LAST UPDATE :   FEBRUARY 13  2016  06:00 A.M. PACIFIC TIME

 

 

 

พระมหานรินทร์ "เลือก" พระสังฆราช

มุมมองของพระมหานรินทร์ ครั้งที่ 153

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 


 

40 ปี สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

เหลียวหน้า-แลหลัง กับวันเวลาที่ผันผ่านของชาวไทยในต่างแดน

คลิกที่ภาพเพื่ออ่านกำหนดการ


 

ฉลองสมณศักดิ์

"พระเทพพุทธิวิเทศ"

ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

20 มีนาคม 2559

คลิกที่ภาพเพื่ออ่านกำหนดการ

 


 

ของฝากจากอินเดีย

พระประธานบนชั้นสองของพระมหาเจดีย์พุทธคยา

 

กดที่ภาพเพื่อชม

 

วัตถุมงคลชุดประวัติศาสตร์ 100 ปี

ญาท่านพระมหาผ่อง ปิยธีโร

วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์

 

กดที่ภาพเพื่อชม

 

บอกกล่าวข่าวของดี

พระสมเด็จ รุ่นแรก ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ

กดที่ภาพเพื่อชม

ลัทธิธรรมกาย กับบทบาท ของสังคมไทย

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 

 

 

ภัยเงียบ คุกคามโลก !

 

สารคดี ดีๆ ที่ต้องดู

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

 

ที่มา : เว็บไซต์ เสรีชน-เสรีธรรม และยูทู๊ป


 

 

รีวิว รีนิว !

 

ที่มา..ปัญหาคลองจั่น พัวพัน..ธัมมชโย

อาจจะถึงกับ...ติดคุก !

 


 

กดที่ภาพเพื่อชม

 

ที่มา : รายการเผชิญหน้า-สปริงนิวส์ และยูทู๊ป


 

 

ภาพประวัติศาสตร์ !

 

ศุภชัย ศรีศุภอักษร เช็คแฮนด์ พิธีกรเฟซไทม์

สัญญา "3 เดือน" จะนำเงิน 12,000 ล้าน มาคืน

 

ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2556

3 เดือน เลื่อนเป็น 3 ปี และอาจจะถึง 3 ชาติ !

 

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

ที่มา : รายการเผชิญหน้า-สปริงนิวส์ และยูทู๊ป


 

 

รายการประวัติศาสตร์

100 ปี คุณยาย !

 

 

 

หลักฐานยืนยัน ธัมมชโย "ไม่รู้จัก" ศุภชัย ศรีศุภอักษร

จาก..อดีตผู้ใหญ่บ้านคลองจั่น ประธานสหกรณ์คลองจั่น สู่..ศิษย์สำนักวัดพระธรรมกาย รับตำแหน่งสำคัญ "เหรัญญิก-ผู้ดูแลการเงิน" ของวัดพระธรรมกาย วัดใหญ่และรวยที่สุดในประเทศไทย และสุดท้ายที่..ประธานอภิมหากฐิน ปี 100 ปี คุณยาย 1 พฤศจิกายน 2552

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

ที่มา : รายการพิเศษ 100 ปีคุณยาย และยูทู๊ป


 

 

สู้เพื่อ..พ่อ !

 

เปิดเทปศุภชัย..เถียงคอเป็นเอ็น

ไม่จริ๊ง ไม่จริง !

 

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

ที่มา : รายการเผชิญหน้า-สปริงนิวส์ และยูทู๊ป


 

 

ยุบ มส. !

 

ส.ศิวรักษ์เสนอทางออกจากความเสื่อม

ของ..พระพุทธศาสนา

 

อา..จะเอากันถึงขนาดนั้นเชียวหรือ ถามว่ามันแก้ได้จริงหรือ ไม่มีทางอื่นอีกแล้วหรือ แน่ใจหรือว่า การปล่อยให้พระภิกษุสามเณร "ปกครองกันเอง" ตามยถากรรม โดยใช้เพียง "พระธรรมวินัย" เป็นหลักนั้น จะทำให้ประชาชนเกิดศรัทธาและพระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรือง ก็ขนาดมีทั้ง "พระธรรม+พระวินัย" และกฎหมายบ้านเมือง รวมทั้งจริยาพระสังฆาธิการ กำกับควบคุมตั้ง 3 ชั้น ก็ยังมีปัญหา ถ้ายุบเลิกองค์กรและกฎหมายคณะสงฆ์ทิ้งทั้งหมด เหลือเพียงพระธรรมวินัย ก็คงไม่แคล้วเป็น "หอยที่ไร้เปลือก" ถามว่า สมัยพุทธกาลกับสมัยปัจจุบัน เหมือนกันหรือไม่ ถ้าเหมือนกันก็โอเค หันไปใช้พระธรรมวินัยปกครองโดยลำพัง แต่ถ้าต่างกัน ก็กลัวว่าจะหนักหนาสาหัสขึ้นกว่าเดิม เพราะจะเกิดความแตกแยก แตกนิกายกระจายออกไปเป็นสิบเป็นร้อยนิกาย ไม่รู้ว่านิกายไหนจริงนิกายไหนปลอม เพราะปล่อยให้ "ประชาชน" ตัดสินกันเอาเอง รัฐบาลไม่ยุ่งเกี่ยว เสียวจริงๆ

 

 

 

 

'ส.ศิวรักษ์' เสนอยุบ มส. เเก้ปัญหาสงฆ์

"ส.ศิวรักษ์" นักเขียนชื่อดังเเละอดีตประธาน สปช. ออกมาเเสดงความเห็นในงานเสวนาเกี่ยวกับปัญหาการถือครองทรัพย์ของคณะสงฆ์ไทยในปัจจุบัน พร้อมระบุชัดถึงเวลาเเล้วที่ต้องปฏิรูปวงการสงฆ์

วันนี้ (13 ก.พ. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับในงานเสวนาครั้งนี้จัดขึ้นโดยเครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนา ในหัวข้อ "ทรัพย์สินพระ ทรัพย์สินวัด ทรัพย์สินใคร" ที่มหาวิทยาลัยรังสิต โดยนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ ส.ศิวรักษ์ นักเขียนชื่อดัง ได้พูดถึงปัญหาการถือครองทรัพย์สินของคณะสงฆ์ไทยในปัจจุบัน ว่า เป็นปัญหาที่ยังไม่ได้รับการเเก้ไขอย่างจริงจัง ทำให้พระสงฆ์สามารถสะสมทรัพย์สินเงินทองได้ จนเกิดปัญหาตามมาอย่างมากมาย กรณีเดียวกับเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ด้วยความที่ทุกฝ่ายมีผลประโยชน์ร่วมกันทำให้เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาที่เรื้อรังมานานเกินจะเเก้ไข

จึงอยากเสนอให้รัฐบาลออกกฎหมายควบคุม เพื่อไม่ให้พระสงฆ์ถือครองทรัพย์สินได้ เเละควรยุบมหาเถรสมาคม ซึ่งถือเป็นองค์กรสงฆ์ที่สำคัญ เเต่ไม่สามารถปกป้องหรือเปลี่ยนเเปลงปัญหาดังกล่าวได้

ขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปเเนวทางเเละมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปเเห่งชาติ หรือ สปช. กล่าวว่า หัวใจหลักของเรื่องนี้คือ การฝ่าฝืนเเละบิดเบือนพระธรรมวินัย รวมถึงความหย่อนยานของโครงสร้างคณะสงฆ์ จนทำให้เกิดความเสื่อมในพระพุทธศาสนา ทำให้ถึงเวลาเเล้วที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันปฏิรูปวงการสงฆ์ไทย ให้เกิดการเปลี่ยนเเปลงในทางที่ดี

 

ที่มา : ไทยรัฐ : 14 กุมภาพันธ์ 2559


 

 

ป้องกันฐาน !

 

นพ.เหวงออกโรงปกป้องวัดพระธรรมกาย

ฐานที่มั่นของ..คนเสื้อแดง

ระบุ อยู่ในแผนทำลาย..ของ คสช.

