LAST UPDATE : MAY 29  2015  06:00 A.M.  PACIFIC TIME

 

 

10-14 มิถุนายน 2558

ประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 39

ณ วัดไทย ลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย

ฉลองสมณศักดิ์ : พระเทพมงคลวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยแอลเอ

 

ติดต่อประสานงาน

PHONE : 818-780-4200, 818-736-1514

E:Mail : watthaila@gmail.com

90 ปี หลวงตาชี

7 มิถุนา 58

ถนนทุกสายมุ่งสู่..วัดไทย ดีซี

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

บอกกล่าวข่าวของดี

พระสมเด็จ ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ รุ่นแรก

กดที่ภาพเพื่อชม

 

ใช้ทางพระเข้าข่ม !

ทักษิณนั่งสมาธิ-แผ่เมตตา

ขอให้ผู้มีอำนาจพ้นจากความโลภ โกรธ หลง

แต่..ไม่ทราบว่าจะช้าเกินไปหรือไม่ เพราะข่าวล่าสุดก็ออกมาว่า ทางรัฐบาลสั่งดำเนินการ "ถอดยศ" ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปเรียบร้อยแล้ว ภาพด้านล่างนี้ น่าจะเป็นภาพสุดท้ายของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะต่อไปจะเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "นายทักษิณ ชินวัตร" ราษฎรเต็มขั้น เป็นไปตาม "โรดแม็ป" ทุกประการค่ะ

 

สัพเพสัตตา สัตว์ทั้งหลาย (ยกเว้น..) จงเป็นสุขๆ เถิด


เมื่อวันที่
29 พ.ค. 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เขียนข้อความทางอินสตาแกรมส่วนตัว ว่า “หลังจากได้อุ้มหลานที่สิงคโปร์ วันนี้กลับมาอยู่ดูไบแล้ว ได้มีเวลานั่งสมาธิ เช่นเดียวกับวันว่างทุกวันที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ได้เพิ่มการแผ่เมตตา ให้กับผู้มีอำนาจทั้งหลาย ได้พ้นจากความโลภ โกรธ หลง เพื่อจะได้มีสติปัญญาในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่บริหารแต่อำนาจและสร้างความแตกแยกให้มากยิ่งขึ้น

สำหรับผมเชื่อในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ว่า“ใดๆ ในโลกล้วนอนิจจัง" คือทุกสิ่งไม่มีอยู่จริง เมื่อเกิดขึ้นตั้งอยู่แล้วก็ดับไป พาสปอร์ตก็เช่นกัน ก็ไม่อยากให้เป็นเรื่องวุ่นวายใหญ่โตอะไรกันมากมาย ผมก็ยังเป็นคนเดิมจนกว่าจะลาโลกไป อยากให้คนไทยมีเมตตาต่อกัน กฎหมายและปืนไม่สามารถแก้ปัญหาได้ นอกจากเมตตา เท่านั้น"

ทั้งนี้ สำหรับภาพในอินสตราแกรมนั้น เป็นภาพที่ พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังสมาธิต่อหน้าพระพุทธรูปหลายองค์ นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังเช็คอินในอินสตราแกรมว่าอยู่ "ราบ 11"  อีกด้วย

 

ข่าว :  มติชน
30 พฤษภาคม 2558


 

ด่วน !

สั่งย้าย "กัญฐณา หินเมืองเก่า" ผอ.พศ. ราชบุรี

ไปอยู่กาญจนบุรี

 

 

กัญฐณา หินเมืองเก่า
อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดราชบุรี

กระแสข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 พ.ค. 2558) นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้สั่งย้าย นางกัญฐณา หินเมืองเก่า ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดราชบุรี ไปเป็นผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาญจนบุรี ส่วนตำแหน่ง ผอ.พศ.จังหวัดราชบุรีที่ว่างลงนั้น ยังไม่ชัดเจนว่าแต่งตั้งใครเข้ามาดำรงตำแหน่งแทน ทั้งนี้ นางกัญฐณา เป็นผู้ทำหนังสือร้องเรียนไปยังผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (นายพนม ศรศิลป์) ระบุว่า พระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี มีพฤติกรรมขัดขวางโครงการหมู่บานศีลห้าของมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จนเป็นเหตุให้พระธรรมปัญญาภรณ์ ถูกปลดฟ้าผ่า โดยพระพรหมเวที (สุเทพ ผุสฺสธมฺโม) เจ้าคณะภาค 15 วัดพระปฐมเจดีย์ เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา และเรื่องราวก็บานปลายกลายเป็นความขัดแย้งไปทั่วทั้งจังหวัด เนื่องเพราะพระธรรมปัญญาภรณ์นั้น เป็นพระผู้ใหญ่ มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ทั้งในจังหวัดราชบุรีและในกรุงเทพมหานคร ซึ่งทางเจ้าคณะภาค 15 ได้ให้โอกาสแก่พระธรรมปัญญาภรณ์ ได้ชี้แจงเหตุผลที่ถูกร้องเรียนดังกล่าว จนกระทั่งมาถึงคำสั่งสำนักพุทธฯ ย้าย "นางกัญฐณา" ออกจากพื้นที่ในวันนี้

ก็ถือว่าเป็นการทำงานที่ถูกต้อง ดังที่เราเคยกล่าวเอาไว้แล้วว่า เมื่อเกิดปัญหาในโครงการเดียวกัน ระหว่างคนสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็นคนจน อีกกลุ่มเป็นคนอยู่ประจำ ก็จำเป็นที่จะต้องย้าย "คนจร" ออกไป มิใช่การเอาคนจรมาเป็นคนประจำ ทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนอาจจะบานปลายไปไม่รู้จบสิ้น การตัดสินใจของนายพนม ศรศิลป์ ในครั้งนี้ ต้องถือว่าถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งไม่จำเป็นต้องพูดว่าใครผิดใครถูก แต่เลือกเอาแนวทางที่จะทำให้งานเดิน ที่สำคัญก็คือ ระงับยับยั้งความแตกร้าวระหว่างชาวราชบุรีให้สิ้นสุดโดยไว ทำงานตรงนี้ได้ จึงจะสามารถสานต่อโครงการหมู่บ้านศีลห้าและปรองดองได้


ข่าวเกี่ยวข้อง
:

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
29 พฤษภาคม 2558


 

 

วิสาขบูชา 2558

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จทรงเปิด

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานฝ่ายสงฆ์

ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม ผู้แทนนายกรัฐมนตรี

 

พรั่งพร้อมด้วยประมุขสงฆ์จากทั่วโลก รวมใจ เพื่อสันติภาพและภราดรภาพ ในนามพระพุทธศาสนา เป็นศาสนาประจำโลก

 
















































 

พระเจ้าหลานเธอ เสด็จทรงเปิดการประชุมชาวพุทธนานาชาติ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จฯ เป็นองค์ประธานเปิดการ ประชุมชาวพุทธนานาชาติ เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก โดยศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการจัดงานฯ กราบทูลถวายรายงาน ซึ่งปีนี้มีประมุขสงฆ์ นักปราชญ์ คนสำคัญทางพระพุทธศาสนาจาก 85 ประเทศทั่วโลก เพื่อเฉลิมฉลองวิสาขบูชานานาชาติ ประจำปี 2558 ณ หอประชุม มวก. 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา

ในการนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มีพระดำรัสตอนหนึ่งว่า วันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญของชาวพุทธ และองค์การสหประชาชาติก็ได้ประกาศยกย่องให้เป็นวันสำคัญสากลของโลก เนื่องด้วยตรงกับวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน เหตุนี้ พุทธศาสนิกชนจากประเทศต่างๆ จึงได้มาประชุมพร้อมกันในโอกาสอันสำคัญนี้ เพื่อส่งเสริมและเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้มั่นคง การที่หยิบยกเรื่องพระพุทธศาสนากับวิกฤติของโลกมาปรึกษาหารือกันน่าจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูง แก่การบรรเทาแก้ไขภาวะวิกฤติต่างๆ ในปัจจุบัน และการป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาวิกฤติขึ้นในอนาคต ตามหลักธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งจะทำให้ชาวโลกมีความมั่นคงปลอดภัย ผาสุกร่มเย็นโดยถ้วนหน้า

วันเดียวกันในเวลา 09.00 น. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กล่าวสัมโมทนียกถาในการประชุมวิสาขบูชาโลกตอนหนึ่งว่า องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงอุบัติขึ้นมาเพื่อประโยชน์สุขของชาวโลกอย่างแท้จริง ซึ่งคำว่ามนุษยธรรม หมายถึง การทำตนให้เป็นมนุษย์ คือ ต้องมีศีลธรรม

โดยเฉพาะศีล 5 เปรียบเหมือนประมุขของธรรมทั้งปวง เป็นจริยธรรมพื้นฐานที่สังคมมนุษย์ต้องปฏิบัติในการสร้างสันติสุขให้มวล มนุษยชาติ ประกอบด้วย

1. เมตตาต่อกันงดทำร้ายเบียดเบียนกัน

2. ซื่อสัตย์สุจริตไม่ลักขโมย

3.ยับยั้งกามารมณ์ไม่ประพฤติผิดในกาม

4. กล่าวความจริง งดเว้นพูดเท็จหลอกลวง

5. มีสติสัมปชัญญะ งดเสพสิ่งเสพติดสุรามึนเมา

ซึ่งการเราทั้งหลายได้ทำทั้ง 5 อย่างนี้ คือ หลักประกันชีวิต ครอบครัว สังคม สุขภาพ และศีลธรรม เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของความดีงาม ไม่เดือดร้อน ทำให้เกิดความอิ่มใจ สงบใจ ท้ายที่สุดทำให้ใจเป็นสมาธิ เป็นรากฐานของปัญญา พระพรหมบัณฑิต (ประยุร ธมฺมจิตโต) อธิการบดี มจร. ในฐานะประธานสภาสากลวิสาขบูชาโลก กล่าวว่า การประชุม วิสาขบูชาโลก เป็นการประชุมที่ใหญ่ที่สุดในรอบปีของชาวพุทธศาสนา โดยการประชุมครั้งนี้ จะมีการรวบรวมข้อเสนอ ต่างๆ และสะท้อนทัศนะความเห็นของชาวพุทธต่อสมาคมโลกผ่านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสห ประชาชาติ

ทั้งนี้ ผู้นำชาวพุทธระดับพระสังฆราช ได้แสดงทัศนะต่อวิกฤติการณ์โลกไว้หลายมุมมอง โดยเริ่มจาก สมเด็จพระมหาสุเมธาธิบดี เทพวงศ์ สมเด็จพระสังฆราชกัมพูชา ฝ่ายมหานิกาย ได้มาอำนวยพรให้ที่ประชุม พร้อมเรียกร้องให้มีการเฉลิมฉลองวิสาขบูชาโลก ด้วยการปฏิบัติธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤติการณ์โลก ขณะที่ พระเซ่อเฉิง ประธานพุทธสมาคมแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้กล่าวสัมโมทนียกถา ถึงพระพุทธศาสนากับวิกฤติการณ์โลก ก่อตัวอยู่ในจิตใจของมนุษย์ ถ้าไม่กำกับความโลภ โกรธ หลง ก็จะก่อตัว กลายเป็นความขัดแย้ง ของมนุษย์ การยึดมั่นในอัตตา ก็ยิ่งทำให้โลกคับแคบ มีแต่ความขัดแย้ง และไม่เกิดสันติสุข โดยเฉพาะ โลกวัตถุนิยม เน้นความร่ำรวยมั่งคั่ง ขาดศีลธรรมนั้น จะนำไปสู่วิกฤติการณ์โลกได้เช่นกัน

