LAST UPDATE : OCTOBER 30 2014  07:00 A.M. PACIFIC TIME

 

 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

บทบาทและหน้าที่ของพระพรหมสุธี

ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ
ในการเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจในสหรัฐอเมริกา

31 พฤษภาคม - 15 มิถุนายน 2557

 

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 

ประมวลข่าวเจ้าคุณเสนาะ

 

 

โผสมณศักดิ์ 2557

 

กดที่ภาพเพื่อดูรายชื่อ

 

 

ตั้งเจ้าคุณสง่าเป็นเจ้าอาวาสวัดชลประทาน !

 

หลังจากยืดเยื้อมานาน

งานนี้ศิษย์วัดชลโล่งใจ เพราะได้สายตรงมาดูแลวัด

ไม่งั้นก็คงวุ่นวายไม่สิ้นสุดเหมือนสวนโมกข์

 

สงสัยจะได้อานิสงส์จากกระแสสังคมจากกรณี "เจ้าคุณเสนาะและวัดโสธร" ช่วย เพราะก่อนหน้านี้ยังไม่มีวี่แววว่า สมเด็จสมศักดิ์จะเสนะชื่อเจ้าคุณสง่า ทำเงื้อง่ามานานเป็นปี ตะทีวัดสระเกศ สมเด็จเกี่ยวตายยังทันได้เผา ก็ตั้งเสนาะขึ้นซ้อนผีเจ้าอาวาส แต่วัดชลประทาน พระราชทานเพลิงศพเจ้าคุณรุ่นไปตั้งแต่เดือนกรกฎา ปี 56 เพิ่งจะมาตั้งเจ้าอาวาสวัดชลกันในวันนี้ นี่คือมาตรฐานของเจ้าคณะใหญ่หนกลางเขาล่ะ เขารู้กันทั้งบางว่าใครวิ่ง ใครไม่วิ่ง ดูที่ตีนเสนาะก็รู้ ดังนั้น ที่คนเขานินทากันว่า "พระอยุธยาเล่นพรรคเล่นพวก จนได้สมญานามว่า พวก อ.ย." นั้น ก็อย่าโกรธใครเขาเลย หันไปดูตัวเองว่าทำเหมือนเขาว่าหรือเปล่า นะครับท่านสมเด็จสมศักดิ์ อย่ามาเสียคนตอนแก่เลย

 

 

พระปัญญานันทมุนี (สง่า สุภโร)
เจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษฎิ์ ของหลวงพ่อปัญญานันทะ

 

มส.มีมติตั้งเจ้าอาวาสวัดชลประทานแล้ว

วันนี้ (30 ต.ค.) จากกรณีที่ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีบัญชาให้พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เจ้าคณะภาค 12 คืนตำแหน่งการดูแลภูเขาทองให้แก่ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้าคณะภาค10 พร้อมกับพระทีมงาน รวมถึงมีบัญชาให้คืนตำแหน่งแก่ 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามที่ถูกพักงาน โดยคดีไม่เปิดเผยผลการสอบสวนมานานถึง 5 ปีนั้น

ที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี ) กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบการคืนหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม จำนวน 7 รูปตามที่ พระพรหมเวที เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการ มส. เสนอ ได้แก่ 1.พระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์) 2. พระครูโสภณสรกิจ (วิรัตน์) 3.พระครูภาวนากิจพิลาส (บุญยิ่ง) 4. พระครูปริยัติปัญญาธร (ปรีดี) 5. พระครูศรีปริยัติวิมล (เอื้อ) 6.พระมหาปรีชา เตชวณฺโณ และ 7.พระครูสุตภาวนาพิธาน (สันติภัทร)

พระพรหมเมธี กล่าวต่อไปว่า สำหรับการคืนหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ให้แก่ 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ เนื่องจาก พระพรหมเวที ได้พิจารณาแล้วว่า ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ทั้ง 7 รูป ได้ดำเนินการต่อต้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ถือว่าละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ มีความผิดไม่ร้ายแรง เพียงแค่ตำหนิโทษ ซึ่งการพักงานผู้ช่วยเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี 2553 นานเกินกว่า 3 ปีนั้น ถือว่าสมควรแก่เวลาแล้ว ประกอบกับผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 รูป ถึงแม้จะถูกพักหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาส แต่ก็ยังคงสนองงานคณะสงฆ์ของวัดโสธรฯ และสร้างประโยชน์ให้แก่พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการศึกษาสงฆ์ ดังนั้น เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก จึงเห็นว่า สมควรที่จะคืนหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร พร้อมกับถวายค่านิตยภัตย้อนหลังให้แก่ทั้ง 7 รูปด้วย

"ส่วนการตั้งกรรมการสอบการเงินย้อนหลังของวัดโสธร 5 ปี นั้น เป็นอำนาจของเจ้าคณะปกครองและเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกจะพิจารณา เนื่องจากคณะสงฆ์มีการแบ่งการปกครองเป็นระดับพื้นที่ ซึ่งเมื่อเรื่องเกิดในพื้นที่ใดเจ้าคณะปกครองจะเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้ มส. ไม่มีอำนาจไปดำเนินการทั้งหมด โฆษก มส. กล่าว

ที่ประชุม มส. ยังมีมติเห็นชอบตั้งรองเจ้าคณะภาคและที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ตามที่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลางเสนอ จำนวน รูป 7 ดังนี้

พระราชโมลี วัดหงส์รัตนาราม เป็นรองเจ้าคณะภาค 1

พระราชวรเวที วัดราชคฤห์วรวิหาร เป็นรองเจ้าคณะภาค 2

พระสุธีปริยัติธาดา วัดธรรมามูล จ.ชัยนาท เป็นรองเจ้าคณะภาค 3

พระราชวิสุทธิดิลก วัดสามพระยา เป็นรองเจ้าคณะภาค 13

พระเทพคุณาภรณ์ วัดเทวราชกุญชร เป็นรองเจ้าคณะภาค 14

พระราชรัตนสุธี วัดชนะสงคราม เป็นรองเจ้าคณะภาค 15

พระราชวชิราภรณ์ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15

ในขณะเดียวกัน มส. ยังเห็นชอบตามที่พระพรหมจริยาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เสนอตั้งรองเจ้าคณะภาค จำนวน 3 รูป ดังนี้

พระศรีปริยัติโมลี วัดราชนัดดาราม เป็นรองเจ้าคณะภาค 16

พระเทพปัญญาโมลี วัดประชุมโยธี เป็นรองเจ้าคณะภาค 17

พระราชศิริธรรมเมธี วัดคูหาสวรรค์ เป็นรองเจ้าคณะภาค 18

นอกจากนี้ มส. ยังมีมติแต่งตั้ง พระปัญญานันทมุนี เจ้าอาวาสวัดปัญญานันทาราม จ.ปทุมธานี มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดชลประทานรังสฤษดิ์ด้วย

 

ข่าว : เดลินิวส์
31 ตุลาคม 2557


 

คืนตำแหน่งแถมคืนเงิน !

 

มส.เคาะมติประวัติศาสตร์

คืนตำแหน่ง 7 ผู้ช่วยวัดโสธร

แต่ยังอ้างข้างๆ คูๆ ว่าผิดแต่ไม่ร้ายแรง

 

หุหุ มหาเถรสมาคม นี่มันองค์กรเทวดามาเกิดจริงๆ นะ ตัวเองตั้งใครที่ไหนไม่รู้ไปเป็นเจ้านายเขา พระเณรทั้งวัดเห็นไม่คุ้นเคยเลยไม่ยอมรับ เขาก็ออกมาประท้วง แสดงสิทธิของตนเอง ไม่ได้ฆ่าแกงใครซักหน่อย เป็นการแสดงออกถูกต้องทั้งในหลักพระธรรมวินัยและประชาธิปไตยด้วยซ้ำไป มหาเถรสมาคมกลับทำหน้ามืดเชื่อเฮียเหนาะ ถืออำนาจบาตรใหญ่ใช้ "มติ ม.ส." สั่งลงโทษเขา ครั้นวันนี้ จะคืนตำแหน่งให้เขา จะเอาอะไรไปอ้างในการคืน นอกจากจะไม่ยอม "ขอโทษ" เขาแล้ว ก็ยังเล่นสำนวน "ตบหัวลูบหลัง" อีกด้วยว่า "ผิดเพียงเล็กน้อย แต่ลงโทษหนักเกินไป จะคืนตำแหน่งแถมคืนเงินเดือนให้" ถามว่า แล้วคนที่ใช้ "มหาเถรสมาคม" เป็นเครื่องมือทำลายคนอื่นล่ะ จะปล่อยลอยนวลให้เป็นใหญ่เป็นโตต่อไปอีกแบบนั้นหรือ ตัวมหาเถรสมาคมเองเคยพิจารณาบทบาทของตัวเองไหม ว่าบำเพ็ญตัวเป็นลูกฟุตบอลในอุ้งเท้าของใคร ทำแบบนี้มันเสียหายองค์กรปกครองคณะสงฆ์ ที่พุทธศาสนิกชนเชื่อว่าเป็นองค์กรคุณธรรมสูงสุดของประเทศไทย พูดง่ายๆ ก็คือว่า ถ้าไม่เกิดกรณีเจ้าคุณเสนาะร่ำรวยผิดปรกติ ก็คงไม่มีการนำเรื่องนี้มาพิจารณา ซึ่งมิใช่เป็นกระบวนการที่เกิดจากกลไกการทำงานของมหาเถรสมาคมซักกะหน่อย มหาเถรสมาคมทุกวันนี้ก็ทำงานตามกระแสข่าวเท่านั้น วันๆ ก็นั่งจับกระแสว่าสังคมจะไปทางไหน โดนสื่อกระหน่ำเรื่องใดก็รีบออกมาแก้ไขเรื่องนั้น มหาเถรสมาคมทำผิดโทนโท่ ยังไม่เคยเอ่ยซักคำว่า "ขอโทษ" แล้วจะไม่ให้เรียกว่า "องค์กรเทวดา" ได้ไง

