LAST UPDATE :   MAY 26 2016  06:00 A.M. PACIFIC TIME

 

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

วัตถุมงคลชุดประวัติศาสตร์ 100 ปี

ญาท่านพระมหาผ่อง ปิยธีโร

วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์


 

 

บอกกล่าวข่าวของดี

พระสมเด็จ รุ่นแรก ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ

กดที่ภาพเพื่อชม

ลัทธิธรรมกาย กับบทบาท ของสังคมไทย

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 

 

 


 

ปิดวัดธรรมกาย !

 

ใช้รถแบ๊กโฮจอดขวาง

ป้องกันเจ้าหน้าที่บุกจับธัมมชโย

 

 

 

บริเวณหน้าวัดพระธรรมกายล่าสุด

 

 

วัดพระธรรมกายนำเครื่องจักรกลปิดทางเข้าพร้อมมีมวลชนคอยเฝ้าจับตา หวั่นเจ้าหน้าที่บุกจับพระธัมมชโย

เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่วัดพระธรรมกายปิดประตูทางเข้าออกวัดพระธรรมกายด้านถนนบางขัน-หนองเสือ  บริเวณประตู 7 หลังเวลา 22.00 น. ที่ผ่านมายังมีบรรดาศิษยานุศิษย์ นำรถยนต์เดินทางมาที่วัดพระธรรมกายอย่างไม่ขาดสาย จนต้องเดินทางไปใช้ถนนเลียบคลองแอนเพื่อเดินทางเข้าไปพื้นที่ชั้นในของทางวัด โดยมีเจ้าหน้าที่ของทางวัดถือกระบอกไฟคอยอำนวยคามสะดวก และมีพระภิกษุสงษ์มวลชนนั่งอยู่ริมทางคอยให้การต้อนรับ

ขณะที่ถนนเลียบคลองสามบริเวณหมู่ที่ 7 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นอีกจุดที่สามารถเข้าวัดพระธรรมกายได้และเป็นจุดที่ใกล้เคียงอาคารอาคารดาวดึงส์ซึ่งเป็นจุดที่พระธัมมชโยนอนรักษาอาการอาพาธอยู่ในห้องปลอดเชื้ออยู่ในเขตสังฆาวาส

ด้านประตูทางเข้า ทางวัดพระธรรมกายได้นำรถเกรดเดอร์ และรถแบคโฮมาปิดกั้นทางเข้าออก รวมทั้งประตูที่อยู่ถัดไปและอยู่ระหว่างก่อสร้าง โดยมีการนำมวลชนมานั่งเฝ้าทั้งด้านในและด้านนอกและมีรถ จยย. ขับวนเวียนดูลาดเลาและไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น คาดว่าเป็นการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเข้าทำการจับกุมพระธัมมชโย และเป็นที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการใช้มวลชนมาเป็นโล่มนุษย์เพื่อป้องกันการจับกุมของเจ้าหน้าที่

 

 

ข่าว : MThai-News : 27 พฤษภาคม 2559

 

 

นาที ต่อ นาที !

 

เผยนาที "ธัมมชโย" ชิ่ง

ขึ้นรถ แต่..ไม่ออก จากวัดพระธรรมกาย

 

 

เบื้องหลังนาที ดีล ธัมมชโย มอบตัว ดีเอสไอ

สุดท้ายไม่มา

 

กรณีรับเงินบริจาคจาก นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ กว่า 2,000 ล้านบาท สื่อมวลชน หลายสำนัก ต่างเฝ้าติดตามสถานการณ์ ทั้งที่วัดพระธรรมกาย และดีเอสไอ ว่า พระธัมมชโย จะเดินทางเข้ามอบตัวตามกำหนด นัดหมายหรือไม่ ? และแล้ว กระบวนการดีล ก็เริ่มต้นตั้งแต่เวลาราชการ

08.30 น. พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ได้รับการประสานทางโทรศัพท์ จากนายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความรับมอบอำนาจ พระธัมมชโย ประสานเรื่องติตต่อขอมอบตัว ที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

08.47 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ ประสาน พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีเอสไอ ให้ติดต่อทนายสัมพันธ์

08.49 น. พ.ต.ท.สมบูรณ์ ติดต่อ ทนายสัมพันธ์ โดย ทนายสัมพันธ์ บอกให้ พ.ต.ท.สมบูรณ์ และพนักงานสอบสวนออกมาได้เลยช่วง 12.00 น. ที่ สภ.คลองหลวง แต่ พ.ต.ท.สมบูณ์ ปฏิเสธ เพราะยังไม่ได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ

12.00 น. นายขจรศักด์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 เดินทางมาถึงดีเอสไอ

13.00 น. ประชุมคณะพนักงานสอบสวน

13.13 น. หนังสือ เรื่องขอความอนุเคราะห์ให้มาแจ้งข้อกล่าวหาที่สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เวลา 14.30 น. ที่ทนายสัมพันธ์ให้บุคคลอื่นนำมายื่นให้ดีเอสไอ

13.20 น. พ.ต.ท.สมบูรณ์ โทรศัพท์สอบถาม พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่าหนังสือฉบับดังกล่าวเป็นจริง และยืนยันหรือไม่ ได้รับคำตอบว่า จริง ยืนยันตามนั้น

13.44 น. หนังสือฉบับดังกล่าว ถูกส่งไปยังสำนักงานอธิบดีดีเอสไอ จากนั้นอธิบดี ดีเอสไอลงนามมอบหมาย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ ดำเนินการ

14.00 น. พ.ต.ท.สมบูรณ์ อัยการขจรศักดิ์ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ พร้อมทีมพนักงานสอบสวน ประมาณ 6 คน นั่งรถตู้ออกจากดีเอสไอ เพื่อไป สภ.คลองหลวง

14.30 น. รถตู้คณะพนักงานสอบสวนกำลังจะถึง สภ.คลองหลวง ทนายสัมพันธ์ โทรศัพท์มาบอก พ.ต.ท.สมบูรณ์ ว่า พระธัมมชโย ออกมาไม่ได้ มีอาการบ้านหมุน พ.ต.ท.สมบูรณ์ บอกทนายสัมพันธ์ ให้มาคุยที่สภ.คลองหลวง

14.50 น. ทนายสัมพันธ์ มาพร้อมกับ นายประกัน และ ร.ท.นพ.ชูชัย พรพัฒนาพันธุ์ แพทย์ผู้รักษาพระธัมมชโย
เพื่อพบคณะพนักงานสอบสวน ที่สภ.คลองหลวง พร้อมชี้แจงอาการ

ซึ่งนายแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจ 3 คน ที่ไปกับคณะดีเอสไอ ได้สอบถามอาการ จากแพทย์ของพระธัมมชโย และมีความเห็นเบื้องต้น น่าจะออกมาได้ และให้ดูอาการอีก 30นาที หากต้องเข้ารับการรักษาตัวด่วนให้นำส่งรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พนักงานสอบสวนจะไปรับมอบตัวและแจ้งข้อหาที่ รพ.ก็ได้

15.20 น. จากนั้น ทนายสัมพันธ์พร้อมแพทย์ กลับไปที่วัดธรรมกาย

15.30 น. พ.ต.ท.สมบูรณ์ และคณะแถลงข่าวรอบแรก ว่ามา สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพราะมีหนังสือให้ไปแจ้งข้อกล่าวหาที่นี่

15.50 น. พ.ต.ท.สมบูรณ์ ประสานทางโทรศัพท์ ไปยังทนายสมพันธ์ อีกรอบ ได้รับยืนยันว่า พระธัมมชโยไม่เดินทางมาที่ สภ.คลองหลวง หรือไป รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

16.00 แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนรอบ 2 ว่า พระธัมมชโยไม่เดินทางมา และดีเอสไอจะไม่เข้าในวัดพระธรรมกาย

16.30 น. เดินทางกลับดีเอสไอ

สิ้นสุดการดีลตามเวลาราชการเช่นกัน

ที่มา : มติชน : 27 พฤษภาคม 2559

 


ล่ม
!

ธัมมชโยอ้างป่วยกะทันหันขณะจะขึ้นรถ

ไปไม่ไหว ขอผ่อนผันวันต่อไป

แต่วันไหนไม่รู้ฮ่ะ !

 

 

ภาพ : ไทยรัฐ

 

 

ภาพ : แนวหน้า

 

 

ภาพ : คมชัดลึก

 

อา..ชะแง้เก้อ ชะเง้อคอย ชะม้อยมอง ฯลฯ เนื้อเพลง "พิษรักพิษณุโลก" เขียนไว้เช่นนี้ งานนี้ ดีเอสไอ ได้ร้องเพลงรอกันนานเป็นเดือนเป็นปี เพราะไม่รู้ว่าอาการท่านธัมมชโยจะกำเริบเมื่อไหร่ เดี๋ยวบอกจะมอบตัว เดี๋ยวป่วยด่วน ฯลฯ ขนาดรัฐยอมทุกอย่าง แม้กระทั่งมอบตัว "ที่ไหนก็ได้..ที่เป็นสถานที่ราชการ" แต่สุดท้ายก็ยัง..เบี้ยว !

แต่ต้องยอมรับว่า "แผนเบี้ยว" ครั้งสุดท้ายนี้ ท่านธัมมชโยและทีมทำได้เนียนสุดๆ เพราะลงทุนส่งพระเณรเถรชีไปปิดล้อมโรงพักคลองหลวงไว้เป็นฉากใหญ่ๆ ล่อให้สื่อมวลชนทุกแขนง "แห่" กันไปที่นั่น บ้างถึงขนาดลงทุน "ถ่ายทอดสด" เป็นที่เอิกเกริกชุลมุนวุ่นวาย ครั้นถึงบทพระรามเดินดง พ่อดันกระโดดลงหลังเวทีเอาเสียดื้อๆ ทำเอาเสียอารมณ์ทั้งผู้จัดการและคนดู นี่แหละแล้วจะรู้ฤทธิ์ของ..ธัมมี่ ว่าไม่ธรรมดา

รายการเบี้ยวของธัมมชโยครั้งนี้ ถือเป็นการ "ช็อกซีนีม่าร์" ตัวจริงเสียงจริง ไม่ต้องใช้สตั้นแมน ไม่ต้องใช้เอฟเฟ็คอะไรเข้าช่วย เล่นมุกกันสดๆ ต่อกลอนกันสดๆ ชิงไหวชิงพริบกันสุดๆ จะบอกว่าเป็นการ "สอนมวย" ดีเอสไอ จนไปไม่ถูกเลย ก็คงว่าได้ ก็สรุปว่า "ปิดฉากฆาตกรรม" ฮ่ะ แต่ว่ากำลังเริ่มฉาก..ล่าธัมมชโย !

 

 

ภาพ : มติชน

 

ธัมมชโย ให้ทีมแพทย์ แจ้งพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ไปมอบตัวที่ สภ.คลองหลวงไม่ทันวันนี้แน่นอน เหตุอาพาธวิงเวียนศีรษะบ้านหมุน และไปที่ รพ.ธรรมศาสตร์ ตามคำแนะนำของดีเอสไอไม่ได้ เหตุป่วยหนัก ล่าสุดดีเอสไอเตรียมขอหมายค้นจากศาลเข้าจับกุมในวัดธรรมกายพรุ่งนี้

 

สืบเนื่องจากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ขออนุมัติศาลออกหมายจับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในคดีความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร หลังมีชื่อเป็นผู้รับเช็คบริจาคของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และให้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาที่ ดีเอสไอ โดยขีดเส้นตายภายในวันที่ 26 พ.ค. 2559 ตามที่ปรากฏเป็นข่าว
       
วันนี้ (26 พ.ค.) เวลา 12.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน 3 เดินทางมาร่วมประชุมคณะพนักงานสอบสวนเกี่ยวกับคดีพระธัมมชโย หลังครบกำหนดวันนัดหมาย นายขจรศักดิ์เผยว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากวัดพระธรรมกายว่าพระธัมมชโยจะมามอบตัวหรือไม่ ทั้งนี้ หากไม่มาที่ดีเอสไอ พนักงานสอบสวนดีเอสไอก็สามารถนัดไปแจ้งข้อหาที่ สถานพยาบาลของรัฐได้ แต่ต้องแอดมิดนอนโรงพยาบาล และสถานีตำรวจ สภ.คลองหลวงได้ หรือที่ไหนก็ได้ แต่ต้องเป็นสถานที่ราชการเท่านั้น ยืนยันว่าหากมารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 26 พ.ค.นี้ ให้ประกันตัวในวงเงิน 5 ล้านบาท ตามที่ได้เปิดเผยไปก่อนหน้านี้แน่นอน หากพระธัมมชโยไม่มา คณะพนักงานสอบสวนก็จะประชุมหารือถึงมาตรการที่จะดำเนินการต่อไปอีกในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ทั้งนี้ อัยการที่มาร่วมเป็นคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ไม่ได้มีเพียงตน แต่มีถึง 3-4 ท่าน และทางดีเอสไอเป็นแม่งานหลัก ซึ่งการตัดสินใจทั้งหมดต้องรอมีการประชุมคณะพนักงานสอบสวน
       
ผู้สื่อข่าวรายงายว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 พ.ค. มีกระแสข่าวว่ามีการประสานให้โรงพยาบาลจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อมเผื่อกรณีพระธัมมชโยจะเลือกไปรับทราบข้อกล่าวหา แต่ต้องได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ภายนอกวัดพระธรรมกาย และมีการประสานตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ให้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้พร้อมเตรียมพื้นที่หน้า สภ.คลองหลวง กรณีพระธัมมชโยเดินทางมาด้วยรถตู้พยาบาล และจะไม่ลงจากรถ โดยให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมดำเนินเอกสารการประกันตัวภายในรถตู้พยาบาล ในเวลา 14.30 น.
       
ส่วนที่วัดพระธรรมกายมีการจัดชุด ชป.พท.ปตอ.พัน.2 เจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลเมืองท่าโขลง 50 นาย และชุดนอกเครื่องแบบ คอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของพระธัมมชโยที่วัดพระธรรมกายด้วย
       
ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้มาปักหลักรายงานรอติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังมีกระข่าวระดมมวลชน ซึ่งภายหลังได้รับการยืนยันจาก พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย บรรดาศิษยานุศิษย์ไม่ได้มีกิจกรรมอื่นใด ที่นอกเหนือจากการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันเท่านั้น
       
ต่อมาเวลา 13.00 น. พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย แจ้งต่อสื่อมวลชนว่า ได้รับแจ้งจากทีมทนายความ ในเวลา 14.30 น. พระธัมมชโย จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.คลองหลวง
       
ต่อมา เวลา 13.30 น. ที่บรรยากาศบริเวณ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เตรียมจัดสถานที่ พร้อมทั้งมีบรรดาพระสงฆ์และบรรดาศิษยานุศิษย์จำนวนมากต่างมาให้กำลังใจ โดยยืนล้อมรอบทั้งด้านหน้าและด้านข้าง สภ.คลองหลวง ส่วนสื่อมวลชนถูกจัดให้อยู่ในพื้นที่ที่จัดไว้ให้ บริเวณหน้า สภ.คลองหลวงเท่านั้น เพื่อความสะดวกต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่
       
ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.สมบูรณ์ สระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร และ นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 คณะพนักงานสอบสวนคดีที่ 27/255 ได้เดินทางไปยัง สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร หลังจาก นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความของพระธัมมชโยได้มีการประสานมายังคณะพนักงานสอบสวนในวันนี้
       
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ดีเอสไอได้รับหนังสือประสานเรื่องขอความอนุเคราะห์ให้มาแจ้งข้อกล่าวหาที่ สภ.คลองหลวง โดยนายสัมพันธ์ได้ทำหนังสือมาถึงดีเอสไออย่างเป็นทางการ โดยกำหนดนัดหมายเวลา 14.30 น. ทั้งนี้ ในหนังสือได้อ้างว่า เนื่องจากพระธัมมชโยยังคงมีอาการอาพาธจนถึง ณ ขณะนี้ แพทย์ผู้ทำการรักษายังคงให้ความเห็นยืนยันว่าให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการเดินทาง เพราะอาจทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของร่างกาย จนทำให้เกิดภาวะความเสี่ยง ซึ่งอาจทำให้ลิ่มเลือดไปอุดตันที่ปอดและถึงขั้นเสียชีวิตได้
       