 

 

อา..ก็ธรรมดาล่ะฮ่ะ เพราะว่า เมื่อคุณเอาวัดและพระเณรไปเล่นการเมือง การเมืองก็จะเล่นวัด รวมทั้งพระเณร เพราะการเมืองนั้น..ไม่มีสี ไม่ว่าสีเหลือง สีแดง สีลาย ถ้าเล่นการเมือง ก็คือ..นักการเมือง ใช่ไม่ใช่ ? ถ้าวัดพระธรรมกายไม่เอาวัดไปเป็นฐานของการเมือง ถามว่าการเมืองจะยุ่งกับวัดพระธรรมกายได้อย่างไร นพ.เหวงนั้นเป็นคนออกมาการันตีเองว่า "วัดพระธรรมกาย คือฐานกำลังสำคัญ ของคนเสื้อแดง" แบบเต็มปากเต็มคำ ใครๆ ก็จำได้ !

 

 

 

นพ.เหวง เรียกร้องกลุ่มต้าน "ธัมมชโย" เคารพมติมหาเถรฯ อัด "พุทธะอิสระ" ใช้กรวยมรณะเป็นพระหรือไม่ ลั่นถ้าเล่นงานธรรมกายต้องจัดการสันติอโศกด้วย ย้อนเจ้าตัวเคยคอนเฟิร์ม "ธรรมกาย" เป็นฐานกำลังแม้ว-นปช.

วันนี้ (13 ก.พ. 59) นายแพทย์เหวง โตจิราการ อดีต สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้เรื่องราวมันสลับซับซ้อนมาก ไม่สามารถแสดงความเห็นได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย เมื่อกฎหมายว่ายังไงก็ว่าอย่างนั้น เมื่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและมหาเถรสมาคม มีมติออกมาว่าพระธัมมชโยไม่อาบัติปาราชิก ก็ต้องเคารพกฎหมายตามที่มีมติดังกล่าว

"ไม่มีอะไรจะพูด เพราะดูเหมือนว่าเรื่องราวจะโยงไปที่สันติอโศกด้วย ซึ่งดูวุ่นวายไปหมด ถ้าคุณมาเล่นงานวัดธรรมกาย คุณก็ต้องเล่นงานสันติอโศกด้วย เพราะสันติอโศกถูกขับไล่ออกจากพระพุทธศาสนาโดยมหาเถรสมาคม แต่ยังนุ่งห่มเหมือนพระสงฆ์อยู่ เรื่องนี้มันซับซ้อนมีรายละเอียด"

นพ.เหวง กล่าวต่อว่า ส่วนที่หลวงปู่พุทธอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ไปยื่นหนังสือถึง ปปช. เพื่อให้ดำเนินการเอาผิดมหาเถรสมาคม (มส.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จากการไม่ปฏิบัติตามพระบัญชาของ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่มีพระวินิจฉัยให้ พระเทพญาณมหามุนี (ธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ต้องอาบัติปาราชิกนั้น ตนอยากถามว่าที่หลวงปู่พุทธะอิสระไปยึดศูนย์ราชการ มีกรวยมรณะ และนำดอกไม้จันทน์และกางเกงในเก่ามีขี้ติดไปถวายสังฆทานกรรมการมหาเถรสมาคม ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ อันนี้มันเป็นไปตามพระราชบัญญัติพระพุทธศาสนาหรือไม่

"หลวงปู่พุทธะอิสระ ต้องสำรวจตัวเองก่อนว่า เป็นพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาหรือไม่ พระพุทธเจ้าสอนให้มีกรวยมรณะ ยึดศูนย์ราชการ และมีทหารนำหน้าหรือไม่ พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนแบบนี่ ถ้าพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนแล้วคุณปฏิบัติตามคำสอนใคร แล้วคุณเป็นพระหรือไม่" นพ.เหวง กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่  25 ก.พ. 2558 นพ.เหวง เคยแสดงทัศนะผ่านเฟซบุ๊กต่อกรณีวัดธรรมกาย ว่า  "ผลพวงของการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557"

1. ทำลายนโยบาย "จำนำข้าว" ให้พินาศวอดวาย ตามติดด้วยการเอาโทษอาญา และฟ้องแพ่งจำนวนกว่าหกแสนล้าน รวมทั้งจิกตีโขกสับ อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ อีกนับสิบคดี นี่คือการ "ทำลายล้างตระกูลชินวัตร ทางการเมืองและทางเศรษฐกิจ" อย่างอำมหิต

2. เดินหน้าทำลายล้าง ส.ส.-ส.ว.ฝ่ายประชาธิปไตย โดยอ้างเหตุที่เสนอแก้รัฐธรรมนูญ ให้ ส.ว.ทั้งหมดต้องมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ทั้งที่เป็นอำนาจสิทธิและหน้าที่ ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และสร้างระบอบประชาธิปไตยทีแท้จริง นี่คือการ ทำลายล้างนักการเมืองซีกประชาธิปไตย หรือซีกไทยรักไทย พลังประชาชน เพื่อไทย ให้สิ้นซากเช่นกัน

3. รุกโจมตี "วัดธรรมกาย" อย่างดุเดือดเมามัน ด้วยข้อกล่าวหาที่ฉกาจกรรจ์ว่า "เป็นปาราชิก อวดอุตริมนุสธรรม" ทั้งที่ผู้กระทำนั่นแหละคือ "พวกปาราชิก พวกอุตริมนุสธรรม" เหิมเกริมถึงขั้นนำเอาสากกะเบือ ดอกไม้จันทน์ กางเกงในหญิงที่เปื้อนอาจม รองเท้าแตะไปเป็นสังฆทานให้กับพระเถรานุเถระชั้นผู้ใหญ่ เป็นการพุ่งปลายหอกเพื่อทำลายล้างกลุ่มพระสงฆ์ที่ ถือว่าเป็นฐานกำลังสำคัญของฝ่ายประชาธิปไตย ฝ่ายคนเสื้อแดง ฝ่าย นปช. ฝ่ายอดีตนายกฯ ทักษิณ อย่างชัดแจ้ง

นี่คือการ "รุกโจมตีทำลายล้างศัตรูทางการเมืองของพวกอนุรักษนิยม จารีตนิยม ด้วยการรัฐประหารครั้งนี้อย่างชัดเจน เพื่อไม่ทำให้เสียของ"

ผลึกรวบยอดที่กำลังจะคลอดตามมาคือ "รัฐธรรมนูญฉบับ ฟื้นคืนประเทศไทย ไปสู่ รัฐข้าราชการ อนุรักษนิยม ระบอบอภิชนาธิปไตย ที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ จะเป็นเพียง ผู้คอยก้มหน้าก้มตารับใช้ผู้มีอำนาจทางการเมืองอย่างเซื่องๆ เท่านั้น"

 

ที่มา : ไทยโพสต์ : 14 กุมภาพันธ์ 2559


 

 

2-16-16 !

 

เลขเด็ดงวดนี้มีรางวัลพันล้าน

ดีเอสไอจะชี้มูลธัมมชโยรับของโจร

 


 

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ : 14 กุมภาพันธ์ 2559


 

 

ดาบสอง !

 

ไพบูลย์ประกาศฟ้องสมเด็จช่วง

ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

เดี่ยวๆ เพียวๆ !

