LAST UPDATE :   DECEMBER : 05 : 2020 :  06:00 A.M.  PACIFIC TIME

 

 

 

 

เปิดตารางการประชุมมหาเถรสมาคม ปี 64

ทั้งปีมีประชุม 35 ครั้ง

เว้นเสาร์-อาทิตย์ วันพระ และวันสำคัญของชาติ

 

 


 


 

ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ : 5 ธันวาคม 2563

 

สมเด็จพระวันรัตเงียบ !

ไม่ตอบคำถามว่าทำไม

พระปัญญา สีสัน สังกัดวัดญาณสังวราราม

จึงอาจหาญหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ต้องคดีและหนีออกนอกประเทศ

ไม่มีใครรับผิดชอบเลยหรือฮะ คณะธรรมยุต ?

 

 

สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร

เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต

ประธานกรรมการบริหารวัดญาณสังวราราม

ต้นสังกัด พระปัญญา สีสัน ผู้ต้องหาคดีอาญา ม.112

"หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"

 

 

เข้าฌาน !

"พุทโธ ปัญญา ธัมโม ปัญญา สังโฆ ปัญญา"

เมื่อคนดังไม่ยอมนั่งเคลียร์ เอาแต่นั่งภาวนา

จะแก้ปัญหาพระศาสนาได้อย่างไร ?

 

 


 

 

พระปัญญา สีสัน กับคดีอาญา มาตรา 112

 

 

 

12-13 ธันวาคม 2563

สมเด็จพระวันรัต ปฏิบัติหน้าที่แทน สมเด็จพระสังฆราช

เป็นประธานในพิธีประสาทปริญญาบัตร มจร.

หวังว่านิสิต มจร. คงไม่มีใครขอถอนตัวนะครับ

 


 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 1 ธันวาคม 2563

 

โอละพ่อ !

พระปัญญา สีสัน ม.112

ต้องคดีลี้ภัยเมืองนอก

สังกัด วัดญาณสังวราราม นิกายธรรมยุต

ใช่ธรรมยุตธรรมดา

แต่ว่าเป็นพระอารามหลวงประจำรัชกาลที่ 9

สร้างโดยสมเด็จพระญาณสังวร อดีตพระสังฆราช

กรรมการกิตติมศักดิ์ในรั้วในวังเพียบ

 



 

คณะกรรมการบริหารวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร

 

ขวา : สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน) วัดราชบพิธ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช

กลาง:

สมเด็จพระวันรัต (จุณฑ์) วัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต

ซ้าย :

สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย) วัดเทพศิรินทราวาส

 

 

คณะกรรมการที่ปรึกษาและบริหารวัดญาณสังวราราม

 

ซ้าย : ท่านจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง

กลาง:

ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ
อดีตรองราชเลขาธิการ ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ

ขวา :

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา

 

 

คณะกรรมการบริหารฝ่ายคฤหัสถ์และที่ปรึกษา

 

ซ้าย : นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี

กลาง:

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานธนาคารกสิกรไทย

ขวา :

นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

 

อา..หายสงสัยเป็นปลิดทิ้ง หลังจากก่อนหน้านี้ มีข่าวว่า "พระปัญญา สีสัน" ซึ่งถูกทางการดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 112 ต้องระเหเร่ร่อนหนีออกนอกประเทศ และมีผู้ประกาศ "หาเงินช่วยเหลือให้ลี้ภัย" รวมทั้งจะสร้างวัดใหม่ในต่างประเทศ อีกด้วย โดยข่าวทุกข่าวจะระบุเพียงแต่ว่า พระปัญญา สีสัน "เคยประจำอยู่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี" เท่านั้น ไม่ยอมบอกว่าวัดไหน สังกัดอะไร แม้แต่ใน "หมายเรียก" ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็มีการ "ป้ายดำ" ปกปิดต้นสังกัดเอาไว้มิดชิด จะว่าเป็นความลับของราชการก็ใช่ที่ แต่น่าจะมีเหตุผลสำคัญมากกว่านั้น ว่าทำไมจึงเปิดเผยไม่ได้ ขณะที่พระเณรรูปอื่นๆ ที่ไปร่วมม็อบนั้น ถูกเปิดโปงต้นสังกัดหมดเปลือก

แต่แล้ว วันนี้ เว็บไซต์ผู้จัดการ "ก็เผลอหลุด" ระบุต้นสังกัดของพระปัญญาว่า คือ "วัดญาณสังวราราม" อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นวัดธรรมยุต วัดแห่งนี้มีสถานะพิเศษสุดในประเทศไทย คือเป็นวัดที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19 ทรงโปรดให้สร้าง และมุ่งหมายจะให้เป็น "วัดประจำรัชกาลที่ 9" อีกต่างหาก วัดแห่งนี้มีชื่อเต็มๆ ว่า วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร ได้ยินชื่อแล้วก็หนาวจับใจ

ที่หนาวนั้นก็ดังที่เห็น คือว่า วัดแห่งนี้ มีประวัติการสร้างและการปกครอง "พิเศษสุด" ในประเทศไทย เป็นพระอารามหลวงประจำรัชกาลที่ 9 ซึ่งอยู่นอกกรุงเทพมหานคร จึงตั้งกรรมการที่ปรึกษาและบริหาร ระดับสูงสุดของประเทศ ในอดีตก็มีสมเด็จญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธาน แต่ปัจจุบันก็ยังมี "สมเด็จพระวันรัต" เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร วัดหลักของคณะธรรมยุต เป็นประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน) เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธ และสมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย) วัดเทพศิรินทราวาส และกรรมการมหาเถรสมาคม แถมด้วยพระผู้ใหญ่ทั้งใน มส. และเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) อีกมากมาย

คณะกรรมการบริหารฝ่ายฆราวาสนั้น มีนายบัณฑูร ล่ำซำ นำขบวน ซึ่งนายบัณฑูรนั้น ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการผู้จัดการมูลนิธิมหามกุฎราชวิทยาลัย ของวัดบวรนิเวศวิหารและคณะธรรมยุต ซึ่งมีทรัพย์สินมากที่สุดในบรรดามูลนิธิของประเทศไทย และไวยาวัจกร วัดบวรนิเวศวิหาร ควบตำแหน่งไวยาวัจกร วัดญาณสังวราราม แห่งนี้ ชี้ให้เห็นว่า วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร เป็นสมบัติของคณะธรรมยุต หรือสาขาของวัดบวรนิเวศวิหาร จึงมีการใช้ "ไวยาวัจกร" คนเดียวกัน และเมื่อเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารรูปปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ก็สูงสุดแล้วสำหรับตำแหน่งทางการปกครองของคณะสงฆ์ไทย สถานะของวัดญาณสังวรารามยิ่งใหญ่เพียงใดคงไม่ต้องบอก แต่เพื่อให้สมยศสมเกียรติ จึงมีการดึงเอา "ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ" เข้าไปเป็นกรรมการบริหารวัดด้วย ปัจจุบันคือ นายณรงค์ ทรงอารมณ์

นั่นก็ถือว่าสุดยอดระดับ "ดรีมทีม" แล้ว แต่ยังไม่ท็อปสุด เพราะในคณะกรรมการที่ปรึกษานั้น อลังการงานสร้างยิ่งกว่า คือว่า มีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิระดับสูงสุดของประเทศไทยมาเป็นกรรมการที่ปรึกษาวัดญาณสังวรารามแห่งนี้ด้วย ได้แก่

1. ท่านจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตผู้จัดการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักพระราชวัง

2. ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ อดีตรองราชเลขาธิการในรัชกาลที่ 9 ปัจจุบันเป็น ประจำสำนักพระราชวังพิเศษ

3. ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งเป็นมูลนิธิของในหลวง ร.9

4. นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี  ฯลฯ

 

 

ทั้งสิ้นทั้งปวงเหล่านี้ ส่งผลให้ "วัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร" เป็นพระอารามหลวง "อันดับหนึ่ง" ของประเทศไทย ดูได้จากคณะกรรมการอันสูงส่งและสูงสุดกว่าคณะรัฐมนตรีด้วยซ้ำไป ทั้งยศ ทรัพย์ และอำนาจ รวมกันอยู่ที่นี่ที่เดียว

แต่เหตุไฉน จึงเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นได้ว่า พระปัญญา สีสัน พระเด็กๆ พระเล็กๆ จากวัดใหญ่ที่สุดของประเทศไทยภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์แห่งนี้ ได้กลายเป็นผู้ต้องหาคดี "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" ที่เรียกว่า มาตรา 112 ซึ่งระบุว่า "ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จ ราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี"

