LAST UPDATE : APRIL 19  2015  06:00 A.M.  PACIFIC TIME

 

 

 

กำหนดการสอบบาลีสนามหลวง ครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 

ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในคณะสงฆ์ภาค 7 และคณะจังหวัดเชียงใหม่

บทความวิเคราะห์ โดย..พระมหานรินทร์ นรินฺโท

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

ฤาจะถึงเวลา "ปลดแอก" พระต่างถิ่น

 

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน


 

 

เก้าอี้เจ้าคณะภาค 12 ร้อนฉ่า !

มือดีชิงดำเจ้าคุณสุรชัย

ใครจะได้คุมหลวงพ่อโสธร ?

 

 

 

24 สิงหาคม 2557 กลางพรรษาที่ผ่านมา เริ่มต้นคดีประวัติศาสตร์ระดับ "ช้างล้ม" เมื่อ "อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม" คอนเฟิร์มแหล่งข่าวแล้ว พาดหัวข่าวตัวโตเตะตาว่า "ภูเขาทองระเบิด ข่าวดังลั่นทุ่ง เจ้าคุณเสนาะปลดเจ้าคุณธงชัย เล่นหนักแจ้งจับข้อหาโกงเงินวัด" แถมด้วยเนื้อข่าวอีกนิดหน่อย ปล่อยให้ผู้ชมเข้าเช็คข้อมูลเอาเอง ที่..เฟสบุ๊ค "ตีแผ่ความจริง คนไร้คุณธรรม ไร้ความเป็นผู้นำ" ซึ่งไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ แต่เนื้อหาทั้งดุ้นนั้นเจาะจงถวาย..พระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เจ้าคณะภาค 12 กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าคุณเสนาะคือผู้ยิ่งใหญ่แห่งคณะสงฆ์ไทย เพราะเคยดำรงตำแหน่ง "เลขานุการ" สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 

พระพรหมสุธี
(เสนาะ ปญฺญาวชิโร ป.ธ.6)
อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ
อดีตเจ้าคณะภาค
12 อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม
และอดีตประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

 

คดีลากยาวข้ามปี จนกระทั่งวันที่ 15 มกราคม 2558 ก็มีลิขิตสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีบัญชาให้ "พระพรหมสุธี-เสนาะ ปญฺญาวชิโร" พ้นจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคม อันเทียบได้กับตำแหน่งรัฐมนตรีของคณะสงฆ์ไทย จากนั้นก็เริ่มเกมไพ่โดมิโน เรียกตามภาษานักธรณีวิทยาว่า "อาฟเตอร์ช็อก" เจ้าคุณเสนาะถูกปลดระนาว ไล่ตั้งแต่ สั่งพักตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ พักตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 และถูกปลดออกจากตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นตำแหน่งสุดท้าย แต่ก็ยังมี "สุดท้ายของสุดท้าย" อีก เมื่อเจ้าคุณเสนาะตัดสินใจ "ลาออก" จากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ในวันที่ 10 เมษายน 2558 ถึงจะยังไม่ได้ลาออกจากตำแหน่ง "เจ้าคณะภาค 12" ก็เหมือนลาออกโดยอัตโนมัติ เพราะฐานที่มั่นอะไรไม่เหลือแล้ว แม้แต่ตำแหน่ง "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ" ก็ไม่ได้เป็น เพราะเพิ่งจากลาออกจากเจ้าอาวาส ดังนั้น ตำแหน่ง "เจ้าคณะภาค 12" จึงต้องหาคนมาดำรงตำแหน่งแทน

ผู้คนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับตำแหน่ง "เจ้าอาวาสวัดสระเกศ กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ" อาจจะมองข้ามความสำคัญของ "เจ้าคณะภาค 12" ไป แต่ความจริง นอกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวงแล้ว ตำแหน่งเจ้าคณะภาคนี่แหละ ที่เป็นฐานการเมืองชั้นดี ใครไม่มีตำแหน่งนี้ไว้เป็นฐาน ก็เหมือนคนหลักลอย เหมือนนายทหารไม่ได้คุมกำลังพล เป็นแต่เพียงนายทหารธุรการหรือจเร ถึงจะเท่ห์แต่ก็..กินไม่ได้

ในบรรดาภาคต่างๆ ของคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ซึ่งแบ่งออกเป็น 18 ภาคแล้ว ถ้าจะเรียงลำดับความสำคัญก็คงต้องเริ่มจาก ภาค 1 ซึ่งคุมกรุงเทพเมืองหลวง และบริวาร (นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ) ภาค 7 ซึ่งคุมเชียงใหม่ หัวเมืองเหนือและบริวาร (ลำพูนและแม่ฮ่องสอน) ภาคสำคัญอันดับ 3 ก็น่าจะเป็น "ภาค 12" อันควบคุมบังคับบัญชาพระสงฆ์ใน 4 จังหวัด ได้แก่ ปราจีน นครนายก ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ถึงแม้ว่าจังหวัดเหล่านี้จะมิใช่จังหวัดใหญ่ แต่ในเขตจังหวัดฉะเชิงเทรานั้น มีวัดสำคัญระดับประเทศอยู่วัดหนึ่ง วัดนั้นคือ วัดโสธรวราราม อันมีหลวงพ่อโสธร พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่ผู้คนนิยมไปบนบานกันมากที่สุดในประเทศไทย ส่งผลให้วัดหลวงพ่อโสธรกลายเป็นวัดมีรายได้มหาศาล แน่นอนว่าต้องรวยกว่าใครในไทยแลนด์ และนี่คือความสำคัญที่บรรดาผู้มีอำนาจทางคณะสงฆ์ในประเทศไทยพยายามเข้าไปครอบครอง ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ทางอ้อมก็คือ ได้เป็นผู้ปกครอง บังคับบัญชา ในระดับเบื้องสูงขึ้นไป อันได้แก่ เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะหน รวมทั้งกรรมการมหาเถรสมาคม ทางตรงก็คือ เข้าไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสเอง หรือส่งคนของตนเองเข้าไปดำรงตำแหน่ง เพื่อรักษาผลประโยชน์มหาศาลในอารามแห่งนี้เอาไว้

หากสังเกตการ "ยึดครองทำเลทอง" ของผู้มีอำนาจในอดีต ก็จะพบว่า

วัดชนะสงคราม สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (นิยม ฐานิสฺสโร) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ส่งเจ้าคุณประกอบ (พระพรหมกวี) ไปดำรงตำแหน่งวัดกัลยาณมิตร อันมีหลวงพ่อโตซำปอกงประดิษฐานอยู่ วัดนี้ก็มีเงินระดับพันล้าน

วัดสระเกศ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ส่งเจ้าคุณเสนาะ (พระพรหมสุธี) ไปรักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธร นานถึง 5 ปี เมื่อลุกจากเก้าอี้รักษาการ ก็เอาหลวงตาประยงค์ (พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์) จากวัดท่าสะอ้าน ซึ่งว่านอนสอนง่าย ให้เข้ามาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามแทน ทั้งๆ ที่ภายในวัดก็ยังมีพระเจ้าคุณอยู่ แต่อำนาจที่เหนือกว่าเขาจะเอาอย่างนี้ เมื่อมีกระแสต่อต้านภายในวัด คำสั่ง "พักงาน 7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธร" อันพิลึกพิลั่น จึงตามมา เห็นไหมว่า อำนาจและเงินตรานั้นทำได้ทุกอย่าง

เจ้าคุณเสนาะนั้น ดำรงตำแหน่ง "เจ้าคณะภาค 12" จึงถือว่าคุมวัดโสธรในอำนาจอยู่แล้ว แต่เมื่อได้ลงมารักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธรอีก ก็เท่ากับคุมทั้งข้างบนข้างล่าง และเพื่อประกันฐานอำนาจไว้อีกชั้นหนึ่ง จึงตั้งให้ "พระราชปัญญาโสภณ (สุรชัย สุรชโย ป.ธ.7)" เด็กปั้นในวัดสระเกศ ให้เข้ามาดำรงตำแหน่ง "รองเจ้าคณะภาค 12" และเมื่อเจ้าคุณเสนาะถูกพักงานจากเจ้าคณะภาค 12 ในวันที่ 17 มกราคม 2558 เจ้าคุณสุรชัยจึงได้ขึ้นรักษาการแทน ซึ่งหมายถึงว่า อำนาจยังอยู่ในมือเจ้าคุณเสนาะ เพราะเจ้าคุณสุรชัยเป็นเด็กของเจ้าคุณเสนาะนั่นเอง

เมื่อตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 ว่างลงในวันนี้ สายตาผู้คนจึงจับจ้องไปที่ "เจ้าคุณสุรชัย" ว่าจะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 หรือไม่ ?