พูดให้ชัดเลยว่า ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธรคือ "ปัญหาหลัก" ที่มหาเถรสมาคมต้องแก้ไข ไม่ใช่การคืนตำแหน่ง 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เพราะเท่ากับว่าเป็นการบีบให้ 7 ผู้ช่วย ต้องเป็นผู้ช่วยของพระราชมงคลรังษี ซึ่งทั้งเจ็ดท่านก็ประกาศไม่ยอมรับมาตั้งแต่ต้น นี่คือความฉ้อฉลของมหาเถรสมาคม ที่สังคมสงฆ์ไทยมองไม่ทะลุ การยอมรับ "คืนตำแหน่ง" ของผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 รูป จึงถือว่าทำลายอุดมการณ์ของตัวเอง หรือไม่ก็โดนหลอกออกโรงเรียน ดังนั้น หากตราบใดที่ยังไม่มีการเปลียนตัวเจ้าอาวาสวัดโสธร ก็ยังไม่ถือว่ามหาเถรสมาคมได้แก้ไขปัญหาอย่างถูกจุด

7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรตอนนี้ ต่อให้ได้ตำแหน่งและเงินเดินกลับคืนมา ก็ยังคงนอนไม่หลับ เหมือนพระพรหมสิทธินั่นแหละ เพราะเจ้าอาวาสวัดโสธรและวัดสระเกศ "ก็ยังคงอยู่" แถมอยู่แบบ "ชั่วไม่มี ดีไม่ปรากฏ" นั่งค้ำหัวไปเรื่อยๆ เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ไม่อยากจะพูดเลยว่า พระพรหมสิทธิและ 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร "เสียค่าโง่แล้ว" นึกว่ามหาเถรสมาคมเมตตา ที่ไหนได้ ถูกขังยาวไปตลอดชีวิตเลยเชียวล่ะ โชคดีเด้อครับ การการได้เป็นลูกน้องคนใหม่ของเสี่ยเหนาะและเสี่ยประยงค์ !

 

 

มติ มส. คืนหน้าที่ 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ แล้ว

เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พระพรหมเมธี โฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) เปิดเผยหลังการประชุมมหาเถรสมาคมว่า ที่ประชุมรับทราบการคืนหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม จำนวน 7 รูป ตามที่พระพรหมเวที เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรฯ เสนอ ได้แก่ 1.พระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์) 2.พระครูโสภณสรกิจ (วิรัตน์) 3.พระครูภาวนากิจพิลาส (บุญยิ่ง) 4.พระครูปริยัติปัญญาธร (ปรีดี) 5.พระครูศรีปริยัติวิมล (เอื้อ) 6.พระมหาปรีชา เตชวัณโณ และ 7.พระครูสุตภาวนาพิธาน (สันติภัทร)

พระพรหมเมธี กล่าวต่อไปว่า สำหรับการคืนหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ให้แก่ 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร เนื่องจาก พระพรหมเวที พิจารณาแล้วว่า ผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 รูป ดำเนินการต่อต้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ถือว่าละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ มีความผิดไม่ร้ายแรง เพียงแค่ตำหนิโทษ ซึ่งการพักงานผู้ช่วยเจ้าอาวาสมาตั้งแต่ปี 2553 นานเกินกว่า 3 ปีนั้น ถือว่าสมควรแก่เวลาแล้ว ประกอบกับผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 รูป ถึงแม้จะถูกพักหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาส แต่ก็ยังคงสนองงานคณะสงฆ์ของวัดโสธรและสร้างประโยชน์ให้แก่พระพุทธศาสนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านการศึกษาสงฆ์ ดังนั้น เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก จึงเห็นว่า สมควรที่จะคืนหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร พร้อมกับถวายค่านิตยภัตย้อนหลังให้แก่พระทั้ง 7 รูปด้วย

สำหรับการตั้งกรรมการสอบการเงินย้อนหลังของวัดโสธร 5 ปี นั้น เป็นอำนาจของเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออกจะพิจารณา เนื่องจากคณะสงฆ์มีการแบ่งการปกครองเป็นระดับพื้นที่ ซึ่งเมื่อเรื่องเกิดในพื้นที่ใดเจ้าคณะปกครองจะเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งนี้ มหาเถรฯ ไม่มีอำนาจไปดำเนินการทั้งหมด โฆษกมหาเถรฯ กล่าว

 

ข่าว : ข่าวสด
31 ตุลาคม 2557


 

NON-STOP !

 

สุเทพฯไม่สนคนตาย

เดินหน้าบวช กปปส. ในสวนโมกข์

 


 

พระสุเทพ นำ กปปส. 137 คน อุปสมบทหมู่ ถวายเป็นพระราชกุศล "ในหลวง" ที่สวนโมกข์

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 29 ตุลาคม ที่วัดธารน้ำไหล (สวนโมกขพลาราม) ต.เลม็ด อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผวจ.สุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีอุปสมบทหมู่เพื่อบำเพ็ญธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557 โดยมีพระธรรมโมลี เจ้าคณะภาค 6 เป็นประธานพระอุปัชฌาย์ ซึ่งโครงการรุ่นที่ 1 มีพิธีอุปสมบทระหว่างวันที่ 29-31 ต.ค.57 จำนวน 137 รูป โดยในวันแรกมีผู้อุปสมบทแล้ว 43 รูปมีนายกฤษณ์พงศ์ เกียรติศักดิ์ หรืออาจารย์กบ พิธีกรสถานีโทรทัศน์บูลสกาย รวมอยู่ด้วย
 

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมีพระสุเทพ ปภากโร (สุเทพ เทือกสุบรรณ)เป็นผู้ริเริ่มฯ จะมีแกนนำ กปปส.คนสำคัญเข้าร่วมอุปสมบท เช่น นายอิสระ สมชัย ,นายชุมพล กาญจนะ, นายสุพล จุลใส,นายอุทัย ยอดมณี,นายสินิต เลิศไกร และนายธานี เทือกสุบรรณ เป็นต้น ส่วนโครงการรุ่นที่ 2 จะมีจะทำพิธีอุปสมบทระหว่างวันที่ 28-31 ธ.ค.57 อีกจำนวน 120 รูป กำหนดบวชรุ่นละ 30 วัน โดยรุ่นแรกตั้งแต่วันที่ 1-30 พ.ย.57 จะมีการปฏิบัติธรรมตามแนวทางท่านพุทธทาสภิกขุที่สวนโมขพลาราม และฝึกอบรมหลักสูตรอานาปานสติที่สวนโมกนานาชาติ และทีปภาวรรณธรรมสถาน อ.เกาะสมุย ก่อนจะออกเผยแพร่ธรรมะใน จ.สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช และ จ.กระบี่

พระสุเทพ ปภากโร กล่าวว่า ได้ริเริ่มโครงการนี้ชักชวนประชาชนมาร่วมบำเพ็ญธรรมและปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2557

อย่างไรก็ตามก่อนนี้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ (กปปส.) ระบุว่า ในวันที่ 31 ต.ค.57 จะเป็นวันครบรอบ 1 ปี การชุมนุมของกลุ่ม กปปส.ทางกลุ่มจึงได้มีการจัดกิจพิธีทางศาสนาในระหว่างวันที่ 29-31 ต.ค.ที่วัดสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา โดยมีอุปสมบทหมู่จำนวน 120 รูป ภายใต้ชื่อโครงการ บวชพระเพื่อปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระเจ้าอยู่หัว และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ที่เสียชีวิตจากการชุมนุมของ กปปส.ที่เกิดขึ้นในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งแกนนำ กปปส.จะเดินทางมาร่วมพิธีทางศาสนากันอย่างพร้อมเพียงด้วย

 

ข่าว : มติชน
30 ตุลาคม 2557


 

ช็อคโลก !

 

พระสวนโมกข์ผูกคอตาย

 

ตายเพื่อหลุดพ้นจากทุกข์ หรือตายเพื่อหนีความอาย อายที่สวนโมกข์มีเจ้าอาวาสชื่อ พระสุเทพ ณ. กปปส. ?

อา..บอกแล้วไง ว่าอย่าเอาการเมืองไปเล่นในวัด หลวงพ่อพุทธทาสท่าน "เบื่อกรุงเทพฯ" จึงหนีกลับไปอยู่พุมเรียง สร้างสวนโมกข์ขึ้นมา หมายใจจะให้ เป็นสถานที่ "หลุดพ้น" จากความวุ่นวายทางโลก โดยเฉพาะก็คือการเมือง แต่ลูกศิษย์สวนโมกข์รุ่นหลัง ไม่ซาบซึ้งถึงอุดมการณ์ของบูรพาจารย์ จึงอาจหาญเปลี่ยนสวนโมกข์ ด้วยการ "ย้ายสวนโมกข์ไปไว้ในกรุงเทพฯ" และต่อด้วย "การยินยอมให้พระสุเทพ-หัวหน้ากลุ่มการเมือง กปปส. มาจำวัดในสวนโมกข์และออกเดินสายเล่นการเมือง" ครั้นคุมพระสุเทพฯไม่ได้ ก็หมดปัญญา หลวงตาเห็นสวนโมกข์มานาน จึงถึงกับยอมฆ่าตัวตาย เพื่อเตือนสติคนมีอำนาจว่า "อย่าทำร้ายสวนโมกข์-อย่าทำลายพุทธทาส" อีกต่อไปเลย ขอร้อง วิงวอน ปล่อยสวนโมกข์ให้เป็นเส้นทางแห่งการหลุดพ้นเถิด อย่าดึงสวนโมกข์ไปเป็นบันไดทางการเมืองเรื่องตัณหาเลย นะ จะตายก็ยอม !

