LAST UPDATE :   AUGUST  26  2016   06:00 A.M. PACIFIC TIME

 

 


 

ม.44

พุทธะอิสระร้องบิ๊กตู่ใช้อีโต้กับธัมมชโย

หลังเห็นคุณชายหมูโดนเชือดอู๊ดๆ

 

 

บิ๊กตู่พูดว่าอย่างไร อย่าถามแพนเค๊กเลยค่ะ อาย !

 

 

อา..พุทธะอิสระคงจะคิดว่าบิ๊กตู่เป็นผู้เด็ดขาดฉกาจฉกรรจ์ แบบว่าตรงเผงยืนกลางแดดตอนเที่ยงไม่เห็นเงา เหมือนบิ๊กจ๊อดเพื่อนบิ๊กจิ๋วในอดีต แต่..แต่ถ้ากลับไปดูอดีตไม่ไกลก็จะเห็นว่า บิ๊กตู่ก็คือ..คนขี่กระแส ไม่ว่าจะเป็นกระแสยิ่งลักษณ์ ไล่มาจนถึงกระแส "คุณชายหมู" เพราะคุณชายหมูนั้น ทางพรรคประชาธิปัตย์ของคุณชายมาร์คเขาประกาศ "ตัดหางปล่อยวัด" ไปนานแล้ว อยู่หรือไปก็ไม่เกี่ยวกับประชาธิปัตย์ ไร้ราคาทางการเมือง ขายบ่อนไหนก็ไม่มีใครเอาแล้ว พรรคพวกถีบหัวเรือส่งเป็นสองแถว ขณะที่บิ๊กตู่ยังต้องการเสียงสนับสนุนค้ำจุนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีในโอกาสต่อไป พรรคเพื่อไทยของแม้วให้ตายก็คงไม่โหวตให้ ก็เหลือพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคนายไพบูลย์เท่านั้น นอกนั้นก็มีแต่..ส.ว. คิดสะระตะดูแล้ว เชือดหมูไม่เสียอะไรเลย มีแต่ได้กับได้ มะพร้าวสุกใกล้หล่นอย่างคุณชายหมู อยู่หรือไปก็ไม่มีความหมายทางการเมือง

ส่วน..ส่วนธัมมชโยนั้น ถ้าว่ากันจริงๆ แล้ว บิ๊กตู่ก็อยากใช้ ม.44 ใจจะขาด แต่..แต่ก็มีปัญหา มิใช่เฉพาะญาติโยมและเมียนายพล "ล้นวัด" เท่านั้น ยังมีสายวัดปากน้ำและพระสังฆาธิการที่วางขุมกำลังกันทั่วประเทศ ดังนั้น จะฟังพุทธะอิสระเพียงเสียงเดียวไม่ได้หรอก ขนาดผู้ตรวจการแผ่นดินทำการวินิจฉัยเป็นวรรคเป็นตอน ชี้ทั้งทางหนีทีไล่ ไปจนถึงการปฏิรูปพระพุทธศาสนาอย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามวิชาการและการเมือง แต่สุดท้ายก็หยุดชะงัก เพราะแนะให้ใช้ ม.44 จัดการธัมมชโย นี่เอง เชือดหมูกับเชือดธัมมชโยมันคนละเรื่อง !

เอาง่ายๆ เลยนะ แค่จะใช้ ม.44 "ถอดยศ" ธัมมชโย บิ๊กตู่ยังคิดมุกไม่ออกเลย ขนหน้าแข้งยังถอนไม่ได้ แล้วจะไป "ถอนหงอก" ธัมมชโย โก้พิลึกล่ะ !

 

 

อย่าดูถูกกู !

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

สุภาพบุรุษการเมืองคนสุดท้าย

คุณชายหมู - สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่า กทม.

เจ้าของวาทะ "อย่าดูถูกกู"

หมายความว่า ปลดได้ แต่อย่าดูถูก ทำนอง ฆ่าได้ หยามไม่ได้ ประมาณนั้น

 

 

"พุทธะอิสระ" วอน "บิ๊กตู่" ใช้ ม.44 จัดการคดีธรรมกาย ชี้ต้องเท่าเทียม-อย่าอ้างปรองดอง

วันที่ 25 สิงหาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระพุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม และอดีตแกนนำ กปปส. แสดงความเห็นทางการเมืองเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ใช้อำนาจ ม.44 ดำเนินการคดีธรรมกาย โดยระบุว่า สืบเนื่องจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและนายกรัฐมนตรี ได้ออกคำสั่งที่ 49/2559 ใช้มาตรา 44 จัดการกับปัญหาของพระพุทธศาสนา วันนี้พุทธะอิสระจึงเรียกร้องให้รัฐบาลใช้มาตรา 44 ดำเนินการแก่พระธัมมชโย หรือพระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และกรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะปกครองหนกลาง เจ้าคณะปกครองภาค 1 เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าคณะอำเภอคลองหลวง เจ้าคณะตำบลคลองสี่ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในความผิดต่างกรรมต่างวาระหลายข้อหาขณะนี้ อาทิ ปัญหาเงินฝากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น อวดอุตริ ประพฤตินอกรีต มีคำสอนขัดกับหลักศาสนา ปฏิเสธกฎหมายบ้านเมือง จึงขอให้เร่งดำเนินการนำตัวผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรมโดยเร็ว เพื่อธำรงรักษาไว้ซึ่งพระธรรมวินัยอันบริสุทธิ์บริบูรณ์และกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ที่บังคับใช้อย่างเท่าเทียมเป็นธรรมทั่วถึงแก่ทุกคนในประเทศอย่างไม่เลือกปฏิบัติ แล้วอย่ามาอ้างความปรองดองโดยละเว้นคนผิดไม่ยอมดำเนินคดี เหมือนดังที่มีคนพยายามมาเจรจาขอเคลียร์ปัญหาเพื่อความปรองดอง ตนขอยืนยันตรงนี้เลยว่าแม้ต้องตายก็จะไม่ปรองดองแน่นอน

 

 

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ : 26 สิงหาคม 2559

 

 

BIRTHDAY

91 ปี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

(ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ.9)

เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ

ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

25 สิงหาคม 2559

 

คณะสงฆ์หนเหนือ สืบชาตา-มหาสันติงหลวง ถวาย

 




























































 

ที่มา : วัดปากน้ำ : 25 สิงหาคม 2559

 

พระราชทานเพลิงศพ

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (วีระ ภทฺทจารี ป.ธ.9)

อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร


ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส

วันเสาร์ ที่ 3 เดือนกันยายน พ.ศ.2559 เวลา 17:30 น.

 

พิธีเปิดประชุมใหญ่ สมัยสามัญประจำปี พ.ศ.2559

สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

ณ วัดศรีนครินทรวราราม สวิสเซอร์แลนด์

พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ)

ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

ประธานการประชุม

20 สิงหาคม 2559 เวลา 09.00 น.

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 2

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 3

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 4

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

 

ตกเบิกอื้อ !

 

สำนักพุทธประกาศด่วน

พระที่มีชื่อกรุณาไปรับนิตยภัต !

 

อา..! ไม่น่าเชื่อว่าจะมีพระที่ไม่สนใจในเงินทองมากมายปานนั้น บางรูปไม่เคยไปรับเลยตั้งแต่ได้เป็นพระครู บางรูปก็เมินเฉยไปหลายปี ที่ไม่รู้เรื่องก็อีกมากมาย แสดงว่าพระไทยท่านไม่ใยดีในเรื่องเงินๆ ทองๆ ของนอกกาย ให้ก็เอา ไม่ให้ก็ไม่สนใจ อะไรทำนองนั้น ดังนั้น สำนักพุทธฯ น่าจะใส่ซองนำไปถวายถึงวัด ไม่งั้นท่านคงไม่เอา !

 




 

ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ : 25 สิงหาคม 2559

 

แย่ง เอ๊ย แยกกันทำ !