 

พระเทพรัตนมุนี
(สุรชัย สุรชโย ป.ธ.7)
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ  รักษาการเจ้าคณะภาค
12

 

หากมองด้วยสายตาปรกติ ว่าโดยอายุพรรษา ตำแหน่ง และสมณศักดิ์แล้ว เจ้าคุณสุรชัยก็น่าจะได้ขึ้นเป็นเจ้าคณะภาค 12 เพราะปัจจุบัน เจ้าคุณสุรชัยมีอายุ 50 พรรษา 28 วิทยฐานะ น.ธ.เอก ป.ธ.7 ดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะภาค 12 มาหลายปี และเพิ่งจะได้เลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็น "พระเทพรัตนมุนี" เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา ถือว่าผ่านเกณฑ์เจ้าคณะภาคสบายๆ

แต่เจ้าคุณสุรชัยกลับติดปัญหา "คาบลูกคาบดอก" ว่าด้วยคุณสมบัติทั้งด้านอายุพรรษา-อายุงาน-สมณศักดิ์ และที่สำคัญก็คือ "สายสัมพันธ์" กับเจ้าคุณเสนาะในอดีต

เรื่องอายุพรรษานั้น ถ้าเทียบกับ "มหาสายชล" เด็กปั้นของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ซึ่งดันขึ้นเป็นเจ้าคณะภาค 1 ขณะอายุเพียง 45 ปี ข้อนี้เจ้าคุณสุรชัยได้เปรียบเยอะ

อายุงานก็เช่นกัน เจ้าคุณสุรชัยเป็นรองภาค 12 มาหลายปี จึงไม่มีปัญหาเหมือนมหาสายชล

สมณศักดิ์ ก็อยู่ชั้นเทพ เทียบกับมหาสายชลซึ่งเป็นเพียงชั้น "สามัญ" แต่ได้กินภาค 1 จึงถือว่าเหนือชั้นอีก (แต่ตรงนี้ก็ยังมีตำหนิอยู่ว่า เจ้าคุณสุรชัยได้ชั้นเทพ เพราะแรงดันของเจ้าคุณเสนาะก่อนสิ้นอำนาจ หากไม่มีเจ้าคุณเสนาะ ก็เชื่อว่าน่าจะยังอยู่ชั้นราช)

ก็สรุปว่า เจ้าคุณสุรชัยติดอยู่เรื่องเดียวคือ เป็นเด็กของเจ้าคุณเสนาะ แถมเจ้าคุณเสนาะก็เพิ่งจะหมดบุญเอาเมื่อวานนี้เอง อย่างเจ้าคุณสายชลหรือเจ้าคุณเสนาะนั้น ที่เติบใหญ่ได้ก็เพราะมี "ผู้ใหญ่หนุนหลัง" ระดับสมเด็จและเจ้าคณะหน ผู้คนจึงไม่กล้าทักท้วง แต่ผู้ใหญ่ของเจ้าคุณสุรชัยในวันนี้ไม่มี หรือมีก็ไม่เหมือนมหาสายชล ผู้คนจึงมองด้วยใจระทึกว่า จะไปถึงดวงดาวหรือเปล่า ?

กลับกัน สายตาหลายคู่ยังมองด้วยซ้ำไปว่า เมื่อพี่ใหญ่คือเจ้าคุณเสนาะ พ้นจากภาค 12 ไปแล้ว น้องรองคือเจ้าคุณสุรชัยก็น่าจะพ้นตามไปด้วย เพราะเป็นทีมงานเดียวกัน แต่อีกสายตาหนึ่งก็มองว่า อย่าไปเหวี่ยงแหแบบนั้น ใครผิดก็ควรว่าไปตามผิด เขาไม่ผิดจะให้รับผิดได้อย่างไร ?

คุณสมบัติของเจ้าคุณสุรชัย ยังถูกนำมาเปรียบเทียบกับ "ความยิ่งใหญ่" ของภาค 12 ซึ่งถือว่าเป็นเขตอิทธิพล "อันดับ 1" ในหนตะวันออก แน่นอนว่า หากเจ้าคุณสุรชัยได้ขึ้นเป็นเจ้าคณะภาค 12 ก็จะกลายเป็นเจ้าคณะภาคทรงอิทธิพล เป็นอันดับที่ 3 ของประเทศไทยไปทันที

แต่ลองสำรวจดูทั่วไทยสิว่า ในบรรดาภาคต่างๆ อีก 15 ภาคนั้น ยังมีผู้ใหญ่ในระดับ "รองสมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะชั้นธรรม และกรรมการมหาเถรสมาคม" ครองอยู่อีกหลายรูป ซึ่งแต่ละรูปก็มีอำนาจวาสนา "สูงส่งกว่า" เจ้าคุณสุรชัยมากมายนัก ถึงขนาด "ชี้เป็นชี้ตาย" อนาคตของเจ้าคุณสุรชัยได้ด้วย ดังนั้น ผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้นจะยอมให้เจ้าคุณสุรชัย อดีตเด็กปั้นของเจ้าคุณเสนาะขึ้นเป็นเจ้าคณะภาค 12 มีอำนาจวาสนามากกว่าตัวเองอย่างนั้นหรือ

ไม่ต้องดูอื่นไกล แค่ "พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ)" ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้านายสายตรงของเจ้าคุณสุรชัยในวันนี้ ก่อนหน้านั้น เจ้าคุณธงชัย มีบุญน้อยกว่าเจ้าคุณเสนาะ จึงได้ไปกินภาค 10 ในเขตอีสานใต้ มีอุบลราชธานีเป็นหัวเมืองหลัก แต่ ณ วันนี้ เจ้าคุณเสนาะสิ้นอำนาจ เจ้าคุณสุรชัยต้องหันมาซบเจ้าคุณธงชัยในฐานะเจ้าอาวาสวัดสระเกศ แล้วเจ้าคุณธงชัยจะยอมให้เจ้าคุณสุรชัยเป็น "เจ้าคณะภาค 12" ซึ่งใหญ่กว่า ภาค 10 ของตัวเอง อย่างนั้นหรือ มันคงไม่มีประเพณีที่ไหนกระทำกันแน่

 

สมเด็จพระพุฒาจารย์
(สนิท ชวนปญฺโญ ป.ธ.
9)
เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก

 

มองไปที่ "ผู้ใหญ่สูงสุด" ในเขตอีสานหรือหนตะวันออกนั้น ปัจจุบัน สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปญฺโญ) วัดไตรมิตร ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก บังคับบัญชาเจ้าคณะภาคทุกภาคในหนตะวันออก รวมทั้งภาค 10 และ 12 ซึ่งในวัดไตรมิตรนั้น พระเทพมุนี (เก็ง อาสโภ ป.ธ.9) ได้เป็นเจ้าคณะภาค 8 ควบคุมคณะสงฆ์ในจังหวัดอุดรธานี หนองคาย เลย สกลนคร และหนองบัวลำภู ดูยังไงก็สู้ภาค 12 ไม่ได้ แต่ตอนนั้นวัดไตรมิตรยังไม่มีอำนาจเหมือนปัจจุบัน จึงต้องให้ผู้ใหญ่เขาเลือกเอาเขตสำคัญๆ ไปครองก่อน มาวันนี้ วัดไตรมิตรได้เป็นเจ้าคณะหน ขณะที่วัดสระเกศเหลือแค่เจ้าคณะภาค 10 กับรักษาการเจ้าคณะภาค 12 อำนาจต่อรองจึงไม่มี

ทีนี้ว่า เมื่ออำนาจ "ชี้ขาด" ในตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 อยู่ในมือของสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตร แล้วเรื่องอะไรวัดไตรมิตรจะยกให้วัดสระเกศไปครอง ถ้าทำแบบนั้นก็แสดงว่าวัดไตรไม่เป็นมวย ! ดูตัวอย่าง เมื่อเจ้าคณะภาค 10 ว่าง สมเด็จเกี่ยวก็ส่ง "เจ้าคุณธงชัย-วัดสระเกศ" ข้ามห้วยไปดำรงตำแหน่งทันที เมื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ้างปัญหาสุขภาพ ขอลาออกจากเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ก็เสนอ "เจ้าคุณวิเชียร" เข้าเสียบแทนทันที พอเจ้าคุณวิเชียรได้เป็นหนเหนือ ก็ดึงมหานิกร เลขาภาค 7 เก่าของตัวเอง (เจ้าคุณวิเชียร) เข้าแถวในตำแหน่งรองเจ้าคณะภาค 7 เตรียมความพร้อมให้เป็นเจ้าคณะภาค 7 ในอนาคต ปลายปีนี้ก็เลื่อนให้เป็น "ชั้นราช" ก่อน ไม่มีใครยอมใครอยู่แล้วในเรื่องแบบนี้ เป็นประเพณีปฏิบัติของคณะสงฆ์ไทยในเบื้องบน ที่ใช้ระบบ "แบ่งแยกแล้วปกครอง" แบ่งประเทศไทยออกเป็นหนกลาง หนเหนือ หนใต้ หนตะวันออก ยึดครองเป็นเขตอำนาจ "ของใครของมัน" ทำกันมาจนเป็นอาจิณกรรม มาบัดนี้ ถึงทีสมเด็จฯวัดไตรมิตรแล้ว โอกาสทองมาถึงแล้ว จะกินเองหรือจะยกให้คนอื่นไปกิน ?

 

 

 

พระพรหมมังคลาจารย
(ธงชัย ธมฺมธโช ป.ธ.
6)
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม
ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8

 

ถามว่า ในวัดไตรมิตร มีพระราชาคณะที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับตำแหน่งเจ้าคณะภาคไหม ? หมายถึงว่าที่ยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค คำตอบก็คือ มี ที่ว่านี้คือ พระพรหมมังคลาจารย์ หรือเจ้าคุณธงชัย ซึ่งว่ากันว่าเป็นพระรวยที่สุดในกรุงเทพมหานคร แถมยังเข้าวังบ่อยที่สุดอีกด้วย

จะว่าไปแล้ว เจ้าคุณธงชัย "มีพร้อมทุกด้าน" ไม่ว่าจะด้านอายุพรรษา วิทยฐานะ วาสนาบารมี เพราะเป็นถึงรองสมเด็จพระราชาคณะ ที่สำคัญก็คือ อยู่ในสายวัง ไม่งั้นไม่มีทางเป็นรองสมเด็จ ทั้งๆ ที่ไม่มีตำแหน่งปกครองเลยแม้แต่เก้าอี้เดียว ซึ่งทางเดินของเจ้าคุณธงชัยนั้นก็คล้ายเจ้าคุณประสิทธิ์ หรือพระพรหมวชิรญาณ วัดยานนาวา แต่ปัจจุบันเจ้าคุณธงชัยได้เปรียบพระพรหมวชิรญาณ เพราะลูกพี่คือสมเด็จสนิทได้เป็นเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก มีอำนาจสิทธิ์ขาดสามารถชี้เป็นชี้ตายในตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 ได้

ถ้าเจ้าคุณธงชัย-วัดไตรมิตร จะได้เป็นเจ้าคณะภาค 12 ก็คงจะใช้วิธีการเดียวกับ เจ้าคุณธงชัย-วัดสระเกศ วัดสระเกศ ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 10 ขณะมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 9 ถ้าสมเด็จสนิทยังคงใช้หลักการเดิมที่ว่า "คนของเราได้ ดีกว่าคนของเขาได้" เจ้าคุณธงชัย-วัดไตรมิตร จึงถือว่าเป็น "เต็งหนึ่ง" ในตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12

 