 

 

หลวงพ่อพุทธทาส ผู้ก่อตั้งสวนโมกข์
VS
หลวงพี่สุเทพฯ ถูกมองว่าเป็นผู้ทำลายสวนโมกข์

 




 

ภาพ : กปปส. ยึดสวนโมกข์

มาแค่คุณสุเทพคนเดียวก็เครียดจะตายอยู่แล้ว นี่เล่นยกม็อบ กปปส. มาจนล้นสวนโมกข์ พระสวนโมกข์ไม่หนีไปหมดก็ให้มันรู้ไป

 

 

พระสุเทพงานเข้า ! สังคมออนไลน์แซดเป็นสาเหตุพระสวนโมกข์ผูกคอตาย

ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - สังคมโซเชียลมีเดีย ออนไลน์ ตั้งข้อสังเกตวิพากษ์วิจารณ์กรณีพระลูกวัดสวนโมกขพลารามผูกคอตาย หลังบวชเป็นพระมานานถึง 25 พรรษา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น 6 วัน ก่อนการจัดกิจกรรมอุปสมบทหมู่ กปปส.140 รูป ซึ่งมี พระสุเทพ เป็นประธานจัดงาน
       
วันนี้ (29 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางบรรยากาศการจัดงานอุปสมบทหมู่ที่สวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี โดยพระสุเทพ ปภากโร ได้นำกลุ่ม กปปส.จากทั่วประเทศ จำนวน 140 คน เข้าอุปสมบทหมู่เพื่อปฏิบัติธรรมตามแนวทางพระพุทธทาส และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีกำหนดลาสิกขา เป็นเวลา 1 เดือน

แต่อีกด้านหนึ่งมีรายงานข่าวระบุในโซเชียลมีเดีย ออนไลน์ ได้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเว็บบอร์ดชื่อดังตามลิงก์ http://pantip.com/topic/32754201 ชื่อหัวข้อ ...ไม่น่าเป็นไปได้ พระสวนโมกข์ผูกคอตาย !... ตั้งหัวข้อโดยสมาชิกหมายเลข 1519842 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม เวลา 15.32 น. ที่ผ่านมา
       
โดยในกระทู้ดังกล่าว ได้อ้างอิงรายงานข่าวซึ่งมีหัวข้อข่าวว่า พระ สวนโมกข์ผูกคอตาย โดยกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ซึ่งตามรายงานข่าวระบุว่า เมื่อเวลา 04.30 น.วันที่ 23 ต.ค.57 ตำรวจ สภ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี รับแจ้งว่า มีเหตุพระสงฆ์ในวัดธารน้ำไหล หรือสวนโมกขพลาราม ม.6 ต.เลม็ด อ.ไชยา ผูกคอตายที่บริเวณลานด้านหน้าม้าหินอ่อน หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของสวนโมกข์ ทราบชื่อภายหลังคือ พระภิกษุเฉลียว ใจคุ้มเก่า อายุ 62 ปี เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 ชั่วโมง
       
โดยเสียชีวิตด้วยการใช้เชือกคล้ายกับเชือกไนลอนผูกกับต้นไม้เสียชีวิตในท่ายืน ข้างม้านั่งหินอ่อนสำหรับพุทธศาสนิกชนนั่งอ่านหนังสือหน้าเก้าอี้ที่ท่านพุทธทาสเคยนั่ง และใกล้กับกุฏิท่านพุทธทาสภิกขุ จำวัด ในกุฏิยังพบบัตรนัดผู้ป่วยโรงพยาบาลไชยาอีกด้วย
       
ทั้งนี้ พระภิกษุเฉลียว บวชเป็นพระมาร่วม 25 พรรษาแล้ว ไม่มีใครทราบถึงสาเหตุของการผูกคอตาย ซึ่งทางตำรวจสันนิษฐานว่า อาจจะน้อยใจระหว่างพระด้วยกันก็เป็นไปได้ซึ่งจะสืบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดต่อไป โดยได้ประสานกับทางญาตินำศพไปทำพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดเวียง อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การผูกคอตายของพระรูปดังกล่าวเกิดขึ้น 6 วัน ก่อนที่จะมีการจัดอุปสมบทหมู่ของกลุ่ม กปปส. โดยพระสุเทพ ปภากโร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ซึ่งแม้ทั้ง 2 กรณีนี้ไม่ได้มีข้อเท็จจริงที่เชื่อมโยงกัน แต่กลับทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางถึงขั้นมีการตั้งกระทู้ในหัวข้อ ...ไม่น่าเป็นไปได้ พระสวนโมกข์ผูกคอตาย!... ตามมาด้วยการตั้งข้อสังเกตต่างๆ เช่น
       
ความคิดเห็นที่ 6 โดยสมาชิกหมายเลข 1705151 เมื่อ 23 ตุลาคม เวลา 17.07 น.แสดงความคิดเห็นว่า
       
ซึ่งทางตำรวจสันนิษฐานว่า อาจจะน้อยใจระหว่างพระด้วยกัน อืม... พระรูปใดหนอมาทำให้หลวงพ่อน้อยใจ ทั้งๆ ที่บวชมา 25 พรรษาแล้ว หรือจะเป็นพระที่บวชใหม่ ทำตัวเด่นดัง ทำอะไรเกินหน้าเกินตาหลวงพ่อมั้ง...
       
ด้าน ความคิดเห็นที่ 7 โดยสมาชิกหมายเลข 1625484 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม เวลา 17.35 น.แสดงความเห็นว่า
       
รังสีอำมหิตของอดีตนักการเมืองเก่าที่หนีมาบวชรุนแรง ..ก่อนบวช ทำบ้านเมืองลุกเป็นไฟ เข้าวัดพระในวัดมาผูกคอตายแทนที่วัดจะสงบเย็น
       
ความคิดเห็นที่ 10 โดยสมาชิกหมายเลข 1552374 เมื่อ 23 ตุลาคม เวลา 18.20 น. แสดงความคิดเห็นว่า
       
ไปรู้ ไปเห็น อะไรบ้างอย่างแล้วรับไม่ได้หรือเปล่า บวชมาตั้ง 25 พรรษาเชียวนะ ไม่น่าคิดสั้นง่ายๆ สงสัย.....สงสัย
       
ขณะที่ความคิดเห็นที่ 12 โดยสมาชิกหมายเลข 1797158 เมื่อ 24 ตุลาคม เวลา 09.45 น. แสดงความคิดเห็นว่า
       
สาเหตุก่อนหน้านี้ ท่านโทร.ไปแจ้งความไว้แล้วที่สถานีตำรวจ อ.ไชยา เมื่อวันเสาร์ที่18 ต.ค. แต่ไม่ได้รับการเหลียวแล

 

ข่าว : ผู้จัดการ
30 ตุลาคม 2557


 

30 ตุลา 57

 

วันพิพากษาอนาคตวัดโสธร  !

จะเดินทางหายนะเหมือนเดิมหรือเริ่มต้นใหม่

มหาเถรสมาคมเท่านั้นที่ตอบได้

 

แต่ที่แน่ๆ ถ้ามีการคืนตำแหน่งแก่ 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสจริง ก็หมายถึงว่า เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันไม่มีความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่ง เพราะฮั้วกับเจ้าคุณเสนาะ เกาะกินหลวงพ่อโสธร คนหนึ่งได้ตำแหน่งและยศถาบรรดาศักดิ์ อีกคนหนึ่งได้เงินค่ากล้วยไม้จากสวนร่มวรีย์ งานนี้ต้องมีอันเป็นไปทั้ง "เจ้าคุณเสนาะ" และ "หลวงตาประยงค์" แถมยังจะต้องชดใช้ "ทั้งดอกทั้งต้น" บาปกรรมที่ทำไว้มากมายนั้น ผลเป็นอย่างไร ก็ดูสภาพวัดสระเกศในวันนี้เองเถิด "เกิดกรณีชักดาบค่าจัดงานศพสมเด็จเกี่ยว" เสื่อมเสียเกียรติยศทั้งคนอยู่และคนไป พูดไปก็อายร้อยปี

 

สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง

 

 

 

ตราบาปของวัดโสธร
ที่เจ้าคุณเหนาะดึงสมเด็จเกี่ยวเข้าไปเกียวข้อง

 

 

 

หลวงตาประยงค์-เจ้าคุณเสนาะ

เจ้าอาวาสและอดีตรักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธร

คู่หูตัวป่วนคณะสงฆ์ไทยในสมัย คสช.

 

 

30 ต.ค. นี้ มส.ตัดสิน 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร

จากกรณี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีบัญชาให้ พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) หรือเจ้าคุณเสนาะ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เจ้าคณะภาค 12 และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) คืนตำแหน่งหน้าที่ดูแลบรมบรรพตหรือภูเขาทอง แก่พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส หรือเจ้าคุณธงชัย พร้อมด้วยทีมงานตามที่เคยปฏิบัติมาตามบัญชาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ได้มอบหมายสั่งเสียไว้ พร้อมมอบหมายให้ พระพรหมเวที (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ตั้งกรรมการสอบการเงินวัดโสธรวราราม ย้อนหลังเป็นเวลา5ปี เพื่อตรวจสอบบัญชีการเงินวัดโสธรฯว่ามีปัญหาดังที่ถูกกล่าวหาหรือไม่นั้น

วันนี้ (28 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวได้พบกับพระพรหมสุธี โดยได้สอบถามว่าพระทีมงานของพระพรหมสิทธิที่ถูกสั่งพักงานจะมีการคืนตำแหน่งให้หรือไม่ พระพรหมสุธี กล่าวเพียงสั้นว่า ไม่ได้พัก ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า จะมีการตั้งกรรมการสอบการเงินวัดโสธรฯย้อนหลัง 5 ปี จะมีความกังวลหรือจะดำเนินการอะไรหรือไม่ พระพรหมสุธี ก็ตอบเพียงสั้นๆว่า ไม่มีอะไร และยังไม่ขอให้สัมภาษณ์ใดๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ พระพรหมสุธี ได้ทำหนังสือบันทึกคืนหน้าที่ภายในวัดตามที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มีบัญชา โดยมอบหมายให้เจ้าคุณรูปหนึ่งนำไปไปมอบให้แก่ พระพรหมสิทธิ ซึ่งเคยมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบภูเขาทองมาแต่ครั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ยังมีชีวิตอยู่ โดย พระพรหมสิทธิ แจ้งกับเจ้าคุณรูปดังกล่าวว่า หากเป็นบัญชาสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ก็ยินดีปฏิบัติตาม แต่ขอให้พระทุกรูปที่เคยทำงานได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ เหมือนเมื่อครั้งสมเด็จพระพุฒาจารย์มอบหมายไว้ จึงจะถูกต้องเป็นธรรม โดยได้ส่งมอบนำหนังสือกลับไปให้พระพรหมสุธี ดำเนินการพิจารณาใหม่อีกครั้ง

นอกจากนี้ ในเฟซบุ๊กตีแผ่ความจริง คนไร้คุณธรรม ยังได้นำข้อมูลการทบทวนผลสอบกรณีการปลด 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯมาเผยแพร่ โดยระบุว่า พระพรหมเวที เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เป็นประธานสอบเรื่องดังกล่าว ได้ผลสรุปว่า ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร 7 รูป ไม่มีความผิด ไร้มลทินจากข้อกล่าวหาที่พระพรหมสุธีใช้เป็นสาเหตุพักหน้าที่ จึงเห็นควรคืนตำแหน่งให้ โดยส่งหนังสือถึงผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)เพื่อนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม มส.

