LAST UPDATE :   SEPTEMBER : 26 : 2017 :  06:00 A.M.  PACIFIC TIME

 

 

พระพรหมสิทธิ และคณะ

เข้าคารวะหลวงพ่อเขมธัมโม วัดป่าสันติธรรม

เมืองวอริค ประเทศอังกฤษ

 

กดที่ภาพเพื่อชมวัดป่าสันติธรรม 2560


ปฏิทินงานศาสนา ออกพรรษา 2560

 

 

การพัทธสีมา วัดไทยลุมพินี

วัดไทยในดินแดนประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

20 ตุลาคม 2560


 

ปฏิทินงานศาสนา ในพรรษา 2560

 

 

ประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

สมัยวิสามัญ ครั้งที่ 26/2560

ณ วัดชัยมงคลวราราม รัฐยูท่าห์ สาขาวัดประยุรวงศาวาส

29 กันยายน 2560

 

ภาพองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์

ประชุม ณ วัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร

12 กันยายน 2560

 

(กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาด 5000 PX)

ภาพใหญ่ประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม เนเธอแลนด์

 

 

(กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาด 5000 PX)

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน AREA-51

 

 

ล็อกถล่ม !

พงศ์พรรีเทิร์นกลับสำนักพุทธ

แถมเปลี่ยนรัฐมนตรีคุมสำนักพุทธยกชุด

 

 

ด่วน ! เขี่ยออมสินพ้น พศ. คืนเก้าอี้ พงศ์พรนั่ง ผอ.พศ. ตามเดิม

ครม.มีมติ คืนตำแหน่งให้ "พงศ์พร" กลับไปนั่งเก้าอี้ ผอ.พศ. ตามเดิม มีผล 1 ต.ค. นี้ พร้อมตั้ง "บิ๊กเจี๊ยบ" ทำหน้าที่ดูแล พศ. แทน "ออมสิน" นายกฯพริ้ว อ้างดึง "พงศ์พร" กลับ แค่กันตัวออกชั่วคราว เพื่อรอปัญหาสงบก่อน

เมื่อวันที่ 26 ก.ย.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีการทุจริตเงินอุดหนุนวัดว่า ถึงแม้ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมเสน่ห์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ไม่อยู่ช่วงหนึ่ง แต่กระบวนการสืบสวนสอบสวนก็เข้ามาในวงจรตามกระบวนการยุติธรรม เดี๋ยวก็ต้องทำต่อไปเรื่อยๆ ทำ 2 ทาง คือ ทางในส่วนของ พศ. ที่มีคนในองค์กรเริ่มต้นไปติดต่อทางวัด ซึ่งทางวัดจะเข้าใจหรือเปล่าก็ต้องเข้าใจตรงนี้

"บางทีพระ ผมว่าบางอย่างท่านก็ไม่ค่อยเข้าใจ ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน จึงเกิดเป็นปัญหาความวุ่นวายขึ้นมา จึงต้องไปสอบสวนตามกฎหมาย ไม่มียกเว้น เพราะยกเว้นอะไรไม่ได้อยู่แล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว  

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีให้ พ.ต.ท.พงศ์พร กลับมาดำรงตำแหน่งเดิมในตำแหน่ง ผอ.พศ. ซึ่งมีผลในวันที่ 1 ต.ค. ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาตนจำเป็นต้องเอาออกมาชั่วคราว เพื่อมาคุยกัน มาจัดระบบกัน ว่าเราจะทำเรื่องพระพุทธศาสนาอย่างไร ก็มาวางแผนแม่บทกัน เสร็จแล้วตนจะให้กลับไปทำหน้าที่เดิม ไม่มีความผิดอะไรทั้งสิ้น ก็อย่ามาหาว่ารัฐบาลโลเลกลับไปกลับมา ไม่ใช่อย่างนั้น เพียงแต่ในช่วงนั้นมีปัญหาอยู่ก็เอาออกมาเสียก่อน เพื่อทำให้เกิดความสงบก่อน และเดี๋ยวเอากลับเข้าไปทำใหม่ก็จบแค่นั้น ตนก็ต้องแก้ปัญหาแบบนี้ ไม่มีวิธีอื่น

"ขออย่าไปขยายความกันอีกต่อไปเลย ท่านเป็นคนดีอยู่แล้ว ส่วนพระท่านก็ส่งข่าวว่าพร้อมจะร่วมมือทุกอย่าง ผิดก็ว่าไปตามผิด เพราะฉะนั้น ไม่มีประโยชน์ว่ากันไปว่ากันมา เพราะเป็นเรื่องเฉพาะคน เฉพาะราย เฉพาะพื้นที่ เราต้องรู้จักทำให้บ้านเมืองสงบบ้าง ไม่อย่างนั้นจะไปไหนไม่ได้ สื่อก็อย่าไปขุดคุ้ยให้เป็นเรื่องเป็นราวอีกแล้วกัน ไม่มีเรื่องอะไรทั้งสิ้น และตนไม่จำเป็นต้องพูดคุยทำความเข้าใจด้วยตัวเอง เพราะมีคนคุยอยู่แล้ว จะให้อะไรๆ ก็นายกฯได้อย่างไร" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว และระบุว่า นอกจากนี้ วันนี้ ตนได้ปรับโดยมอบหมายให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี มากำกับดูแล พศ.แทน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เนื่องจากท่านกำกับดูแลกระทรวงวัฒนธรรมอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของคดีเงินทอนวัดก็ว่ากันไป

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวแถลงผลการประชุม ครม. ว่า นายออมสิน ได้เสนอเรื่องเกี่ยวกับตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อให้ที่ประชุม ครม. เห็นชอบ เนื่องจากมติ ครม. เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ให้โอนย้าย พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และมติ ครม. เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ให้รับโอน นายมานัส ทารัตน์ใจ อธิบดีกรมการศาสนา มาดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ. แทนนั้น แต่มติ ครม. ดังกล่าวยังไม่ได้นำความกราบบังคมทูลฯ โดยอยู่ระหว่างกระบวนการนำความกราบบังคมทูลฯ พล.อ.ประยุทธ์ จึงให้หน่วยงานต่างๆดำเนินการแก้ไขปัญหา ข้อขัดแย้งระหว่าง พศ. กับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งดำเนินการแก้ไขไปได้ในระดับที่น่าพอใจ ประกอบกับ พ.ต.ท.พงศ์พร ไม่ได้มีความผิดประการใดในช่วงที่ พ.ต.ท.พงศ์พร มาปฏิบัติงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี มีการปรึกษาหารือเพื่อปรับแผนกำหนดแนวทางในการปฏิบัติงาน ให้มีความสอดคล้องต้องกันกับภารกิจ

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ในวันนี้จึงเสนอให้ พ.ต.ท.พงศ์พร กลับไปปฏิบัติหน้าที่ ผอ.พศ. เหมือนเดิม ส่วนของ นายมานัส นั้น ให้กลับไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการศาสนาเหมือนเดิม พร้อมทั้งกำหนดให้ พศ. ขึ้นการบังคับบัญชากับ พล.อ.ธนะศักดิ์ ในฐานะกำกับดูแลกระทรวงวัฒนธรรม และทำหน้าที่รัฐมนตรีเจ้าสังกัด พศ. ครม. จึงมีมติเห็นชอบและเรื่องนี้ไม่มีการถามไถ่อะไรในที่ประชุม เพราะทุกคนมีความมั่นใจว่า ผู้บังคับบัญชาตั้งแต่ระดับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ทั้ง นายออมสิน พล.อ.ธนะศักดิ์ และนายกฯ ได้พิจารณาอย่างถ้วนทั่วละเอียดเรียบร้อยแล้ว เพื่อประโยชน์แห่งการปฏิบัติราชการ

 

ที่มา : ไทยรัฐ : 27 กันยายน 2560

 

 

จ่อฟันเจ้าคุณบุญเทียม !

ออมสินลั่นไม่เกรงใจสมเด็จสมศักดิ์

ผิดจริงก็ต้องสึกสถานเดียว

 

 

สมเด็จสมศักดิ์

เจ้านายของเจ้าคุณบุญเทียม

 

 

อา..ถ้างั้น วันที่ 29 ก.ย. ศกนี้ อาจจะมีโศกนาฏกรรมกลางลานกว้าง เกิดขึ้นในพุทธมณฑล เพราะทาง พศ. จะรายงาน มส. เรื่องเจ้าคุณบุญเทียมกับเจ้าคุณประเทือง ทำผิดกฎหมายอาญา ตามการสืบสวนสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาของ ปปป. ซึ่ง มส. คงจะส่งไม้ต่อให้ "สมเด็จสมศักดิ์" เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ให้จัดการตามกฎหมายคณะสงฆ์ ถึงแม้จะเป็นกลางพรรษา แต่ว่าก็มีกรณี "มหาอภิชาต" เป็นตัวอย่าง สดๆ หนาวๆ ร้อนๆ

น่าเศร้าก็คือว่า เมื่อเกิดกรณีธรรมกายครั้งหลังสุดนั้น มีเสียงให้สมเด็จสมศักดิ์ จับสึกพระธัมมชโย แต่สมเด็จสมศักดิ์กลับเล่นเกมกฎหมาย ให้เจ้าคุณสมศักดิ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ดึงเรื่องไว้ ไม่ให้พงศ์พรเข้าไปยุ่งเรื่องตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายรูปใหม่แทนธัมมชโยและทัตตชีโว กรณีธรรมกายจึงยืดเยื้อมาจนบัดนี้

แต่ ณ วันนี้ กลับมีคดีอาญามาติดพัน "คนสนิท-ศิษย์ก้นกุฏิ" ของสมเด็จสมศักดิ์เสียเอง รุนแรงถึงขั้น "จับสึก-ติดตะราง" แถมอำนาจในการสั่งสึกนั้น ก็ยังอยู่ในมือของสมเด็จสมศักดิ์เองเสียด้วย หรือจะต้องมาฆ่าลูกในไส้ มันเป็นเวรกรรมอะไรเล่าหนอ ชีใหญ่ทศพร หลวงพ่อทำกรรมอะไรไว้ แก้ได้ไหม ??