 

อา..แบบนี้เขาเรียกว่า "ยุทธการเด็ดหัว" ฮ่ะ เพราะว่าถ้าผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หรือประธานมหาเถรสมาคม มีปัญหา ก็เป็นปัญหาทั้งมหาเถรสมาคม เหมือนเจ้าอาวาสมีปัญหา ก็มีปัญหาทั้งวัดนั่นแหละ อย่าว่าแต่พระลูกวัด แม้แต่แม่ชีก็หนีไม่พ้น และอีกมุมหนึ่ง คุณไพบูลย์ทำเช่นนี้ ก็เหมือนเพชฌฆาตดาบที่ 2 ซึ่งจ้องจะเดินตาม หากว่าคนแรกทำไม่สำเร็จ คือว่า หากว่าคดีรถหรูเอาผิดสมเด็จช่วงได้ไม่ถนัด แบบว่าผิดนิดๆ หน่อยๆ แต่ยอมความกันได้ ไม่ถึงกับเป็นคดีอาญาตามข่าว การฟ้องครั้งที่สองนี้ก็จะเป็น "ชนักใหม่" ให้การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชต้อง "ยืดเยื้อ" ออกไปอีก ซึ่งถ้าตกเป็นจำเลยในคดีอาญาแล้ว ก็น่ากลัวว่าสถานภาพของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จะอยู่ในสภาพเช่นไร เผลอๆ อาจจะมีการยื่น "ถอดถอน" ออกจากตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชด้วย ทำเป็นเล่นไป

แต่มันก็เหมือนจะช่วยไม่ได้ ในเมื่อมหาเถรสมาคมนำเอารัฐบาลคณะสงฆ์ไป "ค้ำประกัน" ธัมมชโย เพียงคนเดียว หากว่าวันที่ 18 นี้ ดีเอสไอชี้มูลว่า ธัมมชโยมีพฤติกรรมฟอกเงิน หรือรับของโจร จากสหกรณ์คลองจั่น เป็นคดีอาญา ถามว่า ตอนนั้นมันสะเทือนใคร ถ้าไม่ใช่มหาเถรสมาคม ส่วนพระสงฆ์สามเณรทั่วประเทศน่ะ เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วยหรอก อย่าดึงเขาเข้ามายุ่งกับการเมืองเรื่องอำนาจอันสกปรกเลย นะเจ้าคุณประสารนะ !

 

 

Only One !

 

 

 

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นางสำอาง นุชชมภู แกนนำเครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนา กล่าวในงานเสวนา ทรัพย์สินพระ ทรัพย์วัด ทรัพย์สินของใคร จัดโดยเครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนา ว่า ปัจจุบันเกิดวิกฤตศรัทธาต่อพระสงฆ์ และองค์กรสงฆ์บางองค์กร ที่นำหลักคำสอนในพระพุทธศาสนามาบิดเบือน และประพฤติผิดในพระธรรมวินัย และยังชักชวนให้พุทธศาสนิกชนมาทำบุญอย่างหมดเนื้อหมดตัว สร้างมิจฉาทิฏฐิแก่คนจำนวนมาก นอกจากนี้ มีการเล่นการเมืองในคณะสงฆ์ และคบคิดกับนักการเมือง เพื่อสร้างเครือข่ายของตน และพวกพ้องให้เป็นกลุ่มอิทธิพลที่สังคมต้องเฝ้าระวัง เครือข่ายสตรีฯ จึงรวมตัวเพื่อปกป้องพระธรรมวินัย

 

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์พระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2558 คณะกรรมการปฏิรูปฯ ได้ฟื้นพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชขึ้น เพื่อเรียกร้องให้มหาเถรสมาคม (มส.) หยิบยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ เรื่องพระดำริที่ระบุให้พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายอาบัติปาราชิก ต่อมาวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พระพรหมเมธี โฆษก มส.แถลงว่าพระธัมมชโยไม่ปาราชิก จนมาถึงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แถลงว่าพระธัมชมโยไม่ปาราชิกเช่นเดียวกัน จนทำให้ประชาชนเกิดวิกฤตศรัทธาใน มส. เพราะอุ้มพระธัมมชโยชัดเจน ส่วนปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดวิกฤต เพราะพระสงฆ์หลายรูปไม่ยึดพระธรรมวินัย โดยเฉพาะในข้อรับและยินดีในทรัพย์สิน เท่าที่ทราบพระสงฆ์ระดับเจ้าคณะผู้ปกครอง ใช้เงินวิ่งเต้นเลื่อนตำแหน่ง นี่คือความหย่อนยานของโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ ที่เปิดช่องให้พระสงฆ์มีเงินได้โดยถูกกฎหมาย อีกกรณีหนึ่งเมื่อพระสงฆ์เมื่อมรณภาพ ตามกฎหมายสงฆ์ทรัพย์สินต้องตกเป็นของวัด แต่เท่าที่สังเกตส่วนมากพระสงฆ์จะโอนทรัพย์สินที่สะสมไว้ให้ญาติจนหมด ปรากฏการณ์นี้บ่งบอกว่าพระสงฆ์ที่บวชเข้ามาสู่พระพุทธศาสนา ไม่ได้มุ่งมาบวชเพื่อหลุดพ้น แต่ที่มาบวชเพื่อลาภสักการะ จนโยงไปถึงโครงสร้างของคณะสงฆ์ที่มี มส. เป็นผู้กำกับ

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ เวลา 13.00 น. ผมจะไปยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอให้สืบสวนสอบสวนสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ในฐานะที่ท่านเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ท่านละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 หรือไม่ ในกรณีที่ไม่พิจารณาเรื่องปาราชิกพระธัมมชโย รวมทั้งยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) กรณี พศ. ในมาตรา 157 เช่นเดียวกัน นายไพบูลย์กล่าว

 

ที่มา : มติชน : 14 กุมภาพันธ์ 2559


 

 

มติ มส. ขัดพระธรรมวินัย !

 

"แบบนี้ฟ้องศาลปกครองได้"

ปรีชา สุวรรณทัต วิจารณ์ศาลสงฆ์

 

อา..ถ้างั้น ถ้าใครไปฟ้องศาลปกครอง แล้วศาลปกครองมีคำพิพากษาว่า "มหาเถรสมาคม ลงมติขัดแย้งกับพระธรรมวินัย" จะทำอย่างไร เป็นปัญหาใหญ่นะเนี่ย เฮ้อ ! นึกว่าจะจบ แต่ไหงกลับบานปลายไปกว่าเดิมก็ไม่รู้

 

 

 

"ปรีชา สุวรรณทัต" กาง พ...คณะสงฆ์ มติมหาเถรฯ ขัดพระธรรมวินัย ?

 

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ด้านหนึ่งมีความเคลื่อนไหวจากหลวงปู่พุทธอิสระ ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย ที่เดินสายคัดค้านมติ มส. ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็มีผู้เชี่ยวชาญออกมาตั้งข้อสังเกตหลายประการต่อมติขององค์กรปกครองคณะสงฆ์สูงสุดของประเทศแห่งนี้

 

ปรีชา สุวรรณทัต อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2542 เมื่อ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีหนังสือทีเรียกว่า "พระลิขิต" ออกมาถึง 3 ฉบับต่อเนื่องกัน หนึ่งในสามฉบับนั้น ลงวันที่ 26 เม..2542 ชี้ชัดว่า หลวงพ่อธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ต้องอาบัติปาราชิก พ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัติ

 

ความตอนหนึ่งในพระลิขิต ระบุว่า "แต่เมื่อถึงอย่างไรก็ไม่ยอมมอบคืนสมบัติทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะเป็นพระให้แก่วัด ก็แสดงชัดแจ้งว่าต้องอาบัติปาราชิก ต้องพ้นจากความเป็นสมณะโดยอัตโนมัติ ต้องถูกจัดการอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับผู้ไม่ใช่พระปลอมเป็นพระ ด้วยการนำผ้ากาสาวพัสตร์ไปครอง ทำความเศร้าหมองเสื่อมเสียให้เกิดแก่สงฆ์ในพระพุทธศาสนา"

 

อาจารย์ปรีชา สรุปว่า การที่พระไม่ยอมคืนทรัพย์ของวัดให้กับวัด ถือเป็นการยักยอกทรัพย์ของวัดเป็นของตนเอง ผิดพระธรรมวินัยว่าด้วยการลักทรัพย์ ยักยอกทรัพย์ ต้องอาบัติปาราชิก เมื่อมีเจตนายักยอก เถยจิตเป็นโจร เท่ากับเจตนาทุจริต ขาดจากความเป็นพระทันที เป็นไปโดยอัตโนมัติตั้งแต่วินาทีนั้นเลย ไม่ต้องมีการสึกใดๆ ทั้งสิ้น นี่คือหลักใหญ่ของพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช

 

อย่างไรก็ดี ตลอดมามีกระบวนการไม่ปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช ขณะเดียวกันก็มีการดำเนินคดีพระธัมมชโยตามประมวลกฎหมายอาญา โดยอัยการในสมัยนั้นยื่นฟ้องต่อศาลในข้อหายักยอกทรัพย์วัดพระธรรมกาย คดีก็ดำเนินมาเรื่อยๆ กระทั่งใกล้วันที่ศาลตัดสิน ในรัฐบาล ...ทักษิณ ชินวัตร จู่ๆ อัยการก็ถอนฟ้องคดีนี้ โดยอ้างว่าพระธัมมชโย คืนทรัพย์สินซึ่งส่วนใหญ่เป็นที่ดินให้กับวัดแล้ว ทำให้คดีอาญายุติ