 

สำนักพุทธ - กรมการศาสนา

ต่างเดินหน้าทำตามคำสั่ง คสช. ม.44

แต่ไปกันคนละทิศละทาง !

 

กระทรวงวัฒนธรรมและกรมการศาสนาออกลาย เอ๊ย ออกสตาร์ทก่อน รวบงานไว้บนหน้าตักเบ็ดเสร็จ ไม่เอ่ยถึง "สำนักพุทธ" ซักคำ อะไรๆ ก็..กรมการศาสนา นายพนม ศรศิลป์ จึงเกิดอาการ "ศรศิลป์ไม่กินเส้น" อย่างแรง รีบออกมาตีปลาหน้าไซ "จะรีบจัดประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม ตามคำสั่งของ คสช. ไวๆ นี้" ถ้าเป็นหนังกลางแปลงก็คงทั้งโฆษณา ตั้งจอฉาย และขายยาไปพร้อมๆ กัน เพราะฝ่ายโน้นฉายนำไปได้ครึ่งม้วนแล้ว หนังเรื่องเดียวกันแท้ๆ มันไว้ใจได้ซะที่ไหน ช้าไปแค่ไม่กี่นาทีก็ตกหน้าข่าวไปหลายโลแล้ว งานนี้ "บิ๊กตู่" ได้อ่านรายงานกันตาลายแน่ เพราะจะมีหลายชุด หลายประเด็น ทั้งตรง ทั้งอ้อม และคู่ขนานกันไป เผลอๆ จะมีประเด็น "ขัดแย้ง" ระหว่างกรมการศาสนากับสำนักพุทธฯ โผล่ให้เห็นอีกด้วย

แต่ก็อย่างว่า ปัญหาที่ตรงจุดนั้น ทางรัฐบาลมิได้แก้ แต่ไพล่ไปแก้เกี้ยว เอาศาสนาที่ไม่มีปัญหามาร่วมผสมโรงด้วย ทั้งๆ ที่ในประเทศไทยนั้น (รวมทั้งโลกนี้ด้วย) ถ้าจะมีปัญหาระหว่างศาสนาก็แค่..อิสลาม เท่านั้น นอกนั้นไม่มี ส่วนปัญหาพุทธนั้นเป็นปัญหาภายในของคนไทยเรา จะเอาไปเกี่ยวข้องกับมุสลิมทำไมไม่ทราบ เรื่องเล็กน้อยก็เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ ทำนอง ชักน้ำเข้าลึก ชักศึกเข้าบ้าน อยากจะอวดของดี เป็น ม.44 ทั้งทีก็อวดไม่เป็น เห็นแล้วก็ละเหี่ยใจแทน สำนวนจีนเขาว่า "เอาทองไปลู่กระเบื้อง" ใครอยากเห็นก็ดู "บิ๊กตู่" เป็นตัวอย่าง เซ็นโผเจ้าคุณบัญชีพิเศษ วันที่ 12 สิงหา ก็ดูดี มีเงาของ "ขงเบ้ง" จับใบหน้า พอเปิดไพ่ 5 ศาสนาออกมา กลายเป็น โฮจิ๋น ไปทันที !

 

 

อูย ! กรมการศาสนากินรวบหมดเลยหรือเนี่ย !

 

สำนักพุทธฯ ตั้งคณะทำงานเดินหน้าคำสั่ง คสช.

ผอ.พศ. เดินหน้าทำตาม ม.44 คำสั่ง คสช. มาตรการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในไทย พร้อมรวบรวมข้อมูลแนวทางตั้งคณะทำงานมีผู้แทนมหาเถรฯ 3 รูป เป็นที่ปรึกษาแล้ว คาดเริ่มประชุมสรุปผลเสนอนายกรัฐมนตรีได้ภายในสัปดาห์หน้า

วันนี้ (24 ส.ค.) นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)  กล่าวว่า ตามที่มีคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เรื่องมาตรการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 โดยให้สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สถาบันการศึกษาด้านศาสนา องค์กรปกครองคณะสงฆ์ องค์กรทางศาสนาต่างๆ ที่ทางราชการรับรอง ร่วมกันกำหนดมาตรการเสนอคณะรัฐมนตรีใน 3 เดือน และให้ สำนักพุทธและกรมการศาสนา รายงานความก้าวหน้า การดำเนินการต่อนายกรัฐมนตรีทุก 3 เดือนด้วยนั้น  ตนรับทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว พร้อมทำตามนโยบายของ คสช. โดยในขณะนี้ พศ. ได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อรวบรวมข้อมูลและวางแนวทางการทำงานตามคำสั่งดังกล่าวแล้ว โดยมีตนเป็นประธาน พร้อมทั้งมีการแต่งตั้ง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ปัตตานี ผอ.พศจ.พระนครศรีอยุธยา ผอ.พศจ.ขอนแก่น และ ผอ.พศจ.เชียงใหม่ ร่วมในคณะทำงานด้วย เนื่องจากพื้นที่ในจังหวัดดังกล่าวมีความหลากหลายทางศาสนาค่อนข้างมากกว่าที่อื่น

ขณะนี้ พศ.ได้มีการประสานไปยังผู้แทนมหาเถรสมาคม  คือ พระพรหมบัณฑิต วัดประยุรวงศาวาส พระพรหมโมลี วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และพระพรหมมุนี วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เพื่อขอนัดหมายวันประชุมแล้ว ทั้งนี้คาดว่าจะเป็นภายในสัปดาห์หน้า ส่วนที่มีองค์กรพุทธมองว่าคำสั่ง คสช. ดังกล่าวมุ่งควบคุมคณะสงฆ์นั้น ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลต้องการให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างศาสนา เชื่อว่ารัฐบาลมีเจตนาดี ซึ่งผมจะมีการชี้แจงไปยังคณะสงฆ์ให้เกิดความเข้าใจในคำสั่งดังกล่าวด้วย" ผอ.พศ. กล่าว

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 25 สิงหาคม 2559

 

ตัดหน้า !

 

กระทรวงวัฒนธรรมแซงหน้าสำนักพุทธฯ

อ้างคำสั่ง คสช. ม.44

รวบรัดยกอำนาจให้กรมการศาสนาหน้าตาเฉย !

 

อา..! ของแบบนี้มันไวใครไวมัน งานวัดงานวามันเป็นของกลาง ใครไวกว่าก็ย่อมได้เปรียบ เรื่อง "ช้าแต่ชัวร์" นั้น บางทีก็ไม่เวิร์คเหมือนกัน ดูอย่าง นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักพุทธฯ ซี ติดด่านราชการไทยมานานหลายปี กว่าจะมีโอกาสได้ไปเมืองนอก พอออกไปได้ไม่ทันไร แบบว่ากลับมาไทยยังไม่ทันปรับตัว ก็ถูกกรมการศาสนา "ตัดหน้า" เอางานหลักไปกินเสียแล้ว ขนาดว่านายกฤษศญพงษ์ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็น "ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม" ไปแล้วเชียวนา ก็ยังไม่วาย "ออกลาย" ทิ้งทวน วิ่งราวงานไปจากสำนักพุทธฯ จนได้ แสนแสบ เมืองสุรินทร์ เรียกพี่เลย

ก็ในคำสั่ง คสช. ที่เรียกว่า "ม.44" นั้น ระบุว่า ให้ "สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ" และ "กรมการศาสนา" รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ ทุกๆ 3 เดือน" เด็กก็อ่านเป็นว่า ต้องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาเป็นผู้นำ ส่วนกรมการศาสนานั้นเป็นนัมเบอร์ 2 แต่ดูไปแล้ว กระทรวงยุติธรรมเล่นรวบงานมาให้กรมการศาสนา ชงเองกินเอง อะไรๆ ก็ "ให้กรมการศาสนาดำเนินการ" ไม่ว่าข้อ 1 ข้อ 2 หรือ 3 ไม่มีสำนักพุทธฯเลยแม้แต่ข้อเดียว ถามว่า แบบนี้มันจะสมานฉันท์กันได้ยังไง แค่งานก็เริ่มแย่งกันแล้ว อย่างอื่นคงไม่ต้องพูดถึง ที่สำคัญมันอยู่ที่ว่า เพียงแค่เริ่มต้นก็เริ่มเหยียบเท้ากันแล้ว แล้วจะไปไหวยังไงไม่ทราบ โครงการสมานฉันท์น่ะ เฮ้อ ! ปวดหัวแทนบิ๊กตู่เหลือเกิน !