ส่วน สมเด็จพระสุคนธาธิบดีบัวคลี สมเด็จพระสังฆราชกัมพูชา ฝ่ายธรรมยุต เรียกร้องชาวพุทธให้มีความกรุณา ต่อผู้ประสบภัยพิบัติธรรมชาติ และแสดงความเสียใจกับชาวเนปาล เป็นโอกาสที่ชาวพุทธแสดงน้ำในร่วมกัน แก่ผู้ประสบภัยเนปาล ด้านนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ส่งสารเนื่องในวันวิสาขบูชาความว่า บทบาทสหประชาชาติในปีนี้ได้มีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และข้อตกลงที่มีเนื้อหาครอบคลุมสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกต่อ การน้อมนำคำสอนทางพระพุทธศาสนาอันว่าด้วยความสำคัญของชีวิตและสรรพสิ่ง และคำสอนเรื่องกรรม ซึ่งจะเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความสมานฉันท์ เพื่อขจัดอุปสรรคร่วมกันด้วยหลักธรรมพื้นฐาน ข้าพเจ้าได้ถามสมาชิกและผู้นำศาสนาทุกท่านให้เข้าร่วมกับสหประชาชาติในการ ตอบสนองถึงอัตราการเพิ่มขึ้นที่เป็นอันตรายและลดความวุ่นวายของลัทธิความ รุนแรงที่สุดโต่งจนกว่าจะสิ้นสุด สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการก้าวข้ามความแตกต่างที่พบได้ในหลักธรรมคำสอนทาง พระพุทธศาสนา คือ ผู้ใดปฏิบัติตามคำสอนย่อมเข้าถึงความเมตตากรุณาที่ไม่จำกัดกาลเวลา

ในเวลา 17.00 น. ที่บริเวณลานหน้าองค์พระประธานพุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดนิทรรศการทางวิชาการเกี่ยวกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ระหว่างวันที่ 28 พ.ค.-1 มิ.ย.นี้ โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มีนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล พศ. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยนายพนม ศรศิลป์ ผอ.พศ. และผู้บริหาร นักเรียน นักศึกษา พุทธศาสนิกชน เข้าร่วมงานดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

 

ที่มา : UNDV.ORG
29 พฤษภาคม 2558


 

ไพบูลย์ขู่พระสังฆาธิการทั่วประเทศ !

ห้ามรับเงินเกิน 3 พัน ไม่งั้นมีสิทธิ์ติดคุก

 

อา..หาเรื่องแล้วซี เขารับกันมาตั้งนมนานกาเล แล้วจู่ๆ ก็มีคนบอกว่า "ผิดกฎหมาย" จะจับเข้าคุกเข้าตะรางตั้งแต่สังฆราชไปจนเจ้าอาวาสบ้านนอก ตีความกฎหมายแบบนี้มันก็กลียุคนะซี ถ้าลงขนาดพระทั่วประเทศรับสังฆทานไม่ได้ แล้วพระศาสนาจะอยู่ได้อย่างไร แน่จริงก็จับ "ธัมมชโย" สึกให้เป็นตัวอย่างซี ตานี่แกรับไปตั้งเกือบพันล้าน ไม่เห็นพวกปากกล้าทั้งหลายจะไปทำอะไรแก แค่เรียกมาให้ปากคำก็ยังทำไม่ได้ อีโธ่ !

 

รับเน็ตๆ ร้อยล้านนะจ๊ะ

 

 

"ไพบูลย์" ปฎิเสธ กก.ปฏิรูปพระพุทธศาสนาฯ เสนอ นายกฯ เก็บภาษีพระ ให้เจ้าอาวาสมีวาระ 5 ปี แถมไม่เห็นด้วยกับสิ่งเหล่านี้ ขณะเดียวกันเตือนพระระดับปกครอง ตั้งแต่เจ้าคณะใหญ่ จนถึง เจ้าอาวาส ถือเป็นเจ้าพนักงานรัฐ ห้ามรับทรัพย์สินเกิน 3 พัน ฝ่าฝืนผิดกฎหมาย ป.ป.ช.  
       
นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกาสภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.)ในฐานะประธานคณะกรรมการปฎิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฎิรูปแห่งชาติ (สปช.) แถลงข่าวปฎิเสธกรณีมีพระสงฆ์ไปเผยแพร่ว่าคณะกรรมการฯชุดนี้เสนอนายกรัฐมนตรี จำนวน 3 ข้อ คือ1.ให้มีการเรียกเก็บภาษีพระที่มีรายได้เกิน 20,000 บาทต่อเดือน 2.รัฐควรมีมาตรการลงโทษพระสงฆ์ที่กระทำความผิดอย่างรุนแรง 3.ควรให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่าเจ้าอาวาสควรมีวาระในการดำรงตำแหน่ง 5 ปี ซึ่งยืนยันว่าทั้ง 3 ข้อไม่ใช่ข้อเสนอของคณะกรรมการฯ แต่เป็นของ สปช.คนหนึ่งที่แสดงความเห็นส่วนตัวในการอภิปรายตอนที่คณะกรรมการฯชุดนี้ได้เสนอรายงานผลการพิจารณาศึกษาการปฎิรูปแนวทาและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา ต่อที่ประชุม สปช. ซึ่งได้มีการรวบรวมความเห็นทั้งหมดทั้งในส่วนของคณะกรรมการฯ สมาชิก สปช.ที่อภิปราย ก่อนสรุปเป็นรายงานนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรี พระสังฆาธิการ
       
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ในส่วนของคณะกรรมการฯ ไม่เห็นด้วยกับการเก็บภาษีพระเพราะจะเป็นการส่งเสริมให้พระไปทำธุรกิจและแสวงหากำไร เพื่อนำเงินไปเสียภาษี ตรงนี้จะขัดกับพระธรรมวินัยที่ไม่ให้พระมุ่งแสวงหากำไร ส่วนเรื่องกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของเจ้าอาวาสควร อยู่ที่ 5 ปี นั้นคณะกรรมการฯก็ไม่เห็นด้วย เพราะเห็นว่าพระควรต้องอยู่กับชุมชน และร่วมพัฒนาพื้นที่กับชาวบ้าน ส่วนในเรื่องบทลงโทษให้รุนแรงขึ้นก็เห็นว่าไม่มีความจำเป็น เพราะมีเรื่องอาบัติและการปาราชิกควบคุมอยู่
       
นายไพบูลย์ กล่าวว่า ขอฝากเตือนไปถึงพระสังฆาธิการหรือพระสงฆ์ผู้มีตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์ไทยซึ่งประกอบด้วย 1.เจ้าคณะใหญ่ 2.เจ้าคณะภาค รองเจ้าคณะภาค 3.เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด 4. เจ้าคณะอำเภอ รองเจ้าคณะอำเภอ 5. เจ้าคณะตำบล รองเจ้าคณะตำบล 6. เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ที่ในประมวลกฎหมายอาญาได้บัญญัติให้เป็น “เจ้าพนักงาน” โดยอาศัยการตีความจากศาลฎีกา ในคำพิพากษาฎีกที่ 2003-1005 /2500 และคำพิพากษาฎีกาที่ 2003-2005 / 2500 ดังนั้นจึงห้ามพระสังฆาธิการรับทรัพย์สินเกิน 3,000 บาท หากเกินวงเงินดังกล่าวต้องนำทรัพย์สินมอบให้วัด และหากฝากฝืนก็จะผิด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 103 พร้อมทั้งเสนอให้พระสังฆาธิการเปิดเผยทรัพย์สิน เนื่องจากเงินตราเปรียบเป็นเหมือนอสรพิษของพระสงฆ์

 

ที่มา : ผู้จัดการ
27 พฤษภาคม 2558


 

เตะลูกออก !

ไพบูลย์ชิงปฏิเสธหนุนเก็บภาษีพระ

บอกเป็นแค่ความเห็นของกรรมการบางคน

ตนเองไม่เห็นด้วย !

 

แต่อย่างไรก็ตาม การที่คุณไพบูลย์ ชี้เป้าไปที่ "พระสังฆาธิการ" คือเจ้าคณะผู้ปกครองระดับสูง เช่น เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค รองภาค กรรมการมหาเถรสมาคม ที่จะต้องเผยบัญชีรายรับรายจ่ายทุกๆ ปีนั้น มันก็เป็นปัญหา ยิ่งตีความว่า พระที่รับถวายเงินทองหรือทรัพย์สินมูลค่าเกินกว่า 3000 บาท ถือว่าผิดกฎหมาย ปปช. นั้น งานนี้มีหวังเข้าคุกตั้งแต่พระสังฆราชลงมา เพราะผิดทุกรูป แต่ถามว่า การถวายสังฆทานแก่พระถือว่าเป็นการให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ เพราะกฎหมาย ปปช. ออกมาเพื่อป้องปรามสิ่งนี้ แต่สำหรับพระสงฆ์นั้น เขาถวายกันมาเป็นพันๆ ปี ไม่เห็นมีปัญหา เพิ่งจะเป็นปัญหาก็เวลานี้เอง

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ควรพิจารณาก็คือ เวลาแห่งการดำรงตำแหน่งของพระสังฆาธิการระดับสูง เช่น เจ้าคณะภาค เจ้าคณะหน กรรมการมหาเถรสมาคม ควรจะจำกัดเทอมไว้ว่า เป็นได้คราวละ 4 ปี ไม่เกิน 2 เทอม เพื่อเปิดช่องให้มีการหมุนเวียนการทำงานในระดับเบื้องบน มิใช่ปล่อยให้อำนาจเบื้องบนกระจุกตัวอยู่ที่คนกลุ่มเดียวดังที่เห็นในปัจจุบัน ถ้าแก้จุดนี้ได้ ก็รับรองว่า การพระศาสนาในประเทศไทยจะไหลลื่นไปไวกว่านี้อีกไกล เพราะถ้าข้างบนอยู่ได้ไม่นาน ข้างล่างก็ต้องขยับตามขึ้นไปเป็นกระแสคลื่น จี้จุดเดียวแต่ขยับไปทั้งร่าง ก็ลองตรองดูเถิด

 

 

ไพบูลย์ นิติตะวัน

 

 

ดับร้อน "วงการผ้าเหลือง” ‘ไพบูลย์ นิติตะวัน’ ลั่น ไม่เห็นด้วยเก็บภาษีพระ

“วงการผ้าเหลือง” ร้อนระอุอีกครั้ง หลังมีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์พระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีข้อเสนอให้มีการจัดเก็บภาษีพระสงฆ์และให้มีการโยกย้ายเจ้าอาวาสทุกๆ 5 ปี ทำให้หลายฝ่ายต่างวิพากษ์วิจารณ์และไม่เห็นด้วยกับเสนอเหล่านี้

มติชนออนไลน์ ได้สัมภาษณ์ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์พระพุทธศาสนา ในฐานะผู้เกี่ยวข้องโดยตรง ได้ปฏิเสธข้อเสนอเหล่านั้นว่าไม่ได้มาจากคณะกรรมการฯ เป็นเพียงความเห็นของกรรมการบางท่านเท่านั้น