 

 

ออมสินลั่นเกรงใจไม่ได้ ปมพระผู้ใหญ่เอี่ยวเงินทอนวัด

ออมสินสั่ง ผอ.พศ. รายงานที่ประชุม "มส." หลัง "เลขาเจ้าคณะใหญ่หนกลาง" โดนข้อหา "โกงเงินทอนวัด" 29 ก.ย. นี้ ชี้ ผิดอาญาจับสึกได้ แม้เจ้าตัวไม่ยอม

 

26 ก.ย. 2560 : นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เชิญพระผู้ใหญ่ 4 รูป โดย 1 ในนั้นมีเลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนกลาง เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีทุจริตเงินทอนวัดว่า ตนได้มอบหมายให้ ผอ.พศ. ในฐานะเลขานุการมหาเถรสมาคม (มส.) แจ้งที่ประชุม มส. ในวันที่ 29 ก.ย. ให้รับทราบแล้ว ส่วนเรื่องมาตรการลงโทษ หากพบว่ากระทำผิดจริงนั้น ในทางอาญา ปปป. จะเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนในทางวินัยสงฆ์ทาง คณะสงฆ์จะไปดำเนินการกันเอง โดย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2560 ถ้าพระกระทำความผิดทางอาญาสามารถจับสึกได้ แม้เจ้าตัวจะไม่ยินยอม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการแจ้งข้อกล่าวหา โดยจะต้องมีการมาแก้ข้อกล่าวหาก่อน

นายออมสิน กล่าวว่า ในส่วนของเจ้าหน้าที่ พศ. ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะนี้ ผอ.พศ. ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตนกำชับ ผอ.พศ. ว่า ให้รีบดำเนินการให้ได้ผลสรุปโดยเร็ว ถ้าเร็วเท่าไรยิ่งดี ตนอยากเห็นรูปธรรมในส่วนของฆราวาสโดยเร็ว เพราะหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ พศ. เป็นผู้นำเสนอเรื่องงบประมาณ วัดหลายแห่งเองพระท่านไม่ทราบ ส่วน นางประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ. ที่ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งย้ายให้มาช่วยราชการที่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) นั้น ทางสำนักงาน ก.พ. ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยแล้วเช่นกัน


ผู้สื่อข่าวถามว่า กังวลกระแสต่อต้านจากพระหรือไม่ นายออมสิน กล่าวว่า ไม่มีหรอก เพราะพระมี 3 แสนรูป อาจมีไม่ดีบ้างนิดหน่อย เป็นเรื่องของสังคมปกติที่มีทั้งคนดีและไม่ดี แต่ส่วนใหญ่เป็นพระที่ดีทั้งนั้น ส่วนพระที่ถูกกล่าวหาท่านจะต้องพิสูจน์ตัวเอง ต้องมีหลักฐานมาแสดงให้ ปปป. เห็นว่าท่านไม่เกี่ยวข้อง ถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด แต่ถ้าผิดต้องว่าไปตามกฎหมาย

เมื่อถามว่า พอเป็นพระผู้ใหญ่กังวลว่าจะมีเส้นหรือไม่ นายออมสินกล่าวว่า เรื่องแบบนี้เกรงใจไม่ได้อยู่แล้ว เพราะถ้าข้อเท็จจริงออกมาว่าผิด ถ้าไม่ทำเจ้าหน้าที่จะโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 

ที่มา : คมชัดลึก : 26 กันยายน 2560

 

 

ดับซ่าทัตตชีโว !

ซูมเล่าความหลังครั้งยังห้าว

คราวนั้น เผด็จ ผ่องสวัสดิ์ รหัสห้อง 29 ตะโกนลั่น

ใครต่อยกูวะ ! ใครต่อยกู ?!

 

 

ภาพ : มติชน

เผด็จ ผ่องสวัสดิ์ หรือ ทัตตชีโว คนโตของธรรมกาย

 

 

คิดถึงพระผู้ใหญ่ธรรมกาย

เพื่อนเก่าเตรียมอุดมศึกษา

 

ผมมีเพื่อนเก่า ที่ผมมีความรักความชอบเป็นส่วนตัวอยู่ท่านหนึ่ง ที่วัดพระธรรมกาย เพราะเคยมีความหลังฝังใจอยู่กับท่าน และได้มีส่วนร่วมทำความผิดไว้กับท่าน ซึ่งผมยังจำได้ดีจนถึงทุกวันนี้

พระราชภาวนาจารย์ หรือ ท่านทัตตชีโว หรือชื่อเดิม เผด็จ ผ่องสวัสดิ์ รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย นั่นแหละครับ

ท่านเคยเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษารุ่นเดียวกับผม คือรุ่นที่ 21 หรือที่ใช้โค้ดว่า "ตอ.21" ห้องติดกันพอดิบพอดีสมัยเรียน ม.7 เมื่อ พ.ศ.2501

ท่านเรียนอยู่ห้อง 29 ของตึกหนึ่ง ซึ่งอยู่ค่อนมาทางถนนพญาไท ผนังห้องชนกับห้อง 39 ที่ผมเรียน จึงเห็นหน้าเห็นตากันทุกวัน

น่าเสียดายที่การเห็นหน้าทุกวันกลับเป็นผลเสีย เพราะเพื่อนๆ ผมหลายคนเกิดไม่ต้องชะตากับท่าน และกล่าวหาว่า นายเผด็จ ห้อง 29 จากเมืองกาญจน์คนนี้ ชอบเดินส่ายอาดๆ เหมือนท้าทายและชอบส่งเสียงดัง ซึ่งเพื่อนผมเห็นว่าเป็นการยั่วโทสะ

ก็ประสาเด็กหนุ่มแหละครับ ช่วงนั้นอายุ 16-17 กำลังห้าว ว่างั้นเถอะ

แล้ววันหนึ่งก็เกิดเหตุ เมื่อเพื่อนผมอดรนทนไม่ไหว จะด้วยเหตุใดไม่ประจักษ์ชัด แต่ทันทีที่ท่านเดินจากห้อง 29 ผ่านมาทางห้อง 39 เพื่อนผมรายที่ว่าก็วิ่งไปชกเปรี้ยงเข้าให้ จนท่านเซหลุนๆ แทบล้มลงไป

ก็คงจะเจ็บเอาการและมึนเอาการ เพราะท่านต้องสะบัดหน้าแล้วหมุนตัวอยู่หลายรอบ ก่อนจะร้องออกมาว่า

 

"ใครชกกูวะ? ใครชกกูวะ?"

 

พวกเรารวมทั้งผมด้วยที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ไม่มีใครตอบ แม้แต่เพื่อนคนที่ลงมือก็ไม่ตอบ เพราะถ้าตอบก็เท่ากับรับว่าทำผิด เรื่องไปถึงอาจารย์ผู้ปกครองอาจถูกตัดคะแนน หรือไม่ก็ถูกห้ามเข้าสอบในปีนั้น

เมื่อไม่มีใครรับ เผด็จ ผ่องสวัสดิ์ ก็สะบัดหน้าด้วยความไม่พอใจอยู่อีกพักหนึ่ง ก่อนจะเดินกลับไปห้อง 29 อย่างหงุดหงิด

หลังจากวันนั้นทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี เพื่อนผมเมื่อได้ระบายอารมณ์ออกไปแล้ว ก็หายเขม่น

ส่วนเผด็จ ผ่องสวัสดิ์ แม้จะยังเดินส่ายเหมือนเดิม แต่ดูจะพูดเบาลงกว่าเดิม

 

เราเรียนกันมาจนถึง ม.8 แล้วก็แยกย้ายกันไปสอบเข้ามหาวิทยาลัย เผด็จไปสอบเข้าเกษตรศาสตร์ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคณะกสิกรรมและสัตวบาล ซึ่งเป็นคณะเอกของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในยุคโน้น

ต่อมา ท่านได้พบกับบัณฑิตเกษตรศาสตร์รุ่นน้อง "พระธัมมชโย" ที่บวชอยู่ก่อน เกิดความเลื่อมใสศรัทธาจึงบวชตาม และต่อมาก็กลายเป็นผู้สนิทสนมและเป็นมือ 2 หรือรองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายในที่สุด

ตอ.รุ่น 21 เป็นรุ่นที่รักใคร่กลมเกลียวอย่างดียิ่ง แม้จะเรียนจบไปหลายปีแล้ว ก็ยังนัดพบปะกันอยู่เสมอ คนดังๆ ของรุ่นนี้ได้แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์วิจารณ์ พานิช, ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม, ดร.กัลยา โสภณพนิช, สุชาติ ไตรประสิทธิ (อัยการสูงสุด), วิจิตร สุพินิจ (ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย), ยงยุทธ วิชัยดิษฐ (รองนายกฯ), จินตนา ปิ่นเฉลียว (นักเขียนนักกลอน), ดร.สุจิต บุญบงการ (นักวิชาการรัฐศาสตร์และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ) ฯลฯ เป็นต้น

ท่านทัตตชีโว มาร่วมงานชุมนุมรุ่นกับพวกเราหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เราจัดขึ้นในช่วงกลางวัน

ผมมีโอกาสสนทนากับท่านแทบทุกครั้ง ในโอกาสที่ท่านมาโปรดพวกเราในงานเลี้ยงรุ่นกลางวัน และเคยประเคนอาหาร ประเคนน้ำให้ท่านระหว่างฉันเพลด้วย

ด้วยความสัมพันธ์แต่หนหลังนี่แหละครับ ที่ผมยังมีความเป็นมิตรและให้ความเคารพนับถือท่านอยู่เสมอ

แม้วันนี้ ผมกับท่าน จะยืนคนละจุด เพราะผมเรียนรู้มากขึ้นว่าธรรมกายสอนอะไร และเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายได้ทำอะไรลงไป จนต้องตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาของทางบ้านเมือง ดังข่าวคราวที่เกิดขึ้นขณะนี้

 

ในทางความคิดในแนวความเชื่อถือนั้น เราเป็นอริกันแน่นอน

แต่ในฐานะ ตอ.21 ผมยังถือว่าท่านเป็นมิตรอยู่เสมอ

 

ผมหวังว่าเหตุการณ์ที่วัดพระธรรมกายจะจบลงด้วยดี และคงจะมีสักวันหนึ่งที่เราจะพบกันอีก และเราจะไม่คุยเรื่องความเชื่อถือ หรือความคิด ของเราทั้ง 2 ที่ต่างกัน แต่จะกลับไปคุยกันถึงเรื่องเก่าๆ สมัยเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษามาด้วยกัน

อาจบางที ผมจะนมัสการกราบเรียนให้ท่านทราบว่า...เพื่อนผม คนที่ลงมือต่อยท่านเป็นใคร ? เพราะต่อยมา 59 ปี เข้านี่แล้ว ความผิดหมดอายุความไปแล้วครับ.

 

"ซูม"

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

 

 

อย่างเป็นทางการ !