เจ้าคุณธงชัย
นักสร้างพระเครื่องมือทอง

 

เจ้าคุณธงชัย เล่นบท "น้องรอง" ยอมเดินตามสมเด็จสนิท 1 ก้าว วันนี้ การอ่อนน้อมถ่อมตนจะส่งผลให้ได้เป็นเจ้าคณะภาค 12 หรือไม่ ต้องวัดใจคนในวัดไตรมิตรกันเอง

เจ้าคุณธงชัยนั้น วงการเครื่องถือว่า "ไม่ธรรมดา" โดยเฉพาะเรื่องสร้างและจำหน่ายพระเครื่องนั้น ปัจจุบันเจ้าคุณธงชัยรั้งตำแหน่งจ่าฝูง ยิ่งได้ "ชินพร สุขสถิตย์" ศิษย์เอกหลวงปู่ทิมมาเสริมบารมี ก็ยิ่งไปไกล ต่อให้ "เจ้าคุณวีรยุทธ"  แห่งวัดไทยพุทธคยาที่ว่าสุดยอดก็เถอะ เจอเจ้าคุณธงชัยวัดไตรมิตรก็ไม่แน่ว่าใครจะเหนือกว่าใคร

 

พระพรหมวชิรญาณ
(ประสิทธิ์ เขมงฺกโร ป.ธ.
3)
เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค
10

 

ถามว่า มีรูปอื่นอีกไหม ที่จะเบียดเข้ามาในตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 คำตอบก็คือ มี, ที่ว่านี้ได้แก่ พระพรหมวชิรญาณ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร ป.ธ.3) เจ้าอาวาสวัดยานนาว่า ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดในปัจจุบัน แต่ถูกกีดกันไว้นอกสายการปกครองตลอดมา ไม่ว่าตำแหน่งเจ้าคณะ กทม. เจ้าคณะภาค 10 อันเป็นบ้านเกิดของเจ้าคุณประสิทธิ์เองก็ตาม ก็ถูกกรรมการมหาเถรสมาคมสายอื่นๆ เขากีดกันท่านไว้นอกวง เพราะตั้งข้อรังเกียจว่า "ได้สมณศักดิ์มาเพราะอำนาจพิเศษ ไม่ได้ผ่านมหาเถรสมาคมเหมือนองค์อื่นๆ" เกมชิงแต่งตั้งจึงออกก่อนคำขอจากอำนาจพิเศษเสมอๆ แบบว่าว่างปุ๊ปต้องรีบตั้งปั๊ป ไม่งั้นเกิดมีรายการ "ตชด.ขอร้อง" เข้ามา จะไม่ให้ก็ไม่ได้ ดังนั้น จึงต้องรีบตั้ง เพื่อจะได้ตอบคำถามว่า "ตำแหน่งยังไม่ว่าง" หากพระพรหมวชิรญาณจะได้เป็นเจ้าคณะภาค 12 ก็ต้องเชื่อว่าเป็นปาฏิหาริย์มีจริง

 

 

พระพรหมเสนาบดี
(พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.
7)
เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เจ้าคณะภาค
7

 

พระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.7) เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา ถือว่าเป็นอีกองค์ที่ "วืดไป" เพราะเพิ่งได้รับตำแหน่งเจ้าคณะภาค 7 ไปหยกๆ ภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ ถึงตัวเมืองใหญ่ แต่ลาภสักการะน้อย เพราะชนกลุ่มน้อยเยอะ สู้แถวๆ ภาคกลางและฉะเชิงเทราไม่ได้ เจ้าคุณพิมพ์เป็นคนภาคกลาง ขึ้นเหนือล่องใต้บ่อยๆ ก็เหนื่อยล้า นึกๆ ก็อยากจะกลับลงมาทำงานใกล้บ้านเหมือนกัน (ถ้าตำแหน่งว่าง) ยิ่งถ้าได้ครองภาค 12 จะถูกโฉลกมาก เพราะไม่มีประวัติหากินเหมือนเจ้าคุณเสนาะมาก่อน ยิ่งเคยได้รับแต่งตั้งจากสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตร ให้เป็นประธานสอบการเงินของวัดโสธรที่เกี่ยวข้องกับเจ้าคุณเสนาะ ก็ทำให้พระพรหมเสนาบดีมีความคุ้นเคยกับภาค 12 โดยเฉพาะวัดโสธรเป็นอย่างยิ่ง เสียดายที่บุญมาถึงไวไป ได้เป็นภาค 7 ไปแล้ว แหมวันก่อนก็ว่าสุดยอดแล้วเชียว เจอะบัวตูม วันนี้มาเจอบัวบานเพิ่มอีกดอก สองจิตสองใจ ตัดอะไรก็ยาก ต้องพายเรือวนอยู่ในสายชลห้วยละหานไปอีกนาน ตามตำรา "รักพี่-เสียดายน้อง"

 

 

พระพรหมสิทธิ
(ธงชัย สุขญาโณ น.ธ.เอก พธ.บ.)
เจ้าอาวาสวัดสระเกศ เจ้าคณะภาค
10 กรรมการมหาเถรสมาคม
และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

สูตรสุดท้ายที่คิดได้ นั่นคือ สลับ 2 จังหวะ โดยเจ้าคุณธงชัย (พระพรหมสิทธิ) วัดสระเกศ ลุกจากภาค 10 ไปดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 แล้วยกภาค 10 ให้พระพรหมวชิรญาณ ส่วนเจ้าคุณสุรชัยก็ยังอยู่ที่เดิม คือเป็นรองภาค 12 แต่สูตรนี้เห็นทีจะเป็นไปได้ยาก เพราะเจ้าคุณธงชัยวัดไตรมิตรคงไม่ยอม เพราะไม่ได้อะไรเลย หรือถ้ายกภาค 10 ให้เจ้าคุณธงชัยวัดไตรมิตร เจ้าคุณประสิทธิ์วัดยานนาวาก็คงไม่ยอมเช่นกัน มันไม่ลงตัวเลย

 

 

ขมวดปมเกมชิง "เก้าอี้ภาค 12" ในวันนี้ ไพ่ยังคงอยู่ในมือของ "สองธงชัย" อันได้แก่ ธงชัย-วัดสระเกศ กับ ธงชัย-วัดไตรมิตร

ธงชัย หรือพระพรหมสิทธิ วัดสระเกศนั้น ในฐานะเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งเป็นเจ้าของโควต้าเดิมในภาค 12 ทั้งเจ้าคณะภาคและรองภาค ปัจจุบันยังรักษาการภาคอยู่ ถึงจะต้องยอมให้เจ้าคุณสุรชัยเด็กในวัดสระเกศเป็นภาค 12 ก็ยังดีกว่าให้วัดอื่นครอง ถึงจะต้องทำใจลำบากก็ตาม เพราะเราได้ ดีกว่าเขาได้

ธงชัย หรือพระพรหมมังคลาจารย์ วัดไตรมิตรนั้น วันนี้ นาทีทองมาถึงแล้ว ทุกอย่างพร้อม ทั้งอายุ พรรษา วิทยฐานะ ยศถาบรรดาศักดิ์ ประสบการณ์ หรือแม้แต่เงิน ที่สำคัญก็คือ อำนาจในการตัดสินใจจะให้ใครนั้นอยู่ที่หลวงพ่อใหญ่วัดไตรมิตร ห่างจากกุฏิใหญ่ของเจ้าคุณธงชัยไปไม่กี่ก้าว หากปิดวัดคุยกันแค่สองคนยังไม่สำเร็จ รอให้ตายก็ไม่ได้เป็น ดังนั้น เชื่อว่า ธงชัย-ไตรมิตร ต้องทุ่มสุดตัว เอาเก้าอี้เจ้าคณะภาค 12 มาครองให้จงได้ เพราะ..ถ้าข้าไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าใครจะได้ !

คำตอบสุดท้าย คงไม่ต้องไปถามใคร นอกจาก "สมเด็จพระพุฒาจารย์-สนิท ชวนปญฺโญ" วัดไตรมิตร ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก แต่เพียงผู้เดียว

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
18 เมษายน 2558


 

สอบโปร่งใสวัดไทยแอลเอ !

ตั้งกรรมการสอบย้อนหลัง 3 ปี

มีปัญหาตรงไหนจะได้รู้

รอแต่หลวงพ่อใหญ่เซ็นอนุมัติ ถ้าไม่อนุมัติก็เดินหน้าไม่ได้

 

 

เผยชื่อกรรมการตรวจสอบ ความโปร่งใสในวัดไทยฯ

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสของบอร์ดวัดไทย หากได้รับอนุมัติจากเจ้าอาวาสก็จะลงมือ “ตรวจสอบ” ย้อนหลังสามปีให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวัน

นายอรรคเดช ศรีพิพัฒน์ บรรณาธิการ นสพ.สยามมีเดีย ได้นำหนังสือแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่งนำเสนอต่อพระเทพมงคลวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทย ลอส แอนเจลิส ลงวันที่ 7 เมษายน 2015 ออกเปิดเผยทางเฟสบุ๊กส่วนตัว โดยบอกว่าสาระในหนังสือฉบับดังกล่าว มาจากการประชุมที่ร้านอาหารครัวไทย เมืองนอร์ธ ฮอลลีวูด เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2015

โดยการประชุมครั้งดังกล่าว จากการสอบถามทราบว่ามีผู้ร่วมประชุมประกอบด้วย นายอรรคเดช ศรีพิพัฒน์ นายดนัย นิลพลับ นายวิรัช เต็มสงสัย นายวัฒนา ศาสตร์สมบูรณ์ นายประสงค์ สุวรรณพานิช นายบุญเลิศ บุญศุขะ และนายสมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

โดยเนื้อหาของหนังสือแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบฯ ซึ่งร่างโดยนายประสงค์ สุวรรณพานิช อดีตบอร์ดฯ ของวัดไทย ซึ่งนายอรรคเดช ศรีพิพัฒน์ ระบุว่านำมาเปิดเผยต่อสาธารณชนเพื่อความโปร่งใสในการทำงานนี้ มีสาระดังนี้