 

 

สองดาราเจ้าบทบาทศาสนาในประเทศไทย

ซ้าย : พนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ขวา : กฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา

 

วธ.คลอด 3 แนวทางรองรับ ม.44 ถก 5 ผู้นำศาสนา ประมวลปัญหา-รับฟังข้อเสนอแนะ

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการประชุมแนวทางดำเนินงานตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 49/2559 เรื่องมาตรการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย โดยมีผู้บริหารระดับสูง และผู้แทนหน่วยงานในสังกัด วธ.ร่วมประชุม เพื่อประมวลแนวทางปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ก่อนมอบแนวทางให้ นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) ประชุมร่วมกับผู้นำองค์กรทางศาสนาทั้ง 5 ศาสนา ว่า ศน.ได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงคำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าว โดยกำหนดให้องค์กรต่างๆ ร่วมกำหนดมาตรการ กลไกการส่งเสริมความเข้าใจอันดี และความสมานฉันท์ของศาสนิกชนทุกศาสนา ป้องกันไม่ให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ซึ่งได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญและรัฐให้การคุ้มครองตลอดมา โดยให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และ ศน.รายงานความก้าวหน้าในการดำเนินการตามคำสั่งนี้ พร้อมทั้งปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไขให้นายกรัฐมนตรีทราบทุก 3 เดือน

นายวีระ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวใน 3 ประเด็น ได้แก่

1. มอบให้ ศน. สรุปภารกิจ และแนวทางการคุ้มครอง และอุปถัมภ์ศาสนาทั้ง 5 ศาสนา ที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ได้แก่ องค์การทางศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ รายงานการอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาทั้ง 5 ศาสนาที่ผ่านมาว่าได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง

2. ให้ ศน. รวบรวม และประมวลปัญหาความขัดแย้ง การดูหมิ่นลบหลู่ การโจมตีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาที่ปรากฎในสื่อโซเซียลมีเดียในปัจจุบัน มีกี่เรื่อง กี่ประเด็น เพื่อกำหนดแนวทาง และวิธีการแก้ปัญหา เพื่อเสนอต่อรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) ให้บังคับใช้กฎหมาย

3. มอบ ศน. เชิญผู้นำ หรือผู้แทนองค์การศาสนาทั้ง 5 ศาสนา มาหารือเพื่อรับฟัง และประมวลปัญหา ตลอดจนรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา จากนั้นสรุปเป็นแนวทางในภาพรวมของ 5 ศาสนา และแนวทางในส่วนของ วธ. เพื่อนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

ที่มา : มติชน : 25 สิงหาคม 2559

 

ปูดโปน !

 

พุทธะอิสระเปิดภาพเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์

นั่งอล่างฉ่างกลางวัดอ้อน้อย !

 

 

 

ฟ้องศาล + ฟ้องด้วยภาพ

 

อา..! ยุ่งเหมือนลิงแก้แหเสียแล้วสิครับ ท่านเจ้าคุณสฤษฎิ์แห่งนครสวรรค์ งานนี้ถ้าพลาดก็อาจถึงกับตกสวรรค์ได้ ลิงตกต้นไม้นั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ตกเก้าอี้นี่สิ น่าสนใจกว่า พุทธะอิสระแกอ้างว่า ภาพที่นำเสนอเหล่านี้ เจ้าคุณสฤษฏิ์วิ่งไปหาแกที่วัดอ้อน้อย ฟ้องร้องว่า มีการฉ้อโกงเงินก่อสร้างพุทธมณฑลนครสวรรค์ เป็นเงินมหาศาลถึง 60 ล้านบาท เทียบกับธัมมชโยคงแค่อาบัติ "ปาจิตตีย์" แต่ถ้าเทียบกับพระธรรมวินัยแล้ว ก็คงได้ปาราชิกถึง 60 ล้านมาตรา พ่วงคดีอาญาอีกต่างหาก นอกจากผ้าเหลืองจะหลุดแล้วยังต้องเข้าคุกเข้าตะรางอีกนานหลายปี ดูสิน่ากลัวเหลือเกิน

ใช่แต่เท่านั้น พุทธะอิสระยัง "ปูด" ชื่อ ส.ก. (สีกา) นามว่า ขนิษฐา ให้เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์เล่นเกมใบ้คำ ว่าเป็นใครสำคัญไฉน ทำไมมีบทบาทมากมายในพุทธมณฑลนครสวรรค์ ฯลฯ ไม่ตอบก็ไม่เป็นไรนะท่านเจ้าคุณ เพราะถึงอย่างไรก็ต้องไปตอบในศาลอยู่แล้ว อิอิ !





 

นั่นอะไร นั่นยังไง นะ นั่นอะไร ?

 

 

เที่ยวนี้ถ้าเจอกันบนศาล จะถามเจ้าคุณว่า คดีฉ้อโกงเงินก่อสร้างพุทธมณฑลจังหวัดนครสวรรค์ 60 ล้านบาท ได้เงินคืนแล้วหรือยัง

แล้วช่วยตอบหน่อยว่า ใครยักยอกทองคำที่ชาวบ้านเขาบริจาคมาเพื่อหล่อพระ เอาไปทำหัวไม้เท้าทองคำมอบให้สมเด็จช่วง

เวลานี้หัวไม้เท้าทองคำนั้น สมเด็จช่วงส่งคืนมาแล้วหรือยัง

เตรียมหาคำตอบเอาไว้ให้ดีก็แล้วกันนะเจ้าคุณ


ยังมีผู้หญิงที่ชื่อสีกา
ขนิษฐา รัตนพัฒนากุล ว่าเกี่ยวข้องอะไรกับเจ้าคุณ และสมเด็จช่วงบ้าง


อย่างนี้เขาเรียกว่าตายเพราะปากแท้ๆ

ส่วนสาเหตุที่พุทธะอิสระต้องฟ้อง ก็เพราะมันมีพวกมืดบอด ใช้คำโกหกของเจ้าคุณมาใส่ร้ายพุทธะอิสระว่า เป็นคนตลบตะแลง โกหก แหกตา ใส่ร้ายเถระ โดยไม่มีมูลความจริง

ดังตัวอย่างคอมเม้นของพวกมืดบอดที่หลงเชื่อคนโกหกอย่างเจ้าคุณ แล้วก็มาด่าว่ากล่าวหา ดังตัวอย่างบางส่วนในหลายสิบคอมเม้นที่เข้ามาด่าว่าใส่ร้ายพุทธะอิสระ

 

ที่มา : เฟสบุ๊คพุทธะอิสระ : 23 สิงหาคม 2559

 

 

คุ้มครอง หรือ ควบคุม ?

 

เจ้าคุณประสารถามสวนทางปืน

กรณีออก ม.44 ปรามทุกศาสนาสร้างขัดแย้ง

 

อา..! รายการ "ภาษาไทยวันละคำ" วันนี้ มีศัพท์ใหม่ทางศาสนาและการเมืองให้ตีความอีกแล้ว มันก็น่าจะเหมือนการใช้วาทะ "เจริญพุทธมนต์" นั่นแหละ มีคนเขาถามแซ่ดว่า "เจริญพุทธมนต์หรือว่าปลุกม็อบ" ถามไปถามมา เจ้าคุณประสารก็ตอบโดยปริยายว่า "อาตมามีเจตนาบริสุทธิ์"  ดิ อินโนเซ๊นต์ เรียกพี่เลยฮ่ะ !