ปปป. แจ้ง มส. กรณีพระผู้ใหญ่ทุจริตเงินอุดหนุนวัด

เจ้าคุณประเทืองเจอรางวัลข้างเคียงอีก 1 ข้อหา

 

 

พระเทพเสนาบดี (ประเทือง อาภาธโร ป.ธ.4)

เจ้าอาวาสวัดกวิศวราราม เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี

รองประธานกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านศีลห้า

 





 

 

 

อา..ไม่น่าเชื่อว่า "เจ้าคุณประเทือง" เจ้าคณะจังหวัดที่มาแรงสุดๆ ในยุคนี้ จะสะดุดรักอย่างแรง เพราะเรื่อง..เงินทอน ย้อนดูเกียรติยศ-เกียรติประวัติของเจ้าคุณประเทืองแล้วทึ่ง เพราะเป็นแค่เจ้าคณะจังหวัดเล็กๆ ลพบุรี-เมืองลิง แต่วิ่งเข้าป้าย "รองประธานกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านศีลห้า" ของสมเด็จวัดปากน้ำ ร่วมทีมกับ "พระพรหมเสนาบดี" หรือเจ้าคุณพิมพ์ ประเดี๋ยวเดียวก็เด้งขึ้น "ชั้นเทพ" แซงหน้าเจ้าคณะจังหวัดทั่วประเทศไทยไปไม่เห็นฝุ่น จนมีคำครหาว่า "เดี๋ยวนี้พระไทยไม่รักษาศีล 227 กันแล้ว รักษาแค่ศีลห้าก็ถมเถ ได้รับอานิสงส์มากกว่ากันเยอะ ฯลฯ" ว่ากันว่าถ้าสมเด็จช่วงได้เป็นสังฆราช เจ้าคุณประเทืองก็ต้องได้เป็น "ชั้นธรรม" เป็นอย่างต่ำ เผลอๆ อาจจะได้ขึ้นถึง..รองสมเด็จ

ถ้าดูผลงานของเจ้าคุณประเทืองแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า น่าจะเป็นนัมเบอร์วันในภาคกลาง อาจจะเหนือกว่า "เจ้าคุณอมรภิรักษ์" วัดโสธร ด้วยซ้ำไป เพราะสามารถสร้างการศึกษาแนวใหม่ได้ไฉไลที่สุด ล้ำยุคกว่า มจร. แต่ก็ไม่น่าพลาดเรื่องเงินๆ ทองๆ เพราะของแบบนี้มันมีพิษ พอติดเชื้อแล้ว ผลงานการสร้างอย่างอื่นก็แทบจะติดลบ ถ้าจบบทบาทลงไปก็ไม่รู้ว่า โรงร่ำโรงเรียนที่หลวงพ่อประเทืองสร้างสรรค์ไว้นั้น จะดำเนินการต่อไปอย่างไร น่าเสียดายจริงๆ

 


 

โครงการหมู่บ้านศีลห้านั้น เพิ่งจะฉลองความสำเร็จอย่างสูงสุดไปในวันที่ 20 กันยายน ที่ผ่านมา ก็แค่ 5 วันเอง ตกวันนี้ "รองประธานขับเคลื่อนโครงการ" ดันมาโดนคดี "โกงเงินภาษี" หมายถึงทำผิดศีลเสียเอง แล้วจะขับเคลื่อนไปยังไงไหว จริงหรือไม่ฮะท่านเจ้าคุณพิมพ์ ?

 

 

ถ้าใช้มาตรฐานเดียวกับเจ้าคุณเสนาะ วัดสระเกศ ในฐานะที่เจ้าคุณประเทืองเป็นทั้งเจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวงและเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ย่อมจะมีสิทธิ์ "ถูกถอด" ออกจากตำแหน่ง เพราะถือว่ามีมลทิน ซึ่งจังหวัดลพบุรีนั้นเป็นเขตภาคกลาง ขึ้นต่อเจ้าคณะภาค 3 วัดบพิตรภิมุข และมีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์) วัดพิชยญาติการาม เป็นเจ้านายสูงสุด

และถ้ารวม "มหาบุญเทียม" เลขาของสมเด็จสมศักดิ์เข้าไปด้วยละก็ งานนี้ถือว่าระเบิดลงวัดพิชัยญาติเต็มๆ ไม่ปลดก็โดนข้อหา "เล่นพรรคเล่นพวก" ปลดก็ถูกลูกน้องต่อว่า "ไม่ดูไม่แล เวลาใช้งานก็ให้ทำกันแทบเป็นแทบตาย" มันสะเทือนใจไปทั้งบาง เฮ้อ ! เวรกรรมอะไรหนอ ?

 

 

 

วัดใจ !

สมเด็จสมศักดิ์ จะกล้าปลดเจ้าคุณประเทืองกับมหาบุญเทียมหรือไม่

หรือจะให้เจ้าหน้าที่ออกหมายจับเสียก่อน !

 

 

เอ้า ! ชีใหญ่ทศพร ผู้มีหูทิพย์ตาทิพย์ แสกนกรรมแก้กรรมได้ อยู่ไหน

รีบมาแก้กรรมช่วยสมเด็จสมศักดิ์และมหาบุญเทียมเร๊ว

ไฟไหม้วัดพิชัยญาติแล้ว !

 

 

เรียกพระผู้ใหญ่รับข้อหา ! เลขาฯ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เอี่ยวเงินทอนวัด

ปปป.จัดหนัก ทำหนังสือถึง "มหาเถร" เรียกพระ 4 รูปรับข้อหาทุจริตเงินทอนวัด ตะลึง ! มีแต่ระดับพระชั้นผู้ใหญ่ ทั้ง "เลขาฯสมเด็จพระพุทธชินวงศ์-เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี-เจ้าคณะอำเภอ" พร้อมเจ้าอาวาสวัดดัง เผยเจอข้อหาหนัก 3 กระทง ละเว้นหน้าที่-เบียดบังทรัพย์-สนับสนุนทำความผิด ขณะที่ "พระเทพเสนาบดี" เจอพ่วงข้อหาปลอมเอกสารเพิ่มอีก 1 คดี

25 ก.ย.60 พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ธนกุล รอง ผบก.ปปป.เปิดเผยความคืบหน้าการแจ้งข้อกล่าวหาจากกรณีทุจริตงบประมาณบูรณปฏิสังขรณ์วัด หรือคดีเงินทอนวัด ซึ่งมีผู้ต้องหาจำนวน 19 ราย โดยในจำนวนนี้มีพระสงฆ์รวมอยู่ด้วยจำนวน 4 รูปว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำการออกหนังสือเชิญพระสงฆ์ทั้ง 4 รูปมารับข้อกล่าวหาแล้ว ประกอบด้วย

พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ หรือบุญเทียม ญานินโท) เลขาฯสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะหนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพิชยญาติการามฯ

พระเทพเสนาบดี (พระราชพุทธิวราภรณ์) เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามฯ และเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี

พระครูวิสุทธิวัฒนกิจ (อุดม สุระกาพย์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดราชสิทธารามฯ

พระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค อำเภอชนแดน และเจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์

โดยเบื้องต้น เจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อกล่าวหา ตามมาตรา 147 ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจหน้าที่เบียดบังทรัพย์เป็นของตนเอง, มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 68 ฐานให้ความสะดวกหรือสนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิด นอกจากนี้ ในส่วนของพระเทพเสนาบดี ยังเตรียมแจ้งข้อหาตามมาตรา 162 ฐานปลอมแปลงเอกสารทางการราชอีก 1 ข้อหา โดย ปปป. ได้ส่งหนังสือไปยังมหาเถรสมาคม (มส.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของพระทั้ง 4 รูป เรียบร้อยแล้ว

พ.ต.อ.วรายุทธ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 19 คน ปัจจุบันได้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 6 คน คือ นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ., นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนถาน, นายพยงค์ สีเหลือง อดีตนายช่างโยธา ชำนาญงาน กองพุทธศาสนสถาน, นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สิงห์บุรี ซึ่งเป็นอดีต ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา, นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการศาสนา กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ นางณัฐฐาวดี ตันตยาวิสารสุทธิ นักวิชาการ กลุ่มศาสนสถาน พศ.

วันเดียวกัน พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยว่า ในวันที่ 26 กันยายน เวลา 13.00 น. จะนำสำนวนคดีเงินทอนวัดล็อตที่ 2 จำนวน 23 คดี มูลค่า 140 ล้านบาท ไปมอบให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

สำหรับพระสงฆ์ 4 รูป ประกอบด้วย พระราชรัตนมุนี, พระเทพเสนาบดี (พระราชพุทธิวราภรณ์), พระครูวิสุทธิวัฒนกิจ (อุดม สุระกาพย์) และพระครูกิตติพัชรคุณ ซึ่งได้ประสานให้มารับข้อกล่าวหา รวมถึงผู้ต้องหาที่เหลือคนอื่นๆ นั้น แม้สุดท้ายจะไม่ยอมมารับข้อกล่าวหา ก็จะไม่กระทบสำนวน เนื่องจากเป็นการดำเนินการของตำรวจในเบื้องต้น ป.ป.ช. สามารถออกหมายเรียกและหมายจับได้ภายหลังทันที

"การดำเนินคดีกับพระสงฆ์ที่เกี่ยวข้อง ยอมรับว่า ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยจะดำเนินการเท่าที่ทำได้ตามความเหมาะสม และดำเนินคดีกับพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องใน 3 ลักษณะ คือ ทางวัดแบ่งเงินงบประมาณ ทอนเงินให้กับข้าราชการและผู้ที่เกี่ยวข้อง ลักษณะที่ 2 คือ มีการโอนเงินเข้าบัญชีของพระสงฆ์ แทนที่จะโอนเข้าบัญชวัด ลักษณะที่ 3 คือ วัดของบประมาณสนับสนุนด้านการศึกษา ทั้งที่ไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม" ผบก.ปปป.กล่าว

 

ที่มา : แนวหน้า : 26 กันยายน 2560

 

 

อภิชาตโผล่แล้ว !

ยิ้มหวานผ่านเฟสบุ๊ค

สารภาพบาปในอดีต พร้อมขอขมามุสลิม

 

อา..ถ้างั้น วันจันทร์พรุ่งนี้ อาจารย์บรรจบ ก็คงไม่ต้องไปทำเนียบรัฐบาลแล้วใช่ไหมฮะ เพราะว่าได้พบอดีตพระมหาอภิชาตแล้ว คงจะสบายใจได้ในระดับหนึ่ง ถึงยังไม่พบตัวจริงก็ตาม ซึ่งนี่ก็คือ คำตอบ จากทางการ ที่ทางสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย ได้เรียกร้องให้เปิดเผยสถานภาพและความเป็นอยู่หลังจากลาสิกขา แน่นอนว่า ชาวพุทธไม่น้อยก็เป็นห่วงเช่นกัน ดังนั้น ก็หวังว่า ภายในวันสองวันนี้ คงจะได้เห็นทิดอภิชาตไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวที่หน้าวัดเบญจฯ อย่างชิลๆ นั่นจะทำให้บรรยากาศดีขึ้น..มากมาย

 

 

 

หล่อกว่าตอนเป็นพระ

ภาพอดีตพระมหาอภิชาตหลังลาสิกขา

 

นั่งสมาธิ สูดหายใจลึกๆ

เพราะตอนอยู่ในวัดมัวแต่อ่านข่าว ไม่ค่อยได้นั่งดูใจ

 

เดินจงกรม

พิจารณาหนทางแก้ปัญหาของประเทศ ไม่ให้เป็นวังวน

 

หยุดคิด-ฉุกคิด

ทำไปแล้วเกิดปัญหา คนที่มีปัญญาก็ต้องพิจารณาทบทวนทั้งนั้น

ไม่งั้นก็เป็น..คนบ้า

 

 

 

คำสารภาพของทิดอภิชาต

 

 




 

 

ที่มา : สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย : 25 กันยายน 2560

 

 

หวยออกวัดพิชัยญาติ !