วันที่ 7 เมษายน 2558

เรื่อง: ขอเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเปิดเผยต่อสาธารณะชน

กราบเรียน พระเดชพระคุณพระเทพมงคลวิเทศ หัวหน้าคณะสงฆ์วัดไทยลอสแองเจลิส

จากการประชุมแถลงข่าวของวัดไทย เมื่อบ่ายวันเสาร์ ที่ 4 เมษายน 2558 เกี่ยวกับปัญหาที่วัดไทยลอสแองเจลิสกำลังประสบอยู่ในปัจจุบัน ได้มีบุคคลหลายฝ่ายให้ข้อคิดเห็นและ ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์มากมาย โดยมีข้อสรุปตรงกันว่า ควรตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact Finding Committee) ขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อค้นหาความจริงของการดำเนินกิจการของวัดไทยในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ว่ามีอะไรบ้างทั้งจุดดีและจุดเด่น และนำความจริงที่ตรวจสอบและค้นพบนั้นเปิดเผยต่อสาธารณะชนต่อไป

การตรวจสอบของ "คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง" ที่ตั้งขึ้นจะครอบคลุมเนื้อหาที่ระบุไว้ในวรรคถัดไปเป็นหลัก แต่อาจเพิ่มเติมเนื้อหาและสาระของการตรวจสอบไปสู่สาระและเนื้อหา ในประเด็นอื่น ได้หากมีความสำคัญและมีเหตุอันควรให้ตรวจสอบเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่ได้ระบุไว้ในวรรคล่าง โดยกำหนดให้ตรวจสอบย้อนหลัง 3 ปี

ขอบข่ายการตรวจสอบของ "คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง" ประกอบด้วย

1. การดำเนินนโยบายและผลจากการดำเนินนโยบายของคณะบอร์ดวัดไทยลอสแองเจลิส

2. หนี้สินและทรัพย์สินของวัดไทยลอสแองเจลิส

3. รายรับและรายจ่ายของวัดไทยลอสแองเจลิส

4. การจัดซื้อและการจัดจ้างของวัดไทยลอสแองเจลิสโดยเฉพาะรายการสำคัญๆ

5. การทำนิติกรรมและภาระผูกพันทางกฎหมายที่วัดไทยลอสแองเจลิสยังมีพันธะผูกพันธ์อยู่

6. ปัญหาและการแก้ปัญหาของวัดไทยลอสแองเจลิสในช่วงเวลา 3 ปีที่ผ่านมารวมทั้งสถานะของ Bylaw ในปัจจุบัน



ด้วยเหตุผลดังที่กล่าวมา จึงเห็นสมควรเสนอให้คณะสงฆ์และคณะบุคคลที่มีรายนามดังต่อไปนี้ ร่วมกันเป็น "คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง" ได้แก่

1. พระครูสุมณฑ์ธรรมวงษ์

2. พระมหาทรงชัย ธวชชโย (เลขานุการวัดไทยลอสแองเจลิส)

3.พระมหาอัมพร จารุโก

4. คุณอุไร เรือนพรหม

5. คุณบุญเลิศ บุญศุขะ

6. คุณสมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

โดยให้คณะกรรมการที่มีรายชื่อดังกล่าวข้างต้นร่วมกันปฏิบัติภาระกิจในการตรวจสอบในฐานะ "คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง" ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับจากวันที่ได้รับการประกาศ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการ โดยให้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานทุกหน่วยของวัดไทย ในการขอเอกสารและข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ทุกชิ้น หากภาระกิจไม่สามารถทำให้สำเร็จลุล่วง ได้ภายในเวลาที่กำหนด "คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง" สามารถต่อระยะเวลาการปฏิบัติหน้าที่ได้อีก แต่ร่วมเวลาในการปฏิบัติภารกิจทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 60 วัน

จากสาระและรายละเอียดที่บรรยายมาตั้งแต่ต้น จึงขอกราบเรียนพระเดชพระคุณพระเทพมงคลวิเทศ หัวหน้าคณะสงฆ์ วัดไทยลอสแองเจลิส ได้มีบัญชาแต่งตั้งผู้ที่มีรายชื่อทั้ง 7 ท่านที่ได้รับการนำเสนอดังที่ระบุไว้ในสองวรรคก่อนให้เป็น "คณะกรรมการตรวจสอบความจริง" ของวัดไทยแอลเอ อย่างเป็นทางการด้วย

จึงขอกราบนมัสการด้วยความเคารพได้โปรดพิจารณาแต่งตั้งตามที่ได้เสนอมา.

ทั้งนี้ การจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบฯ ดังกล่าว เป็นเรื่องราวต่อเนื่องจากปัญหาภายในวัดไทย ลอส แอนเจลิส ที่กลายเป็นข่าวใหญ่ที่พุทธศาสนิกชนให้พื้นที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งความคืบหน้าของเรื่องนี้ สยามทาวน์ยูเอสจะติดตามมานำเสนอต่อไป

 

ที่มา : สยามทาวน์ยูเอส
18 เมษายน 2558


 

ยิงนกร่วงเป็นฝูง !

คมชัดลึก "วิเคราะห์" กรณีคลองจั่น

พัวพันธรรมกาย

 




 

 

 

ดีเอสไอรื้อคดีสหกรณ์คลองจั่น รัฐบาลมีแต่ได้กับได้ : โดย...ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย สำนักข่าวเนชั่น

คดียักยอกทรัพย์ "สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด" เป็นคดีพิเศษในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งแต่ปี 2556 เริ่มแรกถือเป็นคดีที่เปิดตัวดี ด้วยการนำกำลังเข้ายึดทรัพย์เครือข่ายของ ศุภชัย ศรีศุภอักษร กว่า 3,000 ล้านบาท แต่หลังจากนั้นการสอบสวนคดีที่มีวงเงินความเสียหาย 2.1 หมื่นล้านบาท ผู้เสียหาย 5.6 หมื่นราย ผูกพันถึงความอยู่รอดหรือล้มพังพาบของสหกรณ์ออมทรัพย์อื่นๆ อีก 85 แห่ง กลับออกมาน่าผิดหวัง ดีเอสไอสั่งฟ้อง ศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ สั่งไม่ฟ้อง จิรเดช วรเพียรกุล อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กับ วัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ โดยอ้างว่าขาดเจตนาในการกระทำความผิด แต่แล้วคดีในส่วนของศุภชัยก็ไม่มีความคืบหน้าให้เห็นหลังจากอัยการสั่งสอบสวนเพิ่มเติมหลายประเด็น

กระทั่งชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมนำคดียักยอกส่วนขยายความเสียหาย 27 ล้านบาท เข้าร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กำกับดูแลปัญหาอาชญากรรมพิเศษ 

คดีที่เสมือนถูกเป่าหาย...จึงถูกรื้อขึ้นมาปัดฝุ่นใหม่ ใช้พยานหลักฐานชุดเดิมที่ตรวจพบเมื่อ 2 ปีก่อน เพียงแต่รอบนี้สอบกันแบบละเอียดยิบ เพื่อเอาผิดทุกตัวบทกฎหมายภายใต้พนักงานสอบสวนใหม่ยกชุด โดยการสอบสวนเจาะลึกลงไปที่เช็ค 878 ฉบับ จึงเผยภาพให้เห็นถึงคอนเนกชั่น “ยักยอก ซื้อบุญ ฟอกเงิน” และสายใยที่เกาะเกี่ยวระหว่างกลุ่มทุนการเมือง ซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มสีเสื้อ 

จากเบาะแสข้อมูลน่าเชื่อว่า “ศุภชัย” น่าจะมีทรัพย์สินซุกซ่อนไว้ในรูปของที่ดิน โดยเฉพาะที่ดินโดยรอบวัดพระธรรมกาย และวัดเครือข่ายในจังหวัดต่างๆ เป้าหมายคือการขยายฐานของวัด ปฏิบัติการทวงคืนเงินสหกรณ์ จึงเริ่มต้นขึ้นจากการบุกค้นบริษัทของสถาพร วัฒนาศิรินุกุล อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย ที่มีชื่อรับเช็คสั่งจ่ายจากศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์คลองจั่น ซึ่งบริษัทมีที่ตั้งไม่ห่างไปจากวัดพระธรรมกาย อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นำไปสู่การออกหมายเรียกพระลูกวัดพรัธรรมกาย และพระธัมมชโย เข้าให้ปากคำชี้แจงการรับเช็คบริจาคนับพันล้านบาท 

ก่อนจะตีโอบเข้าไปตรวจสอบปมโอนขายที่ดินหลังวัดพระธรรมกาย 8 แปลง มูลค่า 298 ล้านบาท ระหว่างศุภชัยกับ น.ส.อลิสา อัศวโภคิน ทายาทบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จนเป็นเหตุให้ดีเอสไอตั้งชุดสอบสวนเพื่อดำเนินคดีข้อหาฟอกเงินกับศุภชัยอีก 1 ฐานความผิด

ดีเอสไอยังได้สอบสวนเจาะเข้าไปในการปล่อยกู้ของสหกรณ์คลองจั่น ตามฐานข้อมูลเดิมที่พบว่า “ศุภชัย” ปล่อยกู้นับหมื่นล้านบาท รวม 33 สัญญา ให้แก่สมาชิกสมทบ 27 ราย ซึ่งตามระเบียบสหกรณ์จะปล่อยกู้ให้สมาชิกสมทบไม่ได้ การปล่อยกู้นอกกรอบจึงเป็นพิรุธต้องสงสัยว่า ไม่มีการกู้ยืมเงินจริง แต่เป็นการทำเอกสารสัญญาเพื่อปกปิดการหมุนเงินออกไปจากสหกรณ์คลองจั่น

โดยเฉพาะการปล่อยกู้ให้แก่ลูกหนี้สมทบ 10 ราย ซึ่งส่วนใหญ่มีที่ตั้งอยู่ภายในแฟลตคลองจั่นและอาคารยูทาวเวอร์ และเป็นบริษัทของศุภชัยเอง ดังนั้นผู้มีรายชื่อเกี่ยวข้องกับสัญญาเงินกู้พิสดาร จึงต้องนำหลักฐานเข้าชี้แจงแก้โจทย์ร่วมกันยักยอกทรัพย์ให้ได้