 

จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป กระทั่งมีการรื้อฟื้นขึ้นมาเมื่อเร็วๆ นี้ และเรื่องก็ถูกเสนอเข้าที่ประชุม มส. ปรากฏว่า มส.ได้มีมติออกมาว่าเมื่อพระธัมมชโยได้คืนทรัพย์ให้กับวัดแล้ว และอัยการได้ถอนฟ้องคดีแล้ว จึงเป็นเหตุไม่ปาราชิก

 

"ทั้งหมดคือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมา ส่วนข้อกฎหมาย เหตุปาราชิกนั้นเป็นตามพระธรรมวินัย เป็นไปตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติไว้เป็นวินัยของสมณะ จึงถือว่าสูงสุด มีศักดิ์สูงกว่ากฎหมายทั่วๆ ไป แม้แต่รัฐธรรมนูญ พระธรรมวินัยก็มีศักดิ์สูงกว่า"

 

"ฉะนั้น การเป็นเหตุให้อาบัติปาราชิก จึงเป็นไปตามพระธรรมวินัย ไม่เกี่ยวกับกฎหมายของบ้านเมือง เป็นคนละเหตุกัน ไม่ใช่นำคดีอาญาที่ยุติแล้วมาอ้าง แม้จะคืนทรัพย์สมบัติให้กับวัด อัยการถอนฟ้อง ก็เป็นเพียงคดีอาญาในทางโลก ไม่มีผลลบล้างเหตุปาราชิก เพราะปาราชิกเป็นไปตามพระธรรมวินัย เป็น 'อกาลิโก' ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ บัญญัติไว้อย่างไรก็เป็นไปอย่างนั้น กฎหมายของบ้านเมืองจะมาบัญญัติให้เลิกปาราชิกก็ทำไม่ได้"

 

อาจารย์ปรีชา กล่าวต่อว่า ตามพระราชบัญญัติ (...) คณะสงฆ์ พ..2505 มาตรา 15 ตรี บัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ มส. ใน (4) ระบุว่า มส.มีหน้าที่รักษาพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา ขณะที่วรรค 2 ของมาตราเดียวกันบัญญัติว่า มติของ มส.ต้องไม่ขัดกับกฎหมายและพระธรรมวินัย

 

"ฉะนั้น จึงแสดงให้เห็นว่าพระธรรมวินัยสูงกว่ากฎหมาย มส. ที่มีมติข้างมากว่าพระธัมมชโยไม่ปาราชิก จึงขัดกับพระธรรมวินัย เพราะพระธัมมชโยปาราชิกไปแล้วเมื่อปี 2542 การมีมติว่าไม่ปาราชิก เท่ากับขัดแย้งบิดเบือนพระธรรมวินัย"

 

อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ. กล่าวอีกว่า ยังมีข้อกฎหมายที่น่าสนใจและเกี่ยวข้องกับกรณีนี้อีกประเด็นหนึ่ง คือ เจ้าอาวาสทุกวัดและกรรมการ มส.ถือเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา (.อาญา) ทั้งนี้ตาม พ...คณะสงฆ์ มาตรา 45 ที่บัญญัติว่า ให้ถือว่าพระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์และไวยาวัจกร (ผู้ดูแลรักษาทรัพย์สมบัติของวัด) เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

 

ด้วยเหตุนี้ เมื่อเจ้าอาวาส เจ้าคณะทุกระดับ และกรรมการ มส. เป็นเจ้าพนักงานตาม ป.อาญา ย่อมมีฐานะพิเศษตาม ป.อาญาด้วย กล่าวคือหากกระทำผิดอาญา จะมีโทษหนักกว่าบุคคลธรรมดา สมมติบุคคลธรรมดายักยอกทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี แต่ถ้าเป็นเจ้าพนักงานยักยอกจะมีโทษหนักขึ้น ฉะนั้น พระธัมมชโย และ มส. ที่ได้มีการละเมิดพระธรรมวินัย มีมติให้พระธัมมชโยไม่ขาดจากการเป็นพระ จึงถือว่าผิดกฎหมายอาญา อาจเข้าข่ายเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ได้ด้วยเหมือนกัน

 

"เป็นที่น่าสังเกตว่ามติ มส. ไม่มีการระบุว่าเสียงข้างมากมีกี่เสียง และเสียงข้างน้อยมีกี่เสียง ซึ่งหากเปิดเผยจะได้ทราบว่าพระรูปใดลงมติให้พระธัมมชโยพ้นมลทินบ้าง เนื่องจากมีพระหลายรูปที่เป็นพระผู้ใหญ่ มีส่วนได้เสียในวัดพระธรรมกาย" อาจารย์ปรีชา ระบุ

 

ส่วนกรณีที่มีบางฝ่ายอ้างว่า มติ มส. ถือเป็นที่สุด ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้แล้วนั้น อาจารย์ปรีชา บอกว่า มติ มส. เป็นไปตาม พ...คณะสงฆ์ ฉะนั้นมติ มส. จึงถือเป็นคำสั่งทางปกครองอย่างหนึ่ง เพราะไม่ใช่พระธรรมวินัย แต่เป็นคำสั่งตาม พ...คณะสงฆ์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นคำสั่งทางปกครอง สามารถนำคำสั่งไปฟ้องต่อศาลปกครองได้

 

"ผมได้หารือกับนักกฎหมายอาวุโสหลายท่าน ได้รับการยืนยันว่าเรื่องนี้ไปศาลปกครองได้"

 

ในประเด็นที่มีผู้โต้แย้งว่า ใครเป็นผู้มีอำนาจวินิจฉัยว่าพระรูปใดต้องอาบัติปาราชิก ถือเป็นอำนาจของสมเด็จพระสังฆราชหรือไม่

ประเด็นนี้ อาจารย์ปรีชา อธิบายว่า พระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชมีการอ้างว่าปลอมบ้าง และบ้างก็อ้างว่าสมเด็จพระสังฆราชสั่งไม่ได้เรื่องเหตุปาราชิก แท้จริงแล้วในพระลิขิตทั้ง 3 ฉบับ สมเด็จพระสังฆราชทรงอ้างหลักพระธรรมวินัยว่าพระธัมมชโยมีเหตุปาราชิก ท่านไม่ได้สั่งเอง

 

"เมื่อปาราชิกแล้ว พระรูปนั้นก็ถูกสึกโดยอัตโนมัติ ไม่สามารถครองจีวรเป็นพระได้ การที่ยังครองจีวรอยู่ นำพระไปเดินธุดงค์ เข้าข่ายผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 208 ผู้ใดแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นภิกษุในศาสนาโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"

 

เรื่องนี้จึงต้องรอฝ่ายบ้านเมืองว่าจะดำเนินการหรือไม่อย่างไร...โปรดติดตาม !

 

 

ที่มา  : สำนักข่าวอิศรา  :  13 กุมภาพันธ์ 2559


 

 

ดีเดย์ !

 

ดีเอสไอเตรียมประชุมฟ้องธัมมชโย

16 ก.พ. 59

 

อีกแค่ 3 วัน !