นายไพบูลย์ กล่าวว่า คณะกรรมการไม่เห็นด้วยกับการจัดเก็บภาษีพระ เพื่อไม่ให้เป็นการรับรองให้พระภิกษุไปเป็นนักธุรกิจ ไปเป็นแสวงหาผลประโยชน์ได้ ในกรณีที่มีรายได้ก็ทำการเสียภาษี ในกรณีที่มีรายได้เกิน 20,000 บาท/เดือน ซึ่งขัดต่อพระวินัย ที่ต้องละเลิกซึ่งกิเลส และเห็นเงินเป็นอสรพิษ จึงคัดค้านการจัดเก็บภาษีพระสงฆ์ แต่ฝากไปยังภิกษุบางรูปที่บิดเบือนว่าเป็นความเห็นของคณะกรรมการฯทั้งหมด และการโยกย้ายเจ้าอาวาสทุก 5 ปี ก็เป็นเพียงความเห็นของที่ประชุม ก็ขัดแย้งต่อความเห็นของคณะกรรมการฯ ที่เห็นว่าภิกษุที่เป็นเจ้าอาวาสจะต้องแต่งตั้งโยกย้าย ไม่ใช่ให้สังฆาธิการเจ้าคณะจังหวัดสั่งย้ายได้ตามอำเภอใจ แต่ต้องคำนึงถึงคณะภิกษุสงฆ์ที่อยู่ในวัดและชุมนุมชนในนั้นๆ ให้ความเห็นชอบร่วมด้วย ตามพระธรรมวินัย และขอให้ภิกษุที่ออกมาบิดเบือนยุติการกระทำดังกล่าว

ส่วนเรื่องที่คณะกรรมการปฏิรูปเสนอไป 4 ข้อ ทั้งการจัดการศาสนสมบัติของวัดและของพระภิกษุสงฆ์ ที่ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ การกระจายอำนาจของการปกครองของสงฆ์ กลไกในการตรวจสอบว่าสิ่งใดขัดพระธรรมวินัยหรือไม่ และเรื่องการศึกษา กลับไม่มาทักท้วงเรื่องเหล่านี้ แต่กลับใช้เรื่องอื่นๆ มาโจมตีคณะกรรมการฯ
ตนเชื่อว่ามีภิกษุบางกลุ่มไม่ต้องการให้มีการปฏิรูป

ขณะที่เรื่องการตรวจสอบรายได้ของวัดทุกขนาดที่คณะกรรมการฯต้องการให้มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ ขณะนี้มีการจัดส่งรายละเอียดเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างไรนั้น นายไพบูลย์ เห็นว่า มีการนำส่งให้แก่สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นการทำบัญชีแบบง่าย หละหลวม ถือเป็นบัญชีระดับประถม ซึ่งไม่สามารถใช้ได้ ซึ่งจะต้องทำให้เป็นไปตามมาตรฐานการตรวจลงบัญชี มีผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตตรวจสอบ และส่งไปยังสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในลักษณะเหมือนมูลนิธิ-สมาคม เราก็จะทราบว่าว่าใดมีรายได้มากหรือน้อย จะได้ช่วยเหลือหรือไม่ช่วยเหลือวัดใด และเพื่อช่วยเหลือวัดที่รายจ่ายมากว่ารายรับ และทราบทั้งระบบของกิจการพระพุทธศาสนา เพื่อทะนุบำรุงได้ถูกต้อง แต่ที่ไม่อยากให้เปิดเผยเพราะผลประโยชน์มีอยู่มากในวัดแต่ละวัด ก็เลยอ้างว่าได้รายงานแล้ว ซึ่งตรวจสอบไม่ได้ มีแค่บางวัดที่ส่งรายงาน มีเพียงพันกว่าวัดที่ส่ง จาก 30,000 วัด

การเปิดเผยบัญชีของภิกษุ โดยเฉพาะพระสังฆาธิการหรือพระสงฆ์ชั้นปกครองเป็นสิ่งจำเป็นที่มีกว่า 40,000 รูป ส่วน ส่วนพระภิกษุกว่าอีก 300,000 รูป ไม่ได้มีปัญหา เพื่อแสดงความโปร่งใส ว่าไม่ได้รับสิ่งใดที่มีปัญหา อีกทั้งพระสังฆาธิการเป็นเจ้าพนักงานในประมวลกฎหมายอาญา
ถือเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ การรับทรัพย์สินใดๆ ทำจรรยาต่างๆ เงินทำบุญ ต้องรับไม่เกิน 3,000 บาท หากเกินจะผิดกฎหมายของ ป.ป.ช. หากเกิน 3,000 บาท ต้องบริจาคให้นามวัด และวัดก็ทำบัญชีให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ ว่ามาจากภิกษุรูปใด แต่ตนเชื่อว่ามีกระบวนการกลไกไม่ต้องการปฏิรูป เพราะเป็นเรื่องของผลประโยชน์จำนวนมาก

ที่วัดต้องปรับตัวมาเล่นบทที่เรียกว่า
“พุทธพาณิชย์” มากขึ้น เพื่อความอยู่รอด ในการใช้พลังศรัทธาหารายได้ แต่ในบางกรณีที่นำรายได้ไปใช้ในสาธารณประโยชน์ เช่น สร้างโรงเรียน โรงพยาบาล หรือบทบาทของสงฆ์ไทยจะเปลี่ยนไปตามบริบทสังคม แต่อีกมุมพระก็ไม่ควรจะยุ่งกับเรื่องเงิน เราจะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุลให้ไปด้วยกันได้ทั้ง 2 ด้าน ก็ต้องมีกลไก ให้มีการจัดการที่โปร่งใส เช่น การลงบัญชีให้เรียบร้อยทุกๆ ปี และเสนอเปิดเผยต่อสาธารณะ หากทำได้ก็จะได้พลังศรัทธาช่วยวัดที่มีปัญหา วัดที่ร่ำรวยก็เอาเงินไปช่วยวัดที่ยากจน เปิดเผยโปร่งใส ตรวจสอบ ในส่วนภิกษุแต่ละรูป ถ้าไม่ยึดเป็นของตน ถ้ามีผู้ถวายหากรับไว้ พระพุทธองค์ก็บัญญัติให้เป็นของคณะสงฆ์ คำครหาก็จะไม่เกิด บางวัดเอาเงินไปสร้างประโยชน์สาธารณะ มีใครยืนยันได้ว่าเอาไปสร้างหมด ไม่ใช่เอาไปวัดครึ่ง-กรรมการครึ่ง ก็จะเป็นที่เคลือบแคลงสงสัยของพุทธศาสนิกชน

ส่วนเรื่องโมเดลในการตรวจสอบบัญชีนั้น   ให้มีการลงบัญชีตามมาตรฐานบัญชี มีผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับอนุญาตตรวจสอบรับรองงบ และส่งไปยังสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ ในลักษณะเหมือนมูลนิธิ-สมาคม โดยเริ่มจากพระสังฆาธิการตั้งแต่กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะตำบล เจ้าอาวาสทั้งหมด เพียงแค่นี้ก่อน ในฐานะสงฆ์ฝ่ายปกครอง เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก้ภิกษุที่เหลือกว่า 2 แสนกว่าคน ให้ปฏิบัติตาม

ในส่วนของผู้เห็นช่องทาง ใช้พลังศรัทธาในการหารายได้ จะควบคุมอย่างไรในระยะยาว นายไพบูลย์เห็นว่า เมื่อพบว่าใครกระทำผิด นำศาสนามาทำมาหากิน ก็ใช้กฎหมายบ้านเมืองดำเนินการ ต้องเริ่มจาก การเปิดเผย โปร่งใส ตรวจสอบได้ ตามลำดับ ใครผิดก็ให้ไปเอาผิดตามกฎหมายต่อไป ทุกอย่างก็จะเข้าที่ 

 

ที่มา : มติชน
27 พฤษภาคม 2558


 

เจ้าคณะตำบลออกหน้า !

การันตี "อาจารย์นุช" เหมาะสมที่สุด

และ..ไม่มีใครโต้แย้ง !

 

อา..ท่านเจ้าคณะตำบลคงไม่เคยฟังท่านเจ้าคณะจังหวัดพูดกระมัง หรือว่า "ฟัง" แต่..ไม่ได้ยิน ถึงได้พูดออกมาขัดหูขัดตาผู้ใหญ่อย่างนั้น งานนี้มันยิ่งกว่ามีเบื้องหลัง เพราะขนาดเจ้าคณะจังหวัดออกมาพูด พระแค่ระดับเจ้าคณะตำบลกลับออกมาเถียง มันเป็นเรื่องประหลาด ดูตัวอย่างเจ้าคณะจังหวัดราชบุรีนั่นปะไร ยังไม่ทันได้พูดซักแอะ ก็โดนแขวนโดนปลดไปแบบไม่รู้ตัว ดังนั้น งานนี้ เจ้าคณะตำบลด่านขุนทด ซึ่งมียศเป็นเพียงแค่ "พระครู" ดูจะมั่นใจในทีมงานที่หนุนหลังอย่างสุดๆ จึงกล้าสู้แม้กระทั่งเจ้าคณะจังหวัด เข้าตำรา "ใช้เบี้ยแลกขุน" ถ้าชนะก็ต้องถือว่า..เซียน

 

 

 

พระครูพีรเดชธำรง
เจ้าคณะตำบลกุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา

 

 

ให้เวลา 1 ปี “พระนุช” พิสูจน์ฝีมือปกครองวัดบ้านไร่ รับตั้ง 4 โมงเย็นวันพ่อคูณมรณภาพ อ้างไม่เร็ว

 

ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ให้เวลา 1 ปี “พระนุช” พิสูจน์ฝีมือรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ รับแต่งตั้ง 4 โมงเย็นวัน “หลวงพ่อคูณ” มรณภาพ อ้างไม่เร็วเกินไป ยันทุกอย่างไปเป็นตามระเบียบของเถรสมาคม การันตีรักษาการฯ คนใหม่ไม่ด่างพร้อย ซ้ำไม่ใช่พระอื่นไกลมีใบสุทธิอยู่วัดบ้านไร่
       
วันนี้ (26 พ.ค. 58) ที่วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พระครูพีรเดชธำรง เจ้าคณะตำบลกุดพิมาน กล่าวชี้แจงกรณีการแต่งตั้ง พระภาวนาประชานาถ (นุช รัตนวิชโย) รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่ายถึงไม่ความเหมาะสม ว่า การแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสนั้นกฎของสงฆ์จะแต่งตั้งเมื่อเจ้าอาวาสว่างลง โดยมีวาระ 1 ปี แต่อยู่ที่ความเหมาะสมของฝ่ายคณะสงฆ์ที่ดูแลอยู่ด้วย ส่วนการแต่งตั้งตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดนั้นจะเร็วหรือช้า บางวัดเพื่อความเรียบร้อยก็อาจจะไม่ถึง 1 ปี
       
แต่บางแห่งอาจจะรักษาการไปเรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในเวลานั้น และอยู่ที่ความประพฤติและอยู่ที่เสียงของประชาชนและเสียงของหมู่คณะสงฆ์ด้วย
       
สำหรับการพิจารณาแต่งตั้ง พระภาวนาประชานารถ มาเป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่นั้น อาตมาพิจารณาเห็นว่าท่านเจ้าคุณมีความเหมาะสม โดยดูจากการที่ชุมชนเสนอขึ้นมา แต่ทั้งนี้ก็พิจารณาดูพระในวัดบ้านไร่ก่อนว่ามีจำนวนพรรษาได้ตามข้อกำหนดหรือไม่ ซึ่งพระลูกวัดบ้านไร่มีพรรษาแค่ 3 พรรษาเท่านั้น แต่เนื่องจากกรณีดังกล่าวคนในชุมชนเสนอพระภาวนาประชานาถขึ้นมาก็พิจารณาว่าท่านเหมาะหรือไม่ ทั้งเรื่องการประพฤติ หรือในสมณะของท่าน ในที่นี้ก็ไม่มีอะไรด่างพร้อย
       