วันนี้ เจ้าคุณประสาร ถูกล้อมกรอบบ้าง ก็ออกมาถามรัฐบาล เหมือนตัวเองเคยถูกถามตลอดเวลาที่ผ่านมา แม้ว่าการเจริญพุทธมนต์ รอบ 2 จะยังไม่เกิด หรืออาจจะไม่มีโอกาสเกิดเลยก็เป็นได้ เพราะวันที่ 5 ธันวาคม นี้ ก็จะมีพระรุ่นใหม่ "เดินแถวเข้าวัง" ไปรับพัดอีกชุดใหญ่ ข่าวแว่วว่า "บัญชีนี้ จะมีจำนวนถึง 89 หรือไม่ก็ 99 รูป" ช่วงนี้กำลังจะรวมบัญชี โควต้าของ มจร. ก็ผ่านไปแล้ว เหลือตำแหน่งเดียว คือ สมเด็จพระราชาคณะ ซึ่งต้องรอให้ผ่านงานพระราชทานเพลิงศพ "สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์-วัดสุทัศน์" ไปก่อน ซึ่งมีกำหนดการออกมาแล้วว่า "วันที่ 3 กันยายน ศกนี้" หลังจากนั้น มหกรรมโอลิมปิก "ชิงพัดยศสมเด็จพระราชาคณะ" ก็จะระเบิดเถิดเทิง เจ้าคุณประสารจะร้องจะรำอย่างไรก็คงไม่มีใครสนใจ เพราะสวรรค์นิพพานของพระสงฆ์ไทยมันอยู่ที่ตรงนั้น

นับดูให้ดี ปีนี้จะมีบัญชีพระราชาคณะ (เจ้าคุณ) ผ่านมือ "บิ๊กตู่" ถึงเกือบๆ 200 รูป ไม่นับพระครูอีกหลายพัน ถ้าอยู่ต่อเนื่องไปอีกซัก 3-5 ปี รับรองว่า คสช. "กินรวบ" ไว้หมดแน่ อยากเข้าป่าหรือว่าอยากเข้าวัง ก็ถามใจตัวเองให้ดีนะครับ ท่านประสาร ?

 

 

ขอถามสักคำยังขุ่นข้อง ทุ่งกระโจมทอง..ไหงมีสองใจ ?

 

วิเคราะห์คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 49/2559 เรื่อง มาตรการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย

ตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีดังกล่าวในเรื่องนี้ ถ้ามองดูเพียงผิวเผินก็ดูจะเป็นเรื่องที่ดี ที่ฝ่ายรัฐจะเข้ามาช่วยให้กิจการภายในระหว่างศาสนาทุกศาสนามีความสัมพันธ์ในทางที่ดีขึ้น

ในอีกแง่มุมหนึ่ง ระยะเวลากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา คณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการพิทักษ์ปกป้องพระพุทธศาสนา พยายามผลักดันแนวทางปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนามาโดยตลอดนั้น บัดนี้ แนวทางทั้งหมดดังกล่าวทั้ง 4 ด้านนั้น ถูกผลักดันให้เขียนลงไปในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ผ่าน ประชามติเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏในมาตราที่ 67 เป็นการย่อยการปฏิรูปทั้ง 4 ด้านของคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาทั้งหมดลงไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างกระชับที่สุด และถือว่าเป็นความสำเร็จของคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและพิทักษ์พระพุทธศาสนา

ส่วนในข้อที่ 4 ในข้อเสนอแนะของคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ในเรื่องของฝ่ายอาณาจักรต้องเข้ามาช่วยฝ่ายศาสนจักรนั้น มาปรากฏชัดเป็นรูปธรรมจับต้องสัมผัสได้ก็คือ การใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา ที่ 44 ในครั้งนี้

ต้องถามตรงๆ ว่า จะเข้ามาช่วยในการอุปถัมภ์คุ้มครอง หรือการทำความเข้าใจระหว่างศาสนา  หรือว่าเจตนาของรัฐตรงกับเจตนาของคณะกรรมการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ในการเข้ามาควบคุมกิจการภายในของศาสนา

โดยเฉพาะคณะสงฆ์ในพระพุทธศาสนา เช่น การให้ประชาชนมีส่วนร่วม การมีมาตรการป้องกันและแก้ไข ทั้งหลายทั้งปวงนี้ ดูจะสอดรับกันโดยบังเอิญเหลือเกิน รวมทั้งการให้องค์กรพุทธ โดยเฉพาะศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ต้องรายงานกิจกรรม ประวัติและความเป็นมาเพื่อส่งให้หน่วยงานของรัฐโดยด่วน

ทั้งหลายทั้งปวงจะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จและความพยายาม ของคณะกรรมการปฏิรูปกิจการและมาตรการพิทักษ์ปกป้องพระพุทธศาสนา ในการยืมมืออำนาจรัฐเข้ามาจัดการกิจการภายในของศาสนา โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่คณะสงฆ์ในพระพุทธศาสนาหรือไม่น่าสนใจยิ่ง

สำหรับในศาสนาอื่นนั้นคงไม่มีผลกระทบใดๆ เพราะรัฐไม่สามารถเข้าไปยุ่มย่ามภายในกิจการของเขาได้เหมือนในพระพุทธศาสนา

แต่ถ้าจะมองในเจตนาที่เป็นกุศลของฝ่ายรัฐ ทำไมศาสนาอื่นๆ (ที่พวกเราในฐานะนักบวชต่างศาสนากลับไม่มีความรู้สึกว่าขณะนี้มีปัญหาอะไรมากมายด้านศาสนา ถึงขนาดจะต้องออกคำสั่งในอำนาจพิเศษมากมายเพียงนี้) เมื่อมีการเรียกร้องใดๆ จากเพื่อนร่วมกันในอีก 4 ศาสนา ภาครัฐจะต้องสนองตอบในทันทีทันใดขนาดนั้นเชียวหรือ เพราะขณะนี้สังคมก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าใครเป็นผู้ร้อง ร้องเรื่องอะไร สาระสำคัญปรากฏจริงตามคำร้องหรือไม่

แต่ที่แน่นอนที่สุดที่ปรากฏเห็นอย่างแจ่มชัดคือ มีเหตุอะไรที่เร่งด่วนด้านศาสนา จึงต้องสั่งการให้รายงานผลในทุก 3 เดือน อะไรจะเป็นเหตุเป็นผลให้ต้องเข้มข้นถึงขนาดนั้น อะไรคือสาเหตุที่แท้จริงช่วยตอบคำตอบให้กระจ่างที และขอถามต่อไปอีกว่าขณะนี้ภาครัฐมีความสงสัยหรือหวาดระแวงอะไรเป็นพิเศษในกลุ่มพี่น้องชาวพุทธหรือไม่ เพราะเวลานี้มีการสั่งการถึงขนาดว่าต้องให้องค์กรของชาวพุทธในบางองค์กรต้องรายงานอะไรต่อมิอะไรภายในองค์กรให้หน่วยงานของรัฐทราบโดยด่วน

ในเวลานี้ถ้าจะมองในอีกแง่มุมหนึ่งว่า รัฐพยายามสนองตอบในการอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาในทางที่ดีขึ้น ให้ความเป็นธรรมในทุกศาสนานั้น แล้วเหตุการณ์ที่พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาได้ลุกขึ้นมาเรียกร้องในหลายๆ เรื่อง หลายกรณีพร้อมกันทั่วประเทศนั้นจะตอบคำถามเหล่านี้ว่าอย่างไร เช่น ขอให้ออกกฎหมายนมัสการสังเวชนียสถาน 4 แห่ง กฎหมายธนาคารพระพุทธศาสนา กฎหมายอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา เป็นต้น หรือแม้แต่การเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะเพื่อเสนอโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสำคัญ ก็ไม่เห็นมีท่าทีที่จะอ่อนน้อม ห่วงใย เอาใจใส่จากภาครัฐเหมือนในกรณีที่เร่งออกคำสั่งพิเศษนี้เลย ไม่เห็นเลยจริงๆ นอกจากท่าทีที่แข็งกร้าว ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไร้ความเคารพยำเกรง อนิจจา

กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา เราชาวพุทธต้องอดทน เข้มแข็งและสามัคคีกันไว้ เพื่ออนาคตของพระพุทธศาสนาบนผืนแผ่นดินไทย พวกเราต้องช่วยกันรักษาพระศาสนาไว้เพื่อเป็นสมบัติสืบทอดไปสู่ลูกหลานรุ่นต่อๆ ไปของพวกเรา ตราบนานเท่านาน

พระเมธีธรรมาจารย์
‪#เจ้าคุณประสาร
23
สิงหาคม 2559

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊คเจ้าคุณประสาร : 23 สิงหาคม 2559

 

บิ๊กตู่เข้ม !