 

 

 

"ดีเอสไอ" เคาะปมเช็คสหกรณ์คลองจั่นฯ โอนวัดพระธรรมกาย ฟอกเงินหรือรับของโจร 16 ก.พ. นี้

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าชุดตรวจสอบเส้นทางการเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีตรวจสอบเช็ค 878 ฉบับ ที่มีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯ เป็นผู้สั่งจ่ายไปยังกลุ่มต่างๆ ว่าในส่วนของการดำเนินการตรวจสอบเช็ค 878 ฉบับ ทางพนักงานสอบสวนดีเอสไอแบ่งกลุ่มการตรวจสอบเป็น 7 กลุ่ม คือ 1.นิติบุคคลที่มีมูลหนี้ต่อกัน 2.วัดพระธรรมกาย 3.สหกรณ์อื่นๆ 4.ผู้ต้องหาและผู้ที่เข้าข่าย 5.บุคคลธรรมดา 6.นายหน้าค้าที่ดิน และ 7.นิติบุคคลที่ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน

พ.ต.ท.ปกรณ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ จะเรียกคณะทำงานมาประชุมร่วมกันอีกครั้ง ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อหาข้อสรุปในคดี โดยจะพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินหรือรับของโจรหรือไม่ เพื่อให้ได้ข้อสรุปในคดีนี้ อย่างไรก็ตาม จะดำเนินการกับกลุ่มที่เป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาที่ไม่มีมูลหนี้ต่อกัน โดยเฉพาะกลุ่มวัดพระธรรมกาย เนื่องจากเป็นที่สนใจของสังคมในเวลานี้ หากพบว่าใครเป็นผู้รับเช็คดังกล่าว จะดำเนินคดีทันที ทั้งนี้ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ คาดว่าคดีดังกล่าวจะเกิดความชัดเจนมากขึ้นว่าจะสามารถดำเนินคดีกับใครได้บ้าง และคาดว่าคดีดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

 

 

ที่มา  : มติชน  :  13 กุมภาพันธ์ 2559


 

 

รื้อคดี !

 

อัยการรื้อคดีธัมมชโย

นับ 8 นับ 9

เพราะตอนนั้นเหลือพยานแค่ 2 ปาก

ก็พิพากษาได้แล้ว !

 

 

 

อสส.เผยพิจารณาสำนวน เตรียมฟื้นคดีถอนฟ้อง "ธัมชโย"


เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 59 ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด (อสส.) เปิดเผยความคืบหน้า เกี่ยวกับการตรวจสอบสำนวนคดีที่ นายพชร ยุติธรรมดำรง อดีตอัยการสูงสุด มีคำสั่งเปลี่ยนชุดพนักงานอัยการผู้ว่าคดี เเละการถอนฟ้องคดีพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังเอาทรัพย์สินเป็นของตนเองโดยทุจริต จากศาลอาญา เมื่อปี 2549 ว่า ขณะนี้ คณะทำงานซึ่งมี น.ส.นิภาพรรุจนรงศ์ รองอัยการสูงสุดเป็นหัวหน้า กำลังพิจารณาในเรื่องนี้อยู่ ส่วนจะแล้วเสร็จเมื่อใดนั้นยังไม่ทราบ เนื่องจากไม่มีการกำหนดกรอบระยะเวลา ส่วนกรณีที่ มหาเถรสมาคม (มส.) มีความเห็นว่าพระธัมชโยไม่มีความผิด และไม่ต้องอาบัติปาราชิกในทางธรรม จะมีผลในการพิจารณาเรื่องรื้อฟื้นคดียักยอกทรัพย์หรือไม่นั้น เป็นคนละส่วนกัน ไม่มีความเกี่ยวเนื่องกัน เรื่องของคดีก็เป็นส่วนคดี ส่วนตนจะพิจารณามีความเห็นอย่างใดนั้น จะต้องพิจารณาจากสำนวนที่คณะทำงานอัยการกำลังพิจารณาอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจสอบสำนวนคดีที่ นายพชร มีคำสั่งเปลี่ยนชุดพนักงานอัยการผู้ว่าคดี เเละถอนฟ้องคดีพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังเอาทรัพย์สินเป็นของตนเองโดยทุจริต เมื่อปี 49 ริ่มจากที่มีการร้องเรียนถึงเรื่องคำสั่งการถอนฟ้องคดียักยอกทรัพย์ดังกล่าวต่อสำนักงานอัยการสูงสุด นายตระกูล วินิจนัยภาค อสส. (ในขณะนั้น) จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยมี น.ส.นิภาพร รุจนรงศ์ รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งหลังจากมีการพิจารณาของคณะทำงานแล้ว น.ส.นิภาพร ได้ทำความเห็นส่งให้ นายตระกูล อสส. ขณะนั้น พิจารณาเเล้ว เเต่นายตระกูลพิจารณาแล้ว เห็นสมควรให้มีการสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จึงส่งสำนวนกลับไปยัง นส.นิภาพร เพื่อสอบเพิ่มอีกครั้ง ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างพิจารณาของคณะทำงาน ซึ่งหากมีการสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมแล้ว จะได้มีการเร่งนำเสนอไปยัง ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อสส.คนปัจจุบันพิจารณา เพื่อมีคำสั่งต่อไปว่าจะให้ดำเนินการรื้อฟื้นคดีหรือไม่

 

ที่มา  : เดลินิวส์  :  13 กุมภาพันธ์ 2559


 

 

ขึ้นโรงพัก !

 

พุทธะอิสระ "แจ้งความ" เอาผิด มส.

ข้อหา "อุ้ม" ธัมมชโย

เจ้าคุณเบอร์ลินโดนหางเลข !

 

 

พุทธะอิสระ แจ้งความ มส. ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ กรณี ธัมมชโย

พระพุทธอิสระ แจ้งความ มหาเถรสมาคมละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีไม่ดำเนินการกับพระธัมมชโยเรี่ยไรเงินไปทั่วประเทศ พร้อมขอให้เอาผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์กับเจ้าคุณเบอร์ลิน ที่โพสต์ข้อความหมิ่นประมาท 

ที่ สภ.เมืองนครปฐม เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 12 ก.พ.59 พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ หลวงปู่พุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผบก.ภ.จว.นครปฐม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีต่อ มหาเถรสมาคม ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และผิดจรรยาพระสังฆาธิการ ฝ่าฝืนอำนาจมหาเถรสมาคม และไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ ซึ่งมีหลายมาตรา กรณีเกี่ยวกับเรื่องการปล่อยปละละเลย ให้พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เดินเรี่ยไรเงินไปทั่วประเทศ ทั้งที่มีกฎหมายกำหนดไว้ว่า ห้ามสงฆ์ออกเรี่ยไรเงินนอกพื้นที่ของตน ปล่อยให้ธรรมกายยักยอกทรัพย์ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อนหลายราย แต่ก็ไม่เคยสอบข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ ยังอวดอุตริ อ้างว่า สตีฟ จอบส์ ตายแล้วเกิดเป็นเทพบุตร ซึ่งเรื่องนี้พิสูจน์ไม่ได้ในข้อวิทยาศาสตร์ เผยแพร่ข้อความที่เป็นเท็จเผยแพร่ลงสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งทางดีเอสไอ ได้รับเป็นคดีพิเศษไปแล้ว และอีกเรื่อง เป็นเรื่องของเจ้าคุณเบอร์ลิน แห่งเยอรมนี ที่ให้คุณไพบูลย์แต่งตั้งให้ฉันเป็นสังฆราช ข้อความนี้ถูกเผยแพร่ทางคอมพิวเตอร์เท่ากับว่า เป็นความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพราะถือว่า ฉันได้รับความเสียหาย

ทางด้าน พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผบก.ภ.จว.นครปฐม เปิดเผยว่า หลังจากรับเรื่องแล้ว ทางตำรวจจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน โดยตั้งผู้ที่มีความรู้ และผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ มาพิจารณาว่า จะมาดำเนินการในข้อกฎหมายอะไรได้บ้าง เพราะตำรวจมีหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริง

 

ที่มา  : ไทยรัฐ :  13 กุมภาพันธ์ 2559


 

 

ต้องยอมรับ !

 

ดีเอสไอน้อมรับมติ มส.

เพราะมีอำนาจหน้าที่โดยตรง

ให้สังคม เป็นผู้ตัดสิน !

 

 

ก็..จบข่าวภาคเช้า แต่เพียงเท่านี้ แต่ยัง ! ยังมีข่าวภาคบ่าย ข่าวภาคค่ำ ข่าวในราชสำนัก ข่าวภาคดึก ข่าวก่อนนอน รวมทั้งรายการ "ก่อนบ่ายคลายเครียด" ให้ดูอีกหลายรายการ เชื่อเถิดว่าเรื่องไม่จบง่ายๆ หรอก แค่เดือนกุมภาพันธ์นี้ ก็มีรายการใหญ่มากมาย ทั้งคดีธัมมชโยยักยอกเงินวัดธรรมกาย ปี 42 คดีธัมมชโยรับเงินสหกรณ์คลองจั่นไปเป็นพันล้าน คดีรถหรูสมเด็จช่วง จะปิดกล้องไล่กันติดๆ ยิ่งกว่าชิงช้าสวรรค์ไมค์ทองคำ ซีซั่นโฟร์ !