ก็แน่นอนว่า เมื่อวัดญาณสังวราราม เป็นวัดเดียวกับวัดบวรนิเวศวิหาร จึงมีเจ้าอาวาสคือ สมเด็จพระวันรัต ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต อีกต่างหากด้วย และโดยองค์ประกอบที่นำเสนอมา ก็เห็นว่า มีคณะกรรมการผู้หลักผู้ใหญ่ในรั้วในวังช่วยกันกำกับดูแลพระอารามหลวงแห่งนี้ พระภิกษุสามเณรในวัดแห่งนี้ จึงควรต้องมีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในสถาบันพระมหากษัตริย์ "มากกว่าทุกวัด" ในประเทศไทย ด้วยซ้ำไป

แต่เหตุไฉน พระปัญญา สีสัน จึงกลายเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา มาตรา 112 นอกคอกไม่พอ ยังแหกคอกหนีออกนอกประเทศ ประกาศจะไปสร้างวัดใหม่ ไม่เอากับวัดเก่า คือวัดญาณสังวราราม อีกต่อไปแล้ว

ไอ้การจะโทษเด็กว่าก้าวร้าวรุนแรงน่ะ พอจะพูดได้อยู่ดอก แต่มันไม่เต็มปากเต็มคำ เพราะคนไทยโบราณท่านสอนว่า "ดูวัวให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่ ดูแน่แท้ให้ดูถึงตายาย" ก็หมายถึงว่า การที่คนๆ หนึ่งจะมีนิสัยใจคอเช่นใดนั้น มีกระบวนการก่อร่างสร้างตัว อบรมบ่มนิสัย มิได้สำเร็จรูปภายในวันเดียว ท่านจึงให้ดูถึงพ่อแม่และตายาย

 

ถามว่า พ่อแม่ในผ้าเหลืองของปัญญาคือใคร

ใครคืออุปัชฌาย์อาจารย์และเจ้าอาวาสต้นสังกัด

 

ชี้เป้าได้เลยว่า การจะลงโทษพระปัญญาในข้อหา ม.112 เพียงคนเดียว คงไม่เพียงพอ แต่คงต้องมีการตั้งกรรมการสอบสวนผู้ปกครอง คือ เจ้าอาวาสวัดญาณสังวราราม ซึ่งก็คือเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร (สมเด็จจุณฑ์) ว่าบริหารปกครองวัดวาอารามอย่างไร ทำไมพระในสังกัดธรรมยุตอันก่อตั้งโดย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถึงได้ทรยศต่อสถาบันทั้งศาสนาและพระมหากษัตริย์

เพราะที่มันทำใจลำบากก็คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร รูปแรก ก่อนจะทรงปริวรรตขึ้นครองราชย์ พระมหากษัตริย์ในรัชกาลหลัง ทั้ง ร.5 ร.9 ร.10 จึงทรงผนวชและประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร แห่งนี้ วัดที่มีทายาทแหกคอกหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และหนีออกนอกประเทศไปในเวลานี้นี่แหละ เจ็บปวดไหมล่ะครับท่านสมเด็จจุณฑ์ ดูแลกันยังไง ขอถาม

 

 

เราเลื่อมใสในนิกายธรรมยุต

เพราะธรรมยุตคือนิกายเจ้า ก่อตั้งโดยเจ้า เพื่อเจ้า

เหมือนประชาธิปไตย โดยประชาชน เพื่อประชาชน

 

 

 

สมเด็จพระวันรัต

เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร

ประธานกรรมการบริหารวัดญาณสังวรารามราชวรมหาวิหาร

 

ข้อกล่าวหาของเว็บไซต์ "ผู้จัดการ" ที่ว่า "พระผู้ใหญ่เกียร์ว่าง" นั้น คงมีหลายเกียร์ แต่เกียร์ใหญ่ที่สุดก็คงต้องเป็นเกียร์ของคณะธรรมยุต อันถือหางเรือโดย สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร และทีมพระมหาเถระในฝ่ายธรรมยุตทั้งหมด ที่ปล่อยเกียร์ว่างจนพระปัญญามีแนวคิดสุดโต่งสร้างปัญหาจนยากจะเยียวยา แถมยังหลุดหนีออกนอกประเทศไปได้ มันต้องมีใครรับผิดชอบบ้าง จะลอยหน้าลอยตาเข้าวังไปรับพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์จากในหลวงได้อีกหรือ ?

คณะกรรมการบริหารวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหาร คงต้องรีบประชุมกันด่วน เพื่อพิจารณาเรื่องพระปัญญา สีสัน ซึ่งยังไม่หยุด ยังคงเดินหน้าสร้างวัดใหม่ในต่างประเทศ และแน่นอนว่าคงไม่หยุดวิพากษ์วิจารณ์สถาบันสงฆ์และพระมหากษัตริย์

ถึงจะหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ แต่ขอแพะบูชายัญสักตัวก็ยังดี นะขอรับ ท่านสมเด็จจุณฑ์ ท่านสมเด็จชิน และท่านสมเด็จสมชาย สามทหารเสือธรรมยุต อย่าให้ผู้จัดการเขาผิดหวังล่ะว่า สู้อุตส่าห์เลื่อมในศรัทธาในวัดบวรนิเวศวิหารอย่างสูงสุด แต่สุดท้าย ผู้ที่ทำร้ายสถาบันกลับกลายเป็นคนในวัดบวรนิเวศวิหารอันเป็นวัดหลักของธรรมยุต แห่งนี้นี่เอง ใช่ไม่ใช่ ?

 

หรือจะเป็นดังโบราณว่า สนิมเกิดแต่เนื้อ ในตน ฯลฯ

 

 

ณรงค์ ทรงอารมณ์

ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

กรรมการบริหารวัดญาณสังวรารามราชวรมหาวิหาร

 

พระสงฆ์ที่เข้ามาบวช ไม่ได้มีใครบังคับ เข้ามาด้วยความสมัครใจ และกฎบอกไว้ชัดเจนว่าต้องโกนคิ้ว หากยอมรับระเบียบไม่ได้ ก็แค่ลาสิกขา เพราะการบวชไม่ได้มีใครบังคับ มาบวชด้วยความสมัครใจ (ณรงค์ ทรงอารมณ์)

 

 

ลาสิกขา VS ลาออก

 

เอ้า ! ลืมไป ณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.พศ. ดูแลวัดญาณสังวรารามยังไง ปล่อยให้พระในวัดไปหมิ่นเจ้าฟ้ามหากษัตริย์ต้องคดีแถมหนีไป จะรับผิดชอบยังไง ในฐานะกรรมการวัด วันก่อนเห็นออกมาไล่พระเณรที่ไปร่วมม็อบว่า "ไม่ได้มีใครบังคับให้บวช หากทำตามกฎไม่ได้ก็ง่ายๆ แค่..ลาสิกขา" วันนี้ มีปัญหาในวัดของณรงค์ ก็อยากจะบอกว่า "คงไม่มีใครบังคับให้เป็น ผอ.พศ. ถ้าเป็นแล้วบริหารงานไม่ได้ ก็ง่ายๆ แค่..ลาออก"

 

 

ที่แท้ "พระลี้ภัย" นิยมอนาคตใหม่ รอบนี้พระผู้ใหญ่ "เกียร์ว่าง"

พบ พระปัญญา สีสัน ที่ขอลี้ภัย หนุนกิจกรรมอนาคตใหม่มาตลอด โพสต์ข้อความหมิ่นเหม่จนถูกดำเนินคดี โบว์-ณัฏฐา โดดช่วยอาสารับบริจาค ปลายทางยุโรป คนวงการสงฆ์ชี้รอบนี้มีพระผู้ใหญ่ "เกียร์ว่าง" เหตุไม่ชอบรัฐบาลประยุทธ์เป็นทุนเดิม หลัง "สมเด็จช่วง" ไม่ได้ขึ้นสังฆราช จนพระ-เณรร่วมม็อบ สะท้อนปัญหาวงการสงฆ์ ส่วนพระลี้ภัยเอาตัวรอดคนเดียว ที่เหลือถูกเจ้าอาวาสเรียกตัวกลับ

พระร่วมชุมนุมกับม็อบ ถือว่าเป็นภาพที่พบเห็นได้บ่อย กับการชุมนุมทางการเมืองแทบทุกครั้งในระยะหลัง เพียงแต่สาเหตุของการชุมนุมก่อนหน้านี้ เป็นเรื่องการต่อต้านนักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชัน และมีกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนนักการเมืองที่เสียผลประโยชน์ ออกมาต่อต้านรัฐบาลใหม่ที่ทำหน้าที่บริหารประเทศแทน ไม่มีเรื่องของการแตะต้องสถาบันพระมหากษัตริย์

