอายุพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวไปและเผยแพร่ให้กวางไกลออกไป และท่านไม่มีคุณสมบัติอะไรเลยที่จะจัดทำภาระนี้ให้เสร็จตาม ปนิธานของหลวงสมเด็จ


ขอนิมนต์ครับ
ใต้ร่มภูเขาทอง

 

ี่มา : พันทิป
28 สิงหาคม 2557


 

ไม่จริ๊ง ไม่จริง

ถ้ามีจริงไม่อยู่แล้ว !

 

เจ้าคุณเหนาะปฏิเสธข่าวรวยพันล้าน

 

อะฮ้า ! แก้ข้อหาง่ายจริงนะท่านเหนาะนะ ถ้าแก้ได้ก็ถือว่ามหัศจรรย์ ต้องยกให้เจ้าคุณเหนาะเป็นสมเด็จฯองค์ใหม่ของปีนี้ เพราะว่าเขาทำเอกสารโจทย์ฟ้องท่านยาวถึง 19 หน้า แต่ท่านเหนาะใช้วาจาแค่ไม่กี่คำ สามารถลบล้างได้หมด แถมวัดปากน้ำก็ยังเชื่อ ! สงสัยจะมาเสียผู้ใหญ่ตอนแก่นี่แหละ ขอบอกด้วยแหละว่า งานนี้มิใช่งานเล็กๆ เหมือนงานวัดทั่วไป หากแต่เป็นงานประจำปีภูเขาทองของกรุงเทพฯนะครับ แค่นักเลงภูเขาทองก็ดังคับซอยแล้ว แต่นี่ "เจ้าอาวาสภูเขาทอง" มันถึงดังโดยไม่ต้องเชียร์ไง ถ้าสมเด็จฯวัดปากน้ำ หรือวัดพิชัยญาติ ไม่ตั้งกรรมการสอบอย่างเป็นทางการ คือยังปล่อยให้เจ้าคุณเสนาะเดินเข้าเดินออกมหาเถรสมาคม ยังคุมบัญชีสมณศักดิ์อยู่ ก็เหมือนปล่อยให้คุมอาวุธอยู่ในมือ ทั้งๆ ที่ตกเป็นผู้ต้องหาแล้ว มันจะพังถึงมหาเถรสมาคม และจะกระทบถึงตำแหน่ง "สมเด็จพระสังฆราช" ของหลวงพ่อวัดปากน้ำได้นะครับ ท่านเป็นเล่นไป ไฟไหม้ยอดปราสาทอาจจะแค่ลามมาจากด้านนอกก็เป็นได้ ดังกรณีเจ้าคุณเสนาะในวันนี้ จะทำอะไรก็รีบเถิดครับ ท่านเจ้าประคุณสมเด็จผู้ทรงอำนาจบาตรใหญ่ทั้งหลาย พระเจ้าอยู่หัวตั้งให้มาดูแลพระศาสนานะครับ มิใช่ตั้งไว้ให้กินบ้านกินเมือง

 

 

สองผู้ใหญ่ในวงการสงฆ์ไทย

ซ้าย : สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์) วัดพิชัยญาติ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ปกครองสายตรงของเจ้าคุณเสนาะวัดสระเกศ

ขวา : สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง) วัดปากน้ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีอำนาจสูงสุดในคณะสงฆ์ไทย

 

 

เจ้าคุณเหนาะ วัดสระเกศ

ผู้มีคดีอุกฉกรรจ์เรื่องร่ำรวยผิดปรกติ

 

 

เจ้าอาวาสวัดสระเกศแจงไม่มีเงินเป็นพันล้าน รถยนต์โยมมาถวาย สวนกล้วยไม้ของญาติ หลังถูกกล่าวหาผ่านทางสื่อออนไลน์ พศ.รายงานพระเถระผู้ใหญ่ตรวจสอบข้อเท็จจริง

27ส.ค.2557 พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ กรรมการมหาเถสมาคม(มส.) กล่าวว่า จากกรณีที่มีผู้เผยแพร่ข้อมูลกล่าวหาผ่านทางสื่อออนไลน์นั้น สามารถชี้แจงได้ทุกเรื่อง เริ่มตั้งแต่รถยนต์ที่มีจำนวนหลายคัน ยืนยันว่าไม่ได้ซื้อมาเอง แต่เป็นรถที่มีพุทธศาสนิกชนนำมาถวายตั้งแต่ปี 2542  ส่วนเรื่องทำธุรกิจปลูกสวนกล้วยไม้ และทำหมู่บ้านจัดสรร ก็เป็นธุรกิจของญาติ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด โดยเฉพาะเรื่องสวนกล้วยไม้ญาติทำกิจการนี้มานานนับ 10 ปี แล้ว  ขณะที่เรื่องไก่ชนนั้น ก็เป็นเรื่องที่พุทธศาสนิกชนที่ศรัทธานำมาถวายเช่นกัน แต่ที่มีการกล่าวอ้างถึงว่าเพาะพันธุ์ปลากัดขายนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

เมื่อถามถึงที่มีการระบุว่าพระพรหมสุธีมีทรัพย์สินเป็นพันล้านบาทนั้น พระพรหมสุธี กล่าวว่า ถ้ามีเงินเป็นพันล้านบาทจริงคงไม่อยู่แล้ว ทั้งนี้การที่เกิดการเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวออกมานั้น เชื่อว่าเป็นขบวนการต้องการล้มเจ้าอาวาส จึงมีการนำข้อมูลต่างๆมาโยงเข้ากับตน เนื่องจากหลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯนั้น ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงการบริหารงานภายในวัดจำนวนมาก อย่างไรก็ตามได้เข้าชี้แจงเรื่องทั้งหมดต่อพระเถระชั้นผู้ใหญ่แล้ว

ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และแม้เรื่องนี้จะไม่มีการร้องเรียน รวมทั้งในใบสนเท่ห์ก็ไม่มีชื่อเจ้าทุกข์ แต่ พศ.ก็ไม่ได้นิ่งเฉย ซึ่งขณะนี้ได้รายงานพระเถระผู้ใหญ่ ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้แล้ว เพื่อให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว เชื่อว่าเร็วๆ นี้คงได้ความชัดเจนว่าแนวทางในการดำเนินเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ส่วนกรณีการนำข้อมูลเรื่องดังกล่าวไปเผยแพร่ผ่านทางสังคมออนไลน์นั้น ทางเจ้าคณะผู้ปกครองต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีมูลก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของพระสงฆ์ต่อไป

การตรวจสอบสถานะทางการเงินของวัดนั้น คงต้องให้เจ้าคณะผู้ปกครองเป็นผู้ดำเนินการ แต่ทั้งนี้มีการกำหนดเป็นระเบียบออกมาชัดเจนอยู่แล้วว่า ทุกวัดต้องมีบัญชีลงทะเบียนทรัพย์สิน รวมทั้งรายรับรายจ่าย เพื่อให้ตรวจสอบได้ ดังนั้นสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย จะไม่มีการยกเว้น หรืออภิสิทธิ์ใดๆ ให้แก่พระสงฆ์ ส่วนเรื่องการทำธุรกิจของพระสงฆ์นั้น เป็นเรื่องที่ผิดชัดเจนอยู่แล้ว เพราะพระสงฆ์ไม่มีหน้าที่จะประกอบอาชีพหรือ ทำธุรกิจอย่างอื่น สำหรับบทลงโทษคงต้องดูลักษณะของการกระทำผิดก่อนว่ามีส่วนร่วม หรือกระทำเอง ซึ่งโทษมีทั้งหนักและเบา ผอ.พศ. กล่าว

 

ี่มา : คมชัดลึก
28 สิงหาคม 2557


 

คดีประวัติศาสตร์ !

 

เจ้าคุณเหนาะถึงโรงถึงศาลแล้ว

เรื่องแดงปานนี้ ไม่มีทางเลี่ยงบาลี

มีแต่ต้องแปลให้ถูกสถานเดียว

 

เจ้าคุณเสนาะ-พระพรหมสุธี

 

จากกรณีมีผู้ทำเฟสบุ๊คขึ้นมา ทำการแฉความไม่ชอบมาพากลในการบริหารวัดสระเกศ รวมทั้งเรื่องส่วนตัวของ "พระพรหมสุธี" หรือเจ้าคุณเสนาะ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ว่ามีสมบัตินับพันล้านบาท เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลกมาหลายเวลานั้น พุทธศาสนิกชนทั่วประเทศต่างจับตาว่าเรื่องนี้จะลงเอยเช่นไร

ในฐานะที่อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ได้เกาะติดกระแสข่าวนี้มาตั้งแต่ต้นเช่นกัน จึงขอแสดงความเห็นว่า เจ้าคุณเสนาะ ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยการยินยอมให้คณะสงฆ์หรือกรรมการกลาง (รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ) เข้าทำการตรวจสอบข้อกล่าวหาทั้งหมด ในฐานะที่เจ้าคุณเหนาะเคยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสมเด็จพระพุฒาจารย์ อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เทียบได้กับตำแหน่ง "เลขาธิการคณะรัฐมนตรี" เลยทีเดียว

ข้อกล่าวหาว่าด้วยทรัพย์สินนับพันล้านบาทนั้น หากเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ก็ต้องถูกตั้งกรรมการสอบสวนรวมทั้งอายัดทรัพย์ไว้ตรวจสอบอยู่แล้ว แต่นี่เจ้าคุณเสนาะเป็นถึงพระภิกษุและมีตำแหน่งมากมายก่ายกอง ได้แก่

1. เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม

2. เป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

3. เป็นเจ้าคณะภาค 12

4. เป็นประธานกรรมการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

รวมทั้งตำแหน่งในอดีตที่เกียวเนื่องกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) อีกต่างหากด้วย โดยเฉพาะการดำรงตำแหน่งเลขานุการสมเด็จพระพุฒาจารย์ ซึ่งเป็นประธานกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคุณเสนาะจึงเป็นเลขาธิการมหาเถรสมาคมในฝ่ายสงฆ์ เป็นผู้กุมอำนาจสำคัญของคณะสงฆ์ไทย ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอมหาเถรสมาคม การรับเรื่องราวต่างๆ ของคณะสงฆ์ไทยทั่วประเทศที่จะเข้าสู่มหาเถรสมาคม ที่สำคัญก็คือ "บัญชีสมณศักดิ์" ซึ่งสมเด็จพระพุฒาจารย์ จะต้องลงนามเป็นรูปสุดท้ายนั้น ก็ต้องผ่านมือเจ้าคุณเสนาะๆ จึงเป็นผู้มีอิทธิพลสูงสุดในคณะสงฆ์ไทยมายาวนาน มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

หากว่าข้อหามีมูล นั่นแสดงว่ามิใช่แต่ตัวเจ้าคุณเสนาะเท่านั้นจะมัวหมอง แต่เกียรติคุณของสมเด็จพระพุฒาจารย์ อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ก็ต้องมัวหมองไปด้วย แต่จะมัวหมองหรือไม่ก็อยู่ที่การเคลียร์ปัญหาของเจ้าคุณเสนาะแต่เพียงผู้เดียว

เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม มิได้สนใจว่าเจ้าคุณเสนาะจะทะเลาะกับใคร แต่หากว่าสิ่งที่เขาโจทย์ท่านนั้นเป็นความจริง ก็เลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องแสดงความรับผิดชอบโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง จะทำนิ่งเป็นทองไม่รู้ร้อนนั้น ขอเตือนว่า หายนะมาเตือนวัดสระเกศแน่ๆ แบบว่าถ้าไม่รีบออกมาเคลียร์ตัวเอง โดยการแสดงที่ไปที่มาของทรัพย์สินให้โปร่งใส ก็เตรียมตัวเตรียมใจถูกแจ้งข้อหาฉ้อโกงวัดและทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ ขอให้เตรียมตัวใส่กางเกงไปนอนในคุกได้