 

 

 

ล้างตีน เตรียมเดินต่อไป เพราะหยุดไม่ได้

 

 

ดีเอสไอแจงต้องยอมรับมติมหาเถรสมาคมกรณีให้ พระธัมมชโยไม่ปาราชิก เพราะมีอำนาจโดยตรง ชี้สังคมเป็นผู้ตัดสินรับได้หรือไม่

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีที่สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เตรียมส่งหนังสือชี้แจงให้กับดีเอสไอกรณีลงมติพระธัมมชโยไม่อาบัติปาราชิก ว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของมหาเถรสมาคม(มส.) และ สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องทั้งหมด หากทาง มส.และพศ. ส่งเรื่องมาที่ดีเอสไอก็จะรับฟัง ส่วนผลจะออกมาตามที่ดีเอสไอส่งเรื่องไปหรือไม่นั้น ก็คงต้องยอมรับผลของ มส.และ พศ. เพราะมีอำนาจโดยตรงในการพิจารณา

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวอีกว่า ท้ายที่สุดแล้วสื่อมวลชนและสังคมจะตัดสินเองได้ว่ารับได้หรือไม่กับมติดังกล่าว  ส่วนกรณีที่มีการร้องเรียน มส.และพศ.เกี่ยวกับความผิดในมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่  หากผู้ร้องเห็นว่า มส.และ พศ. ผิดมาตรา 157 ก็สามารถยื่นเรื่องกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ หากผู้ร้องส่งเรื่องมาที่ดีเอสไอ ทางดีเอสไอก็ต้องส่งเรื่องไปให้กับ ป.ป.ช. พิจารณาอีกเช่นกัน เพราะมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง

"ส่วนผู้ที่จะตีความในรายละเอียดที่ทาง พศ.และมส. ส่งมาให้ดีเอสไอเป็นไปตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์หรือไม่ ก็อย่างที่บอกไปตอนแรกเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสงฆ์ ดีเอสไอเองก็ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านสงฆ์ จึงส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณา"อธิบดีดีเอสไอ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้า มส. ส่งหนังสือตอบมาแล้วสังคมยอมรับไม่ได้แล้วดีเอสไอจะทำอย่างไร อธิบดีดีเอสไอ ระบุว่า แต่ละหน่วยงานก็ทำหน้าที่ตัวเอง เรามีหน้าที่ต้องทำแบบนี้และก็ยอมรับกับมติที่ออกมา แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นหน่วยที่เกี่ยวข้องก็ต้องรับผิดชอบเอง

ถามต่อว่า กรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่าตามที่อัยการถอนฟ้องพระธัมมชโยใหม่และให้เริ่มฟ้องใหม่ พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบรายละเอียดเลย แต่คดีนี้เมื่อมีการฟ้องแล้วจะมาฟ้องใหม่นั้น มองว่าเป็นการฟ้องซ้ำ ยกเว้นจะมีเหตุและเรื่องใหม่ก็สามารถฟ้องใหม่ได้

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ชี้แจงหลายครั้งแล้วว่า เมื่อมีผู้ร้องมาที่ดีเอสไอกี่ประเด็นก็ตาม เราก็นำคำร้องมาพิจารณาดูว่าหน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบ จากนั้น เราก็ทำหนังสือแจ้งไปยังหน่วยงานนั้นๆ ซึ่งเรื่องนี้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่รับผิดชอบตามคำร้อง จึงทำหนังสือแจ้งไป เพื่อให้เป็นผู้ดำเนินการและให้เขาตอบมา

พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวอีกว่า จากนั้นก็เอาคำตอบที่ทางพศ.ตอบมานั้น เพราะเรื่องทั้งหมดไม่ใช่หน้าที่ของดีเอสไอที่จะจัดการ แต่บางเรื่องเราจัดการก็ทำ บางเรื่องไม่ใช่ แต่เป็นการร้องมาที่เรา เราก็ต้องให้ความร่วมมือกับผู้ร้องโดยการนำข้อมูลจากหน่วยงานอื่นนอกกระทรวงเรามาตอบ ดังนั้น กรณีนี้ เมื่อ พศ. ทำหนังสือตอบกลับมา ทางอธิบดีดีเอสไอก็จะทำหนังสือถึงผู้ร้องไป ส่วนจะพอใจในคำตอบหรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่เขาต้องไปดำเนินการกันเอง เพราะเราเปรียบเสมือนเป็นคนกลาง อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายประเด็นที่ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งก็ต้องทำต่อไป

 

ที่มา  : โพสต์ทูเดย์  :  12 กุมภาพันธ์ 2559


 

 

กฎหมู่ !

 

ฝ่ายไพบูลย์ประกาศเดินหน้ากดดัน

ฝ่ายเจ้าคุณประสารจ้องรอดูท่าที

เห็นท่าไม่ดีก็จะ..ลุย !

 

 

อา..มันธรรมดาล่ะฮ่ะ เปิดหน้าเล่นกันมาไกลถึงเพียงนี้ จะให้หยุดกลางคัน มันก็คงไม่ใช่ ดังนั้น ไม่ว่าใครก็ไม่มีทางถอย จนกว่าจะพังกันไปข้าง ฝ่ายหนึ่งต้องการธัมมชโย อีกฝ่าย "ต้องการกำจัด" ธัมมชโย อุปทาน-อุปสงค์ ไม่ลงตัว มันก็ย่อมจะเกิดปัญหา ว่าด้วย  CONFLICT OF INTEREST !

 

 

คดีธัมมชโยทำวงการสงฆ์ระอุ กลุ่มหนุน-ต้านขู่แสดงพลัง

11 ก.พ. 59 นายอรรถพล อรุโณรส ผู้ประสานงานกลุ่มพุทธศาสนิกชนปทุมธานี กล่าวว่า ภายหลังจากที่ สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) แถลงเมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมา ว่า คดีของพระธัมมชโยจบตั้งแต่ศาลชั้นต้นของคณะสงฆ์ตั้งแต่ปี 2549 ทำให้มหาเถรสมาคม (มส.) จะหยิบขึ้นมาพิจารณาใหม่ไม่ได้นั้น วันนี้กลุ่มพุทธศาสนิกชนปทุมธานีได้นัดหารือครั้งใหญ่ เพื่อหาข้อสรุปในการดำเนินการต่อไป โดยการหารือครั้งนี้ สรุปเบื้องต้นว่ากลุ่มพุทธศาสนิกชนฯ จะรวมตัวกับเครือข่ายและองค์กรอื่น ๆ อาทิ พระพุทธะอิสระ, นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคระกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์พระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และเครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนา เป็นต้น เพื่อออกมาปกป้องพระธรรมวินัยและแสดงพลังอย่างใดอย่างหนึ่งในเร็วๆ นี้ ทั้งนี้ ทางกลุ่มพุทธศาสนิกชนฯ เห็นว่าการตัดสินของ มส. ขัดความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนเป็นอย่างมาก

"วันที่ 13 ก.พ. เวลา 13.00 น. เครือข่ายสตรีปกป้องพระพุทธศาสนาได้จัดเสวนาเรื่อง "ทรัพย์สินพระ ทรัพย์สินวัด ทรัพย์สินของใคร" นำโดย ส.ศิวรักษ์ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นพ.มโน เลาหวณิช นางสาวณดา จันทร์สม และพระมหาพงนรินทร์ ฐิตวํโส วัดสุทัศนเทพวราราม ที่อาคาร 15 ห้อง 226 มหาวัทยาลัยรังสิต จ.ปทุมธานี" นายอรรถพล กล่าว