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวต่อว่า จึงเป็นเหตุให้พระธัมมชโยไม่สามารถเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนได้ที่ดีเอสไอ อีกทั้ง หากไปพบพนักงานสอบสวนที่ดีเอสไอ ก็จะมีการศรัทธาพุทธศาสนิกชนจำนวนมากที่มีความห่วยใยในพระธัมมชโยจะเดินทางไปให้กำลัง จึงอาจทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ส่วนสาเหตุที่เลือก สภ.คลองหลวง เนื่องจากเป็นสถานีตำรวจที่อยู่ตรงข้ามกับวัดพระธรรมกาย ซึ่งจะเป็นการสะดวกและเรียบร้อยในการปฏิบัติหน้าที่
       
ผู้สื่อข่าวถามว่า ดีเอสไอยังยืนยันที่จะให้พระธัมมชโยมีการประกันตัวหรือไม่ พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวว่า ทางคณะพนักงานสอบสวนยังยืนยันที่จะให้พระธัมมชโยได้รับการประกันตัว ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ สำหรับกรณีที่พนักงานสอบสวนจะจำเป็นต้องนำตัวพระธัมมชโยกลับมายังดีเอสไออีกหรือไม่นั้น ในเรื่องนี้จะมีการพิจารณาเมื่อไปพบพระธัมมชโย ที่สภ.คลองหลวงอีกครั้ง ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขอให้พนักงานสอบสนได้พบพระธัมมชโยก่อน จึงจะสามารถตอบคำถามได้
       
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลา 14.30 น. ปรากฏว่า พระธัมมชโยยังไม่เดินทางไปที่ สภ.คลองหลวงแต่อย่างใด จนกระทั่งเวลา 14.45 น. นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย พร้อม ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฉุกเฉิน แพทย์ที่ทำการรักษาธัมมชโย เดินทางมาพบ นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.สมบูรณ์ สระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร ก่อนจะเดินทางกลับไปที่วัดพระธรรมกาย
       
นายสัมพันธ์ เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ได้เตรียมการทุกอย่างไว้แล้ว อาทิ ทีมแพทย์ เงินประกัน 5 ล้านบาท และนายประกัน เพื่อให้พระธัมมชโยมารับทราบข้อกล่าวหาให้ทันเวลา แต่เมื่อถึงเวลา ขณะกำลังย้ายพระธัมมชโยจากเตียงพยาบาลมาขึ้นรถ ปรากฏว่าพระธัมมชโยมีอาการลมตีขึ้น เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลมกะทันหัน ตนจึงมาแจ้งพนักงานสอบสวนถึงอาการอาพาธของพระธัมมชโย หลังจากนี้ตนจะกลับไปดูอาการของพระธัมมชโยที่วัดพระธรรมกายพร้อมหารือกับทีมแพทย์ก่อน แล้วจะติดต่อพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ทั้งนี้ มีรายงานว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะรออยู่ที่ สภ.คลองหลวงเป็นเวลา 30 นาที
       
ต่อมา เวลา 15.25 น. นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน 3 ได้แถลงที่ สภ.คลองหลวง ว่า พนักงานสอบสวนของดีเอสไอและอัยการได้มาร่วมสอบสวนเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาพระธัมมชโย ที่ สภ.คลองหลวง เพราะได้รับการประสานจากทนายความวัดพระธรรมกาย ให้มาแจ้งข้อหาพระธัมมชโยที่นี่ เราก็มาตามที่ทนายได้ส่งหนังสือมาขอความอนุเคราะห์พนักงานสอบสวน โดยอ้างว่าพระธัมมชโยมีอาการอาพาธ ไม่สามารถเดินทางไกลได้ โดยนัดพบกันเวลา 14.30 น. แต่เมื่อเรามาถึงแล้ว ก็ได้รับแจ้งจากทางทนายความและแพทย์ว่าพระธัมมชโยป่วย ทางเราจึงคุยได้คุยกับนายสัมพันธ์ ทนายความวัดพระธรรมกาย กับแพทย์ประจำตัวพระธัมมชโย จากการเจรจา โดยพนักงานสอบสวนได้เสนอไปหากมา สภ.คลองหลวงไม่ได้ ให้ไปที่ รพ.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตแทน ซึ่งทางฝั่งดีเอสไอ ก็มีการเตรียมทุกอย่างไว้พร้อม แม้กระทั่งขอรถพยาบาล พร้อมแพทย์จาก รพ.ตำรวจ ระดับอาจารย์หมอ 3 ท่าน พร้อมมารับการตรวจที่ สภ.คลองหลวงได้เลย ทางทนายจึงขอเวลากลับไปแจ้งให้พระธัมมชโยทราบถึงเงื่อนไขที่ได้ปรึกษากัน และขณะนี้เรารอฟังคำตอบอยู่
       
นายขจรศักดิ์กล่าวอีกว่า แต่ถ้าได้คำตอบว่าไม่ไปที่โรงพยาบาลธรรมศาตร์หรือไม่มามอบตัวภายในเวลาราชการของวันนี้ คือ 16.30 น. ทางเราจะดำเนินการตามกฎหมาย โดยจะประชุมหารือกันในวันพรุ่งนี้เพื่อเตรียมการเข้าจับกุม
       
ส่วนที่ยังไม่เข้าไปจับกุมในวัดพระธรรมกายนั้น ตามขั้นตอนยังเข้าไปไม่ได้ ต้องขอหมายค้นจากศาลก่อน และวันนี้ที่ไม่ได้ขอหมายค้นมา เพราะทางพระธัมมชโยได้นัดว่าจะมามอบตัวที่นี่
       
เวลา 15.34 น. ที่ศูนย์สื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ วัดพระธรรมกาย ได้แถลงว่า อย่างที่ทราบโดยทั่วกันว่าพระธัมมชโยจะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.คลองหลวง แต่เกิดอาการอาพาธเฉียบพลัน จึงไม่สามารถเดินทางไปได้ ซึ่งภายหลังทางวันพระธรรมกายได้มีการประชุม เพื่อออกมาชี้แจงให้สื่อมวลชนและศิษยานุศิษย์ให้รับทราบ 3 ข้อดังต่อไปนี้ 1.วัดพระธรรมกายขอยืนยันความบริสุทธิ์ของพระธัมมชโย 2.พระธัมมชโยยินดีปฏิบัติตามกระบวนการยุติธรรม และ 3.แม้ยังมีอาการอาพาธหนัก พระธัมมชโยยินดีให้ความร่วมมือกับราชการ แต่ระหว่างจะขึ้นรถพยาบาลเพื่อเดินทางไป สภ.คลองหลวง มีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ เป็นลม ไม่สามารถเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาตามที่ได้ตกลงกับทางดีเอสไอไว้ ทางทีมแพทย์ผู้ดูแลอาการป่วยของพระธัมมชโยลงความเห็นว่ายังไม่ควรเคลื่อนย้าย ซึ่งจะต้องให้ทางทีมทนายความไปหารือกัยทางดีเอสไอ เพื่อหาทางออกในเรื่องดังกล่าวต่อไป และย้ำว่าขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการปฐมพยาบาล โดยแพทย์แนะนำว่ายังไม่ให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยในเวลานี้
       
ส่วนข้อเสนอให้ย้ายไปที่โรงพยาบาลนั้น แพทย์ผู้รักษาเห็นว่าด้วยอาการอาพาธที่ยังหนักอยู่ ในขณะนี้ยังไม่พร้อมที่จะเคลื่อนที่ได้ และความประสงค์ของพระธัมมชโยยังต้องการรักษาตัวอยู่ที่วัด
       
ขณะเดียวกัน ที่ สภ.คลองหลวง นายขจรศักดิ์ แถลงต่อว่า เมื่อเวลา 15.45 น. ร.อ.นพ.อัจฉริยะ แพงมา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฉุกเฉิน แพทย์ที่ทำการรักษาพระธัมมชโย ได้แจ้งมายังทีมพนักงานสอบสวนว่า ธัมมชโยไม่สามารถมาที่ สภ.คลองหลวงได้ และไม่ไปที่ รพ.ธรรมศาสตร์รังสิตด้วย เนื่องจากมีอาการเวียนหัว บ้านหมุน หรือศัพท์ทางแพทย์ เวอร์ติโก้ ทั้งนี้คณะพนักงานสอบสวนได้ให้เกียรติ และให้ความเคารพในฐานะเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ จึงตอบรับคำร้องให้มาแจ้งข้อหาที่ สภ.คลองหลวง เราก็มาแล้ว
       
"ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนถามว่าจะใช้ชุดปฏิบัติการพิเศษ โรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ หรือใช้รถหุ้มเกราะบุกเข้าไปจับกุมพระธัมมมชโยหรือไม่ เราจะไม่ใช้วิธีดังกล่าว และต่อข้อถามว่าทำไมวันนี้ถึงไม่ไปแจ้งข้อกล่าวหา พระธัมมชโยที่วัดพระธรรมกายนั้น ตามหลักกฎหมาย การเข้าไปที่วัดต้องขอหมายเข้าไป เพราะวัดเป็นที่ส่วนบุคคล ประกอบกับทางเจ้าหน้าที่ให้เกียรติท่าน ด้วยการทำตามที่ทีมทนายความขอร้องให้มาที่ สภ.คลองหลวงแล้ว หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะเดินทางกลับดีเอสไอเลย และจะมีการประชุมหารือในเวลา 10.00 น.วันที่ 27 พ.ค.นี้ เพื่อขอหมายค้นวัดพระธรรมกาย ส่วนหมายจับกุมเรามีแล้ว และขั้นตอนการจับกุมของประชุมหารือก่อน จะดำเนินการด้วยคงวามนุ่มนวลที่สุด เนื่องจากที่วัดมีทั้งพระและศิษย์จำนวนมาก เจ้าหน้าที่จะต้องใช้วิธีการที่ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง " นายขจรศักดิ์ กล่าว
       
นายขจรศักดิ์ ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น ในช่วงเวลา 17.40 น.ว่า จากพฤติการณ์ของพระธัมมชโยที่นัดพนักงานสอบสวนให้มาที่ สภ.คลองหลวงแล้ว กลับอ้างว่าป่วยกะทันหันไม่มามอบตัว เมื่อแนะนำให้ไปที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ก็ไม่ไป แสดงว่าจงใจที่จะหลบเลี่ยงอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นในวันพรุ่งนี้ เวลา 10.00 น. พนักงานสอบสวนจะประชุมกันก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร เวลาใด เพื่อบังคับตามกฎหมาย หลังจากนั้นจะขอหมายค้นต่อศาล และนำหมายจับที่มีอยู่แล้ว เข้าดำเนินการจับกุม โดยจะปฏิบัติตามครรลองของกฎหมาย เจ้าหน้าที่มีหลักที่จะพิจารณาตามสถานการณ์ที่เหมาะสมและจำเป็น เพราะขั้นตอนที่เราให้มอบตัวนั้นผ่านมาแล้ว

 

 

ข่าว : ผู้จัดการ : 27 พฤษภาคม 2559

 

 

หมดลาย !

ธัมมชโยยอมออกจากถ้ำ

มอบตัว สภอ.คลองหลวง

 

 

 

 

ภาพบรรยากาศ สภอ.คลองหลวง

ซึ่งมีข่าวว่าพระธัมมชโยจะเข้ามอบตัวในชั่วโมงสุดท้าย

 

 







 

ถ่ายสดธัมมชโย จ่อมอบตัว DSI สภ.คลองหลวง

ภายหลังจากพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้แจ้งข้อกล่าวหา พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในคดีฟอกเงิน และรับของโจร ต่อมามีการออกหมายจับ พร้อมรอผู้ต้องหาเข้ามอบตัว

ขณะที่ พระธัมมชโย ได้ให้ทนายความเข้าติดต่อขอเลื่อนนัด และขอให้พนักงานสอบสวนไปสอบปากคำ ที่วัดพระธรรมกาย โดยอ้างเหตุอาพาธ แต่มีการตั้งข้อสงสัยถึงอาการอาพาธ ว่า มีอาการหนัก ถึงขั้นไม่สามารถที่จะเดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวนได้หรือไม่

วันที่ 26 พ.ค.59 ซึ่งเป็นเส้นตายที่ทาง DSI ให้พระธัมมชโย มาเข้ามอบตัวได้จนถึงเวลา 16.30 น. ทางทีมข่าว ไทยรัฐทีวีได้เดินทางไปที่ สภ.คลองหลวง เพื่อถ่ายทอดสดบรรยากาศการเข้ามอบตัวของพระธัมมชโย ภายหลังจากฝ่ายผู้ต้องหา แจ้งว่า จะเดินทางจากวัดพระธรรมกาย มาเข้ามอบตัว โดยมีพระสงฆ์จำนวนหนึ่ง เดินขบวน มุ่งหน้าไปยัง สภ.คลองหลวงแล้ว

ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป.

 

ข่าว : ไทยรัฐ : 26 พฤษภาคม 2559

 

กลัวกล้อง !

ธัมมชโยต่อรองนาทีสุดท้าย

ขอมอบตัวในรถ

ไม่ให้ใครเห็น และไม่ให้ถ่ายรูป

 

 

กล้องถ่ายรูป

ของแสลงของธัมมชโย

 

ธัมมชโย จ่อมอบตัว สภ.คลองหลวง มีข้อแม้ดีเอสไอต้องแจ้งข้อหาบนรถ

 

MGR Online – "ธัมมชโย"มอบตัวที่ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี แต่ จนท.ต้องไปแจ้งข้อหาในรถตู้พยาบาล ส่วนอัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน เผยยังไม่ได้รับการประสานมอบตัว ยันแจ้งข้อหาที่รพ.รัฐได้แต่ต้องแอดมิดหรือสถานที่ราชการเท่านั้น และวงประกันตัว 5 ล้านบาท หากไม่มาหารือ 27 พ.ค.นี้
       
สืบเนื่องจากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ขออนุมัติศาลออกหมายจับ พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในคดีความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร หลังมีชื่อเป็นผู้รับเช็คบริจาคของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และ ให้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาที่ ดีเอสไอ โดยขีดเส้นตายภายในวันที่ 26 พ.ค. 2559 ตามปรากฏเป็นข่าว
       
ล่าสุด วันนี้ (26 พ.ค.) เวลา 12.00 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายสอบสวน 3 เดินทางมาร่วมประชุมคณะพนักงานสอบสวน เกี่ยวกับคดี พระธัมมชโย หลังครบกำหนดวันนัดหมาย นายขจรศักดิ์ เผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากวัดพระธรรมกาย ว่า ธัมมชโยจะมามอบตัวไหม ทั้งนี้หากไม่มาที่ ดีเอสไอ พนักงานสอบสวนดีเอสไอก็สามารถนัดไปแจ้งข้อหาที่ สถานพยาบาลของรัฐได้ แต่ต้องแอดมิด นอนโรงพยาบาล และสถานีตำรวจ สภ.คลองหลวง ได้ หรือที่ไหนก็ได้ แต่ต้องเป็นสถานที่ราชการเท่านั้น ยืนยันว่าหากมารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 26 พ.ค.นี้ ให้ประกันตัว ในวงเงิน 5 ล้านบาท ตามที่ได้เปิดเผยไปก่อนหน้านี้แน่นอน หากพระธัมมชโยไม่มา คณะพนักงานสอบสวนก็จะประชุมหารือถึงมาตรการที่จะดำเนินการต่อไปอีกในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ทั้งนี้อัยการที่มาร่วมเป็นคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ ไม่ได้มีเพียงตน แต่มีถึง 3-4 ท่าน และทางดีเอสไอเป็นแม่งานหลัก ซึ่งการตัดสินใจทั้งหมดต้องรอมีการประชุมคณะพนักงานสอบสวน
       
ผู้สื่อข่าวรายงายว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 พ.ค. มีกระแสข่าวว่า มีการประสานให้โรงพยาบาลจัดเตรียมสถานที่ให้พร้อม เผื่อกรณี พระธัมมชโย จะเลือกไปรับทราบข้อกล่าวหา แต่ต้องได้รับการตรวจร่างกายจากแพทย์ภายนอกวัดพระธรรมกาย และมีกระแสข่าวลือว่า มีการประสานตำรวจ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ให้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ พร้อมเตรียมพื้นที่หน้า สภ.คลองหลวง กรณี พระธัมมชโย เดินทางมาด้วยรถตู้พยาบาล และจะไม่ลงจากรถ โดยให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมดำเนินเอกสารการประกันตัวภายในรถตู้พบาบาล
       
ขณะที่วัดพระธรรมกาย มีการจัดชุด ชป.พท.ปตอ.พัน.2 เจ้าหน้าที่สำนักงานเทศบาลเมืองท่าโขลง 50 นายและชุดนอกเครื่องแบบ คอยสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของพระธัมมชโย ที่วัดธรรมกายด้วย

 

ข่าว : ผู้จัดการ : 26 พฤษภาคม 2559

 

 

นอนยัน !