ดร. บุญเลิศ ไพรินทร์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะผู้ร้องขอให้ความเป็นธรรมแก่ 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ กล่าวว่า ได้รับทราบข้อมูลเช่นกันว่า จะมีการคืนตำแหน่งให้ 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร ซึ่งคงต้องคอยติดตามในการประชุมมส.วันที่ 30 ต.ค.นี้ หากมีการคืนจริง ก็ถือว่า ได้ให้ความเป็นธรรมต่อผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯทั้ง 7 รูปด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ยังได้มีบัญชาให้มีการตรวจสอบบัญชีเงินวัดโสธรฯ ย้อนหลังในช่วงที่พระพรหมสุธี เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ด้วย ตามที่นายบุญเลิศ ได้มายื่นเรื่องร้องเรียน โดยได้มอบหมายให้พระพรหมเวที(สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมส. เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งทางพระพรหมเวที ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบแล้ว โดยมี พระธรรมคุณาภรณ์ (พิมพ์ ญาณวีโร) เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เป็นประธานกรรมการ พระเทพมุนี(เก็ง อาสโภ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม และพระเทพเมธี (สมเกียรติ โกวิโท) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม เป็นกรรมการ ซึ่งทางพระพรหมเวที จะมีการนัดหารือแนวทางในการตรวจสอบในเร็วๆนี้

นายสมชาย สุรชาตรี โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนา(พศ.) กล่าวว่า มส. โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้มอบหมายให้เจ้าคณะปกครองดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อร้องเรียนต่างๆเกี่ยวกับ พระพรหมสุธี เมื่อได้ผลการสอบข้อเท็จจริงแล้ว เจ้าคณะปกครอง จะรายงานตรงไปยัง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ โดยไม่ได้ผ่านพศ. ซึ่งพศ.จะเป็นเพียงผู้สนองงานตามมติของมส.เท่านั้น ซึ่งในกรณีของวัดสระเกศฯ ก็เป็นเรื่องของการปกครองคณะสงฆ์ จะเป็นผู้พิจารณา

เรื่องวาระการเสนอคืนตำแหน่ง 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร นั้น หากไม่บรรจุเป็นวาระการประชุม มส. ก็จะเป็นวาระจร ซึ่งโดยหลักการแล้ว กรรมการมส.สามารถที่จะถือเรื่องเสนอต่อที่ประชุมมส.ได้พิจารณาโดยไม่ต้องผ่านพศ.ก็ได้ จึงต้องรอผลการประชุมมส.ที่จะถึงในวันที่ 30 ต.ค.นี้ว่า จะมีวาระดังกล่าวหรือไม่โฆษก พศ.กล่าว

 

ข่าว : เดลินิวส์
29 ตุลาคม 2557


 

ยื้อเกม !

 

เจ้าคุณเสนาะยอมคืนแค่ตำแหน่งเจ้าคุณธงชัย

แต่ที่เหลือยังคงเล่นแง่

"กำลังพิจารณาเป็นรายบุคคล"

 

อาฮ่า..รู้จักเสนาะน้อยไป ไม่พริ้วไม่ได้เป็นลูกพี่น้ำฝนหรอกจะบอกให้ โกงไม่เก่งก็ไม่มีเงินเป็นพันล้าน สมเด็จเกี่ยวเคยพยากรณ์เอาไว้มิใช่หรือว่า "เอ้อไอ้เณรนี่แปลก หัวมันเหมือนตะพองช้าง ถ้าเป็นคนดีก็จะดีมาก แต่ถ้าหัวขี้โกงล่ะก็บรรลัยเลยล่ะเอ็งเอ๊ย" แล้วเป็นจริงไหม ทางไหนก็ดูเอา ดูสิขนาดสมเด็จวัดปากน้ำมีบัญชา คุณเสนาะก็ยังกล้า "ยึกยักลักไก่" คืนให้แค่ตำแหน่งหัวหน้า ส่วนทีมงานนั้นไม่ยอมคืน ก็หมายความว่า ให้เจ้าคุณธงชัยขึ้นไป "ปรนนิบัติ" ภูเขาของเพียงคนเดียวเอกา ก็คงต้องทำงานตั้งแต่กวาดเช็ดถูภูเขาทอง จับตุ๊กๆ ไปปากคลองตลาด ซื้อและจำหน่ายธูปเทียน และนั่งเป็นโฆษกเองด้วย เก็บเงินเก็บทอง ทำบัญชีส่งรายงานเสนาะอีกต่างหาก ฯลฯ โอ๊ยเวียนหัวตาย ไม่คลานลงภูเขาทองก็ให้มันรู้ไป รองสมเด็จฯจะกลายเป็น "จับกัง" ก็ตอนนี้แหละ ถ้าทำได้ก็ยิ่งกว่าทศกรรฐ์ แต่ถ้าทำไม่ไหว เดี๋ยวก็เอาตำแหน่งกลับมาคืนเอง ก็ต้องเรียกว่า "เสียค่าโง่ที่ไปรับตำแหน่งคืนคนเดียว" นี่แหละที่อยากจะให้รู้จัก "เหนาะ ณ ภูเขาทอง" ตัวจริงเสียงจริง ลิงหลอกเจ้ายังต้องเรียกพี่ บอกได้คำเดียวว่า ตราบใดที่เจ้าคุณเสนาะยังอยู่ในตำแหน่งเจ้าอาวาส ตราบนั้น เจ้าคุณธงชัยก็ไม่มีวันนอนตาหลับ เพราะขนาด "พระอุปัชฌาย์สมเด็จเกี่ยว" เสนาะยังทรยศ "ไม่จ่ายเงินเผาศพ" มาแล้ว "แค่สมเด็จวัดปากน้ำ" ซึ่งใช้ "พระเดชมากดหัว" มีหรือที่เสนาะจะจงรักภักดี ที่ยอมๆ ในวันนี้ก็เพราะกลัวอำนาจเท่านั้น มิได้เกรงบารมีซักกะหน่อย สิ้นสมเด็จวัดปากน้ำวันใด จะได้เห็นฤทธิ์ของเสนาะ "เอาคืน" แบบเต็มโชว์ โบราณว่า "เห็นเสือหมอบ อย่านึกว่าเสือไหว้ เผลอเมื่อไหร่เสือกินสิ้นทั้งขน" เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจนะครับหลวงพ่อ พูดมากไปก็จะหาว่าสอนสังฆราช

 

 

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ยุติความขัดแย้งวัดสระเกศฯ สั่ง พระพรหมสุธี คืนหน้าที่ดูแลภูเขาทองให้ พระพรหมสิทธิ เช่นเดิม ส่วนผู้ช่วยเจ้าอาวาสอีก 2 รูป อยู่ในระหว่างพิจารณา ขณะที่อดีต 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ที่ถูกสั่งพักงานกรณีต้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาส เมื่อปี 2553 มีลุ้นได้คืนตำแหน่ง รอผลประชุม มส. 30 ต.ค.นี้

กรณีความขัดแย้งภายในวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร ระหว่าง พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) หรือ เจ้าคุณเสนาะ เจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 12 และพระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เจ้าคณะภาค 10 ซึ่งพระพรหมสุธี มีการสั่งพักงานพระพรหมสิทธิ ในการดูแลภูเขาทอง พร้อมกับผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ อีก 2 รูป โดยอ้างว่ามีการบริหารงานที่ไม่โปร่งใสเกี่ยวกับเงินบริจาคต่างๆ จากผู้มาทำบุญที่ภูเขาทอง ถึงกับให้คนไปแจ้งความยัง สน.สำราญราษฎร์ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ เพราะเห็นว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอ แต่อย่างไรก็ตามทำให้บรรยากาศภายในวัดสระเกศฯ เกิดการแบ่งแยกเป็น 2 ฝ่าย ระหว่างฝ่ายพระพรหมสุธี และฝ่ายพระ พรหมสิทธิ อีกทั้งสถานการณ์ยังลามไปถึงกลุ่มผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพระพรหมสุธี ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนไปยัง มหาเถรสมาคม (มส.) ให้พิจารณาในเรื่องดังกล่าว ทั้งยังลุกลามไปถึงการขุดคุ้ยประเด็นความขัดแย้งภายในวัดโสธรวราราม ในยุคที่พระพรหมสุธี เป็นรักษาการเจ้าอาวาสด้วยนั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก ตีแผ่ความจริง คนไร้คุณธรรม ไร้ความเป็นผู้นำ ซึ่งติดตามพฤติกรรมความเคลื่อนไหวในเรื่อง ดังกล่าวมาตลอด ได้เปิดเผยข้อมูลระบุว่าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้มีบัญชาให้พระพรหมสุธี คืนตำแหน่งหน้าที่ดูแลภูเขาทอง แก่พระพรหมสิทธิ ตามบัญชาของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่เคยสั่งเสียไว้ให้พระพรหมสุธีเป็นเจ้าอาวาส และให้พระพรหมสิทธิดูแลภูเขาทอง นอกจากนี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ยังมีบัญชาให้คืนตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ให้กับอดีต 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ที่ถูกพักงาน ไปนานกว่า 4 ปี ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่พระพรหมสุธี ยังดำรงตำแหน่งรักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ โดยที่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีการเปิดเผยผลการสอบสวนข้อเท็จจริงของ 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ว่ามีความผิดหรือไม่

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถามข้อเท็จจริงทั้ง 2 เรื่องจากพระพรหมสุธี และได้รับคำตอบว่า การคืนตำแหน่งการดูแลภูเขาทองให้แก่พระพรหมสิทธิเป็นเรื่องจริง โดยตนได้คืนตำแหน่งการดูแลภูเขาทองแล้ว 1 ตำแหน่ง ตามบัญชาของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ส่วนทีมงานที่เหลือกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา ส่วนการคืนตำแหน่ง 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ นั้น คงต้องรอความชัดเจนจากผลการประชุมมส.ในวันที่ 30 ต.ค.นี้ เนื่องจากเป็นตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง การจะพิจารณาในเรื่องใดก็ตาม รวมทั้งการคืนตำแหน่งจะต้องเป็นมติของ มส.