นี่มิใช่เรื่องธรรมดา หากแต่เป็นคดีอุกฉกรรจ์ เป็นคดีตัวอย่าง ที่เลขาธิการคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้สร้างความด่างพร้อยให้เกิดแก่วงการสงฆ์ โดยเฉพาะมหาเถรสมาคม และหากมีการพาดพิงถึงกรรมการมหาเถรสมาคมรูปอื่นใดว่ารู้เห็นเป็นใจในการกระทำของเจ้าคุณเสนาะ ก็ต้องขยายผลสอบสวนกรรมการมหาเถรสมาคมรูปนั้นด้วย

ขอให้มหาเถรสมาคมรีบดำเนินการเสียแต่โดยด่วน หากว่ายังลีลา ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เหมือนกรณีพระคึกฤทธิ์แล้ว รับรองว่าถูกรัฐบาลตั้งกรรมการเข้าตรวจสอบทรัพย์สินวัดสระเกศ รวมทั้งอายัดทรัพย์เจ้าคุณเสนาะด้วย ถึงตอนนั้น มหาเถรสมาคมก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะอำนาจหลุดมือไปแล้ว

 

ะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
26 สิงหาคม 2557


 

ภูเขาทองระเบิด !

 

ข่าวดังลั่นทุ่ง

เจ้าคุณเหนาะปลดเจ้าคุณธงชัย

เล่นหนักแจ้งจับข้อหาโกงเงินวัด

อีกฝ่ายไม่ยอม ออกเฟสบุ๊ค-ใบปลิว ตอบโต้เกลื่อนเมือง เรื่องถึงพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม สงสัยจะเอาไม่อยู่เสียแล้ว เฮ้อ เตี่ยตายยังไม่ทันไร พี่น้องก็มาเข่นฆ่ากันเสียแล้ว ธัมโมสังโฆ

 

ศึกสายเลือด

ซ้าย พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากสมเด็จเกี่ยว

ขวา พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ผู้ใกล้ชิดสมเด็จเกี่ยว

 

ข่าวดังระดับประเทศ  ณ วันนี้ เห็นจะไม่มีข่าวอะไรร้อนแรงไปกว่า ข่าวเจ้าคุณเสนาะสั่งปลดเจ้าคุณธงชัยจากหน้าที่การงานในวัดสระเกศ แบบหมดทางหากิน แถมยังตั้งข้อหา "ยักยอกทรัพย์สิน" เล่นแรงถึงกับแจ้งตำรวจจับ ทางเจ้าคุณธงชัยก็ไม่เบา ตั้งกองกำลังพิทักษ์ตนเองขึ้นมา แบบว่าตาต่อตาฟันต่อฟัน แฉแม้กระทั่งรถเบนซ์สิบคัน ธุรกิจบ้านจัดสรร ฯลฯ สุดท้ายเรื่องถึงพระผู้ใหญ่ ยังไม่รู้ว่าจะมีการไกล่เกลี่ยกันหรือไม่ แต่เท่าที่ดู เล่นกันหนักแบบนี้ สงสัยจะไม่เผาผีกันเสียแล้ว งานนี้กูอยู่ไม่ได้ ก็อย่าหวังว่ามึงจะอยู่ได้ เฮ้อ เลือดวัดสระเกศนี่แรงจริงๆ

 

กดด้านล่างเพื่อชมลิงค์

https://www.facebook.com/pages/ตีแผ่ความจริง-คนไร้คุณธรรม-ไร้ความเป็นผู้นำ/680627272027598?fref=ts

 

 

 

ะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
2
4 สิงหาคม 2557


 

สู้ยิบตา !

 

คึกฤทธิ์ตีหลวงพ่อประยุทธกระทบวัดหนองป่าพง

เล่นหนัก "กลับไปกลับมา" เชื่อไม่ได้

 

เรียกร้องหลวงพ่อประยุทธขอโทษ !

 

กดที่ภาพเพื่อฟัง

นาทีที่ 10:19 - 16:45

 

จะบอกเกินท่านก็ไปได้ บอกถ้วนท่านก็ไปได้

เอาสองทางเลย

นั้นที่เคยยืนยันว่า ต้องแปลอย่างงี้เลย เกินกว่าเท่านี้ พอมาสะดุดว่าตัวเองขัดกับสมเด็จมหาสมณเจ้า หยุดเลย นะ ไม่เอา เปลี่ยนความเห็นใหม่ทันที

แล้วที่อัดเราไว้น่วมล่ะ

ไม่มาขอโทษมั่งเลยเหรอ ฮึๆๆ

และหนองป่าพงก็ยังเชื่อท่านประยุทธอยู่ ถ้าหนองป่าพงเชื่อท่านประยุทธ หนองป่าพงก็เปลี่ยนความเชื่อด้วยนะ หนองป่าพงต้องเปลี่ยนความเชื่อตามท่านประยุทธใหม่ ในตัวพุทธธรรมล่าสุดด้วย ใช่ไหม เอ้าถ้าเชื่อว่าท่านถูก ก็ต้องเปลี่ยนไปเปลียนมาตามท่านน่ะ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามท่าน นะ อันนี้เป็นอันหนึ่งที่โยมจะเอาไปบอกกับเขาได้

เพราะคนเดียวที่ค้านเรื่องนี้ คือ ท่านประยุทธ

 

 

ที่มา : Youtube
20 สิงหาคม 2557


 

227 !

