LAST UPDATE :   DECEMBER : 13 : 2017 :  06:00 A.M.  PACIFIC TIME

 

 


 

เสร็จธัมมชโย !

เจ้าคุณสมศักดิ์ตั้งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

ใส่ชื่อ "รังสฤษดิ์" แทน..ธัมมชโย

 



 

 

ปีหน้า ก็หวังว่า เหล่ากัลยาณมิตรทั่วโลก คงจะได้พร้อมใจกันจัดงานใหญ่ให้ "หลวงพ่อใหญ่" เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายองค์ใหม่ แบบนี้ นะจ๊ะ ถ้าไม่ตอแหลกันทั้งวัด

 


เสร็จวงศ์ไทย !

สมเด็จจุณฑ์ดันขึ้นรักษาการเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี

ต่อไปก็..เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์

ถามว่า หน้าไหนจะกล้าคัดค้าน อาจารย์อินทร์ถวายหรือ

รู้หรือยังว่าทุกตำแหน่งในอุดรเป็นของใคร ?

 

ใหญ่จริง !

สมเด็จจุณฑ์ เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต

ตวัดปากกาตั้ง "วงศ์ไทย" เป็นรักษาเจ้าคณะจังหวัด ก่อนเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ โดยที่แม้แต่สมเด็จพระสังฆราช ก็ไม่กล้าคัดค้าน


 

อา..โบราณว่า แข่งอะไรแข่งได้ แต่แข่งบุญวาสนา (และเส้น) แล้ว มันแข่งบ่ได้ เห็นไหมล่ะว่า และแล้ว "ทุกตำแหน่ง" ในจังหวัดอุดรธานี ก็ตกเป็นของ "วงศ์ไทย" อย่างไร้คู่แข่ง แบบว่าบุญพาวาสนาส่ง ขนาดระดับ "หลวงพ่อสิงห์" ซึ่งเป็นถึงเจ้าคณะจังหวัดยังขวางไว้ไม่อยู่ ถึงกับมรณภาพไปอย่างกะทันหัน ทิ้งทั้งตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดและเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ให้ "วงศ์ไทย" นั่งควบทีละ 2 เก้าอี้ โดยไม่กลัวโรคริดสีดวงทวารจะบานปลาย ดังนั้น ใครไม่อยากเป็นอย่างหลวงพ่อสิงห์ ก็ขอความกรุณาอย่าขวาง นะครับท่าน ท่านอินทร์ถวาย ถ้าไม่อยากตายก็อย่าขวาง..วงศ์ไทย

แต่..แต่ในการ "ดันก้น" วงศ์ไทยในครั้งนี้ของสมเด็จจุณฑ์เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกายนั้นมันพิลึกกึกกือ เพราะตั้งให้วงศ์ไทยขึ้น "รักษาการเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี" ขณะมีตำแหน่งเป็นแค่ "รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์" เท่านั้น นับว่าพิลึกกึกกือ เกิดมาร้อยวันพันปีก็ไม่เคยเห็น เป็นรักษาการเจ้าคณะจังหวัดก่อนจะเป็นเจ้าอาวาส แถมยังไม่ต้องผ่านตำแหน่งเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ อะไรมาก่อนทั้งสิ้น แสดงว่าตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานีนั้น "ต่ำกว่า" เจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ ซึ่งก็คงไม่แปลกประหลาดอันใด เพราะสมเด็จจุณฑ์เองท่านก็ได้เป็น "สมเด็จ" ในขณะมีตำแหน่งเป็นแค่ "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร" เท่านั้น สูตรสำเร็จมีอยู่เห็นๆ เหมือนมาม่า เคยทำมาอย่างไร แล้วจะทำต่อไป ใครจะทำไม เพราะ..ผมมีอำนาจ !

ก็อยากจะเห็น "น้ำหน้า" พระป่าสายธรรมยุต ซึ่งเป็นสายเลือดแท้ๆ ของพระอาจารย์มั่น ว่าจะ "หดหัวกลัวอำนาจ" หรือจะ "เชิดชูพระธรรมวินัย" ไว้สูงสุด เหมือนตอนสมเด็จจุณฑ์สั่งให้พระธรรมยุตเปลี่ยนสีจีวรตอนนั้นหรือไม่ หรือว่าสุดท้ายก็..สิ้นวงศ์ธรรมยุตแล้ว เหลือก็แต่..วงศ์ไทย !

 

ผม- วงศ์ไทยครับ วงเจ้าวงนาย

 

มส. เห็นชอบตามสมเด็จจุณฑ์เสนอให้เจ้าคุณวงศ์ไทยเป็นรักษาการเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี

วันนี้ (12 ธ.ค.) นายสมเกียรติ ธงศรี รักษาการ ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม โฆษกสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ว่า ที่ประชุม มส. ได้เห็นชอบตามที่ สมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต เสนอแต่งตั้งรักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัด จำนวน 3 ตำแหน่ง ดังนี้

1. แต่งตั้งให้ พระสุทธิสารเมธี (วงศ์ไทย สุภวํโส) อายุ 55 ปี พรรษา 34 วิทยฐานะ ป.ธ.4 นักธรรมเอก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารและผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี  เป็นรักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป

2. แต่งตั้งให้ พระวินัยเมธี (สุพิสิทธิ์ คมนสิทฺโธ) อายุ 50 ปี พรรษา 30 วิทยฐานะ ป.ธ.5 นักธรรมเอก เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ เจ้าคณะอำเภอขุขันธ์ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป

3. แต่งตั้งให้ พระวินัยสุทรเมธี (บังลังก์ ฉินฺนอนฺโธ) อายุ 66 ปี พรรษา 44 วิทยฐานะ นักธรรมเอก เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทยโสธร เจ้าคณะอำเภอมหาชนะชัย เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดยโสธร ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 12 ธันวาคม 2560


(ฮือ) ฮา !