สำหรับรายชื่อผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯที่ถูกสั่งพักงานมานานกว่า 4 ปี โดยที่ยังไม่มีการเปิด เผยผลการสอบสวนข้อเท็จจริงนั้น ประกอบด้วย 1.พระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์) 2.พระครูโสภณสรกิจ (วิรัตน์) 3.พระครูภาวนากิจพิลาส (บุญยิ่ง) 4.พระครูปริยัติปัญญาธร (ปรีดี) 5.พระครูศรีปริยัติวิมล (เอื้อ) 6.พระมหาปรีชา เตชวณฺโณ 7.พระครูสุตภาวนาพิธาน (สันติภัทร) โดยสาเหตุที่ถูกสั่งพักงาน เนื่องจากออกมาต่อต้านการแต่งตั้ง พระเทพสิทธิญาณรังษี เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ เมื่อปี 2553 ซึ่งขณะนั้นมีสมณศักดิ์ที่พระราชมงคลรังษี เพราะเห็นว่าพระเทพสิทธิญาณรังษี ไม่ใช่พระวัดโสธรฯ และการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวง ควรแต่งตั้งพระสงฆ์ภายในวัดจึงจะมีความเหมาะสม ทั้งนี้ การออกมาเรียกร้องดังกล่าวเป็นที่มาของการถูกตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯทั้ง 7 รูป และถูกสั่งพักงานตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.2553 เป็นต้นมา และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยผลการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯทั้ง 7 รูป มีความผิดหรือไม่

 

ข่าว : ไทยรัฐ
2
8 ตุลาคม 2557


 

จนแต้ม !

 

เจ้าคุณเสนาะยอมรับคำสั่งสมเด็จวัดปากน้ำ

ให้คืนตำแหน่งแก่พระพรหมสิทธิและอดีต 7 ผู้ช่วยวัดโสธร

 

 

 

สมเด็จปากน้ำ ให้เจ้าคุณเสนาะ คืนหน้าที่ดูแลภูเขาทองแก่เจ้าคุณธงชัย-เลิกพักงาน 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีบัญชาให้ พระพรหมสุธี (เสนาะ ปัญญาวชิโร) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เจ้าคณะภาค 12 และกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) คืนตำแหน่งหน้าที่ดูแลบรมบรรพตหรือภูเขาทอง แก่พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พร้อมด้วยทีมงานตามที่เคยปฏิบัติตามบัญชาสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ ที่ได้มอบหมายสั่งเสียไว้ พร้อมมีบัญชาให้คืนตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม แก่อดีต 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ที่ถูกพักงาน ไปนานกว่า 5 ปี

ด้านพระพรหมสุธี กล่าวว่า การคืนตำแหน่งการดูแลภูเขาทองให้แก่พระพรหมสิทธิ เป็นเรื่องจริง โดยอาตมาได้คืนตำแหน่งการดูแลภูเขาทองแล้ว 1 ตำแหน่ง ตามบัญชาสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ส่วนทีมงานที่เหลือกำลังอยู่ในการขั้นตอนการพิจารณา สำหรับการคืนตำแหน่ง 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ คงต้องรอความชัดเจนจากผลการประชุมมหาเถรฯ ในวันที่ 30 ต.ค.นี้

สำหรับรายชื่อผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ถูกสั่งพักงานมานานกว่า 5 ปี โดยที่ยังไม่มีการเปิดเผยผลการสอบสวนข้อเท็จจริง ประกอบด้วย 1.พระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์) 2.พระครูโสภณสรกิจ (วิรัตน์) 3.พระครูภาวนากิจพิลาส (บุญยิ่ง) 4.พระครูปริยัติปัญญาธร (ปรีดี) 5.พระครูศรีปริยัติวิมล (เอื้อ) 6.พระมหาปรีชา เตชวัณโณ 7.พระครูสุตภาวนาพิธาน (สันติภัทร) โดยสาเหตุที่ถูกสั่งพักงาน เนื่องจากออกมาคัดค้านการแต่งตั้งพระเทพสิทธิญาณรังษี เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ เมื่อปี 2553 ซึ่งขณะนั้นดำรงสมณศักดิ์ที่พระราชมงคลรังษี เพราะเห็นว่าพระเทพสิทธิญาณรังษี ไม่ใช่พระวัดโสธรฯ และการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวง ควรแต่งตั้งพระสงฆ์ภายในวัด จะมีความเหมาะสมกว่า

การออกมาเรียกร้องดังกล่าว เป็นที่มาของการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแก่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯทั้ง 7 รูป และถูกสั่งพักงานตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย.2553 และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยผลการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าทั้ง 7 รูป มีความผิดหรือไม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มอบหมายให้พระพรหมเวที (สนิท ชวนปัญโญ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก ตั้งกรรมการสอบการเงินวัดโสธรวราราม ย้อนหลังเป็นเวลา 5 ปี เพื่อตรวจสอบบัญชีการเงินวัดโสธรฯว่ามีปัญหาดังที่ถูกกล่าวหาหรือไม่

 

ข่าว : ข่าวสด
2
8 ตุลาคม 2557


 

คดีเจ้าคุณเหนาะเริ่มออกฤทธิ์ !

สมเด็จวัดปากน้ำออกคำสั่ง

คืนหน้าที่ผู้ดูแลภูเขาทองแก่พระพรหมสิทธิ

คืนตำแหน่ง 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร

 

ขีดเส้นตาย 30 ต.ค. นี้

หาไม่แล้ว พระพรหมสุธีจะมีอันเป็นไป

 

 

 

เสือลำบาก-พระพรหมสุธี
ผู้ต้องคดีประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทย

 

ความคืบหน้าเกียวกับคดี พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ถูกฟ้องร้องมากมายหลายคดี ทั้งผ่านคณะสงฆ์ (มส.) ผ่าน ปปท. ปปช. และดีเอสไอ ซึ่งล่วงเลยเวลามานานพอสมควรแล้ว ควรที่ทางมหาเถรสมาคมจะได้แถลงผลให้พุทธศาสนิกชนคนไทยทั่วประเทศได้รับทราบเสียที ทั้งนี้เพราะเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับพระมหาเถระระดับรองสมเด็จพระราชาคณะ ผู้มีตำแหน่งระดับสูงถึงเจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวง ซึ่งเคยเป็นที่สถิตของสมเด็จพระสังฆราช เป็นเจ้าคณะภาค และกรรมการมหาเถรสมาคม เทียบเท่ากับตำแหน่งรัฐมนตรีในทางบ้านเมือง ดังนั้น เรื่องนี้จะทำเงียบๆ เหมือนคดีพระสงฆ์ในอดีตนั้นหาได้ไม่ ทั้งนี้เพราะสมัยนี้มีสื่อทั้งสื่อหลักสื่อรองและสื่ออิสระ คอยตรวจสอบการทำงานของมหาเถรสมาคมและเจ้าคณะผู้ปกครองอยู่เต็มไปหมด คดีเจ้าคุณเสนาะนั้นได้กลายเป็น "คดีสาธารณะ" ไปแล้ว จะสอบแบบเงียบๆ เหมือนสมเด็จพระพุทธชินวงศ์กระซิบเจ้าคุณเสนาะนั้นหาได้ไม่

สายข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2557 ที่ผ่านมา ได้มีบัญชาจากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ให้ดำเนินการดังนี้

1. ให้ พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) คืนตำแหน่งหน้าที่การงานในการดูแลบรมบรรพต (ภูเขาทอง) ให้แก่ พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พร้อมด้วยทีมงานตามที่เคยปฏิบัติมา ด้วยเหตุผลว่า พระพรหมสิทธิปฏิบัติหน้าที่ตามบัญชาของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งแต่งตั้งให้พระพรหมสิทธิเป็นผู้ดูแลบรมบรรพตมาแต่เดิม การที่พระพรหมสุธีสั่งปลดพระพรหมสิทธินั้น จึงถือว่าเป็นการฝ่าฝืนบัญชาสมเด็จพระพุฒาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสและอดีตพระอุปัชฌาย์ของพระพรหมสุธี เป็นการแสดงความอกตัญญูต่อบูรพาจารย์อดีตเจ้าอาวาส ส่งผลให้เกิดปัญหาแก่วัดสระเกศอย่างแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

2. ให้คืนตำแหน่ง "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม" แก่อดีต 7 ผู้ช่วย ที่ถูกพักตำแหน่ง ไปตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2553 ถึงปัจจุบันก็เป็นเวลากว่า 4 ปี ที่คดีไม่คืบหน้า แสดงว่าเอาผิดผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 ไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ต้อง "คืนความเป็นธรรม" ให้แก่ทุกรูป ทั้งนี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มีบัญชาให้นำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมมหาเถรสมาคม ในวันที่ 30 ตุลาคม ศกนี้ ที่พุทธมณฑล ทั้งนี้ ตอนปลด 7 ผู้ช่วยวัดโสธรนั้น เจ้าคุณเสนาะอาศัย "มติมหาเถรสมาคม" เป็นดาบอาญาสิทธิ์ การจะคืนตำแหน่งให้ก็ต้องใช้ "มติมหาเถรสมาคม" จึงจะสามารถลบล้างคำสั่งเดิมได้  ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราทั้ง 7 รูป ประกอบด้วย