 

ใช้ ม.44 ปรามทุกศาสนา

อย่าบิดเบือนหลักธรรมคำสอนสร้างความขัดแย้ง

ซ้ำเติมปัญหาของบ้านเมือง !

 

 

เอาจริง !

 

 

ด่วน ! ใช้ ม.44 ขีดเส้น 3 เดือน สั่งราชการ หาวิธีแก้ปัญหาคนใช้ศาสนาบิดเบือนสร้างขัดแย้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ส.ค.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 49/2559 เรื่อง มาตรการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย ระบุว่า โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเกือบทุกฉบับที่มีมาในอดีตและฉบับที่ได้รับความเห็นชอบ ในการออกเสียงประชามติ เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ซึ่งจะประกาศใช้เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศในเร็วๆ นี้ ต่างบัญญัติรับรองว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการนับถือศาสนาและมีเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาของตน ดังนั้น รัฐธรรมนูญจึงได้กําหนดแนวนโยบาย แห่งรัฐว่า รัฐพึงอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ซึ่งในประวัติการปกครองของประเทศไทยพระมหากษัตริย์และทางราชการได้อุปถัมภ์บํารุง และอารักขาคุ้มครองศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์ ฮินดู และศาสนาซิกข์เสมอมา ประชาชนมีเสรีภาพในการนับถือ การปฏิบัติพิธีกรรม ตลอดจนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมคําสอนของทุกศาสนา การละเมิดศาสนวัตถุ ศาสนสถานอันเป็นการเหยียดหยามศาสนาของหมู่ชนใด การก่อความวุ่นวายในเวลามีพิธีกรรม และการแต่งกาย หรือใช้เครื่องหมายของศาสนบุคคล โดยมิชอบย่อมเป็นความผิดตามกฎหมาย แม้แต่การละเมิดจารีตประเพณี ทางศาสนาใด ๆ ก็ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่สังคมตําหนิติเตียน หากผู้กระทําเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ย่อมมีความผิดทางวินัย นอกจากนั้น ยังเป็นที่ยอมรับว่า ศาสนาทั้งหลายต่างก็มีอิทธิพลเกื้อกูลวัฒนธรรม และวิถีชีวิตของประชาชนชาวไทย แม้แต่บรรพชนไทยในอดีตที่มีส่วนในการรักษาเอกราชอธิปไตย และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง การปกครอง ก็ประกอบด้วยศาสนิกชนที่แม้นับถือศาสนาต่างกันแต่ก็ไม่มีปัญหาความแตกแยกเพราะมีจิตใจยึดมั่นในความเป็นชาติไทยร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ประเทศชาติกําลังต้องการความรู้รักสามัคคี ความปรองดอง และการปฏิรูปประเทศเพื่อไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ความสงบเรียบร้อย และความร่มเย็นเป็นสุข ส่วนศาสนาก็มีบทบาทสําคัญในการส่งเสริมคุณงามความดีและคุณธรรมที่ก่อให้เกิดความสงบร่มเย็น แต่กลับมีบางฝ่ายนําความแตกต่างอันเป็นปกติของสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมาขยายความ หรือบิดเบือนให้เป็นความขัดแย้งในหมู่ศาสนิกชนทั้งที่ศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนเพราะเกี่ยวกับ ความเชื่อความศรัทธา ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชนในชาติ จึงสมควรกําหนดมาตรการเพื่อประโยชน์ ในการปฏิรูป ความสมานฉันท์ของประชาชนในชาติ และการป้องกันการกระทําอันเป็นการบ่อนทําลาย ความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงแห่งชาติ


อาศัยอํานาจตามความใน มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ 1 การอุปถัมภ์และคุ้มครองทุกศาสนาอันเป็นที่ยอมรับของทางราชการและประชาชนชาวไทย และการส่งเสริมศาสนิกชนทั้งหลายให้มีบทบาทในการพัฒนาประเทศ การสร้างความสามัคคีปรองดอง และการปฏิรูปประเทศโดยไม่ขัดต่อกฎหมายและหลักธรรมคําสอนทางศาสนาเป็นหน้าที่ของทุกหน่วยงานของรัฐ

ข้อ 2 ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา โดยที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่ นับถือพระพุทธศาสนาตามแบบเถรวาทมาช้านานดังที่วัดวาอาราม พระภิกษุ การประกอบพิธีของทางราชการ บทสวดมนต์ การศึกษา การเผยแผ่ ตลอดจนการจัดการปกครองคณะสงฆ์ล้วนเป็นไปตามแบบเถรวาท มานานหลายศตวรรษ จึงให้หน่วยงานของรัฐส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา และการเผยแผ่หลักธรรมคําสอนที่ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าว เพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา สอดคล้องกับความเลื่อมใสศรัทธา ของผู้ที่นับถือศาสนาตามแบบนั้นๆ โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย ในส่วนของการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนาตามแบบมหายานไม่ว่าจะเป็นจีนนิกาย อนัมนิกายหรืออื่นใด ซึ่งได้รับการอุปถัมภ์คุ้มครองจากรัฐตลอดมา ให้หน่วยงานของรัฐส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาและการเผยแผ่หลักธรรมคําสอนที่ถูกต้องตามแนวทางดังกล่าว เพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา สอดคล้องกับความเลื่อมใสศรัทธาของผู้ที่นับถือศาสนาตามแบบนั้นๆ โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย

ข้อ 3 ในการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาอื่น ได้แก่ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์ ฮินดู และศาสนาซิกข์ ซึ่งได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญและรัฐได้ให้การอุปถัมภ์คุ้มครองตลอดมา ให้หน่วยงานของรัฐส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษา และการเผยแผ่หลักธรรมคําสอนที่ถูกต้อง ตามแนวทางในแต่ละศาสนาดังกล่าว เพื่อให้เกิดการพัฒนาจิตใจและปัญญา สอดคล้องกับความเลื่อมใสศรัทธาของผู้ที่นับถือศาสนานั้นๆ โดยไม่ขัดต่อกฎหมาย

ข้อ 4 ให้สํานักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สถาบันการศึกษาด้านศาสนา องค์กรปกครองคณะสงฆ์ องค์กรทางศาสนาต่างๆ ที่ทางราชการรับรอง ร่วมกันกําหนดมาตรการ และกลไกในการส่งเสริมความเข้าใจอันดี และความสมานฉันท์ ของศาสนิกชนของทุกศาสนา การนําหลักธรรม คําสอนทางศาสนามาปรับใช้ในชีวิตประจําวันในด้านต่างๆ เพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปประเทศ เช่น การนําปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ การมีธรรมาภิบาล ความซื่อสัตย์สุจริต ความสามัคคีปรองดอง การสร้างสังคมสันติสุข และกําหนดมาตรการและกลไกในการป้องกันมิให้มีการบ่อนทําลายพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่นดังกล่าวในข้อ 3 ตลอดจนการสร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ชาวต่างชาติเกี่ยวกับข้อพึงปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติในเรื่องทางศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีภายในสามเดือน

ข้อ 5 ให้สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และกรมการศาสนารายงานความก้าวหน้า ในการดําเนินการตามคําสั่งนี้ พร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนแนวทางแก้ไขให้นายกรัฐมนตรีทราบทุกสามเดือน

ข้อ 6 คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป


สั่ง ณ วันที่ 22 สิงหาคม พุทธศักราช 2559
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

 

 

ที่มา : มติชน : 20 สิงหาคม 2559


 

บิ๊กเซอร์ไพรซ์ !