หลังเปิดทำการสงกรานต์ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 พร้อมเดินหน้าสอบสวนคดีฟอกเงินอีก 2 สำนวน ซึ่ง "สุวณา สุวรรณจูฑะ" อธิบดีดีเอสไอ เพิ่งอนุมัติรับเป็นคดีพิเศษ โดยให้แยกสอบสวนเป็นการฟอกเงินของศุภชัยและการฟอกเงินของอดีตพระสถาพร 

นอกจากนี้ ดีเอสไอเตรียมแยกชุดสอบสวนเพื่อสอบปากคำนิติบุคคลที่เป็นลูกหนี้รายใหญ่ของสหกรณ์คลองจั่นรวม 27 บริษัท โดยลูกหนี้ 10 ราย ที่มีชื่อศุภชัยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจนั้น พนักงานสอบสวนจะเข้าไปสอบปากคำนายศุภชัยในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ภายหลังดีเอสไอยื่นคำร้องขอฝากขังเป็นผัดที่ 2 พร้อมคัดค้านการประกันตัวไปเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา 

ส่วนทีมสอบสวนของ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล หัวหน้าชุดสอบสวนแกะรอยเส้นทางการเงิน เตรียมประสานขอให้อัยการอนุมัติหมายเรียก พระธัมมชโย และพระเครือข่ายวัดพรัธรรมกาย เข้าให้ปากคำหลังสงกรานต์ 

นอกจากนี้ยังเร่งตรวจสอบธุรกรรมการเงินจากสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อติดตามเงินกลับคืนมาให้ผู้เสียหาย โดยเบาะแสสำคัญหนีไม่พ้นรายชื่อบุคคลใน 5 ตระกูล ซึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมการเงินร่วมกับศุภชัย ซึ่งอยู่ในข่ายถูกตรวจสอบอย่างละเอียดว่า แต่ละคนถือครองทรัพย์สินอย่างไร และในห้วงเวลาที่มีการดำเนินคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์คลองจั่น มีใครโอนซื้อขายที่ดินแปลงใดบ้าง โดยเป้าไม่น่าห่างไกลไปจากธรรมกายคอนเนกชั่นและวัดสาขาของธรรมกายในจังหวัดต่างๆ 

หลังสุขสดชื่นกับการสาดน้ำสงกรานต์ จะได้เห็นคิวการเข้าให้ปากคำของบุคคลสำคัญ ที่เป็น "จิ๊กซอว์" ในมหากาพย์ยักยอกทรัพย์สหกรณ์คลองจั่น รวมถึงการสนธิกำลังเข้าตรวจค้นยึดอายัดอาคารบางแห่งใน กทม. และที่ดินซึ่งถูกโอนเปลี่ยนมือไปถือครองในชื่อบุคคลอื่น

คาดกันว่า คดียักยอกครั้งมโหฬาร...จะเป็นดัชนีชี้วัดอนาคตของดีเอสไอว่า สมควรคงอยู่ต่อไปเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนหรือไม่

แต่สำหรับรัฐบาล แค่เพียงรื้อคดีสหกรณ์คลองจั่นขึ้นสอบสวนใหม่ พร้อมปฏิบัติการตามล่ายึดทรัพย์กระทบชิ่งไปมาทั้งกลุ่มทุนและฐานเสียงการเมือง ถือว่า "ยิงปืนนัดเดียว นกร่วงทั้งฝูง"

 

เปิดเอกชนเอี่ยวคดีคลองจั่น

สำหรับลูกหนี้ 27 บริษัท ที่ดีเอสไอจ่อออกหมายเรียกเข้าให้ปากคำ ได้แก่ บริษัท อินเทลลิเจนท์ มาสเตอร์ โปรดักซ์ จำกัด มูลหนี้ 400 ล้านบาท, บริษัท ไรท์ ทอท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด มูลหนี้ 407 ล้านบาท, กลุ่มออมทรัพย์ธิติดา มูลหนี้ 345 ล้านบาท, กลุ่มออมทรัพย์ฐิตินันท์ ทอย มูลหนี้ 298 ล้านบาท, บริษัท รัตนะธรรมอินเตอร์ ซัพพลาย จำกัด มูลหนี้ 430 ล้านบาท, บริษัท ณัฐวดี เอส.พี. จำกัด มูลหนี้ 360 ล้านบาท, บริษัท ดี แอนด์ เจ โกลเด้น โซล่า เพาเวอร์ จำกัด มูลหนี้ 400 ล้านบาท, บริษัท ไทยปิโตรพลัส จำกัด มูลหนี้ 297 ล้านบาท, บริษัท ไทยปิโตรพลัส เอ็กซพลอเรชั่น แอนด์ ดี เวลลอปเม้นท์ มูลหนี้ 1,500 ล้านบาท 

บริษัท ศรีศุภากร โฮลดิ้ง จำกัด มูลหนี้ 250 ล้านบาท, บริษัท ยูเนี่ยนอินเตอร์ ประกันภัย จำกัด (มหาชน) มูลหนี้ 400 ล้านบาท, บริษัท คิวทีวี คอร์ปอเรชั่น จำกัด มูลหนี้ 600 ล้านบาท, บริษัท แอนทาเรส คอร์ปอเรชั่น จำกัด มูลหนี้ 650 ล้านบาท, บริษัท อนันตศิลาบารมี มูลหนี้ 354 ล้านบาท, หจก.คูสลาฤทธิ์ มูลหนี้ 600 ล้านบาท, บริษัท โอเชี่ยนเวลล์ กรุ๊ป จำกัด มูลหนี้ 600 ล้านบาท, บริษัท โอเชี่ยนเวลล์ แอร์เวย์ส จำกัด มูลหนี้ 720 ล้านบาท, บริษัท รัฐประชา จำกัด มูลหนี้ 594 ล้านบาท

สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนรัฐประชา จำกัด มูลหนี้ 1,693 ล้านบาท, กองทุนเพื่อการพัฒนา มูลหนี้ 890 ล้านบาท, บริษัท มงคลเศรษฐีเอสเตท จำกัด มูลหนี้ 289 ล้านบาท, บริษัท แมเวอร์ โฮสติ้งส์ จำกัด มูลหนี้ 900 ล้านบาท, บริษัท ดรีม ธุรกิจ จำกัด มูลหนี้ 525 ล้านบาท, บริษัท แมนเทค อินเตอร์เนชั่นแนล ซัพพลาย จำกัด, มูลหนี้ 596 บาท บริษัท ช้างแก้วการเกษตร จำกัด มูลหนี้ 75 ล้านบาท, หจก.ศักดิ์เสรีพาณิชยกิจ มูลหนี้ 6 แสนบาท, บริษัท เค.พี.ซี.อินเตอร์เทรด จำกัด มูลหนี้ 3.8 ล้านบาท, บริษัท ทวี เฮ้าส์ แอนด์ บิลดิ้ง คอนสตรัคชั่น จำกัด มูลหนี้ 71 ล้านบาท

 

ที่มา : คมชัดลึก
18 เมษายน 2558


 

โต้หน่วยความมั่นคงรัฐ !


ประธานอิสลามจังหวัดปัตตานียืนยัน

ไม่มีการใช้มัสยิดกลางปัตตานีวางแผนทำร้ายชาวพุทธ

 

 

ประธานอิสลามโวยข่าวกรองใต้ รายงานข้อมูลเท็จ

ถึงแม้ที่ผ่านมา กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) จะทุ่มเทสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจให้ประชาชนเชื่อมั่นการสร้างสันติสุขชายแดนภาคใต้ ด้วยความเป็นธรรม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า กรณีวิสามัญฆาตกรรม 4 ราย ในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง ช่วงต้นเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง สรุปผลการสอบสวนว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 4 ราย ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ทำให้ข้อกังขาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่มีมากขึ้น

ประจวบกับสถานการณ์คาร์บอมบ์ที่ อ.สมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งยังไม่สามารถสรุปแน่ชัดว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มใด แต่การข่าวจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ให้น้ำหนักส่วนหนึ่งเกี่ยวโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบจากชายแดนภาคใต้ จากข้อมูลรถที่ใช้ก่อเหตุซึ่งถูกปล้นในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ รวมทั้งวิธีซุกระเบิดในรถก็เป็นวิธีการที่มักเกิดขึ้นในชายแดนภาคใต้ ความกระจ่างชัดของเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้กำลังรอการพิสูจน์

อย่างไรก็ตาม ก็มีเรื่องที่สะเทือนต่อการสร้างความเชื่อมั่นการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานความมั่นคงขึ้นอีกครั้ง เมื่อ นายแวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี และประธานเครือข่ายคณะกรรมการอิสลาม 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ออกมาแถลงแสดงความเสียใจ หลังมีข่าวเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เสนอรายงานว่ามีการใช้สถานที่ภายในมัสยิดกลาง จ.ปัตตานี เป็นที่ประชุมวางแผนก่อความไม่สงบ

ประธานกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการแจ้งเตือนให้หน่วยกำลังในพื้นที่ให้เพิ่มความระมัดระวังเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ หลังจากที่ได้แจ้งข่าวจากหน่วยความมั่นคงว่า มีการปรากฏความเคลื่อนไหวของสมาชิกผู้ก่อการร้ายประมาณ 30 คน พบปะและร่วมประชุมวางแผนบริเวณภายในห้องประชุมของโรงเรียนมะอ์ฮัดดารุลมาอาเรฟ ตั้งอยู่บริเวณสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี โดยมีการอ้างในที่ประชุมว่า ได้มีการสั่งการให้สมาชิกผู้ก่อการร้ายเตรียมก่อเหตุลอบวางระเบิด ลอบยิง ทหาร ตำรวจ และพี่น้องไทยพุทธในพื้นที่ จ.ปัตตานี ในช่วงวันที่ 8-30 เม.ย.