     1. พระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์)

     2. พระครูโสภณสรกิจ (วิรัตน์)

     3. พระครูภาวนากิจพิลาส (บุญยิ่ง)

     4. พระครูปริยัติปัญญาธร (ปรีดี)

     5. พระครูศรีปริยัติวิมล (เอื้อ)

     6. พระมหาปรีชา เตชวณฺโณ

     7. พระครูสุตภาวนาพิธาน (สันติภัทร)
 

3. ตั้งกรรมการสอบการเงินวัดโสธรวราราม ย้อนหลังเป็นเวลา 5 ปี เพื่อสางบัญชีการเงินวัดโสธรว่ามีปัญหาดังที่ถูกกล่าวหาหรือไม่ ในการนี้ ทางพระพรหมเวที (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม ได้สั่งตั้งกรรมการขึ้นมา มีพระธรรมคุณาภรณ์ (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.7) เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา รองเจ้าคณะภาค 7 เป็นหัวหน้า

 

 

ในการคืนตำแหน่ง "ผู้ดูแลบรมบรรพต" แก่พระพรหมสิทธินั้น สายข่าวรายงานว่า ทางเจ้าคุณเสนาะ ได้ทำเป็นบันทึกสั้นๆ มีข้อความว่า "สมเด็จวัดปากน้ำ มีบัญชาให้พระพรหมสิทธิกลับไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลบรมบรรพตตามเดิม" และให้เจ้าคุณเด็กรูปหนึ่งนำคำสั่งนี้ไปแจ้งแก่พระพรหมสิทธิ แต่พระพรหมสิทธิเห็นว่าเป็นการง่ายไป เพราะเวลาปลดนั้นเจ้าคุณเสนาะสั่งปลดต่อหน้าหมู่สงฆ์กลางโบสถ์ แต่เวลาจะคืนนั้นกลับให้พระเด็กๆ มาแจ้งแค่คำสองคำ จึงคืนคำสั่งไป เจ้าคุณธงชัยจะรับทราบคำสั่ง ก็ต่อเมื่อมีประกาศอย่างเป็นทางการเหมือนตอนสั่งปลดเท่านั้น จึงต้องดูต่อไปว่า ทางเจ้าคุณเสนาะจะทำอย่างไร ทั้งนี้มีกำชับจากทางวัดปากน้ำว่า หากเจ้าคุณเสนาะยังดื้อแพ่ง ไม่ยอมปฏิบัติตามที่สั่ง ก็จะมีการสั่งพักตำแหน่งของเจ้าคุณเสนาะทุกตำแหน่งในทันที เพราะถือว่าขัดบัญชาผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

อย่างไรก็ตาม ตามรูปการณ์ที่ปรากฏออกมาเช่นนี้ ชี้ชัดว่า "คดีมีมูล" ทั้งในส่วนของวัดสระเกศและวัดโสธร สมเด็จวัดปากน้ำจึงเริ่มดำเนินการ "คืนความชอบธรรม" ให้แก่ผู้ถูกกระทำเป็นเบื้องต้น ส่วนการลงโทษเจ้าคุณเสนาะนั้นยังต้องรอความพร้อมอีกระยะหนึ่ง ซึ่งคาดว่าก่อนวันที่ 5 ธันวาคม ศกนี้ คดีเจ้าคุณเสนาะก็น่าจะสิ้นสุด

สำหรับผลการสอบสวนของคณะสงฆ์ส่วนกลาง มีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) วัดพิชยญาติการาม เป็นประธาน ซึ่งสรุปสำนวนเสร็จตั้งแต่ก่อนสิ้นเดือนตุลาคม และส่งถวายรายงานถึงสมเด็จวัดปากน้ำไปแล้วนั้น สายข่าวรายงานว่า "อุ้มเสนาะเกินร้อย" ทางสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จึงไม่ยอมนำเอาผลการสอบสวนนั้นเข้ามหาเถรสมาคม แต่ได้ดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมด้วยตนเอง โดยเรียกผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรให้เข้าปากคำ ก่อนจะมีความเห็นให้คืนตำแหน่งแก่ทุกรูป

ส่วนกรณีพระพรหมสิทธินั้น ก็เป็นเหตุเป็นผลที่ทราบกันทั่วไปในกลุ่มลูกศิษย์วัดสระเกศ ว่าก่อนมรณภาพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ ได้ออกคำสั่งสำคัญ 2 ประการ คือ

1. ให้พระพรหมสุธี เป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศรูปต่อไป

2. ให้พระพรหมสิทธิ ดูแลบรมบรรพตภูเขาทอง

ทั้งสองประการนี้ เป็นเสมือน "พินัยกรรม" ของสมเด็จเกี่ยวก่อนมรณภาพ ถึงไม่ได้เขียน แต่คนที่รับทราบก็มีอยู่เต็มวัด ดังนั้น เมื่อมีพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ให้พระพรหมสุธีขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ แบบสายฟ้าแล่บ จึงไม่มีการต่อต้านจากทางฝั่งเจ้าคุณธงชัย (พรหมสิทธิ) ทั้งนี้เพราะยึดมั่นในคำสั่งของสมเด็จพระพุฒาจารย์นั่นเอง 

แต่เมื่อเจ้าคุณเสนาะสั่งปลดพระพรหมสิทธิ ก็เท่ากับว่า "ลบล้างคำสั่งสมเด็จพระพุฒาจารย์" ซึ่งส่งผลให้ตนเอง (เจ้าคุณเสนาะ) ได้เป็นเจ้าอาวาสอีกด้วย ดังนั้น การที่เจ้าคุณเสนาะสั่งปลดเจ้าคุณธงชัย จึงถือว่าไม่กตัญญูต่อครูบาอาจารย์อดีตเจ้าอาวาส ส่งผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่วัดสระเกศ พระสงฆ์สามเณรค่อนวัดจึงไม่ยอมรับเจ้าคุณเสนาะในฐานะเจ้าอาวาส

ขั้นตอนต่อไป ทางมหาเถรสมาคม ก็คงจะพิจารณาโทษของเจ้าคุณเสนาะในส่วนนี้ (ทางการปกครอง-ไม่เกี่ยวกับรูปคดีอื่นๆ) ส่วนจะพิจารณาหาใครมาดำรงตำแหน่งแทนนั้น คาดว่า ทางมหาเถรสมาคมคงจะยกตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศถวายแก่ หลวงปู่พระธรรมกิตติโสภณ (หนู อโนมปญฺโญ ป.ธ.8) พระมหาเถระอาวุโสภายในวัด รุ่นราวคราวเดียวกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ อดีตเจ้าอาวาส และเป็นพระกรรมวาจาจารย์ของเจ้าคุณเสนาะด้วย หากเป็นไปตามนี้ ทางฝ่ายเจ้าคุณเสนาะและเจ้าคุณธงชัย ก็คงจะทำใจยอมรับได้ แบบว่าเป็นการถอยกันคนละก้าว

 

 

ในส่วนของวัดโสธรจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น หากผลการสอบสวนทวนความได้ว่า มีความผิดปกติในการบริหารวัด ภายใต้การบริหารของ "พระราชมงคลรังษี" เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ก็เชื่อว่า จะมีการเปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสใหม่ แต่จะเป็นใครนั้นก็ยังไม่ทราบ ส่วนพระราชมงคลรังษีนั้น เดิมเป็นเจ้าอาวาสวัดท่าสะอ้าน อำเภอบางปะกง และเข้ามาดำรงตำแหน่งตั้งแต่ พ.ศ.2553 ตามการเสนอของพระพรหมสุธี (เสนาะ) ซึ่งปัจจุบัน พระราชมงคลรังษี มีอายุมากถึง 85 ปี ทางมหาเถรสมาคมจึงอาจจะสั่งเปลี่ยนตัวเจ้าอาวาสวัดโสธร โดยอ้าง "ความชราภาพ" เหมือนที่พระพรหมสุธีอ้าง จึงสั่งปลด "พระราชมงคลวุฒาจารย์" อดีตเจ้าอาวาสวัดโสธร ออกจากตำแหน่ง (จนตรอมใจตาย) แล้วตั้งพระราชมงคลรังษี จากวัดท่าสะอ้านเข้ามาเป็นแทน

ซึ่งถ้าหากเป็นไปตามนี้ ก็ต้องถือว่าเป็น "กงกรรมกงเกวียน" พระราชมงคลรังษีมาทางไหนก็ต้องไปทางนั้น มาด้วยวิธีไหน ก็ต้องไปด้วยวิธีนั้น มหาเถรสมาคมคงเป็นได้เพียง "ผู้อนุวัตรตามกรรม" เท่านั้น หาไม่แล้ว มหาเถรสมาคมนั่นเองจะต้องถูกแรงกรรมกระทำร้ายด้วย การที่พระพรหมสุธี "ชวด" เป็นองค์ครองกฐินไปในปีนี้ ซึ่งเป็นปีแรกของการดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า "ผลกรรมมีจริง" ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่

 

ะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
2
5 ตุลาคม 2557


 

หลุดกฐิน !