ธัมมชโยยังอยู่ในวัด

ไม่สู้ ไม่หนี ทำดีเรื่อยไป

 

 

 

"ธัมมชโย" ยังอยู่ที่วัด ! อ้างดูแลอาการป่วยวันต่อวัน นอนยันไม่หนีไปนอก

 

บรรยากาศที่วัดพระธรรมกาย มีญาติโยมมาทำบุญตามปกติ รปภ.เข้มคัดกรองคนเข้าวัด สำนักสื่อสารองค์กรแจงพระธัมมชโยยังป่วย ประเมินอาการวันต่อวัน ยันไม่หลบหนีออกนอกประเทศ และไม่มีใช้มวลชนกดดันให้รุนแรง
       
วันนี้ (26 พ.ค.) ที่วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 10.45 น. พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้แถลงข่าวกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้เรียกตัวพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้ามอบตัวตามหาายจับของศาลอาญา ในคดีที่สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร ภายในวันนี้ (26 พ.ค.) ว่า ไม่ได้มีการใช้มวลชนใดๆ กดดันให้เกิดความรุนแรง คณะศิษย์เข้ามาทำบุญตามปกติ ไม่มีวัตถุประสงค์อื่นแอบแฝง ส่วนภารกิจหลักของทางวัด โดยเฉพาะทีมแพทย์ คือการดูแลรักษาอาการของพระธัมมชโย
 

"วัดพระธรรมกายเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่ในขณะนี้หลวงพ่อยังอาพาธ ยังพักรักษาตัวอยู่ที่วัดพระธรรมกาย การประเมินอาการก็ยังต้องดูแลกันไปแบบวันต่อวัน ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมก็จะเรียนให้สื่อมวลชนทราบในลำดับต่อไป สำหรับในทีมกฎหมายกับสำนักสื่อสารองค์กร ขณะนี้ยังไม่ได้มีการประสานงานกัน แต่ว่าทางฝ่ายกฎหมายก็จะได้ให้ข้อมูลรายละเอียดกับหลวงพ่อ" พระมหานพพร กล่าว
       
พระมหานพพร ตอบคำถามกับผู้สื่อข่าว ยืนยันว่าหากดีเอสไอจะมาแจ้งข้อกล่าวหาที่วัด ก็ยินดีให้เจ้าหน้าที่มาในวัด และจะอำนวยความสะดวกทุกอย่าง ส่วนขั้นตอนการประสานงานระหว่างทีมกฎหมายกับดีเอสไอ ก็อยากจะให้เรื่องนี้มีข้อสรุปนุ่มนวลละมุนละม่อมมากที่สุด เพราะไม่อยากให้เกิดความรุนแรงและข้อขัดแย้ง ส่วนอาการของพระธัมมชโยนั้น ขอประเมินอาการก่อน ขึ้นอยู่กับอาการของพระธัมมชโยมีสุขภาพขนาดไหน จึงจะได้แจ้งทีมกฎหมายทราบ
       
ส่วนกระแสข่าวว่า พระธัมมชโยเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศนั้น พระมหานพพร กล่าวว่า ขอยืนยันว่า พระธัมมชโยไม่หลบหนีไปไหนแน่นอน ถ้าจะมาพรุ่งนี้ยังอยู่ในวัดเหมือนเดิม ปัจจุบันไม่มีหนังสือเดินทาง ส่วนวีซ่าสหรัฐอเมริกาแบบระยะยาวนั้น ยกเลิกไปนานแล้ว ซึ่งพระธัมมชโยไม่เคยเดินทางออกนอกวัด 8-10 ปีแล้ว และยิ่งสุขภาพเป็นแบบนี้ไปไหนไม่ได้แน่นอน ขณะนี้ไม่ได้หลบหนีหรือเคลื่อนที่ไปไหน ส่วนการจะออกไปมอบตัวในวันนี้ ยังให้รายละเอียดไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของฝ่ายกฎหมาย ซึ่งช่วงบ่ายหากมีความคืบหน้าจะแจ้งให้สื่อมวลชนทราบ
       
ส่วนบรรยากาศบริเวณภายในวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีสื่อมวลชนหลายสำนักมารอติดตามสถานการณ์ของพระธัมมชโย โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสื่อสารองค์กรให้การต้อนรับ และพาสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมที่พักสามเณรภายในวัด โดยสถานการณ์ยังมีคณะศิษย์มาทำบุญตามปกติ ก่อนที่จะพาไปยังห้องแถลงข่าวภายในสำนักสื่อสารองค์กร โดยในวันนี้ภายในวัดมีมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะการคัดกรองบุคคลที่จะเข้าไปในวัดอย่างเข้มงวด

 

ข่าว : ผู้จัดการ : 26 พฤษภาคม 2559

 

ดีเอสไอปัดข่าวธัมมชโยมอบตัวที่โรงพยาบาล

บอกต้องที่ดีเอสไอเท่านั้น

หากไม่มาก็เตรียมบุกวัดพระธรรมกาย

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด !

 

 

 

(ภาพ : ไทยรัฐ)

 

 

เอสไอปัดข่าวธัมมชโย ขอมอบตัวที่โรงพยาบาล

เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับการติดต่อจากพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่าจะเข้ามอบตัวรับทราบข้อกล่าวหาคดีสมคบฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร ภายในวันนี้ (26 พ.ค.) หรือไม่ โดยดีเอสไอได้เตรียมแผนปฏิบัติการ พร้อมนำกำลังเข้าจับกุมตามหมายจับของศาลอาญา หากพระธัมมชโยไม่เดินทางเข้าพบ พนักงานสอบสวนก็ไม่ถือว่ารอเก้อ เพราะมีแผนดำเนินการอยู่แล้ว

พ.ต.อ.ไพสิฐ ยังปฏิเสธถึงกรณีที่มีการระบุว่า พนักงานสอบสวนดีเอสไอจะเดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาพระธัมมชโยที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยยืนยันว่าไม่มีการนัดหมายดังกล่าว และจะไม่มีการเปลี่ยนสถานที่แจ้งข้อกล่าวหา โดยคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอพร้อมอัยการ เตรียมความพร้อม และรอความชัดเจน เบื้องต้นได้ประสานตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ไว้ดูแลความเรียบร้อย ดังนั้นขอให้ความมั่นใจกับศิษยานุศิษย์ว่าจะได้รับความปลอดภัย

ด้านนายขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 3 กล่าวในฐานะคณะพนักงานสอบสวนว่า หากพระธัมมชโยไม่เดินทางเข้ามอบตัว ตามขั้นตอนก็ต้องขอศาลออกหมายค้น และเข้าจับกุม กรณีที่เห็นว่าป่วย ก็จะส่งโรงพยาบาลของรัฐเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ในฐานะนักกฎหมาย ตนเห็นว่าน่าจะมามอบตัวในวันนี้ เรื่องจะได้จบและเป็นประโยชน์กับตัวพระธัมมชโยเอง สำหรับบรรยากาศบริเวณด้านหน้าดีเอสไอ ยังไม่มีการเตรียมกำลังดูแลพื้นที่ และไม่มีศิษยานุศิษย์หรือญาติธรรมเดินทางมารอให้กำลังใจ มีเพียงสื่อบางส่วนที่รอติดตามทำรายงานข่าวเท่านั้น

 

ข่าว : เดลินิวส์ : 26 พฤษภาคม 2559

 

 

 

 

16:30

 

DEADLINE ธัมมชโย !

 

ดีเอสไอร้องเพลงรอพระธัมมชโย

ตั้งนาฬิกา 16.30 น.

หลังจากนั้นจะไม่รอ เพราะหิว นะจ๊ะ !

 


 

 

อธิบดีดีเอสไอรอ ธัมมชโย มอบตัว ถึง 16.30 น. จัดที่จอดรถ- ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ย้ำให้ประกัน

 

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นัดหมายให้พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ในวันที่ 26 พ.ค.นี้ ว่า ในวันนี้ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังไม่ได้รับการประสานจากวัดพระธรรมกายว่าจะเดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 พ.ค.นี้หรือไม่ ส่วนกรณีที่วัดพระธรรมกายออกมาระบุว่าให้คณะพนักงานสอบสวนเดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้นั้น ดีเอสไอยืนยันว่าจะไม่มีการเดินทางไปพบตามที่ระบุดังกล่าว เพราะคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะทำตามขั้นตอนของกฎหมายคือให้ผู้ที่แจ้งข้อกล่าวหา เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหายังสถานที่ทำการ ซึ่งก็คือที่ดีเอสไอเท่านั้น

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า หากในวันที่ 26 พ.ค.นี้ พระธัมมชโยไม่เดินทางมาพบคณะพนักงานสอบสวน ในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ดีเอสไอจะมีการประชุมเพื่อหารือเพื่อกำหนดแผนการเดินทางไปวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุม อีกทั้งยังต้องกำหนดแนวทางร้องรับ หากเกิดความวุ่นวายระหว่างการเข้าพื้นที่ ร่วมทั้งประสานหน่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนธิกำลัง หากจำเป็นต้องเดินทางเข้าไปจับกุมยังวัดพระธรรมกาย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทุกอย่าง ต้องให้ที่ประชุมมคณะพนักงานสอบสวน พิจารณาร่วมกัน และต้องขอหมายค้นจากศาลเข้าไปยังวัดพระธรรมกาย

ดีเอสไอจะรอพระธัมมชโย เข้ามอบตัวกระทั่งเวลา 16.30 ของวันที่ 26 พ.ค.นี้ และผมขอยืนยันอีกครั้ง ถ้าเข้ามอบตัวตัวดีเอสไอจะให้ประกันตัวแน่นอน ผมขอยืนในคำพูดนี้ ไม่ต้องกลัวว่า ดีเอสไอ จะหักหลัง บิดพลิ้ว เพราะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ข้อกฎหมายบอกชัดถ้ามอบตัวก็ให้ประกันตัว แต่ถ้าดีเอสไอไปจับกุมที่วัด ก็ไม่มีทางอื่นเช่นกัน ก็ต้องนำตัวส่งศาล ไปประกันชั้นศาลขั้นตอนก็มีแค่นี้ ดังนั้นก็แล้วแต่ท่านจะเลือกท่านจะมาด้วยวิธีการแบบไหน รถยนต์ หรือ เฮลิคอปเตอร์ ดีเอสไอก็พร้อมรับเตรียมสถานที่ให้ไม่ต้องห่วงมีพื้นที่รองรับแน่นอน ถ้ามามอบตัว พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

 

ที่มา : มติชน : 26 พฤษภาคม 2559


 

COUNT DOWN !

 

ลุ้นระทึก..ธัมมชโย

โผล่ - ไม่โผล่

ที่..ดีเอสไอ ..!

 

 

 

ถามกระหึ่มจอ ?

 

 รหัสลับ (ชื่อเรียกภายใน) ระหว่างศุภชัยกับธัมมชโย

คืออะไร ?

 

 

ไม่รบกับพระ !

 

บิ๊กตู่ลั่นคำ

"อย่าปลุกระดมคนไทยสู้กันเอง"

 

 

เครียดเหมือนกันนะครับ !

 

 

"บิ๊กตู่" ขอประชาชนหยุดขัดแย้ง ลั่นไม่รบกับพระ


นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ในวันที่ 26 พ.ค.นี้ จะครบกำหนดที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งให้พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน ว่า เป็นหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม ให้ทำตามกฎหมาย ส่วนตนไม่รบกับพระ เพราะเป็นชาวไทยพุทธ แต่ไปคิดเอาเองว่าใครสร้างความแตกแยกในพุทธศาสนา ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ขออย่าปลุกระดมคนมาต่อสู้กันเองในเรื่องศาสนา หากทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายและกติกาบ้านเมืองก็จะสงบสุข และขอสื่อมวลชนอย่าขยายความเพื่อสร้างความขัดแย้ง

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 26 พฤษภาคม 2559

 

25 พฤษภา !

 

ธัมมชโยยังไม่มาดีเอสไอ

 

 

 

อธิบดีดีเอสไอ พร้อมรับ "ธัมมชโย" ทั้งลานจอด เฮลิคอปเตอร์ -รถยนต์ ย้ำมอบตัวให้ประกัน

เมื่อวันที่ 25 พ.ค. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นัดหมายให้พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในข้อหาสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ในวันที่ 26 พ.ค.นี้ ว่า ในวันนี้ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังไม่ได้รับการประสานจากวัดพระธรรมกายว่าจะเดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 พ.ค.นี้หรือไม่ ส่วนกรณีที่วัดพระธรรมกายออกมาระบุว่าให้คณะพนักงานสอบสวนเดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้นั้น ดีเอสไอยืนยันว่าจะไม่มีการเดินทางไปพบตามที่ระบุดังกล่าว เพราะคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะทำตามขั้นตอนของกฎหมายคือให้ผู้ที่แจ้งข้อกล่าวหา เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหายังสถานที่ทำการ ซึ่งก็คือที่ดีเอสไอเท่านั้น

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวต่อว่า หากในวันที่ 26 พ.ค.นี้ พระธัมมชโยไม่เดินทางมาพบคณะพนักงานสอบสวน ในวันที่ 27 พ.ค.นี้ ดีเอสไอจะมีการประชุมเพื่อหารือเพื่อกำหนดแผนการเดินทางไปวัดพระธรรมกาย เพื่อจับกุม อีกทั้งยังต้องกำหนดแนวทางร้องรับ หากเกิดความวุ่นวายระหว่างการเข้าพื้นที่ ร่วมทั้งประสานหน่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสนธิกำลัง หากจำเป็นต้องเดินทางเข้าไปจับกุมยังวัดพระธรรมกาย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทุกอย่าง ต้องให้ที่ประชุมมคณะพนักงานสอบสวน พิจารณาร่วมกัน และต้องขอหมายค้นจากศาลเข้าไปยังวัดพระธรรมกาย

ดีเอสไอจะรอพระธัมมชโย เข้ามอบตัวกระทั่งเวลา 16.30 ของวันที่ 26 พ.ค.นี้ และผมขอยืนยันอีกครั้ง ถ้าเข้ามอบตัวตัวดีเอสไอจะให้ประกันตัวแน่นอน ผมขอยืนในคำพูดนี้ ไม่ต้องกลัวว่า ดีเอสไอ จะหักหลัง บิดพลิ้ว เพราะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ข้อกฎหมายบอกชัดถ้ามอบตัวก็ให้ประกันตัว แต่ถ้าดีเอสไอไปจับกุมที่วัด ก็ไม่มีทางอื่นเช่นกัน ก็ต้องนำตัวส่งศาล ไปประกันชั้นศาลขั้นตอนก็มีแค่นี้ ดังนั้นก็แล้วแต่ท่านจะเลือกท่านจะมาด้วยวิธีการแบบไหน รถยนต์ หรือ เฮลิคอปเตอร์ ดีเอสไอก็พร้อมรับเตรียมสถานที่ให้ไม่ต้องห่วงมีพื้นที่รองรับแน่นอน ถ้ามามอบตัวพ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว

 

ที่มา : มติชน : 26 พฤษภาคม 2559

 

เปิดฉากบันลือโลก !