มติ มส. กรณีคึกฤทธิ์

ยืนยัน คณะสงฆ์ไทยใช้สวด 227 ข้อ
ต้องปฏิบัติตาม หากไม่ยอมก็ต้อง..ออกไป

 

วันนี้ แค่เตือน ให้กลับตัวกลับใจ โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว อย่าให้ต้องสอนมารยาทมาก อยู่ด้วยกันมันต้องเคารพหลักการ จะทำถูกอยู่คนเดียวก็ต้องไปตั้งศาสนาใหม่ หากต่อไปยังมีผู้ร้องเรียน ก็เตรียมตัวโดน "ปกาสนียกรรม" เหมือนโพธิรักษ์ ถึงตอนนั้นคึกฤทธิ์จะกลายเป็นหมาหัวเน่านะ จะบอกให้

 

 

มติ มส. ศีลพระมี227ข้อ!จี้พระคึกฤทธิ์ปฏิบัติ

มติ มส. ศีลพระมี 227 ข้อ ! มอบหมายเจ้าคณะปกครองแจ้งพระคึกฤทธิ์รับทราบแก้ไข เตรียมออกประกาศคณะสงฆ์ทั่วประเทศปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน

เมื่อวันที่ 20 ส.ค.2557 ที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.)  โดยครั้งนี้ใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง คณะสงฆ์ได้มีการหารือกันอย่างเคร่งเครียด ประเด็น พระอธิการคึกฤทธิ์ โสตถิผโล หรือพระอาจารย์คึกฤทธิ์ เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จ.ปทุมธานี ยึดศีลปาฏิโมกข์ 150 ข้อ จากนั้นได้มอบหมายให้  นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แถลงถึงผลการประชุมเรื่องดังกล่าว

นายนพรัตน์ กล่าวว่า ที่ประชุม มส. ได้พิจารณากรณีร้องเรียนผ่าน พศ.และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เกี่ยวกับ พระอธิการคึกฤทธิ์ที่ได้ยึดศีลปาฎิโมกข์เพียง 150 ข้อ ไม่ใช่ 227 ข้อ ตามพุทธวจน เนื่องจากส่วนที่เกินมาเป็นการบัญญัติเพิ่มเติมไม่ทราบที่มาที่ไป อาจจะมาจากพระสาวกรูปใดก็ได้ ดังนั้น ที่ประชุม มส. มีมติยืนยันว่า คณะสงฆ์เถรวาทปฏิบัติตามพระวินัยปิฏก ซึ่งได้กำหนดให้มีการสวดศีลปาฏิโมกข์ จำนวน 227 ข้อ

นายนพรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนที่พระอธิการคึกฤทธ์ ได้กล่าวอ้างถึงที่มาของศีลปาฏิโมกข์เพียง 150 ข้อ โดยนำหลักฐานอ้างอิงมาจากพระสูตรนั้น ที่ประชุมมส.ได้มีการพิจารณาแล้วว่า ศีลในพระสูตรจะต่างจากในพระวินัยปิฎก ที่มีการกำหนดไว้ 227 ข้อ ดังนั้น มส. จึงมติจัดทำคำอธิบายที่มาที่ไปของศีล 227 ข้อให้ชัดเจน โดยมอบหมายให้เจ้าคณะปกครองในพื้นที่ไปชี้แนะและอธิบายให้พระอธิการคึกฤทธิ์รับทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไข โดยไม่ต้องเข้ามาพบมส.แต่อย่างใด พร้อมทั้งออกประกาศ มส. ให้คณะสงฆ์ไทยทั่วประเทศยึดศีลปาฏิโมกข์ 227 ข้อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อีกทั้งเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวต่อสาธารณ เพื่อเป็นบรรทัดฐานความเข้าใจที่ตรงกันด้วย

การกระทำของพระคึกฤทธิ์ไม่ถือว่าผิด ท่านไม่มีเจตนาบิดเบือน เนื่องจากท่านอ่านหนังสือคนละเล่มกัน ซึ่งอาจจะยังมีเนื้อหาไม่ครบถ้วน และในที่ประชุมมส.ได้มีการกล่าวกันว่า ที่ผ่านมาการสวดปาฏิโมกข์ก็มีไม่ถึง 150 ข้อ จนกระทั่งสุดท้ายมีการเพิ่มเติมจนมีถึง 227 ข้อ  แต่พระคึกฤทธิ์ นำหลักในพระสูตร 150 ข้อเท่านั้นมาเผยแผ่ ขณะที่คณะสงฆ์ไทยจะยึดจากพระวินัยปิฎก 8 เล่ม โดยเฉพาะเล่มที่ 2 กับเล่มที่ 8 มีการสรุปชัดเจนว่า ศีลปาฏิโมกข์มี 227 ข้อ ผอ.พศ. กล่าว

นายนพรัตน์ กล่าวอีกว่า ส่วนการสวดศีลปาฎิโมกข์ไม่ถึง 227 ข้อจะมีความผิดหรือไม่นั้น เป็นเรื่องการปกครองคณะสงฆ์ โดยใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535  ได้กำหนดให้ มส. เป็นองค์กรที่มีหน้าที่รักษาระเบียบและพระธรรมวินัยตลอดจนคำสอนทุกอย่างไว้ หากมีการฝ่าฝืนก็จะต้องมีการพิจารณาตามมูลเหตุที่เกิดขึ้นว่ามีเจตนาอย่างไร ถึงจะพิจารณาการกำหนดลงโทษ

 

ข่าว : คมชัดลึก
20 สิงหาคม 2557


 

เปิดราชกิจจานุเบกษา

หาที่มาพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ

 



พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ
สังคายนาเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ.2470

 

 

พระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ
ผู้อำนวยการทำสังคายนาพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ

 

 

 

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7
ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดฯให้ทำการสังคายนาพระไตรปิฎก

พระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ เป็นผู้อำนวยการ
 

 

เป้าหมายสูงสุด

"ประเทศสยามจักเป็นคลังพระธรรมของโลก
รักษาไว้ซึ่งพระพุทธวจนะ สิ้นกาลหาที่สุดมิได้"

 

หมายถึงว่า พระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย

 

 

 