แม้ว่า คณะปกครองสงฆ์สูงสุดอย่างมหาเถรสมาคม มีคำสั่งห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง มาตั้งแต่ปี 2538 แต่การชุมนุมทางการเมืองทุกครั้ง จะพบพระ-เณรเข้ามาร่วมชุมนุมทุกครั้ง

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ม็อบคณะราษฎร 2563 มีพระเข้าร่วมชุมนุมเรียกร้องสิทธิของสงฆ์ ทั้งการขึ้นเวทีปราศรัย ร่วมขบวนกับผู้ชุมนุมด้วยป้ายที่สะดุดตาคนทั่วไป "เอาคิ้วเราคืนมา" จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก แม้จะมีคำสั่งเดิมของมหาเถรสมาคมห้ามไว้แล้วก็ตาม จนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ออกมาย้ำ


จนวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 มหาเถรสมาคมออกมติเร่งด่วน 4 ข้อ ห้ามพระภิกษุ สามเณร ยุ่งเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเมือง หากฝ่าฝืนคำสั่งหรือมติ มส.ให้เจ้าคณะปกครองดำเนินการทันที คือ


1. ให้ พศ. แจ้งเจ้าคณะผู้ปกครองดำเนินการกับพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ที่เข้าข่ายและฝ่าฝืนคำสั่ง เรื่องห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง 2538

2. ให้สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ประธานกรรมการฝ่ายการปกครองสงฆ์ วางแนวทางการป้องกันการชุมนุมของพระภิกษุสามเณร เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาว

3. ให้นำรายชื่อผู้ฝ่าฝืน ส่งให้เจ้าคณะผู้ปกครอง เพื่อพิจารณาทางพระธรรมวินัยต่อไป

4. ให้ พศ. แจ้งประสานหน่วยงานที่มีหน้าที่ทางกฎหมาย ตรวจสอบสถานะพระที่เข้าร่วมชุมนุมทุกรูป เพื่อป้องกันพระปลอมเข้าร่วมชุมนุมเพราะจะทำให้ศาสนาเกิดความเสียหาย

 

พระปัญญา สีสัน ลี้ภัย

หลังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ออกแนวทางดังกล่าวมา แต่ยังพบว่ามีผู้ที่แต่งกายเป็นพระเข้าร่วมชุมนุมซึ่งบางส่วนเป็นพระปลอมที่สวมชุดพระมาร่วมชุมนุม

จากนั้น หนึ่งในพระที่เข้าร่วมชุมนุมกับคณะราษฎร 2563 คือ

พระปัญญา สีสัน จากวัดญาณสังวราราม จังหวัดชลบุรี

ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า "ตั้งแต่วันแรกๆ ที่อาตมาถูกยัด 112 จำแลง ด้วย พ.ร.บ.คอมพ์ (5 ปี 6 = 30 ปี) อาตมาปรึกษากับทุกๆ คนที่อาตมาคิดว่า ท่านเหล่านั้นน่าจะให้คำปรึกษาแก่อาตมาได้ กับ ส.ส.ก็คุยหลายท่าน กับครูบาอาจารย์มหาวิทยาลัยก็คุยหลายท่าน กับนักเคลื่อนไหวทางการเมืองก็คุยหลายท่าน กับผู้ลี้ภัยทางการเมืองก็คุยหลายท่าน

ทุกท่านก็มีน้ำใจกับอาตมา ให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ บ้างก็ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหม ปลอดภัยแล้วใช่ไหม"

อยู่ในวัด อาตมาไม่สามารถเล่าเรื่องที่ตนเองถูกกระทำได้ ถ้านึกภาพไม่ออก ก็ให้ดูตัวอย่างที่เป็นพลทหาร ตำรวจชั้นผู้น้อย ข้าราชการตัวเล็กๆ ทำไมพวกเขาต้องปิดปากตัวเองทั้งๆ ที่ตนเองเป็นผู้ถูกกระทำซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เมื่ออาตมามีความพร้อมระดับหนึ่ง ที่จะบอกสังคมว่า อาตมาถูกระบบรัฐราชการรวมศูนย์กลั่นแกล้งรังแก อาตมาก็ลงข้อมูลในเฟซตัวเอง ฝากโพสต์ไปทางกลุ่มต่างๆ แอดมินที่อยากช่วย เขาก็อนุมัติโพสต์ให้รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส-ตลาดหลวง ก็ลงให้ตั้ง 3 โพสต์ ทั้งพระและโยมก็เมตตาช่วยกดไลก์ กดแชร์ ช่วยให้ความเห็น สำนักข่าวก็เมตตาเขียนข่าวให้

จนกระทั่งวันนี้ อาตมาจำเป็นจะต้องใช้เงินก้อนหนึ่งเพื่อให้มีชีวิตที่ปลอดภัยขึ้น ซึ่งก็มีโยม 3 ท่านเอ่ยวาจาปวารณา รวบรวมธารน้ำใจของสาธุชนผู้ไม่ทอดธุระในความอยุติธรรมมของบ้านเมืองนี้แล้ว มีกำลังทรัพย์ที่เหลือพอสำหรับการกระทำจาคะ ช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก โดยที่ตนเองไม่เดือดร้อน

ภิกษุถูกฝึกมาโดยพระธรรมวินัย ถ้าโยมไม่เอ่ยปากปวารณาให้ขอจตุปัจจัย ภิกษุจะขอเป็นการเฉพาะเจาะจงไม่ได้

อาตมาจึงไม่เคยอินบอกซ์ไปบอกใครๆ ว่า อาตมาต้องการจตุปัจจัย อย่างนั้นอย่างนี้ เท่านั้นเท่านี้ เว้นไว้แต่โยมที่ปวารณาให้อาตมาเอ่ยปากขอได้ อาตมาจึงจะขอ

ครูโบว์ทราบเรื่อง และเห็นเอกสารด้านคดีความของอาตมามาตั้งแต่ต้น แล้วครูโบว์ได้เอ่ยวาจาให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับอาตมา ตั้งแต่วันแรกที่ครูโบว์ทราบข่าวอีกด้วย

อาตมาขออนุโมทนาบุญกับญาติโยมทุกๆ ทุกท่านที่ร่วมกันกระทำจาคะมา ณ โอกาสนี้"

 

 

"โบว์-อยากเลือกตั้ง" โดดช่วย


จากนั้น น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ นักกิจกรรมนักเคลื่อนไหวทางการเมือง และแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์เฟซบุ๊กว่า

"มีเรื่องด่วนอยากขอความช่วยเหลือจากทุกคน โบว์ทราบข้อเท็จจริงเรื่องนี้แต่ต้น ได้พิจารณาแล้วว่านี่คือสิ่งที่ถูกต้องที่จะทำ และจะเป็นประโยชน์ต่อไป พระสงฆ์รุ่นใหม่ที่มีการศึกษาและวัตรปฏิบัติชอบรูปหนึ่ง กำลังอยู่ระหว่างทางของการลี้ภัย เพื่อไปตั้งสำนักสงฆ์ในประเทศหนึ่งทางยุโรป ท่านถูกตั้งข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่ถูกทางการนำมาใช้แทน ม.112 หลายท่านคงทราบข่าว เราได้เห็นข้อความเหล่านั้น และหมายเรียกแล้วและมั่นใจว่าไม่ได้เข้าองค์ประกอบความผิด

แต่ด้วยความไม่คงเส้นคงวาของการบังคับใช้กฎหมายอย่างที่ทราบกัน ท่านได้ตัดสินใจลี้ภัยอย่างปัจจุบันทันด่วน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเดินทางไปประเทศที่ 3 ด้วยปัญหาของหนังสือลงตรา เส้นทางที่จำเป็นต้องเลือกจะมีความซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

แต่ที่ปลายทางนั้น หากทำได้สำเร็จ ชาวพุทธหรือผู้สนใจศึกษาในต่างแดนจะได้มีวัดสำหรับผู้ที่ศรัทธาพุทธพจน์ตามพระไตรปิฎกอย่างไม่เจือไสยศาสตร์ ความช่วยเหลือครั้งนี้ จึงเป็นยิ่งกว่าการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยท่านหนึ่งให้ได้รับอิสรภาพ