 

หมอ รพ.พระมงกุฏฯ ไม่เชื่อธัมมชโยป่วยจริง

เชื่อว่า..สร้างฉาก แต่..ไม่เนียน

พูดภาษาชาวบ้านว่า หากินง่ายไปหน่อย

 


 

าจารย์แพทย์พระมงกุฎฯ โพสต์ติงธรรมกาย จัดฉากโชว์ฮาป่วยไม่เนียน

เรื่องราวข้อสงสัยที่หลายคนยังค้างคาใจไม่หายเกี่ยวกับเรื่องอาการอาพาธของพระเทพญาณมหามุนี หรือ "พระธัมมชโย" เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จนไม่สามารถเดินทางมารับทราบข้อหาตามหมายจับในคดีความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ศิษย์ธรรมกายได้เชิญสื่อมายังห้องปลอดเชื้อ พร้อมเผยวิดีโอให้ชมภายในเห็นว่า "พระธัมมชโย" นอนอยู่บนเตียงป่วยจริงๆ และเปิดแผลที่ขาให้ดู โดยบอกผ่านแถลงการณ์ไปถึงดีเอสไอว่าให้นำหมายจับมายื่นที่วัด เนื่องจากพระธัมมชโยป่วยจริง ไม่สามารถเดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ได้

ขณะที่ ในโลกโซเชียลได้พากันแชร์ข้อความเฟซบุ๊ก Tavatchai Kanchanarin ของ นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ ผช.ผอ.กองอุบัติเหตุและเวชกรรมฉุกเฉิน โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ที่ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับอาการอาพาธของเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย ว่าเป็นการแสดงที่ไม่เนียน และยิ่งทำให้เรื่องราวไปกันใหญ่ อีกทั้งยังอธิบายถึงสภาพในห้องปลอดเชื้อว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ที่ห้องนี้จะใช้รักษาผู้ป่วยอาการหนัก
 

 

ที่มา : ไทยรัฐ : 26 พฤษภาคม 2559

 

BELIEVE OR NOT ?

เชื่อหรือไม่ ?

 


 

ธัมมชโย ประกาศผ่านศิษย์..ขอตายในวัด

 


แต่หมอมโนอ้างคำคุณยายจันทน์

"ธัมมชโยจะไม่ได้ตายในวัด"

 

กดที่ภาพเพื่อชมรายการนิวทอล์ค

 

ที่มา : รายการนิวทอล์ค : 25 พฤษภาคม 2559


 

วัดโมลี แชมป์บาลี ปี 59 !

 

ประกาศผลสำนักเรียนดีเด่นระดับประเทศ

วัดโมลีขี่วัดพระธรรมกายขึ้นที่ 1

 

อา..เห็นไหมล่ะว่า ถ้ามีพระเก่ง พระดี และพระนักสู้ ก็ไม่เห็นว่าธรรมกายจะน่ากลัวตรงไหน ธรรมกายก็สองมือสองเท้าและหนึ่งหัวเหมือนกัน พระไทยทั้งประเทศก็สองมือสองเท้าและหนึ่งหัวเช่นกัน เขาทำได้ เราก็ทำได้ เว้นแต่เราไม่ยอมทำ แล้วก็โบ้ยปากว่า "ธรรมกายเขาทำได้" อยากให้ผู้บริหารระดับสูงของคณะสงฆ์ไทยคิดและทำเช่นนี้บ้าง

อย่าลืมนะครับ สิ้นปีนี้ต้องมีบำเหน็จให้แก่คณะวัดโมลีโลกยาราม ในฐานะวัดตัวอย่างให้แก่พระสงฆ์ไทย ทั้งประเทศ !

 

 

ประกาศแชมป์สำนักเรียนสอบบาลีปี 59 ได้มากที่สุด

วันนี้ (24 พ.ค.59) นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ตามที่สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง ได้จัดสอบบาลีสนามหลวงประจำปี 2559 ตั้งแต่ระดับประโยค 1-2 ไปจนถึงระดับเปรียญธรรม (ป.ธ.) 9 ประโยคเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยไปเมื่อช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นั้น ทางสำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง และกองพุทธศาสนศึกษา พศ. ได้รวบรวมสถิติของสำนักเรียนบาลี สำนักศาสนศึกษา ที่มีจำนวนผู้สอบได้จากทุกระดับชั้นมากที่สุดทั้งรอบแรกและรอบสอบซ่อม ดังนี้ อันดับ

1. วัดโมลีโลกยาราม กรุงเทพฯ

2. วัดพระธรรมกาย จ.ปทุมธานี

3. วัดจองคำ จ.ลำปาง

4. วัดหาดใหญ่สิตาราม จ.สงขลา

5. วัดบัวขวัญ จ.นนทบุรี

6. วัดหนองแวง จ.ขอนแก่น

7. วัดบางพลีใหญ่ใน จ.สมุทรปราการ

8. วัดชัยศรี จ.ขอนแก่น

9. วัดชัยมงคล จ.ชลบุรี

10. วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

11. วัดจากแดง จ.สมุทรปราการ และ วัดบางนาใน กรุงเทพฯ

12. วัดสามพระยา กรุงเทพฯ

13. วัดราชบพิธ กรุงเทพฯ

14. วัดศรีเอี่ยม กรุงเทพฯ และ วัดกัลยาณมิตร กรุงเทพฯ

15. วัดสังฆานุภาพ จ.กำแพงเพชร และ วัดพระนอนจักรสีห์ จ.สิงห์บุรี

16. วัดหัวคู้ จ.สมุทรปราการ

17. วัดแสนสุข กรุงเทพฯ

18. วัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ และ วัดคลองโพธิ์ จ.อุตรดิตถ์

19. วัดสวนหงส์ จ.สุพรรณบุรี

20. วัดสร้อยทอง กรุงเทพฯ วัดเทพลีลา กรุงเทพฯ และ วัดโชติรสธรรมากร จ.บึงกาฬ

21. วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ และ วัดชูจิตธรรมาราม จ.พระนครศรีอยุธยา

22. วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม และ วัดกลาง จ.บุรีรัมย์

23. วัดเบญจมบพิตร กรุงเทพฯ และ วัดอาวุธวิกสิตาราม กรุงเทพฯ

24. วัดอรุณราชวราราม กรุงเทพฯ วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพฯ และ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี

25. วัดไวกูลฐาราม จ.อุดรธานี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ วัดราชโอรสาราม กรุงเทพฯ วัดจักรวรรดิราชาวาส กรุงเทพฯ และ วัดทรงศิลา จ.ชัยภูมิ

26. วัดพรหมวงศาราม กรุงเทพฯ วัดดาวดึงษาราม กรุงเทพฯ และ วัดตาลเรียง จ.ขอนแก่น และ

27. วัดกลาง จ.กาฬสินธุ์

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 25 พฤษภาคม 2559


 

สนิทธัมมชโย !

 

ศุภชัยสารภาพในคุก

ยอมรับสนิทสนมถึงขั้นมีชื่อเรียกเป็นรหัสเฉพาะสองคน

แต่เรียกว่าอะไร คงต้องให้..หมอมโน ช่วยเฉลยฮ่ะ !

 

อา..ถ้างั้นก็แสดงว่า ไม่คนใดก็คนหนึ่งที่ "พูดไม่จริง" ระหว่างท่านธัมมชโยกับท่านศุภชัย โดยฝ่ายแรกนั้นยืนยันพันเปอร์เซ็นว่า "ไม่รู้จักนายศุภชัยเป็นการส่วนตัว" ดังนั้น เรื่องรหัสลับ 007 อะไรนั่น คงเป็นเรื่องอนุบาลในฝันวิทยา ส่วนฝ่ายหลังยอมรับว่า "สนิทสนมมาก ถึงกับมีการตั้งรหัสลับเรียกขานกันเป็นการภายใน" มันอยู่ที่ว่าพยานหลักฐานจะบ่งชี้ว่าคำพูดของใครน่าเชื่อถือกว่า แต่สังคมไทยย่อมจะเชื่อถือ "ผ้าเหลือง" มากกว่าผ้าลาย คำพูดของนายศุภชัยคงจะถูกบรรดาสาวกของธัมมชโยตอบโต้ว่า "โกหก" แน่ๆ เพราะในโลกนี้ไม่มีใครน่าเชื่อถือและน่านับถือไปกว่า "ธัมมชโย" อีกแล้ว อิอิ !

 

 

 

ปาป้าเลิฟ - เลิฟปาป้า

 

ดีเอสไอฮึ่มจ่อบุกธรรมกาย 'ธัมมชโย' นิ่งรับทราบข้อหา

ภายหลัง นายขจรศักดิ์ กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการแจ้งข้อกล่าวกับผู้ถูกกล่าวหา โดยมีทนายความร่วมรับฟัง ซึ่งนายศุภชัยรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ให้การรับสารภาพเพียงบางส่วน แต่ยังให้การที่เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะประเด็นความรู้จักสนิทสนมระหว่าง พระธัมมชโย กับ นายศุภชัยเอง ช่วงที่เคยเป็นไวยาวัจกรวัดพระธรรมกายมาก่อน มีการใช้ชื่อเรียกเฉพาะเป็นที่รู้กันสองคน อย่างไรก็ตาม ชื่อดังกล่าวเป็นรายละเอียดในสำนวน ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่เป็นประเด็นที่แสดงให้เห็นความสนิทสนมสามารถเข้าไปหาที่กุฏิได้ ต่างจากที่วัดเคยระบุว่าไม่ได้รู้จักสนิทสนม ทั้งนี้ต้องมีการเข้าสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง เพราะให้การที่เป็นประโยชน์หลายคดี และมีผู้เกี่ยวข้องอื่นอีกจำนวนมาก

สำหรับคำให้การของนายศุภชัยจะมีผลกับการแจ้งข้อกล่าวหาพระธัมมชโยหรือไม่นั้น การแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหา สามารถให้การหรือไม่ให้การก็ได้แต่คดีดังกล่าว มีพยานหลักฐานในสำนวนที่เป็นพยานเอกสารอยู่แล้ว มีเส้นทางการเงินไหลเวียนเข้ามาอย่างไรบ้าง

นายขจรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ตามที่วันเสนอให้พนักงานสอบสวนเข้าแจ้งข้อกล่าวหาที่วัดในวันที่ 25 พ.ค.นี้ ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย หากไม่เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ก็ต้องขอหมายค้นต้องแสดงหมายจับ แต่วิธีที่ง่ายที่สุดคือขอให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 พ.ค.นี้ ตามกำหนด การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวัง สิ่งใดที่นอกเหนือจากสิ่งที่ควรทำก็ไม่สามารถทำได้ ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ถูกร้องเรียนเรื่องการปฏิบัติที่มิชอบ โดยเฉพาะลูกศิษย์วัดมีหลายกลุ่มขนาด แม้ทำตามหน้าที่อย่างถูกต้องก็ยังถูกร้องเรียนหลายเรื่อง อย่างไรก็ตาม หากไม่มาตามกำหนดในวันที่ 27 พ.ค. พนักงานสอบสวนจะประชุมเพื่อดำเนินการโดยยึดหลักตามกฎหมาย ซึ่งมีข้อปฏิบัติชัดเจนว่ากรณีป่วยต้องทำอย่างไร กรณีไม่ป่วยดำเนินการอย่างไร ขอให้ทำตามกฎหมายจะให้สิทธิ์ประกันตัว อยู่เมืองไทยก็ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายของไทย

ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ผู้บริหารดีเอสไอและชุดสอบสวนได้ประชุมร่วมกับชุดปฏิบัติการคดีพิเศษ เพื่อซักซ้อมแผนเข้าปฏิบัติการภายในวัดพระธรรมกาย หลังครบกำหนดเข้ารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันที่ 26 พ.ค. โดยจะนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมตัวพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตามหมายจับศาลอาญาซึ่งดีเอสไอจะไม่อนุญาตให้ประกันตัวในชั้นสอบสวน เพราะมีพฤติการณ์หลบเลี่ยงไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หลังการจับกุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนจะนำตัวพระธัมมชโยไปฝากขังที่ศาลอาญา เพื่อให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการปล่อยตัวชั่วคราว โดยพระธัมมชโยต้องไปยื่นคำร้องขอประกันตัวที่ศาล

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 25 พฤษภาคม 2559


 

ไม่เกี่ยว-ไม่ผิด-ไม่ปลด !

 

รอง ผอ.พศ. เถียงแทนธัมมชโย

แค่ไม่ไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ไม่มีความผิด

ที่สำคัญ..ทางสงฆ์ไม่มีข้อบังคับดังกล่าว

 

เอาละซี ของดีของธัมมชโยนึกว่าจะมีแค่ "ขาบวม" เรากำลังได้เห็น "ขาใหญ่" คือสำนักพุทธฯและมหาเถรสมาคม "บวม" อีกข้าง ก็การที่คุณชยพลออกมาตีปลาหน้าไซนั่นไง ว่า "ยังไงก็ไม่ปลด ไม่พักงานพระธัมมชโย เพราะถือว่าไม่มีความผิดอะไร เป็นเรื่องของทางการ ไม่เกี่ยวกับคณะสงฆ์" ประเดี๋ยวเขาก็จะถามย้อนกลับมั่งว่า "แล้วกรณีเจ้าคุณเสนาะท่านผิดอะไร ทำไมสมเด็จวัดปากน้ำสั่งปลดท่านกราวรูด" เพราะก็แค่ถูก สตง. ตั้งข้อสังเกตว่า "เชื่อว่าไม่สุจริต" เท่านั้น หรือว่าท่านเสนาะบารมีน้อย ไม่บวชพระล้านรูป ไม่ตักบาตรช่วยเหลือสามจังหวัดชายแดนใต้ ไม่ถวายมหาสังฆทานสามหมื่นวัด ไม่จัดงานวันเกิดระดับโลก ฯลฯ กฎหมายเลยต้องปฏิบัติให้แตกต่างกัน ?

 

 

 

26 พฤษภาคม ศกนี้

วัดใจ "สมเด็จสมศักดิ์" กล้าสั่งพักงานเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายหรือไม่ เพราะกรณีวัดพระธรรมกายกับวัดสระเกศ แตกต่างกัน วัดสระเกศเป็นพระอารามหลวง และมีตำแหน่งในมหาเถรสมาคม รวมทั้งเป็นเจ้าคณะภาค 12 จึงต้องใช้อำนาจ "สมเด็จพระสังฆราช" ในการสั่งปลด-พักงาน แต่สำหรับพระธัมมชโยเป็นเพียง "เจ้าอาวาสวัดราษฎร์" แถมพระธัมมชโยไม่ใช่กรรมการมหาเถรสมาคม จึงต้องอาศัยอำนาจของ "เจ้าคณะใหญ่หนกลาง" ผ่านเจ้าคณะภาค 1 และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ตามลำดับ ถ้าอำนาจทั้งสามระดับนี้ "สอดคล้องกัน" ผลการวินิจฉัยก็อาจจะ..ตรงกัน แต่ถ้ามีอำนาจอื่นเข้าแทรกในช่วงใดช่วงหนึ่ง ก็อาจจะเห็น "การบริหารการปกครองคณะสงฆ์หนกลาง" ถูกตีรวน นั่นก็หมายถึงว่า สมเด็จสมศักดิ์ เอาไม่อยู่  ดูกันต่อไป !

 

 

 

 

รอง ผอ.พศ. หนุนดีเอสไอเข้าหารือสำนักพุทธฯ พร้อมช่วยให้คำปรึกษาคดีพระธัมมชโย

นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า ที่มีข่าวว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมประสาน พศ.ให้เป็นที่ปรึกษาในการดำเนินคดีกับพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนั้น กรณีนี้ดีเอสไอทำถูกต้องตามหลักแล้ว เนื่องจากการจะดำเนินคดีอะไรก็แล้วแต่กับพระสงฆ์ ทุกหน่วยงานต้องประสานกับ พศ.เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่พระธัมมชโยโดนออกหมายจับจะมีความผิดทางกฎหมายสงฆ์หรือไม่ นายชยพล กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน การโดนหมายจับของพระธัมมชโย เหมือนคดีบุคคลทั่วไป เนื่องจากพนักงานสอบสวนดีเอสไอแค่สรุปว่ามีหลักฐานพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหาเท่านั้น แต่ไม่ได้ถือว่ามีความผิด แม้แต่ขึ้นศาลแล้วก็ไม่ถือว่ามีความผิด ฉะนั้น ถือว่าพระธัมมชโยยังบริสุทธิ์

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้ามีผู้ร้องเจ้าคณะผู้ปกครองให้สั่งพักงานพระธัมมชโย เนื่องจากมีมลทินทำให้คณะสงฆ์เสียหาย ตามหลักแล้วเป็นไปได้หรือไม่ที่เจ้าคณะผู้ปกครองจะสั่งพักงาน นายชยพล กล่าวว่า ขณะนี้จะมองว่าพระธัมมชโยมีมลทินไม่ได้ การโดนข้อกล่าวหาไม่ถือว่ามีความผิด การออกหมายจับพระธัมมชโย มาจากสาเหตุที่ท่านไม่ไปรายงานตัวรับทราบข้อกล่าวหาเท่านั้น ที่สำคัญกฎหมายสงฆ์ไม่มีข้อบังคับเรื่องดังกล่าว การจะสั่งพักงานพระสงฆ์ต้องไปดูระเบียบตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 และกฎมหาเถรสมาคม (มส.) ก่อน

 

ที่มา : มติชน : 25 พฤษภาคม 2559


 

จ่อแก้ ม.7 ตั้งสังฆราช !