ด้าน พระพุทธะอิสระ โพสต์เพจเฟซบุ๊ก "หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddaha Isara)" ระบุว่า การที่ มส.มีมติอย่างนี้ นับว่าไม่เป็นผลดีต่อ มส. ข้อกังขาต่างๆ ที่เกี่ยวกับพระวินิจฉัยของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มส.ก็อธิบายไม่ได้ มส.เป็นผู้สนองงานสมเด็จพระสังฆราช เหตุใดจึงเลือกปฏิบัติ การกระทำของพระธัมมชโยตามพระวินัยถือว่าขาดจากความเป็นพระ ทำไม มส.ไม่ดำเนินการ

พระพุทธะอิสระ ระบุอีกว่า การที่ พศ. และ มส. อ้างว่าคดีสิ้นสุดแล้ว เพราะผู้ฟ้องได้ถอนฟ้องไปแล้ว เป็นคนละเรื่องกับพระลิขิต อยากทราบว่า มส.ทำอะไรบ้าง เคยได้เรียก พระธัมมชโย มาตรวจสอบกรณีเข้าไปพัวพันกับคดียักยอกทรัพย์ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นหรือไม่ มส.ไม่เคยตอบสังคมได้เลย

ขณะที่ พระเมธีธรรมจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ) กล่าวว่า วันนี้ได้หารือกับองค์กรเครือข่ายชาวพุทธแห่งประเทศไทย และภาคี เพื่อหาแนวทางดำเนินการปกป้องเกียรติของ มส. ภายหลังมีพระสงฆ์รูปหนึ่ง และบุคคลนายหนึ่ง ออกมาวิจารณ์การทำงานของ มส. กรณีชี้แจงคดีของพระธัมมชโยต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยกล่าวหาว่า มส.อุ้มพระธัมมชโย โดยไม่ฟังหลักการและเหตุผลที่ พศ.ชี้แจง หลังจากนี้ ศพศ และองค์กรเครือข่ายชาวพุทธฯ จะต้องดำเนินการบางอย่าง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะต้องดูท่าทีของฝ่ายต่อต้าน มส.ก่อน

 

ที่มา  : แนวหน้า  :  12 กุมภาพันธ์ 2559


 

 

ดาบสอง !

 

ดีเอสไอระบุความผิดธัมมชโย

ฟอกเงิน-รับของโจร คลองจั่น

จ่อดำเนินคดีทันที !

 

อา.. กะจะฉลอง "ชิตํ เม" ให้เท่ห์ด้วยไอติมปานะซักหน่อย พวกเรารอคอยมานาน วันที่ "พ่อใหญ่-ธัมมชโย" ผู้เป็นต้นธาตุต้นธรรมในไตรภูมิ ได้หลุดพ้นจากบ่วงกรรม หรือจะเรียกว่า "ชนะมาร" ก็คงได้ เพราะท่านเป็นภาคปราบ ส่วนพระโคดมพุทธเจ้านั้น "แค่ภาคโปรด" สิบโปรดก็ไม่สู้หนึ่งปราบ วันนี้ธัมมชโย "ปราบ" มหาเถรสมาคม จนกลายเป็นเด็กในโอวาทราบคาบไปแล้ว จึงต้อง..ฉลองให้ก้องฟ้า 

แต่ยังมิทันที่ควันไฟเรื่องที่ดินของธัมมชโยจะจาง ดีเอสไอก็จุดไฟกองใหม่ให้มหาเถรสมาคมได้ประชุมอีกหลายร้อยรอบ กว่าจะบอกได้ว่า "คดีสิ้นสุดไปแล้ว" แบบว่าดาราและผู้กำกับตายไปหลายคน หนังเพิ่งจะเข้าโรง ที่เหลือก็แก่งัก ต้องหิ้วปีกหิ้วแขนเข้า-ออกห้องประชุม

ก็บอกแล้วว่า ดีเอสไอมีไพ่หลายใบในมือ จะถือใบไหน ปล่อยใบไหน สีอะไร ใหญ่หรือเล็ก หรือจะเล่นแรงระดับ "ล้างไพ่" ก็ไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่า ถ้าหากยังอุ้มสมกันอยู่ดังที่เห็น ก็จะได้เห็นการ "ยกระดับ" ของข้อหาและความผิดขึ้นไปเรื่อยๆ และอย่าปฏิเสธเสียให้ยาก เพราะพยานหลักฐานต่างๆ มันชัดยิ่งกว่าเจ็ดสี งานนี้ "มีได้-มีเสีย" แน่นอน บอกไว้ก่อนเลยครับท่าน อิอิ !

 







 

ผิดชัด 'ธรรมกาย-ธัมมชโย' กรณีรับเช็คสหกรณ์คลองจั่น


เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กล่าวถึงการสอบสวนความผิดฐานฟอกเงินและรับของโจร กับพระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย และพระเครือข่าย ซึ่งได้รับเช็คที่ได้มาจากการยักยอกทรัพย์ของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานบริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ว่า คดีดังกล่าวเป็นไปตามความเห็นของพนักงานอัยการ ที่ส่งเรื่องมายังดีเอสไอ เมื่อวันที่ 29 ม.ค. เพื่อให้ดำเนินการสอบสวน ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาดำเนินการ

ในส่วนของวัดพระธรรมกายและเครือข่าย มีข้อเท็จจริงชัดเจนจากการสอบสวนเส้นทางการเงินก่อนหน้านี้ว่า มีการรับเช็คจำนวนดังกล่าวไปจริง หลังจากนี้ต้องสอบสวนว่าจะเข้าข่ายความผิดใดระหว่างฟอกเงินหรือรับของโจร โดยต้องพิสูจน์เจตนาเป็นหลัก ซึ่งกรณีการฟอกเงินคือต้องดูทั้งเจตนา มีมูลหนี้ต่อกันหรือไม่ หากไม่มีมูลหนี้ต่อกัน ก็ถือเป็นข้อสังเกตเรื่องเจตนาว่า ต้องรู้หรือควรรู้ ว่าเงินดังกล่าวได้มาจากการยักยอกหรือไม่ ส่วนกรณีรับของโจร ต้องพิจารณาว่าได้รู้มาก่อนหรือไม่ ว่าเงินดังกล่าวได้มาจากการกระทำผิด ซึ่งทั้ง 2 ข้อหามีอายุความต่างกัน โดยคดีฟอกเงินมีอายุความ 15 ปี ส่วนข้อหารับของโจรมีอายุความ 5 ปี

พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ชุดสอบสวนเส้นทางการเงินมีข้อมูลการสอบสวนพอสมควรแล้ว ดังนั้น จะต้องเรียกสอบพยานเพิ่มเติมหรือไม่ ต้องพิจารณาอีกครั้ง แต่คาดว่าจะใช้เวลาสอบสวนอีกไม่มาก ภายในเดือน ก.พ.นี้ น่าจะสามารถชี้มูลความผิดได้ ส่วนกรณีที่การชี้มูลความผิดเพิ่มเติมในคดีดังกล่าวจะมีผลกระทบกับวินัยสงฆ์หรือไม่ ในส่วนที่ดีเอสไอดำเนินการเป็นเรื่องของคดีอาญา และขณะนี้ยังไม่มีผู้ร้องเรื่องวินัยประเด็นรับเช็คสหกรณ์

 

ที่มา  : เดลินิวส์  :  11 กุมภาพันธ์ 2559


 

 

เอาจริง !

 

ไพบูลย์ประกาศฟ้อง มส.

ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

เราเตือนคุณแล้ว !

 

อา..ถ้าฟ้อง มส. ก็ขอถามว่า "ใครจะเป็นจำเลยที่ 1" ใช่ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชหรือเปล่า แหมไม่อยากคาดเดา เอาเป็นว่าคงไม่มีเวลาเจรจาต้าอวยกันแล้ว เพราะต่างฝ่ายก็พ่นน้ำลายกันท่วมไปหลายจอ รอแต่ "หัวหมู่ทะลวงฟัน" ดื่มเหล้าให้เมาเท่านั้น เพราะเมาเมื่อไหร่ก็..หายกลัวตาย !