แต่เป็นการต่อยอดทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้เป็นที่พึ่งกับผู้คนอีกมากมาย สำหรับผู้มีจิตศรัทธาที่จะได้ร่วมแรงกัน ณ วันนี้ท่านบิณฑบาตเพียงค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อไปให้ถึงปลายทาง ซึ่งเป็นเงินหลักแสนอย่างเร่งด่วน" ทั้งนี้ ตัวเลขเงินบริจาคผ่านบัญชี "โบว์-ณัฏฐา" มีเข้ามากว่า 2.1 แสนบาท


ชอบอนาคตใหม่

แหล่งข่าวจากวงการพระพุทธศาสนากล่าวว่า ตามพระธรรมวินัยไม่ได้มีข้อห้ามในเรื่องเหล่านี้ แต่จะไปขัดกับกฎระเบียบของมหาเถรสมาคมของพระชั้นปกครอง ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว คำสั่งของมหาเถรสมาคม ไม่ถือว่าเป็นกฎหมาย ดังนั้น พระหลายรูปจึงเมินเฉยต่อคำสั่งดังกล่าว แต่ก็เสี่ยงต่ออำนาจในการปกครองของเจ้าอาวาสต้นสังกัด มีสิทธิที่จะห้ามปราม ตักเตือนไปจนถึงลงโทษถึงขั้นสึก

การที่พระออกมาร่วมชุมนุม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภายใต้กฎระเบียบปกครองสงฆ์ก็มีปัญหาอยู่ในระดับหนึ่ง พระรุ่นใหม่ก็ไม่ต่างจากฆราวาสรุ่นใหม่ ที่แสดงความคิดเห็นตามสภาพปัญหา ขึ้นอยู่กับแต่ละรูปว่าจะแสดงออกอย่างไร

กรณีของพระที่ประกาศขอความช่วยเหลือเพื่อลี้ภัยนั้น ท่านใกล้ชิดกับนักการเมืองกลุ่มอนาคตใหม่ เห็นได้จากงานเปิดตัวผู้สมัครสมาชิกพรรคอนาคตใหม่เมื่อ 6 ตุลาคม 2561 พระปัญญา ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนั้นและแสดงออกอย่างชัดเจน รวมถึงร่วมขึ้นปราศรัยที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ในระหว่างการชุมนุมเมื่อ 19 กันยายน 2563


ที่เป็นคดีความนั้น ก่อนหน้านี้ท่านได้โพสต์ข้อความต่างๆ จนเป็นเหตุให้ถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 6 ข้อความที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย จากเอกสารบันทึกแจ้งข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ระบุว่า เป็นการฟ้องร้องสืบเนื่องจากการโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กของพระปัญญา เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2562 จำนวน 2 โพสต์ วันที่ 17 ตุลาคม 2562 จำนวน 2 โพสต์ วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 และวันที่ 11 ธันวาคม 2562

 

ข้ามหัวมหาเถรสมาคม

ที่ผ่านมา เจ้าอาวาสวัดญาณฯ ก็ได้เตือนพระปัญญาแล้ว แต่ท่านยังคงแสดงออกความคิดเห็นทางการเมือง ดังนั้น คงยากที่ท่านจะอยู่ที่วัดเดิม และการหาวัดอยู่ใหม่คงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยที่ท่านมีลู่ทางในต่างประเทศพอสมควร ดังนั้น จึงออกไปต่างประเทศ แต่ด้วยวิธีการที่ท่านปฏิบัตินั้นถือว่าเป็นการก้าวข้ามกฎเกณฑ์ต่างๆ ของคณะสงฆ์ปกครอง เนื่องจากพระสงฆ์ที่จะเดินทางไปต่างประเทศ จะต้องขออนุญาตต่อทางมหาเถรสมาคมก่อน

เท่าที่ทราบ ตอนนี้ท่านใช้ช่องทางธรรมชาติออกไปที่ประเทศเพื่อนบ้าน และเดินทางต่อไปอีกประเทศหนึ่ง เพื่อเดินทางต่อไปประเทศแถบยุโรป ส่วนที่จะไปสร้างวัดในต่างประเทศนั้น ต้องดูว่าจะเป็นวัดหรือสำนักสงฆ์ เพราะการสร้างวัด ต้องได้รับอนุมัติจากทางมหาเถรสมาคมในประเทศไทยก่อน แต่เมื่อท่านปฏิเสธอำนาจของมหาเถรสมาคมแล้ว การที่จะมาขออนุมัติสร้างวัดคงเป็นไปได้ยาก เว้นแต่ตั้งนิกายใหม่ ที่ไม่ขึ้นกับมหาเถรสมาคมในประเทศไทย

เรื่องเหล่านี้ขึ้นอยู่กับมุมมองว่าจะเลือกมองมุมไหน เพราะการลี้ภัยไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีค่าใช้จ่ายสูง และต้องมีเครือข่ายให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทางไปจนถึงปลายทาง พระหรือสามเณรที่เข้าร่วมชุมนุมไม่ใช่มีแค่พระปัญญาเพียงรูปเดียว รูปอื่นๆ ที่ไม่มีศักยภาพแบบท่าน ก็ต้องกลับวัดต้นสังกัด รับโทษตามที่คณะสงฆ์ชั้นปกครองพิจารณา ขณะที่คนที่ถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 ก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการดังกล่าวของพระปัญญา เพราะสามารถต่อสู้คดีในประเทศไทยได้

อีกมุมหนึ่ง พระสงฆ์หรือสามเณรอีกจำนวนไม่น้อย แม้ว่ากฎระเบียบอย่างอาจไม่ถูกใจ ท่านยังเลือกที่จะศึกษาพระธรรมวินัย ทำหน้าที่ของสงฆ์ตามทิศทางที่ควรเป็น ก็สามารถดำรงตนอยู่ได้ ด้วยการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนให้แก่ประชาชน
 


เกียร์ว่าง

ขณะเดียวกัน ปฏิเสธไม่ได้ว่ารัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สร้างความขุ่นเคืองให้แก่วงการสงฆ์อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะสายของมหาเถรสมาคมขั้วอำนาจเก่า เพราะหลังจากการแก้ไข พ.ร.บ.สงฆ์ ส่งผลให้สมเด็จช่วงฯ พลาดจากการขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช รวมไปถึงดำเนินการทางคดีความกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย (ขณะนั้น) แน่นอนว่ามีพระสงฆ์จำนวนหนึ่ง ที่อยากให้มีการเปลี่ยนรัฐบาลตั้งแต่สมัย คสช. จนมาถึงรัฐบาลปัจจุบัน


ดังนั้น เมื่อเกิดการชุมนุมแล้วมีพระสงฆ์จำนวนหนึ่งเข้าร่วม  พระปกครองสายเก่าที่ยังมีตำแหน่งอยู่ จึงเลือกใช้วิธีเกียร์ว่าง ให้พระเหล่านี้ออกมาเคลื่อนไหว เพราะหากสำเร็จก็เท่ากับตัวเองสมหวังด้วย เพราะถ้ารัฐบาลชุดนี้พ้นทางแล้วได้พรรคใหม่ที่เกื้อหนุนกับพระผู้ใหญ่อยู่ อำนาจที่เคยหายไปก็จะกลับคืนมา

 

ข่าว : ผู้จัดการ : 29 พฤศจิกายน 2563


ปิดวัดศรีนครินทร์ สวิตเซอร์แลนด์

หลังพบพระในวัดติดเชื้อโควิด-19

ปิดยาวถึง 5 ธันวามหาราช หรืออาจจะนานกว่านั้น

 

 

วัดศรีนครินทรวาราม สวิตเซอร์แลนด์ ดินแดนแห่งสวรรค์ วันนี้ "สวรรค์ปิด" เสียแล้ว เมื่อวัดศรีนครินทร์ถูกปิด เพราะโควิด-19 คราวก่อน "วัดไทยลาสเวกัส" วัดในนรก โดนปิด ไม่มีใครติดใจ เพราะปิดนรกได้ก็ถือว่าดี แต่นี่ "ปิดสวรรค์" มันลำบากใจ อย่าปิดนานนะฮะ ท่านเจ้าคุณทองสูรย์ ทุกคนเป็นห่วง โดยเฉพาะ "เจ้าคุณเหลา" จะนิมนต์ "ท่านเจ้าคุณทองสูรย์" ไปฉลองตำแหน่งใหม่ในอังกฤษ แต่ตอนนี้ต้อง "ปิดโปรแกรมชั่วคราว" ถ้าพระวัดศรีนครินทร์ไม่หายป่วย ท่านก็จะไม่ฉลองเลยว่างั้น

 

 

พระเทพกิตติโมลี (ทองสูรย์ สุริยโชโต ป.ธ.8 Ph.D.)

