LAST UPDATE : JULY  06  2015  06:00 A.M.  PACIFIC TIME

 

 

 

บอกกล่าวข่าวของดี

พระสมเด็จ ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ รุ่นแรก

กดที่ภาพเพื่อชม

 

ภาพหมู่งานอายุวัฒนมงคล 90 ปี หลวงตาชี
(กดที่ภาพเพื่อชม)

ภาพหมู่ การประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาด 4000 PX)

 

 

ชุดภาพชุดการประชุมใหญ่สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ตามลิงค์ด้านล่าง

 

 

หยันการศึกษาสงฆ์ลาม !

พระสงฆ์ไทยทั่วโลกเริ่มจับกลุ่มเสวนาการศึกษาสงฆ์

หลังสมาชิก สนช. กล่าวหาว่า พระอยู่ฟรี กินฟรี และเรียนฟรี

แถมที่เรียนก็ไม่ใช่พุทธ แต่ใช้ผ้าเหลืองเอาเปรียบสังคม ฯลฯ

 

วันก่อน บรรดาเปรียญลาพรตระดับแนวหน้า นับตั้งแต่ ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณ ผศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ฯลฯ รวมทั้ง "พระราชญาณกวี" วัดพระรามเก้ากาญจนาภิเษก ก็พร้อมเพรียงเรียงหน้า ออกมาการันตีว่า "การศึกษาของสงฆ์ไทยมาถูกทางแล้ว" และเชื่อมั่นว่าเป็นคุณมากกว่าเป็นโทษ ตามโบราณภาษิตว่า "รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม" พวกขี้เกียจเรียนต่างหากที่ต้องประณาม ส่วนคนขยันนั้นต้องให้กำลังใจ

12 กรกฎาคม ศกนี้ องค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร (อังกฤษ ไอร์แลนด์เหนือ สก็อตแลนด์ และเวลส์) จะจัดงานเสวนาว่าด้วยการศึกษาของพระสงฆ์ไทย ในหัวข้อ "การศึกษาของพระสงฆ์ช่วยสังคมอย่างไร" เพื่อเป็นการประกาศให้ทราบว่า พระสงฆ์นอกจากจะไม่เป็นตัวถ่วงของสังคม ไม่ได้เอาเปรียบสังคมแล้ว ก็ยังมีส่วนช่วยเหลือเกื้อกูลสังคมไทยอย่างสำคัญ บางทีนั้นถึงขนาดสึกออกมาช่วยชาติก็มี นี่ถ้ามีแต่วิชาพระอย่างเดียวคงช่วยไม่ได้

ใครอยู่ในอังกฤษและประเทศใกล้เคียงก็ไปเด้อ !

 


 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
7 กรกฎาคม 2558


 

ปล่าปลดเจ้าอาวาส !

สำนักพุทธฯแจงแทนเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี

กรณีออกคำสั่งให้เกณฑ์คนเข้าวัดไม่ต่ำกว่า 50 คน

หากทำไม่ได้ก็จะเชือดเจ้าอาวาส !

อา..ณ บัดนี้ เจ้าคณะพระสังฆาธิการทั่วไทยแลนด์ต่างร้อนๆ หนาวๆ เมื่อเห็นเจ้าคณะจังหวัดราชบุรีถูกพักงานยาว และอาจจะยาวไปจนเกษียนอายุโน่นเลย บัดนี้มีสภาพไม่ต่างไปจากเจ้าคุณเสนาะเท่าใดนัก เจ้าคุณผ่อง เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งอยู่ในภาคเดียวกันจึงร้อนก้นก่อนเพื่อน ต้องรีบทำอะไรซักอย่าง เพื่อให้ทางเจ้าคณะภาคและสมเด็จวัดปากน้ำเห็นว่า "ไม่ได้นิ่งเฉย แต่ทำงานตัวเป็นเกลียว" และนั่น คำสั่ง "คาดโทษเจ้าอาวาสที่มีประชาชนมาวัดไม่ถึง 50 คนต่ออาทิตย์" จึงตามมา ถามว่าทำถูกหรือไม่ ? คำตอบก็อยู่ที่ว่าจะมองจากมุมไหน ดังสำนวนไทยว่า "ถูกใจอีแร้ง ไม่ถูกใจอีกา ถูกใจครูบา แต่ไม่ประทับใจเณรน้อย" นั่นแหละ เอวัง !

 

 

"ลงเรือแป๊ะ ต้องทำตามแป๊ะ"

พระวชิรธรรมคณี (ผ่อง สุวีโร ป.ธ.5)

เจ้าอาวาสวัดหนองจอก เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี

 


 

ท่องคาถาเดียวกัน
"มันเป็นกุศโลบาย"
ชยพล พงษ์สีดา รอง ผอ.สำนักพุทธฯ

ว่าแต่ช่วงนี้ นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักพุทธฯ หายหน้าหายตาไปไหน  วันก่อนก็ไม่เห็นตามนายสุวพันธุ์ไปภาคเหนือ วันนี้ก็ให้นายชยพล รอง.ผอ. ออกมาให้ข่าวอีก ไม่สบายหรือว่าป่วยการเมือง หรือว่าถูกบิ๊กตู่สั่งพักงานไปแล้ว !

 

 

 

สนง.พระพุทธแจงประกาศ "คนเข้าวัดน้อยจะปลดเจ้าอาวาส" ไม่มีการปลดแค่ส่งเสริมคนเข้าวัด

จากเหตุการณ์ในโลกออนไลน์ที่มีการเผยแพร่หนังสือประทับตราด่วน เรื่อง "คนเข้าวัดไม่ถึง 50 คน จะมีปลดเจ้าอาวาส" ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหลากหลาย ล่าสุด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติชี้แจงว่าประกาศนี้ไม่ได้มีความต้องการปลดเจ้าอาวาสจริง แต่เป็นเพียงการสร้างกุศโลบายให้คนเข้าวัดมากขึ้นเท่านั้น

วันนี้ (6 กรกฎาคม) นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์มติชนออนไลน์ โดยกล่าวว่า เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี ในฐานะผู้ประกาศคำสั่งดังกล่าว ไม่ได้มีความต้องการในการปลดเจ้าอาวาส ในกรณีที่มีคนเข้าวัดไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนดแต่ท่านมีเจตนาในการชักชวนให้คนเข้าวัดมากขึ้น เสมือนเป็นการรณรงค์ให้คนทำตามประเพณีอันดีงามมากกว่า หรือจะเรียกว่าเป็น "กุศโลบาย" ก็ได้

นายชยพล ระบุต่อว่า กรณีที่มีการโยงเรื่องชักชวนให้คนมาเข้าวัด ไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทางธุรกิจหรือการทำยอดนั้น ขอยืนยันชัดเจนว่าไม่ได้มีความต้องการในลักษณะนั้น เพราะว่าการชักชวนให้คนเข้าวัดไม่ได้เกี่ยวกับเงิน เราไม่ได้ต้องการให้คนมาทำบุญ หรือมาบูชาช่อฟ้า แต่ที่เราต้องการคือมาฟังเทศน์ ฟังธรรม มารับธรรมะ ซึ่งมันก็จะไปสนับสนุนตัวโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ด้วย

"และที่มีการพูดถึงกันมากในระยะหลังว่า คนมาเข้าวัดน้อยลง อันนี้ผมไม่เห็นด้วยนะ ผมคิดว่ามากขึ้นด้วยซ้ำไป แต่คือในยุคนี้เรามีการพูดถึง หรือสื่อสารกันอยู่ตลอดว่าน้อยลง ซึ่งในความเป็นจริง ผมว่ามันไม่ได้น้อยลง เราก็ยังอยู่ในระดับเดิมนะ" นายชยพล กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึง "กุศโลบาย" ในการชักชวนคนให้เข้าวัดมีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง นายชยพล เปิดเผยว่า ในอดีตนั้นวัดเป็นศูนย์กลางในการทำกิจกรรมร่วมกันในชุมชน แต่ในปัจจุบันมันมีความเปลี่ยนแปลงไป กล่าวคือ ในสมัยก่อนวัดเป็นศูนย์กลางในหลายๆ ด้าน เช่น ประเพณี วัฒนธรรม การประกอบอาชีพ การจัดการประชุม ฯลฯ แต่ทีนี้เมื่อรูปแบบทางสังคมเปลี่ยนไปการทำกิจกรรมร่วมกันในชุมชนก็เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆ เช่น การประชุมก็ไปประชุมกันในส่วนของราชการอย่างใน อบต. หรือการจัดงานรื่นเริงในชุมชนช่วงหลังก็เริ่มไม่จัดกันในวัดแล้ว เพราะว่าบางทีก็เป็นวัดเองที่ไม่อยากให้ไปจัด

“จากประกาศนี้จึงเป็นการชักชวนให้ผู้คนกลับเข้ามาหาวัด กลับเข้ามาหาธรรมะมากขึ้น เพื่อความสมานฉันท์ของคนในชาติ พร้อมกันนั้นยังสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และอีกอย่างทางคณะสงฆ์ก็เห็นว่า หากเรานับถือศีล 5 กันหมด มันก็จะเกิดการปรองดองโดยปกติอยู่แล้ว เพราะศีล 5 บอกชัดเจนว่าไม่ให้เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ไม่ให้เบียดเบียนทรัพย์ ไม่ให้เบียดเบียนชีวิต ไม่ให้โกหกมดเท็จอะไรทั้งนั้น มันจึงเป็นการปรองดองโดยรูปแบบของมันอยู่แล้ว” นายชยพล กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับหนังสือประทับตราด่วนที่ออกจากสำนักงานเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี โดยส่งถึงเจ้าคณะอำเภอในเขตปกครอง เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2558 ข้อความในหนังสือระบุว่า โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ที่เกิดจากความประสงค์ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่มีความต้องการเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติให้เกิดความสงบสันติสุขและความสามัคคี โดยให้พุทธศาสนิกชนยึดหลักศีล 5 มาปฏิบัติตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ในประกาศระบุต่อว่า การขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ พร้อมทั้งมีสถิติเปิดเผยด้วยว่า ยังมีคนมาทำบุญที่วัดประจำไม่ถึง 50 คน จึงขอให้เจ้าคณะในแต่ละอำเภอเร่งตรวจสอบว่าในพื้นที่มีวัดไหนที่มีคนเข้าวัดไม่ถึง 50 คน โดยจะออกคำสั่งตำหนิโทษเป็นเวลา 3 เดือน และถ้าพระสังฆาธิการที่ถูกตำหนิโทษยังไม่ดำเนินการตามมติของมหาเถรสมาคม จะให้เจ้าคณะผู้ปกครองทำเรื่องเพื่อปลดพระสังฆาธิการรูปนั้น ด้วยเหตุที่ขัดมติของมหาเถรสมาคม รวมถึงไม่สนองงานของคณะสงฆ์จังหวัด ในโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ด้วย เพราะว่าโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เป็นโครงการตามมติของมหาเถรสมาคม พระสงฆ์จะขัดข้องมิได้ เพราะมติของมหาเถรสมาคมเปรียบได้กับกฎหมาย ผู้ใดขัดหรือไม่ปฏิบัติตามถือว่าขัดต่อ พ.ร.บ.คณะสงฆ์

 

ข่าว : มติชน
7 กรกฎาคม 2558


 

80 พรรษา ดาไล ลามะ !