 

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

ว่าที่หัวหน้าจำเลยในคดีอาญา มาตรา 157

 

ไพบูลย์ นิติตะวัน" ชี้ การแถลงยุติคดี "พระธัมมชโย" เข้าข่ายโอบอุ้มช่วยเหลือกัน เตรียมยื่นเรื่องถึงดีเอสไอ-สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้พิจารณาเรื่องการเลือกใช้ ก.ม. ข้องใจไม่ใช้กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 แบบที่เคยใช้กับยันตระ

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 59 นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทาง และมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีที่ตัวแทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือ พศ. ออกมาแถลงปิดคดี "พระธัมมชโย" ว่าการกระทำลักษณะนี้เสมือนเป็นการโอบอุ้มพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพราะเรื่องนี้เลือกใช้กฎหมายได้ถึง 2 ฉบับ คือ กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 กับ ฉบับที่ 21 ซึ่งฉบับที่ 11 ว่าด้วยเรื่อง นิคหกรรม ส่วนฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ ตามบทบัญญัติที่มีอำนาจโดยตรงเเละไม่กระทบกับการลงนิคหกรรม คล้ายกรณีอธิกรณ์ "พระยันตระ" ที่เคยทำในอดีต "ในเมื่อเรื่องการยักยอกเงินและที่ดินวัดพระธรรมกาย ก็ได้มีพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช ชี้ให้พระธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิกไปแล้ว ก็ควรดำเนินการตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ในการเอาผิดกับพระธัมมชโย" นายไพบูลย์ กล่าว

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ทางสำนักพุทธฯ จะออกมายืนยันว่าเรื่องได้จบไปแล้ว แต่กฎหมายก็ยังเปิดช่องให้ดำเนินการต่อได้ เพราะสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีอำนาจในการพิจารณาวินิจฉัย เรื่องการใช้กฎหมายของเจ้าพนักงานรัฐ ว่ากรณีนี้ควรจะใช้กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 11 หรือ ฉบับที่ 21 ซึ่งจะต้องมีการยื่นเรื่องให้พิจารณาเรื่องนี้ต่อไป โดยในสัปดาห์หน้าตนจะเดินทางไปยื่นหนังสือ 2 หน่วยงาน คือที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กับที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้พิจารณาในเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ กับมหาเถรสมาคม และพิจารณาเรื่องการใช้ข้อกฎหมายเอาผิดพระธัมมชโย.

 

ที่มา  : ไทยรัฐ  :  11 กุมภาพันธ์ 2559


 

 

อีก 7 วัน !

 

ดีเอสไอนัดแถลงข่าวรถหรูสมเด็จช่วง

ร่วงหรือรอด จอดหรือแจว !

 

 

 

รัฐบาล โดยดีเอสไอ จะเปิดไพ่หน้าไหน

ระหว่าง "ธัมมชโย" กับ "สมเด็จช่วง"

 

 

อา..ราตรียาวนานสำหรับคนนอนไม่หลับ เส้นทางยาวไกลสำหรับว่าที่สังฆราช เอ๊ย สำหรับคนเดินทางไกล ฯลฯ วันวาน (10 ก.พ.) เราได้ชมมหกรรมละครชีวิตของมหาเถรสมาคม "ฉากธรรมกาย" ไปอย่างอลังการงานสร้างแล้ว "แถล เอ๊ย แถลงเป็นฉากๆ" ปิดท้ายด้วยการ "ล็อกกุญแจ" ไม่ให้ใครไปแตะต้องไข่ในหินที่ชื่อ "ธัมมชโย" สรุปว่า อำนาจของข้า..ใครอย่าแตะ แม้แต่ "ดีเอสไอ" ก็ไม่กลัว !

อีก 7 วันข้างหน้า (18 ก.พ.) ดีเอสไอประกาศว่า "จะแถลงข่าว" สรุปประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์โบราณ ยี่ห้อเบนซ์ เลขทะเบียน ขม.99 มีเจ้าของชื่อว่า สมเด็จช่วง วัดปากน้ำ ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และได้รับการรับรอง "ลับๆ" จากมหาเถรสมาคม ให้ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ต้องมาติดปัญหารถคันดังกล่าว ยังไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จนบัดนี้

เมื่อวาน การแถลงข่าวของมหาเถรสมาคม มองตามเกมก็เห็นว่า "มหาเถรสมาคมนำไป 1 แต้ม" ไม่ยอมให้รัฐบาลหรือหน่วยงานอื่นใดเข้าไปตรวจสอบ หรือก้าวก่ายการทำงานของ มส. แต่ในมือของรัฐบาลหรือดีเอสไอ ยังเหลือไพ่อีกตั้ง 2 ใบ คือ

1. คดีสหกรณ์คลองจั่น อันพัวพันกับธัมมชโย ในข้อหา "ฟอกเงิน" ถือเป็นคดีพิเศษ รวมทั้งคดีการนำเอาข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือบิดเบือนพระธรรมคำสอน เข้าสู่เครือข่ายคอมพิวเตอร์ด้วย

2. คดีรถโบราณหรือรถหรู ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และรวมทั้งการละเวนการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะมหาเถรสมาคม ไม่ดำเนินตามพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช ที่ทรงระบุว่า "ธัมมชโยเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย" เข้าข่ายผิดมาตรา 157

ตามนี้จะเห็นว่า "มหาเถรสมาคม" หมดไพ่ในมือแล้ว เพราะเปิดหมดทุกใบ เทหน้าตักให้ธัมมชโย ขณะที่รัฐบาลยังเหลือไพ่อีกตั้งหลายใบ แถมยังเป็นไพ่ที่มีแต้มเหนือกว่าในทุกๆ ด้าน เปิดใส่ธัมมชโยก็ได้ (คลองจั่น-บิดเบือนพระธรรมคำสอนออนไลน์) เปิดใส่สมเด็จช่วงก็ได้ (รถหรู-ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่) เปิดใส่มหาเถรสมาคมทั้งคณะก็ได้ (ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่-ม.157) อยู่ที่ว่า "บิ๊กตู่" จะตัดสินใจเลือกไพ่ "หน้าใหญ่" หรือ "หน้าเล็ก" หรือจะ..ล้างหน้าไพ่ ใช้ ม.44 !

 

 

 

ดีเอสไอเตรียมแถลงกรณีรถหรูสมเด็จช่วงวันที่ 18 กุมภาพันธ์

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมืองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบรถเบนซ์จดประกอบ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ที่มีชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้ครอบครองว่าใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว รอเพียงผลตรวจทางเอกสารบางส่วน คาดว่าจะสรุปได้ภายในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ โดยจะเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดพร้อมพยานหลักฐานที่มาที่ไปของการนำเข้า เพื่อให้เกิดความชัดเจนกับสังคม

ขณะที่มีรายงานข่าวแจ้งว่าการสรุปผลตรวจสอบของดีเอสไอ จะเป็นการสรุปถึงกระบวนการจดประกอบทั้งหมดว่า ดำเนินการโดยบุคคลใด อย่างไร และซื้อมาจากกลุ่มหรือขบวนการใด ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งหากพบรถดังกล่าวมีกระบวนการไม่ถูกต้องหรือเลี่ยงภาษี ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของรถจะต้องพิสูจน์เจตนาว่า มีส่วนรู้เห็นกับการได้มาซึ่งของผิดกฎหมายหรือไม่

 

 

ที่มา  : แนวหน้า  :  11 กุมภาพันธ์ 2559

 

 

 

 

จดหมายผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัย "ปาราชิก" ธัมมชโย

กดที่ภาพเพื่อชม

 

 

รถเก่าแล้ว วิ่งไม่ได้ แต่คนวิ่งกันขวักไขว่

ปล. อย่าแย่งพวงมาลัย !

 

 

รวมข่าวตั้งสังฆราช

 

ข่าวเจ้าคุณเสนาะมรณภาพ

 


 

กดที่ภาพเพื่อชม

 

 

 

อ่านข่าวเก่า ที่เคยนำเสนอใน อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557 : 2558 : 2559

 

 

 

 

 

 

มุมมองของพระมหานรินทร์

 

 

AND MORE.. กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความอื่นๆ

 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

กดที่ภาพเพื่อเข้าชมนานาสาระ จาก อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

 

เรายินดีน้อมรับความเห็นและคำแนะนำจากทุกท่าน

EDITER : PEESANG2555@HOTMAIL.COM

 


ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DR. LAS VEGAS NV 89121 U.S.A. 702-384-2264