อีกทั้งพระภาวนาประชานารถเองก็มีใบสุทธิบัตรอยู่ที่วัดบ้านไร่เพียงแต่ที่ผ่านมาไปจำพรรษาที่วัดอื่นเท่านั้น ส่วนระยะเวลารักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่นั้นอยู่ที่ความเหมาะสมยังบอกไม่ได้ในตอนนี้ว่าจะนานแค่ไหน

ส่วนการแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ดำเนินการเร็วเกินไปหรือไม่ เหมือนมีการเตรียมการไว้ก่อนที่หลวงพ่อคูณจะมรณภาพนั้น พระครูพีรเดชธำรงกล่าวว่า เร็วหรือไม่เร็วนั้นต้องไปดูกฎการแต่งตั้งรักษาการ ซึ่งคำว่าเมื่อเจ้าอาวาสวัดว่างลงก็ต้องแต่งตั้งรักษาการขึ้นมาทันทีเพื่อความคล่องตัวของการบริหารกิจการคณะสงฆ์ ซึ่งก็ไม่ถือว่าเร็วหากเทียบกับทุกวัด ทุกที่ก็เป็นอย่างนี้ และการประชุมแต่งตั้งก็มีทุกที่ เพียงแต่จะมอบวันไหนเท่านั้นเอง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติชุมชนและวัดไม่ได้เดือดร้อน
       
สำหรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่นั้น การแต่งตั้งไม่ได้อยู่ในอำนาจของอาตมา เพราะต้องให้เจ้าคณะอำเภอด่านขุนทดประชุมขอมติความเห็นชอบและเสนอไปยังเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา อย่างไรก็ตาม ผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไม่จำเป็นว่าจะต้องได้เป็นเจ้าอาวาสวัดเสมอไป แต่ส่วนใหญ่พิจารณาเห็นควรแล้วก็มักจะเสนอรูปนั้นไป
       
“ขอยืนยันการแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่นั้นทุกขั้นตอนเป็นไปตามมหาเถรสมาคมที่วางไว้ ไม่ได้มีการล็อบบี้หรือรีบร้อนแต่งตั้งเร็วจนเกินไป ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีความเห็นต่างบ้าง แต่ความคิดเห็นคนส่วนใหญ่ในชุมชนนี้เห็นพ้องต้องกัน โดยเมื่อหลวงพ่อคูณได้มรณภาพลงเมื่อเวลา 11.45 น. คณะสงฆ์ก็มีการประชุมเพื่อพิจารณาแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เมื่อ 16.00 น.ของวันที่ท่านมรณภาพ (16 พ.ค.) ที่หอประชุมวัดบ้านไร่” พระครูพีรเดชธำรง กล่าว
       
"อาตมาไม่ได้มีความหนักใจต่อเรื่องการแต่งตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เพราะถือว่าได้ทำไปตามหน้าที่ ทำไปโดยความชอบธรรม ชุมชนและพระสงฆ์ใน ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด ก็ไม่ได้ขัดแย้ง กัน ประชาชนก็ไม่ได้เกิดความแตกแยกกัน วุ่นวายหรือมีความขัดแย้งแต่อย่างใด" พระครูพีรเดชธำรง กล่าวในตอนท้าย

 

ที่มา : ผู้จัดการ
27 พฤษภาคม 2558


 

เจ้าคุณเกษมวัดราชาออกโรง !

ไม่อาว..กฎหมายรีดภาษีพระและย้ายเจ้าอาวาส

ขู่ลุกฮือต้านทั่วประเทศ ถ้า..ยังพูดไม่รู้เรื่อง !

 

อา..เป็นเรื่องละซีฮะ ถ้าลงระดับ "เจ้าคุณเกษม" เจ้าของศูนย์พิทักษ์วัดราชา ออกหน้าเอง งานนี้มีได้มีเสีย เพราะมวยระดับนี้ไม่มีล้มต้มคนดูอยู่แล้ว นานทีปีหน ธรรมยุตกับมหานิกายจะจับมือกันได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วไม่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะแทงกั๊ก ตีเนียน ปล่อยให้พวกเล่นล้ำหน้าไปก่อน ส่วนตัวเองรอเป็น "ตาอยู่" คอยเก็บเกี่ยวอยู่ข้างหลัง แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะเดิมพันมันสูงเหมือนกันทั้งสองนิกาย จะให้มหานิกายออกหน้าฝ่ายเดียวนั้นฝ่ายนี้คงไม่ยอม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตอนนี้ ฝ่ายที่คุมมหาเถรสมาคมอยู่ก็คือ มหานิกาย ดังนั้น ธรรมยุตจะเต้นฟุตเวิร์คอย่างเดียวไม่ได้หรอก ต้องออกอาวุธด้วย ชก !

 

พระเทพวิสุทธิกวี (เกษม สญฺญโต ป.ธ.9)
เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
วัดราชาธิวาส กรุงเทพมหานคร

 

เผือกร้อนวงการผ้าเหลือง เก็บภาษี "พระ-วัด"-โยกเจ้าอาวาสทุก 5 ปี 

เรียกว่า "คลื่นสงบก่อนพายุจะมา" ก็คงไม่ผิดนักสำหรับท่าทีของคณะสงฆ์... 

ด้วยก่อนหน้านี้คณะสงฆ์กว่า 10,000 รูป ยอมยุติการสวดเจริญพระพุทธมนต์ครั้งใหญ่เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนาตามที่รัฐบาลร้องขอผ่านมาทางกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ทั้งนี้ ภายหลังสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ลงมติเห็นชอบกับการปฏิรูปพระพุทธศาสนาตามข้อเสนอของคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สปช. ที่มี นายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน 

ผ่านไปเดือนกว่าๆ วงการผ้าเหลืองกลับมาร้อนระอุอีกครั้งเมื่อล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ได้รับทราบข้อเสนอของ สปช. เรื่องการปฏิรูปพระพุทธศาสนา 4 ด้าน 

และส่งให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ประสานหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกำหนดวิธีและแนวทางในการปฏิบัติเพื่อปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา เสนอต่อ ครม. ภายใน 30 วัน

 ข้อเสนอของ สปช. ประกอบด้วย 

1. ให้มีการจัดการทรัพย์สินของวัดและพระภิกษุ 

2. เสนอให้แก้กฎหมาย มส. ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ 

3. ปฏิบัติตามพุทธบัญญัติ ห้ามมีการบิดเบือนหรือแอบอ้างพระธรรมวินัย 

และ 4. ปฏิรูปการศึกษาของคณะสงฆ์ให้ทันเหตุการณ์

เหตุนี้ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2558 พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) จึงทำหนังสือเรื่อง "การเตรียมกฎหมายเก็บภาษีพระ และตรวจสอบทรัพย์สินของวัด" ถึงเจ้าคณะพระสังฆาธิการทั่วประเทศ จำนวน 33,902 วัด เพื่อปลุกเจ้าคณะพระสังฆาธิการให้ลุกขึ้นมาต้าน โดยหนังสือดังกล่าวได้แนบแบบตอบรับแสดงความคิดเห็นที่พร้อมส่งให้นายกรัฐมนตรี 

พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า สปช. ตั้งคณะกรรมการปฏิรูปฯ ซึ่งได้นำเสนอรายงานแนวทางปฏิรูปฯ ต่อที่ประชุม สปช. เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ที่ผ่านมา มีการจาบจ้วงดูหมิ่นพระสงฆ์ทั่วประเทศอย่างรุนแรง จนปรากฏเป็นข่าวพาดหัวทุกสื่อ เรื่องนี้สร้างความเศร้าสลดในวงการสงฆ์เป็นอย่างมาก ซ้ำร้ายประธาน สปช. ได้ทำหนังสือส่งรายงานของคณะกรรมการปฏิรูปฯ ไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแล้ว โดยมีสาระสำคัญดังนี้ คือ

1. เก็บภาษีพระภิกษุที่มีรายได้มากกว่า 20,000 บาทขึ้นไป

2. วัดที่จัดกิจกรรมเชิงพุทธพาณิชย์ เช่น ทำวัตถุมงคล ให้เช่าที่เปิดร้านขายของในงานเทศกาล ต้องเสียภาษี

3. ออกกฎหมายตรวจสอบทรัพย์สินของทุกวัด

และ 4. ออกกฎหมายลงโทษพระอย่างรุนแรง

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หากคณะสงฆ์และชาวพุทธเพิกเฉย ก็อาจนำมาซึ่งความล่มสลายของพระพุทธศาสนาในประเทศไทยได้ หาก สปช. ต้องการพัฒนาคณะสงฆ์จริง ควรให้การสนับสนุนเรื่องการศึกษาสงฆ์มากกว่า ดังนั้น สนพ. จึงทำหนังสือแนบแบบตอบรับส่งถึงเจ้าอาวาสทั่วประเทศแล้วตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา 

"เมื่อได้รับหนังสือแล้ว ขอให้พระสังฆาธิการที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางปฏิรูปฯ ลงชื่อแสดงเจตจำนง และส่งแบบตอบรับดังกล่าวไปให้นายกรัฐมนตรีภายในวันที่ 25 พฤษภาคม เพื่อขอให้นายกฯ ยับยั้งเรื่องดังกล่าว" ที่ปรึกษา สนพ. กล่าว

และว่า ในร่าง พ.ร.บ.พุทธบริษัท ของนายไพบูลย์ ยังมีข้อเสนอให้มีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนเจ้าอาวาสทุก 5 ปีด้วย และให้ญาติโยมมีส่วนในการคัดเลือกเจ้าอาวาส

ขณะที่ พระเทพวิสุทธิกวี (เกษม สัญญโต) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส กรุงเทพฯ ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการเก็บภาษีพระและวัด เป็นความคิดที่สุดโต่ง ยิ่งถ้ามีการออกกฎหมาย จะเกิดปัญหาตามมา พระภิกษุไม่มีรายได้ประจำ ซ้ำยังมีภาษีสังคม จึงไม่ควรออกกฎหมายนี้

"จะปฏิรูปพระพุทธศาสนา ต้องปรึกษาหารือพระก่อน ไม่ใช่ออกกฎหมายมาให้พระปฏิบัติเลย อย่าเอาความเคียดแค้นส่วนตัวมาตีวงไปทั่ว โดยลืมไปว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาหลักของชาติ ถ้า สปช. ยังพูดไม่รู้เรื่อง คณะสงฆ์พร้อมลุกฮือต้าน" พระเทพวิสุทธิกวี กล่าว

พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ (หลวงพี่น้ำฝน) เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม กล่าวว่า เป็นเรื่องตลกและได้ถามความเห็นของญาติโยมต่างมองว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ถึงแม้วัดไผ่ล้อม จะให้เช่าวัตถุมงคล แต่เจตนารมณ์ก็เพื่อนำปัจจัยมาสร้างเสนาสนะในวัด เช่น โบสถ์ อาคารเรียน ฯลฯ ญาติโยมที่ร่วมทำบุญ ก็ได้พระบูชาตามศรัทธา