เจ้าอาวาสวัดศรีนครินทรวราราม

 

 

ประกาศปิด วัดศรีนครินทรวราราม สวิตเซอร์แลนด์

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 27 พฤศจิกายน 2563

 

ราศีจับท่านรองมีชัย !

วันก่อน "บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กแดง" บวชวัดหงส์

วันวาน "พงศ์พร" ยกขบวนไปร่วมประชุมวัดหงส์

ใครๆ ก็ไป..วัดหงส์

 

 

ดาวล้อมเดือน

 

 

พระบิ๊กแป๊ะ และ พระบิ๊กแดง บวชวัดหงส์

ก่อนจะออกมาดำรงตำแหน่งใหญ่ในประเทศ

ถามว่ามีใครเป็นพระอาจารย์ คำตอบก็คือ หลวงพ่อมีชัย วัดหงส์

ชื่อท่านเป็นมงคล ไปวัดหงส์ ไปแล้ว..มีชัย

 





 

ชื่อเสียงเรียงนามของ "วัดหงส์รัตนาราม" เขตบางกอกใหญ่กรุงเทพฯ ซึ่งอดีตไม่ไกล ย้อนหลังไปแค่ปี 2552 หรือ 11 ปีก่อนนี้เอง วัดหงส์นั้นโทรมถึงขนาด "ขาดเจ้าอาวาส" ต้องนิมนต์ "พระศรีศาสนวงศ์ -พระมหามีชัย ป.ธ.9" วัดอรุณราชวราราม ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส แต่นับจากนั้น วัดหงส์เหินกลายเป็นหงส์ทอง เริ่มมีชื่อเสียงเรียงนามว่า "เป็นวัดทหาร" หรือวัดราชการ มีข้าราชการทหารตำรวจชั้นผู้ใหญ่นิยมไปทำบุญ จนกระทั่ง "บิ๊กแป๊ะ" และ "บิ๊กแดง" อดีต ผบ.ตร. และ ผบ.ทบ. ออกบวชหลังเกษียน หวยก็ออกที่..วัดหงส์ ของเจ้าคุณมีชัย ซึ่งมียศเป็น "พระเทพปริยัติมุนี" ในวันนี้

ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนั้น ก็เริ่มมาจากเสียงกระซิบในวงการสงฆ์ว่า "มีพระมหา ป.9 รูปหนึ่ง อยู่วัดแจ้งอรุณ แสดงพระธรรมเทศนาได้เป็นที่ประทับใจของสมเด็จพระมหาราชินี (ร.9) มาก" จนกระทั่งพระมหารูปนั้นได้ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดหงส์ ความเจริญรุ่งเรืองจึงตามมา..ด้วยพระราชศรัทธา

 

 

"เจ้าคุณมีชัย" เจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม คือพระมหารูปที่ว่านั้น นอกจากจะมีการศึกษาบาลีระดับเอกอุ คือ ป.ธ.9 แล้ว ก็ยังแม่นยำในตัวบทกฎหมาย ถึงกับได้รับความไว้วางใจจาก "สมเด็จพระพุทธชินวงศ์-สมศักดิ์" อดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ให้เป็นมือวางทางด้านนี้ และเมื่อมีการตั้งเจ้าคณะภาค 1 ในปี 2554 พระมหามีชัยก็ได้ขึ้นเป็น "รองภาคหนึ่ง" คู่กับ "มหาสายชล" ซึ่งได้ตำแหน่งมาเพราะเป็นหลานสมเด็จนิยมวัดชนะสงคราม แต่ต้องมาตกม้าตาย เพราะคดีความของ "ท่านธัมมชโย" แห่งคลองสาม ตำราเก่า "ลูกเจ้าเหง้าขุน" ใช้ไม่ได้ คนโง่เป็นใหญ่เมื่อไหร่ บ้านเมืองก็ฉิบหายเมื่อนั้น ถึงวันนี้มหาสายชลยังไม่รู้ไม่ชี้ว่าธัมมชโยอยู่ไหน ถ้าได้เป็นเจ้าคณะภาคหนึ่งอีกครั้งก็เอวังประเทศไทย

ต่อมาในปี 61 บรรดาเจ้าคณะภาคในหนกลางเกษียณอายุลง ผลปรากฏว่า "ท่านรองมีชัย" ได้รับแต่งตั้งให้รักษาการภาค 1 จ่อขึ้นเป็นเจ้าคณะภาคเต็มตัว แต่ก็เกิดมีอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ ต้องถอยก่อน จวบจนกระทั่ง "บิ๊กแป๊ะและบิ๊กแดง" ออกบวชวัดหงส์ นี่แหละ เหมือนพระอาทิตย์หลุดจากก้อนเมฆใหญ่ ไม่มีใครไม่รู้จัก..ท่านรองมีชัย แห่งวัดหงส์ ในฐานะพระอาจารย์ของสองบิ๊กตำรวจ-ทหาร ไอ้ไข่ก็ไอ้ไข่เถิด ไม่รู้จักหลวงพี่มีชัยจะไปไกลๆ ได้อย่างไร ไปไม่มีชัยก็ไปไม่รอด

 

 

มีชัยโชว์ !

 

เมื่อวาน สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จัดงานใหญ่ น่าจะใช้หอประชุมพุทธมณฑลอันเป็นศูนย์กลางพุทธโลก แต่ไม่ สำนักพุทธฯกลับไปใช้ "ห้องประชุมวัดหงส์รัตนาราม" ของท่านรองมีชัย เลยมีภาพ "ดาวล้อมเดือน" ให้เห็นเป็นบุญตา เพราะดาราในงานนี้หาใช่ใครอื่น ท่านรองมีชัยคว้ามงกุฎไปอย่างไร้คู่แข่ง เจ้าคุณพล วัดสังเวช เจ้าคณะภาค 6 เอย เจ้าคุณประสิทธิ์ วัดประยูร รองอธิการบดี มจร. ผู้ยิ่งใหญ่ เอย เจ้าคุณชัยวัฒน์ วัดพระปฐมเจดีย์ เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม เอย ซึ่งแต่ละท่านล้วนแต่เป็น "บิ๊กเนม" ในวงการสงฆ์ ดำรงตำแหน่งมาก่อนเจ้าคุณมีชัยระดับเจ้านายกับลูกน้อง แต่วันนี้ต้องหลีกทางให้ เพราะไม่สามารถจะทาน "บารมี" ของท่านมีชัยได้ พระอาทิตย์ขึ้นที่ฝั่งธนอีกดวงแล้ว หลังจากเจ้าคุณประยูร "ร่วง" จากเก้าอี้มหาเสนาบดี "เจ้าคณะใหญ่หนกลาง" หงส์ฟ้าก็ปรากฏตัวแทนทันที

 

 

ที่ต้อง "หมายเหตุ" ไว้เป็นจุดใหญ่ก็คือว่า การเดินทางไปประชุม "ที่วัดหงส์" เมื่อวานนั้น มีท่าน พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านกิจการพระพุทธศาสนา แถมยังมีสถานะพิเศษใกล้ชิดกับท่าน "พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา" องคมนตรี ผู้ตงฉิน ซึ่งว่ากันว่าเป็นองค์มนตรีที่ดูแลกิจการพระพุทธศาสนา อะไรจะผ่านเข้าไปในวัง ก็ต้องผ่านสายตาของท่านไพบูลย์ก่อน โดยมีผู้ชงคือ "ท่านพงศ์พร" ของมาดามขนิษฐา

สาเหตุต้องไปประชุมที่วัดหงส์ ก็เพราะท่านพงศ์พร "ไม่ค่อยสะดวกใจ" หากไปที่พุทธมณฑล ประเดี๋ยวคนจะหาว่า "ผมอยู่เหนือคุณณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.พศ." ดังนั้น เพื่อให้บรรยากาศมันผ่อนคลาย จึงย้ายห้องประชุมไปที่วัดหงส์ เรื่องก็มีแค่นี้

แต่ที่มันไม่แค่นี้นั้นก็เพราะว่า ถ้าลองระดับ "บิ๊กพงศ์พร" เข้าวัดไหน ก็เชื่อใจได้เลยว่า เจ้าอาวาสวัดนั้นต้องไม่ธรรมดา เพราะว่าพงศ์พรเข้าวัดยาก เข้าแต่ละทีก็เอาพัดยศไปถวายพะรุงพะรัง

 

 

ก่อนหน้านั้น "สองวัน" หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ได้พาดหัวข่าวใหญ่ "เตรียมตั้ง 26 เจ้าคณะภาคทั่วไทย" ไล่ยาวไปถึงว่าใครจะอยู่ใครจะไป พอมาวันนี้ มีภาพประชุมใหญ่วัดหงส์ มันก็ลงตัวเหมือนจับวางว่า "ตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1" เห็นทีจะไม่หนี "วัดหงส์" ไปเสียแล้ว คนเราบทจะดัง อะไรก็ห้ามไม่อยู่ จริงไหมครับ ท่านพงศ์พร ?