 

กฤษฎีการะบุอยู่ในมือแล้ว

ใช้เวลา "ไม่นาน" คงเสร็จเรียบร้อย

 

อา..ธัมมชโยยังไม่ทันไปดีเอสไอ แต่ร่างแก้ไข ม.7 กลับไวกว่าเสียอีก เพราะวิ่งไปอยู่ในมือกฤษฎีกาตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จะว่าเป็นเหตุบังเอิญเหมือนดาวเคราะห์เรียงตัวกันก็ใช่ที่ นี่มิใช่อุปาทานหมู่ แต่รู้ๆ กันอยู่ว่า ช่วงนี้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่การปฏิรูป "ทุกมิติ" ศาสนาเป็นอีกมิติหนึ่ง จึงต้องปฏิรูปไปด้วย ถ้าไม่มองตัวบุคคลก็จะออกมาในรูปนี้

แต่..แต่ถ้ามองถึงตัวบุคคล โดยเฉพาะผู้ที่มีแคนดิเดทดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งยังคาราคาซังมาตั้งแต่ต้นปีนั้น ก็ย่อมจะมองได้ว่า ทางรัฐบาล หรือ สปช. กำลังหาทางออกจากเขาวงกต อันว่าด้วยคุณสมบัติ "อาวุโสโดยสมณศักดิ์" ที่จำกัดวงไว้ใน ม.7 ส่งผลให้ "สมเด็จช่วง" กลายเป็นตัวเต็งไม่ว่าจะโผไหน ขยับอะไรไม่ได้เลย ไม่ว่าจะให้ใครมีอำนาจในการเริ่มกระบวนการทูลเกล้าฯ ก็ต้องมาลงที่ "อาวุโสโดยสมณศักดิ์" หรือพูดง่ายๆ ก็คือ "สมเด็จช่วง" ต้องได้รับการทูลเกล้าฯ ใครไม่ทูลเกล้าฯ ก็แสดงว่าทำผิดกฎหมาย มีหวังโดนฟ้องติดคุกหัวโต

กรณีที่กฤษฎีกาบอกนักข่าวว่า เรื่องเสนอแก้ ม.7 แห่ง พรบ.คณะสงฆ์ฉบับปัจจุบัน ถึงมือกฤษฎีกาแล้วนั้น แสดงให้เห็นว่า การแก้ไข พรบ.คณะสงฆ์ ครั้งนี้ มหาเถรสมาคมไม่มีส่วนร่วม ถ้ากฤษฎีกาพิจารณาเสร็จ ก็ส่งถือรัฐบาลๆ ก็นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้ได้เลย

แต่การเจาะจงแก้มาตรา 7 อันว่าด้วยการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช เพียงมาตราเดียว (ตามข่าว) ถ้าไม่มีร่างใหญ่จ่อเข้าสภาตามมาภายหลัง ก็แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลบิ๊กตู่ หรือ  สปช. ยังไม่ได้มองปัญหาของคณะสงฆ์ไทยในภาพรวมเลย มุ่งแก้เฉพาะปัญหาเฉพาะหน้าว่าด้วยการตั้งสังฆราชเพียงเท่านั้น

ทั้งๆ ที่จริงแล้ว ปัญหาน่าจะอยู่ที่การกระจายอำนาจในการปกครองคณะสงฆ์ ลงสู่เบื้องล่าง หรือในต่างจังหวัดมากกว่า คือไม่จำเป็นต้องให้พระสงฆ์ในต่างจังหวัดปกครองกันเอง แต่อาจจะเพิ่ม "สัดส่วน" ในมหาเถรสมาคม หรือมหาคณิสร ให้พระสังฆาธิการในต่างจังหวัด ได้มีโอกาสดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม หรือมหาคณิสร โดยอาจจะเพิ่มโควต้ามหาเถรสมาคมหรือมหาคณิสร ให้เป็น 99 ตำแหน่ง (จังหวัดละ 1 รูป และผู้มีคุณสมบัติพิเศษอีกจำนวนหนึ่ง) แยกออกเป็น 3 ส่วน แบ่งกันดูแลด้านบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ หรือศาลสงฆ์ ก็น่าจะลงตัว ไม่ถึงกับต้องนำเอา พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 กลับมาใช้ แบบนี้น่าจะไปได้ง่ายกว่า และเชื่อว่าคณะสงฆ์คงจะพอใจ เพราะไม่ได้ไปปลดท่าน แต่เพิ่มตัวช่วยให้งานพระศาสนาเดินหน้ามากขึ้น ซึ่งก็หวังว่า การปฏิวัติครั้งนี้ คงจะไม่เสียของ เหมือนคนเขาว่า

 

 


 

 

เลขาฯกฤษฎีกา เผย เพิ่งได้รับเรื่องเสนอแก้ ม.7 พ.ร.บ.สงฆ์ ตั้งสังฆราช ระบุขอเวลาศึกษาข้อกฎหมายรอบคอบก่อน

เมื่อวันที่ 23 พ.ค.59 ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความการแก้ไขมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช ว่า คณะกรรมการกฤษฎีกาได้รับเรื่องนี้มาเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ของสำนักเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาไปศึกษาข้อมูลและพิจารณาข้อกฎหมาย โดยต้องดูเหตุผลในการเสนอแก้กฎหมายในมาตราดังกล่าว ที่มา ข้อปฏิบัติ และสภาพปัญหาว่าเป็นอย่างไร รวมถึงการแก้ไขที่เคยทำมาแล้วนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้วจึงจะรวบรวมข้อมูลและเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งตนคาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน โดยขณะนี้ไม่มีอะไรติดขัด แต่ต้องพิจารณาข้อมูลให้รอบคอบ ทั้งนี้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาเสร็จแล้ว จะส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อบรรจุเป็นวาระรายงานให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบต่อไป อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเป็นที่สนใจของสังคม จึงต้องเร่งดำเนินการ แต่ทำอย่างมีประสิทธิภาพ

 

ที่มา : ไทยรัฐ : 24 พฤษภาคม 2559

 

ฟลาวน์ !

 

ศาลยกคำร้องขอถอนหมายจับธัมมชโย

ศิษย์เก้อกันทั้งโลก !

 

 

 

ศาลอาญาพิจารณาออกหมายจับโดยชอบแล้ว !

 

 

ศาลอาญายกคำร้องของทนายความวัดพระธรรมกายที่ขอเพิกถอนหมายจับ ธัมมชโยชี้ศาลพิจารณาอนุมัติหมายจับ โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว แต่ยังมีสิทธิยื่นต่อศาลอุทธรณ์ภายใน 30 วัน
       
 ความคืบหน้ากรณีเมื่อวันที่ 23 พ.ค. ทนายความของพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เดินทางมายื่นคำร้องขอเพิกถอนหมายจับพระธัมมชโย ผู้ต้องหาข้อหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร พร้อมกับขอให้ศาลไต่สวนข้อเท็จจริง ตามที่ศาลอาญาอนุมัติหมายจับเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ตามคำร้องขอของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ. เกี่ยวกับเรื่องนี้
       
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันนี้ (24 พ.ค.) ภายหลังศาลพิเคราะห์คำร้อง และเอกสารขอเพิกถอนหมายจับของทนายความพระธัมมชโยแล้วเห็นว่า ศาลอาญาพิจารณาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาโดยชอบตามกฎหมายแล้ว จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ให้ยกคำร้อง
       
ทั้งนี้ ทนายความของพระธัมมชโยยังสามารถยื่นคำร้องขอเพิกถอนหมายจับของศาลอาญาไปยังศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งเพิกถอนต่อไปได้ภายใน 30 วัน

 

ที่มา : ผู้จัดการ : 24 พฤษภาคม 2559


 

เร่งไม้ !

 

พุทธะอิสระจี้ตำรวจปทุม

จับสึกพระธัมมชโย

 

โอ..สงสัยพุทธะอิสระแกกลัวว่าตัวเองจะตายก่อนธัมมชโยมั๊ง ถึงได้เร่งนักเร่งหนา จะฆ่าจะแกงเสียวันนี้วันพรุ่ง เหมือนแค้นกันมาแต่ชาติก่อนงั้นแหละ ความจริงก็ไม่มีอะไร แค่อยากรักษาสถานภาพไม่ให้ตกไปจาก "หน้าหนึ่ง" เท่านั้น เพราะรู้อยู่ว่า ประเด็นที่พุทธะอิสระพูดถึงนั้น กินธัมมชโยยากส์ ! เรื่องพระธรรมวินัย ถ้ามหาเถรสมาคมวินิจฉัยเป็นอย่างไร ใครจะเถียงได้ เพราะ พรบ.คณะสงฆ์ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "คณะสงฆ์ไทยต้องอยู่ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคม" มิได้ระบุให้สมเด็จพระสังฆราชทรงปกครองคณะสงฆ์โดยลำพังซักกะหน่อย มิฉะนั้น จะมีมหาเถรสมาคมไว้ทำอะไร เขียนให้พระสังฆราช "ทรงปกครองคณะสงฆ์ไทยโดยพระองค์เดียว" เสียก็สิ้นเรื่อง

 

 

 

"พุทธะอิสระ" บุก บก.ภ.จ.ปทุมธานี จี้ ผู้การฯ เร่งคดีแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ และต้องอาบัติปาราชิกกับ "ธัมมชโย" ใน 2 ข้อหา...

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 พ.ค.59 หลวงปู่พุทธะอิสระ พร้อมนายธีรยุทธ สุวรรณเกสร ทนายความ และคณะได้เดินทางมาที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี เพื่อเข้าพบ พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ปทุมธานี ขอให้เร่งดำเนินการจับกุม พระธัมมชโย หรือ พระเทพญาณมหามุนี เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย สึกออกจากสถานภาพของภิกษุ ในข้อหาแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ ในความผิดตามมาตรา 208 และตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 พร้อมติดตามความคืบหน้าในคดีดังกล่าวที่ก่อนหน้านี้เคยมายื่นเอกสารข้อมูลไว้แล้ว รวมทั้งวันนี้ก็ได้มีการยื่นเอกสารเพิ่มเติมอีกด้วย

หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวว่า อาตมามาตามเรื่องที่เคยแจ้งความร้องทุกข์ที่ธัมมชโยแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ และมีเรื่องใหม่การละเมิดสถาบัน มาตรา 102 สืบเนื่องด้วยในปี พ.ศ.2542 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีวินิจฉัยลงโทษ ธัมมชโย หรือ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ต้องอาบัติปาราชิก 2 ข้อหา 1.เป็นเจ้าพนักงานยักยอกเงินวัดจำนวนหลายสิบล้านบาท มาเป็นชื่อของตนเอง เป็นความผิดร้ายแรงตามพุทธบัญญัติถือว่า ต้องอาบัติปาราชิก สิกขาบทที่ 2  2.อวดอุตริมนุษยธรรม เพี่อหวังลาภสักการะ เป็นความผิดร้ายแรงตามปาราชิก สิกขาบทที่พุทธบัญญัติถือว่า ต้องอาบัติปาราชิกสิกขาบทที่ 4

ด้าน พล.ต.ต.ถาวร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้รับหนังสือจากหลวงปู่พุทธะอิสระแล้ว และได้มีการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการ แต่ปรากฏว่าได้มีคณะกรรมการในครั้งนั้น มีการโยกย้ายตำแหน่งในช่วงฤดูกาล จึงจะต้องมีการคัดกรองแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาใหม่ และขอไปดูข้อกฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับพระสงฆ์เพิ่มเติมอีกครั้ง ซึ่งได้มีการแจ้งหนังสือไปยังทางหลวงปู่พุทธะอิสระให้ทราบ พร้อมจะรีบดำเนินการตามขั้นตอนและกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่ายต่อไป

 

ที่มา : ไทยรัฐ : 24 พฤษภาคม 2559

 

ล่อเสือออกถ้ำ !

 

ดีเอสไออ่อยเหยื่อธัมมชโย

ไม่ค้านประกันตัวและไม่ต้องสึก

แต่..ต้องมามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่..ที่ดีเอสไอ เท่านั้น

 

อา..เทศกาล ลด แหลก แจก แถม ระดับ "เสี่ยสั่งลุย" ของดีเอสไอ เปิดแคมเปญกระหน่ำใส่ธรรมกายไม่ยั้ง ทั้งไม่ค้านประกันตัว ทั้งรับประกันไม่ต้องสึก แต่ยืนยันว่า "ไปหาที่วัดไม่ได้ ธัมมชโยต้องออกนอกวัดมาหาดีเอสไอเอง" ขณะที่ธัมมชโยก็ไม่หลงกลออกไปหากับดัก ยืนกระต่ายขาเดียวว่า "ไปหาไม่ได้ ขอให้ดีเอสไอมาหา แต่รับรองว่าจะปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ ยกเว้นไปดีเอสไอ" มันก็เลยกลายเป็น "เงื่อนไข" ชิงพลิบชิงเหลี่ยมกันดังที่เห็น

วันนี้ ดีเอสไอประกาศ "ดึงสำนักพุทธ" เข้าร่วมปฏิบัติการกดดันธัมมชโย แบบว่า ถ้าเลยเส้นตายไปแล้ว ยังไม่เห็นวี่แววธัมมชโยมาดีเอสไอ ก็จำเป็นต้องใช้มาตรการขั้นต่อไป แน่นอนว่า การดึงสำนักพุทธฯซึ่งเป็นเลขามหาเถรสมาคมมาร่วมงานด้วยนั้น ย่อมจะกระเทือนไปถึง "มหาเถรสมาคม" อันมี "สมเด็จช่วง" นั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน งานนี้ย่อมจะเป็นการพิสูจน์ว่า "รัฐบาล" กับ "มหาเถรสมาคม" ยังคงเป็นภาคีในการทำงานเพื่อประเทศชาติอยู่หรือไม่ เงื่อนไขเรื่อง "ธัมมชโย" กองโตอยู่ตรงหน้าแล้ว ถ้ามหาเถรสมาคมอำนวยตามรัฐบาล งานนี้ธรรมกายลำบาก แต่ถ้ามหาเถรสมาคมโอบอุ้มธรรมกายเอาไว้เหมียนเดิม รับรองว่ารัฐบาลลงดาบแรง เผลอๆ อาจถึงขั้น..ยกเลิก พรบ.สงฆ์ 2505 !