“การดำเนินการข่าวในลักษณะนี้ เป็นการกล่าวหาที่ไม่มีข้อเท็จจริง สร้างความเสียหายให้กับโรงเรียนมะอ์ฮัดดารุลมุอาเรฟ รวมทั้งสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  จึงเรียกร้องให้การข่าวของหน่วยความมั่นคงควรทบทวนบทบาทการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ควรคาดเดา และใส่ความกล่าวหาโดยไม่มีความรับผิดชอบ”

นายแวดือราแม กล่าวว่า จากตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวพบว่ามีการประชุมจริง แต่เป็นการประชุมเตรียมงานการจัดกิจกรรมอบรมภาคฤดูร้อนของเยาวชน สนองตามนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 และ ผวจ.ปัตตานี ที่รณรงค์ให้เด็กและเยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ไม่กระทำออกนอกลู่นอกทาง 

“นอกจากข้อมูลที่เป็นการกล่าวหาอย่างไม่มีความจริงเลยนั้น ภายหลังปรากฏการข่าวดังกล่าว หน่วยงานข่าวในพื้นที่ยังได้มีการแจ้งเตือนจากกรณีการจัดประชุมดังกล่าว ให้ทุกพื้นที่เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ หลังจากนั้นมีเจ้าหน้าที่เข้าไปสังเกตการณ์ภายในสำนักงานคณะกรรมอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ในขณะที่กำลังมีการจัดกิจกรรมอบรมเยาวชนก่อนเข้าแต่งงาน เจ้าหน้าที่เข้ามาโดยไม่มีมารยาท ไม่มีการขออนุญาต มีการถ่ายรูป คุยไม่กี่คำก็ออกไป การกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการคุกคาม รู้สึกเสียใจ กับข้อมูลและมุมมองของเจ้าหน้าที่บางหน่วยที่ยังไม่ตอบรับนโยบายแม่ทัพภาคที่ 4 เชื่อว่า ข้อผิดพลาดดังกล่าวเกิดจากอคติของผู้ปฏิบัติงานและไม่มีการกรองข้อมูลข่าวสารก่อนที่จะนำสู่สั่งการ”

ด้าน พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า จะต้องกลับไปทบทวนพิจารณาการทำงานของหน่วยการข่าว แต่ยืนยันว่าจะทำงานอย่างโปร่งใส่และตรงไปตรงมา ยึดหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมาย ทุกฝ่ายทำงานเพื่อแสวงหาสันติสุข ทุกฝ่ายพยายามหาทุกวิธีทางเพื่อให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดความสันติสุขให้ได้

 

ที่มา : โพสต์ทูเดย์
17 เมษายน 2558


 

 ฟ้าผ่า ?


ยอดฉัตรวัดศรีบุญเรืองมีรอยดำ

ตรงชื่อ "ยิ่ง (ลักษณ์) (ชิน) วัตร"

ไม่อยากเชื่อ แต่ก็..ไม่อยากลบหลู่

 



 

 

ยิ่งลักษณ์-สมชาย ร่วมพิธียกฉัตรวัดศรีบุญเรือง

15 มีนาคม 2558

 


 

 

แปลก ! ธงทองยอดเจดีย์มีชื่อ-สกุล ‘ยิ่งลักษณ์’ เป็นรอยมลทิน

หลวงพ่อพันเทวาเพ่งตะวัน เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง เชียงใหม่ ทำพิธียกฉัตร 9 ชั้นที่เอียงลงมาเพื่อซ่อมใหม่ ตะลึงพบธงทอง ที่มีชื่อ ‘ยิ่งลักษณ์’ เป็นรอยมลทินสีดำ 2 รอย ทั้งที่อยู่บนยอดเจดีย์ พระลูกวัดบอกตอนเกิดพายุ มีฟ้าผ่าใส่เสียงดังสนั่น... 

เมื่อวันที่ 16 เม.ย.58 ผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่ รายงานกรณียอดฉัตร 9 ชั้น เจดีย์วัดศรีบุญเรือง ต.หนองหอย อ.เมือง เชียงใหม่ ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ สองอดีตนายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานในพิธีอัญเชิญขึ้นสู่ยอดองค์พระเจดีย์ เมื่อวันที่ 15 มี.ค.58 ที่ผ่านมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย.58 ทางวัดตรวจพบว่ายอดฉัตร 9 ชั้นได้เอียงลง ซึ่งพระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือหลวงพ่อพันเทวา เพ่งตะวัน เจ้าอาวาส บอกว่าเหมือนจะเป็นลางบอกเหตุอะไรบางอย่าง จึงได้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์สืบชะตา ปล่อยปลาปล่อยหอยให้กับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพื่อให้คลายจากกรรมที่ติดตัว และขอให้ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ช่วยอัญเชิญยอดฉัตรที่เอียงลงมา เพื่อดำเนินการแก้ไข

จนกระทั่งเวลา 09.00 น. วันที่ 16 เม.ย. พระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือ หลวงพ่อพันเทวาเพ่งตะวัน เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง ได้นำรถยกขนาดใหญ่ของเทศบาลนครเชียงใหม่ มาอัญเชิญยอดฉัตร 9 ชั้นที่เอียงนำลงมา โดยต้องยกออกทีละชั้น เมื่อนำลงมาแล้วได้สังเกตเห็นว่าใบธงทองยอดฉัตร ที่มีชื่อของ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ สลักอยู่ พบว่าตรงคำว่า ‘ยิ่ง’ และ ‘วัตร’ ซึ่งเป็นคำแรกและคำสุดท้ายของชื่อ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ เป็นรอยสีดำเห็นเด่นชัด

ทางพระครูสุเทพสิทธิคุณ หลวงพ่อพันเทวา ถึงกับแสดงสีหน้าเป็นกังวล พร้อมกับรีบนำสีทองมาทาทับตรงที่เป็นรอยกะเทาะ ก่อนจะบริกรรมคาถาให้ กล่าวว่า ในช่วงที่นำขึ้นไปคงทาสีทองไม่หมด เมื่อนำลงมาอีกครั้งจึงเห็น และรีบแก้ให้แล้ว คงไม่เป็นอะไรแล้ว และได้แจ้งผ่านไปถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ทราบ ส่วนเจ้าตัวจะมาหรือไม่มาไม่ทราบ ตนทำให้เท่าที่จะทำได้

อย่างไรก็ตาม พระลูกวัดรูปหนึ่งได้บอกว่า ก่อนหน้านี้ในช่วงเกิดพายุฝน ได้ยินเสียงฟ้าผ่าบริเวณลูกแก้วยอดเจดีย์ และสายฟ้าคงไปถูกธงทองที่มีชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งอยู่ต่อลงมาจากลูกแก้ว จึงเป็นรอยขึ้นมาดังกล่าว

 

ที่มา :  ไทยรัฐ
17 เมษายน 2558


 

ผูกขาดหรือเปล่า ?


สำนักข่าวอิศราเผยชื่อ 3 บริษัททัวร์
รับงานกรมการศาสนา
-สำนักพุทธ

พาพระไทยไปอินเดีย

 


 

 

ที่มา :  สำนักข่าวอิศรา
15 เมษายน 2558


 

เรียบง่าย !

พิธีฌาปนกิจสรีรสังขารพระสังฆราชศรีลังกา

นิกายสยามวงศ์

 

 

เรียบง่าย ! พิธีฌาปนกิจศพ ‘สังฆราช’ ศรีลังกา อธิการบดี มจร. ร่วมไว้อาลัย

: สำราญ สมพงษ์ นิสิตปริญญาโทสันติศึกษา มจร. รายงาน

ตามที่พระอูดูกามา ศรีพุทธรักขิตา มหานายะกะเถโร "Most Ven. Aggamahapanditha Udugama Sri Buddharakkitha Rathanapala Mahanayake Thero"  พระสังฆนายก หรือพระสังฆราชฝ่ายอรัญวาสี วัดอัสคิริยะ เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา  ได้มรณภาพลงเมื่อวันที่  8  เม.ย. 2558  ที่โรงพยาบาล Mount Elizabeth ประเทศสิงคโปร์ สิริอายุ 85 ปี สร้างความอาลัยแก่ชาวพุทธศรีลังกาและชาวพุทธทั่วโลก โดยพระอูดูกามา ศรีพุทธรักขิตา มหานายะกะเถโรเกิดเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2473

ประเทศศรีลังกาได้จัดพิธีศพตามอริยะประเพณี และมีพิธีฌาปนกิจศพ เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ที่ผ่านมา ในการนี้ พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) พร้อมด้วย พระโสภณวชิราภรณ์ รองอธิการฝ่ายกิจการต่างประเทศ และคณะเดินทางไปร่วมไว้อาลัยและพิธีดังกล่าวด้วย

พระอูดูกามา ศรีพุทธรักขิตา มหานายะกะเถโร นั้น เป็นพระสงฆ์ในนิกายสยามวงศ์ ซึ่งก่อตั้งโดยพระอุบาลีมหาเถระหัวหน้าพระธรรมทูตจากกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งเดินทางไปช่วยสืบทอดและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ณ เมืองแคนดี ประศรีลังกา เมื่อปี พ.ศ. 2396 จนปัจจุบัน นิกายสยามวงศ์เป็นพุทธเถรวาทนิกายที่สำคัญที่สุดในศรีลังกา และแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายคามวาสีและอรัญวาสี   โดยพระมหานายกะทั้งสองฝ่ายได้รับมอบให้เป็นผู้ดูแลพระธาตุเขี้ยวแก้วที่เมืองแคนดี ร่วมกับไวยาวัจกรแห่งวัดพระธาตุเขี้ยวแก้วซึ่งเป็นวัดที่สำคัญที่สุดของประเทศศรีลังกา

พระอูดูกามา ศรีพุทธรักขิตา มหานายะกะเถโร นั้น มีความสัมพันธ์อันดีกับกรรมการมหาเถรสมาคมและพระเถระในประเทศไทยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มจร เพราะได้ตั้งวัดอัสคิริยะเป็นเป็นสถาบันสมทบของ มจร ในประเทศศรีลังกา เปิดสอนในระดับปริญญาตรี และได้เดินทางมาประเทศไทยหลายครั้งในพิธีกรรมต่างๆ  และครั้งสุดท้ายคราวพิธีประทานต้นพระศรีมหาโพธิ์และร่วมปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์จังหวัดตรังปี 2557