 

พนม ผอ.สำนักพุทธฯ บินสวิสเซอร์แลนด์

ร่วมงานประชุมสหภาพพระธรรมทูตยุโรป

งานแรกของชีวิต !

 

 

พนม ศรศิลป์

ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

นักการศาสนานัมเบอร์วันของประเทศไทย

 









 

 

เมื่อเวลา 09:00 น. วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ.2559 ที่วัดพระศรีนครินทราราม เมืองโซโลทูร์น (Solothurn) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีงานประชุมใหญ่สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 10/2559 ของสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ซึ่งถือว่าเป็นงานใหญ่ที่สุดของพุทธศาสนิกชนชาวไทยในทวีปยุโรป มีพระธรรมทูตจากทุกวัดในทวีปยุโรป รวมทั้งสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ประเทศไทย และอินเดีย เข้าร่วมประชุมอย่างคับคั่ง นอกจากนั้นยังมีพระมหาเถระและบุคคลสำคัญอีกมากมาย อาทิเช่น

พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้าคณะภาค 10 กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

พระเทพพุทธิมงคล (สวัสดิ์ อตฺถโชโต) เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม เมืองวาแวก ประเทศเนเธอแลนด์ ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

พระเทพพุทธิวิเทศ (ประชัน ชุตินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดพุทธาวาส นครฮิวส์ตัน รัฐเท็กซัส ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

พระเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทธ วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล

พระเทพสุวรรณเมธี (สุชาติ กิตฺติปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดสุวรรณาราม รองเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

พระปัญญาพุทธิวิเทศ (เหลา ปญฺญาสิริ) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร รองประธานและปฏิบัติหน้าที่แทนประธานองค์การพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์

พระกิตฺติโสภณวิเทศ (เศรษฐี สมาหิโต) เจ้าอาวาสวัดนาคปรก หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายโอเชเนีย

พระโสภณวชิราภรณ์ (ไสว โชติโก) รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร)

พระโสภณจริยาภรณ์ ในนามองค์การคณะสงฆ์สยามประเทศมาเลเซีย

พระครูโสภณพุทธิคุณ รองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสิงคโปร์

นายนพปฎล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบิร์น ประเทศสวิสเซอร์แลนด์

เป็นต้น

รวมทั้ง นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักพุทธฯ คนปัจจุบัน

 

 

วัดศรีนครินทรวรารามนั้น ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2539 ปัจจุบันมีอายุได้ 20 ปี มีพระเทพกิตติโมลี (ทองสุรย์ สุริยโชโต ป.ธ.8 Ph.D) จากวัดเบญจมบพิตร เป็นเจ้าอาวาส ซึ่งการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในสหภาพยุโรปครั้งนี้ ถือว่าเป็นงานใหญ่ที่สุดของวัดพระศรี ทั้งเป็นงานใหญ่ที่สุดของพุทธศาสนิกชนชาวไทยในทวีปยุโรป เนื่องเพราะในปัจจุบัน มีคนไทยไปศึกษา ทำงาน และตั้งรกรากในทวีปยุโรปเป็นจำนวนมาก ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงได้ก่อตั้งวัดไทยขึ้นมา ปัจจุบันมีวัดไทยในยุโรปเข้าหลักเกือบ 100 วัดแล้ว โดยเฉพาะประเทศเยอรมันนี มีวัดไทยถึงครึ่งร้อยแล้ว

นายพนม ศรศิลป์ นั้น ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คนที่ 7 ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2557 นับเป็นเวลา 2 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยเดินทางไปร่วมงานประชุมชาวพุทธในต่างประเทศเลย ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร แต่ครั้งนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรกที่นายพนมเดินทางมาร่วมประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

แน่นอนว่า การเดินทางมาสวิสเซอร์แลนด์ของผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาครั้งนี้ ย่อมจะเป็นการทำงานพระศาสนา "เชิงรุก" ในต่างประเทศ เป็นการก้าวอินเตอร์อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นสิ่งที่พระธรรมทูตและพุทธศาสนิกชนชาวไทยในต่างประเทศ ต่างก็มุ่งหวังให้รัฐบาลไทย (โดยเฉพาะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ) ได้ให้ความสำคัญกับงานพระศาสนาในต่างประเทศอย่างจริงจัง เพราะคนไทยในต่างประเทศ ถือเป็นคนไทยที่มีประสบการณ์ทั้งด้านการศึกษาและการงานอันสูงมาก การมาสวิสฯครั้งนี้ จึงเป็นบทบาทอันสำคัญยิ่ง ของนายพนม ศรศิลป์ ในฐานะนักการศาสนา "นัมเบอร์วัน" ของประเทศไทย

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน จากวัดศรีนครินทรวราราม สวิสเซอร์แลนด์

20 สิงหาคม 2559

 

FULL FRAME !

 

เปิดภาพชุดทักษิณทำบุญวัดพุทธปทีป

วันเกิดครบ 67 ปี

 

 

THAKSIN IN UK

26 กรกฎาคม 2559 เวลา 09.00 น.

 







 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 20 สิงหาคม 2559


 

ท่านไม่ฟ้อง ผมฟ้องเอง !

 

พุทธะอิสระจัดให้เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์

ไปพิสูจน์คำพูดกันในศาล

งานนี้ไม่มีซูเอี๋ย มีแต่..ซี้แหง !

 

อา..านนี้แสดงว่าพุทธะอิสระคงมีทีเด็ดสามารถจะน็อก "เจ้าคุณสฤษดิ์" ลงได้ ไม่งั้นไม่เล่นถึงโรงถึงศาล แต่ก็อย่างว่าแหละนะ ท่านพุทธะอิสระต้องเข้าใจนา ว่าท่านไปพาดพิงถึงเจ้าคุณสฤษดิ์เขาก่อน เขาก็เดือดร้อน ถ้าไม่ออกมาแก้ข่าว เขาก็จะเสียหาย พัวพันไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ เจ้าคุณสฤษดิ์จึงทั้งแก้ทั้งกันว่า "ไม่เคยไป" และ "ไม่คิดฟ้องร้อง" ทำนองเอาเมตตานำหน้า ก็หวังว่าเรื่องจะผ่าน พอให้ผู้ใหญ่เห็นว่ามิได้เพิกเฉย จะว่าแก้เกี้ยวก็คงว่าได้ แต่กลับกลายเป็นว่าเรื่องชักจะยาว กลายเป็นเชือกไปดึง "สมเด็จช่วง" มาจากวัดปากน้ำ ให้พัวพันกับคดีนี้อีกเส้นหนึ่ง คดีรถโบราณก็ยังไปไม่ถึงไหน ดันมีนครสวรรค์มาผสมโรงเข้าอีก เข้าตำรา "ความวัวมิทันหาย ความควายเข้ามาแทรก" อุลุงตุงนังก่อนงานวันเกิด ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช เห็นทีจะลอยห่างไปทุกที นี่ก็ 8 เดือนผ่านมาแล้ว มติมหาเถรสมาคม 17-0 โหวตให้สมเด็จช่วงเป็นสังฆราชเพียวๆ แต่ไฉนกลายเป็น 0-17 ไปเสียเล่า ?