 

 

 

ใกล้เข้าไปอีกนิด ชิดเข้าไปอีกหน่อย

 

รองอธิบดีดีเอสไอ ระบุ หากพระธัมมชโยมามอบตัว-ได้ประกัน ยังไม่ต้องสึก

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 23 พฤษภาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร ร่วมกันแถลงผลการประชุมหารือของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษว่า ในวันนี้คณะพนักงานสอบสวนได้มีเรื่องพิจารณา 3 เรื่อง คือ

1.พิจารณากรณีการออกใบรับรองแพทย์ของโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี ซึ่งในประเด็นนี้คณะพนักงานสอบสวนได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนขึ้นใหม่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบในส่วนนี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาทำงาน 2 สัปดาห์

2.พิจารณาข้อความที่ทางวัดพระธรรมกายได้แถลงต่อสื่อมวลชน รวมถึงความเห็นต่างๆ เนื่องจากเรื่องนี้พนักงานสอบสวนเห็นว่าบางข้อความอาจเป็นเรื่องที่เข้ากับฐานความผิดหมิ่นประมาท จึงมีความเห็นตั้งคณะทำงานขึ้นอีกคณะ เพื่อพิจารณาและดำเนินการ โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณา 2 สัปดาห์เช่นกัน และ

3.การดำเนินการกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในส่วนนี้ทางคณะพนักงานสอบสวนยังยืนยันในวันที่ 26 พ.ค.นี้ เนื่องจากศาลอาญาได้ออกหมายจับเรียบร้อยแล้ว

พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวต่อว่า ขั้นตอนการดำเนินการของดีเอสไอ จะยึดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 83 และมาตรา 84 ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวหาจะต้องทำการที่ดีเอสไอเท่านั้น ทั้งนี้ หากในวันที่ 26 พ.ค.นี้ พระธัมมชโยไม่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา เราก็จะมีการประชุมกำหนดมาตรการในวันที่ 27 พ.ค.นี้ พร้อมทั้งจะขอความร่วมมือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้ามาช่วยดูในเรื่องของ พ.ร.บ.สงฆ์ เกี่ยวกับวิธีขั้นตอนการปฏิบัติต่างๆ อย่างไรก็ตาม หากพระธัมมชโยมาตามที่นัดหมายไว้ พนักงานสอบสวนยินดีจะให้ประกันตัว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีวัดพระธรรมกายได้ถ่ายทอดสดภาพพระธัมมชโยกำลังเข้ารับการรักษาจากแพทย์ ดีเอสไอได้นำเรื่องนี้มาพิจารณาด้วยหรือไม่ พ.ต.ท.สมบูรณ์กล่าวว่า ในส่วนนี้ทางวัดพระธรรมกายยังไม่ได้ส่งข้อมูลหรือหนังสือมาให้กับดีเอสไอ เราจึงยังไม่ได้นำเข้ามาพิจารณาในที่ประชุมครั้งนี้ ส่วนกรณีที่ทางวัดพระธรรมกายต้องการให้คณะพนักงานสอบสวนเดินทางไปแจ้งข้อกล่าวหาที่วัดพระธรรมกายในวันที่ 25 พ.ค.นี้ ขณะนี้ทางวัดยังไม่มีหนังสือมาถึงดีเอสไอแต่อย่างใด

เราไม่ได้เถียงว่าหลวงพ่อธัมมชโยไม่ได้เจ็บป่วย แต่คณะพนักงานสอบสวนมองว่าหลวงพ่อธัมมชโยสามารถที่จะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ ดังนั้น ดีเอสไอจึงยืนยันในวันที่ 26 พ.ค.นี้อยู่ ส่วนกรณีการนำแพทย์เข้าไปตรวจอาการอาพาธของหลวงพ่อธัมมชโยที่วัดพระธรรมกายนั้น ขณะนี้เลยขั้นตอนดังกล่าวแล้ว เพราะขั้นตอนการนำแพทย์เข้าไปตรวจ จะอยู่ในขั้นตอนก่อนที่พนักงานสอบสวนจะขอหมายจับจากศาล เราจึงไม่อยากไปก้าวล่วงในคำสั่งของศาล จึงจะไม่นำแพทย์เข้าไปตรวจ รองอธิบดีดีเอสไอกล่าว

พ.ต.ท.สมบูรณ์กล่าวด้วยว่า ในส่วนของใบรับรองแพทย์นั้น ทางโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี ได้แจ้งมายังดีเอสไอแล้วว่าพระธัมมชโยไม่เคยเข้ารับการรักษากับโรงพยาบาลดังกล่าวเลย ดังนั้น เราจึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อสืบสวนในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ การดำเนินการในขั้นตอนแรกเราจะประสานไปยังโรงพยาบาลเพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการออกใบรับรองแพทย์ต่างๆ และตราประทับที่ปรากฏอยู่ ซึ่งเราจะดูจากขั้นตอนปกติก่อน จากนั้นจึงจะพิจารณาในส่วนอื่น อย่างไรก็ตาม การจะเรียกผู้ลงนามในใบรับรองแพทย์นั้น อาจจะต้องเรียกมาสอบปากคำหลังจากที่เราได้ข้อมูลจากโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกายเตรียมยื่นฟ้องดีเอสไอ ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หลังจากที่ได้เชิญให้แพทย์เข้าไปตรวจอาการอาพาธของพระธัมมชโย แต่ไม่ไป รองอธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า ส่วนนี้ทราบว่าได้มีการไปยื่นฟ้องต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา และในประเด็นต่างๆ ดีเอสไอได้เตรียมข้อมูลที่จะชี้แจงกับ ป.ป.ช.แล้ว หากได้รับหนังสือแจ้งมาให้ไปชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งดีเอสไอสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็น

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า หากพระธัมมชโยมามอบตัวกับดีเอสไอ จะต้องลาสิกขา (สึก) จากการเป็นพระหรือไม่ พ.ต.ท.สมบูรณ์กล่าวว่า หากได้รับการประกันตัวไม่ต้องลาสิกขา ทั้งนี้ การสึกมีเพียงกรณีเดียวคือการนำตัวเข้าห้องควบคุม ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนทาง พ.ร.บ.สงฆ์

 

ที่มา : มติชน : 24 พฤษภาคม 2559

 

ถึงมือ นปช. !

 

ทนาย นปช. โดดช่วยธัมมชโย

แย็บนำตั้งแต่ดีเอสไอ ศาลอาญา และกระทรวงยุติธรรม

ตั้งคำถาม "ครอบจักรวาล" ถึงกระบวนการยุติธรรม

 

เพจ THAIMONK นำเสนอบทความของ วิญญัติ ชาติมนตรี

 

 

 

วิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ นปช.

 

อา.. แสดงว่า ณ บัดนี้ คดีพระธัมมชโยฟอกเงินและรับของโจร ได้ยกระดับเป็นคดีการเมืองไปเต็มตัวแล้ว ที่เห็นเช่นนี้ เพราะว่ามี "ทนายการเมือง" เข้ามาร่วมขบวนการ ซึ่งวิธีการของทนายวิญญัตินั้น แตกต่างจากทนายของพระธัมมชโยคนก่อนๆ อย่างสิ้นเชิง คือไม่เจรจาพร่ำเพรื่อเรื่องป่วยเรื่องไข้ให้เสียเวลา แต่ว่าได้ออกอาวุธนำจี้ไปตามจุดต่างๆ เพื่อ..เปิดช่อง เตะพับนอกพับใน ถ้ามีสวนก็เตะวงแขนเพื่อตัดกำลัง และถ้าเป็นไปได้ก็เล่นแม่ไม้มวยไทย "บาทาลูบพักตร์" เพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้

ทนายวิญญัติได้ยกเอา "บทบัญญัติ" ต่างๆ ทั้งด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญมาชี้นำ ฉายไฟเป็นทางยาวไล่ตั้งแต่ดีเอสไอ ศาลอาญา กระทรวงยุติธรรม ไปจนถึง..คสช. หรือรัฐบาลบิ๊กตู่ ถ้าดีเอสไอก็ถามว่า "มีการปฏิบัติตามตัวบทกฎหมายอย่างถูกต้องเป็นธรรมไหม" โยงใยไปถึงพุทธะอิสระโน่น ถ้าไปถึงรัฐบาลก็ถามว่า "ชี้นำหรือตั้งเป้าอะไรไว้หรือเปล่า ที่จะเอาผิดกับพระธัมมชโย" นี่แหละที่เรียกว่า คนละชั้น !

กระนั้นก็ตาม ตามรูปการณ์ที่ออกมา ก็แสดงให้เห็นว่า วัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย ได้นำเอาวัดและตัวเอง ไปอยู่ในฝักฝ่ายทางการเมืองอย่างเต็มตัว ซึ่งก่อนหน้านี้ แม้จะมีภาพของอดีตผู้นำทางการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามกับ คสช. ก็ดี นักการเมืองอื่นๆ ก็ดี ไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย แต่นั้นก็ยังไม่ชัดเจน เพราะนักการเมืองก็ชาวพุทธ ย่อมจะต้องข้องแวะกับวัดวาอารามแห่งใดแห่งหนึ่ง ไม่แปลกอันใด ต่อมาเมื่อ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. ได้ออกมาระบุว่า "วัดพระธรรมกายเป็นฐานของคนเสื้อแดง" ถึงจะแดงแจ๋ แต่เสียงของหมอเหวงก็เบาโหวงเหวง เพราะหมอเหวงมิใช่คนใหญ่คนโตที่มีอำนาจทางการเมือง เรื่องก็เบาความไปอีก

ครั้นวันนี้ เมื่อทนาย นปช. ออกหน้า ว่าความให้แก่พระธัมมชโย จึงเป็นเรื่องโตกว่าหมอเหวง เพราะนั่นแสดงว่า มีการส่ง "มืออาชีพ" เข้ามากู้ชีพพระธัมมชโยแล้ว จะโดยมือที่มองไม่เห็นหรือใครก็ไม่รู้ล่ะ แต่หลังสุดนี้ ทนายวิญญัติได้ว่าความให้แก่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เห็นแล้วก็ร้องอ๋อกันทั้งบาง

ที่ผ่านมานั้น เราได้เห็นการยกระดับการต่อสู้มาเป็นระยะๆ นับตั้งแต่การเล่นแง่ในทางกฎหมาย อาทิเช่น การคืนเงินให้แก่สหกรณ์คลองจั่น โดยมีสัญญาว่าทางสหกรณ์จะไม่ฟ้องร้องทั้งอาญาและแพ่ง อ้างการอ้างงาน อ้างวันเกิด ไล่มาจนถึงการใช้ "ใบรับรองแพทย์" เข้าคานอำนาจของดีเอสไอ ซึ่งคนทั่วไปก็เชื่อว่า "จรรยาบรรณแพทย์" น่าจะเป็นสิ่งสูงสุด ที่สามารถคานอำนาจเจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ แต่ความจริงแล้วยังมีสิ่งที่เหนือกว่านั้น นั่นคือ ทนายความ เพราะทนายความคือ "หมอความ" ผู้ทำหน้าที่ผ่าตัดคดีความต่างๆ ที่แม้แต่หมอผ่าตัดตามโรงพยาบาลก็ทำไม่ได้

แต่ทนายนั้นก็มีหลายทนาย หรือหลายระดับ ระดับท็อปของทนายนั้น ท่านว่าคือ ทนายการเมือง เพราะการเมืองเป็นเรื่องครอบจักรวาล ใครว่าความการเมืองได้ก็ถือเป็นโคตรทนายอะไรประมาณนั้น วันนี้ ท่านธัมมชโย ถูกส่งผ่านมาถึงมือ "ทนายการเมือง" แล้ว ก็คงเป็นมือสุดท้าย เพราะถ้าหลุดจากมือทนายไป ต่อให้เทวดาก็คงช่วยไม่ได้ แต่บอกได้คำเดียวว่า มันส์ พ่ะย่ะค่ะ !

 

 

#ดีเอสไอ : หมายจับกับความชอบธรรม "พระธัมมชโย"

โดย..วิญญัติ ชาติมนตรี

การวิพากษ์นี้ มุ่งประเด็นกรณี พระเทพญาณมหามุนี (พระธัมมชโย แห่งวัดพระธรรมกาย) ข้อเขียนนี้เป็นการตั้งข้อสังเกต จากกรณีที่ศาลอาญาได้ออกหมายจับ ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ไปโดยมีการไต่สวนคำร้องที่เปิดโอกาสให้ทั้งฝ่ายเจ้าหน้ารัฐและฝ่ายของตัวแทนผู้ต้องหา คือ พระธัมมชโย ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร ซึ่งการสอบสวนคดีนี้ยังไม่เสร็จสิ้น แม้ในส่วนคดีนี้ที่ทางฝ่ายผู้ต้องหามีข้อโต้แย้งหลายประการ ตามที่ทราบกันทั่วไปในการแถลงข่าวและขอความเป็นธรรมไปบ้างแล้วนั้น จึงไม่ขอลงรายละเอียดเนื้อหาในคดี เพราะอาจจะกระทบต่อรูปคดี ซึ่งผู้เขียนไม่มีความเกี่ยวข้อง แต่ในฐานะนักกฎหมายผู้หนึ่งและต่อสู้ในทางสิทธิมนุษยชน จึงขอตั้งข้อสังเกตที่เป็นการจับตาไปยังท่าทีและแนวทางของดีเอสไอ ว่าจะดำเนินอย่างไรจึงจะเป็นการเหมาะสม และชอบธรรมเมื่อมี "หมายจับ!"

หากกล่าวถึงเหตุออกหมายจับ ตามที่ระบุไว้ใน ป.วิ.อ.มาตรา 66 ย่อมหมายความว่า ถ้าไม่มีเหตุออกหมายจับ ศาลจะออกหมายจับไม่ได้ อย่างไรก็ตาม แม้มีเหตุออกหมายจับศาลก็ไม่อาจจะไม่ออกหมายจับก็ได้ ไม่มีกฎหมายมาตราใดบังคับว่า หากมีเหตุออกหมายจับแล้วศาลต้องออกหมายจับ หากศาลเห็นว่าบุคคลนั้นไม่หลบหนีอย่างแน่นอน ศาลอาจไม่ออกหมายจับก็ได้ แม้จะมีเหตุออกหมายจับก็ตาม ซึ่งพนักงานสอบสวนก็จะต้อง "นัดหมาย" หรือออก "หมายเรียก" บุคคลนั้นต่อไป หากบุคคลนั้นไม่มาตามนัดหรือหมายเรียก พนักงานสอบสวนย่อมร้องขอให้ศาลออกหมายจับบุคคลนั้นได้ตามมาตรา 66 วรรคสอง ซึ่งศาลก็จะใช้ดุลพินิจว่าจะออกหมายจับตามคำร้องขอครั้งที่สองของพนักงานสอบสวนหรือไม่

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฎว่า ศาลอาญาได้ออกหมายจับ แต่ดีเอสไอก็ใช่ว่าจะต้องจับพระธัมมชโย เพราะเหตุว่าพระธัมมชโยไม่มามอบตัวที่ดีเอสไอภายในเจ็ดวัน หรือตามที่ขีดเส้นตายไว้ กระบวนการในทางอาญายังมีหลักการเป็นแนวทางปฏิบัติอีก จึงอยู่ว่าดีเอสไอจะใช้อำนาจของตนอย่างไร ทั้งนี้ มีข้อพิจารณาอยู่ว่า


ก.พระธัมมชโย ท่านไม่มาที่ดีเอสไอเพราะเหตุใด มีเหตุอันสมควรหรือไม่
ข. การต้องบังคับจับกุมตามหมายจับ จะกระทำด้วยความเหมาะสมแก่สถานะของพระธัมมชโย (พระภิกษุ) อย่างไร
ค. หากดีเอสไอเห็นว่าไม่มามอบตัว จะต้องใช้กำลังเจ้าหน้าที่ติดอาวุธเข้าไปจับกุมในวัดพระธรรมกาย อะไรจะเกิดขึ้น
ง. คดีนี้ เป็นเพียงขั้นตอนแรกที่ดีเอสไอจะแจ้งข้อกล่าวหาเพื่อให้โอกาสแก้ข้อหาได้เต็มที่ (ย้ำว่าขั้นตอนแจ้งข้อหา) ซึ่งในทางคดี ดีเอสไอควรต้องมีพยานหลักฐานพอสมควรและสามารถกล่าวหาพระธัมชโยได้อย่างหนักแน่น

ข้อพิจารณาดังกล่าวข้างต้น หากเทียบกับคดีที่มีพระรูปหนึ่งที่ร่วมจัดการชุมนุมทางการเมืองและถูกตั้งข้อหาร้ายแรง ศาลอาญาได้ออกหมายจับไปแล้ว แต่ยังไม่มีจับกุม จนกระทั่งมีกระแสข่าวว่า มีการถอนหมายจับในทางสอบสวนเมื่อสอบเสร็จแล้วส่งสำนวนให้อัยการคดีพิเศษยังได้รับโอกาสให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม แล้วยังไม่สั่งฟ้องต่อศาลกลับทอดเวลานานนับปีได้ ดีเอสไอและอัยการทำอย่างไร เคยมีการชี้แจงต่อสาธารณชนหรือไม่ ดังนั้นด้วยกระบวนการเช่นนี้ เกิดขึ้นภายใต้ความรับผิดชอบของดีเอสไอใช่หรือไม่

แต่อย่างไรก็ตาม กรณีกล่าวหาพระธัมมชโยนี้ ย่อมจะเป็นสิ่งที่จะสะท้อนถึงบทบาทหน้าที่ของดีเอสไอที่อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงยุติธรรม มีรัฐมนตรียุติธรรมกำกับดูแลทางด้านนโยบาย ด้านอื่นจะมีหรือไม่ไม่ใช่ประเด็นในที่นี้ นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งสะท้อนถึงการทำงานของคณะพนักงานสอบสวนได้ไม่น้อยในห้วงภาวะการเมืองและอำนาจการปกครองประเทศอย่างมีนัยยะหรือไม่ เพราะผู้คนที่สนใจ อาจมองไปถึงผู้ที่กล่าวโทษตั้งรูปคดีด้วยว่าบุคคลเหล่านั้นมีที่มาอย่างไร สอดรับกับการตั้งข้อรังเกียจของผู้ใดหรือไม่ ข้อกล่าวหาเป็นไปตามหลักกฎหมายที่เป็นฐานความผิดชัดแจ้งและมีพยานหลักฐานได้มั่นคงเพียงใด

ในทางการสอบสวนและรูปคดี ที่ผ่านมาไม่เพียงเฉพาะดีเอสไอเท่านั้น แต่รวมถึงพนักงานสอบสวนในคดีทั่วไป จะเป็นคดีดัง คดีสะเทือนขวัญ คดีการเมืองก็ตาม การกล่าวหาและการสอบสวนที่มี ก็ล้วนแต่เป็นการผลักภาระไปที่สำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งหากตั้งสมมุติฐานทางการสอบสวนมาเช่นใดพนักงานอัยการก็ต้องสั่งฟ้องตามพนักงานสอบไป แล้วสุดท้ายภาระทั้งหมดในการแก้ต่างต่อสู้คดีก็ตกแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งจากคำพิพากษาต่างๆในคดีอาญา คำวินิจฉัยและเหตุผลประกอบมักปรากฎว่าให้น้ำหนักแก่การทำงานของฝ่ายเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการไม่มีสาเหตุโกรธเคือง ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัวกับผู้ต้องหาหรือจำเลยมาก่อน และปฏิบัติหน้าที่ราชการปราศจากอคติใดๆ แล้วท้ายที่สุดพิพากษาลงโทษจำเลย คดีนี้จึงเป็นอีกคดีหนึ่งที่น่าสนใจว่า กระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศไทย จะพัฒนาไปสู่ความก้าวหน้าหรือความถดถอยไปหรือไม่ อย่าได้มองเพียงว่า ผลประโยชน์ที่อาจมีวาระซ่อนเร้นจากความขัดแย้งนี้จะตกที่ผู้ใดหรือไม่ แต่อาจต้องมองว่าประชาชนพลเมืองไทยจะต้องเผชิญกับระบบยุติธรรมที่ไม่เป็นธรรมไปอีกกี่ปีกี่สมัยกัน

วลีที่ให้ประชาชนต้องเคารพกฎหมาย มิใช่เป็นการใช้กฎหมายตามใจคนใช้ แต่สิ่งสำคัญ คือ ต้องทำให้คนใช้อำนาจตามกฎหมายน่าเคารพและเป็นที่ยอมรับได้.