พระพรหมบัณฑิตกล่าวถึงประเทศศรีลังกาในโอกาสไปเยือนเพื่อร่วมฉลองเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทยทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา เมื่อปี 2550 สมัยดำรงสมณศักดิ์ที่พระธรรมโกศาจารย์ ความโดยสรุปว่า คณะสงฆ์ศรีลังกาในปัจจุบันแบ่งออกเป็น 3 นิกายหลัก คือ สยามนิกาย อมรปุรนิกาย และรามัญญนิกาย แต่ละนิกายต่างมีประมุขสงฆ์สูงสุดเรียกว่าพระมหานายกปกครองตนเองนิกายใครนิกายมัน
          
ตำแหน่งพระมหานายกของศรีลังกานี้ เทียบได้กับตำแหน่งสังฆนายกของไทยในสมัยที่ยังใช้ พ.ร.บ. คณะสงฆ์ 2484 ศรีลังกาเคยมีพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกเพียงรูปเดียว คือ พระสรณังกร แห่งสยามนิกาย ผู้เป็นศิษย์รูปแรกของพระอุบาลี ภายหลังที่เกิดอมรปุรนิกายขึ้นมา ตำแหน่งพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกก็ถูกยกเลิกไป คงเหลือแต่ตำแหน่งพระมหานายกมาจนถึงปัจจุบัน
          
ทุกวันนี้ สยามนิกายได้แบ่งออกเป็น 2 นิกายย่อย ได้แก่ มัลวัตตะ (Malwatta) และ อัสคิริยะ (Asgiriya) และมีพระมหานายก 2 รูป คือ พระมหานายกฝ่ายมัลวัตตะ และพระมหานายกฝ่าย อัสคิริยะ

 

ที่มา :  คมชัดลึก
13 เมษายน 2558


 

ตั้งเลขาเป็นรองเจ้าคณะภาค 7 !

ผลงานเด็ดสะระตี่ของเจ้าคุณวิเชียร

 

อา..และแล้วแนวความคิดอุบาทว์ "ตั้งเด็กเส้นในกุฏิขึ้นเป็นใหญ่" ก็ระบาดจากสมเด็จสมศักดิ์วัดพิชยญาติไปยังเจ้าคุณวิเชียรวัดปากน้ำ "มหานิกร ป.9" พระหนุ่มหัวดีมีอนาคต กำลังจมปลักการเมือง เฟื่องฟูขึ้นเป็นรองเจ้าคณะภาค 7 ขณะมีตำแหน่งเป็นเพียง "เลขา" ของเจ้าคุณวิเชียร และมีสมณศักดิ์เป็นเพียง "ชั้นสามัญ" ไม่ต่างไปจากกรณี "มหาสายชล" แห่งภาค 1 ซึ่งพวกนี้ก็ไม่มีอะไรมาก นอกจาก "ภยาคติ" กลัวว่า หากเจ้าคุณวิเชียรด่วนตายไปเสีย มหานิกรก็จะไร้ที่พึ่ง จึงต้องรีบตั้งในตอนที่มีอำนาจนี่แหละ เอาอำนาจกดหัวไว้ใครก็ไม่กล้าหือ แต่ในทางการปกครองนั้น มันบ่งว่า วัดปากน้ำใช้ระบบ "กินบ้านกินเมือง" ต่อไป เพราะยังยึดอำนาจไว้ในวัดปากน้ำเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ตั้งแต่เจ้าคณะใหญ่ไปจนถึงรองเจ้าคณะภาค น่าจะกระจายอำนาจลงไปยังท้องถิ่นโดยไว เพื่อให้มีการปกครองกันเองของพระในเขตปกครอง กลับยิ่งรวบอำนาจเข้ามาในส่วนกลาง สวนกระแสของการพัฒนาโลกยุคปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง มิต้องนับว่าจะเดินตามรอย "เลขา" ของสมเด็จพระบรมศาสดาคือ "ท่านพระอานนท์" เลย ที่เคยศึกษากันมาว่า ก่อนจะรับเป็นพระพุทธอุปัฏฐากนั้น ท่านพระอานนท์ขอพรต่อพระพุทธเจ้า "ขอไม่รับตำแหน่งใดๆ" แม้กระทั่ง "กิจนิมนต์ของพระพุทธเจ้า" ก็ไม่ยอมไป ก่อนปรินิพพาน พระพุทธเจ้าจึงประกาศว่า "โย โว อานนฺท มยา ธมฺโม จ วินโย จ เทสิโต ปญฺญตฺโต โส โว มมจฺจเยน สตฺถา" แปลว่า พระธรรมวินัยที่เราแสดงและบัญญัติไว้ จักเป็นพระศาสดาของพวกเธอแทนเรา มิได้มอบตำแหน่ง "พระพุทธเจ้าองค์ที่ 2" ให้แก่พระอานนท์เลย วันนี้ เจ้าคุณวิเชียร เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ ทำการหักเหลี่ยมพระพุทธเจ้า ตั้งเลขา-มหานิกร ขึ้นเป็นรองเจ้าคณะภาค 7 เสร็จโรงเรียนวัดปากน้ำซึ่งเป็นโรงเรียนการเมืองแห่งใหม่ในคณะสงฆ์ไทย วัดปากน้ำนั้นเจริญรุ่งเรืองแน่ เพราะเป็นศูนย์กลางแห่งอำนาจ ยึดครองทุกอย่างไว้เบ็ดเสร็จ แต่หัวเมืองเล็กใหญ่ทั่วไทยกำลังจะถอยหลัง ตกเป็นเพียง "เมืองขึ้น" เพราะทุกอย่างถูกดูดกลืนไปยังวัดปากน้ำ ประวัติศาสตร์อัปยศถูกเจ้าคุณวิเชียรเขียนเพิ่มอีกหน้าหนึ่งแล้ว ในยุคที่เจ้าคุณวิเชียรขึ้นเป็นใหญ่ในหนเหนือ เพราะแค่ "ตำแหน่ง" ก็ยังรวบไว้หมด แล้วอย่างอื่นล่ะจะเหลืออะไร ?

 

 

เสพติดอำนาจ !

พระวิสุทธิวงศาจารย์
(วิเชียร อโนมคุโณ ป.ธ.
9)
รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ

 

 

จาก..เลขา มาเป็น..รอง

พระปิฎกโกศล (นิกร มโนกโร ป.ธ.9)
อายุ
51 พรรษา 29 ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ
อดีตเลขาเจ้าคณะภาค 7 เป็นรองเจ้าคณะภาค 7

 

 

เห็นเขาว่า "มหานิกร" เก่งการบรรยายเปรียบเทียบวิธีอุปสมบท ทั้งแบบอุกาสะและเอสาหัง ไหนลองบรรยายวิธี "กระโดด" จากเลขาขึ้นเป็นรองภาคให้ดูหน่อยซิ ว่ามีวิธีซิกแซกยังไงจึงเจริญในธรรมไวกว่าท่านพระอานนท์ ?

 

 

เสนอ มส. ตั้งพระปิฎกโกศลขึ้นเป็นรองเจ้าคณะภาค 7

ประชุม มส. ได้รับทราบตามที่ พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ) เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เสนอแต่งตั้ง พระปิฎกโกศล (นิกร มโนกโร) วิทยฐานะ ป.ธ.9 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นรองเจ้าคณะภาค 7 แทนพระพรหมเสนาบดี (พิมพ์ ญาณวีโร) รองเจ้าคณะ 7 ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะภาค 7 ด้วย

 

ที่มา :  มติชน
11 เมษายน 2558


 

โยนผ้าขาว !

เสนาะชิงลาเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

ตัดตอนก่อนถูกดำเนินคดีจาก สตง.

 

พระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร)
อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

 

Good bye my love ..

 

 

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.)ครั้งที่ 10/2558 โดยมี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ)เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธาน โดยพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี)กรรมการและโฆษกมส. เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมส.ได้รับทราบกรณีพระพรหมสุธี (เสนาะ ปญฺญาวชิโร) เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และเจ้าคณะภาค 12 ขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ซึ่งก่อนหน้า พระพรหมสุธีได้ถูกเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พักตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อเดือนมกราคม 2558 เนื่องจากกรณีเงินงบประมาณจัดงานพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์(เกี่ยวอุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ทั้งนี้ มส.จึงได้อนุมัติแต่งตั้ง พระพรหมสิทธิ(ธงชัย สุขญาโณ) เป็น เจ้าอาวาสวัดสระเกศ รูปใหม่แทนพระพรหมสุธี

พระพรหมเมธี กล่าวต่อไปว่า สำหรับตำแหน่งเจ้าคณะภาค12 นั้น พระพรหมสุธีไม่ได้ทำหนังสือลาออกมาแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ ส่วนใหญ่แล้ว หากไม่ได้เป็นเจ้าอาวาสก็จะมีผลต่อตำแหน่งการปกครองอื่นๆ ซึ่งก็จะทำให้ตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 ต้องถูกพิจารณา อาจจะต้องออกตามตำแหน่งเจ้าอาวาสไปด้วย นอกจากนี้ที่ประชุม มส.ได้รับทราบตามที่พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ) เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เสนอแต่งตั้ง พระปิฏกโกศล (นิกร มโนกโร) วิทยฐานะ ป.ธ.9 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นรองเจ้าคณะภาค 7 แทนพระพรหมเสนาบดี ( พิมพ์ ญาณวีโร) รองเจ้าคณะภาค 7 ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะภาค 7