 

 

เกาเหลาคู่ใหม่ในวงการสงฆ์

ซ้าย : พุทธะอิสระ (สุวิทย์) วัดอ้อน้อย

ขวา : พระเทพปริยัติเมธี (สฤษดิ์) เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์

 

แน่ใจนะท่านเจ้าคุณ ว่าไม่เคยได้มาเหยียบแผ่นดินของวัดอ้อน้อย

แน่ใจนะว่าท่านเจ้าคุณไม่เคยพยายามมาขอพบพุทธะอิสระถึงที่วัด

แน่ใจนะเจ้าคุณว่าไม่เคยมาขอร้องให้ช่วยเคลียร์ปัญหาเรื่องลูกน้องสมเด็จช่วงยักยอกเงินสร้างพุทธมณฑลจังหวัดนครสวรรค์

แน่ใจนะเจ้าคุณ ว่าสิ่งที่เจ้าคุณพูดเป็นเรื่องจริง

เมื่อคนอย่างพระเทพปริยัติเมธี มั่นใจ แน่ใจ ว่าสิ่งที่ท่านพูดทั้งหมดเป็นเรื่องจริง

คนอย่างพุทธะอิสระก็มั่นใจและเชื่อในสัจจะความจริงจากสิ่งที่ได้พูด ได้พบเห็น ว่าสามารถนำไปเป็นหลักฐานพยานยืนยันกับศาลได้ว่าใครจริงใครเท็จ

เอายังงี้ก็แล้วกันเจ้าคุณ เอาไว้ไปเจอกันในศาลอาญา

อยากจะรู้เหมือนกันว่าพุทธะอิสระโกหกหรือเจ้าคุณโกหก

และผลของนักบวชโกหก ศาลท่านจะตัดสินอย่างไร

จะได้เป็นบรรทัดฐานของสังคมต่อไปว่า หากมีนักบวชขี้โกหก นอกจากจะตกนรกแล้ว จะติดคุกไหม

เมื่อเจ้าคุณไม่กล้าฟ้อง งั้นพุทธะอิสระฟ้องเอง

ตามนี้นะเจ้าคุณ แล้วเจอกันในศาล

อ่อ แล้วงานนี้ไม่มีการไกล่เกลี่ยนะ เพราะพุทธะอิสระเกลียดนักบวชขี้ฮก

 

พุทธะอิสระ

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊คพุทธะอิสระ  : 17 สิงหาคม 2559


 

มะรุมมะตุ้ม !

 

ธัมมชโยโดนอีก 2 คดี

"รุกป่าภูเรือเมืองเลย"

 

อา..ไม่เป็นไรหรอก ปล่อยให้ฝ่ายเผด็จการนำไปก่อน จะ 1-0 หรือ 100-000 ก็ไม่หวั่น ทั่นธัมมชโยรอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น รอให้ประเทศ "เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ" เมื่อนั้น ต่อให้มีอีก 1000 คดี ก็ไม่มีความหมาย แค่ให้อัยการร้องต่อศาล "เพื่อความสมานฉันท์" ขอถอนฟ้อง ทุกอย่างก็จะจบอย่างง่ายๆ นะ ตามสบาย ช่วงนี้ขอตามจับโปเกม่อนก่อน ส่วน "โปเกมี่" นั้นขาใหญ่ ถึงจับได้ก็ไม่มีปัญญาเอาออกนอกวัดดอก นะจ๊ะ !

 

 

 

หมายจับอีก 2 คดี พระธัมมชโยครอบครองป่า-ห้วยกั้นแม่น้ำ "ภูเรือ"

เมื่อวันที่16 สิงหาคม ที่จังหวัดพังงา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) กล่าวว่า ยืนยันว่าศาลจังหวัดเลย ได้อนุมัติหมายจับ พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 2 หมายจับ คือเลขที่ 174/59 และเลขที่ 175/59 ในข้อหาครอบครองป่า และครอบครองห้วยกั้นแม่น้ำ ในพื้นที่ อ.ภูเรือ จ.เลย เป็นการอนุมัติตามคำขอของพนักงานสอบสวน ที่นำสำนวนยื่นขอหมายจับ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ส่วนการออกหมายจับพระธัมมชโยครั้งนี้ จะเป็นการเร่งสถานการณ์ให้ต้องเข้าจับตัวพระธัมมชโยตามหมายจับหรือไม่นั้น เห็นว่าไม่จำเป็น เนื่องจากพระธัมมชโยเป็นบุคคลตามหมายจับอยู่แล้ว และการเข้าจับกุมต้องมีขั้นตอนกระบวนการอยู่แล้ว หากพบตัวที่ใดก็สามารถจับตัวได้ทันที ขึ้นอยู่กับพระธัมมชโยว่าจะมอบตัวหรือให้ไปจับ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ตำรวจไม่ได้เน้นจับกุมหรือออกหมายจับเฉพาะกรณีของพระธัมมชโยเท่านั้น เพราะไม่ว่าใครที่มีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง และเป็นผู้มีอิทธิผล ผิดกฎหมาย ต้องถูกจับกุมทั้งหมด ไม่มีละเว้น แต่กรณีเป็นพระมีมติมหาเถรสมาคมระบุไว้ห้ามรุกล้ำป่า

 

ที่มา : มติชน  : 17 สิงหาคม 2559


 

โต้เดือด !

 

เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์โต้พุทธะอิสระ

หาว่าฮั้วกับสมเด็จช่วงรับเหมาก่อสร้าง

ทั้งๆ ที่ไม่จริง เรื่องจริงก็คือ หลวงพ่อมีแต่ให้

พูดยังงี้เสียหาย ต้องฟ้อง เอ๊ย ชี้แจง !

 

อา..ใครพูดจริง ใครพูดไม่จริง มันก็ต้องดูหลักดูฐานกันนะฮะ พุทธะอิสระนั้นแกเป็นนักพูดอยู่แล้ว แหย่ทีเดียวสวรรค์เอียงเลย ถ้าท่านเจ้าคณะจังหวัดมีหลักฐานก็ต้องพิสูจน์กัน ลำพังคำพูดมันพิสูจน์ยาก แบบัญชีเลยดีไหม รับรองว่า ยิ่งกว่าล้างตา !

 

พระเทพปริยัติเมธี เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์

 

 

โต้พุทธอิสระอ้างปัญหาพุทธมณฑลนครสวรรค์ไม่มีมูล

พระเทพปริยัติเมธี เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ โต้พระพุทธอิสระ แห่งวัดอ้อน้อย กล่าวอ้างปัญหาสร้างพุทธมณฑลนครสวรรค์ไม่มีมูลความจริง ย้ำไม่ฟ้องร้องอยากให้สังคมรับรู้ความจริงเท่านั้น พร้อมแจง สมเด็จวัดปากน้ำ ให้ทุนสนับสนุนการก่อสร้างกว่า 30 ล้านบาท คาดพุทธมณฑลนครสวรรค์สร้างเสร็จเดือน ก.ย.นี้ จันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2559 เวลา 15.39 น.