ถวายมหาเถรสมาคม มีสมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธานในการสังคายนา มีอำนาจในการวินิจฉัยทั้งด้านวิธีการและระเบียบการทำสังคายนา แต่งตั้งนักปราชญ์ราชบัณฑิต แบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบงาน สั่งการและสั่งพิมพ์ ..ตลอดไป หมายถึงว่า มหาเถรสมาคมเป็นองค์กรที่ดูแลพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐมาตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยและรัฐบาลไทยในสมัยนั้น ถวายการอุปถัมภ์ พระไตรปิฎกของไทยจึงมิใช่ของใคร หากแต่เป็นสมบัติของ..แผ่นดิน

 

 


คึกฤทธิ์และบริวาร
ศรีธนญชัยสมัยรัตนโกสินทร์

แต่เหลือเชื่อว่า พระคึกฤทธิ์ก็ดี กลุ่มพุทธวจนก็ดี ที่อ้างเอารายงานฉบับนี้มาเป็นแนวทางการศึกษาและปฏิบัติตามแบบ "พุทธวจน" ที่คิดขึ้นใหม่นั้น กลับทำการ "ฉีก" พระไตรปิฎกฉบับนี้ออกไปมากมายถึง 8 เล่ม รวมทั้งยังตัดสิกขาบทที่มาในพระปาติโมกข์ เหลือสวดเพียง 150 ข้อเท่านั้น

ศรีธนญชัย ได้รับคำสั่งมารดาสั่งให้อาบน้ำให้น้อง โดยกำชับว่า "จงล้างให้สะอาดทั้งข้างนอกข้างใน" ศรีธนญชัยครั้นอาบน้ำให้น้องจนด้านนอกหมดจดแล้ว ก็จัดการเอามีดกรีดท้องของน้อง ลากเอาไส้พุงออกมาล้างจนสะอาด ยัดเข้าไปให้เหมือนเดิม แล้วอุ้มศพน้องไปนอนไว้ในอู่เช่นเดิม ห่มผ้าให้เรียบร้อย จนน้องหลับไม่ตื่น เป็นการ "ทำตามคำสั่ง" อย่างเถรตรงของศรีธนญชัย

คึกฤทธิ์ อ้างเอาข้อความในพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐเพียงบางแห่ง ว่าห้ามมิให้เชื่อฟังถ้อยคำของสาวก จึงคัดพระอภิธรรมปิฎกทิ้ง และพบในพระวินัยบางแห่งว่า พระปาติโมกข์มี 150 ข้อ จึงตัดพระปาติโมกข์เหลือสวดเพียง 150 ข้อ ฉีกทำลายพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐเสียพิกลพิการ ก็ทำนอง..ศรีธนญชัย ใช้คำสั่งมารดาฆ่าน้อง เป็นยุทธวิธีที่กะล่อนและโหดเหี้ยม

 













 

ที่มา : ราชกิจจานุเบกษา
อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
19 สิงหาคม 2557

 


จัดหนัก !

 

ประเคนข้อหามหาวอ

"ว.ลืมตีน"

กรณีโยงค่านิยม คสช. เข้ากับหลักธรรม

 

มหาขึ้นวอ

 

 

งานนี้คงจะอร่อยจนลืมกลับวัด อีกแล้ว !

 

 

ว.วชิรเมธี
พระเชื่อดังทางสร้างวาทกรรม จนได้ฉายา พระเซเลบ

 

สุรพศ ทวีศักดิ์: ว.วชิรเมธี กับการโปรฯ ค่านิยมหลัก 12 ประการ

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธีหรือ ว.วชิรเมธี แสดงความเห็นในรายการเดินหน้าประเทศไทย ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ตอนหนึ่งว่า "นโยบายการสร้างค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับหลักธรรมะ ถือว่ามีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน เพราะเป็นจริยธรรมที่ทุกคนควรยึดถือประพฤติปฏิบัติ..."

อันที่จริง ไม่ใช่เรื่องเกินความคาดหมายที่เราจะได้เห็นพระรูปนี้ (หรือพระรูปอื่นๆ) ออกมาโปรโมทหรือแสดงความเห็นสนับสนุนความคิด หรือวาระทางการเมืองของผู้มีอำนาจ ปรากฏการณ์เช่นนี้คงไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าใจได้เพียงมองว่าเป็นบุคลิกภาพหรือนิสัยส่วนตัว แต่นี่เป็นส่วนหนึ่งที่สะท้อนผลผลิตของโครงสร้างอำนาจ การศึกษา วัฒนธรรมของสงฆ์ไทยที่ผูกติดกับรัฐ หรือเป็นส่วนหนึ่งของกลไกรัฐอย่างมีนัยสำคัญ

เคยมีปัญญาชนชาวพุทธนอกกระแสท่านหนึ่งพูดบ่อยๆว่า "พระเณรซึ่งเป็นลูกหลานของชนชั้นล่าง ต้องไม่ลืมกำพืดของตัวเอง ต้องเข้าใจทุกขสัจจะของสังคมว่าโครงสร้างอันอยุติธรรมและรุนแรงทางสังคมการเมืองที่เป็นอยู่นี้กดขี่ มอมเมา เอาเปรียบคนชั้นล่างอย่างไร ต้องอยู่ข้างคนชั้นล่าง ช่วยเหลือพวกเขาปลดแอกโครงสร้างอันอยุติธรรมและรุนแรงนั้น"

แต่โครงสร้างอำนาจของสถาบันสงฆ์ที่ผูกติดอยู่กับอำนาจรัฐ และมีบทบาทหลักค้ำจุนระบบอำนาจและอุดมการณ์อนุรักษ์นิยม ไม่อาจสร้างการศึกษา วัฒนธรรมการเรียนรู้ที่นำไปสู่การตื่นรู้ทุกขสัจจะของสังคมในความหมายดังกล่าวได้ การศึกษาสงฆ์ดูเหมือนจะเป็นเพียงทางผ่านแปรสถานะลูกหลานชนชั้นล่างให้เป็นคนชั้นกลาง ที่ซึมซับและเป็นผู้พิทักษ์อุดมการณ์อนุรักษ์นิยมเท่านั้น