ตัดเค๊กกลางเมืองสหรัฐอเมริกา

ขัดตาจีนแดงสุดๆ

 

 

ดาไล ลามะ องค์ประมุขทางจิตวิญญาณของทิเบต ซึ่งก็เป็นประมุขทาง "จิตวิญญาณ" สมฉายา เพราะว่าเป็นประมุขไร้บัลลังก์ เมื่อต้องยกพลหนีการยึดครองของจีนจากทิเบตเขตอำนาจพิเศษ ลี้ภัยการเมืองไปอยู่ที่ "ธรรมศาลา" ในอินเดีย ตั้งแต่ปี พ.ศ.2502 ส่งผลให้สัมพันธภาพทางการเมืองระหว่างจีนกับอินเดียต้องร้าวฉาน จากนั้น สหรัฐอเมริกาพี่ใหญ่ค่ายประชาธิปไตยก็เข้า "อุ้ม" ดาไลลามะ ให้สะบัดผ้าจีวรใส่หน้าจีนคอมมิวนิสต์ ส่งตั๋วเครื่องบินให้บินเข้าไปนั่งจีบจู๋จี๋ถึงในทำเนียบขาว มอบโล่มอบรางวัลสารพัด เหมือนชนะการแข่งขันโอลิมปิกยังงั้นแหละ แน่นอนว่าจีนต้องงอนให้อเมริกา ดาไลลามะเคยได้รับทูลเชิญให้มาเมืองไทย พอจีนกระแอมกระไอใส่นิดหน่อย รัฐบาลไทยก็ตกใจถอย ยกเลิกการเชิญ ปัจจุบัน ดาไล ลามะ ยังคงเป็น "อาวุธ" ทางการเมืองอันทรงพลังยิ่ง ที่สหรัฐอเมริกาใช้เป็นโลโก้ทางคุณธรรมต่อสู้กับจีน

เดือนธันวาคม ปีกลาย องค์ดาไล ลามะ ประกาศว่า "จะไม่มีการตั้งดาไลลามะองค์ต่อไป" หมายถึงว่า พระองค์จะทรงเป็นดาไลลามะองค์สุดท้ายของทิเบต ทั้งนี้มีการปูพื้นฐานทางการเมือง ให้มีการเลือกตั้งผู้นำของทิเบตจากประชาชนทั่วไป เหมือนจะแยกศาสนาออกจากการเมือง ก่อนจะทรงประกาศเป็นดาไลลามะพระองค์สุดท้าย

ปีนี้ ดาไล ลามะ พระชนมายุ 80 พรรษาแล้ว ทุกอย่างก้าวต่อจากนี้ไป หมายถึงการเดินทางไปสู่ "จุดสุดท้าย" ขององค์ดาไล ลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของทิเบต และบุคคลสำคัญของโลก หากทรง

หยุดเดินเมื่อไหร่ โลกต้องหยุดไว้อาลัยอย่างท่วมท้นเมื่อนั้น

วิกฤตของทิเบต เปิดโอกาสให้องค์ดาไล ลามะ ปรากฏพระองค์ต่อสังคมอินเตอร์ ยิ่งเมื่อถูกฉายโดยไฟในโรงภาพยนต์ฮอลลีวูด ก็ยิ่งเฉิดฉาย ทรงกลายเป็น "นักบวชพระพุทธศาสนานัมเบอร์วัน" เทียบได้กับ "พระสันตปาปา" แห่งนครรัฐวาติกัน นั่นทีเดียว หาไม่แล้ว องค์ดาไล ลามะ ก็อาจจะเป็นเพียง "ประมุขแห่งรัฐทิเบต" ซึ่งทั้งไกลและยากจน จนคนทั่วไปไม่มีใครรู้จัก

สรรพสิ่งมีเกิด มีทรงอยู่ และมีสลาย เพียงแต่จะกลายพันธุ์เป็นรูปแบบใดเท่านั้น

ก็ไม่รู้ว่า กับสถานะที่โดดเด่นในวันนี้ องค์ดาไล ลามะ จะทรงขอบพระคุณ "จีน" หรือ "สหรัฐอเมริกา" มากกว่ากัน หรือว่าเพื่อความเป็นธรรม ก็ต้องขอบพระคุณเสมอกัน เพราะถ้าวันนั้นจีนไม่ขับไล่ ก็คงไม่ได้ไปอเมริกา

 

HAPPY BIRTHDAY

 

 

 

ดาไล ลามะ อายุครบ 80 ปี


„
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองอนาไฮม์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ก.ค.ว่าดาไล ลามะ ผู้นำทางจิตวิญญาณของทิเบต ฉลองวันคล้ายวันเกิดอายุครบ 80 ปี ระหว่างเข้าร่วมการประชุมระดับนานาชาติเรื่องความเมตตา ที่ศูนย์การประชุมฮอนด้า ในเมืองอนาไฮม์ เมื่อวันอาทิตย์ ท่ามกลางผู้เข้าร่วมการประชุมราว 18,000 คนซึ่งปรบมือดังกึกก้อง

เมื่อคณะผู้จัดงานนำเค้กวันเกิดสูงราว 2 เมตร และติดแผ่นตัวเลข "80" เป็นสีทอง มามอบให้แก่ดาไล ลามะ ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ในฐานะองค์ปาฐกพิเศษ นอกเหนือจากดาไล ลามะ ซึ่งเป็นผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เมื่อปี 2532 ยังรวมถึง โจดี วิลเลียมส์ นักสิทธิมนุษยชนชาวอเมริกัน เจ้าของรางวัลโนเบลาสาขาสันติภาพ เมื่อปี 2540 แลร์รี คิง พิธีกรรายการทอล์คโชว์ชื่อดัง เอ็มซี แฮมเมอร์ เอเรียนนา ฮัฟฟิงตัน จอช แรดนอร์ และวิลเมอร์ วัลเดอร์รามา

จวบจนถึงปัจจุบันรัฐบาลจีนยังคงเชื่อว่า ดาไลา ลามะ พยายามแยกทิเบตออกจากการอยู่ภายใต้การปกครองของแผ่นดินใหญ โดยประณามดาไล ลามะ ว่าเป็น "จิ้งจอกในผ้าเหลือง" ขณะที่รัฐบาลพลัดถิ่นของทิเบตลี้ภัยอยู่ที่เมืองธรรมศาลา ในรัฐหิมาจัลประเทศ ทางตอนเหนือของอินเดีย

 

ข่าว : เดลินิวส์
6 กรกฎาคม 2558


 

เกณฑ์คนเข้าวัดรักษาศีลห้า !

ถ้าทำได้ไม่ถึง 50 คน ก็ปลดเจ้าอาวาส

เพชรบุรีสนองงานคณะสงฆ์สุดๆ

 

อา..แบบว่าถ้าจะสร้างผลงานให้เข้าตามหาเถรสมาคม ตามสูตร "ลงเรือแป๊ะ ต้องตามใจแป๊ะ" โดยเฉพาะแป๊ะวัดปากน้ำ ก็ต้องเด็ดขาดแบบเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรีนี่แหละครับ โดนใจสุดๆ ก่อนหน้านี้เจ้าคณะจังหวัดราชบุรีก็โดนเชือดให้ลิงเพชรบุรีดูแล้ว หากปลดเจ้าอาวาสครบทุกวัดในจังหวัดเพชรบุรีแล้ว ก็นิมนต์ "ปลดตัวเอง" ด้วยนะครับท่าน เพราะนั่นแสดงว่าเจ้าคณะจังหวัดก็ไม่ได้เรื่อง !

 

 

 

โชว์ชัวร์ ๆ

 

 

ว่อนเน็ตคนเข้าวัดไม่ถึง 50 ปลดเจ้าอาวาส เจ้าคณะเมืองเพชรลั่นสั่งจริง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีการเผยแพร่หนังสือประทับตราด่วน ที่ออกจากสำนักงานเจ้าคณะจังหวัด (จจ.) หนึ่งในภาคกลาง วันที่ 22 มิถุนายน 2558 ส่งถึงเจ้าคณะอำเภอในเขตปกครองผ่านสังคมออนไลน์ ข้อความในหนังสือระบุว่า

ด้วยการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เจ้าคณะจังหวัดได้มีคำสั่งให้พระสังฆาธิการทุกระดับรีบดำเนินการ แต่เท่าที่ติดตามดูการขับเคลื่อนของแต่ละวัด ส่วนมากได้ตระหนักในหน้าที่ และช่วยดำเนินการเป็นที่น่าพอใจ แต่ยังมีอีกหลายวัดที่ไม่มีชื่อวัดปรากฏ และอีกหลายวัดที่มีชื่อวัดปรากฏ แต่สถิติคนมาทำบุญที่วัดประจำไม่ถึง 50 คน

จึงขอให้เจ้าคณะอำเภอตรวจสอบว่าในอำเภอที่ปกครอง มีวัดไหนบ้างที่มีคนมาทำบุญที่วัดประจำไม่ถึง 50 คน ถ้าเป็นวัดของเจ้าคณะตำบล ให้เจ้าคณะอำเภอออกคำสั่งตำหนิโทษเป็นเวลา 3 เดือน และถ้าพระสังฆาธิการที่ถูกตำหนิโทษยังไม่ดำเนินการตามมติของมหาเถรสมาคม (มส.) อีก

ให้เจ้าคณะผู้ปกครองทำเรื่องเพื่อเสนอขอปลดพระสังฆาธิการรูปนั้น และให้เจ้าคณะจังหวัดออกคำสั่งปลดออกจากตำแหน่ง ด้วยเหตุขัดมติ มส.และไม่สนองงานคณะสงฆ์จังหวัดฯ ในโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5" ปรากฏว่ามีทั้งพระสงฆ์ และฆราวาส เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข้อความหนังสือฉบับดังกล่าวมากมายถึงความไม่เหมาะสม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เกิดจากความประสงค์ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ต้องการเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติให้เกิดความสงบสันติสุขและความสามัคคี โดยให้พุทธศาสนิกชนยึดหลักศีล 5 มาปฏิบัติตามกรอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

จากนั้นได้นำเข้าที่ประชุม มส.และออกเป็นมติ มส. ครั้งที่ พิเศษ/2557 เรื่องความเห็นชอบโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล 5 และออกเป็นระเบียบ มส.ว่าด้วยการดำเนินงานโครงการหมู่บ้านศีล 5 พ.ศ.2557 โดยอาศัยอำนาจตามความ 15 ตรี แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 มีผลบังคับใช้ วันที่ 18 มิถุนายน 2557 หลังจากนั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จึงได้สนองงานโดยการร่วมขับเคลื่อนการดำเนินโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 และถือว่าโครงการนี้มาจากมติของ มส.ผู้ใดขัด หรือไม่ปฏิบัติตาม ถือว่าขัดต่อ พ.ร.บ.คณะสงฆ์

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีคำสั่งจากพระพรหมเวที (สุเทพ ผุสฺสธมฺโม) เจ้าคณะภาค 15 เจ้าอาวาสวัดพระปฐมเจดีย์ สั่งพักงานพระธรรมปัญญาภรณ์ (ไพบูลย์ ชินวํโส) เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ ด้วยสาเหตุที่อ้างว่าไม่สนองงานในการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 โดยไม่สืบสวนใดๆ และหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ได้กล่าวสัมโมทนียกฐาในงานมอบป้ายหมู่บ้านรักษาศีล 5 ที่วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ว่าโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 เป็นโครงการตามมติของ มส.พระสงฆ์ขัดข้องมิได้ เพราะมติ มส.เปรียบได้กับกฎหมาย หากเพิกเฉยอะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่อาจทราบได้