 

 

พระธรรมราชานุวัตร (สุทัศน์ วรทสฺสี ป.ธ.9)

เจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม

 

 

ถามว่า มีพระหนุ่มรูปอื่นอีกไหม ที่จะได้เป็นใหญ่เป็นโตในคราวเดียวกับเจ้าคุณมีชัย ? ตอบว่า มีมากมายหลายรูปเชียวล่ะ แต่ขอ "ใบ้หวย" เฉพาะรางวัลใหญ่ๆ เท่านั้นนะ รางวัลข้างเคียงอื่นใดค่อยไปตรวจเอาวันหวยออก

"บิ๊กเนม" อีกชื่อหนึ่งในวงการสงฆ์หน้าใหม่ คงไม่แปลกใจที่ชื่อของ "เจ้าคุณสุทัศน์" วัดโมลีโลกยาราม หรือวัดท้ายตลาด จะขึ้นป้าย กลายเป็น "วัดหน้าตลาดพระ" กับเขา เอาแค่ข่าว "ราชกิจจานุเบกษาประกาศเลื่อนสมณศักดิ์พระสงฆ์ 3 รูป ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 2563" ปรากฏว่ารูปแรกเป็นพระแขก รูปที่สองเป็นพระฝรั่ง ส่วนพระไทยมีเพียงหนึ่งเดียว คือ พระเทพปริยัติโมลี (สุทัศน์ วรทสฺสี) วัดโมลีโลกยาราม ได้เลื่อนเป็น "พระธรรมราชานุวัตร" แทนสมณศักดิ์เดิมของหลวงพ่อพระธรรมราชานุวัตร (สุทัศน์ สุทสฺสโน) อดีตเจ้าคณะภาค 6 วัดพระแก้วเชียงราย ซึ่งมรณภาพลงอย่างปัจจุบันทันด่วนเมื่อปีกลายนี่เอง

การฝ่าด่านมะขามเตี้ยเข้ามาเพียงองค์เดียวของเจ้าคุณสุทัศน์ ในบรรดาพระไทยตั้ง 3 แสนรูป ครั้งนี้ ชี้ว่า "ทรงโปรดปรานเป็นพิเศษ" เพราะ พ.ศ.นี้ ถ้าไม่ดีจังไม่ดังจริง หมดสิทธิ์เข้าวังแน่ ไม่ว่าสายไหน การได้เลื่อนเป็น "ชั้นธรรม" ของท่านสุทัศน์ จึงไม่ต้องอธิบายขยายความ เพราะนี่คือของจริง

ใช่แต่เท่านั้น เราท่านเคยได้ยินกันมาว่า มีวัดทหารบ้าง วัดตำรวจบ้าง วัดข้าราชการบ้าง แต่ยังมีเสียงกระซิบว่า มีวัดทหารพิเศษอยู่วัดหนึ่ง คือวัดโมลี วัดนี้มีชื่อว่า "วัดทหารเรือ" เพราะทหารเรือเข้าทำบุญวัดนี้ ถึงขนาดว่า ยกกองทัพเรือมาเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเรือพระเณรทั้งวัดอยู่เป็นประจำ

ปี พ.ศ. 2540 วัดโมลีโลกยาราม ชำรุดทรุดโทรมหนัก ถึงกับขาดเจ้าอาวาส สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม เจ้าคณะใหญ่หนกลางในสมัยนั้น จึงบัญชาให้ "พระเทพปริยัติสุธี : วรวิทย์ คงฺคปญฺโญ" ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ ท่าพระจันทร์ ให้ไปดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโมลี หลวงพ่อวรวิทย์จึงหอบหิ้วเอาบรรดาลูกศิษย์ที่เคารพรักไปอยู่วัดท้ายตลาด หนึ่งในนั้นก็คือ พระมหาสุทัศน์ วรทสฺสี ป.ธ.9 และในปี พ.ศ.2545 พระเทพปริยัติสุธี ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็น พระธรรมปริยัติโสภณ

วันที่ 5 ธันวาคม 2553 พระธรรมปริยัติโสภณ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช มหาราช สถาปนาขึ้นเป็นพระราชาคณะรอง ในราชทินนาม พระพรหมกวี เป็นกรณีพิเศษ

แต่ครั้นวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2554  ก็มีข่าวเศร้า เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่งผลให้หลวงพ่อพระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดโมลีโลกยาราม และเจ้าคณะภาค 10 มรณภาพกะทันหัน ยังมิทันได้ฉลองรองสมเด็จด้วยซ้ำ

วัดโมลีในตอนนั้นจึงอลเวงหนัก ไหนจะงานศพ ไหนจะงานสำนักเรียน เพราะหลวงพ่อไปไม่บอกใคร สุดท้ายก็ได้หน่อเนื้อเชื้อไข คือ พระมหาสุทัศน์ วรทสฺสี ป.ธ.9 ขึ้นกุมบังเหียนแทน โดยเจ้าคุณสุทัศน์สามารถรวบรวมเอาบรรดาศิษยานุศิษย์ในหลวงพ่อวรวิทย์ให้เข้ามาเป็นทีมงาน "วัดโมลี" มีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว คือ สืบสานปณิธานของหลวงพ่อ ส่งเสริมการศึกษาภาษาบาลี เพียงวิชาเดียว

และนับจากนั้นมา วัดโมลีอันจะพังมิพังแหล่ กลับผงาดกลายเป็น "สำนักเรียนอันดับหนึ่งของประเทศไทย" ไปแบบเซียนพระต้องขยี้ตาว่าทำได้ไง ถ้ามิใช่ "ฝีมือ" ของท่านสุทัศน์ ซึ่งขึ้นเป็นเจ้าอาวาสโดยอุบัติเหตุ

 

 

ผลงานเหล่านี้ ส่งผลให้เจ้าคุณสุทัศน์ "พุ่งพรวด" จากพระเมธีวราภรณ์ ในปี 2551 ก็ติดยศติดๆ กัน เป็นพระราชปริยัติโมลี พระเทพปริยัติโมลี และพระธรรมราชานุวัตร ทั้งหมดนี้ใช้เวลาแค่ 12 ปี ถัวเฉลี่ยชั้นละ 3 ปีเท่านั้น ถือว่าไวที่สุดแห่งยุคเลยเชียว บางรูป 12 ปี ยังไม่ได้เลื่อนเลย รอจนความหวังเลื่อนลอย

ปัจจุบัน เจ้าคุณสุทัศน์ อายุแค่ 49 พรรษา 29 ถือว่าหนุ่มแน่น ยังไปได้อีกไกลโข เผลอๆ จะถึง "สมเด็จพระราชาคณะ" ถ้ารักษาเนื้อรักษาตัวให้ดี

 

 

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ผ่านมา เจ้าคุณพระสินีนาฎ พิลาสกัลยาณี ท่านเดินทางไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดโมลีโลกยาราม ญาติโยมทั้งตลาดเลยแห่กันเข้าวัด วัดโมลีกลายเป็น "แลนด์มาร์ก" แห่งใหม่ในการทำบุญไปแล้ว

แล้วถามว่า ในบรรดาเจ้าคณะภาค 18 ภาค ในฝ่ายมหานิกาย ที่มหาเถรสมาคมจะคัดสรรและเสนอแต่งตั้งใหม่ ภายใต้พระบรมราชโองการนั้น "ท่านสุทัศน์" จะมีชื่อติดโผกับเขาไหม ?

ตอบแทน "หมอลักษณ์ฟันธง" ได้เลยว่า "ไม่พลาดแน่" งานนี้ท่านสุทัศน์มีเก้าอี้ใหญ่รอไว้แล้ว ไม่ภาคใดภาคหนึ่งก็อาจจะลงตรง "เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร" นี่แหละ พอเหมาะพอเจาะ ไม่ใหญ่ไม่เล็ก เพื่อประหยัดให้เข้ากับยุคสมัย ก็รอฉลองพร้อมกันทั้ง "ชั้นธรรม" และ "เจ้าคณะ" จะได้ไม่ต้องเหนื่อยรับแขก นะขอรับท่านสุทัศน์ ทำพระนาคปรกใบมะขามวัดท้ายตลาดตามตำราของ "เจ้าคุณสนิท" อันโด่งดังระดับเบญจภาคีในอดีตอีกซักรุ่น รับรองว่าเท่าไหร่ก็ไม่พอแจก

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 25 พฤศจิกายน 2563


หลวงพ่อยังอยู่
!