ส่วนปัจจัยที่ได้รับ ล้วนนำมาใช้เพื่อส่วนรวม พระไม่ได้มีอาชีพ ปัจจัยที่ได้มาทุกบาท ได้มาจากศรัทธาของญาติโยม ไม่ใช่เพราะกฎหมายบังคับให้โยมทำบุญ

พระมหาหรรษา ธมฺมหาโส (นิธิบุณยากร) ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มจร. กล่าวว่า อาตมามองว่ารัฐบาลไม่ได้รับลูก สปช. ทันที แต่มอบให้ พศ. ไปศึกษาโดยรับฟังความคิดเห็นของ มส. ซึ่งก็คือคณะสงฆ์ก่อน ถ้ารัฐบาลรับลูกต้องออกเป็นกฎหมายไปแล้ว

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอให้เก็บภาษีพระและวัดนั้น ปฏิบัติได้ยากมาก อย่างอาตมาซึ่งเป็นอาจารย์ มจร. มีรับเงินเดือนซึ่งถือเป็นรายได้แน่นอน ไม่มีปัญหาเพราะถูกหักภาษีทุกเดือน

แต่สำหรับเงินบริจาคที่ญาติโยมถวายด้วยความศรัทธาที่เรียกว่าธรรมจริยานั้น จะดีแคลร์กับใคร แล้วรายได้ของพระไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับความศรัทธาของประชาชน อย่างเจ้าอาวาสได้รับเงินเดือนจากรัฐแค่ 2,000-3,000 บาทแค่นั้น

เช่นเดียวกับข้อเสนอให้หมุนเปลี่ยนเจ้าอาวาสทุก 5 ปี มองว่าปฏิบัติได้ยาก เพราะเป็นตำแหน่งที่ขึ้นอยู่กับความศรัทธาของชาวบ้านและชุมชน

นายบรรจบ บรรณรุจิ ภาคีสมาชิกราชบัณฑิต ราชบัณฑิตยสถานและอาจารย์พิเศษ มจร. กล่าวว่า ถ้าถามว่าเก็บภาษีพระเหมาะสมหรือไม่ ตนไม่สามารถตอบได้ชัดเจน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหารือกัน โดยต้องดูด้วยว่าจะมองพระในฐานะใด

ถ้ามองในฐานะที่เป็นนักบวช การจัดเก็บภาษีก็คงไม่เหมาะ

แต่ถ้ามองในฐานะประชาชนที่มีรายได้ ก็สมควรที่ต้องแบ่งเงินให้รัฐนำไปพัฒนาประเทศ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ถ้าไม่พูดคุยกันอาจจะทำให้เกิดความแตกแยกมากยิ่งขึ้น ส่วนข้อเสนอจัดเก็บภาษีวัดที่มีการจัดกิจกรรมเชิงพุทธพาณิชย์นั้น สมควร หากวัดมีรายได้จำนวนมาก

แต่ถ้าเก็บจากวัดในพระพุทธศาสนาแล้ว ก็ต้องเก็บจากศาสนาอื่นด้วย ไม่ใช่เก็บเฉพาะวัดพุทธเท่านั้น

ด้าน นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการ พศ. ชี้แจงว่า หนังสือจาก ครม. มาถึงตนวันที่ 12 พฤษภาคม เท่ากับมีเวลาศึกษาถึงวันที่ 12 มิถุนายน ทั้งนี้ ครม. มอบให้ พศ. พิจารณาแนวทางในการดำเนินการต่างๆ แต่ไม่ใช่เป็นการสั่งให้ยกร่างระเบียบหรือกฎหมายแต่อย่างใด เป็นเพียงการส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษาเพื่อตอบข้อสงสัยของ ครม. เท่านั้น

ซึ่งขณะนี้ทาง พศ. ได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษารายละเอียดตามที่ ครม. มอบหมายแล้ว โดยมีตัวแทนคณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และ พศ. ร่วมเป็นกรรมการ ขอชี้แจงว่าบางเรื่องที่ สปช. ได้เสนอให้มีการปฏิรูปนั้น มีกฎหมายและพระธรรมวินัยกำกับอยู่แล้ว

"ต้องเรียนว่า มส. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และ มส. มีแนวทางที่ดีอยู่แล้ว ขอให้คณะสงฆ์สบายใจได้ ส่วนรายละเอียดเรื่องนี้ จะถวายรายงานถึงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อหารือถึงการบรรจุในวาระการประชุม มส. ต่อไป" นายพนม กล่าว

สปช. และคณะสงฆ์ล้วนต่างมีเหตุผลของตนเอง จากนี้ต้องจับตานายกฯ ว่าจะรับฟังฝ่ายไหนมากกว่า ถ้าไม่อาจหาจุดลงตัวได้ การปฏิรูปศาสนานอกจากจะไม่ถึงฝั่งฝันแล้ว รังแต่จะสร้างความแตกแยกมากขึ้นด้วย

 

ที่มา : มติชน
26 พฤษภาคม 2558


 

เพิ่มเติม 2 แสน !

สมัชชาสงฆ์ไทยให้เงินช่วยเนปาล

ผ่านผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 

 

ถวายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเนปาล

ภาพ : (27 พ.ค. 58) พระราชพุทธิวิเทศ (ประชัน ชุตินฺธโร) ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยพระครูสิริอรรถวิเทศ (ถนัด อตฺถจารี) เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เข้าถวายสักการะ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พร้อมกับถวายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในประเทศเนปาล เพิ่มเติมอีก 200,000 บาท โดยก่อนหน้านี้ สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ได้บริจาคผ่านสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ วัดสระเกศ แล้ว เป็นจำนวนเงิน 200,000 บาท รวมเงินบริจาคของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาทั้งสิ้น 400,000 บาท


อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
25 พฤษภาคม 2558


 

เริ่มส่งเสียง !

พระต่างจังหวัดประสานเสียงต้าน 2 ประเด็น

1. เก็บภาษีพระ 2. ย้ายเจ้าอาวาสทุก 5 ปี

เดี๋ยวได้เห็นของดีทั่วไทย รับรองว่ายิ่งกว่างานบุญบั้งไฟแน่ เพราะพระจะแห่กันมาจากทั่วทุกสารทิศ เพราะครั้งนี้ สนช. เล่นจุดไฟเผารวบทั้งประเทศ เฮ้อเสียดายจัง ไอ้ที่ควรทำก็ไม่ทำ ไอ้ที่ไม่ควรทำกลับทำ ปัญหาพระศาสนานั้น สำคัญอยู่ที่ "พระธรรมวินัย" ใครทำให้วิปริต ก็หันปลายดาบปลิดชีพคนนั้นเพียงคนเดียว ก็จบไปยุคหนึ่งแล้ว นี่เล่นทำงานสะเปะสะปะ จะเอาตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ สุดท้ายก็จะไม่ได้อะไรซักอย่าง  

 

 

(ภาพ ไทยรัฐ)

งานนี้ เจ้าคุณประสารได้ออกงานอีกรอบ แต่แนวร่วมเยอะกว่าเดิมหลายร้อยเท่า เพราะ สนช. เล่นรังแกพระไปทั่วประเทศ เผลอๆ กระแสแอนตี้กฎหมายคณะสงฆ์ของรัฐบาล ประสานเข้ากับกระแสล้มรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะรัฐบาลไม่ระมัดระวัง ยังหาเรื่องให้มวลชนมาผสมโรงกัน ยิ่งถ้าปลุกนักศึกษาเข้ามาอีก ก็รับรองว่ากลียุค ประยุทธก็ประยุทธเถอะ จะจนตรอกก็คราวนี้แหละ บอกแล้วไงว่า ศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องใช้คนอ่อนและวิธีการอันนุ่มนวลเข้าแก้ไข อย่าใช้คนแข็งอย่าง "ไพบูลย์-เจิมศักดิ์" พวกนี้ การเมืองในระดับสูงนั้น เขาเน้น "รัฐศาสตร์" มากกว่า "นิติศาสตร์" อย่างเช่นการนิมนต์พระสงฆ์ไทยให้เทศน์เรื่อง "ศีลห้าและการปรองดอง" ท่านก็รับไปทำให้โดยไม่คิดค่าตอบแทน แต่นี่กลับตอบแทนโดยการ "เก็บภาษีและย้ายเจ้าอาวาส" มันก็เท่ากับประกาศสงครามกับพระ เดี๋ยวพระทั้งประเทศหันมาเทศน์ด่ารัฐบาล คอยดูเถิดว่าจะสวยงามปานใด ไม่เชื่อก็ตามใจนะท่านนายกฯนะ

 

 

ชี้ เก็บภาษีพระ ! ทำคนไทยไม่อยากบวช แนะให้มอง พระต่างจังหวัดไม่ได้รวย

พระเทพสิทธาจารย์ (น้อย ญาณวุฒโฑ) เจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม เจ้าอาวาสวัดมหาชัย พระอารามหลวง อ.เมือง จ.มหาสารคาม ให้สัมภาษณ์กรณีพระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) รองอธิการบดีฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแผ่ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ที่ปรึกษาสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) ทำหนังสือเรื่อง "การ เตรียมกฎหมายเก็บภาษีพระและตรวจสอบทรัพย์สินของวัด" ถึงเจ้าคณะพระสังฆาธิการทั่วประเทศพร้อมแนบแบบตอบรับแสดงความคิดเห็นถึงนายกรัฐมนตรี ได้รับทราบถึงความคิดเห็นของเจ้าคณะพระสังฆาธิการที่มีต่อข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ให้เก็บภาษีพระภิกษุที่มีรายได้มากกว่า 20,000 บาท และเก็บภาษีวัดที่จัดกิจกรรมเชิงพุทธพาณิชย์ ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบข้อเสนอดังกล่าวและมอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ศึกษาถึงความเป็นไปได้และรายงานกลับมาภายใน 30 วัน หรือวันที่ 12 มิถุนายน ว่า สถานการณ์ของคณะสงฆ์ขณะนี้กำลังร้อนระอุ ทั้งกรณีให้เก็บภาษีพระที่มีรายได้เกิน 20,000 บาท หรือเรื่องเสนอให้เจ้าอาวาสมีวาระดำรงตำแหน่งเพียง 5 ปี ซึ่งอาตมาไม่เห็นด้วย เพราะพระสงฆ์ไม่มีลาภสักการะ และต้องเสียภาษีสังคม เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ารถ ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น บางครั้งค่าน้ำ ค่าไฟยังไม่พอจ่าย และที่สำคัญวัดในต่างจังหวัดมีพระจำวัดเพียงไม่กี่รูป จึงอยากให้รัฐบาลมองปัญหานี้ด้วย ถ้าหากกฎหมายมีผลบังคับใช้จริง จะทำให้คนไม่อยากบวชเป็นพระ และเป็นการบีบบังคับพระไปในตัว ซึ่งจะคล้ายกับประเทศเพื่อนบ้านที่รัฐบาลไม่ค่อยสนับสนุนส่งเสริมพระพุทธศาสนา

"เรื่องกำหนดวาระของเจ้าอาวาส 5 ปี มองว่าพระสงฆ์เป็นสมณเพศที่แตกต่างจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้นำจิตวิญญาณของชุมชน ถ้าย้ายไปดำรงตำแหน่งที่วัดอื่น อาจเกิดปัญหาเรื่องความศรัทธาของญาติโยมในต่างถิ่น อาจถึงขั้นประท้วงขับไล่อย่างรุนแรง จึงอยากให้ศึกษาเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งก่อนออกกฎหมาย" พระเทพสิทธาจารย์กล่าว