ด้านพระวชิรธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี เจ้าอาวาสวัดหนองจอก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี เปิดเผยว่า ประกาศเจ้าคณะจังหวัดฉบับลงวันที่ 22 มิถุนายน 2558 ได้เป็นผู้ออกประกาศถึงเจ้าคณะอำเภอในเขตปกครองคณะสงฆ์ในจังหวัดเพชรบุรีจริง เพื่อขานรับนโยบายของมหาเถรสมาคมที่ต้องการให้วัดต่างๆ ชักชวนให้พุทธศาสนิกชนหันมาเข้าวัดมากขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ชาวพุทธในประเทศเราเคยเรียกร้องให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ แต่เราไม่เคยมีฐานข้อมูลที่ชัดเจนว่ามีผู้เลื่อมใสศาสนาเรามากน้อยเพียงใด

"ส่วนที่กำหนดว่าให้แต่ละวัดหาคนเข้าวัดให้ได้อย่างน้อย 50 คนอาตมาเป็นผู้กำหนดเอง จะได้ 50 คนหรือไม่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ อาตมามองว่าถ้าแต่ละวัดหาคนเข้าวัดได้น้อยกว่า 50 คนก็แย่แล้ว แต่วัดไหนทำไม่ได้ก็ไม่ได้ไปเคร่งครัดอะไร เป็นกุศโลบายที่ต้องการให้คนเข้าวัดเพื่อเข้าถึงธรรมะกันมากขึ้น ฝึกทำบุญสร้างกุศลกันมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ถ้าวัดแต่ละวัดไม่ออกแรงกระตุ้น ก็ไม่มีการขับเคลื่อน อาตมาได้ขอให้เจ้าอาวาสและพระในวัดต่างๆ ช่วยกันคุยกับญาติโยมเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนในเรื่องนี้"

เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรีกล่าวต่อว่า การออกคำสั่งตำหนิโทษก็ไม่ได้มีเจตนาตำหนิโทษจริงๆ เพียงแค่อยากกระตุ้นให้วัดในจังหวัดร่วมด้วยช่วยกันเท่านั้น เนื่องจากเจ้าอาวาสหลายวัดไม่กระตือรือร้นและไม่สนใจในเรื่องนี้เท่าที่ควร ส่วนถึงขนาดจะปลดออกจากตำแหน่งพระสังฆาธิการคงไม่ทำกันถึงขั้นนั้น เพราะการจะปลดมิใช่กระทำกันโดยง่าย ต้องมีเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอเสนอขึ้นมาให้เจ้าคณะจังหวัดพิจารณา มีหลายขั้นตอนที่เป็นรายละเอียด เมื่อตนในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปรารภขอร้องอย่างนี้แล้วก็ควรที่จะสนองบ้าง เป็นเจตนาดี อย่าได้มองในแง่ลบ

"ก่อนหน้านี้อาตมาเคยออกประกาศไปครั้งหนึ่งแล้ว สั่งให้วัดต่างๆ ขับเคลื่อนในเรื่องนี้มาแล้ว ให้แต่ละวัดเชิญชวนญาติโยมกรอกข้อมูล มีบัตรประชาชนเป็นหลักฐาน จัดทำข้อมูลคนเข้าวัดลงในอินเตอร์เน็ต วัดต่างๆ ให้ความร่วมมือจากเดิมฐานตัวเลขคนเข้าวัดทั้งจังหวัดจริงๆ มีแค่ 260 คน ขณะนี้เพิ่มมากขึ้นเป็น 37,000 กว่าคนแล้ว อาตมาเห็นว่าได้รับการสนองตอบในทางที่ดี ส่วนถึงขนาดจะปลดพระสังฆาธิการที่ไม่สนองตอบคำสั่ง คงไม่ทำถึงขนาดนั้น สิ่งที่ทำเป็นเพียงแค่กุศโลบายและสนองนโยบายของมหาเถรสมาคม" พระวชิรธรรมคณีกล่าว

 

ข่าว : มติชน
5 กรกฎาคม 2558


 

หลวงพ่อสะอาด-เจ้าคุณสายัณห์ !

จ่อขึ้นเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่-พะเยา

วัดฝีมือบริหารบุคคลากร ภาค 6 VS ภาค 7

 


 

พระเทพปริยัติ (สะอาด ขนฺติโก ป.ธ.7)
เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด รองและรักษาการเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่

 

 

พระราชปริยัติ (สายัณห์ อรินฺทโม ป.ธ.9)
วัดศรีโคมคำ รองและรักษาการเจ้าคณะจังหวัดพะเยา

 

ข่าวจากคณะสงฆ์ภาค 6 และภาค 7 ในเขตการปกครองหนเหนือ รายงานว่า หลังจากพระเทพโกศล (สังวาลย์ พฺรหมฺวณฺโณ ป.ธ.6) วัดศรีโสดา เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ได้เกษียนอายุลงในเดือนเมษายน 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งทางพระพรหมเสนาบดี เจ้าคณะภาค 7 ได้ตั้งให้ พระเทพปริยัติ (สะอาด ขนฺติโก ป.ธ.7) วัดเจ็ดยอด รองเจ้าคณะจังหวัด ขึ้นรักษาการแทน ขณะเดียวกัน เมื่อพระเทพญาณเวที (ศรีมูล มูลสิริ ป.ธ.6) วัดศรีอุโมงคำ เจ้าคณะจังหวัดพะเยา ได้เกษียนอายุลงในเดือนเมษายนที่ผ่านมาเช่นกัน และพระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค 6 ได้ตั้งให้ พระราชปริยัติ (สายัณห์ อรินฺทโม) รองเจ้าคณะจังหวัด วัดศรีโคมคำ ขึ้นรักษาการแทน ทั้งนี้ พระเทพโกศล เกิดวันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2478 และพระเทพญาณเวที เกิดวันที่ 4 เมษายน พ.ศ.2478 จึงเกษียนอายุพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมายมาก่อน

สำหรับพระราชปริยัตินั้น ถือว่าเป็นพระหนุ่มมาแรงที่สุดในภาคเหนือตอนนี้ เพราะมีดีกรีเป็นเณรนาคหลวง จบ ป.ธ.9 ขณะเป็นสามเณรในปี พ.ศ.2536 ในสำนักเรียนวัดบพิตรพิมุข กรุงเทพมหานคร ปัจจุบันมีอายุเพียง 45 ปี ก็จ่อขึ้นครองตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดพะเยาแล้ว รักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี ก็มีโอกาสไปไกลถึง "รองสมเด็จ" ตามรอยหลวงพ่อพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ แห่งวัดพระเจ้าตนหลวงในปัจจุบัน

ส่วนพระเทพปริยัติ (สะอาด ขนฺติโก) นั้น ก็ถือว่ามีดีกรีสูง เพราะเป็นเปรียญธรรม 7 ประโยค  รู้จักกันดีในแวดวงสงฆ์เมืองเชียงใหม่ สมัยที่ท่านได้รับแต่งตั้งเป็น "พระครูประสิทธิพุทธศาสน์" สังกัดวัดพันตอง ของพระโพธิรังษี (บุญศรี พุทฺธิญาโณ) รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ในอดีต  ปัจจุบันได้ครองวัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง ซึ่งเป็นสถานที่ทำสังคายนาครั้งแรกในเขตประเทศไทย หลวงพ่อสะอาดถือว่ามีอาวุโสสูงสุดในบรรดาพระเถระในจังหวัดเชียงใหม่ในปีนี้ ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด

 

 

สองผู้ยิ่งใหญ่ในหนเหนือ

ซ้าย : พระวิสุทธิวงศาจารย์ (เจ้าคุณวิเชียร) เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ วัดปากน้ำ

ขวา : พระพรหมเสนาบดี (เจ้าคุณพิมพ์) เจ้าคณะภาค 7 วัดปทุมคงคา

 

แต่อย่างไรก็ตาม ในการแต่งตั้ง "รองเจ้าคณะภาค 7" ที่ผ่านมา ถือว่าแย่มาก พอๆ กับการตั้งเจ้าคุณสายชลเป็นเจ้าคณะภาค 1 ของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เพราะพระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.7) วัดปทุมคงคา ได้เสนอตั้ง "พระปิฎกโกศล-นิกร มโนกโร ป.ธ.9" พระราชาคณะชั้นสามัญ อายุเพียง 51 ปี พรรษา 21 ขึ้นดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาคสำคัญเป็นอันดับสองของประเทศไทย โดยความเห็นชอบของพระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ ป.ธ.9) เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ วัดปากน้ำ ซึ่งเกิดปฏิกิริยาในการยอมรับจากพระสงฆ์ในสามจังหวัดภาค 7 คือ เชียงใหม่ ลำพูน และแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้เพราะพระปิฎกโกศลก็เป็น "เลขานุการเจ้าคณะภาค 7" ของพระวิสุทธิวงศาจารย์ แถมยังเป็นคนสุพรรณบ้านเดียวกันอีกด้วย ถือย่ามตามก้นเจ้าคุณวิเชียรอยู่หลัดๆ ก็เรียนลัดกระโดดค้ำถ่อขึ้นครองตำแหน่งรองเจ้าคณะภาคแบบข้ามอาวุโสไปทั้งสามจังหวัด ทำให้สังคมสงฆ์ในภาคเหนือมองเห็นว่า วัดปากน้ำคิดจะสืบทอดอำนาจการปกครองในภาค 7 ไว้ไม่ยอมปล่อย จึงได้ตั้งพระวัดปากน้ำเข้ากินตำแหน่งอย่างต่อเนื่อง เหมือนในภาค 7 ไม่มีพระที่มีความรู้ความสามารถอย่างนั้นแหละ (สมเด็จช่วงยกเก้าอี้หนเหนือให้เจ้าคุณวิเชียรๆ ก็ยกเก้าอี้ภาค 7 เก่าให้มหานิกรนั่งต่อ เอาเจ้าคุณพิมพ์มาขัดตาทัพเสียคนหนึ่ง โดยเจ้าคุณพิมพ์ได้ตอบแทนบุญคุณวัดปากน้ำเสนอชื่อมหานิกรขึ้นเป็นรองภาค เล่นเก้าอี้ดนตรีกันอยู่ไม่กี่รูป) แต่เพราะปัจจุบัน สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ได้เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และพระวิสุทธิวงศาจารย์ รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ก็ได้เป็นเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ  ซึ่งทั้งสองรูปมีอำนาจสูงสุดในคณะสงฆ์ไทย จึงไม่มีใครในภาค 7 กล้าคัดค้าน เพราะตำแหน่งและยศศักดิ์ต่างๆ ต้องขอผ่านวัดปากน้ำทั้งสิ้น ดังนั้น สู้นิ่งไว้ไม่ดีกว่าหรือ ไม้ซีกงัดไม้ซุงงัดยังไงก็ไม่มีทางชนะ เพราะพระสงฆ์ต่างจังหวัดคิดกันแบบนี้ จึงต้องเป็นทาสสมยอมของพระสงฆ์ต่างจังหวัดที่ไปชุบตัวเองเป็นพระกรุงเทพฯ อย่างไม่มีวันได้เป็นอิสระ ความจริงแล้วอำนาจในการปกครองนั้น เป็นของพระสงฆ์ในท้องถิ่น แต่พระท้องถิ่นกลับยอมยกอำนาจนั้นให้แก่พระต่างถิ่น ซึ่งไปหากินในเมืองกรุง ทั้งๆ ที่พระเมืองกรุงก็มาจากบ้านนอกเหมือนกัน ทำนองปีวอกหลอกพี่ พระไทยเหมือนกัน อยู่บ้านนอกได้เป็นวอก ครั้นไปอยู่เมืองกรุงกลับได้เป็นลิง เป็นเรื่องจริงที่แปลกประหลาดในโลกใบนี้

แน่นอนว่า เจ้าคุณนิกร (ปิฎกโกศล) เป็นคนเก่ง เพราะจบเปรียญเก้า แต่อายุพรรษายังน้อย ไม่สามารถนับภูมิเป็นเถระที่จะปกครองระดับเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ได้ เหตุผลเดียวที่ทางวัดปากน้ำและวัดปทุมคงคาอ้างก็คือ "ต้องการคนหนุ่มมาบริหาร" แต่ครั้นถึงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าคุณวิเชียรกับเจ้าคุณพิมพ์ กลับหันไปนับคุณสมบัติ "อาวุโส" แทน ก็เป็นเรื่องสองมาตรฐานในวงการสงฆ์ภาค 7 ในปัจจุบัน เกียรติประวัติวัดปากน้ำจะพังหรือไม่ ก็ต้องดูผลงานการตั้งครั้งนี้แหละ

จึงต้องจับตามองว่า ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่จะออกมารูปแบบใด จะเหมือนหรือแตกต่างจากตำแหน่ง "รองเจ้าคณะภาค 7" หรือไม่ งานนี้วัดฝีมือเจ้าคุณพิมพ์อีกครั้ง ถ้าครั้งนี้เหลวก็คงต้องเตรียมตัวกลับกรุงเทพฯ เป็นการถาวร

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
4 กรกฎาคม 2558


 

สุวพันธุ์ฟิตจัด !

ลงพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

พบเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่-เชียงราย

ไม่ทราบว่าไปหยั่งเสียงเรื่องปฏิรูปพระพุทธศาสนาหรือเปล่า แต่ดูๆ แล้วน่าจะใช่ เพราะเจาะจงไปพบเฉพาะ "เจ้าคณะจังหวัด" ซึ่งเป็นฝ่ายปกครอง ทั้งธรรมยุตและมหานิกายเท่านั้น นอกนั้นไปวัดอะไรก็ไม่รู้ มีธรรมเนียมเมืองเหนือว่า "ไปเชียงใหม่ แต่ไม่ไปดอยสุเทพ ก็ไม่ถือว่าถึงเชียงใหม่ ไปเชียงราย ถ้าไม่ไปวัดพระแก้ว ก็ไม่ถือว่าถึงเชียงรายเช่นกัน" ดังนั้น การลงพื้นที่ในครั้งนี้จึงถือว่าประหลาด โดยเฉพาะ "นายพนม ศรศิลป์" ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ก็ไม่ได้ไปด้วย ได้แค่หนีบ น.ส.ประนอม คงพิกุล รอง ผอ.สำนักพุทธฯ ไปหิ้วสังฆทานช่วยเท่านั้น

 



 

 

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมวัดและคณะสงฆ์ ในจังหวัดเชียงใหม่

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2558 เวลา 10.00 น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยนางสาวประนอม คงพิกุล รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และนายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่

เดินทางไปยังวัดป่าดาราภิรมณ์ พระอารามหลวง ตำบลริมใต้ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเข้ากราบนมัสการพระโสภณธรรมสาร (ฤทธิรงค์ ญาณวโร น.ธ.เอก) รักษาการเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน และจังหวัดแม่ฮ่องสอน(ธรรมยุต) เจ้าอาวาสวัดป่าดาราภิรมย์ พร้อมทั้งเยี่ยมชมศูนย์หัตถกรรมเมตตานารี มูลนิธิศึษาพัฒนาชนบท ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานฝีมือ โดยเฉพาะผ้าไตรจีวร ที่ใช้วิธีการตัดเย็บเป็นเอกลักษณ์ และเยี่ยมชมมณฑปพระมหาจุฬามณีศรีบรมธาตุ หรือหอแก้ว มณฑปแห่งนี้ถูกสร้างเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างด้านละ 21 เมตร สูง 4 ชั้น มีหลังคาซ้อนกัน 4 ชั้น  ยอดมณฑปเป็นรูปทรงปราสาทเจดีย์ปิดทองคำหุ้มจังโก มีขนาดสูงจากฐานถึงยอดฉัตร 39 เมตร ซึ่งภายในเป็นที่ประดิษฐานพระทันตธาตุ ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ต่อมาเวลา 11.15 น. เข้ากราบนมัสการพระเทพปริยัติ รักษาการเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด และเยี่ยมชมเจดีย์เจ็ดยอด ซึ่งเป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่สำคัญที่สุดของวัด ณ วัดเจ็ดยอดพระอารามหลวง ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ และเดินทางต่อไปยังวัดศรีสุพรรณ ถนนวัวลาย ตำบลหายยา อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ชมการแสดงกลองสะบัดชัย และการฟ้อนรำ โดยนักเรียนของโรงเรียนเทศบาลวัดศรีสุพรรณจัดการแสดงต้อนรับ ต่อมาเข้ากราบนมัสการพระครูพิทักษ์สุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ และเยี่ยมชม “ศูนย์ศึกษาศิลปะไทยโบราณเหล่าสิบหมู่ล้านนาวัดศรีสุพรรณ” จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2550

โดยได้รับความร่วมมือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) และหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อสืบสานมรดกทางภูมิปัญญาของชุมชนให้อยู่สืบไป จากนั้นเยี่ยมชมพระอุโบสถเงินทรงล้านนา ซึ่งเป็นพระอุโบสถหลังแรกของเมืองไทยที่สร้างด้วยโลหะเงินและดีบุก ทดแทนหลังเดิมที่ชำรุดทรุดโทรม โดยฝีมือและภูมิปัญญาของช่างท้องถิ่นที่มีชื่อเสียงด้านเครื่องเงิน เพื่อจรรโลงพระพุทธศาสนา และอนุรักษ์ภูมิปัญญาของชาวบ้าน ด้านนอกพระอุโบสถประดับตกแต่งประดับตกแต่งด้วยหัตถกรรมเครื่องเงินอย่างวิจิตรอลังการ ตั้งแต่หลังคาจนถึงฐาน ด้านหลังเป็นงานดุนลายเล่าเรื่องราวในพุทธประวัติ และความเป็นมาของพระเจ้าเจ็ดตื้อ ด้านในเป็นที่ประดิษฐานพระเจ้าเจ็ดตื้อ และพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก สูง 4 ศอก เนื้อทองสัมฤทธิ์ ฝีมือช่างหลวง องค์สีทอง ตัดกับสีโลหะเงินของพระอุโบสถอย่างสง่างาม

 



 

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมวัดและคณะสงฆ์ ในจังหวัดเชียงราย

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 เวลา 17.00 น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำคณะผู้บริหารของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นำโดยนางสาวประนอม คงพิกุล รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และนายหาญ งามเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงราย เดินทางไปยังวัดพระสิงห์ พระอารามหลวง ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เข้ากราบนมัสการพระเทพสิทธินายก (ชื่น ปญฺญาธโร น.ธ.เอก, ป.ธ.6) เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย และเจ้าอาวาสวัดพระสิงห์ โดยมี นายพงษ์ศักดิ์ วังเสมอ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ให้การต้อนรับ ต่อมารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าพบปะคณะบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนพระปริยัติธรรมในจังหวัดเชียงราย เพื่อรับฟังและแก้ไขปัญหา - อุปสรรคต่างๆ

จากนั้นเดินทางต่อไปยังวัดห้วยปลากั้ง ตำบลริมกก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย กราบนมัสการพระอาจารย์พบโชค (ติสฺสวํโส) เจ้าอาวาสวัดห้วยปลากั้ง พร้อมเยี่ยมชมเจดีย์ 9 ชั้น เป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมจำลอง ที่แกะสลักด้วยไม้ ในแต่ละชั้นยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำชั้นอีกด้วย รวมถึงเยี่ยมชมสถานที่บริเวณวัดโดยรอบ

 

ที่มา :  สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
3 กรกฎาคม 2558


 

เปิดปฏิญญาแอลเอ 2015 !

สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรทั่วโลก

วิสัยทัศน์ใหม่ของมหาเถรสมาคมและพระสงฆ์ไทย

เมื่อรุกอเมริกาจากแนวอื่นไม่ได้ ก็ต้องใช้พระสงฆ์ไทย เพราะปัจจุบัน กิจการพระศาสนาซึ่งผูกพันธ์ทุกองค์กรของไทย มีสาขาอยู่ทั่วโลก ดังนั้น ถ้าหันมาใช้วัดและพระธรรมทูตให้เป็นประโยชน์ ก็จะได้ประโยชน์มหาศาล เป็นการลงทุนที่ "ใช้ทุนน้อย" แต่กำไรกินอย่างไรก็ไม่หมด เพราะวัดไทยในอเมริกาและประเทศอื่นๆ ถือเป็นทรัพย์สินของชาวไทย เป็นทั้งสำนักงานครบวงจร เป็นสถานการศึกษา การเผยแผ่ การสงเคราะห์ รองรับทั้งงานหลวงงานราษฎร์ รัฐบาลและคณะสงฆ์ไทยแทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย เพราะปัจจุบัน ทั้งยุโรป สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา อินเดีย เนปาล ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ ฯลฯ พระสงฆ์ไทยได้เข้าไปตั้งฐานของชุมชุนไทยไว้อย่างแน่นหนาและมั่นคงแล้ว ขอให้ผู้มีอำนาจ "ลงพื้นที่" สำรวจความพร้อม-สร้างนโยบายร่วม แล้วผลักดันงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน รับรองว่าจะสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ ดูแต่เหตุการณ์ "แผ่นดินไหวในเนปาล" สิ พระสงฆ์ไทยรุกเข้าไปทำงานทั้งเลี้ยงชาวบ้านไปจนถึงสร้างบ้านให้อยู่ ยกระดับสมรรถภาพพอๆ กับ "กองทัพ" เพียงแต่รัฐบาลไทยต้อง "ปรับวิสัยทัศน์" เกี่ยวกับพระสงฆ์ไทยทั้งในและนอกเสียใหม่ อย่าคิดเล็กคิดน้อย ทำงานใหญ่ต้องใจใหญ่ ไม่งั้นก็ไปไม่รอด นะบิ๊กตู่นะ เก็บภาษีพระน่ะได้ไม่กี่บาทหรอก หันไปใช้วัดและพระสงฆ์ไทยให้เป็นประโยชน์เถิด แค่หลวงพ่อคูณองค์เดียวก็ช่วยชาติได้หลายพันล้านบาทแล้ว โดยไม่ต้องร้องขอเลย ถามว่า จะหาพระดีแบบพระไทยได้ที่ไหนในโลกใบนี้ เจริญพร !