จึงไม่แปลกที่เราจะได้เห็นเสมอๆ ว่า พระชื่อดังหรือพระเซเลบของชนชั้นกลางทั้งหลาย มักเป็นพระที่พูดกับคนชั้นล่างไม่รู้เรื่อง และไม่รู้เรื่องความทุกข์ของชาวบ้านอย่างถ่องแท้ ทั้งๆ ที่ "กำพืด" ของตัวเองเป็นคนชั้นล่าง แต่เมื่อเปลี่ยนสถานะเป็นพระที่มีฐานันดรศักดิ์ หรือมีชื่อเสียงเป็นที่นิยมของชนชั้นกลาง คำสอนทั้งหลายที่พรั่งพรูออกมาผ่านการเทศนา ตัวหนังสือ ล้วนเป็นคำสอนที่ตอบสนองค่านิยม อุดมการณ์การณ์อนุรักษ์นิยมของชนชั้นปกครอง และวิถีชีวิตแบบชนชั้นกลางในเมือง

แม้แต่มุมมองต่อความทุกข์ของชาวบ้าน ก็เป็นมุมมองจากสายตาของผู้ที่อยู่สูงกว่าทางสติปัญญาและคุณธรรม เป็นมุมมองพิพากษาชาวบ้านแบบมุมมองของชนชั้นกลาง ดังที่ ว.วิชิรเมธีพูดอยู่เสมอๆ ว่า ประชาธิปไตยอำนาจเป็นของประชาชน แต่ประชาชนมีศักยภาพจะใช้อำนาจนั้นหรือยัง ชาวบ้านไม่รู้ประชาธิปไตย รับเงินซื้อเสียง เป็นเครื่องมือนักการเมืองโกง ปัญหามาจากการโกงของนักการเมือง ฯลฯ

มุมมองเช่นนี้อาจมีส่วนถูก แต่ ว.วชิรเมธีไม่เคยตั้งคำถามตรงๆ ว่า ที่ชาวบ้านเลือกพรรคการเมืองนั้น พวกเขาเลือกเพราะเงิน หรือเพราะเห็นว่านโยบายพรรคการเมืองที่เขาเลือกเป็นประโยชน์ต่อชีวิตพวกเขา โดยเฉพาะในเรื่องการโกงก็ไม่เคยถามว่า เราต้องกำจัดการโกงภายใต้กฎหมาย ภายใต้รัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ หากการโกงของนักการเมืองคือการ "ทำผิดกฎหมาย" การแก้ปัญหาการโกงของนักการเมืองด้วยการ "ฉีกรัฐธรรมนูญ" ถือเป็นการ "โกงหลักการ" ยิ่งกว่า ผิดกฎหมายยิ่งกว่า (มีอัตราโทษร้ายแรงยิ่งกว่า) ใช่หรือไม่

การเอาแต่สอนให้ชาวบ้านรู้จักใช้สติ ใช้ปัญญามองปัญหาตามเป็นจริง แต่ผู้สอนกลับไม่ใช้สติ ใช้ปัญญามองให้เห็นความเป็นจริงของปัญหาว่า ที่ประชาธิปไตยไม่ก้าวหน้า มีปัญหาคอร์รัปชัน ความขัดแย้ง ความรุนแรงมาตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานนั้นเกิดจากอะไร มันคือความผิดของนักการเมืองแต่ฝ่ายเดียว ฝ่ายที่ใช้อำนาจนอกรัฐธรรมนูญขจัดนักการเมืองออกไปคือผู้มีความชอบธรรม เป็นคนดีมีคุณธรรม ทำถูกต้อง ไม่ผิดเสมอเช่นนั้นหรือ ในฐานะนักเทศน์ชื่อดัง ว.วชิรเมธีกล้ารับรองหรือไม่ว่านี่ "ไม่ผิดจริยธรรม"

แต่ ว.วชิรเมธีคงไม่คิดว่า การแก้ปัญหานักการเมืองทำผิดกฎหมายด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งเป็นการกระทำที่ "ผิดจริยธรรม" ไม่เช่นนั้นคงไม่ออกมาสนับสนุนค่านิยมหลัก 12 ประการ ของผู้มีอำนาจอย่างออกหน้าออกตา ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามาตรฐานทางจริยธรรมของ ว.วชิรเมธีก็คือ "อำนาจคือความถูกต้อง"

ดังเห็นได้ชัดว่า สิ่งที่ ว.วชิรเมธีเรียกว่า "เป็นจริยธรรมที่ทุกคนควรยึดถือประพฤติปฏิบัติ" ในค่านิยมหลัก 12 ประการนั้น ก็คือชุดความดีแบบอิงอยู่กับ หรือสนับสนุนอุดมการณ์อำนาจนิยม น่าเศร้าที่ ว.วชิรเมธีบอกว่าเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ "ธรรมะ" แล้วค่านิยมหลัก 12 ประการก็ "คล้ายคลึงกัน"

แต่ที่จริง ธรรมะที่พุทธะสอนนั้น ไม่ได้อิงอยู่กับอุดมการณ์อำนาจนิยม สาระสำคัญของพุทธธรรมคือการสลายระบบชนชั้น (การใช้พุทธศาสนาเป็นเครื่องมือสนับสนุนระบบชนชั้นเกิดขึ้นภายหลัง) ในสังคมพุทธนั้นยืนยันเสรีภาพในการวิจารณ์ตรวจสอบอย่างชัดเจน แม้แต่พุทธะก็ไม่ได้อยู่เหนือการวิจารณ์ตรวจสอบ เพราะหลักกาลามสูตรนั้นให้ความสำคัญสูงสุดกับเสรีภาพในการแสวงหาความจริง จนที่สุดแล้วปัจเจกบุคคลไม่จำเป็นต้องฝากความเชื่อไว้กับใครหรือระบบความเชื่อใดๆ แต่ต้องเป็นตัวของตัวเองเต็มที่ เชื่อสติปัญญาของตนเองในการพิสูจน์ตัดสินความจริงและความถูกต้อง ดังนั้นโดยฐานคิดนี้เสรีภาพในการตั้งคำถาม วิจารณ์ตรวจสอบทุกเรื่องจึงเป็นสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้