พระครูศรีรัตนาภิวัฒน์ (ทวี รตนเมธี) เจ้าคณะอำเภอเมืองสุพรรณบุรี เจ้าอาวาสวัดพระลอย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี กล่าวว่า ถ้าจะเก็บภาษีพระและวัด อาตมาไม่มีปัญหา แต่อยากให้มองความต่างของวัดในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อย่าออกกฎหมายเพียงมองว่าพระ มีเงินเยอะ อย่างวัดในต่างจังหวัดกว่าจะหาเงินมาสร้างวัดได้ยากมากและใช้ระยะเวลานาน ต่างจากวัดในกรุงเทพฯ ที่มีเงินส่วนกลางสนับสนุนในการบูรณะวัดอยู่แล้ว ที่สำคัญอย่าศึกษาเฉพาะรายได้ของวัด ให้ศึกษารายจ่ายด้วย เพราะวัดราษฎร์และวัดพระอารามหลวงต่างกันมาก จะคิดว่ารายได้เท่ากันไม่ได้ อย่ามองด้านเดียวว่าพระโลภสะสมเงินจนรวย ให้มองพระที่มีจิตอาสา บริจาคเงินช่วยสังคมด้วย และขอความชัดเจนในรายละเอียดการตรวจสอบรายได้ของพระและวัด เพราะแต่ละเดือนมีรายรับรายจ่ายไม่คงที่ และภาษีนี้รัฐบาลจะนำไปทำอะไร ขอให้ชี้แจงด้วย ส่วนเรื่องเวียนตำแหน่งเจ้าอาวาสทุก 5 ปี ถ้าเป็นวัดราษฎร์คงทำได้ยาก เนื่องจากบางวัดมีพระจำพรรษารูปเดียว และเป็นที่ยึดเหนี่ยวของชาวบ้านในชุมชน ถ้าสับเปลี่ยนรูปใหม่ ศรัทธาของญาติโยมต้องเริ่มใหม่ แต่ถ้าเป็นวัดพระอารามหลวงอาจทำได้ เพราะการตั้งเจ้าอาวาสมาจากมติของมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งญาติโยมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอยู่แล้ว

"มส.มีกฎควบคุมการตั้งเจ้าอาวาสอยู่ ตราบใดที่ยังไม่แก้กฎ มส. แม้ออกกฎหมายมาให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสคราวละ 5 ปีก็ทำไม่ได้ เพราะจะขัดแย้งกับกฎ มส. ส่วนการเก็บเงินภาษีของพระและวัด ถ้าเป็นไปอย่างโปร่งใส อาตมาก็ยินดี แต่อย่าลืมว่าเงินที่ได้จากภาษีพระนั้น มาจากเงินที่ญาติโยมถวายให้ด้วยความศรัทธา" พระครูศรีรัตนาภิวัฒน์กล่าว

ด้านสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กล่าวเป็นประธานพิธีเปิดการอบรมครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ประจำปี 2558 เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ครูพระที่เข้าอบรมครั้งนี้ ทางแม่กองบาลีสนามหลวงจะขึ้นทะเบียนไว้และจะถวายนิตยภัตปีละ 18,000 บาท หรือเดือนละ 1,000 กว่าบาท ดังนั้นอยากถวายความรู้พิเศษว่าคำว่านิตยภัตกับเงินเดือนคนละอย่างกัน ก่อนหน้านี้พระเรียกกันง่ายๆ ว่าเงินเดือน แต่ท่านผู้รู้เพิ่งบอกอาตมาว่า ถ้าเป็นเงินเดือนจะต้องเสียภาษี ถ้าเป็นนิตยภัตไม่เสียภาษี ความหมายต่างกัน อาตมาจึงได้ถามรองนายกรัฐมนตรีว่าท่านมีเงินเดือน ท่านเสียภาษีหรือไม่ รองนายกฯ ตอบว่าต้องเสียภาษี ฉะนั้นอย่าเรียกนิตยภัต ว่าเงินเดือน เดี๋ยวจะต้องเสียภาษีตามเขา

 

ที่มา : มติชน
25 พฤษภาคม 2558



 

ไม่เชื่อป่วยจริง !

ดีเอสไอออกหมายเรียกรอบสอง

ธัมมชโย "ต้อง" ไปให้ปากคำ

ขีดเส้นตาย 3 มิ.ย. ศกนี้

ไม่งั้น หมายเรียกอาจจะกลายเป็น หมายจับ !

อา..แบบนี้ต้องเรียกว่า เกมกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ พลาดนิดเป็นปิดเกม เกมสำคัญของชีวิตผู้ยิ่งใหญ่ในไตรภูมิ นามว่า "ธัมมชโย" กำลังถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์โลก ในฐานะผู้คุ้มครองโลก แต่ไม่สามารถคุ้มครองตัวเองได้ โรคภัยสารพัดมะรุมมะตุ้ม อยู่ในความดูแลของแพทย์ตลอดเวลา แถมยังต้องถ่อสังขารไปให้ปากคำในวัย 70 ปี ดูดีหรือดูไม่จืด ทีมงานเอ็นเตอร์เทนของธรรมกาย อย่าลืมเตรียมเครื่องมือเอาไว้ให้พร้อมนะฮะ เห็นขึ้น ฮ. ถ่ายภาพมุมสูงจากอากาศ งานตักบาตรแสนรูปล้านรูปและงานเดินประกวดเหยียบดาวเรืองไกลที่สุดในโลก จนได้รางวัลจากยูเนสโกมาแล้ว หวังว่าคราวนี้คงไม่พลาดส่งรูปธัมมชโยขึ้นศาลไปให้ฝรั่งพิจารณาอีกล่ะ จะได้เป็นที่สุดในโลก สมดังความฝันอันสูงสุด

 

 

'ดีเอสไอ' ออกหมายเรียกซ้ำ 'ธัมมชโย' ต้องมาให้ปากคำ

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 กล่าวภายหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวน คดียักยอกฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ว่า ที่ประชุมมีมติให้ออกหมายเรียก พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้าให้ปากคำในฐานะพยาน กรณีมีชื่อรับเช็คบริจาคจาก นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ อีกครั้ง แม้ก่อนหน้านี้ นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย จะยื่นใบรับรองแพทย์จาก ร.ท.นพ.ชูชัย พรพัฒนาพันธุ์ เจ้าของสหคลินิกรัตนเวช ระบุว่า พระธัมมชโยมีอาการป่วยหลายโรค ทั้งภาวะเส้นเลือดดำอุดตันโคนขาซ้าย และโรคเบาหวาน ไม่สะดวกเข้าให้ปากคำ และดีเอสไอได้เชิญแพทย์ที่ให้การรับรองเข้าให้การยืนยันอาการป่วย

พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวอีกว่า พร้อมกันนี้ดีเอสไอยังได้ส่งรายงานผลการตรวจสุขภาพ พร้อมคำให้การของแพทย์ ไปให้แพทย์ รพ.ตำรวจ ในฐานะหน่วยงานกลางช่วยวินิจฉัยอาการป่วยดังกล่าวว่า เป็นเหตุให้ไม่สามารถเข้าให้ปากคำได้หรือไม่ โดยให้ตอบคำข้อวินิจฉัยภายในวันที่ 28 พ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม หาก พระธัมมชโย ไม่เดินทางเข้าให้ปากคำโดยไม่มีเหตุอันสมควรตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ ถือเป็นความผิด พนักงานสอบสวนสามารถร้องทุกข์กับตำรวจท้องที่ให้ดำเนินคดีฐานไม่ปฏิบัติตามหนังสือเรียกเจ้าพนักงานได้ ด้าน พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้าชุดแกะรอยเส้นทางการเงินวัดพระธรรมกาย กล่าวว่า พนักงานสอบสวนเสนอให้ นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ ลงนามหนังสือออกหมายเรียก พระธัมมชโย เข้าให้ปากคำในวันที่ 3 มิ.ย. นี้ เวลา 10.00 น. โดยกำหนดเข้าให้ปากคำที่ดีเอสไอ ซึ่งครั้งนี้เป็นการออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2

 

ข่าว : เดลินิวส์
23 พฤษภาคม 2558


 

 

เสนอรัฐบาล -สปช-สนช.

ขอให้ยับยั้ง ร่าง พรบ.อุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา

ของ..มหาเถรสมาคม !

 

หมายความว่า เขาไม่เอาร่าง พรบ. ของมหาเถรสมาคมนะสิ อุตส่าห์ร่างมาตั้งแต่ปี 42 ยุครัฐบาลทักษิณ ถึงปัจจุบันก็ยังคงเป็นเพียง "ร่าง" ยังไม่มีชีวิตจิตใจ เพราะรัฐบาลไหนก็ไม่จริงใจในการพระศาสนา ตะทีร่างของ สนช. รวมตัวกันประเดี๋ยวประด๋าวแค่ 10 กว่าวัน ก็รีบรับไปทำ เร่งให้ทันภายใน 30 วัน มันไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว เอางี้นะคุณประยุทธนะ ถ้าอยากจะปกครองวัดด้วยก็ไม่เห็นยาก เขียนใส่รัฐธรรมนูญไปเลยว่า "ให้นายกรัฐมนตรีดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชอีกตำแหน่งหนึ่ง" ง่ายจะตายไป

 

 

งานนี้สงสัยหลวงพี่อ้วนได้ออกโรงอีกแล้ว

 

คปก. ชงยับยั้ง พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา

วันที่ 20 พฤษภาคม นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ช่วงต้นเดือนที่ผ่านมานายคณิต ณ นคร ประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ได้เสนอบันทึกความเห็นและข้อเสนอแนะ เรื่องร่างพระราชบัญญัติอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. ... ต่อนายกรัฐมนตรีและประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

เนื่องจากทาง คปก. เห็นว่า การแก้ไขปัญหาพุทธศาสนาในสังคมไทย โดยการเสนอร่าง พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. ... อาจเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับศาสนามีปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพในการนับถือศาสนาของประชาชน ขัดต่อหลักความเสมอภาค และอาจทำให้เกิดการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม เพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องความเชื่อทางศาสนา

คปก.จึงเสนอให้มีการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับพุทธศาสนาในประเทศไทย โดยการปฏิรูปกฎหมายว่าด้วยคณะสงฆ์กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับพุทธศาสนา เช่นพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ปรับปรุงโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ และทบทวนการจัดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับศาสนาในทางกฎหมาย ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม สอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตย โดยคำนึงถึงสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค จึงเสนอให้มีการยับยั้ง ร่าง พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา พ.ศ. ... เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน

 

ข่าว : มติชน
20 พฤษภาคม 2558


 

 

เผาเมือง !

 

สปช. จ่อออกกฎหมายย้ายเจ้าอาวาส

สับเปลี่ยนทุกๆ 5 ปี

 

งานนี้บอกได้คำเดียวว่า บ้านเมืองลุกเป็นไฟ

 


 

 

ตามข้อความข้างต้น ซึ่งอยู่ในร่างของ สปช. ชุดปฏิรูปพระพุทธศาสนา ซึ่งมีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน และขณะนี้รัฐบาลกำลังพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ โดยไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่และหน้าตา พรบ.คณะสงฆ์ ฉบับใหม่ จะเป็นอย่างไร ?