 

 

สงฆ์ไทยในอเมริกาประกาศปฏิญญาแอลเอ

วันนี้ (2 ก.ค.) พระพรหมสิทธิ(ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ในฐานะประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เปิดเผยว่า จากการไปร่วมประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันประกาศ ปฏิญญาแอลเอ(นครลอสแองเจลิส) เพื่อพัฒนากิจการพระพุทธศาสนาและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ดังนี้ 1.ส่งเสริมการจัดตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐาน และสนับสนุนการดำเนินการสำนักวิปัสสนากรรมฐาน 2.ดำเนินการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริการ่วมกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) 3.พัฒนาองค์กรและรูปแบบดำเนินการของคณะกรรมการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

พระพรหมสิทธิ กล่าวต่อไปว่า 4.ร่วมกันจัดงานสัมมนาชาวพุทธนานาชาติ และประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาในปี 2559 5.ร่วมกันดำเนินการเพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มประสิทธิภาพพระธรรมทูตไทยสายต่างประเทศ 6.ร่วมกันจัดการศึกษาพระปริยัติธรรมของคณะสงฆ์ไทยในต่างประเทศ 7.สนับสนุนการประชุมชาวพุทธนานาชาติของทำเนียบขาว ตามนโยบายประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา 8.สนับสนุนทำมาตรฐานและกำกับดูแลมาตรฐานทางพระพุทธศาสนาของกองอนุศาสนาจารย์ กระทรวงกลาโหม ส่วนราชการ และองค์กรอื่นๆ ประเทศสหรัฐอเมริกา 9.ร่วมสนับสนุนกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวเนปาล 10.ร่วมกันจัดเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษามหาราชินี และจัดสัมมนาผู้นำศาสนานานาชาติ ในนามสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และ11.ร่วมกันดำเนินการกิจกรรมอื่นๆที่คณะกรรมการเห็นชอบ

 

ที่มา :  เดลินิวส์
3 กรกฎาคม 2558


 

ปิดเกม !

สตง.โยนเรื่องเจ้าคุณเสนาะให้คณะสงฆ์

"จัดการกันเองกรณีเจ้าคุณเสนาะ"

เพราะถือว่าสิ้นสุดภารกิจแล้ว

ก็หมายความว่า จบแล้วจริงๆ สำหรับคดีประวัติศาสตร์ของ "พระพรหมสุธี" หรือเจ้าคุณเสนาะ รองสมเด็จหนุ่มแน่นและมีอำนาจมากที่สุดของคณะสงฆ์ไทย ต้องมาตายน้ำตื้นเพราะเงินเพียงไม่กี่บาท ซึ่งสุดท้ายก็ไม่สามารถสรุปได้ว่า "โกงจริงหรือไม่" สตง. เพียงแค่..สงสัย แต่แค่นั้นก็ทำให้เจ้าคุณเสนาะต้องหลุดจากทุกตำแหน่ง โดยไม่มีโอกาสได้กลับคืนอีกจนชั่วชีวิต หรือนี่จะเป็นพรหมลิขิต แล้วต่อไปจะอยู่อย่างไรในโลกใบนี้ ไม่มีใครสนใจชีวิตของ "เจ้าคุณเสนาะ" บ้างเลยหรือ ?

 

 

 

บุคคลในอดีต

พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร)
อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม
อดีตเจ้าคณะภาค
12 และอดีตประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

 

พระพรหมสิทธิสั่งคืนงบแผ่นดินจัดงานศพสมเด็จเกี่ยวกว่า 25 ล้าน ขณะที่ สตง.ย้ำกรณีเจ้าคุณเสนาะเป็นเรื่องของสงฆ์ที่ต้องจัดการกันเอง หลวงไม่เสียหาย เมื่อได้เงินคืนก็ถือว่าจบ“

จากกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มีหนังสือรายงานส่งถึงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เกี่ยวกับกรณีพระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร อดีตเจ้าคณะภาค 12 และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินที่ใช้ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหารและอดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังราชจำนวน 67,550,000 บาท มีความผิดปกติไม่ตรงวัตถุประสงค์ส่งผลให้พระพรหมสุธีถูกปลดจากกรรมการมส.และได้ขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และเจ้าคณะภาค 12 ในขณะเดียวกัน สตง. ได้เสนอแนวทางให้วัดสระเกศราชวรมหาวิหารคืนงบประมาณแผ่นดินที่ยังไม่ได้มีการเบิกจ่าย ให้แก่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อส่งคืนกระทรวงการคลังนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ)เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ได้ทำหนังสือ เลขที่ 144/2558 ลงวันที่ 25 มิ.ย.58 เรื่อง การตรวจสอบเงินอุดหนุนของวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และอดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยส่งถึงนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อแจ้งการส่งเงินอุดหนุนคงเหลือคืนให้แก่สำนักพุทธฯ

ในหนังสือดังกล่าวระบุว่า บัดนี้ วัดสระเกศได้ดำเนินการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพเสร็จเรียบร้อยแล้ว และได้ตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการพิธีพระราชทานเพลิงศพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมค่าใช้จ่ายจากเงินอุดหนุนดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน 42,325,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นที่เกิดขึ้นระหว่างงานซึ่งเกี่ยวกับการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพได้เบิกจ่ายเงินของผู้มีจิตศรัทธาบริจาค ดังนั้นจึงมีเงินอุดหนุนคงเหลือ 25,225,000 บาท จึงขอส่งเงินอุดหนุนจำนวนคงเหลือดังกล่าวเพื่อประโยชน์ของทางราชการและประเทศชาติต่อไป พร้อมกันนี้ทางวัดสระเกศส่งเช็คธนาคารกรุงไทยสาขาเทเวศน์ เลขที่ 00509638 สั่งจ่ายวันที่ 24 มิ.ย. 2558 จำนวน 25,225,000 บาท จำนวน 1 ฉบับ ให้แก่ พศ.ด้วย

ด้าน นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าวว่า จากการที่มีการแต่งตั้งพระพรหมสิทธิมาเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศรูปใหม่ ได้ดำเนินการตรวจสอบภายใน และพิจารณาแล้วว่า เห็นว่ามียอดค่าใช้จ่ายถูกต้องแท้จริงเกี่ยวกับงานพระราชทานเพลิงศพแล้ว และส่วนที่เหลือหากไม่แน่ใจว่าอดีตเจ้าอาวาส เบิกจ่ายโดยชอบหรือไม่ ทางพระพรหมสิทธิได้ให้ไปเบิกจ่ายกับเงินบริจาคโดยใช้ระเบียบของวัด ซึ่งครั้งสุดท้ายทาง สตง. ก็ได้เข้าไปดูข้อเท็จจริงความคืบหน้า ทราบว่าจะมีการทำหนังสือส่งคืนเงินอุดหนุนให้เป็นเงินรายได้แผ่นดินแก่กระทรวงคลัง โดยจำนวนเงินนั้นมีหลักฐานยืนยันได้อยู่จำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ต้องรอทางวัดสระเกศแจ้งมา และทาง สตง. จะตรวจยันตัวเลขอีกครั้ง

“ เรื่องคดีความของพระพรหมสุธีนั้นหากไม่มีการเบิกในส่วนต่างจากเงินแผ่นดินก็จะไม่มีปัญหา ซึ่งที่ผ่านมาอดีตเจ้าอาวาสจะมีการเบิกทั้ง 67 ล้านบาท จึงทำให้มีปัญหาต้องถูกตรวจสอบ เพราะบางรายการหลักฐานไม่ชัดเจน โดยตามเรื่องนี้ถือว่าใกล้จบแล้ว เพราะพระพรหมสิทธิเข้ามาดูแลตรวจสอบอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ในกรณีที่พระสงฆ์ใช้จ่ายเงินหลวงแล้วทำผิดก็ต้องได้รับโทษเหมือนฆราวาส แต่กรณีนี้เป็นลักษณะเงินอุดหนุน ดังนั้นส่วนที่จ่ายไปแล้วถูกต้องก็ถือว่าจบ ส่วนที่เบิกจ่ายยังไม่ถูกต้องถือว่าเป็นการทดรองจ่าย เพราะได้มีการนำเงินส่วนนี้มาคืนหลวงก็ไม่ทำให้หลวงเกิดความเสียหาย จึงเป็นเรื่องของทางคณะสงฆ์และวัดสระเกศว่าจะไปดำเนินการอย่างไรกับกรณีที่เกิดขึ้น ส่วน สตง. ถือว่าได้ดำเนินการอย่างละมุนละม่อมที่สุดและให้โอกาสอย่างเต็มที่แล้ว” ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กล่าว

 

ที่มา :  เดลินิวส์
1 กรกฎาคม 2558


 

 

เคลียร์บัญชี !

พระพรหมสิทธิส่งเงินคืนหลวง 25 ล้านบาท

ปิดปัญหาการเงินวัดสระเกศ

ยังแต่ปัญหา "เจ้าคุณเสนาะ" เพราะไม่รู้ว่าทาง สตง. จะเอายังไง ?

 

 

พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ)
เจ้าอาวาสวัดสระเกศ กรรมการมหาเถรสมาคม
เจ้าคณะภาค
10 และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

 

 


 

 

ข่าวจากวัดสระเกศ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ได้ทำหนังสือชี้แจงรายรับ-รายจ่าย ในงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และอดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งจัดในสมัยที่พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ แต่เกิดปัญหา จนกระทั่งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้เข้าตรวจสอบงบประมาณ จำนวน 67,550,000 บาท ซึ่งทางรัฐบาลได้ถวายเป็นค่าใช้จ่ายในงานดังกล่าว ผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และทาง สตง. ได้พบการเบิกจ่ายซ้ำซ้อนหลายรายการ จึงทำรายงานกราบทูลสมเด็จพระสังฆราชว่า "ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และ ปรากฏส่อไปในทางไม่สุจริต" เป็นเหตุให้พระพรหมสุธี (เสนาะ) ถูกปลดระนาว นับตั้งแต่กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ และเจ้าคณะภาค 12 โดยทางมหาเถรสมาคมได้แต่งตั้งให้พระพรหมสิทธิ เข้าดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศแทน รวมทั้งตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมและประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศด้วย ส่วนตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 ของเจ้าคุณเสนาะนั้น มหาเถรสมาคมได้เลื่อนให้ "พระเทพรัตนมุนี (สุรชัย สุรชโย ป.ธ.7)" รองเจ้าคณะภาค 12 วัดสระเกศ เข้าดำรงตำแหน่งแทน พร้อมทั้งแต่งตั้งให้พระราชเวที (สุรพล ชิตญาโณ) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เข้าดำรงตำแหน่งแทน

หนังสือ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เลขที่ 144/2558 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2558 มีข้อความว่า ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ถวายปัจจัยเป็นจำนวนเงิน 67,550,000 บาท ให้แก่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ นั้น บัดนี้ ทางวัดสระเกศ ได้ตรวจสอบการใช้จ่ายในงานพระราชทานเพลิงศพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 42,325,000 บาท ยังคงเหลือเงินที่ได้รับจากรัฐบาลอีก 25,225,000 บาท ทางวัดสระเกศ จึงขอส่งมอบเงินที่เหลือจำนวนดังกล่าว คืนให้แก่รัฐบาล เพื่อประโยชน์ของทางราชการและประเทศชาติต่อไป

 

 

โดยพระพรหมสิทธิ ได้สั่งจ่ายเช็คเงินสด ธนาคารกรุงไทย เลขที่ 24062558 จำนวนเงิน 25,225,000 บาท ให้แก่กระทรวงการคลังโดยตรง ทั้งนี้ นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าวไว้ ในวันเดียวกัน

การเคลียร์บัญชีวัดสระเกศของพระพรหมสิทธิครั้งนี้ ถือว่าเป็นการเคลียร์ปัญหาที่พัวพันถึงงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ให้ลุล่วงไปด้วยดี ทั้งนี้เพราะเงินงบประมาณดังกล่าว ทางรัฐบาลได้ถวายเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในงานนี้โดยเฉพาะ แต่เกิดปัญหาเพราะอดีตเจ้าอาวาส คือเจ้าคุณเสนาะมีพฤติกรรมไม่โปร่งใส แถมยังบริหารจัดการไม่เป็น ปัญหาของเจ้าคุณเสนาะจึงลามปามไปถึงวัดสระเกศและสมเด็จเกี่ยว อดีตเจ้าอาวาส ให้ต้องมัวหมองไปด้วย จึงถือว่าปัญหาในส่วนของวัดสระเกศนั้นจบลงแล้ว