จากกรณีที่ พระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ให้สัมภาษณ์ในรายการโทรทัศน์รายการหนึ่ง เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ผ่านมา ระบุว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ส่งลูกน้องไปรับเหมาสร้างพุทธมณฑล จ.นครสวรรค์ ได้งบฯ 90 ล้านบาท แล้วก็สร้างไม่เสร็จ ทำให้เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ต้องเดินทางมาร้องเรียนกับตนเองถึง 2 ครั้ง นั้น

วันนี้( 15 ส.ค.)
พระเทพปริยัติเมธี เจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่เคยไปร้องทุกข์กรณีดังกล่าวกับพุทธะอิสระเลยสักครั้ง การออกมากล่าวอ้างในลักษณะดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหายกับตน รวมถึงการดำเนินการก่อสร้างพุทธมณฑลจังหวัดนครสวรรค์ ดังนั้น เมื่อทราบเรื่องจึงมีการประชุมคณะกรรมการพุทธมณฑลประจำจังหวัดนครสวรรค์ทั้งฝ่ายสงฆ์ และฝ่ายฆราวาส โดยยืนยันว่ากรณีที่มีการกล่าวอ้างขึ้นมานั้นไม่มีมูลความจริงเลย การดำเนินการก่อสร้างพุทธมณฑลจังหวัดนครสวรรค์ ดำเนินการในรูปแบบของคณะกรรมการ งบประมาณในการดำเนินการได้มาจากการรับบริจาคจากผู้ที่มีจิตศรัทธา การจ้างเหมาก่อสร้างในทุกรายการก็มีการปฏิบัติตามระเบียบ มีเอกสาร หลักฐาน ตรวจสอบได้ทุกกรณี อย่างไรก็ตาม จะไม่มีการดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่กล่าวอ้างข้อมูลดังกล่าว เพียงแต่ต้องการจะชี้แจงให้สาธารณชนทราบถึงข้อเท็จจริงเท่านั้น

พระเทพปริยัติเมธี กล่าวต่อไปว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ท่านเมตตาต่อคณะกรรมการดำเนินการจัดสร้างพุทธมณฑลจังหวัดนครสวรรค์เป็นอย่างมาก โดยให้ทุนสนับสนุนในการก่อสร้างรวมเป็นเงินกว่า 30 ล้านบาทแล้ว ประกอบด้วย สร้างอาคารเรียน ส.มหารัช-มูลนิธิหลวงพ่อวัดปากน้ำ 25 ล้านบาท สนับสนุนสร้างพระพุทธศรีสัพพัญญู พระประธานพุทธมณฑล จังหวัดนครสวรรค์ 1 ล้านบาท เป็นเจ้าภาพปลูกต้นไม้ในบริเวณพุทธมณฑลจังหวัดนครสวรรค์ 1 ล้านบาท เป็นเจ้าภาพสร้างกำแพงป้องกันน้ำท่วมอีกกว่า 2 ล้านบาท ทั้งนี้ สำหรับการดำเนินการก่อสร้างพุทธมณฑลจังหวัดนครสวรรค์ และองค์พระพุทธศรีสัพพัญญู พระประธานพุทธมณฑล จังหวัดนครสวรรค์ คาดว่าจะแล้วเสร็จสิ้นเดือน ก.ย. นี้

 

ที่มา : เดลินิวส์  : 16 สิงหาคม 2559


 

การประชุมองค์กรพระสงฆ์เถรวาทในสหราชอาณาจักร

 

Theravada Buddhist Sangha in UK (TBSUK)

ณ วัดพุทธวิหาร เมืองอ๊อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

10 สิงหาคม 2559

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ขนาด 4000 PX

 

กดที่ภาพเพื่อชม

วัตถุมงคลชุดประวัติศาสตร์ 100 ปี

ญาท่านพระมหาผ่อง ปิยธีโร

วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์


 

 

บอกกล่าวข่าวของดี

พระสมเด็จ รุ่นแรก ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ

กดที่ภาพเพื่อชม

อายุวัฒนมงคล 90 พรรษา พระราชภาวนาวิมล วิ.

(ธีรวัธน์ อมโร น.ธ.เอก Ph.D.)

เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

3 กรกฎาคม 2559

 

ภาพชุดที่ 1 : ภาพชุดที่ 2 : ภาพชุดที่ 3 : ภาพชุดที่ 4

การประชุมองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

ณ วัดสันติวงศาราม เมืองเบอร์มิ่งแฮม ประเทศอังกฤษ

 

ภาพชุดที่ 01 : ภาพชุดที่ 02 : ภาพชุดที่ 03 : ภาพชุดที่ 04 : ภาพชุดที่ 05

 

ดอกไม้บาน วัดพระศรีนครินทรวราราม สวิสเซอร์แลนด์

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

ทำบุญฉลองสมณศักดิ์พระครูเมธีชยาภิวัฒน์

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

อาหารไทยในสวิสเซอร์แลนด์

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

THE ENTERTAINMENT OF WAT PHRA SRI

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

หนุ่มสาวไทยในสวิสเซอร์แลนด์

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

ชาวไทยในสวิสเซอร์แลนด์

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

ภาพงานฉลองครบรอบ 40 ปี สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

ณ วัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน วันที่ 25-26 มิถุนายน 2559

กดที่ภาพเพื่อดาวโหลดภาพขนาด 4000 PC

พระปัญญาพุทธิวิเทศ

(เหลา ปญฺญาสิริ ป.ธ.4 Ph.D.)

เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร
รองประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

ร่วมประชุมผู้นำศาสนา กับ ศาสนาจารย์ จัสติน เวลบี

อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี่ องค์ประมุขแห่งคริสตจักรสหราชอาณาจักร

ณ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เมืองดาร์บี้ สหราชอาณาจักร

22 มิถุนายน 2559 เวลา 09.00 น.

(กดที่ภาพเพื่อชมภาพการประชุม)


 

พิธีผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิต

วัดเจริญธรรม เมืองลึกเด ประเทศเยอรมันนี

10-12 มิถุนายน 2559

 

พระธรรมวิสุทธาจารย์ (คูณ ขนฺติโก) เจ้าอาวาสวัดหนองแวง (พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ประธานสงฆ์

ฯพณฯ นางนงนุช เพชรรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ประธานฝ่ายฆราวาส



กดที่ภาพเพื่อชมภาพในพิธี

 

สมโภช 25 ปี วัดไทยเดนมาร์ก

ฉลองสมณศักดิ์ "พระวิสุทธิวงศ์วิเทศ"

เจ้าอาวาสวัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร

11 มิถุนายน 2559


 

กดที่ภาพเพื่อชม งานสมโภช 25 ปี วัดไทยเดนมาร์ก


อายุวัฒนมงคล 91 ปี หลวงตาชี

พระราชมงคลรังษี : สุรศักดิ์ ชีวานนฺโท

เจ้าอาวาสวัดไทย กรุงวอชิงตัน ดีซี

5 มิถุนายน 2559

 


 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

พิธีทักษิณานุปทาน

อุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

เนื่องในวาระสวรรคต ครบรอบ 75 ปี

ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

4 มิถุนายน 2559

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธี


สัตตมราชานุสรณ์

องค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร
อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ครบรอบ 75 ปี แห่งการสวรรคต

ณ โกลเดอร์ส กรีน ครีเมโทเรียม กรุงลอนดอน

3 มิถุนายน พุทธศักราช 2559

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธี

 

 

 

จดหมายผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัย "ปาราชิก" ธัมมชโย

กดที่ภาพเพื่อชม

 

ข่าวเจ้าคุณเสนาะมรณภาพ

 


 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

ลัทธิธรรมกาย กับบทบาท ของสังคมไทย

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 

 

 

อ่านข่าวเก่า ที่เคยนำเสนอใน อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557 : 2558 : 2559

 

 

 

 

 

 

มุมมองของพระมหานรินทร์

 


ของฝากจากอินเดีย

พระประธานบนชั้นสองของพระมหาเจดีย์พุทธคยา

 

 

 

ไหว้สาครูบากุศล

 


 

90 ปี หลวงพ่อพระราชภาวนาวิมล

เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

 

 

AND MORE.. กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความอื่นๆ

 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

กดที่ภาพเพื่อเข้าชมนานาสาระ จาก อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

 

เรายินดีน้อมรับความเห็นและคำแนะนำจากทุกท่าน

EDITER : PEESANG2555@HOTMAIL.COM

 


ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DR. LAS VEGAS NV 89121 U.S.A. 702-384-2264