ที่มา : Facebook Vinyat Chartmontree : 23 พฤษภาคม 2559

 

 

WHO IS HE ?

BUSH CZE - บุช เช

กัลยาณมิตร แซนดิเอโก้ สหรัฐอเมริกา

เคยทำหนังสือประท้วง อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

กรณีทำข่าวเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

ก่อนจะขยายวงสู่..ยูเอ็น

 

 

บุช เช (Bush Cze)

หรือที่คนไทยลาวรู้จักดีในนาม "ท้าวบัวลี" หรือท้าวลี มีนิวาสถานอยู่ในเมืองแซนดิเอโก้ รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นผู้ศรัทธาในวัดพระธรรมกาย ไม่พอใจที่เว็บไซต์ "alittlebuddha.com" ลงข่าววิจารณ์ "พระธัมมชโย" อย่างต่อเนื่อง ถึงกับทำจดหมายถึง บก.เว็บไซต์ ขู่จะนำกัลยาณมิตรมาประท้วงที่หน้าวัดไทยลาสเวกัส

 

 

ร่วมงานวัดพระธรรมกาย

 


ถวายใบประกาศเกียรติคุณแก่พระธัมมชโย ลำดับที่ 78

 

 

จดหมายประท้วงวัดไทยลาสเวกัส

จากกัลยาณมิตร บุช เช แซนดิเอโก้

 



 

 

 

จากแหล่งข่าวรายงานว่า นาย Bush Cze ผู้ประสานงานแห่งองค์การสหประชาชาติด้านสิทธิมุษยชน และ สมาชิกพรรครีพับลิกันตลอดชีพ(คณะกรรมการรีพับลิกันแห่งชาติ) ได้ทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ณ วัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี ประเทศไทย ในกรณีที่ DSI พยายามที่จะออกหมายจับพระเทพญาณมหามุนีโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

การแสดงออกของ DSI เช่นนี้เป็นที่ชัดเจนว่า ทางรัฐบาลใช้อำนาจที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และทำผิดจรรยาบรรณ ต่อพระเทพญาณมหามุนี จึงได้ดำเนินเรื่องถึง ท่าน Al Hussein หัวหน้าฝ่ายสิทธิมนุษยชนแห่งองค์กรสหประชาชาติ

โดยใจความสรุปได้ว่า

จากกรณีที่หน่วยสอบสวนพิเศษDSI (Department of Special Investigations) ได้ออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนีท่านเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ให้ไปพบตามข้อกล่าวหาคดีอาญาในวันนัดที่ ๒๕ เมษายนพ.ศ.๒๕๕๙ ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่ได้กระทำผิดใดใดดังที่ต้องสงสัย

ทั้งนี้ ท่านเจ้าอาวาสสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง เป็นโรคประจำตัว เจ็บป่วยมานาน คณะแพทย์ได้ลงความเห็นให้พักผ่อนและอยู่ในสภาวะที่ไม่ควรเดินทาง ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงได้ส่งทนายความผู้รับมอบอำนาจของพระเทพญาณมหามุนีไปยื่นหนังสือขอเลื่อนวันนัด โดยมีใบรับรองแพทย์ซึ่งมีลายเซ็นต์ของคณะแพทย์ 4 ท่าน ซึ่งทางหน่วย DSI ได้รับหนังสือร้องเรียนแล้วและยอมผ่อนปรนให้มีการเลื่อนนัดแต่ DSI ได้ดำเนินการอยู่เหนือกฎหมาย และพยายามที่จะออกหมายจับพระเทพญาณมหามุนีโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

การแสดงออกของ DSI เช่นนี้เป็นที่ชัดเจนว่า ทางรัฐบาลใช้อำนาจที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน และทำผิดจรรยาบรรณต่อพระเทพญาณมหามุนี 

วัดพระธรรมกายแห่งนี้มีสาธุชนจำนวนมาก และผมรู้สึกกริ่งเกรงในใจว่าอาจจะเกิดความโกลาหลขึ้นได้ ถ้าหาก DSI พยายามจับกุมพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) ทางสาธุชนซึ่งถูกทำร้ายจิตใจโดย DSI เหล่านั้น อาจจะมีปฏิกิริยาบางอย่าง หากทาง DSI กระทำการฝ่าฝืนกฎหมายด้วยความรุนแรง ซึ่งกระผมกลัวว่าอาจจะก่อเกิดความไม่สงบ และอาจจะทวีความรุนแรงมากขึ้น

นี้เป็นปัญหาทางการเมือง กระผมจึงปรารถนาเป็นอย่างยิ่งที่จะร้องขออำนาจของท่าน เพื่อที่จะช่วยกระชับเสริมสร้างความแข็งแกร่งในเรื่องสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรมให้แก่สังคม กระผมขอวิงวอนให้ท่านได้โปรดส่งเจ้าหน้าที่ขององค์การสหประชาชาติมายังวัดพระธรรมกาย จังหวัดปทุมธานี ประเทศไทย 

วัดแห่งนี้เน้นในเรื่องของสันติภาพโลกเป็นอย่างมาก และพยายามสนับสนุนในเรื่องสันติภาพเสมอมา อย่างไรก็ตาม หากได้รับความกดดันมากขึ้นเกินกว่าที่จะรับมือได้ ทางวัดพระธรรมกายก็จะทำหนังสือร้องต่อศาลยุติธรรมขององค์การสหประชาชาติ

กระผมได้ทำหนังสือส่งไปถึงสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ส่งหนังสือถึงองค์การสหประชาชาติ ณ สำนักงานใหญ่ นครนิวยอร์ค และมีหนังสือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมแห่งประเทศไทย

 

ลงชื่อ นาย Bush Cze

ผู้ประสานงานแห่งองค์การสหประชาชาติด้านสิทธิมุษยชน

สมาชิกพรรครีพับลิกันตลอดชีพ(คณะกรรมการรีพับลิกันแห่งชาติ

 


April 30, 2016

 Mr. Bush Cze

P.O. Box 5010

San Diego, California USA

619-888-1076

Email:czebush1994@yahoo.com : www.bushcze.com

 

His Excellency Glyn Davies US Ambassador in Thailand

95 Wireless Road Bangkok 10330

 

Dear H.E. Glyn Davies US Ambassador of Thailand

I would like to inform you about the situation that is occurring at Temple (Wat) Phra Dhammakaya in Pathumthani Province Thailand.

Address: 23/2 Moo 7, Khlong Sam Khlong Luang Pathumthani 12120. Tel. +662-524-0257 to 63

 

The Abbot Phra Thepyanmahamuni Dhammachaiyo was summoned to DSI (Department of Special Investigations) on April 25th 2016 for a crime he did not commit and is being wrongly accused for. However, due to his failing health and illness, four doctors that are caring for him have written individual doctors notes that clearly state for the abbot to rest and restrict travel as he is too weak to do so.  As a result, Phra Thepyanmahamuni Dhammachaiyo’s lawyer sent in a request to change the meeting date and the DSI (Department of Special Investigation) received and acknowledged the request, more importantly, they accepted it.  However, now the DSI (Department of Special Investigation) is going above the Law and demanding for an arrest warrant for Phra Thepyanmahamuni Dhammachaiyo for no credible reason. This action that the DSI (Department of Special Investigation) is taking is a clear act of unethical Government use of power and a clear violation of Phra Thepyanmahamuni Dhammachaiyo’s human rights.

On April 27th 2016, the DSI (Department of Special Investigation) posted official papers on the front door of Temple (Wat) Phra Dhammakaya claiming that it is considered served regardless of anyone that was supposed to be served present. Even though we were approved to meet with them on the 16th of May, they still went out of their way to serve papers illegally and violate Phra Thepyanmahamuni Dhammachaiyo’s human rights. The DSI (Department of Special Investigation) did this to make the abbot appear to be evading the meeting and is planning on using this reason to arrest him. These actions by the DSI (Department of Special Investigation) are unethical and causing the abbot’s health to worsen from the stress and fear they are forcing upon him.  The Thai media is always following the DSI (Department of Special Investigation) and every action they do. 
They are purposely creating panic amongst all of Temple Phra Dhammakaya’s members and supporters both in Thailand and around the world.

Phra Thepyanmahamuni Dhammachaiyo is promoting World Peace through meditation and teachings of Buddhism. There are some people who have been and are still trying to: violate his rights,
frame him, strip him of his title, and close down his temple by any means necessary.

As the senior adviser for Temple Phra Dhammakaya, we are fearful that this injustice will violate the Human Rights of the United Nations and go unnoticed.

This temple has many members and we fear there will be an uproar if the DSI (Department of Special Investigation) attempts to arrest Phra Thepyanmahamuni Dhammachaiyo. We have many members that are outraged by the DSI (Department of Special Investigation) and if they take action, I'm afraid there may be civil unrest and potential violence.

This is a political issue and I truly need your power to help reinforce Human Rights and Social Justice. Our temple is very focused on peace and we will do our best to keep the peace, however,
if the pressure becomes more than we can handle, we will take this to the United Nations international Court of Justice.

I have written a letter to the UN headquarters in New York City, and the Minister of Justice of Thailand.

Very Respectfully

 

ที่มา : Winnews-Dhammagaya Facesheets - เฟสบุ๊ค ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก

 

 

 

สายตรงจาก..บอสตัน

 

วันนี้ วันอาทิตย์ ที่ 22 พฤษภาคม 2559 ขณะที่วัดต่างๆ ในรัฐแมสซาจูเสตส์ กำลังจัดงานทำบุญวันวิสาขบูชาอยู่นั้น ก็มีเหล่ากัลยาณมิตร วัดพระธรรมกาย รวมตัวกันถือป้ายในที่สาธารณะ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่พระธัมมชโย

 




 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 22 พฤษภาคม 2559

 

 

THE DAY AFTER TOMORROW !

จับตา "26 พฤษภา" เกมจะออกตาไหน

ธัมมชโย "ไป-ไม่ไป" ดีเอสไอ

ถ้าไป-ไหวไหม ? ถ้าไม่ไป จะเกิดอะไร ?

 

สำนักข่าวอิศรา ระบุ หลักฐานชิ้นสำคัญ "ศาลอาญา" ตัดสินให้ "หมายจับ" แก่พระธัมมชโย เป็นเช็ค 800 ล้าน สั่งจ่าย "ตรง" จาก "สหกรณ์คลองจั่น" ถึง..พระธัมมชโย มิใช่เช็คส่วนตัวของ "ศุภชัย ศรีศุภอักษร" ก่อนจะมีการโอนต่อไปยังบุคคลที่สาม หรือพูดง่ายๆ ว่า ศุภชัยเอาเงินสหกรณ์มาถวายธัมมชโยๆ ก็รับไว้ แถมยังมีการจ่ายไปยังบุคคลอื่นๆ อีกด้วย จะอ้างว่ารู้หรือไม่รู้ ก็ต้องนำตัวมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิจารณาจากพฤติกรรม (มิใช่จากคำพูด) ซึ่งจะผิดหรือถูกก็ยังไม่มีใครรู้ เพราะศาลยังไม่ได้ตัดสิน และตราบใดที่ศาลยังไม่ตัดสิน ผู้ต้องสงสัยหรือผู้ต้องหา ก็ยังคงเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ เรื่องนี้ก็รู้กันทั่วไป แต่ธัมมชโยและบริวารกลับตีกลองร้องป่าว อ้างว่า "หลวงพ่อบริสุทธิ์" เพราะไม่ได้รับเงินเองบ้าง เพราะรับมาแล้วสร้างวัดบ้าง เพราะบวชมานานบ้าง ช่วยเหลือวัดในสามจังหวัดภาคใต้บ้าง ฯลฯ สารพัดอ้าง

 

 

 

 

เช็คสั่งจ่ายนับสิบๆ ครั้ง วงเงินสูงถึงเกือบพันล้าน ต่อเนื่องกันนานถึง 3 ปี บางวันสั่งจ่ายมากมายถึง 4 ครั้ง 400 ล้าน ถึงจะอ้างว่าไม่รู้ไม่เห็น แต่สำหรับเจ้าหน้าที่แล้ว ย่อมจะต้องตั้งข้อสังเกตว่า "มันผิดปรกติ"

 

 

ย้อนเส้นทาง "พระธัมมชโย" โชว์เช็ค 316 ล้าน มัดได้รับเงินจากสหกรณ์คลองจั่นฯ ก่อนศาลออกหมายจับคดีร่วมกันฟอกเงิน-รับของโจร จับตา 26 .. เข้าชี้แจงดีเอสไอหรือหนี

 

งวดเข้าไปทุกขณะแล้ว สำหรับคดีการฉ้อโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่อยู่ในมือการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งปัจจุบันรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบเส้นทางการเงินไปได้เกือบเสร็จสิ้นแล้ว

แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ตัวละครสำคัญที่เข้าไปเกี่ยวโยงในคดีนี้ และได้รับการจับตาจากสาธารณชนอย่างมากคือ "พระเทพญาณมหามุนี" หรือพระไชยบูลย์ สุทธิผล (พระธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานะผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร

กระทั่ง ศาลอาญา ได้อนุมัติหมายจับพระธัมมชโย ตามการร้องขอของดีเอสไอแล้ว หลังร้องขอไปถึงสองครั้ง แต่ครั้งแรกได้รับการปฏิเสธ โดยดีเอสไอขีดเส้นให้พระธัมมชโยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 26 .. 2559 แต่หากไม่เข้ามาพบในวันดังกล่าว ดีเอสไอ ยืนยันว่า จะมีการเข้าไปจับกุมภายในวัด และคัดค้านการประกันตัวอย่างแน่นอน
 

ท่ามกลางกระแสต่อต้านจาก "ลูกศิษย์" วัดพระธรรมกายอย่างล้มหลาม แม้แต่การรายงานข่าวของสื่อมวลชน เมื่อถูกนำไปโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พบว่า มีบรรดาลูกศิษย์ลูกหาเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมาก

ล่าสุด ฝ่ายวัดพระธรรมกายยังไม่ยอมแพ้ โดยพระนพดล สิริวโส แห่งวัดพระธรรมกาย เตรียมเชิญชวน "ผู้มีจิตศรัทธา" ร่วมลงชื่อในหน้าเว็บไซต์ของทำเนียบขาวให้ได้ 1 แสนรายชื่อ เพื่อให้ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา "บารัค โอบามา" ช่วยเหลือ !