 

 

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส
ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง)

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าปัญหาเกี่ยวกับวัดสระเกศจะจบลงไปแล้ว แต่ปัญหาที่เกี่ยวกับพระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) อดีตเจ้าอาวาส จะถือว่าจบยังไม่ได้ ทั้งนี้เพราะ สตง. ได้ทำรายงานถึงสมเด็จพระสังฆราช ระบุว่า "พบพิรุธในการเบิกจ่ายเงินในงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว) และ "ส่อไปในทางไม่สุจริต" ส่งผลให้เจ้าคุณเสนาะ ต้องถูกปลดจากตำแหน่งต่างๆ มากมายถึง 4 ตำแหน่งด้วยกัน เหลือเพียงสมณศักดิ์ชั้นหิรัณยบัฏหรือรองสมเด็จเท่านั้นที่ยังเหลืออยู่

เมื่อเจ้าคุณเสนาะถูกปลดเพราะรายงานของ สตง. แต่จนบัดนี้ยังไม่ทราบว่าทาง สตง. ได้ดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับเจ้าคุณเสนาะ หมายถึงว่า ยังไม่มีการแจ้งความให้โอนสำนวนให้แก่ ดีเอสไอ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพราะหากทาง สตง. ไม่ยอมส่งงานต่อให้ดีเอสไอ แต่ยักไว้แต่เพียงเท่านี้ ก็ย่อมจะมีปัญหา เพราะเจ้าคุณเสนาะถูกประหารชีวิตไปแล้ว แต่ต้นทางคือ สตง. กลับชักมือกลับ ไม่ยอมดำเนินการต่อไปให้สิ้นสุด ซึ่งสุดท้ายก็อาจจะกลายเป็นประเด็นให้ทางเจ้าคุณเสนาะฟ้องกลับเอาบ้าง ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

นี่คือปัญหาระหว่างเจ้าคุณเสนาะกับ สตง. ที่ต้องจับตากันต่อไป ว่าสุดท้ายแล้ว ทาง สตง. จะดำเนินการกับเจ้าคุณเสนาะอย่างไร ?

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
27 มิถุนายน 2558


 

ถึงบางอ้อ !

"เพราะ มจร. เล่นงานผมก่อน ผมจึงต้อง..เล่นงาน มจร."

ไพบูลย์ตอบปัญหาคาใจ ทำไมจึงเล่นเฉพาะ มจร.

 

ก็แปลง่ายๆ ว่า ถ้า มจร. ไม่ออกมาเล่นการเมือง การเมืองก็จะไม่เล่น มจร. อะไรประมาณนั้น งานนี้ มจร. จะเดินหน้าปิดปากไพบูลย์ หรือว่าจะหันมาเอามือปิดปากตัวเอง เพื่อให้ไพบูลย์ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็แล้วแต่จะคิดจะทำนะฮะ ท่านเจ้าคุณประยูร แต่อย่างไรก็ตาม การสัมภาษณ์ของนายไพบูลย์ในครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า คณะกรรมการปฏิรูป ของ สปช. นั้น มิได้ลึกล้ำอะไร ได้ข้อมูลนิดๆ หน่อยๆ ก็กระโจนเข้าใส่ พอไปไม่รอดก็หาเรื่องอื่นๆ มาผสมโรงเข้าไปเรื่อยๆ ขนาดว่าใครออกมาวิจารณ์กรรมการก่อน สปช. ก็หันหน้าไปเล่นงานคนนั้นก่อน ถ้าปฏิรูปพระศาสนาโดยใช้หลักการ-วิธีการแบบนี้ ก็น่าสงสารประเทศไทยนะฮะ มันแสดงให้เห็นว่า พวกคุณไม่ได้ทำการบ้านอะไรเลย เหมือนจับพลัดจับพลูได้เป็น สปช. อย่างนั้นแหละ ความจริงถ้าเล่นแค่ "ธัมมชโย" คนเดียว เน้นๆ เนื้อๆ รับรองว่าคะแนนนิยมของ สปช. ถล่มทลาย เพราะขนาด มจร. ก็ยังประกาศว่า "ไม่เกี่ยวกับธัมมชโย" แยกมิตร-แยกศัตรูไม่ออก แต่คิดจะทำงานใหญ่ระดับปฏิรูปพระศาสนา มันก็น่าสงสาร นะฮะ คุณไพบูลย์

 

 

ไพบูลย์ นิติตะวัน กระเทาะ..วงการผ้าเหลืองไฉน..ต้านปฏิรูปฯฉบับ สปช.

สัมภาษณ์โดย รชยา นัทธี

จากปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับแนวทางปฏิรูปพระพุทธศาสนา ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และเครือข่ายพระสงฆ์ หลังจาก นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สปช.ได้เสนอแนวทางในการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนาต่อ สปช. 4 เรื่องหลักๆ ได้แก่ 1.เรื่องทรัพย์สินของวัด และพระสงฆ์ 2.เรื่องปัญหาของคณะสงฆ์ที่ไม่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัย นำมาซึ่งความเสื่อมศรัทธา 3.เรื่องการทำให้พระธรรมวินัยวิปริต และการประพฤติปฏิบัติวิปริตจากพระธรรมวินัย และ 4.เรื่องฝ่ายอาณาจักรที่ต้องเข้าไปสนับสนุน ปกป้องคุ้มครองกิจการของฝ่ายศาสนจักร

ประเด็นร้อนๆ ที่พระสงฆ์ให้ความสนใจเป็นพิเศษ และออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านแนวทางในการปฏิรูปพระพุทธศาสนา คือประเด็นการจัดเก็บภาษีวัด และพระ รวมถึง การหมุนเวียนเจ้าอาวาสทุก 5 ปี จนทำให้เกิดการโต้แย้งกันไปมา ขณะที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ได้ส่งรายงานผลการพิจารณาศึกษาการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ศึกษาภายใน 30 วัน และส่งกลับให้ สลค.เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

จากการศึกษาระหว่าง พศ.ร่วมกับคณะสงฆ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นำ 4 ประเด็นที่ สปช.เสนอมาบูรณาการให้สอดคล้องกับภารกิจ 6 ด้านของคณะสงฆ์ คือ 1.การปกครอง 2.การศาสนศึกษา 3.การเผยแผ่ 4.การสาธารณูปการ 5.การศึกษาสงเคราะห์ และ 6.การสาธารณะสงเคราะห์ หากมีข้อเสนอแนะใดที่คณะสงฆ์จัดทำไว้แล้ว เช่น การตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินวัด จะยึดหลักปฏิบัติเดิม ส่วนข้อเสนอแนะอื่นๆ ที่ไม่สอดคล้องกับ 6 ภารกิจหลักของคณะสงฆ์ เช่น การหมุนเวียนเจ้าอาวาสทุก 5 ปี การเก็บภาษีวัด และพระ พศ.จะทำเรื่องชี้แจง ครม.ซึ่งล่าสุด พศ.ได้เสนอผลการศึกษากลับไปยัง สลค.เรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้รู้แนวคิดในการปฏิรูปพระพุทธศาสนาของ สปช.ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร "มติชน" จึงถือโอกาสนี้ สัมภาษณ์พิเศษ "นายไพบูลย์ นิติตะวัน" ในประเด็นปัญหาต่างๆ ที่พระสงฆ์มีข้อสงสัย หรือข้องใจ...?

@สาเหตุของการปฏิรูปพระพุทธศาสนาในครั้งนี้?

"หัวใจหลักของการปฏิรูปศาสนาครั้งนี้ มาจากประชาชนที่ทนไม่ไหวต่อพฤติกรรมของพระสงฆ์ในสมัยนี้ จนมีการเรียกร้องให้ปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา เมื่อคณะกรรมการปฏิรูปฯ ได้ศึกษา และเปิดประเด็นต่างๆ พระสงฆ์บางรูปที่ได้รับผลกระทบจึงรีบออกมาโต้แย้ง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องเงิน ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการร้องเรียนมากที่สุด แม้กรณีของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่ละเมิดพระบัญชาของสมเด็จพระสังฆราช หรือคณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ที่อ้ำอึ้งเรื่องพระธัมมชโยปาราชิกก็เช่นกัน ผมแค่เป็นคนเปิดประเด็น แต่สังคมต่างหากที่เป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่ถูกร้องเรียน และเป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไข อาทิ การแสวงหาเงินทองของพระสงฆ์ โดยการทำพุทธพาณิชย์ สร้างวัตถุมงคล พระสงฆ์ที่หลงในลาภสักการะ การฉลองพัดยศอย่างใหญ่โตมโหฬาร พระสงฆ์ที่หาผลประโยชน์จากการเช่าที่ดินรอบวัด และพระสงฆ์ที่มั่วสีกา เป็นต้น

เมื่อศึกษาร้อยเรียงเรื่องทั้งหมด ปัญหามาจากสาเหตุเดียวคือเรื่อง เงินหากพระสงฆ์ยึดหลักตามพระธรรมวินัยไม่รับ และยินดีในทรัพย์สิน ปัญหาต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น ศาสนาพุทธเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุด แต่กิจการของพระพุทธศาสนามีปัญหา เพราะพระสงฆ์ไม่ทำตามพระธรรมวินัย ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านเคยตรัสไว้แล้วว่า เงิน คือ อสรพิษของพระภิกษุ แต่พระภิกษุไทยในยุคนี้ นิยมเอาอสรพิษมาเลี้ยงไว้เป็นฟาร์ม เมื่อต้องถูกตรวจสอบ จึงไม่ชอบ และออกมาต่อต้าน แต่ไม่เคยถามว่าที่ผมพูดผิดหรือไม่ เพราะผมพูดตามหลักพระธรรมวินัย เรื่องนี้เคยเถียงกันเมื่อสมัยพุทธกาลมาแล้วระหว่างพระสงฆ์ 2 กลุ่ม จนทำให้พระสงฆ์แตกออกเป็น 2 นิกาย คือ เถรวาท และมหายาน โดยนิกายมหายานอ้างว่าพระธรรมวินัยตึงเกินไป พระสงฆ์ควรรับเงินได้ มีภรรยาได้ แต่นิกายเถรวาทยืนหยัดทำตามพระธรรมวินัยมาตลอดกว่า 2,600 ปี แต่จะมายอมแพ้ในประเทศไทยปี พ.ศ.2558 หรือ หากเป็นผมจะยึดหลักเดิมต่อไป และมั่นใจว่าพระสงฆ์ที่ออกมาโต้แย้งเรื่องนี้ แม้แต่ศีล 5 ยังขาดไปแล้วถึงขั้นอาบัติปาราชิก

 มีพระสงฆ์บางรูปเสนอว่า หากพระสงฆ์จับต้องเงินไม่ได้ รัฐจะช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดหรือไม่ หรือออกนโยบายให้ทุกอย่างฟรีสำหรับพระสงฆ์ ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น ผมมองว่าพระสงฆ์จะให้รัฐจ้างบวชหรือ แล้วรัฐ และสังคมจะได้อะไรจากผู้ที่ห่มเหลือง ส่วนวิธีแก้ปัญหานี้ แค่เอาเงินของพระสงฆ์ไว้กับวัดจัดทำบัญชีอย่างโปร่งใส เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ของพระสงฆ์ วัดเป็นผู้จ่าย หากค่าใช้จ่ายไม่พอ รัฐยังเข้าไปอุดหนุนงบช่วยวัดได้ สมัยก่อนมีเด็กวัดมากมาย เพื่อมาคอยดูแลพระสงฆ์ ขณะนี้เด็กวัดแทบจะเหลือน้อย เพราะผันตัวมาเป็นพระ เนื่องจากมีรายได้ดีกว่าเด็กวัด นี่คือสภาพจริงขอสังคมไทย เมื่อมีการเสนอให้ปฏิรูปเรื่องเงิน บุคคลกลุ่มนี้ออกมาโวยทันที บุคคลที่บวชเพื่อหาเงิน หาอำนาจ ไม่ใช่พระภิกษุในพระพุทธศาสนาตามหลักเถรวาท ดังนั้น เราจึงต้องออกมาคัดค้าน เพื่อไม่ให้พระสงฆ์ในนิกายเถรวาทบิดเบือนไปสู่นิกายมหายาน"

@ข้อเสนอให้เก็บภาษีวัด-พระ และการหมุนเจ้าอาวาสทุก 5 ปี มีที่มาอย่างไร?