ชาววัดพุทธปทีปตกใจนึกว่าหลวงพ่อเป็นอะไร

หลังได้อ่านข่าวผลัดแผ่นดินวัดพุทธปทีป

 

 

หลวงพ่อพระเทพภาวนามงคลยังคงเป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป

 

เจ้าคุณเหลา (พระราชวิเทศปัญญาคุณ) เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร และประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร รูปใหม่ ได้แจ้งมายัง อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ว่า ตามที่เราได้เสนอข่าวเกี่ยวกับวัดพุทธปทีปไปว่า "หลวงพ่อได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้น" ยังไม่ตรงทีเดียว

คือว่า หลวงพ่อพระเทพภาวนามงคล เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป ท่านมีอายุมากอยากจะพักผ่อน จึงขอตัวกลับไปพักรักษาตัวที่เมืองไทยอย่างถาวร แต่ท่านก็ได้มอบหมายให้ท่านพระครูภาวนาวิธาน (สุทัศน์) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน และเมื่อครบวาระการดำรงตำแหน่งประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร ที่ประชุมจึงมีมติ "ให้ยกหลวงพ่อเป็นกิตติมศักดิ์" ไม่ต้องบริหารองค์กร แต่ยังคงดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทธปทีปต่อไป

จึงเป็นอันเข้าใจว่า ในฐานะเจ้าอาวาสวัดพุทธปทีปนั้น ยังคงเป็นหลวงพ่อพระเทพภาวนามงคล แต่ในส่วนขององค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์นั้น ได้มีกรรมการบริหารชุดใหม่ทั้งหมด มีพระราชวิเทศปัญญาคุณ (เจ้าคุณเหลา) เป็นประธาน ตามที่ได้รายงานไปแล้ว

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ มีการแก้ไขบายลอว์ขององค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร ซึ่งแต่เดิมนั้น "ผูกตำแหน่งประธานองค์กรไว้กับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป" แต่เมื่อมีการแก้ไข "ไม่ให้เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีปเป็นประธานองค์กรฯโดยตำแหน่ง" อีกต่อไป ก็ส่งผลให้วัดพุทธปทีปมิใช่วัดหลักในประเทศอังกฤษอีกต่อไป เพราะต่อไป จะเป็นเจ้าอาวาสวัดไหนก็ได้ที่ได้รับเลือกตั้ง ถือว่าสามารถดำรงตำแหน่งประธานองค์กรได้เท่ากัน ซึ่งก็ถือว่าเป็นการแก้ไขธรรมนูญขององค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว

ทราบข่าวต่อไปว่า เวลานี้ ทางวัดยานนาวา โดยสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ได้สร้างวัดใหม่ขึ้นมาในกรุงลอนดอน ชื่อว่า วัดพรหมวชิรญาณ โดยมุ่งหมายจะให้เป็นวัดใหญ่ในกรุงลอนดอน เป็นศูนย์กลางการประชุมของพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร ซึ่งก่อนหน้านี้ วัดสระเกศ ก็ได้สร้างวัดพุทธาราม ขึ้นมาที่เมืองลีดส์ มุ่งหมายจะให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาและเผยแผ่ของวัดสระเกศเช่นกัน

การปลดล็อก "ตำแหน่งประธานองค์กร" ออกจากตำแหน่ง "เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป" จึงถือว่ามีนัยยะสำคัญต่อการบริหารองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร และย่อมส่งผลกระทบต่อวัดพุทธปทีป ซึ่งเคยเป็นวัดหลักในอังกฤษ ต่อนี้ไป วัดพุทธปทีป ก็จะกลายเป็นวัดธรรมดาวัดหนึ่ง และเมื่อตำแหน่ง "ประธานองค์กร" แยกและย้ายไปอยู่วัดมหาธาตุคิงส์บรอมลี่ ถนนทุกสายก็จะมุ่งไปวัดมหาธาตุ เมืองคิงส์บรอมลี่แทน ใดใดในโลกล้วน อนิจจัง ฯลฯ

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 24 พฤศจิกายน 2563


ผลัดแผ่นดินวัดพุทธปทีปลอนดอน

ผ่าตัดบายลอว์องค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

เจ้าคุณเหลา ขึ้นประธานองค์กร พร้อมสองรองใหม่

เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีปมิได้ดำรงตำแหน่งประธานองค์กรอีกต่อไป

 

 

พระเทพภาวนามงคล (ธีรวัฒน์ อมโร)

อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป ลอนดอน

อดีตประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

 

 

พระราชวิเทศปัญญาคุณ (เหลา ปญฺญาสิริ ป.ธ.4 Ph.D.)

เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร รูปที่ 5

 

ซ้าย : พระครูภาวนาธรรมวิเทศ วัดสันติวงศาราม รองประธาน รูปที่ 1
กลาง : พระครูภาวนาวิธาน วัดพุธปทีป รองประธาน รูปที่ 2
ขวา : พระมหาภาสกรณ์ ปิโยภาโส  วัดพุทธปทีป เลขาธิการองค์กร

 

 

สรรหากรรมการองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรชุดใหม่

ข่าวจากวัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร ประเทศอังกฤษ แจ้งว่า เมื่อเร็วๆ นี้ มีการประชุมองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร ปรารภการครบวาระของคณะกรรมการองค์กร และการลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทธปทีปของ หลวงพ่อพระเทพภาวนามงคล (ธีรวัฒน์ อมโร) ซึ่งเจริญอายุพรรษากาลนานถึง 95 ปี จึงได้ขอลาออกจากทุกตำแหน่งและได้เดินทางกลับไปพำนัก ณ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทธปทีปว่างลงอีกตำแหน่งหนึ่ง ซึ่งหลวงปู่พระเทพภาวนามงคล ดำรงตำแหน่งทั้งสองพร้อมกัน ตามธรรมนูญองค์กรที่ระบุว่า "เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป ดำรงตำแหน่งประธานองค์กร" การลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป จึงส่งผลให้ตำแหน่งว่างลงพร้อมกันดังกล่าว

จากมติที่ประชุมดังกล่าว ได้ข้อสรุปว่า จำเป็นต้องมีการแก้ไขธรรมนูญองค์กร เพื่อให้ไม่เกิดทางตันทางด้านบุคคลากร ซึ่งเมื่อที่ประชุมเห็นชอบแล้ว ได้รายงานผลไปยัง "สมเด็จพระมหาธีราจารย์" วัดยานนาวา ในฐานะประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไทยไปต่างประเทศ ให้ได้รับทราบ และเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งกรรมการบริหารองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรชุดใหม่ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ลงนามไปจนถึงปี พ.ศ.2566 เป็นระยะเวลา 3 ปีเต็ม ซึ่งคณะกรรมการชุดใหม่ ได้ พระราชวิเทศปัญญาคุณ หรือเจ้าคุณเหลา เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร เมืองคิงส์บรอมลี่ เป็นประธาน มีรองประธาน 2 รูป ได้แก่ พระครูภาวนาธรรมวิเทศ (ชาญ จนฺทวณฺโณ) เจ้าอาวาสวัดสันติวงศาราม เมืองเบอร์มิ่งแฮม เป็นรองประธานรูปที่ 1 พระครูภาวนาวิธาน (สุทัศน์ อมรสุทฺธิ) วัดพุทธปทีป ลอนดอน เป็นรองประธานรูปที่ 2 และเลขาธิการองค์กร คือ พระมหาภาสกรณ์ ปิโยภาโส ป.ธ.9 วัดพุทธปทีป ลอนดอน ในส่วนขององค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรก็ถือว่าสำเร็จเรียบร้อยไปด้วยดี

แต่ยังมีอีกตำแหน่งหนึ่งซึ่งยังว่าง คือ เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ซึ่งเมื่อหลวงปู่พระเทพภาวนามงคลลาออก ก็ส่งผลให้ตำแหน่งว่าง และคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งให้ พระครูภาวนาวิธาน (สุทัศน์) ขึ้นรักษาการแทน