มหาบุญเทียมโดนข้อหาทอนเงิน

งานนี้ยิ่งกว่าลานเทสะเทือน

 

 

นัมเบอร์ 1

พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม ญานินฺโท)

เลขานุการเจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดพิชัยญาติ

 

 

 

อา..มาแล้วฮ่ะ อาหารจานเด็ดตัวจริงเสียงจริง ชื่อ "พระราชรัตนมุนี" นั้น สังคมไทยคงไม่มีใครรู้จัก แต่ในสังคมพระไทยแล้ว นี่คือ "บิ๊กเนม" เพราะเจ้าคุณบุญเทียมมีตำแหน่งเป็น "เลขานุการ" ของเจ้าคณะใหญ่หนกลาง นามว่า "สมเด็จพระพุทธชินวงศ์" หรือ สมเด็จสมศักดิ์ นั่นเอง

สมเด็จสมศักดิ์นั้น สำคัญไฉน ? ก็ตอบได้ว่า ดูที่ตำแหน่ง "เจ้าคณะใหญ่หนกลาง" ซีฮะ ใหญ่สุดในเมืองไทยเลยเชียวล่ะ เพราะคุมอำนาจคณะสงฆ์ "ส่วนกลาง" ไว้อย่างเบ็ดเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็น มหาสายชล เจ้าคณะภาค 1 วัดชนะสงคราม ไม่ว่าจะเป็น เจ้าคุณเอื้อน วัดสามพระยา ซึ่งเป็นเจ้าคณะ กทม. ไม่ว่าจะเป็น เจ้าคุณประยูร วัดประยุรวงศาวาส เจ้าคณะภาค 2 และอธิการบดี มจร. ก็ล้วนแต่เป็น "ลูกน้อง" ของสมเด็จสมศักดิ์ๆ จึงมีฐานะระดับ "สมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายมหานิกาย" ไปโดยปริยาย

แต่ทีนี้ว่า ผู้หลักผู้ใหญ่นั้นมิได้ทำงานเพียงลำพัง ยังต้องมีทีมงาน มีบริวารแวดล้อม แบบว่ายิ่งใหญ่มากก็ยิ่งมีบริวารมาก เมื่อสมเด็จสมศักดิ์เป็นผู้ใหญ่ที่สุดในคณะสงฆ์มหานิกาย เลขาของสมเด็จสมศักดิ์ก็จึงใหญ่ที่สุดในฝ่ายมหานิกายไปด้วย และนั่นคือ "ความใหญ่" ของ..มหาบุญเทียม

ถ้าเทียบกับ "เจ้าคุณเสนาะ" ใหญ่ เพราะเป็นเลขาสมเด็จเกี่ยว อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ถ้าเทียบกับ "ตุ๊แป๊ะ" ใหญ่ เพราะเป็นหน้าห้องสมเด็จช่วง อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มหาบุญเทียมก็ต้องถือว่า "ใหญ่" เพราะเป็นเลขาสมเด็จสมศักดิ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ฉันใดก็ฉันนั้น เจ้าคุณเสนาะเคยคุยว่า "ผมมีถึงพันล้าน" ฉันใด เจ้าคุณบุญเทียม ถึงไม่ได้อ้าง ก็คงมีฐานะไม่ต่างกัน รวยเงียบกับรวยเสียงดัง มันก็รวยเหมือนกัน

ปัญหามันมาถึงเรื่อง "เงินทอน" เพราะทาง ปปป.และ ปปช. คงจะสืบสาวราวเรื่องจนได้ความชัด ว่ามีชื่อของ "มหาบุญเทียม" เข้าไปเกี่ยวข้องกับเงินทองเงินทอนของวัดพิชัยญาติ คงจะเช็ค "เส้นทางการเงินและการบัญชี" ของมหาบุญเทียม จนแน่ใจแล้ว จึงได้ประกาศรายชื่อผู้โชคดีออกมา นับว่าเป็นเกียรติอย่างสูงส่ง ที่เลขาเจ้าคณะใหญ่หนกลางไป "เข้าปิ้ง" คดีประวัติศาสตร์กับเขา

ต่อนี้ไปก็ต้องจับตาอนาคตของ "มหาบุญเทียม" จะเป็นเช่นใด จะเดินตามรอย "เจ้าคุณเสนาะ" วัดสระเกศ หรือไม่ เฮ้อ ! หายใจไม่ทั่วท้องเลย เพราะเมื่อวาน "มหาอภิชาต" ก็โดนจับสึกกลางพรรษา "นำร่อง" ไปแล้ว ใครจะเป็นรายต่อไป อ่านข่าวนี้แล้ว พระไทยทั้งประเทศ หายใจไม่ทั่วท้อง !

 

 

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม)

วัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง

 

คุมคดีธรรมกายอยู่ในมือ แต่กลับทำอะไรธรรมกายไม่ได้ แบบว่าล้มเหลว เท่านั้นยังไม่พอ วันนี้ โดนคดีเงินทอนเข้าไปอีก ยิ่งกว่าพระศุกร์เข้าพระเสาร์แทรก เผลอๆ หลุดจากทุกตำแหน่ง เพราะล้มละลายไปโดยปริยาย

 

 

ที่มา : เจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ : 25 กันยายน 2560

 

จ่อบุกทำเนียบ !

ถามบิ๊กตู่-นายกรัฐมนตรี

กรณี "กักขังไร้พิกัด" มหาอภิชาต

 

 

หากวันจันทร์ ยังไม่ทราบข่าว ตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง เราจะขอเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อเจรจาทั้งการปล่อยตัว และความปลอดภัย ของท่านอภิชาต

รท.รศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ

 

อา..ก็น่าฉงนนะฮะ ว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ "ใช้อำนาจอะไร" ในการ "กักขัง-หน่วงเหนี่ยว" ทิดอภิชาต ไว้ในที่ "ไร้พิกัด" โดยอ้างว่า "มิได้แจ้งข้อหาใดๆ" แต่..นำตัวไปไว้ในที่ไร้พิกัด นี่มันอุ้มกันชัดๆ เลย ถ้ามหาอภิชาตมีรอยขีดข่วนตามกระบวนการรีดของเจ้าหน้าที่ งานนี้มีบานปลายแน่ "บิ๊กตู่" เตรียมตอบคำถามเอาไว้ให้ได้ ไอ้ที่เดินสายหาเสียงจะนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอีกสมัยนั้น รับรองว่าหืดขึ้นคอ จะโดนประเด็น "อภิชาต" นี่แหละ ขวางทางไว้สุดกู่ เพราะแนวร่วมจะมากกว่า "ทนายสมชาย นีละไพจิตร" อย่างเทียบไม่ได้ เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ เตือนไปยังพวก "บริวาร" ของท่านผู้มีอำนาจด้วย ว่าอย่าเลยเถิด จะแจ้งข้อหาอะไรก็ว่าไป จะขออำนาจศาลฝากขังหรือทำอะไรก็ให้มั่นโปร่งใส มิใช่บอกว่า "ไม่ได้แจ้งข้อหาอะไร แต่นำไปไว้ในที่ปลอดภัย" ถามว่าพูดแบบนี้ใช้ได้หรือ ?

ก็รอดูว่า ปลาตัวใหญ่ ระดับ "คสช." จะมาตายน้ำตื้นเพราะเรื่องตื้นๆ แบบนี้ หรือไม่ อยากจะปั้นมหาอภิชาตให้เป็น "ฮีโร่" ก็ตามใจ

แต่ความจริงแล้ว สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย ไม่ต้องรอถึงวันจันทร์ เพราะถ้าเจ้าหน้าที่มิได้แจ้งข้อหาอะไร ก็ไม่มีอำนาจในการกักขังหน่วงเหนี่ยวทิดอภิชาตอยู่แล้ว ยกเว้นแต่ใช้กฎอัยการศึก แต่ถึงอย่างนั้นทางสมาพันธ์ก็ย่อมมีสิทธิ์เรียกร้องให้ทางการบอกสถานที่กักขังให้ทราบได้อยู่แล้ว ถามว่า รออะไร ?

 

สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย

 

ประกาศ สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 1
เรื่อง ผลการเจรจากับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ กรณีอดีต พระมหาอภิชาต ปุณฺณจนฺโท

ในวันนี้ สมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย นำโดย ร.ท.ผศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ประธานสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย ได้เดินทางไปที่วัดเบญจบพิธฯ เพื่อไปเจรจา 3 ฝ่าย ประกอบด้วย

1. เจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตร
2.
เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบกรณีอดีต พระมหาอภิชาต ปุณฺณจนฺโท
3.
ตัวแทนสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย

ขอสรุปผลการเจรจา

เจ้าหน้าที่ ถามเจ้าอาวาสว่า ท่านอภิชาต ขอสึกเองหรือไม่ ท่านเจ้าอาวาส ตอบว่า ใช้ ท่านอภิชาต ขอสึกเอง

เจ้าหน้าที่ ก็ขอให้เราแจ้งต่อสาธารณชน ว่า มหาอภิชาต ขอสึกเอง

เราตอบว่า เราไม่สามารถรับรองได้ ว่า ขอสึกเอง ด้วยความเต็มใจ จนกว่าจะได้พบกับ ท่านอภิชาต ด้วยตนเองเสียก่อน

เราก็ขออนุญาต เข้าไปเยี่ยมท่าน เพื่อสอบถามเรื่องราวต่างๆ

เจ้าหน้าที่ยืนยัน สรุป ดังนี้

1. ยังไม่บอกว่า ตอนนี้อยู่พิกัดไหน
2.
ให้รออีก 2 วัน แล้วทุกคนจะทราบเอง (เราจะรอถึงวันจันทร์)
3.
ท่านอภิชาต ไม่ได้ถูกคุมขังแต่ประการใด และอยู่ในที่ปลอดภัย
4.
ไม่มีการแจ้งข้อหาใดๆ

ข้อสรุปสำหรับเรา (ปรึกษากันเอง)

1.
เราจะรออีก 2 วัน นั่นคือ ยอมรอถึงวันจันทร์ ไม่เกิน 18.00 น.
2.
หากวันจันทร์ ยังไม่ทราบข่าวตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง เราจะขอเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อเจรจาทั้งการปล่อยตัว และความปลอดภัยของท่านอภิชาต
3.
ตั้งกองทุน ขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์ 2 ประเด็นคือ

3.1
ช่วยเหลืออดีต พระมหาอภิชาต ปุณฺณจนฺโท ในเรื่องดังนี้
3.1.1
ช่วยเหลือทางด้านคดี (หากต้องใช้)
3.1.2
ช่วยเหลือเป็นค่ายังชีพ ขณะที่ลาสิกขาใหม่ๆ โดยไม่ทันตั้งตัว
3.1.3
อื่นๆ ที่สมควร

3.2
กิจกรรมเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา (อันนี้ใช้ระยะยาว ทั้งช่วยเหลือชาวพุทธวันหน้า หรือการทำงานเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา)

 

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊คสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย : 23 กันยายน 2560

 

นพรัตน์โดน !