อ้างโยงไปถึงเรื่องการเมือง ทั้งที่กรณีนี้ถูกตรวจสอบจากกรณีของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่ยักยอกเงินของสหกรณ์ฯโอนให้เครือข่ายต่างๆ กว่าหมื่นล้านบาท และปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีการโอนเงินให้กับพระธัมมชโย และวัดธรรมกาย ด้วยอย่างไร ?

 

สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org สรุปให้สาธารณชนรับทราบอีกครั้ง ดังนี้

ภายหลังมีการตรวจสอบคดียักยอกทรัพย์สินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นกว่าหมื่นล้านบาทเกิดขึ้น มีสองหน่วยงานรัฐเข้าไปตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ได้แก่ ดีเอสไอ เข้าไปตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีอาญากับบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าไปตรวจสอบเส้นทางการเงินที่นายศุภชัยกระจายให้กับเครือข่ายต่างๆ

โดยดีเอสไอ ตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่วันที่ 5 มี.. 2552-15 .. 2554 พระธัมมชโย วัดพระธรรมกาย รวมถึงเครือข่ายวัดพระธรรมกาย รับเช็คจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น รวม 21 ครั้ง เป็นเงิน 1,205,160,000 บาท โดยไม่มีมูลหนี้กับสหกรณ์ฯ

ส่งผลให้ดีเอสไอ พิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ดังกล่าวของพระธัมมชโยกับพวก อาจมีส่วนเป็นผู้สนับสนุนนายศุภชัยและเครือข่าย ในการยักยอกทรัพย์ของสหกรณ์ฯ หรือสนับสนุนให้ลักทรัพย์นายจ้าง หรือรับของโจร รวมถึงมีความผิดฐานฟอกเงิน และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตได้

จึงแจ้งข้อกล่าวหาและออกหมายเรียกให้เข้ามาชี้แจงกับดีเอสไอในทันที แต่พระธัมมชโยก็ไม่ดำเนินการตามนั้น โดยส่งทนายมาแทนพร้อมอ้างว่า "อาพาธ" เนื่องจากเท้าซ้ายมีอาการบวม พร้อมโชว์ภาพให้ดีเอสไอดู แต่น่าสังเกตว่า ภาพดังกล่าวไม่เห็นหน้าของพระธัมมชโยแต่อย่างใด

ขณะที่ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า นายศุภชัย สั่งจ่ายเช็คของสหกรณ์ฯ โอนเข้าบัญชีโดยตรงของพระธัมมชโยกว่า 800 ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ยังไม่รวมที่ดินโดยมีผู้รับบริจาค 3 ส่วน คือ วัดพระธรรมกาย พระธัมมชโย และพระปลัดวิจารณ์ (พระวัดพระธรรมกาย) ด้วย

ปปง. พบอีกว่า หลังจากนำเช็คเข้าบัญชีเรียบร้อยพระธัมมชโยได้สั่งจ่ายเช็คเข้ามูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ส่วนเช็คที่เหลือที่ฝากเข้าบัญชีวัดพระธรรมกาย ได้นำไปใช้ก่อสร้างอาคารที่ตั้งอยู่บนที่ธรณีสงฆ์ ขณะที่เช็คที่เข้าบัญชีเงินฝากของพระธัมมชโยอยู่ระหว่างที่ ปปง. ดำเนินคดีทางแพ่ง ส่วนเช็คที่เข้าบัญชีพระปลัดวิจารณ์นั้น มีการปิดบัญชีไปแล้ว ไม่สามารถติดตามเส้นทางเงินต่อไปได้ เพราะถูกถอนเป็นเงินสด
 

ไม่ว่าข้อเท็จจริงของดีเอสไอ และ ปปง. จะเป็นอย่างไร ?

 

แต่มีหลักฐาน เชิงประจักษ์เป็นเช็คที่ถูกสั่งจ่ายจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ลงนามโดยศุภชัย ให้วัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย (พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ขณะนั้น) โดยตรงอย่างน้อย 4 ใบ รวมวงเงินกว่า 316,780,000 บาท

ดังนั้นสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังวันที่ 26 .. 2559 (วันที่ดีเอสไอขีดเส้นให้พระธัมมชโยเข้ารับทราบข้อกล่าวหา) อาจเกิดขึ้นได้ 3 ประการ ดังนี้

หนึ่ง พระธัมมชโย เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอที่ สำนักงานดีเอสไอ พร้อมกับชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่างๆ โดยดีเอสไอยืนยันว่า ถ้าดำเนินการตามแนวทางนี้ จะไม่คัดค้านการประกันตัวต่อศาล

สอง พระธัมมชโย ไม่เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา แต่อ้างว่า อาพาธอย่างที่เคยอ้างมาตลอด ซึ่งดีเอสไอจำเป็นต้องดำเนินการตามหมายจับ คือ เข้าไปวัดพระธรรมกาย เพื่อดำเนินคดีกับพระธัมมชโย และส่งตัวให้ศาล พร้อมกับคัดค้านการประกันตัวต่อศาล

สาม พระธัมมชโย อาจเดินทางหลบหนีไปลี้ภัยอยู่ต่างประเทศ ซึ่งต้องไม่ลืมว่าในต่างประเทศมีวัดที่เป็นเครือข่ายวัดพระธรรมกายอยู่หลายแห่ง ?

 

แต่ท้ายสุดจะออกมาในรูปแบบไหน ต้องติดตามกันต่อไปอย่ากระพริบตา !

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา : 21 พฤษภาคม 2559

 

 

ชั้นดาวดึงส์-ห้องปลอดเชื้อ

สถานที่ปลอดภัยสำหรับท่านธัมมชโย

 

 

เพื่อให้กระบวนการทางกฎหมาย สามารถดำเนินไปได้ด้วยความเรียบร้อย พระเทพญาณมหามุนี จะได้มีหนังสือแจ้งไปทางราชการว่า ท่านได้รับทราบเรื่องหมายจับแล้ว และขณะนี้ท่านพักรักษาตัวอยู่ที่วัดพระธรรมกาย

จึงแจ้งมายังเจ้าพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้เดินทางมาแจ้งข้อกล่าวหาได้ ในวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2559 โดยไม่ต้องรอถึงเส้นตาย วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 ตามที่ดีเอสไอได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อไว้

ทางวัดจะอำนวยความสะดวกให้อย่างเต็มที่ ทั้งพนักงานสอบสวน อัยการที่ปรึกษา และคณะสื่อมวลชนที่จะมาทำข่าว โดยไม่มีมวลชนมาขัดขวางใดๆ ทั้งสิ้น

วัดพระธรรมกาย
22 พฤษภาคม 2559

 


 

 

หางเลข !

 

โฆษกธรรมกายโดนข้อหาหมิ่นเจ้าหน้าที่

ดีเอสไอเตรียมดำเนินคดีพรุ่งนี้

 

 

ดีเอสไอนัดถกคดี ธัมมชโย” 23 พ.ค.นี้ เตรียมตรวจสอบถ้อยแถลง "โฆษกวัดพระธรรมกาย" เข้าข่ายหมิ่นเจ้าพนักงาน-ละเมิดอำนาจศาลหรือไม่

เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2559 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 พ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พนักงานอัยการ และที่ปรึกษาคดีพิเศษ จะมีการประชุมหารือเพื่อพิจารณาเรื่องใบรับรองแพทย์ และเวชระเบียนการรักษาอาการอาพาธของพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ซึ่งเป็นใบรับรองแพทย์ที่ออกให้โดยรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี ซึ่งไม่ใช่เอกสารที่ออกมาจากระบบราชการที่ถูกต้อง โดยคณะพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบว่าใครบ้างที่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังจะหารือถึงถ้อยคำของโฆษกวัดพระธรรมกาย ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนด้วยว่า มีถ้อยคำหรือสิ่งใดบ้างที่อาจเป็นการหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน หรือละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ พระธัมมชโยได้ถูกศาลออกหมายจับแล้ว ดังนั้น ควรจะเข้ามาสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะก่อนหน้านี้คณะพนักงานสอบสวนได้ให้เวลาพอสมควรแล้ว อีกทั้ง การที่ออกมาชี้แจงแบบนี้อาจทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้ ดังนั้น คณะพนักงานสอบสวนก็จะมีการพิจารณาดำเนินการในส่วนนี้ด้วย

 

ข่าว : มติชน : 22 พฤษภาคม 2559

 

ครั้งสุดท้าย !

 

รมว.ยุติธรรมให้โอกาสธัมมชโย

หากเลยเส้นตายก็ต้องจับ เพราะมีหมายจับ

แต่ไปแล้ว ถ้าไม่ยอมให้จับ ก็ไม่จับ

 

 

แสดงว่าภาพนี้คงไม่มีโอกาสเห็นอีกแล้ว

 

ให้โอกาสธัมมชโย ! บิ๊กต๊อกลั่นเบี้ยวนัดบุกรวบตัวตามหมาย

 

อธิบดีดีเอสไอเผยเตรียมประชุมจันทร์นี้ ถกฟ้องกลับวัดพระธรรมกายแถลงข่าวหมิ่นฯดีเอสไอ ปมลูกศิษย์ "ธัมมชโย" จ้อความเคลื่อนไหว ยันความบริสุทธิ์ ด้าน "บิ๊กต๊อก" เผยให้โอกาสเข้ามอบตัว ชี้หากไม่มาก็จับตามหมาย เชื่อไม่วุ่นวาย

เมื่อวันที่ 22 พ.ค.59 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกำหนดการให้ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้ารับทราบข้อหาสมคบฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร กรณีรับเช็คบริจาคจาก นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น จำกัด ภายในวันที่ 26 พ.ค.นี้ ว่า ยังไม่ได้รับการประสานว่าจะมีการเข้ามอบตัวภายในกำหนดนัดหรือไม่ แต่เบื้องต้นมีการสอบถามเกี่ยวกับหลักทรัพย์ประกันตัว ทั้งนี้ หากเข้ามอบตัวดีเอสไอยืนยันจะอำนวยความสะดวก และให้ความเป็นธรรมตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยในวันที่ 23 พ.ค.นี้ พนักงานสอบสวนจะประชุม ซึ่งจะมีการหารือถึงประเด็นที่มีการออกใบรับรองและเวชระเบียนการรักษาอาการอาพาธของ พระธัมมชโย ที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะใบรับรองแพทย์จากแพทย์ รพ.ค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี ที่ต้นสังกัดระบุชัดว่าเป็นเอกสารที่ออกไม่ถูกต้อง ว่ามีผู้เกี่ยวข้องเป็นใครบ้าง เพื่อดำเนินการกับผู้กระทำผิด

ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เมื่อถึงกำหนดตามที่ดีเอสไอนัดเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ภายในวันที่ 26 พ.ค.นี้แล้ว พระธัมมชโย ไม่มาตามนัด เจ้าหน้าที่ต้องนำหมายจับเข้าไปที่วัดพระธรรมกาย โดยเป็นการปฏิบัติเหมือนกับการจับกุมบุคคลตามหมายจับทั่วไป ไม่มีอะไรพิสดาร สังคมอาจกังวลกันไปล่วงหน้าว่าอาจจะมีม็อบขัดขวางเจ้าหน้าที่ ซึ่งการคาดเดาดังกล่าวอาจไม่เป็นธรรมกับฝ่ายพระ ขณะนี้ตนยังมั่นใจว่าพระจะให้ความร่วมมือและจะไม่เกิดเหตุกระทบกระทั่ง เพราะวัดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและสถานที่ถือศีล ไม่ควรเกิดเหตุหรือมีพฤติกรรมร้ายแรงอื่นๆ เกิดขึ้น ในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันได้ว่า จะไม่ดำเนินการในลักษณะดันทุรัง หรือทำให้เกิดความเสียหาย ไม่จำเป็นต้องจัดปฏิบัติการล้อมจับ เพราะไม่ใช่คดียาเสพติด หากเข้าไปแล้วพบพฤติการณ์บ่งบอกถึงความไม่ร่วมมือ ก็ลงบันทึกและถ่ายรูปเป็นหลักฐานแล้วเดินทางกลับ ท้ายที่สุดเมื่อไม่ได้ตัวผู้ต้องหาก็สามารถสรุปสำนวนสั่งฟ้องคดี เพื่อให้ศาลพิจารณาไปตามกระบวนการยุติธรรม

 

ภาพ : คมชัดลึก ข่าว : ไทยรัฐ : 22 พฤษภาคม 2559

 

เกทับ !

 

ธัมมชโยเรียกร้องดีเอสไอไปหาที่วัด

ก่อน..เส้นตาย !

แต่ให้ตายหลวงพ่อก็ไม่ไปดีเอสไอ

 

อา..จะเรียกว่าอะไรดีเอ่ย พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสหรือ หรือว่าเป็นการสร้างวิกฤตซ้อนวิกฤต เพื่อให้เกิดวิกฤตทั้งสองฝ่าย หมายถึงว่า ไม่ยอมถูกดีเอสไอต่อยข้างเดียว แต่ทางธรรมกายก็ระดมพลออกอาวุธหนักเบาถี่ยิบยาวไปถึงทำเนียบขาวโน่น ถ้าคิดว่าหลวงพ่อเป็นแค่พระอธิการไชยบูลย์เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายละก็ คุณคิดผิดแล้ว การประกาศ "เชิญดีเอสไอ" ให้มาหาที่วัดพระธรรมกายก่อนเส้นตายในวันที่ 25 นี้ ถือว่าเป็น "เส้นตาย" ที่ธัมมชโย "ขีดขึ้น" เหนือกฎหมาย ซึ่งมองยังไงก็มีค่าเท่าเดียวกัน นั่นคือ ไม่ไปดีเอสไอ แต่การจะเรียกร้องให้มา "หลังเส้นตาย" จึงเป็นการผิดกฎหมาย ธัมมชโยผู้ปราดเปรื่องในไตรโลก จึงชิงออกอาวุธโดยการประกาศ "ให้ดีเอสไอมาหาก่อนเส้นตาย" พูดง่ายๆ ว่า "พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม" แต่ "ไม่พร้อมไปดีเอสไอ" ทำนองไม่นับดีเอสไอว่าเป็นหนึ่งในกระบวนการยุติธรรม เพราะทางธรรมกายได้ตราหน้าดีเอสไอว่ากลั่นแกล้งธัมมชโยไปล่วงหน้าแล้ว ถ้าตัวเองยังขืนไปหาดีเอสไอ ทั้งๆ ที่ตราหน้าเขาว่าไม่ยุติธรรม ก็แสดงว่าตัวเองยอมรับความไม่ยุติธรรมเสียเอง ทำนองนั้น

ดังนั้น จึงสรุปได้เลยว่า วันที่ 26 พฤษภาคม ศกนี้ ไม่มีพระธัมมชโยที่ดีเอสไอแน่นอน ส่วนการที่ธัมมชโยเรียกร้องให้ดีเอสไอไปหาที่วัดนั้น เด็กอมมือก็รู้ว่า..เป็นไปไม่ได้ !

 

 

ภาพล่าสุดของธัมมชโย ถือว่าเป็นภาพที่ตั้งใจปล่อย

 

 

แต่ภาพนี้..ภาพหลุดฮ่ะ !

 

 

ที่มา : สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย : 22 พฤษภาคม 2559

 

 

 

 

 

จดหมายผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัย "ปาราชิก" ธัมมชโย

กดที่ภาพเพื่อชม

 

ข่าวเจ้าคุณเสนาะมรณภาพ

 


 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

 

 

 

อ่านข่าวเก่า ที่เคยนำเสนอใน อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557 : 2558 : 2559

 

 

 

 

 

 

มุมมองของพระมหานรินทร์

 


ของฝากจากอินเดีย

พระประธานบนชั้นสองของพระมหาเจดีย์พุทธคยา

 

 

 

ไหว้สาครูบากุศล

 


 

90 ปี หลวงพ่อพระราชภาวนาวิมล

เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

 

 

AND MORE.. กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความอื่นๆ

 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

กดที่ภาพเพื่อเข้าชมนานาสาระ จาก อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

 

เรายินดีน้อมรับความเห็นและคำแนะนำจากทุกท่าน

EDITER : PEESANG2555@HOTMAIL.COM

 


ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DR. LAS VEGAS NV 89121 U.S.A. 702-384-2264