 

เจ้าคุณเสนาะ "ไม่กล้า" รับกฐินหลวง

ในฐานะเจ้าอาวาสวัดสระเกศเป็นปีแรก

 



 

เฟสบุ๊คคู่อริเจ้าคุณเสนาะรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา เวลา 13.00 น. มีพิธีทอดกฐินพระราชทาน ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ทั้งนี้ นับเป็นปีแรกที่ พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร ป.ธ.6) ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ สืบต่อจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ ป.ธ.9) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งตามธรรมเนียมแล้ว เจ้าอาวาสวัดสระเกศจะเป็นผู้ครองกฐินเอง

แต่ในปีนี้ กลับปรากฏว่า พระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ ไม่ได้เป็นองค์ครองกฐินพระราชทาน โดยได้ให้ พระราชปัญญาโสภณ (สุรชัย สุรชโย) เป็นองค์ครองแทน

สาเหตุที่เจ้าคุณเสนาะไม่ได้รับกฐินในปีแรกนี้ ก็เพราะเจ้าคุณเสนาะยังมีมลทินติดตัว เรื่องที่ถูกร้องเรียนหลายคดี และทางมหาเถรสมาคมได้ตั้งกรรมการสอบสวน ซึ่งกระบวนการยังไม่สิ้นสุด หากจะรับกฐินล่วงหน้าไปก่อน แล้วภายหลังเกิดมีคำพิพากษาว่า "ผิดจริง" ก็จะเป็นการไม่เหมาะสม กระทบถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่วัดสระเกศดันทุรังให้ "ผู้ต้องอธิกรณ์" รับกฐินพระราชทาน ดังนั้น เจ้าคุณเสนาะจึงไม่สามารถรับเป็นองค์ครองกฐินในปีแรกของการเป็นเจ้าอาวาสได้

อีกกระแสหนึ่งนั้นระบุว่า พระวัดสระเกศจำนวนครึ่งวัด เตรียมตัวประท้วงการรับกฐินของเจ้าคุณเสนาะ หมายถึงว่า อาจจะมีการ "คัดค้าน" ในท่ามกลางระหว่างสงฆ์ ไม่เห็นด้วยกับการที่เจ้าคุณเสนาะจะเป็นผู้ครองกฐินพระราชทานในปีนี้ ซึ่งถ้าหากเกิดขึ้นจริง ก็จะยิ่งเสียหายแก่วัดสระเกศ ซึ่งเป็นพระอารามหลวง แบบว่าเสียหายไปหลายร้อยปี คุณงามความดีที่เคยสั่งสมมานับตั้งแต่สมเด็จพระสังฆราช (ญาโณทยมหาเถร) และสมเด็จพระพุฒาจารย์ (อุปเสนมหาเถร) ก็จะไม่เหลือเลย ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน พระพรหมสุธี จึงยินยอม "ไม่รับครองกฐิน" ดังกล่าว

ก็ต้องถือว่า เป็นอีกหนึ่งในวิบากกรรมของพระพรหมสุธี เมื่อเริ่มขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ก็ถูกมรสุมซัดกระหน่ำโอนเอน จนกระทั่งต้องหลุดจากกฐินพระราชทานไปในปีแรกของชีวิตการเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในคณะสงฆ์ไทย ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ

 

ะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
2
1 ตุลาคม 2557

 

ธรรมกายสยายปีก !

คุมบัญชีสมณศักดิ์

ปีเดียวกวาดพัดเจ้าคุณไป 4 ด้าม

อา..โบราณว่า "ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม" เป็นอย่างนี้นี่เอง

ชิตัง เม !

 

 

พ่อใหญ่ธัมมชโย

ติดบ่วงนานถึง 20 ปี เพิ่งจะได้เลื่อนเป็นชั้นเทพใน พ.ศ.2554

ปีนี้ ธรรมกายเปิดเกมใหม่ ไม่เก็บบอลไว้ที่กองกลางอีกต่อไป แต่จ่ายออกไปทั้ง 4 ทิศ พระราชาคณะจึงตกอยู่ในต่างประเทศหมดทั้ง 4 รูป เป็นเรื่องที่แปลก แต่ท่าน "ธัมมชโย-ทัตตชีโว" ก็กล้าเล่น-กล้าทำ โดยเชื่อว่า ถ้ากักบอลไว้ที่กองกลาง ก็อาจจะเสี่ยงถูกกระทบเอาได้ จึงกระจายอำนาจออกไปตามสาขาต่างๆ ขนาดว่า "ท่าน ดร.สมชาย" ดาราตุ๊กตาทอง ก็ยัง "สงวนตัว" ไม่รับสมณศักดิ์ในปีนี้ ทั้งๆ ที่เป็น "เบอร์ 3" ของอาณาจักรธรรมกายแท้ๆ นี่แหละ ลับ-ลวง-พราง

 

ท่านรองทัตตชีโว

ก็ติดหนึบนานถึง 22 ปี ต้องรอนานหลายด่าน สำคัญก็คือด่านเจ้านาย (ธัมมชโย) ต้องให้เจ้านายได้เลื่อนก่อน ตนเองจึงจะยอมเลื่อน ครั้นท่านธัมมชโยได้เลื่อนในปี 2554 อีก 2 ปีถัดมาจึงถึงคิวของท่านทัตตชีโว ได้เลื่อนเป็นชั้นราช เป็นลีลาเลี้ยงลูกที่สวยงาม เล่นบอลแบบท่านทัตตชีโวไม่มีลูกล้ำหน้าให้สิงห์เชิตดำเป่านกหวีดใส่เด็ดขาด

 


 

ท่านทองดีกับวันนี้ที่รอคอย

 

เดินบนเส้นทางมหาวิบาก นานถึง 22 ปี ธุดงค์เข้าป่ามาชั่วชีวิต ไม่เห็นได้ดี พอเปลี่ยนเป็นธุดงค์เข้าเมือง ชีวิตเปลี่ยนทันที มีวันนี้ วันที่พี่ให้ เพื่อนให้ ธรรมกายให้ อานิสงส์ของการเดินธุดงค์เข้าเมืองชั่งอัศจรรย์แท้

รอแล้วรอเล่า จนกระทั่ง "สมเด็จพระญาณสังวร" สิ้นพระชนม์ แถมด้วย "สมเด็จพระพุฒาจารย์" ก็ตามเสด็จ วันนี้จึงเสร็จพระธรรมกิตติวงศ์ แบบว่าสิ้นขวากสิ้นหนาม ราบรื่นเหมือนเดินบนกลีบกุหลาบและดาวรวย ถึงแม้จะมาทีหลังแต่ก็ดังกว่า พวกดารารุ่นใหม่ปล่อยให้เขาไปก่อน ติดเครื่องเทอร์โบยี่ห้อปากน้ำเสียอย่าง เร่งพริบตาเดียวก็ขึ้นสมเด็จ และอาจจะต่อคิว "สังฆราช" ไปเลย อะไรๆ ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น วันของท่านทองดีมาถึงแล้ว

 

 

เมื่อหลวงพ่อใหญ่วัดปากน้ำได้เป็นใหญ่

อะไรๆ ก็ง่ายดายเหมือนเนรมิต ดังบทเพลง "ฝนซาฟ้าใส" โดยเฉพาะฟ้าธรรมกายนั้นสดใสกว่าใคร ในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงน้ำขึ้นของวัดปากน้ำและวัดพระธรรมกายอย่างแท้จริง

 

 

กรรมการมหาเถรสมาคม พร้อมเพรียงเรียงหน้า นิมนต์มาเต็มสภาธรรมกายสากล บัญชีเจ้าคุณวัดพระธรรมกายไม่ผ่านก็ให้มันรู้ไปสิ เผลอๆ ก็สั่งโหวตในสภาธรรมกายสากลนี่แหละ นิมนต์บิ๊กๆ มาแบบนี้ จ่ายทีเป็นสิบๆ ล้าน มันก็ต้องเอาคืนให้คุ้มสิ จริงไหม !

 

หัตถ์พระเจ้า !

กดทีเดียว 4 ลูกซ้อน จอมซัลโวเรียกพี่

 

สัมมา อะระหัง !

 

ลูกที่ 1 พระครูสมบุญ วัดธรรมกายแคลิฟอร์เนีย เอาชั้นสามัญไป แต่ยังไม่พอ เพราะวัดธรรมกายแคลิฟอร์เนียนั้นเป็นฐานใหญ่สุดในต่างแดน ดังนั้น ตำแหน่งนี้ต้องชี้นิ้วให้เป็น "วิ-วิปัสสนา" ด้วย ถึงไม่มีเปรียญเอก แต่นั่งสูงกว่าเปรียญเอก แบบว่าเอาสองขั้นไปเลย ถูกหวยทั้งรางวัลที่ 1 และรางวัลข้างเคียง กินเรียบทั้งแผง ออกงานไหนก็ใหญ่บะเริ่มเทิ่ม เพราะลูกพี่เขาขอเป็น บอกข่าวสายบุญธรรมกายด้วยนะจ๊ะ ว่าใครจะไปถวายมุทิตาจิตก็อย่าลืม "ไอโฟน" เพราะท่านสมบุญ "ช๊อบชอบ" เห็นนั่งกดในห้องประชุมจนได้เป็นเจ้าคุณ นะอย่าเหนียมอาย เอาถวายให้ท่านติดต่อกับ "สตีฟ จ็อปส์" อัครสาวกในปรโลก

ลูกที่ 2 พระครูภูเบศ เบลเยี่ยม เอาชั้นสามัญบวกวิปัสสนาไปด้วย

ลูกที่ 3 พระครูวิโรจน์ อยู่เยอรมันนี ปีนี้ได้แชมป์บอลโลกทั้งคนทั้งพระ

ลูกที่ 4 พระครูบัณฑิต อยู่ไทเป ต้องตั้งเป็นเจ้าคุณ เพื่อเป็นหัวหน้าทีมรุกตลาดจีนในอนาคต เพราะจีนกำลังมาแรง

วางกำลัง 4 มุมโลกไว้เหมือนท้าวจตุโลกบาลเช่นนี้ ปัจจุบันวันนี้ ธรรมกายมิได้คิดแค่ "ประเทศไทย" แล้ว แต่คิดงานใหญ่ไปทั่วโลก ต่อไปก็แปรทัพกลับมาจัดระเบียบประเทศไทย ให้เป็นธรรมกายไปทั้งประเทศ และเมื่อนั้นวันคุ้มครองโลกก็จะเป็นจริง ชิตัง เม !