วัดพุทธปทีปนั้น เป็นวัดสำคัญ ที่รัฐบาลไทยได้จัดสร้างขึ้นเป็นวัดแห่งแรกในยุโรป รองจากวัดไทยพุทธคยา อินเดีย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ 9 พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จทรงเปิดวัดเมื่อปี พ.ศ.2509 และเจ้าอาวาสวัดพุทธปทีปที่ผ่านมาก็จะเป็นพระสงฆ์จากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร

อย่างไรก็ดี กระบวนการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดพุทธปทีปนั้น ปัจจุบันไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไร ถ้ายกตัวอย่าง "วัดไทยพุทธคยา" ซึ่งเมื่อหลวงพ่อพระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริวิปุโล ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา ได้ถึงแก่มรณภาพลง ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2554 ก็ได้มีการรายงานไปยังมหาเถรสมาคม และมหาเถรสมาคมก็ได้ลงมติเห็นชอบให้ "พระราชรัตนรังษี-วีรยุทธ วีรยุทฺโธ" ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา พร้อมกับตำแหน่งหัวหน้าพระธรรมทูตไทยในอินเดีย-เนปาล ในคราวเดียวกัน ปัจจุบันพระราชรัตนรังษีมีสมณศักดิ์ที่ "พระธรรมโพธิวงศ์"

ก็คงต้องดูกันต่อไปว่า ทางคณะสงฆ์จะดำเนินการอย่างไรในตำแหน่ง "เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป" และต้องขอแสดงความยินดีกับ "ท่านเจ้าคุณเหลา-พระราชวิเทศปัญญาคุณ" ซึ่งได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร อย่างเต็มตัวแล้ว หวังว่าท่านเจ้าคุณเหลาจะสามารถนำพาคณะสงฆ์และองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรไปสู่ความรุ่งเรือง สมดังพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนมุ่งหวัง

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 23 พฤศจิกายน 2563

เปิดเต็ม !

 

เอกสารสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ

ผันงบประมาณให้หน่วยงานรัฐอื่น ทั้งศาลยุติธรรม ปปช. ฯลฯ

 

ปปช. ขอเงินสำนักพุทธ

ศาลยุติธรรมขอเงินสำนักพุทธ

หนังสือตอบรับจากสำนักพุทธ

กรมบัญชีกลาง ตอบคำถาม

เอ็นซี ฮอลิเดย์ ฟ้องสำนักพุทธ

กดที่ภาพเพื่อชม

ภาพประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

สมัยวิสามัญ ครั้งที่ 28/2019

ณ วัดธรรมภาวนา อลาสก้า วันที่ 17 สิงหาคม 2562

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่


เปิดเต็ม ไม่เซ็นเซอร์
!

 

คำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์

พระพรหมดิลก (เจ้าคุณเอื้อน) วัดสามพระยา

16 พฤษภาคม 2562

 

 

กดที่ภาพเพื่อดาวน์โหลด/อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน

26 พฤษภาคม 2562

 

เปิด : คำให้การของเจ้าคุณเอื้อน

ในคดีเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน, ร่วมกันฟอกเงิน อันเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

พระพรหมสิทธิ และคณะ

เข้าคารวะหลวงพ่อเขมธัมโม วัดป่าสันติธรรม

เมืองวอริค ประเทศอังกฤษ

 

กดที่ภาพเพื่อชมวัดป่าสันติธรรม 2560

ภาพองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์

ประชุม ณ วัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร

12 กันยายน 2560

 

(กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาด 5000 PX)

ภาพใหญ่ประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม เนเธอแลนด์

 

 

(กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาด 5000 PX)

 

 



 

ภาพการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 41/2560

ณ วัดมงคลรัตนาราม แทมป้า รัฐฟลอริด้า

2-3 มิถุนายน 2560

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพชุด

ชุดที่ 1

ชุดที่ 2

ชุดที่ 3

ชุดที่ 4

ชุดที่ 5

ชุดที่ 6

ชุดที่ 7

ชุดที่ 8

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

วัตถุมงคลชุดประวัติศาสตร์ 100 ปี

ญาท่านพระมหาผ่อง ปิยธีโร

วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์

 


 

 

บอกกล่าวข่าวของดี

พระสมเด็จ รุ่นแรก ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ

กดที่ภาพเพื่อชม

 

โรงพยาบาล เมาท์ ออเบิร์น บอสตัน

สถานที่ประสูติการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

กดที่ภาพเพื่อชม

 

INTERFAITH 2018

 


 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพและบรรยากาศของงาน

ภาพการประชุมองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

ณ วัดศรีรัตนาราม เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

18 AUGUST 2018

 


กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาด 6000 PC

 

พิธีเปิดประชุมใหญ่ สมัยสามัญประจำปี พ.ศ.2559

สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

ณ วัดศรีนครินทรวราราม สวิสเซอร์แลนด์

พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ)

ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

ประธานการประชุม

20 สิงหาคม 2559 เวลา 09.00 น.

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 2

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 3

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 4

อายุวัฒนมงคล 90 พรรษา พระราชภาวนาวิมล วิ.

(ธีรวัธน์ อมโร น.ธ.เอก Ph.D.)

เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

3 กรกฎาคม 2559

 

ภาพชุดที่ 1 : ภาพชุดที่ 2 : ภาพชุดที่ 3 : ภาพชุดที่ 4

การประชุมองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

ณ วัดสันติวงศาราม เมืองเบอร์มิ่งแฮม ประเทศอังกฤษ

 

ภาพชุดที่ 01 : ภาพชุดที่ 02 : ภาพชุดที่ 03 : ภาพชุดที่ 04 : ภาพชุดที่ 05

 

พระปัญญาพุทธิวิเทศ

(เหลา ปญฺญาสิริ ป.ธ.4 Ph.D.)

เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร
รองประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

ร่วมประชุมผู้นำศาสนา กับ ศาสนาจารย์ จัสติน เวลบี

อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี่ องค์ประมุขแห่งคริสตจักรสหราชอาณาจักร

ณ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เมืองดาร์บี้ สหราชอาณาจักร

22 มิถุนายน 2559 เวลา 09.00 น.

 

สมโภช 25 ปี วัดไทยเดนมาร์ก



 


อายุวัฒนมงคล 91 ปี หลวงตาชี

5 มิถุนายน 2559

 

 

90 ปี หลวงตาชี วัดไทย กรุงวอชิงตัน ดีซี

พิธีทักษิณานุปทาน

อุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

เนื่องในวาระสวรรคต ครบรอบ 75 ปี

ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

4 มิถุนายน 2559


สัตตมราชานุสรณ์

องค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร
อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ครบรอบ 75 ปี แห่งการสวรรคต

ณ โกลเดอร์ส กรีน ครีเมโทเรียม กรุงลอนดอน

3 มิถุนายน พุทธศักราช 2559

 

 

 

จดหมายผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัย "ปาราชิก" ธัมมชโย

กดที่ภาพเพื่อชม

 

ข่าวเจ้าคุณเสนาะมรณภาพ

 


 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

 

รวมข่าว "อ้อย-อัจฉราวดี" เตโชวิปัสสนา

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 

 

 

อ่านข่าวเก่า ที่เคยนำเสนอใน อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555

2556 : 2557 : 2558 : 2559 : 2560 : 2561 : 2562

2563 :

 

 

 

 

 

 

มุมมองของพระมหานรินทร์

 

ถวายคืนพระราชอำนาจ

มุมมองของพระมหานรินทร์ ครั้งที่ 173


แถลงข่าววัดไทยลาสเวกัส

กรณีมีพระธรรมทูตติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งที่ 1

 

แถลงข่าววัดไทยลาสเวกัส

กรณีมีพระธรรมทูตติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งที่ 2


 

FIRST TIME IN THE WORLD

APIDHAMMA ONLINE CHANTING

สวดพระอภิธรรมออนไลน์ครั้งแรกของโลก

(กดที่ภาพเพื่ออ่าน)

 

 

AREA-51


ของฝากจากอินเดีย

พระประธานบนชั้นสองของพระมหาเจดีย์พุทธคยา

 

 

 

ไหว้สาครูบากุศล

 


 

90 ปี หลวงพ่อพระราชภาวนาวิมล

เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

 

ขอดเกล็ด "วอ" พ่อปลาไหล

ว.วชิรเมธี ศรีธนญชัย

 

 

AND MORE.. กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความอื่นๆ

 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อเข้าชมนานาสาระ จาก อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

 

เรายินดีน้อมรับความเห็นและคำแนะนำจากทุกท่าน

EDITOR : peesang2560@gmail.com

 


ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DR. LAS VEGAS NV 89121 U.S.A. 702-384-2264