ดังนั้น ค่านิยมหลัก 12 ประการ ที่อิงอยู่กับและ/หรือสนับสนุนอุดมการณ์อำนาจนิยม จึงไม่มีทางจะคล้ายคลึง "พุทธธรรม" ที่มุ่งสลายระบบชนชั้น ไม่อิงและสนับสนุนอำนาจนิยม แต่ยืนยันเสรีภาพของปัจเจกบุคคลในการแสวงหาความจริง โดยหลักการพื้นฐานของอุดมการณ์อำนาจนิยมนั้นคือการไม่ให้เสรีภาพในการแสวงหาหรือพูดความจริงได้ตลอดสาย แต่โดยหลักการพื้นฐานของพุทธธรรมนั้น ต้องทำความจริงให้ปรากฏหรือให้กระจ่างชัดเจนตลอดสาย ไม่ว่าจะเป็นความจริงของทุกข์ส่วนตัวหรือทุกข์ทางสังคมการเมืองก็ตาม ไม่เช่นนั้นการ "ตื่นรู้" ของปัจเจกบุคคลหรือ การตื่นรู้ทางสังคมจะเกิดขึ้นไม่ได้

ในสมัยพุทธกาล บทบาทของพุทธะชัดเจนว่าเป็นการสนับสนุนให้เกิด "แสงสว่าง" หรือการตื่นรู้ (enlightenment) ทั้งในเรื่องทุกข์ของปัจเจกบุคคล นั่นคือการช่วยเหลือให้ปัจเจกบุคคลเข้าใจความเป็นจริงของชีวิตและโลก และเรียนรู้ที่จะปลดปล่อยตนเองทางจิตวิญญาณ และการวิพากษ์ระบบความเชื่อ อำนาจทางศาสนา ประเพณีและอื่นๆ ที่ครอบงำให้ผู้คนสยบต่อระบบชนชั้นชั้นและความงมงายต่างๆ พุทธะจึงไม่ได้แสดงความเห็นสนับสนุนผู้มีอำนาจ แต่สอนคุณธรรมสำหรับกำกับตรวจสอบความชอบธรรมของผู้มีอำนาจ (ไม่ใช่สอนเพื่อสรรเสริญหรือเชียร์ผู้มีอำนาจอย่างเกินจริง)

แต่น่าเศร้าที่บทบาทของพระเซเลบปัจจุบัน กลับสวนทางกับพุทธะโดยสิ้นเชิง ทว่าพระเซเลบเหล่านั้นกลับอ้างพุทธะสนับสนุนความเห็นของตัวเองตลอดเวลา ราวกับว่าพุทธะเห็นด้วยกับตัวเอง คงลืมคำว่า "หิริโอปตัปปะ" กันแล้วกระมัง คนที่มีหิริโอตตัปปะต้องซื่อสัตย์ต่อหลักการสำคัญของพุทธธรรมที่มุ่งให้เกิดแสงสว่างทางปัญญา ปลดปล่อยมนุษย์จากการครอบงำทั้งจากอิทธิพลครอบงำภายในและภายนอก จึงไม่มีทางที่ผู้มีหิริโอตตัปปจะจะสนับสนุนอำนาจครอบงำภายในหรือภายนอก มีแต่เขาจะส่งเสริมอิสรภาพด้านในและเสรีภาพในวิถีชีวิตทางสังคมการเมืองให้ปรากฏเป็นจริง

พูดอย่างถึงที่สุด การที่พระทำตัวเป็น "กระบอกเสียง" ของค่านิยมหรืออุดมการณ์อำนาจนิยมใดๆ ไม่ว่าโดยตรง หรือโดยปริยาย ย่อมเป็นการไม่ซื่อสัตย์ต่อหลักการพื้นฐานของพุทธธรรมเสียเอง และที่น่าเศร้าอย่างยิ่งคือเป็นการไม่เคารพกำพืดของตัวเองที่เป็นลูกหลานคนชั้นล่างผู้ถูกกดขี่ดังกล่าวแล้ว

 

ข่าว : มติชน
20 สิงหาคม 2557

 

ประมวลข่าวพระคึกฤทธิ์ วัดนาป่าพง

 

 

 

 


ประมวลข่าวการมรณภาพ


สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

พิธีพระราชทานเพลิงศพ

พระเทพมหาเจติยาจารย์
(ไพบูลย์ ภูริวิปุโล)
อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย
อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำพูน

23 มีนาคม 2557

 

ชุดที่ 1 : ชุดที่ 2 :  ชุดที่ 3 :  ชุดที่ 4 : ชุดที่ 5

ชุดที่ 6 : ชุดที่ 7 : ชุดที่ 8 : ชุดที่ 9 : ชุดที่ 10


กดแต่ละชุดเพื่อชม

 

 



 

ชมภาพชุดในงานวัดนวมินทรราชูทิศ USA.

ชุดที่ 01 : เปิดวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน ยูเอสเอ

ชุดที่ 02 : ไผเป็นไผ ในบอสตัน 2014

ชุดที่ 03 : โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น 9 มิถุนายน 2557
ชุดที่ 04 : พิธีเปิดการประชุมพระพุทธศาสนานานาชาติ
ชุดที่ 05 : เปิดประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 06 : ทัพสื่อมวลชนไทยบุกนครบอสตัน รายงานข่าวการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 07 : ประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา วันที่ 02
ชุดที่ 08 : ผลการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พ.ศ.2557
ชุดที่ 09 : บรรยากาศการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 10 : พระสงฆ์ 400 รูป สวดพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตร ณ โรงพระอุโบสถวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน

 