ปปง-ปปช. บุกค้นบ้าน ยึดเซฟเจาะ

หวังพบทองคำแท่ง !

 

อา..ถ้าพบของมีค่าแม้แต่เพียงชิ้นเดียว นายนพรัตน์คงจะโดนสมาชิกชมรมดูดาววิจารณ์ว่า "ควาย" เพราะตัวเองหนีไปอยู่อเมริกาตั้งหลายปี คงไม่โง่ถึงกับจะทิ้งหลักฐานไว้ให้ คสช. ดูต่างหน้าหรอก บ้านของ น.ส.ประนอม คงพิกุล ถูกค้นกระจุย เป็นข่าวกระจายไปทั่วโลกมานานหลายเดือน นพรัตน์เห็นแล้วก็คงจะเก็บหลักฐานเรียบ งานนี้ถึงมีการซัดทอดโดยพยานบุคคล แต่หาหลักฐานยาก อยากรู้ว่ามีมากขนาดไหนก็ตามไปที่ "ดัลลัส" ซีฮะ รับรองว่าจะ..โอ้โฮ !

 

 

 

นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์

อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

พิษเงินทอนวัด !! ค้นบ้าน "พนม-นพรัตน์" อดีต ผอ.พศ.

ปปป. นำกำลังบุกค้นบ้าน "พนม - นพรัตน์" อดีต ผอ.พศ. หาหลักฐานเชื่อมโยงคดีทุจริตเงินทอนวัด - ลุยค้น 14 จุด รวม 7 จังหวัด

21 ก.ย. 60 : ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ บก.ปปป. นำกำลังกระจายกำลังนำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านของบุคคลต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด รวม 14 จุดใน 7 จังหวัด โดย จุดสำคัญคือ บ้านพักของ นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  ในเขตเทศบาลเมืองกระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงกระบวนการทุจริตเงินทอนวัด โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงได้แสดงหมายศาลเพื่อขอเข้าตรวจค้น โดยมีนายพนม เข้ามารับหมายและนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในบ้านพัก โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไป              

สำหรับการเข้าตรวจค้นบ้านของนายพนม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ ปปป. ทำการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัด พบความเคลื่อนไหว เรื่องของการโอนเงินซื้อหุ้นสหกรณ์แห่งหนึ่งและมีการซื้อทองสะสมไว้ มีพฤติการณ์เชื่อว่า ร่ำรวยผิดปกติ จึงเป็นที่มาของการเข้าตรวจค้นในวันนี้ 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังเข้าตรวจค้นบ้านพักของ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตอำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  ย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี และเตรียมเปิดตู้เซฟ เพื่อตรวจสอบทรัพย์สินด้วย

 

ที่มา : คมชัดลึก : 21 กันยายน 2560

 

บุกค้น "บ้านพนม" เช้าตรู่ !

ปปง-ปปช. สนธิกำลัง เคาะประตู

ยังไม่ทันได้กินกาแฟ !

 

 

พนม ศรศิลป์

อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

 

ภาพ : PPTV

 

 

บุกค้นบ้านอดีต ผอ.พศ. ยึดทองแท่ง โยงแก๊งงาบเงินทอนวัด

จู่โจมพร้อมกัน 14 จุดทั่วประเทศ เปิดตู้เซฟอายัดเงินสดเพียบ  ปปง.ฟันซ้ำ เตรียมยึดทรัพย์ ออมสินแฉอีก 30 วัด 300 ล้าน !

ตำรวจ  ปปป. ร่วมกับ ปปง. เปิดปฏิบัติการบุกค้นบ้านบุคคลต้องสงสัยพัวพันทุจริตเงินทอนวัด 14 จุด ใน 7 จังหวัด นำหมายศาลบุกค้นบ้าน "พนม ศรศิลป์" อดีต ผอ.พศ. อายัดทองคำแท่งน้ำหนักกว่า 80 บาท พระเครื่องเบญจภาคีและบัญชีรายชื่อวัดที่ได้รับงบอุดหนุนทั่วประเทศกว่า 100 ล้านบาท ตั้ง 2 ข้อหา พร้อมชงยึดทรัพย์ ขณะที่นักวิชาการสำนักพุทธฯ ยังให้การปฏิเสธ ส่วนบ้านเมียอดีตบิ๊ก พศ. พบทรัพย์สินอู้ฟู่ "ออมสิน" ลั่น เดินหน้าสอบต่อเนื่อง หลัง สตง.แจ้งพบทุจริตเงินทอนวัด 30 แห่ง มูลค่า 300 ล้านบาท

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 21 กันยายน ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำโดย พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เจ้าหน้าที่สรรพากร กระจายกำลังพร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านของบุคคลต้องสงสัย ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด หรือ เงินทอนวัด รวม 14 จุด ใน 7 จังหวัด

ค้นบ้านอดีต ผอ.พศ. - นักวิชาการ

โดยจุดสำคัญของปฏิบัติการตรวจค้นครั้งนี้ คือ บ้านพักของ  นายพนม ศรศิลป์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่หมู่บ้านไลฟ์บางกอกบูเลอวาร์ด เลขที่ 199/8 หมู่ 9 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ด้านบนเป็นห้อง 3 ห้อง

จุดที่ 2 เป็นบ้านของ นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งนักวิชาการสำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ เลขที่ 36 หมู่ 5 ต.บางระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐมโดย นายพนม และนายพัฒนา ได้ออกมารับหมายตรวจค้นด้วยตัวเองทั้ง 2 จุด พร้อมกับอนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นภายในบ้าน เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงกับการทุจริต แต่ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ภายในบ้าน

พบรายชื่อวัดรับเงินอุดหนุนทั่วประเทศ

จากการตรวจค้นภายในบ้านของนายพัฒนา พบเงินสดจำนวนมาก และบัญชีรายชื่อวัดที่ได้รับงบประมาณอุดหนุนทั่วประเทศ รวมมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ส่วนการตรวจค้นบ้านนายพนม พบรายชื่อวัดที่ได้รับงบประมาณอุดหนุนทั่วประเทศ พระเครื่องเบญจาภาคี ทองคำแท่งอีกกว่า 80 บาท และยังมีรถยนต์ยี่ห้อ CRV สีบรอนซ์เทา ทะเบียน 2กฐ2180 กรุงเทพ

พบหลักฐานโยงทุจริตกว่า 100 ล้าน

มีรายงานว่า จากการติดตามสอบสวนพบว่า เมื่อปี 2555 นายพัฒนา มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด เกี่ยวกับการทุจริตเงินอุดหนุน วัดบำเพ็ญน้อย เขตมีนบุรี ซึ่งครั้งแรกเป็นเงิน 5,700,000 บาท ครั้งที่ 2 จำนวนเงิน 4,700,000 บาท และครั้งที่ 3 ที่ วัดสุวรรณาราม เขตบางกอกน้อย โดยร่วมกันกับ นายณรงค์ชัย ชัยเนตร ข้าราชการฯอีกคนหนึ่ง กระทำในลักษณะดังกล่าว รวม 9 ครั้ง เป็นเงิน จำนวน 19,250,000 บาท และยังตรวจสอบพบมีเอกสารที่เชื่อมโยงกับวัดอื่นๆ อีก คิดเป็นเงินทุจริตไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม นายพัฒนา ยังคงให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญไปสอบสวนที่ บก.ปปป.

ทั้งนี้ นายพัฒนา ถือเป็นบุคคลที่มีความเชื่อมโยงกับคดีทุจริต เนื่องจากเป็นผู้ที่รับเงินอนุมัติไปที่วัด และไปของบเงินจากเจ้าอาวาสคืน ในลักษณะเงินทอนตามกระแสข่าวที่มีการติดตามคดีมาอย่างต่อเนื่อง

แจ้ง 2 ข้อหา "พนม" -ชง ปปง. ยึดทรัพย์

ต่อมา เวลา 11.00 น. พล.ต.ต.กมล เปิดเผยว่า ได้มีการแบ่งกำลังเข้าตรวจค้นพร้อมกัน 14 จุดในพื้นที่ 7 จังหวัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับข้าราชการและบุคคลธรรมดา โดยมี 13 จุดเป็นส่วนที่ทาง บก.ปปป. ตรวจสอบพบความเชื่อมโยงเพิ่มเติมเกี่ยวกับความผิดทุจริตเงินทอนวัด ตรวจสอบบ้านพักของนายพนม พบพระเครื่องชุดเบญจภาคี ทองคำแท่งน้ำหนักรวม 80 บาท เอกสารการซื้อขายหุ้น ซึ่งหลังจากนี้จะมีการรวบรวมทำบัญชีทรัพย์สิน ก่อนเสนอเข้าที่ประชุม ปปง. เพื่อพิจารณาอายัดทรัพย์ตามขั้นตอน และดำเนินคดีตามความเชื่อมโยง ขณะเดียวกันได้มีการแจ้งข้อหาฐานปฎิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 และความฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจหน้าที่เบียดบังทรัพย์เป็นของตนเอง ตามมาตร 147

จ่อแจ้งข้อหา 19 ผู้กระทำผิด

"การตรวจสอบความผิดทุจริตเงินอุดหนุนงบประมาณบูรณะและปฏิสังขรณ์วัด ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งพบว่ามีวัดที่ได้รับความเสียหายจากการปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา รวม 23 วัด และพบผู้กระทำผิดรวม 19 คน ซึ่งทั้งหมดตำรวจจะแจ้งข้อหาตามพฤติการณ์ทันที"  พล.ต.ต.กมล กล่าว