อย่างไรก็ตาม หากมีการออกกฎหมายให้ "ตำแหน่งเจ้าอาวาส" วัดทุกวัด ในประเทศไทย สามารถดำรงอยู่ได้ไม่เกิน 2 สมัยๆ ละ 5  ปี ก็จะเกิดปัญหาทันที ทั้งนี้ เพราะตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้น แต่เดิมมา ถือว่าเป็นตำแหน่งประจำ เหมือนตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งผูกพันอยู่กับระบอบกษัตริย์ หากพระสงฆ์ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ยังไม่มรณภาพหรือไม่สิ้นพระชนม์ ก็จะไม่มีการแต่งตั้งซ้อน ถือกันถึงขนาดว่า "ถ้าหากยังไม่ได้ฌาปนกิจศพอดีตเจ้าอาวาส หรือยังไม่ได้ถวายพระเพลิงพระศพอดีตสมเด็จพระสังฆราช ก็จะไม่มีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่และพระสังฆราชพระองค์ใหม่" ธรรมเนียมไทยแต่โบราณเป็นเช่นนี้

แต่ครั้งนี้ สปช. จะออกกฎหมายให้ย้ายเจ้าอาวาส หรือให้สิ้นสุดตำแหน่งในระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี (สองเทอมๆ ละ 5 ปี) นี่ถือเป็นการขุดรากถอนโคนโบราณประเพณีของพระพุทธศาสนาประจำชาติไทยไปทันที

นึกภาพดูว่า ถ้าพระเถระที่ประชาชนในถิ่นนั้นๆ ต้องถูกย้ายเพราะครบวาระ อาทิเช่น หลวงพ่อคูณ ถูกย้ายออกจากวัดบ้านไร่ไปอยู่ต่างจังหวัด หรือสิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่ง แต่ประชาชนยังคงเคารพศรัทธา และไม่ยอมให้ย้าย ทั้งไม่ยอมรับเจ้าอาวาสรูปใหม่ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทน ถามว่า รัฐบาลจะทำอย่างไร ?

ในการหมุนเวียนตำแหน่งนี้ มองดูก็เหมือนว่าดี เพราะจะได้ไม่ต้องมีพระอยู่ประจำ ทำให้ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่ แต่ทั้งนี้ ลองมองด้วยว่า การย้ายพระดีๆ ไปอยู่ต่างถิ่นนั้น ถิ่นเก่าเขาก็หวง ถิ่นใหม่ก็อยากได้ กลับกัน ถ้าย้ายพระไม่ดีไปอยู่ต่างถิ่น ถิ่นเก่าก็ไม่อยากได้ ถิ่นใหม่ใครจะเอา รวมไปถึงอำนาจการโยกย้ายเจ้าอาวาสนั้น ถามว่าจะให้ใครเป็นคนสั่งย้าย ถ้าหากมีการให้อำนาจแก่เจ้าคณะผู้ปกครองหรือใครก็ตาม สิ่งที่จะตามมาแน่นอนก็คือ "การวิ่งเต้น" เหมือนการโยกย้ายในระบบราชการ

ความจริงแล้ว ตั้งแต่อดีตมา ประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ จะเป็นผู้คอยควบคุมดูแลวัด รวมทั้งเจ้าอาวาสและพระภิกษุสามเณร หากเห็นว่าพระเจ้าอาวาสหรือพระภิกษุสามเณรรูปใด ไม่อยู่ในสมณสารูป มีพฤติกรรมเสียหาย ประการใดก็ดี ก็จะมีการตักเตือน หากเหลือขอก็อาจจะถึงกับขับไล่ ซึ่งก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป นั่นก็คือการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลวัด ซึ่งรัฐบาลควรจะออกมาตรการหนุนระบบนี้มากกว่า เพราะวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน

แต่หากมีการโยกย้ายเจ้าอาวาสทุกๆ 5 ปี หรือให้สิ้นสุดการดำรงตำแหน่งเพียง 2 สมัย รวมเวลา 10 ปีเท่านั้น หากพระ ก. ได้เป็นเจ้าอาวาสเมื่ออายุพรรษาได้ 25 ปี พออายุครบ 35 ปี ก็จะเกษียนทันที ไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าอาวาสอีก ซึ่งจะเป็นการสร้างระบบที่พิลึกกึกกือที่สุดในโลกขึ้นมา ว่าพระไทยเกษียนอายุการทำงานเพียงแค่ 10 ปี ซึ่งไม่มีประเทศใดในโลกเขาทำ และสุดท้าย กฎหมายฉบับนี้จะนำมาซึ่งปัญหาใหม่ คือวิกฤติขาดเจ้าอาวาส เพราะเมื่อดำรงตำแหน่งครบ 2 สมัยแล้ว ไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าอาวาสอีกต่อไป

หาก สปช. จะนำเอาวาระการดำรงตำแหน่งของนักการเมืองมาเป็นหลัก ก็ต้องขอแย้งว่า ตำแหน่งทางการเมืองนั้นมีอำนาจใหัคุณให้โทษและผูกพันกับประชาชนทั่วประเทศ การกำหนดวาระไว้เพียง 2 สมัยๆ ละ 5 ปี จึงถือว่าเหมาะสม แต่สำหรับตำแหน่งเจ้าอาวาสแล้วต่างกัน เพราะเจ้าอาวาสมิได้มีอำนาจอะไรมากมาย พระไทยทุกวันนี้ มีทั้งกฎหมายบ้านเมือง กฎหมายคณะสงฆ์ พระธรรมวินัย รวมทั้งกฎสังคมคอยกำกับ รวมแล้วตั้ง 4 ชั้น ลำพังพระดื่มเหล้าก็ถูกจับสึกแล้ว หากเป็นประชาชนทั่วไปก็ไม่มีความผิดอะไร ยิ่งเจ้าอาวาสแล้วยังมี "จริยาพระสังฆาธิการ" คอยกำกับภาระหน้าที่อีก เพียงแค่นี้ก็จะเห็นได้ว่า สถานะของพระภิกษุสามเณรรวมทั้งเจ้าอาวาสวัดต่างๆ นั้น เปราะบางอย่างยิ่ง ไหนจะต้องร่ำเรียนศึกษาพระธรรมวินัย ไหนจะต้องหากฐินผ้าป่ามาพัฒนาวัดให้เจริญรุ่งเรือง ไหนจะต้องสงเคราะห์ชุมชนทั้งใกล้และไกล มิใช่บวชแล้วเอาแต่กินๆ นอนๆ ดังที่มีคนคิดว่าชีวิตพระมีแต่ความสบาย มิเช่นนั้น สถิติผู้บวชพระบรรพชาเณรในประเทศไทยคงไม่ลดลงอย่างต่อเนื่องหรอก ถามว่า มุมมองเช่นนี้ สปช. เคยพิจารณากันบ้างไหม ?

ดังที่กล่าวไว้แล้วว่า พระเจ้าอาวาสทั่วประเทศไทยนั้น ส่วนใหญ่เกิน 90 เปอร์เซ็นต์ ล้วนเป็นที่รักเคารพของชุมชนของวัดนั้นๆ ยิ่งบางรูปเป็นพระเถระที่มีคุณธรรมสูง เช่น พระเกจิอาจารย์ หรือพระที่มีผลงานดีเด่น เป็นพระผู้ใหญ่ และพระเจ้าอาวาสมากมาย ก็ล้วนแต่เป็นคนในท้องถิ่น ถือกำเนิดและบวชอยู่ในวัดใกล้บ้าน ครอบครัวญาติพี่น้องก็อยู่ใกล้วัด การจะย้ายพระเหล่านั้นออกนอกถิ่นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ย่อมจะเกิดความไม่พอใจของชุมชนไทยทั่วประเทศ และจะเกิดการต่อต้านอย่างแรงทั่วประเทศแน่นอน

ทั้งนี้ เพราะ สปช. ไม่มีการพิจารณาอย่างถ่องแท้และรอบด้าน ถึงที่ไปที่มาของตำแหน่งเจ้าอาวาส แต่มีอคติ ยกเอาปัญหาเกี่ยวกับทรัพย์สินและพฤติกรรมเสียหายของพระเจ้าอาวาสเพียงบางรูป มาเป็นบรรทัดฐาน จึงก่อให้เกิดแนวความคิดวิปริตนี้ขึ้นมา กำเริบเสิบสานถึงขึ้นคิดจะเปลี่ยนระบบการตั้งเจ้าอาวาส ซึ่งนั่นเท่ากับทำการเผาบ้านเผาเมืองเลยทีเดียว

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
20 พฤษภาคม 2558

 

 

ได้ 5000 เหรียญ

วัดไทยแอลเอจัดงานช่วยเนปาล
นำเข้าสมทบทุนช่วยเหลือเนปาลของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

 

 

ประกาศอนุโมทนา

วัดสมาชิกสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในประเทศเนปาล

 

 

ที่ รายนาม (วัด-ผู้บริจาค) จำนวนเงิน หมายเหตุ
01 วัดพุทธาวาส นครฮิวส์ตัน รัฐเท็กซัส 1,325 ส่งแล้ว
02 วัดพระมหาชนก เมืองกริฟฟิน รัฐจอร์เจีย 5,000 ส่งแล้ว
03 วัดพุทธมงคลนิมิต เมืองอัลบูเคอร์กี้ รัฐนิวแม๊กซิโก 200 ส่งแล้ว
04 วัดไทยลาสเวกัส เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาด้า 100 ส่งแล้ว
05 วัดพระเชตวันแคลิฟอร์เนีย เมืองนอร์ธฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย 100 ส่งแล้ว
06 วัดทองธรรมชาติ ลาสเวกัส รัฐเนวาด้า 100 ส่งแล้ว
07 วัดพระพุทธิวงศมุนี เมืองสต๊อกตัน-โลดาย รัฐแคลิฟอร์เนีย 200 ส่งแล้ว
08 วัดสัทธาธรรม เมืองแซนแอนโตนิโอ รัฐเท็กซัส 300 ส่งแล้ว
09 วัดป่าซัมเตอร์ เมืองซัมเตอร์ รัฐเซาต์ แคโรไลน่า 200 ส่งแล้ว
10 วัดศรีเจริญธรรม เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาด้า 300 ส่งแล้ว
11 วัดพุทธปัญญา เมืองโพโมน่า รัฐแคลิฟอร์เนีย 300 ส่งแล้ว
12 วัดพุทธนานาชาติ เมืองออสติน รัฐเท็กซัส 859 ส่งแล้ว
13 วัดพุทธจักรมงคลรัตนาราม เมืองเอสคอนดิโด รัฐแคลิฟอร์เนีย 200 ส่งแล้ว
14 วัดมงคลรัตนาราม ฟอร์ท วัลตัน บีช รัฐฟลอริด้า 200 ส่งแล้ว
15 วัดมงคลเทพมุนี เมืองเบนซาเลม รัฐฟิลาเดลเฟีย 1,500 ส่งแล้ว
16 วัดพุทธโสธรวิเทศ เมืองอัลบูเคอร์กี้ รัฐนิวแม๊กซิโก 1,539 ส่งแล้ว
17 วัดปากน้ำอเมริกา เมืองฮิวเบอร์ไฮส์น รัฐโอไฮโอ้ 1,125 ส่งแล้ว
18 วัดพุทธธรรม เมืองวิลโลบรู๊ค รัฐอิลลินอยส์ 100 ส่งแล้ว
19 วัดป่าธรรมรัตน์ เมืองพิสเบอร์ค รัฐเพนซิลวาเนีย 300 ส่งแล้ว
20 วัดธรรมคุณาราม เมืองเลย์ตัน รัฐยูท่าห์ 200 ส่งแล้ว
21 วัดพุทธาราม เมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี่ 100 ส่งแล้ว
22 วัดพุทธศาสตร์กาญจนาราม เมืองซานตา บาบาร่า รัฐแคลิฟอร์เนีย 100 ส่งแล้ว
23 วัดพุทธนานาชาติ มิดเวสต์ เมืองวาเรน รัฐมิชิแกน 725 ส่งแล้ว
24 วัดชาวพุทธ เมืองซานเบอร์นาดิโน่ รัฐแคลิฟอร์เนีย 200 ส่งแล้ว
25 วัดไทยพิศาลบุตร เมืองฟีนิกซ์ รัฐอริโซน่า 100 ส่งแล้ว
26 วัดปากน้ำมิชิแกน เมืองสเตอร์ริง ไฮส์น 1,499 ส่งแล้ว
27 วัดสุทธาวาส เมืองริเวอร์ไซด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย 500 ส่งแล้ว
28 วัดวชิรธรรมปทีป รัฐนิวยอร์ค 1,000 ส่งแล้ว
29 วัดมหาพุทธภูมิ เมืองซานตาโรซ่า รัฐแคลิฟอร์เนีย 150 ส่งแล้ว
30 วัดมงคลรัตนาราม เมืองแทมป้า รัฐฟลอริด้า 500 ส่งแล้ว
31 วัดไชยมงคล เมืองแฟร์ฟิลด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย 200 ส่งแล้ว
32 วัดฟลอริด้าพุทธาราม เมืองนาวาร์ รัฐฟลอริด้า 100 ส่งแล้ว
33 วัดอตัมมยตาราม เมืองซีแอ๊ตเติ้ล รัฐวอชิงตัน 520 ส่งแล้ว
34 วัดพุทธธัมโม เมืองโมรีโน่ แวลเล่ย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย 50 ส่งแล้ว
35 วัดธรรมวิหาร ฮาวาย 200 ส่งแล้ว
36 วัดพุทธมหามุนี เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส 500 ส่งแล้ว
37 วัดพุทธจักรมงคลวราราม ฮาวาย 300 ส่งแล้ว
38 คุณประยูร 50 ส่งแล้ว
39 คุณศุภชัย 100 ส่งแล้ว
40 RICHARD SMITH 200 ส่งแล้ว
41 SHANNON TYMAN 100 ส่งแล้ว
42 วัดมั่งมีศรีสุข เมืองคาเมรอน รัฐนอร์ธแคโรไลน่า 200 ส่งแล้ว
43 วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย เมืองอซูซ่า รัฐแคลิฟอร์เนีย 2,000 ส่งแล้ว
44 วัดพุทธประทีป เมอร์เสด เมืองเมอร์เสด รัฐแคลิฟอร์เนีย 200 ส่งแล้ว
45 วัดไทยลอสแองเจลิส เมืองนอร์ธ ฮอลลีวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย 5,064 ส่งแล้ว
 