ภาพชุดรรมยาตราเดินป่าบอสตัน

ธรรมยาตรา ชุดที่ 01 ธรรมยาตรา ชุดที่ 02 ธรรมยาตรา ชุดที่ 03
ธรรมยาตรา ชุดที่ 04 ธรรมยาตรา ชุดที่ 05 ธรรมยาตรา ชุดที่ 06
ธรรมยาตรา ชุดที่ 07 ธรรมยาตรา ชุดที่ 08 ธรรมยาตรา ชุดที่ 09

 

 

 

การประชุมสมัยวิสามัญสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

และงานวันมหารำลึก 8-9 กันยายน 2555
ณ วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค

 


 

 

ภาพงานพระราชทานเพลิงศพ

พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ
(สมบูรณ์ สมฺปุณฺโณ ป.ธ.
7)
อดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป
อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
10-14 พฤศจิกายน พ.ศ.2554

 

วันมหารำลึก ปีที่ 23

วัดพรหมคุณาราม รัฐอริโซน่า สหรัฐอเมริกา



กดที่ภาพเพื่อชมภาพงานวันมหารำลึก ปีที่ 23

 

ประมวลข่าวเณรคำ

(กดที่ภาพเพื่อชม)


 

แฟ้มข่าวอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

อ่านข่าวเก่าที่เคยนำเสนอในอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557

YANTRA TODAY
(กดที่ภาพเพื่อชม)


 


เยี่ยมวัดบ้านไร่-ไหว้หลวงพ่อคูณ
กับอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม

กดที่ภาพด้านล่างเพื่อชม

01 02 03 04 05 06 07 08 09
10 11 12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31 32 33 34    

 

ตอนที่ 01
ลอนดอน 2012

ตอนที่ 02
มหาโบสถ์แห่งลิชฟิลด์

ตอนที่ 03
มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด

ตอนที่ 04
วัดพุทธปทีป

ตอนที่ 05
ลอนดอนอาย

ตอนที่ 06
British Museum

ตอนที่ 07
ห้างแฮรอดส์

ตอนที่ 08
Tower Bridge

ตอนที่ 09
London Sightseeing

ตอนที่ 10
London To Paris

ตอนที่ 11
หอไอเฟล (1
)

ตอนที่ 12
หอไอเฟล (2)

ตอนที่ 13
หอไอเฟล (3)

ตอนที่ 14
ปารีส 360 องศา

ตอนที่ 15
เยี่ยมหน้าต่างหอไอเฟล

ตอนที่ 16
TROCADERO

ตอนที่ 17
Water Tour

ตอนที่ 18
Musée du Louvre

ตอนที่ 19
MONA LISA

ตอนที่ 20
เทพีวีนัส

ตอนที่ 21
ทอดน่องในลูฟวร์

ตอนที่ 22
หอสมุดแห่งชาติมิตแตรองต์

ตอนที่ 23
ลา เดฟ็องซ์ (La De'fense)

ตอนที่ 24
Arc de Triomphe

ตอนที่ 25
เหนือประตูชัย

ตอนที่ 26
แวร์ซาย (1)

ตอนที่ 27
แวร์ซาย (2)

ตอนที่ 28
แวร์ซาย
(3
)

ตอนที่ 29
แวร์ซาย (4)

ตอนที่ 30
แวร์ซาย (5)

ตอนที่ 31
GENEVA
(1)

ตอนที่ 32
GENEVA (2
)

ตอนที่ 33
GENEVA (3
)

ตอนที่ 34
Lausanne-Zurich

ตอนที่ 35
วัดศรีนครินทรวราราม

ตอนที่ 36
ป้อมยามเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 37
ตลาดน้ำเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 38
กลับปารีส

ตอนที่ 39
ROME (1
)

ตอนที่ 40
ROME
(2)

ตอนที่ 41
ROME (3)

ตอนที่ 42
ROME (4)

ตอนที่ 43
ROME (5)

ตอนที่ 44
Inside Vatican (1)

ตอนที่ 45
View of Rome

ตอนที่ 46
Inside Vatican (2)

ตอนที่ 47
หลังคาวาติกัน

ตอนที่ 48
OUTSIDE VATICAN

ตอนที่ 49
THE COLOSSEUM

ตอนที่ 50
หินอ่อนโคลอสเซียม

ตอนที่ 51
ROME TO PARIS

ตอนที่ 52
NOTRE-DAME DE PARIS

ตอนที่ 53
หมู่บ้านศิลปะ

ตอนที่ 54
พระราชวังฟงแตนโบล

 

 

 


 

สงฆ์ไทย Vol.01

หนังสือเล่มแรกของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(กดที่ภาพหรือที่ข้อความเพื่อชม)

 

คณะกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

พ.ศ.2557-2559

 

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

ข่าวสารสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา



 

หนังสือเล่มแรกของ มจร. ที่ชาว มจร. หลายท่านไม่เคยเห็น

(กดที่ภาพเพื่อเข้าชม)

 

 

 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

ข้อแลกเปลี่ยนของชาวพุทธไทย

บวชพระล้านรูป แลกกับ พระนิพพานเป็นอัตตา
ท่องพุทธวจนะล้านคน แลกกับ ตัดปาติโมกข์เหลือเพียง 150 ข้อ

(กดที่ภาพเพื่ออ่าน)

 

>> กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความเพิ่มเติม <<

 

พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 1-17 พ.ศ.2538-2554
(กดที่ภาพเพื่อชมประวัติ)

อนุสรณ์มหาจุฬาฯ ครบรอบ 9 ปี
 

 

 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

 



 

ธรรมวาไรตี้
หนังสือเล่มแรก ของพระมหานรินทร์  นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2548

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

 

 

ธรรมฮิสตอรี่
หนังสือเล่มที่สอง ของพระมหานรินทร์ นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน 2549

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

Statecounter.com

เรายินดีน้อมรับความคิดเห็นและคำชี้แนะจากทุกท่าน

 

Editor : peesang2555@hotmail.com


WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE  LAS VEGAS NEVADA 89121 U.S.A. PHONE 702-384-2264