"มีกลุ่มบุคคล และภิกษุบางรูป ร่วมกันบิดเบือนข้อเท็จจริงในเอกสารรายงานของคณะกรรมการปฏิรูปฯ โดยใส่ความว่าการเสนอเรื่องเก็บภาษีวัด และพระ รวมถึง การหมุนเวียนเจ้าอาวาส 5 ปีนั้น เป็นข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปฯ ทั้งที่รู้ว่าข้อเท็จจริงแล้วเป็นเพียงการเสนอแนะของสมาชิก สปช.บางท่านเท่านั้น ส่วนข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปฯ จะมุ่งเน้นให้พระสงฆ์กลับไปยึดหลักพระธรรมวินัยตามพุทธบัญญัติของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ต้องนำมาปฏิบัติอย่างแท้จริง เช่น การจัดทำทรัพย์สินของวัด และพระ เพราะพระสงฆ์ไทยอยู่ในนิกายเถรวาท จึงต้องยึดหลักพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ซึ่งตามพระพุทธบัญญัติระบุไว้ว่า พระภิกษุต้องไม่รับ หรือยินดีในทรัพย์สิน หากรับ หรือยินดีในทรัพย์ ถือเป็นการขัดต่อพระธรรมวินัยที่ร้ายแรงที่สุดถึงขั้นอาบัติปาราชิก แต่พระสงฆ์สมัยนี้มักอ้างว่า ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว จึงหาเรื่องบิดเบือนพระธรรมวินัย เพื่อรับทรัพย์เงินทอง แล้วนำมาสะสมจนพระสงฆ์บางรูปมีเงินเป็น 10 ล้านบาท การตีความบัญญัติของพระพุทธเจ้าเพื่อให้รับทรัพย์สินได้ เป็นการไม่ลดละเลิกซึ่งกิเลส

เหล่านี้คือที่มาของปัญหาทุกเรื่อง ที่โยงไปถึงเรื่องการปกครองคณะสงฆ์ การโยกย้ายเจ้าอาวาสเพื่อผลประโยชน์ ลามไปจนถึงการศึกษาที่มุ่งหวังเรียนทางโลก เพื่อสึกออกไปประกอบอาชีพ สิ่งเหล่านี้เกิดจากสาเหตุที่พยายามบิดเบือนพระธรรมวินัยในข้อที่สำคัญที่สุด คือไม่รับ และไม่ยินดีในทรัพย์สิน หากไม่มีการปฏิรูปเรื่องนี้ ปล่อยให้บิดเบือนไปเรื่อยๆ จะกลายเป็นความเสื่อมของคณะสงฆ์ไทยนิกายเถรวาท ที่พยายามบิดเบือนแนวคิดแบบมหายาน

อย่างไรก็ตาม ผมขอยืนยันว่าข้อเสนอให้เก็บภาษีวัด และพระ รวมทั้ง การหมุนเวียนเจ้าอาวาสทุก 5 ปี ไม่มีแน่นอน และคณะกรรมการปฏิรูปฯ ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว หากมีใครเสนอจะต้องคัดค้าน เพราะถือเป็นการสนับสนนุนให้พระสงฆ์รับ และยินดีในทรัพย์สิน โดยหารายได้ และมาเสียภาษีให้รัฐ ซึ่งขัดต่อพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรง 

สำหรับข้อเสนอเรื่องทรัพย์สินของวัด และพระ เป็นการเสนอให้จัดทำบัญชีของวัด หรือจัดเป็นกองทุนส่วนกลาง เพื่อตรวจสอบได้ โดยมีเจ้าอาวาส และกรรมการวัดเป็นผู้ดูแล หากพระลูกวัดมีความจำเป็นที่ต้องใช้ปัจจัย เช่น ค่าเดินทาง หรือใช้จ่ายส่วนตัวที่จำเป็น ให้มาเบิกเงินกองกลางในส่วนนี้ โดยไม่ขัดต่อพระธรรมวินัย"

@เหตุผลที่ต้องปฏิรูปพระพุทธศาสนา?

"ผิดตรงไหนที่ผมต้องการปฏิรูปศาสนา ด้วยการเรียกร้องให้พระสงฆ์กลับมายึดในหลักพระธรรมวินัย ผมยังไม่เคยเห็นว่ามีผู้ที่ออกมาคัดค้านว่าข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปฯ ผิด เว้นแต่พระสงฆ์ที่ออกมาแย้ง จะกล่าวว่าไม่ยึดหลักพระธรรมวินัยแล้ว จะตีความว่าเป็นอย่างอื่นก็ได้ นี่คืออันตรายที่สุดของพระพุทธศาสนา เหตุผลที่จะต้องปฏิรูปศาสนา เพราะมีคนพยายามที่จะใช้ศาสนาพุทธ โดยการบิดเบือนพระธรรมวินัย เพื่อให้ได้ผลประโยชน์แก่ตนเอง นี่คือสิ่งที่ต้องออกมาคัดค้าน

@ทำไมพระสงฆ์ถึงออกมาต่อต้านการปฏิรูปฯครั้งนี้?

 "ที่พระสงฆ์ออกมาต่อต้านนั้น ถือเป็นโอกาสที่ดี ที่แสดงให้เห็นว่าพระสงฆ์บางรูปยังหลงไหลในสิ่งแปลกปลอม ที่สำคัญประชาชนทั่วประเทศจะได้เห็นว่า พระสงฆ์ท่านคิดอะไรอยู่ แล้วพระสงฆ์เหล่านั้นต้องตอบปัญหากับสังคมให้ได้ว่า กิจการพระพุทธศาสนาต้องยึดหลักให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัยใช่หรือไม่ พระสงฆ์ที่ออกมาต่อต้านล้วนถูกปลุกปั่นให้เกิดความเข้าใจผิด หลังจากนี้ผมกำลังพิจารณาว่าจะดำเนินกฎหมายกับผู้ที่บิดเบือนใส่ร้ายผม ในระหว่างดำเนินคดี ผมจะส่งหนังสือไปให้พระสังฆาธิการทั่วประเทศรับทราบด้วย สังคมจะเห็น และพิจารณาเองว่าอะไรควรไม่ควร นี่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้าสู่การปฏิรูปแล้ว

 

@ที่บอกว่ามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) เน้นเรียนทางโลกมากกว่าทางธรรม?

"ในมุมมองของผู้ทรงคุณวุฒิที่ผมเคยคุยด้วย ในเรื่องการศึกษาของ มจร.หลักใหญ่ไปอ้างว่าเป็นพระราชประสงค์ของรัชกาลที่ 5 ที่พระองค์ทรงมีดำริให้มหาวิทยาลัยสงฆ์เรียนพระธรรมวินัย และวิชาชั้นสูง แต่วิชาชั้นสูงไม่ได้หมายถึงวิชาทางโลก แต่ความหมายของวิชาชั้นสูงเป็นวิชาที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา ในกระบวนสืบค้นพระธรรมวินัย เป็นเครื่องมือในการช่วยเรียนรู้พระธรรมวินัยให้เท่าทันยุค เช่น การศึกษาเพื่อแปลพระไตรปิฎกจากบาลีเป็นฉบับภาษาไทย ทำไมผมถึงสนใจการศึกษาของ มจร.มากกว่ามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) เพราะระหว่างที่ศึกษาแนวทางปฏิรูปศาสนาทุกด้าน ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการปฏิรูปฯ ผมเริ่มศึกษากรณีเฉพาะของวัดธรรมกาย แต่กลับมีกลุ่มของพระภิกษุสงฆ์ออกมาคัดค้าน และประกาศที่จะมาชุมนุมเพื่อขับไล่คณะกรรมการปฏิรูปฯ พระสงฆ์เหล่านั้นล้วนมาในนามของ มจร.ทั้งสิ้น โดยมีรองอธิการบดี มจร.เป็นแกนนำในการเคลื่อนไหว ผมจึงสนใจ มจร.เป็นพิเศษ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของสี หรือเรื่องระหว่างมหานิกาย และธรรมยุต แต่เป็นเรื่องของพระสงฆ์ที่ออกมาคัดค้านในนาม มจร.ถ้า มจร.เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่มุ่งสอนแต่ทางธรรม นิสิตน่าจะเห็นความสำคัญของการปฏิรูปที่เน้นพระธรรมวินัย แต่กลับกันเมื่อลงไปดูการศึกษาของ มจร.พบว่าเน้นการศึกษาทางโลกมาเกินไป นี่คือระบบการศึกษาของสงฆ์ผิดมาตั้งแต่ต้น"

 

ที่มา :  มติชน
29 มิถุนายน 2558


 

จริงหรือ ?

มหาวิทยาลัยสงฆ์เป็นปัญหาสังคมไทย

สัมมนาโดย..เปรียญลาพรต ระดับสุดยอดของไทย

 


กดที่ภาพเพื่อชม

 

 

ที่มา :  ยูทู๊ป
27 มิถุนายน 2558


 

เสือเห่า !

พุทธะอิสระสอนพระพยอม

ยินยอมให้อำนาจฝ่ายต่ำเข้าครอบงำกรณีไม่ต้านตั้งกาสิโน่

นิมนต์สึกไปใส่กางเกง

ทำยังกะตัวเองบริสุทธิ์เหมือนผ้าขาวไร้ไฝฝ้า

ทั้งๆ ที่มุดคลองน้ำครำดำปิ๊ดปี๋ !