รวมยอดปัจจุบัน

28,806  

 

วัดสมาชิกใดที่ยังไม่ทันร่วมบริจาค ขอความกรุณาแจ้งความประสงค์ไปที่

 

พระราชพุทธิวิเทศ ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา สายตรง 832-630-2065

หรือแจ้งมาที่ อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ได้ตลอดเวลา

 

 

เปิดร่าง !

โครงสร้างปฏิรูปพุทธ ของ สนช.

อะไรเป็นอะไร นักศาสนาเก่ากับนักกฎหมายใหม่

กรุณาดูเอาเองนะขอรับ

 






 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
9 พฤษภาคม 2558

ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในคณะสงฆ์ภาค 7 และคณะจังหวัดเชียงใหม่

บทความวิเคราะห์ โดย..พระมหานรินทร์ นรินฺโท

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

ฤาจะถึงเวลา "ปลดแอก" พระต่างถิ่น

 

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน


 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ครั้งที่ 2

กรณีตั้งพระปิฎกโกศลเป็นรองเจ้าคณะภาค 7

 

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน


YANTRA TODAY

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

 


ประมวลข่าวการมรณภาพ


สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 

พิธีพระราชทานเพลิงศพ

พระเทพมหาเจติยาจารย์ (ไพบูลย์ ภูริวิปุโล)
อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย

อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำพูน
23 มีนาคม 2557

 

ชุดที่ 1 : ชุดที่ 2 :  ชุดที่ 3 :  ชุดที่ 4 : ชุดที่ 5

ชุดที่ 6 : ชุดที่ 7 : ชุดที่ 8 : ชุดที่ 9 : ชุดที่ 10


กดแต่ละชุดเพื่อชม

 

พิธีเปิดสอบบาลีสนามหลวงครั้งแรก

สำนักเรียนสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

12-14 พฤษภาคม พ.ศ.2558

 


ภาพหมู่การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ ขนาด 4000 PC


 

ภาพประวัติศาสตร์
พระธรรมทูตไทยใน 4 ทวีป
 

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ ขนาด 2000 PC

การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป
วันที่
23-25 สิงหาคม 2557

ชุดที่ 01 : ชุดที่ 02 : ชุดที่ 03 : ชุดที่ 04 : ชุดที่ 05 : ชุดที่ 06 : ชุดที่ 07


 

ชมภาพชุดในงานวัดนวมินทรราชูทิศ USA.

ชุดที่ 01 : เปิดวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน ยูเอสเอ

ชุดที่ 02 : ไผเป็นไผ ในบอสตัน 2014

ชุดที่ 03 : โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น 9 มิถุนายน 2557
ชุดที่ 04 : พิธีเปิดการประชุมพระพุทธศาสนานานาชาติ
ชุดที่ 05 : เปิดประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 06 : ทัพสื่อมวลชนไทยบุกนครบอสตัน รายงานข่าวการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 07 : ประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา วันที่ 02
ชุดที่ 08 : ผลการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พ.ศ.2557
ชุดที่ 09 : บรรยากาศการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 10 : พระสงฆ์ 400 รูป สวดพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตร ณ โรงพระอุโบสถวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน

 

ภาพชุดรรมยาตราเดินป่าบอสตัน

 

ธรรมยาตรา ชุดที่ 01 ธรรมยาตรา ชุดที่ 02 ธรรมยาตรา ชุดที่ 03
ธรรมยาตรา ชุดที่ 04 ธรรมยาตรา ชุดที่ 05 ธรรมยาตรา ชุดที่ 06
ธรรมยาตรา ชุดที่ 07 ธรรมยาตรา ชุดที่ 08 ธรรมยาตรา ชุดที่ 09

 

 

การประชุมสมัยวิสามัญสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาและงานวันมหารำลึก

ณ วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค 8-9 กันยายน 2555

 

 


 

 

ภาพงานพระราชทานเพลิงศพ

พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ (สมบูรณ์ สมฺปุณฺโณ ป.ธ.7)
อดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป
อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
10-14 พฤศจิกายน พ.ศ.2554

 

แฟ้มข่าวอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

อ่านข่าวเก่า ที่เคยนำเสนอใน อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557 : 2558

 


เยี่ยมวัดบ้านไร่-ไหว้หลวงพ่อคูณ
กับอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม

กดที่ภาพด้านล่างเพื่อชม

01 02 03 04 05 06 07 08 09
10 11 12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31 32 33 34    

 

ตอนที่ 01
ลอนดอน 2012

ตอนที่ 02
มหาโบสถ์แห่งลิชฟิลด์

ตอนที่ 03
มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด

ตอนที่ 04
วัดพุทธปทีป

ตอนที่ 05
ลอนดอนอาย

ตอนที่ 06
British Museum

ตอนที่ 07
ห้างแฮรอดส์

ตอนที่ 08
Tower Bridge

ตอนที่ 09
London Sightseeing

ตอนที่ 10
London To Paris

ตอนที่ 11
หอไอเฟล (1
)

ตอนที่ 12
หอไอเฟล (2)

ตอนที่ 13
หอไอเฟล (3)

ตอนที่ 14
ปารีส 360 องศา

ตอนที่ 15
เยี่ยมหน้าต่างหอไอเฟล

ตอนที่ 16
TROCADERO

ตอนที่ 17
Water Tour

ตอนที่ 18
Musée du Louvre

ตอนที่ 19
MONA LISA

ตอนที่ 20
เทพีวีนัส

ตอนที่ 21
ทอดน่องในลูฟวร์

ตอนที่ 22
หอสมุดแห่งชาติมิตแตรองต์

ตอนที่ 23
ลา เดฟ็องซ์ (La De'fense)

ตอนที่ 24
Arc de Triomphe

ตอนที่ 25
เหนือประตูชัย

ตอนที่ 26
แวร์ซาย (1)

ตอนที่ 27
แวร์ซาย (2)

ตอนที่ 28
แวร์ซาย
(3
)

ตอนที่ 29
แวร์ซาย (4)

ตอนที่ 30
แวร์ซาย (5)

ตอนที่ 31
GENEVA
(1)

ตอนที่ 32
GENEVA (2
)

ตอนที่ 33
GENEVA (3
)

ตอนที่ 34
Lausanne-Zurich

ตอนที่ 35
วัดศรีนครินทรวราราม

ตอนที่ 36
ป้อมยามเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 37
ตลาดน้ำเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 38
กลับปารีส

ตอนที่ 39
ROME (1
)

ตอนที่ 40
ROME
(2)

ตอนที่ 41
ROME (3)

ตอนที่ 42
ROME (4)

ตอนที่ 43
ROME (5)

ตอนที่ 44
Inside Vatican (1)

ตอนที่ 45
View of Rome

ตอนที่ 46
Inside Vatican (2)

ตอนที่ 47
หลังคาวาติกัน

ตอนที่ 48
OUTSIDE VATICAN

ตอนที่ 49
THE COLOSSEUM

ตอนที่ 50
หินอ่อนโคลอสเซียม

ตอนที่ 51
ROME TO PARIS

ตอนที่ 52
NOTRE-DAME DE PARIS

ตอนที่ 53
หมู่บ้านศิลปะ

ตอนที่ 54
พระราชวังฟงแตนโบล

 

 

 


 

สงฆ์ไทย Vol.01

หนังสือเล่มแรกของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(กดที่ภาพหรือที่ข้อความเพื่อชม)

 

คณะกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

พ.ศ.2557-2559

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

ข่าวสารสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา


 

 

หนังสือเล่มแรกของ มจร. ที่ชาว มจร. หลายท่านไม่เคยเห็น

(กดที่ภาพเพื่อเข้าชม)

 

 

 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

ข้อแลกเปลี่ยนของชาวพุทธไทย

บวชพระล้านรูป แลกกับ พระนิพพานเป็นอัตตา
ท่องพุทธวจนะล้านคน แลกกับ ตัดปาติโมกข์เหลือเพียง 150 ข้อ

(กดที่ภาพเพื่ออ่าน)

 

>> กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความเพิ่มเติม <<

 

พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 1-17 พ.ศ.2538-2554
(กดที่ภาพเพื่อชมประวัติ)

อนุสรณ์มหาจุฬาฯ ครบรอบ 9 ปี
 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

ธรรมวาไรตี้
หนังสือเล่มแรก ของพระมหานรินทร์  นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2548

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

ธรรมฮิสตอรี่
หนังสือเล่มที่สอง ของพระมหานรินทร์ นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน 2549

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

เรายินดีน้อมรับความคิดเห็นและคำชี้แนะจากทุกท่าน

Editor : peesang2555@hotmail.com

 


WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE  LAS VEGAS NEVADA 89121 U.S.A. PHONE 702-384-2264