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ ปปป. ได้ตรวจสอบพบว่า มีการโอนเงินซื้อหุ้นสหกรณ์แห่งหนึ่ง และมีการซื้อทองสะสมไว้ มีพฤติการณ์เชื่อว่าร่ำรวยผิดปกติ และเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด จึงเป็นที่มาของการเข้าตรวจค้นบ้านนายพนมในครั้งนี้

ค้นบ้านเมียอดีต ผอ.พศ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันเดียวกัน พ.ต.อ.พัชรินทร์ ภูสิทธิ์ รอง ผบก.ปปป. พร้อมกำลังตำรวจกว่า 10 นาย นำหมายศาลจังหวัดนนทบุรี เลขที่ 907/2560 ลงวันที่ 20 กันยายน เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 209/648 ซอย 9 หมู่ 3 ถนนบ้านกล้วย-ไทรน้อย ภายในหมู่บ้านบุศรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ห้องหัวมุม โดยบ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านของ นางปราณี แจ่มเจริญ แม่ของ นางภัทรนันท์ แจ่มเจริญ ภรรยาของนายนพรัตน์ เบญจรัตนานันท์ อดีต ผอ.พศ. เพื่อหาหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนของวัดหรือไม่

เปิดเซฟอายัดเงิน-อัญมณี

ภายในบ้านพบเพียง นางสุภาพร ประเสริฐกุล อายุ 63 ปี คนดูแลบ้าน ให้การว่า นางปราณีและนางภัทรนันท์ ไม่อยู่บ้านเดินทางไปต่างประเทศ จากการตรวจค้นภายในบ้านพบตู้เซฟขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการตรวจค้นหาหลักฐานและเปิดตู้เซฟนานกว่า 6 ชั่วโมง ภายในตู้เซฟพบเงินสด 170,000 บาท อัญมณีจำพวกพลอยกว่า 10 เม็ด เอกสาร และพาสปอร์ตของเจ้าของบ้าน จึงทำการบันทึกและอายัดของกลางทั้งหมด เพื่อนำส่งให้ ปปป. ตรวจสอบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนของวัดหรือไม่

ค้นบ้านเมียอดีตบิ๊ก พศ. รวยมาก

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.วสันต์ เกศะรักษ์ ผู้กำกับการกอง 3 บก.ปปป. พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 555/1 ในหมู่บ้านสีวลี ถนนมะลิวัลย์ ต.บ้านทุ่ม อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของ นางมาดา ชัยเนตร หรือกระดือหน อายุ 36 ปี ภรรยาของนายณรงค์เดช ชัยเนตร อดีต ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา พศ. พบสมุดบัญชีเงินฝากหลายเล่ม มีเงินในบัญชีจำนวนมาก โดยบ้านหลังดังกล่าว นางมาดาใช้เงินสดจำนวน 6 ล้านบาทซื้อ เมื่อปี 2558 พร้อมกับรถยนต์เก๋งมูลค่า 8 แสนบาทเศษ อีก 1 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกเพื่อรวบรวมไว้เป็นหลักฐานต่อไป

อ้างได้เงินมรดกจากพ่อ

มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า นางมาดามีร้านจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดขายบนถนนเหล่านาดี เขตเทศบาลนครขอนแก่น โดยนางมาดาอ้างว่า เงินที่นำมาซื้อบ้าน เป็นเงินจากมรดกที่บิดาให้มา แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ จึงได้เก็บหลักฐานทั้งหมดก่อนนำไปรวบรวมกับการเข้าค้นทั้งหมดในวันนี้

สำหรับการเข้าตรวจค้นบ้านของนางมาดา สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ ป.ป.ป. ที่ทำการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัด พบความเคลื่อนไหวมีการโอนเงินซื้อหุ้นสหกรณ์แห่งหนึ่งและมีการซื้อทองสะสมไว้ด้วย มีพฤติการณ์เชื่อว่าร่ำรวยผิดปกติ จึงเป็นที่มาของการเข้าตรวจค้นในวันนี้

ออมสินลั่น บี้เงินทอนวัดต่อเนื่อง

ทางด้าน นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงปฏิบัติการตรวจค้นทั้ง 14 จุด ในวันเดียวกันนี้ว่า เป็นกระบวนการทำงานของตำรวจ ปปป.ตามขั้นตอนปกติ ยืนยันว่าทุกอย่างยังเดินหน้าต่อแม้ว่า พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่ง ผอ.พศ. แล้วก็ตาม แต่ทุกเรื่องจะหยุดไม่ได้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป

เมื่อถามว่า ปปป. เข้าไปตรวจค้นบ้านผู้ที่เกี่ยวข้อง แสดงว่ามีการการเชื่อมโยงกับการทุจริตเงินทองวัดใช่หรือไม่ นายออมสินกล่าวว่า ไม่ทราบ ต้องถาม ปปป. ซึ่งตนเข้าใจว่าเป็นกระบวนการทำงานของ ปปป. ที่ไปขอหมายศาลเข้าไปขอตรวจค้น

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการตรวจพบการทุจริตเงินทอนวัดเพิ่มเติมหรือไม่ นายออมสิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือถึงตน โดยระบุว่า ตรวจพบการทุจริตเงินทอนวัดประมาณ 30 วัด ส่วนใหญ่เป็นวัดขนาดเล็กทั่วประเทศ เท่าที่ตนจำได้ผู้เกี่ยวข้องมีฆราวาส 13 คน และมีพระครูในต่างจังหวัด 2 รูป ซึ่งตนได้แจ้งให้ ผอ.พศ. ดำเนินการต่อแล้ว

ชี้ต้องพักงานผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดี

นายออมสิน กล่าวต่อว่า ในส่วนข้าราชการ พศ. ทั้ง นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ. น.ส.ประนอม คงพิกุล อดีตรอง ผอ.พศ. และข้าราชการระดับผู้อำนวยการสำนัก 3-4 คน ก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน ถ้าทำงานต่อไปไม่ได้ก็ต้องพักงาน ที่เหลือเป็นระดับเจ้าหน้าที่ ทุกอย่างมีระเบียบขั้นตอนทางราชการอยู่แล้ว ยืนยันคดีความต่างๆ เราดำเนินการต่อ ไม่หยุดทำอะไรทั้งนั้น การดำเนินการในส่วนของตัวบุคคลนั้นเป็นหน้าที่ของตำรวจ เรามีหน้าที่ให้ข้อมูลในส่วนที่เขาต้องการ วันนี้เราดำเนินการในส่วนของตัวบุคคลของเรา ถ้าเชื่อมโยงไปถึงพระก็ต้องดำเนินการต่อ เพราะถ้าไปสืบที่พระก่อนแล้วมาดำเนินการกับคนใน พศ. จะดำเนินการลำบาก และจากข้อมูลเป็นเรื่องที่คนของเราไปเสนอกับพระ

มีทั้งเก่า-ใหม่คิดเป็นเงิน 300 ล้าน

"ตามหนังสือ 30 เรื่องที่ สตง. ส่งมานั้น มีทั้งเรื่องเก่าและเรื่องใหม่ คิดเป็นเงินประมาณ 300 ล้าน แต่เรื่องที่เกิดกินระยะเวลาหลายปี ตั้งแต่สมัย นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ. เรื่อยมาถึง นายพนม ซึ่งพฤติกรรมเหมือนกัน คือไปบอกพระว่า จะให้งบปฏิสังขรณ์วัดแล้วขอเป็นเงินทอน ให้ไปสองล้านขอคืนล้านสาม วัดในต่างจังหวัดที่มีพระรูปเดียวท่านคงไม่รู้ระเบียบราชการ และเมื่อเป็นข้าราชการสำนักพุทธฯ พระก็เชื่อ ที่พูดแบบนี้ไม่ได้ปกป้องพระ แต่อ่านตามนั้น ส่วนเรื่องเงินทอนวัดมีมาตั้งแต่สมัยไหนนั้น ผมไม่รู้ และที่ตรวจสอบได้ครั้งนี้ เขาดูจากการโอนเงินคืนเข้าบัญชี เพราะอาจชะล่าใจ รวมถึงไปขอคืนเป็นเงินสดแต่มีพยานบุคคลเห็น" นายออมสิน กล่าว

 

ที่มา : แนวหน้า : 21 กันยายน 2560

 

สั่งสึกกลางพรรษาพระมหาอภิชาติ !

18.30 น.

20 กันยา 2560

ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม พระอารามหลวง

 

เอวัง ?!?!?!

 

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊คสมาพันธ์ชาวพุทธแห่งประเทศไทย : 20 กันยายน 2560

 

มหาวอ ยก "วัด-วัง" บังสัจจะ !

ต้องยอมตระบัดสัตย์รับตำแหน่ง ผช.จล.

ทำนอง..เสียสัตย์เพื่อชาติ !

 

ว.วชิรเมธี อ้าง "ในวัง" บังคับ ต้องยอมรับ "ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดพระสิงห์" ทั้งๆ ไม่อยากรับ และเคยประกาศต่อสาธารณะว่า "ชีวิตสงฆ์ควรปราศจาก ยศ ทรัพย์ และอำนาจ" แถมยกตัวอย่าง "สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ปยุตฺตมหาเถร" รับพระราชทานสมณศักดิ์ ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม มีแต่คนสรรเสริญ

 

แล้วทำไม ว.วชิรเมธี จะรับไม่ได้ ผิดตรงไหน ?

 

อา..ว่าไงครับ หลวงพ่อช่วงโปรดทราบ มหาวอบอกว่า "ตัวเองถูกขืนใจให้รับตำแหน่ง" ทั้งๆ ที่ไม่อยากรับ ถึงได้มาก็มิได้ภูมิอกภูมใจอะไรอีกด้วย แบบว่า เสียสัตย์เพราะผู้ใหญ่ นี่ถ้าได้เป็นเจ้าคุณ สงสัยมหาวอคงจะฆ่าตัวตาย เพราะรับไม่ได้

เชิญปัญญาชน "ทัศนา" ทัศนะ ของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี คนดีศรีแผ่นดิน !

 

Take a look !

 

 

ว.วชิรเมธี ฤษีกินเหี้ย !

ถูกบังคับให้เป็นคนเลว โดยการรับ "ยศ ทรัพย์ และอำนาจ"

 

 

"ยศช้าง ขุนนางพระ ไม่เคยมองหา แต่เบื้องบนท่านมองเห็น"

ว.วชิรเมธี

 


หลายเดือนก่อน หลังจากมีภาพไปรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช
เพื่อดำรงตำแหน่งเป็น "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดพระสิงห์" ก็มีใครบางคน จรดปากกาเขียนถึงอาตมภาพในทางเสียหายว่า การรับตำแหน่งนั้น เป็นการแสดงถึงความกลับกลอกเหมือนศรีธนญชัย (เพราะแต่ไหนแต่ไรมา อาตมาไม่เคยสนใจเรื่องตำแหน่งแห่งที่ในทางคณะสงฆ์เลย ซึ่งเรื่องนี้ แม้จนบัดนี้ ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่)

ถามว่า ถ้าเช่นนั้น ไปรับตำแหน่งทำไม ?