 

นี่ยังรออยู่ว่า คุณสุวิทย์จะหาฤกษ์เลิกถอดผ้าเหลืองวันไหน เพราะดันเอาปากไปรัดคอตัวเองไว้ว่า ถ้าสึกธัมมชโยไม่ได้ จะยอมสึกเสียเอง ก็หวังว่าคงไม่เอาเรื่องพระพยอมมากลบเรื่องธัมมชโยนะคุณสุวิทย์นะ เป็นพระ ถ้าเสียสัตย์ก็ยิ่งกว่า..สี่ขา

 

 

พุทธะอิสระหาคู่รายวัน

 

 

หลวงปู่พุทธะอิสระเปิดศึกพระพยอมซัดหนุนเปิดกาสิโน

หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย(ธรรมอิสระ) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) วันที่ 25 มิถุนายนว่า

 

25 มิถุนายน 2558

ฉันกลับมาจากเดินทางลงใต้คราวนี้มีทั้งข่าวดีและข่าวร้าย

ข่าวร้ายแรกก็คือนายทองดีผู้มีคุณต่อพระศาสนาและฉันที่ทำหน้าที่อุปถัมภ์เลี้ยงน้ำปานะแก่พระเณรเถรชีซึ่งเวลาที่ผ่านมาได้ล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด หลังจากออกจากโรงพยาบาลมาอยู่วัดได้ไม่กี่วัน ได้สิ้นใจลงอย่างสงบแล้ว

ฉันได้ข่าวจึงสั่งให้สมภารจัดงานศพที่วัด แต่ทางลูกหลานเขาขอว่าบรรดาญาติๆ ที่บ้านแพ้วเขาเดินทางมาร่วมงานศพลำบาก เพราะแต่ละคนต่างเฒ่าชรากันมากแล้ว จึงต้องการไปจัดงานศพที่วัดแถวบ้าน

ข่าวร้ายที่สอง คือน้องหนิง น้องสาวต่างพ่อที่ฉันเลี้ยงมันมาตั้งแต่เล็กได้ตายลงด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ด้วยอายุ 35 ปี ญาตินำศพไปตั้งเอาไว้ที่วัดข้างบ้านในสมุทรปราการ

ข่าวร้ายที่สาม ท่านเจ้าคุณพยอมแห่งวัดสวนแก้ว กำลังจะยอมให้อำนาจใฝ่ต่ำจากอบายมุขเข้าครอบงำ ด้วยการให้ข่าวอ้างหลักการและเหตุแห่งความฉิบหายสารพัด (ไม่ใช่เหตุผลนะจ๊ะ) เพื่อให้ดูดี แต่ใจความและสำนวนที่ใช้ใครๆ ก็ดูออกว่ากำลังสนับสนุนให้เปิดบ่อน

ดูท่านช่างกล้าในเรื่องที่ภิกษุดีๆ เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิด แต่ท่านช่างกล้าจังเลย ทีตอนชาวนาโดนโกงเงินค่าจำนำข้าว รัฐบาลปูทุจริตเงินงบประมาณแผ่นดินสารพัดคดี ทำไมท่านเจ้าคุณพยอมไม่กล้าออกมาพูด มาเตือน มาบอก ให้คนชั่วกลับตัวกลับใจ

ที่ต้องพูด ต้องเขียน ด้วยถ้อยคำที่รุนแรง ตรงไปตรงมาเช่นนี้ ก็เพราะหน้าที่หลักของพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าคือ ละชั่ว ทำดี ทำจิตนี้ให้ผ่องใส

หากพระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ยินยอมก้มหัวให้กับอำนาจความชั่วร้ายแล้ว โลกนี้จะเอาบรรทัดฐานทางความดีที่แตกต่างจากความชั่วมาจากไหน

หากภิกษุสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปล่อยให้ความใฝ่ต่ำเข้าครอบงำไ ม่อาจหาญที่จะเผชิญกับความเลวร้ายแล้ว จะมาใช้สกุลศากยะที่แปลว่า ผู้อาจ ผู้สามารถ ได้ไง ถอดจีวรออกไปเลี้ยงลูก เลี้ยงเมียเถิด ท่านยินยอม

พุทธะอิสระ

 

ข่าว :  มติชน
26 มิถุนายน 2558

 

 

เปิดร่าง !

โครงสร้างปฏิรูปพุทธ ของ สนช.

อะไรเป็นอะไร นักศาสนาเก่ากับนักกฎหมายใหม่

กรุณาดูเอาเองนะขอรับ

 






 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
9 พฤษภาคม 2558

ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในคณะสงฆ์ภาค 7 และคณะจังหวัดเชียงใหม่

บทความวิเคราะห์ โดย..พระมหานรินทร์ นรินฺโท

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

ฤาจะถึงเวลา "ปลดแอก" พระต่างถิ่น

 

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน


 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ครั้งที่ 2

กรณีตั้งพระปิฎกโกศลเป็นรองเจ้าคณะภาค 7

 

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน


YANTRA TODAY

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 


ประมวลข่าวการมรณภาพ


สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 

พิธีพระราชทานเพลิงศพ

พระเทพมหาเจติยาจารย์ (ไพบูลย์ ภูริวิปุโล)
อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย

อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำพูน
23 มีนาคม 2557

 

ชุดที่ 1 : ชุดที่ 2 :  ชุดที่ 3 :  ชุดที่ 4 : ชุดที่ 5

ชุดที่ 6 : ชุดที่ 7 : ชุดที่ 8 : ชุดที่ 9 : ชุดที่ 10


กดแต่ละชุดเพื่อชม

 

พิธีเปิดสอบบาลีสนามหลวงครั้งแรก

สำนักเรียนสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

12-14 พฤษภาคม พ.ศ.2558

 


ภาพหมู่การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ ขนาด 4000 PC


 

ภาพประวัติศาสตร์
พระธรรมทูตไทยใน 4 ทวีป
 

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ ขนาด 2000 PC

การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป
วันที่
23-25 สิงหาคม 2557

ชุดที่ 01 : ชุดที่ 02 : ชุดที่ 03 : ชุดที่ 04 : ชุดที่ 05 : ชุดที่ 06 : ชุดที่ 07


 

ชมภาพชุดในงานวัดนวมินทรราชูทิศ USA.

ชุดที่ 01 : เปิดวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน ยูเอสเอ

ชุดที่ 02 : ไผเป็นไผ ในบอสตัน 2014

ชุดที่ 03 : โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น 9 มิถุนายน 2557
ชุดที่ 04 : พิธีเปิดการประชุมพระพุทธศาสนานานาชาติ
ชุดที่ 05 : เปิดประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 06 : ทัพสื่อมวลชนไทยบุกนครบอสตัน รายงานข่าวการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 07 : ประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา วันที่ 02
ชุดที่ 08 : ผลการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พ.ศ.2557
ชุดที่ 09 : บรรยากาศการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 10 : พระสงฆ์ 400 รูป สวดพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตร ณ โรงพระอุโบสถวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน

 

ภาพชุดรรมยาตราเดินป่าบอสตัน

 

ธรรมยาตรา ชุดที่ 01 ธรรมยาตรา ชุดที่ 02 ธรรมยาตรา ชุดที่ 03
ธรรมยาตรา ชุดที่ 04 ธรรมยาตรา ชุดที่ 05 ธรรมยาตรา ชุดที่ 06
ธรรมยาตรา ชุดที่ 07 ธรรมยาตรา ชุดที่ 08 ธรรมยาตรา ชุดที่ 09

 

 

การประชุมสมัยวิสามัญสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาและงานวันมหารำลึก

ณ วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค 8-9 กันยายน 2555

 

 


 

 

ภาพงานพระราชทานเพลิงศพ

พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ (สมบูรณ์ สมฺปุณฺโณ ป.ธ.7)
อดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป
อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
10-14 พฤศจิกายน พ.ศ.2554

 

แฟ้มข่าวอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

อ่านข่าวเก่า ที่เคยนำเสนอใน อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557 : 2558

 


เยี่ยมวัดบ้านไร่-ไหว้หลวงพ่อคูณ
กับอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม

กดที่ภาพด้านล่างเพื่อชม

01 02 03 04 05 06 07 08 09
10 11 12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31 32 33 34    

 

ตอนที่ 01
ลอนดอน 2012

ตอนที่ 02
มหาโบสถ์แห่งลิชฟิลด์

ตอนที่ 03
มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด

ตอนที่ 04
วัดพุทธปทีป

ตอนที่ 05
ลอนดอนอาย

ตอนที่ 06
British Museum

ตอนที่ 07
ห้างแฮรอดส์

ตอนที่ 08
Tower Bridge

ตอนที่ 09
London Sightseeing

ตอนที่ 10
London To Paris

ตอนที่ 11
หอไอเฟล (1
)

ตอนที่ 12
หอไอเฟล (2)

ตอนที่ 13
หอไอเฟล (3)

ตอนที่ 14
ปารีส 360 องศา

ตอนที่ 15
เยี่ยมหน้าต่างหอไอเฟล

ตอนที่ 16
TROCADERO

ตอนที่ 17
Water Tour

ตอนที่ 18
Mus้e du Louvre

ตอนที่ 19
MONA LISA

ตอนที่ 20
เทพีวีนัส

ตอนที่ 21
ทอดน่องในลูฟวร์

ตอนที่ 22
หอสมุดแห่งชาติมิตแตรองต์

ตอนที่ 23
ลา เดฟ็องซ์ (La De'fense)

ตอนที่ 24
Arc de Triomphe

ตอนที่ 25
เหนือประตูชัย

ตอนที่ 26
แวร์ซาย (1)

ตอนที่ 27
แวร์ซาย (2)

ตอนที่ 28
แวร์ซาย
(3
)

ตอนที่ 29
แวร์ซาย (4)

ตอนที่ 30
แวร์ซาย (5)

ตอนที่ 31
GENEVA
(1)

ตอนที่ 32
GENEVA (2
)

ตอนที่ 33
GENEVA (3
)

ตอนที่ 34
Lausanne-Zurich

ตอนที่ 35
วัดศรีนครินทรวราราม

ตอนที่ 36
ป้อมยามเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 37
ตลาดน้ำเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 38
กลับปารีส

ตอนที่ 39
ROME (1
)

ตอนที่ 40
ROME
(2)

ตอนที่ 41
ROME (3)

ตอนที่ 42
ROME (4)

ตอนที่ 43
ROME (5)

ตอนที่ 44
Inside Vatican (1)

ตอนที่ 45
View of Rome

ตอนที่ 46
Inside Vatican (2)

ตอนที่ 47
หลังคาวาติกัน

ตอนที่ 48
OUTSIDE VATICAN

ตอนที่ 49
THE COLOSSEUM

ตอนที่ 50
หินอ่อนโคลอสเซียม

ตอนที่ 51
ROME TO PARIS

ตอนที่ 52
NOTRE-DAME DE PARIS

ตอนที่ 53
หมู่บ้านศิลปะ

ตอนที่ 54
พระราชวังฟงแตนโบล

 

 

 


 

สงฆ์ไทย Vol.01

หนังสือเล่มแรกของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(กดที่ภาพหรือที่ข้อความเพื่อชม)

 

คณะกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

พ.ศ.2557-2559

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

ข่าวสารสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา


 

 

หนังสือเล่มแรกของ มจร. ที่ชาว มจร. หลายท่านไม่เคยเห็น

(กดที่ภาพเพื่อเข้าชม)

 

 

 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

ข้อแลกเปลี่ยนของชาวพุทธไทย

บวชพระล้านรูป แลกกับ พระนิพพานเป็นอัตตา
ท่องพุทธวจนะล้านคน แลกกับ ตัดปาติโมกข์เหลือเพียง 150 ข้อ

(กดที่ภาพเพื่ออ่าน)

 

>> กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความเพิ่มเติม <<

 

พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 1-17 พ.ศ.2538-2554
(กดที่ภาพเพื่อชมประวัติ)

อนุสรณ์มหาจุฬาฯ ครบรอบ 9 ปี
 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

ธรรมวาไรตี้
หนังสือเล่มแรก ของพระมหานรินทร์  นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2548

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

ธรรมฮิสตอรี่
หนังสือเล่มที่สอง ของพระมหานรินทร์ นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน 2549

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

เรายินดีน้อมรับความคิดเห็นและคำชี้แนะจากทุกท่าน

Editor : peesang2555@hotmail.com

 


WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE  LAS VEGAS NEVADA 89121 U.S.A. PHONE 702-384-2264