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มีหนังสือแจ้งมายัง มส. หรือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เกี่ยวกับผลการตรวจสอบเบื้องต้นว่าพระพรหมสุธีมีพฤติกรรมส่อไปในทางไม่สุจริตหรือไม่ พระพรหมเมธี กล่าวว่า สตง. ยังไม่ได้ส่งเรื่องมายัง มส. แต่คาดว่าจะส่งเรื่องไปยังผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชหรือเจ้าคณะปกครอง เพื่อรายงานผลการตรวจสอบการใช้งบประมาณดังกล่าว ส่วนเหตุผลของการลาออกนั้นไม่ได้มีการแจ้งต่อที่ประชุม มส. แต่อย่างใด ทั้งนี้ในระบบการปกครองคณะสงฆ์ หากลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสถือว่าเป็นภาพลักษณ์ที่ดีกว่าการถูกไล่หรือปลดออกและในอนาคตหากมีการเสนอแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการปกครองก็สามารถที่จะกลับมาดำรงตำแหน่งได้แต่หากถูกไล่ออกก็จะไม่สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งทางการปกครองได้อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุของการลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศในครั้งนี้ คาดว่า จะมาจากการที่ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ลงนามในหนังสือที่ ตผ0019/1639 ลงวันที่ 26 มี.ค.2558 เรื่องการตรวจสอบเงินอุดหนุนของวัดสระเกศถึง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในฐานะประธาน มส. โดยแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินอุดหนุนของวัดสระเกศโดยเฉพาะในส่วนของการจ่ายเงินอุดหนุนค่าจัดทำหนังสือพระไตรปิฏก จำนวน 1,050 ชุด ราคาชุดละ 15,000 บาท เป็นเงิน 15,750,000 บาท ให้ พศ. ในบัญชีกองทุนพระไตรปิฎกของ พศ. แต่วัดสระเกศได้รับมอบเพียง 700 ชุดขาดหายไป 350 ชุด คิดเป็นเงิน 5,250,000 บาท ทำให้วัดสระเกศได้รับความเสียหายอันเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการเบิกจ่ายจากเงินอุดหนุนเป็นค่าใช้จ่ายทำย่ามจำนวน 8,000 ใบ เป็นเงิน 2,960,000 บาท ในจำนวนดังกล่าวแต่มีผู้ถวาย จำนวน 5,000 ใบ จึงเป็นการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนซ้ำซ้อนกับเงินบริจาคอันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามการตรวจสอบในชั้นนี้ จึงปรากฏส่อไปในทางไม่สุจริต จึงคาดว่าเป็นสาเหตุให้พระพรหมสุธีต้องชิงลาออก ก่อนที่จะมีคำสั่งปลดจากตำแหน่งทางการปกครอง

 

ที่มา :  เดลินิวส์
11 เมษายน 2558


 

 
 

ประมวลข่าวเจ้าคุณเสนาะ


 

ประมวลข่าวพระคึกฤทธิ์ วัดนาป่าพง

 

 

 

 


ประมวลข่าวการมรณภาพ


สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 

พิธีพระราชทานเพลิงศพ

พระเทพมหาเจติยาจารย์ (ไพบูลย์ ภูริวิปุโล)
อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย

อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำพูน
23 มีนาคม 2557

 

ชุดที่ 1 : ชุดที่ 2 :  ชุดที่ 3 :  ชุดที่ 4 : ชุดที่ 5

ชุดที่ 6 : ชุดที่ 7 : ชุดที่ 8 : ชุดที่ 9 : ชุดที่ 10


กดแต่ละชุดเพื่อชม

 

ภาพหมู่การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ ขนาด 4000 PC


 

ภาพประวัติศาสตร์
พระธรรมทูตไทยใน 4 ทวีป
 

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ ขนาด 2000 PC

การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป
วันที่
23-25 สิงหาคม 2557

ชุดที่ 01 : ชุดที่ 02 : ชุดที่ 03 : ชุดที่ 04 : ชุดที่ 05 : ชุดที่ 06 : ชุดที่ 07


 

ชมภาพชุดในงานวัดนวมินทรราชูทิศ USA.

ชุดที่ 01 : เปิดวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน ยูเอสเอ

ชุดที่ 02 : ไผเป็นไผ ในบอสตัน 2014

ชุดที่ 03 : โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น 9 มิถุนายน 2557
ชุดที่ 04 : พิธีเปิดการประชุมพระพุทธศาสนานานาชาติ
ชุดที่ 05 : เปิดประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 06 : ทัพสื่อมวลชนไทยบุกนครบอสตัน รายงานข่าวการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 07 : ประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา วันที่ 02
ชุดที่ 08 : ผลการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พ.ศ.2557
ชุดที่ 09 : บรรยากาศการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 10 : พระสงฆ์ 400 รูป สวดพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตร ณ โรงพระอุโบสถวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน

 

ภาพชุดรรมยาตราเดินป่าบอสตัน

 

ธรรมยาตรา ชุดที่ 01 ธรรมยาตรา ชุดที่ 02 ธรรมยาตรา ชุดที่ 03
ธรรมยาตรา ชุดที่ 04 ธรรมยาตรา ชุดที่ 05 ธรรมยาตรา ชุดที่ 06
ธรรมยาตรา ชุดที่ 07 ธรรมยาตรา ชุดที่ 08 ธรรมยาตรา ชุดที่ 09

 

 

การประชุมสมัยวิสามัญสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาและงานวันมหารำลึก

ณ วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค 8-9 กันยายน 2555

 

 


 

 

ภาพงานพระราชทานเพลิงศพ

พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ (สมบูรณ์ สมฺปุณฺโณ ป.ธ.7)
อดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป
อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
10-14 พฤศจิกายน พ.ศ.2554

 

วันมหารำลึก ปีที่ 23

วัดพรหมคุณาราม รัฐอริโซน่า สหรัฐอเมริกา

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพงานวันมหารำลึก ปีที่ 23

ประมวลข่าวเณรคำ

(กดที่ภาพเพื่อชม)


 

แฟ้มข่าวอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

อ่านข่าวเก่า ที่เคยนำเสนอใน อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557 : 2558

 

YANTRA TODAY
(กดที่ภาพเพื่อชม)


 


เยี่ยมวัดบ้านไร่-ไหว้หลวงพ่อคูณ
กับอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม

กดที่ภาพด้านล่างเพื่อชม

01 02 03 04 05 06 07 08 09
10 11 12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31 32 33 34    

 

ตอนที่ 01
ลอนดอน 2012

ตอนที่ 02
มหาโบสถ์แห่งลิชฟิลด์

ตอนที่ 03
มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด

ตอนที่ 04
วัดพุทธปทีป

ตอนที่ 05
ลอนดอนอาย

ตอนที่ 06
British Museum

ตอนที่ 07
ห้างแฮรอดส์

ตอนที่ 08
Tower Bridge

ตอนที่ 09
London Sightseeing

ตอนที่ 10
London To Paris

ตอนที่ 11
หอไอเฟล (1
)

ตอนที่ 12
หอไอเฟล (2)

ตอนที่ 13
หอไอเฟล (3)

ตอนที่ 14
ปารีส 360 องศา

ตอนที่ 15
เยี่ยมหน้าต่างหอไอเฟล

ตอนที่ 16
TROCADERO

ตอนที่ 17
Water Tour

ตอนที่ 18
Musée du Louvre

ตอนที่ 19
MONA LISA

ตอนที่ 20
เทพีวีนัส

ตอนที่ 21
ทอดน่องในลูฟวร์

ตอนที่ 22
หอสมุดแห่งชาติมิตแตรองต์

ตอนที่ 23
ลา เดฟ็องซ์ (La De'fense)

ตอนที่ 24
Arc de Triomphe

ตอนที่ 25
เหนือประตูชัย

ตอนที่ 26
แวร์ซาย (1)

ตอนที่ 27
แวร์ซาย (2)

ตอนที่ 28
แวร์ซาย
(3
)

ตอนที่ 29
แวร์ซาย (4)

ตอนที่ 30
แวร์ซาย (5)

ตอนที่ 31
GENEVA
(1)

ตอนที่ 32
GENEVA (2
)

ตอนที่ 33
GENEVA (3
)

ตอนที่ 34
Lausanne-Zurich

ตอนที่ 35
วัดศรีนครินทรวราราม

ตอนที่ 36
ป้อมยามเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 37
ตลาดน้ำเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 38
กลับปารีส

ตอนที่ 39
ROME (1
)

ตอนที่ 40
ROME
(2)

ตอนที่ 41
ROME (3)

ตอนที่ 42
ROME (4)

ตอนที่ 43
ROME (5)

ตอนที่ 44
Inside Vatican (1)

ตอนที่ 45
View of Rome

ตอนที่ 46
Inside Vatican (2)

ตอนที่ 47
หลังคาวาติกัน

ตอนที่ 48
OUTSIDE VATICAN

ตอนที่ 49
THE COLOSSEUM

ตอนที่ 50
หินอ่อนโคลอสเซียม

ตอนที่ 51
ROME TO PARIS

ตอนที่ 52
NOTRE-DAME DE PARIS

ตอนที่ 53
หมู่บ้านศิลปะ

ตอนที่ 54
พระราชวังฟงแตนโบล

 

 

 


 

สงฆ์ไทย Vol.01

หนังสือเล่มแรกของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(กดที่ภาพหรือที่ข้อความเพื่อชม)

 

คณะกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

พ.ศ.2557-2559

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

ข่าวสารสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา


 

 

หนังสือเล่มแรกของ มจร. ที่ชาว มจร. หลายท่านไม่เคยเห็น

(กดที่ภาพเพื่อเข้าชม)

 

 

 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

ข้อแลกเปลี่ยนของชาวพุทธไทย

บวชพระล้านรูป แลกกับ พระนิพพานเป็นอัตตา
ท่องพุทธวจนะล้านคน แลกกับ ตัดปาติโมกข์เหลือเพียง 150 ข้อ

(กดที่ภาพเพื่ออ่าน)

 

>> กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความเพิ่มเติม <<

 

พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 1-17 พ.ศ.2538-2554
(กดที่ภาพเพื่อชมประวัติ)

อนุสรณ์มหาจุฬาฯ ครบรอบ 9 ปี
 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

ธรรมวาไรตี้
หนังสือเล่มแรก ของพระมหานรินทร์  นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2548

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

ธรรมฮิสตอรี่
หนังสือเล่มที่สอง ของพระมหานรินทร์ นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน 2549

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

เรายินดีน้อมรับความคิดเห็นและคำชี้แนะจากทุกท่าน

Editor : peesang2555@hotmail.com

 


WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE  LAS VEGAS NEVADA 89121 U.S.A. PHONE 702-384-2264