ขออธิบายสั้นๆ ง่ายๆ สำหรับคนที่อยู่ห่างไกลถึงสหรัฐอเมริกา (ต้นเรื่องที่กล่าวหา) ซึ่งอาจจะไม่ค่อยรู้ความจริงว่า

"อาตมาอยู่วัดพระสิงห์มาแต่อายุเพียง ๑๖ ปี เรียนธรรมะบาลีที่วัดนี้ จนได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค, บวชพระก็บวชที่วัดนี้

หลวงพ่อเจ้าอาวาสก็เป็นพระอุปัชฌาย์ อาตมาก็เคยเป็นพระเลขานุการของท่านมาตั้งแต่ต้นแต่อายุ ๑๘ ปี ตั้งแต่ยังเป็นสามเณรจนถึงบวชเป็นพระภิกษุ


เมื่อจบเปรียญ ๙ ที่กรุงเทพฯ อาตมาย้ายกลับมาเชียงราย ก็มาอยู่ในสังกัดเดิม ซ้ำยังเป็นเปรียญธรรม ๙ รูปแรกของวัด คือวัดพระสิงห์ (พระอารามหลวง)
ไม่ได้เหาะข้ามห้วยมาจากที่อื่น

เมื่อกลับมาแล้ว หลวงพ่อเคยขอให้มาเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสแต่เมื่อปี ๒๕๕๕ อาตมายังไม่อยากรับ ประวิงเวลาไว้ เพราะใจอยากทำงานเผยแผ่พระพุทธ-ศาสนามากกว่างานปกครองของคณะสงฆ์ ครูบาอาจารย์ท่านก็เข้าใจลูกศิษย์ซึ่งท่านรักเหมือนลูก


มาถึงปีนี้ ผู้ใหญ่ใน
"เบื้องบน" ถามมาอีก เพราะอายุ ๔๓ พรรษา ๒๓ อยู่พระอารามหลวงมา ๒๖ ปีแล้ว เป็นมหาเถระแล้ว ไม่ใช่พระเด็กๆ อีกต่อไป ควรมอบหมายให้รับภาระธุระพระศาสนาอย่างเป็นทางการ ทั้งผลงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาก็ไม่ใช่น้อยๆ (ว่าตามคำของท่าน)


ทั้งครู ทั้งศิษย์ จึงยอมอนุวัตร ตามทางการ


อาตมาจึงรับตำแหน่งของทางการ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ
"ฝ่ายเผยแผ่" เหมือนเดิม


และเมื่อเป็นแล้ว ก็ไม่ได้หลงไปกับโลกธรรม ไม่ได้ย้ายไปไหน ยังพอใจกับนามปากกา ว.วชิรเมธี ธรรมดาๆ ยังคงอยู่ทำงานเผยแผ่ต่อไปที่ไร่เชิญตะวันตามปกติ

ตำแหน่งแห่งที่ ที่ท่านประทานมา ก็เพราะฟ้าบันดาล ทั้ง "วัง" และ "วัด" ท่านประสานเสียง แกมกำชับขอให้รับไว้ ไม่ใช่ไปกราบกรานอยากได้ อย่างที่มี "พระอลัชชี" บางรูปพยายามกล่าวหาด้วยข้อความรุนแรง


เรื่องนี้ เข้าใจได้ง่ายมาก


ดูอย่างท่าน
ป.อ.ปยุตฺโต หรือ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ องค์ใหม่ก็ได้ ท่านก็ทำงานของท่านไป ไม่เคยอยากจะได้ใคร่จะมีอะไร ปิดทองหลังพระไป เมื่อทองล้นออกมาหน้าพระ วันดีคืนดี
"หลวง" หรือราชการก็โปรดให้ท่านเป็นสมเด็จฯ เมื่อเป็นแล้ว ท่านก็ไม่ได้หลงไปกับโลกธรรม ดังท่านกล่าวความในใจว่า

"พระนั้น จะแต่งตั้งไปชั้นไหน ชั้นไหน ก็ยังเป็นพระอยู่เหมือนเดิม ทางพระพุทธศาสนา ท่านไม่นิยมถามว่า "จะเป็นอะไร" แต่สำคัญที่ว่า "จะทำอะไร" ให้เรื่อง "เป็น" มาเกื้อหนุนเรื่อง "ทำ" ให้ได้ ท่านจึงว่า "ให้เป็นนั่นเป็นนี่" เพื่อจะได้ "ทำนั่นทำนี่" ได้สะดวก"

เพราะฉะนั้น คนที่ "รู้ผิด คิดเอา เดาเก่ง" มองการรับตำแหน่งของอาตมา เป็นเรื่องการเมืองในคณะสงฆ์ หรือมองไปว่าได้มาเพราะเข้าหาผู้ใหญ่ ทั้งยังพยายามกล่าวหาอาตมาเลื่อนลอยด้วยคำใหญ่คำโตนั้น ก็ขอโปรดเข้าใจเสียให้ถูกต้องตามนี้ อย่าเอาไปตีความเลอะเทอะ


หยุดการปรุงแต่งแบบเด็กๆ เสียทีเถิดพ่อคุณเอ๋ย


ดีร้าย หากวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ระวังปาก จะกลายเป็นการ "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" เสียเปล่าๆ


ส่วนที่มีภาพไปกราบหลวงพ่อสมเด็จฯ วัดปากน้ำ แล้วเอามาเขียนว่าไปประจบท่านนั้น ก็ขอเตือนว่า เวลาจะเขียนอะไร ดูคำอธิบายใต้ภาพด้วย

เพราะภาพพวกนั้น มีปรากฏอยู่ในเฟซบุ๊คของอาตมาเอง มีคำอธิบายกำกับด้วยว่าไปทำอะไร เมื่อไหร่ ที่ไหน

ภาพคู่สมเด็จฯที่เห็น คืองานไปรับรางวัล "วัดที่จัดการสิ่งแวดล้อมดีเด่น" จัดที่ มจร.วังน้อยเมื่อราวเดือนกุมภาพันธ์ และครั้งที่สอง หลวงพ่อสมเด็จฯ นิมนต์ไปพบเมื่อเดือนเมษายน เพื่อแจ้ง "พระราชดำริ" ด้านการศึกษาภาษาบาลีที่ทรงฝากมา โดยขอให้ช่วยรับเป็นภาระธุระ เพราะอาตมาสื่อสารกับสังคมได้ง่าย มีคนฟังเยอะ

ทั้ง "เบื้องบน" ท่านก็ทรงกำชับมาหลายครั้ง เรื่องการศึกษาภาษาบาลีในโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่ยังน่าเป็นห่วงอยู่ เพราะเห็นว่า ท่าน ว.วชิรเมธี นี้ เป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยค และได้เขียนหนังสือเรื่อง "เปรียญ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์" เพื่อเป็นแนวทางฟื้นฟูการศึกษาภาษาบาลีตามพระราชประสงค์

และที่สำคัญจะต้องขอพระราชทานคำนำเป็นกรณีพิเศษ หลวงพ่อสมเด็จฯ วัดปากน้ำ ในฐานะประมุขสงฆ์ และแม่กองบาลีสนามหลวง ก็อยู่ในฐานะที่จะต้องเขียนสัมโมทนียพจน์ด้วย

คนเขาไปปรึกษาหารือเรื่องงานพระศาสนาล้วนๆ มีพยานเป็นร้อย เป็นพัน ต่อหน้าธารกำนัล อย่างโปร่งใส แต่คนเขลาบางคน เอาไปเขียนข่าวเชิงเสียหาย ว่าผู้เขียนไปประจบพระผู้ใหญ่ขอยศศักดิ์ ช่างน่าละอายเหลือเกิน ที่คิด ที่เขียน อะไรออกมา โดยไม่สนใจหาข้อเท็จจริง ซึ่งมีอยู่ดาดดื่น มีอยู่ในคำอธิบายใต้ภาพที่ตัวยกมาด่านั่นเองเสียด้วยซ้ำ

จึงขอแจ้งญาติโยมทั้งหลายได้ทราบ ว่าอย่าได้หลงเชื่ออย่างผิดๆ ตามที่มีคนเขียนข่าวเลอะเทอะเผยแพร่ออกไป


(ว.วชิรเมธี)

 

 

(หมายเหตุ.


๑.ตามปกติ ตั้งใจจะไม่เขียนตอบอะไรในประเด็นระดับ
"โลกธรรม" เหล่านี้เลย เพราะถือว่าเป็นธรรมดาโลกที่ย่อมมีคนเข้าใจผิดบ้าง เข้าใจถูกบ้าง แต่เรื่องนี้ มีคน "เดือดร้อน" แทนหลายคน แต่ละคนก็ไม่ใช่ตาสีตาสา ทั้งอาจส่งผลกระทบหลายฝ่าย จึงจำใจต้องเขียนออกมา เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เมื่อเข้าใจข้อเท็จจริงแล้ว ก็จะได้เพลาๆ การแชร์ การส่งข้อความโกหกทั้งหลายลงบ้าง ไม่เช่นนั้น พระดีๆ ทั้งหลาย ทั้งพระบ้านพระป่าสายกรรมฐาน สายวิชาการบริสุทธิ์ สายพัฒนาสังคม ที่ "หลวง" ท่านเมตตาถวายสมณศักดิ์เพื่อส่งเสริมการทำงาน ก็จะพานถูกกล่าวหาไปเสียทั้งหมด


๒.มีภาพอาตมาคู่กับหลวงพ่อสมเด็จฯ วัดปากน้ำ บางคนเอาไปตีความในทางเสียหาย ขออธิบาย
"ข้างหลังภาพ" สั้นๆ ตามข้อเท็จจริง


๒.๑ ภาพที่เห็นอยู่บนเวที คือ วันที่ไปรับรางวัล
"วัดที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมดีเด่น" จากหลวงพ่อสมเด็จฯ จัดโดยกรมควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับรางวัลเสร็จ หลวงพ่อสมเด็จฯ ก็ขอให้เล่าให้ที่ประชุมฟังทั้งห้อง ว่าบริหารจัดการไร่เชิญตะวันอย่างไร จึงกลายเป็น
Eco Temple ที่ร่มรื่น เรื่องก็มีเท่านี้ มีคนอยู่ในงานหลายร้อยคน ภาพนิ่ง ภาพวีดิโอ บันทึกไว้พร้อมสรรพ แต่มีบางคนไม่เข้าใจ ไม่อยู่ในเหตุการณ์ ที่อยู่สหรัฐอเมริกา เอาไปเขียนว่า อาตมาไปประจบพระผู้ใหญ่ นี่คือ ความน่าอนาถของคนที่เรียกตัวเองว่า สื่อมวลชน