 

 

 

ฮ่าๆ อย่าเพิ่งตกใจ เดี๋ยวมีของใหญ่ให้ดูมากกว่านี้ นี่แค่น้ำจิ้ม  !

 

จากการสังเกตในบัญชีสมณศักดิ์ 5 ธันวาคม 2557 ที่แพลมผ่านสายตา ปรากฏว่า สายธรรมกาย นับตั้งแต่ พระธรรมกิตติวงศ์ และพระสงฆ์ในวัดพระธรรมกาย ต่างได้รับการเลื่อนและแต่งตั้งอย่างทั่วหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งนั้น ปีนี้มีโควต้าพระธรรมทูตสายต่างประเทศ เป็นเจ้าคุณใหม่ เพียง 7 รูป แต่กลับปรากฏว่า วัดพระธรรมกายสามารถคว้าไปได้ถึง 4 รูปด้วยกัน เรียกได้ว่าเกินครึ่งบัญชี มองแบบสามัญก็ต้องเห็นเป็น "ธรรมกายคุมบัญชีสมณศักดิ์" แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว จึงสามารถ "กดปุ่ม" เอาพัดเจ้าคุณไป

ได้มากมายถึง 4 ด้ามในคราวเดียวกัน

ถ้านับเจ้าอาวาสและรองเจ้าอาวาสด้วย ในปีนี้ วัดพระธรรมกายจะมีเจ้าคุณถึง 6 รูปด้วยกัน ถือเป็นก้าวกระโดดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะขนาดระดับวัดของเจ้าคณะใหญ่ก็จะสงวนมารยาท ถ้าจะเลื่อนก็เลื่อน ถ้าจะตั้งใหม่ก็ตั้งใหม่ ไม่เอาทีละ 2 ทีละ 3 เกรงคำครหาว่ากินรวบ แต่ธรรมกายสามารถทำได้ ก็ต้องนับว่าเป็นปีทองของธรรมกายอย่างแท้จริง ถ้าสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ได้ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชเต็มตัว ถึงตอนนั้น ปีละ 4 ด้าม ก็คงน้อยไป แบบว่า ทั้งประเทศไทยจะเอาอะไรก็ได้

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
5 กันยายน 2557

ประมวลข่าวพระคึกฤทธิ์ วัดนาป่าพง

 

 

 


ประมวลข่าวการมรณภาพ


สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 

พิธีพระราชทานเพลิงศพ

พระเทพมหาเจติยาจารย์ (ไพบูลย์ ภูริวิปุโล)
อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย

อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำพูน
23 มีนาคม 2557

 

ชุดที่ 1 : ชุดที่ 2 :  ชุดที่ 3 :  ชุดที่ 4 : ชุดที่ 5

ชุดที่ 6 : ชุดที่ 7 : ชุดที่ 8 : ชุดที่ 9 : ชุดที่ 10


กดแต่ละชุดเพื่อชม

 

ภาพหมู่การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ ขนาด 4000 PC


 

ภาพประวัติศาสตร์
พระธรรมทูตไทยใน 4 ทวีป
 

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ ขนาด 2000 PC

การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป
วันที่
23-25 สิงหาคม 2557

ชุดที่ 01 : ชุดที่ 02 : ชุดที่ 03 : ชุดที่ 04 : ชุดที่ 05 : ชุดที่ 06 : ชุดที่ 07


 

ชมภาพชุดในงานวัดนวมินทรราชูทิศ USA.

ชุดที่ 01 : เปิดวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน ยูเอสเอ

ชุดที่ 02 : ไผเป็นไผ ในบอสตัน 2014

ชุดที่ 03 : โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น 9 มิถุนายน 2557
ชุดที่ 04 : พิธีเปิดการประชุมพระพุทธศาสนานานาชาติ
ชุดที่ 05 : เปิดประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 06 : ทัพสื่อมวลชนไทยบุกนครบอสตัน รายงานข่าวการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 07 : ประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา วันที่ 02
ชุดที่ 08 : ผลการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พ.ศ.2557
ชุดที่ 09 : บรรยากาศการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 10 : พระสงฆ์ 400 รูป สวดพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตร ณ โรงพระอุโบสถวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน

 

ภาพชุดรรมยาตราเดินป่าบอสตัน

 

ธรรมยาตรา ชุดที่ 01 ธรรมยาตรา ชุดที่ 02 ธรรมยาตรา ชุดที่ 03
ธรรมยาตรา ชุดที่ 04 ธรรมยาตรา ชุดที่ 05 ธรรมยาตรา ชุดที่ 06
ธรรมยาตรา ชุดที่ 07 ธรรมยาตรา ชุดที่ 08 ธรรมยาตรา ชุดที่ 09

 

 

การประชุมสมัยวิสามัญสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาและงานวันมหารำลึก

ณ วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค 8-9 กันยายน 2555

 

 


 

 

ภาพงานพระราชทานเพลิงศพ

พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ (สมบูรณ์ สมฺปุณฺโณ ป.ธ.7)
อดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป
อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
10-14 พฤศจิกายน พ.ศ.2554

 

วันมหารำลึก ปีที่ 23

วัดพรหมคุณาราม รัฐอริโซน่า สหรัฐอเมริกา

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพงานวันมหารำลึก ปีที่ 23

ประมวลข่าวเณรคำ

(กดที่ภาพเพื่อชม)


 

แฟ้มข่าวอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

อ่านข่าวเก่าที่เคยนำเสนอในอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557

 

YANTRA TODAY
(กดที่ภาพเพื่อชม)


 


เยี่ยมวัดบ้านไร่-ไหว้หลวงพ่อคูณ
กับอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม

กดที่ภาพด้านล่างเพื่อชม

01 02 03 04 05 06 07 08 09
10 11 12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31 32 33 34    

 

ตอนที่ 01
ลอนดอน 2012

ตอนที่ 02
มหาโบสถ์แห่งลิชฟิลด์

ตอนที่ 03
มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด

ตอนที่ 04
วัดพุทธปทีป

ตอนที่ 05
ลอนดอนอาย

ตอนที่ 06
British Museum

ตอนที่ 07
ห้างแฮรอดส์

ตอนที่ 08
Tower Bridge

ตอนที่ 09
London Sightseeing

ตอนที่ 10
London To Paris

ตอนที่ 11
หอไอเฟล (1
)

ตอนที่ 12
หอไอเฟล (2)

ตอนที่ 13
หอไอเฟล (3)

ตอนที่ 14
ปารีส 360 องศา

ตอนที่ 15
เยี่ยมหน้าต่างหอไอเฟล

ตอนที่ 16
TROCADERO

ตอนที่ 17
Water Tour

ตอนที่ 18
Musée du Louvre

ตอนที่ 19
MONA LISA

ตอนที่ 20
เทพีวีนัส

ตอนที่ 21
ทอดน่องในลูฟวร์

ตอนที่ 22
หอสมุดแห่งชาติมิตแตรองต์

ตอนที่ 23
ลา เดฟ็องซ์ (La De'fense)

ตอนที่ 24
Arc de Triomphe

ตอนที่ 25
เหนือประตูชัย

ตอนที่ 26
แวร์ซาย (1)

ตอนที่ 27
แวร์ซาย (2)

ตอนที่ 28
แวร์ซาย
(3
)

ตอนที่ 29
แวร์ซาย (4)

ตอนที่ 30
แวร์ซาย (5)

ตอนที่ 31
GENEVA
(1)

ตอนที่ 32
GENEVA (2
)

ตอนที่ 33
GENEVA (3
)

ตอนที่ 34
Lausanne-Zurich

ตอนที่ 35
วัดศรีนครินทรวราราม

ตอนที่ 36
ป้อมยามเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 37
ตลาดน้ำเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 38
กลับปารีส

ตอนที่ 39
ROME (1
)

ตอนที่ 40
ROME
(2)

ตอนที่ 41
ROME (3)

ตอนที่ 42
ROME (4)

ตอนที่ 43
ROME (5)

ตอนที่ 44
Inside Vatican (1)

ตอนที่ 45
View of Rome

ตอนที่ 46
Inside Vatican (2)

ตอนที่ 47
หลังคาวาติกัน

ตอนที่ 48
OUTSIDE VATICAN

ตอนที่ 49
THE COLOSSEUM

ตอนที่ 50
หินอ่อนโคลอสเซียม

ตอนที่ 51
ROME TO PARIS

ตอนที่ 52
NOTRE-DAME DE PARIS

ตอนที่ 53
หมู่บ้านศิลปะ

ตอนที่ 54
พระราชวังฟงแตนโบล

 

 

 


 

สงฆ์ไทย Vol.01

หนังสือเล่มแรกของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(กดที่ภาพหรือที่ข้อความเพื่อชม)

 

คณะกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

พ.ศ.2557-2559

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

ข่าวสารสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา


 

 

หนังสือเล่มแรกของ มจร. ที่ชาว มจร. หลายท่านไม่เคยเห็น

(กดที่ภาพเพื่อเข้าชม)

 

 

 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

ข้อแลกเปลี่ยนของชาวพุทธไทย

บวชพระล้านรูป แลกกับ พระนิพพานเป็นอัตตา
ท่องพุทธวจนะล้านคน แลกกับ ตัดปาติโมกข์เหลือเพียง 150 ข้อ

(กดที่ภาพเพื่ออ่าน)

 

>> กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความเพิ่มเติม <<

 

พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 1-17 พ.ศ.2538-2554
(กดที่ภาพเพื่อชมประวัติ)

อนุสรณ์มหาจุฬาฯ ครบรอบ 9 ปี
 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

ธรรมวาไรตี้
หนังสือเล่มแรก ของพระมหานรินทร์  นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2548

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

ธรรมฮิสตอรี่
หนังสือเล่มที่สอง ของพระมหานรินทร์ นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน 2549

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

เรายินดีน้อมรับความคิดเห็นและคำชี้แนะจากทุกท่าน

Editor : peesang2555@hotmail.com

 


WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE  LAS VEGAS NEVADA 89121 U.S.A. PHONE 702-384-2264