๒.๒ อีกครั้งหนึ่ง ได้รับนิมนต์ไปหารือข้อราชการของคณะสงฆ์ เนื่องจากได้รับการขอร้องให้เข้ามาช่วยเรื่องการศึกษาภาษาบาลีของคณะสงฆ์
ซึ่งขอร้องมาจากทั้งฝ่ายวัง และฝ่ายวัด เพราะผู้เขียนเป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยค วังและวัดเห็นว่า พอจะมีพื้นฐานภาษาบาลีอยู่บ้าง จึงขอให้มาช่วยเรื่องนี้ จึงได้ปฏิรูปการศึกษานำร่องที่วัดบ้านเกิด/เชียงของ/เชียงราย จนปี ๒๕๕๘ สามเณรเก่งทั้งทางโลกและทางธรรม สามารถบรรยายธรรมเป็นภาษาอังกฤษจนชนะเลิศระดับประเทศ ได้เข้ารับพระราชทานทุนและผ้าไตร และได้ลองเทศน์ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่จังหวัดน่าน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นี่เป็นข่าวดี ที่หลวงพ่อสมเด็จฯ เห็นว่าก้าวหน้า และพอเป็นความหวังของคณะสงฆ์ไทยในฝ่ายการปฏิรูปการศึกษาสงฆ์ จึงขอให้ไปเล่าถวาย พร้อมกันนั้น ก็ได้นำเสนอต้นฉบับหนังสือ "๙ เปรียญ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์" ซึ่งได้นักเขียนฝีมือดีคือระดับประเทศ คือ คุณอรสม สุทธิสาคร คุณวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง มาช่วยเรียบเรียง หมายใจว่า เล่มนี้จะเป็นหนังสือ "สร้างแรงบันดาลใจ" ให้พระหนุ่มสามเณรน้อยรุ่นใหม่ ใฝ่เรียนธรรมะบาลีมากขึ้น เพราะเป็นชีวประวัติของพระและโยมที่จบเปรียญ ๙ แล้วประสบความสำเร็จสูงสุดทั้งทางโลกและทางธรรม เช่น ศ.เสฐียรพงษ์ วรรณปก
, ศ.จำนงค์ ทองประเสริฐ, ป.อ.ปยุตฺโต เป็นต้น


ความจริงที่ได้ไปกราบสมเด็จฯ ก็มีแค่นี้
แต่แล้วคนที่มือดีมากกว่าสมอง ก็เอาไปเขียนในทางลบว่า ผู้เขียนไปพบผู้ใหญ่เพื่อหวังยศศักดิ์อัครฐาน ถ้าหวังจริงอย่างว่า จะอยู่ในพระอารามหลวงมา ๒๖ ปี โดยเป็นพระธรรมดามาจนป่านนี้ได้อย่างไร คุณสมบัติก็ใช่จะไม่ครบ
ครบจนล้นเสียด้วยซ้ำ


การ
"รู้ผิด คิดเอา เดาเก่ง" แบบนี้แล้วก็นำมาเขียนข่าวนั้นสร้างความเสียหายใหญ่หลวงมาก เพราะข้อเท็จจริงมีอยู่ก็ไม่สนใจ นึกจะเขียนอะไรก็เขียน พลอยทำให้คณะสงฆ์เสียหาย เสียทั้งหลวงพ่อสมเด็จฯ เสียทั้งเบื้องบน เสียทั้งผู้เขียน งานที่ทำกันมาด้วยเจตนาแสนดีถูกมองในทางเสียหายหมด ดังนั้น ใครรู้ผิด เข้าใจผิด ขอความกรุณา เข้าใจเสียใหม่ให้ถูกต้องตามนี้เทอญ. (ว.วชิรเมธี)

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊ค พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี : 15 ธันวาคม 2559

 

อ่านบทความ โดย พระมหานรินทร์ นรินฺโท

 

ว.วชิรเมธี ศรีธนญชัย

ขอดเกล็ด "วอ" พ่อปลาไหล

 

 



 

ภาพการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 41/2560

ณ วัดมงคลรัตนาราม แทมป้า รัฐฟลอริด้า

2-3 มิถุนายน 2560

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพชุด

ชุดที่ 1

ชุดที่ 2

ชุดที่ 3

ชุดที่ 4

ชุดที่ 5

ชุดที่ 6

ชุดที่ 7

ชุดที่ 8

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

วัตถุมงคลชุดประวัติศาสตร์ 100 ปี

ญาท่านพระมหาผ่อง ปิยธีโร

วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์

 


 

 

บอกกล่าวข่าวของดี

พระสมเด็จ รุ่นแรก ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ

กดที่ภาพเพื่อชม

 

โรงพยาบาล เมาท์ ออเบิร์น บอสตัน

สถานที่ประสูติการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

กดที่ภาพเพื่อชม

 

พิธีเปิดประชุมใหญ่ สมัยสามัญประจำปี พ.ศ.2559

สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

ณ วัดศรีนครินทรวราราม สวิสเซอร์แลนด์

พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ)

ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

ประธานการประชุม

20 สิงหาคม 2559 เวลา 09.00 น.

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 2

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 3

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 4

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด


 

การประชุมองค์กรพระสงฆ์เถรวาทในสหราชอาณาจักร

 

Theravada Buddhist Sangha in UK (TBSUK)

ณ วัดพุทธวิหาร เมืองอ๊อกซ์ฟอร์ด ประเทศอังกฤษ

10 สิงหาคม 2559

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ขนาด 4000 PX

อายุวัฒนมงคล 90 พรรษา พระราชภาวนาวิมล วิ.

(ธีรวัธน์ อมโร น.ธ.เอก Ph.D.)

เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

3 กรกฎาคม 2559

 

ภาพชุดที่ 1 : ภาพชุดที่ 2 : ภาพชุดที่ 3 : ภาพชุดที่ 4

การประชุมองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

ณ วัดสันติวงศาราม เมืองเบอร์มิ่งแฮม ประเทศอังกฤษ

 

ภาพชุดที่ 01 : ภาพชุดที่ 02 : ภาพชุดที่ 03 : ภาพชุดที่ 04 : ภาพชุดที่ 05

 

ดอกไม้บาน วัดพระศรีนครินทรวราราม สวิสเซอร์แลนด์

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

ทำบุญฉลองสมณศักดิ์พระครูเมธีชยาภิวัฒน์

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

อาหารไทยในสวิสเซอร์แลนด์

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

THE ENTERTAINMENT OF WAT PHRA SRI

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

หนุ่มสาวไทยในสวิสเซอร์แลนด์

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

ชาวไทยในสวิสเซอร์แลนด์

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

ภาพงานฉลองครบรอบ 40 ปี สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

ณ วัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน วันที่ 25-26 มิถุนายน 2559

กดที่ภาพเพื่อดาวโหลดภาพขนาด 4000 PC

พระปัญญาพุทธิวิเทศ

(เหลา ปญฺญาสิริ ป.ธ.4 Ph.D.)

เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร
รองประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

ร่วมประชุมผู้นำศาสนา กับ ศาสนาจารย์ จัสติน เวลบี

อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี่ องค์ประมุขแห่งคริสตจักรสหราชอาณาจักร

ณ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เมืองดาร์บี้ สหราชอาณาจักร

22 มิถุนายน 2559 เวลา 09.00 น.

(กดที่ภาพเพื่อชมภาพการประชุม)


 

พิธีผูกพัทธสีมา-ฝังลูกนิมิต

วัดเจริญธรรม เมืองลึกเด ประเทศเยอรมันนี

10-12 มิถุนายน 2559

 

พระธรรมวิสุทธาจารย์ (คูณ ขนฺติโก) เจ้าอาวาสวัดหนองแวง (พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ประธานสงฆ์

ฯพณฯ นางนงนุช เพชรรัตน์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ประธานฝ่ายฆราวาส



กดที่ภาพเพื่อชมภาพในพิธี

 

สมโภช 25 ปี วัดไทยเดนมาร์ก

ฉลองสมณศักดิ์ "พระวิสุทธิวงศ์วิเทศ"

เจ้าอาวาสวัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร

11 มิถุนายน 2559


 

กดที่ภาพเพื่อชม งานสมโภช 25 ปี วัดไทยเดนมาร์ก


อายุวัฒนมงคล 91 ปี หลวงตาชี

พระราชมงคลรังษี : สุรศักดิ์ ชีวานนฺโท

เจ้าอาวาสวัดไทย กรุงวอชิงตัน ดีซี

5 มิถุนายน 2559

 


 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

พิธีทักษิณานุปทาน

อุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

เนื่องในวาระสวรรคต ครบรอบ 75 ปี

ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

4 มิถุนายน 2559

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธี


สัตตมราชานุสรณ์

องค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร
อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ครบรอบ 75 ปี แห่งการสวรรคต

ณ โกลเดอร์ส กรีน ครีเมโทเรียม กรุงลอนดอน

3 มิถุนายน พุทธศักราช 2559

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธี

 

 

 

จดหมายผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัย "ปาราชิก" ธัมมชโย

กดที่ภาพเพื่อชม

 

ข่าวเจ้าคุณเสนาะมรณภาพ

 


 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

ลัทธิธรรมกาย กับบทบาท ของสังคมไทย

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 

 

 

อ่านข่าวเก่า ที่เคยนำเสนอใน อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557 : 2558 : 2559 : 2560

 

 

 

 

 

 

มุมมองของพระมหานรินทร์

 


ของฝากจากอินเดีย

พระประธานบนชั้นสองของพระมหาเจดีย์พุทธคยา

 

 

 

ไหว้สาครูบากุศล

 


 

90 ปี หลวงพ่อพระราชภาวนาวิมล

เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

 

ขอดเกล็ด "วอ" พ่อปลาไหล

ว.วชิรเมธี ศรีธนญชัย

 


 

มหากาพย์วัดโสธร

 

 

จริงหรือไม่ มส. ไม่มีสิทธิ์สึกพระธัมมชโย

 


 


ห้ามพระสงฆ์รับมรดกและครอบครองทรัพย์สิน


 


 

เปิดหน้า "มือปล่อย" ธัมมชโย
มือใครในประวัติศาสตร์ศาสนา
2549 ?

 

 

AND MORE.. กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความอื่นๆ

 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อเข้าชมนานาสาระ จาก อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

 

เรายินดีน้อมรับความเห็นและคำแนะนำจากทุกท่าน

EDITER : peesang2560@gmail.com

 


ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DR. LAS VEGAS NV 89121 U.S.A. 702-384-2264