สุวพันธุ์ยกก้นพงศ์พร

ทำดีแล้ว กรุณาเดินหน้าต่อไป

กระผมมีหน้าที่สนับสนุนและช่วยแก้ไข เท่านั้น !

 

 

NO IDEA !

 

อา..และแล้ว "การศาสนา" ก็อยู่เหนือ "การเมือง" เป็นเรื่องเหลือเชื่อ ในยุครัฐบาลทหาร คสช. ที่อาจหาญ "ยกโขยงหกโมงเช้า" ใช้ ม.44 เข้าปิดล้อมวัดพระธรรมกายอยู่นานแรมเดือน สั่งถอดยศ "ธัมมชโย-ทัตตชีโว" จนไม่กล้าสู้หน้าประชาชนจนกระทั่งบัดนี้ นั่นหมายถึงว่า "การเมืองต้องอยู่เหนือการศาสนา" แต่เมื่อได้ยินท่านรัฐมนตรีสุวพันธุ์พูดวันนี้แล้ว มันตรงกันข้าม เพราะเหมือนว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายอะไร ให้ขับเคลื่อนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่ปล่อยให้ "พงศ์พร" สร้างนโยบายเอง บริหารเอง เบ็ดเสร็จเด็ดขาด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติวันนี้ จึงมีสถานะเป็น "องค์กรอิสระ" ในรัฐบาลไทย ถ้าเป็นเช่นนี้ก็ถามว่า จะมีรัฐมนตรีไว้ทำไม ?

เอ้า ! คุณพงศ์พรโปรดทราบ ท่านรัฐมนตรีบอกว่ามีหน้าที่สนับสนุนท่านเท่านั้น ดังนั้น หวังว่า พรุ่งนี้ คดีเงินทอนวัด ประดาผู้ต้องหาที่มีรายชื่อทั้งล็อต 1 ล็อต 2 นั้น คงจะได้หมายศาล เหมือนกรณีพระครูเจ้าคณะอำเภอชนแดน ที่กินข้าวแดงอยู่ในเวลานี้นะ ถ้าไม่ทำละก็..เสียคนดีหมดเลย !

 

 

พงศ์พร - สุวพันธุ์

 

 

สุวพันธุ์หนุนพงศ์พรลุยเต็มที่ ชูเป็นผลดีต่อสงฆ์

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยได้งานทั้งที่เคยรับผิดชอบและงานใหม่ หนุน "พงศ์พร ลุยเต็มที่ รวมปรับปรุงหลักเกณฑ์เงินช่วยบูรณะวัด ยันปฏิรูปครอบคลุมทุกด้าน ชูเป็นผลดีต่อคณะสงฆ์และ พศ. พร้อมเร่งรัดงานคุ้มครองผู้บริโภค จ่อบูรณาการร่วมภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้การดูแล

วันนี้ (5 ธ.ค.) เมื่อเวลา 10.30 น. นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงงานที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้กำกับดูแลว่า ตนจะน้อมนำพระราโชวาทที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานแก่คณะรัฐมนตรีที่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน บางงานเป็นงานที่เคยรับผิดชอบมาแล้ว บางงานเป็นงานใหม่ ด้วยพระบรมราโชวาทที่พระราชทานไว้จะทำให้ทำงานร่วมกับหน่วยงานและคณะกรรมการต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

"
งานสำคัญเช่นสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ผมก็จะสนับสนุนส่งเสริมให้ท่าน ผอ.พงศ์พร ดำเนินงานตามแนวทางของท่านต่อไปอย่างเต็มที่ เพราะทำได้ดีมากอยู่แล้ว การทำให้ พศ.โปร่งใส ไม่มีการทุจริตประพฤติมิชอบ ต้องสนับสนุนให้ท่านทำต่อไป ทั้งเรื่องการดำเนินคดีเอาโทษต่อผู้กระทำความผิด ซึ่ง ป.ป.ช., ป.ป.ท., สตง., ปปป.ตร., DSI ทำร่วมกับ ศอตช.และ ผอ.พงศ์พร มีความคืบหน้ามาโดยตลอด รวมถึงเรื่องการปรับปรุงหลักเกณฑ์การให้เงินช่วยเหลือการบูรณะปฏิสังขรณ์วัดวาอาราม เงินสนับสนุนด้านการศึกษา ซึ่งคณะสงฆ์คงต้องร่วมมือกับ พศ.ทำทุกอย่างให้ถูกต้อง" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

นายสุวพันธุ์กล่าวต่อว่า ส่วนการปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนามีกรอบในการดำเนินการอยู่แล้ว ครอบคลุมกิจกรรมทุกด้านของคณะสงฆ์ และก่อนหน้านี้ก็ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง จะเห็นได้ว่ามติของมหาเถรสมาคมและคำสั่งของเจ้าคณะใหญ่หนต่างๆ ในระยะที่ผ่านมาเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับแนวทางปฏิรูปและเป็นข้อดีของการสร้างศรัทธาต่อการปฏิบัติของคณะสงฆ์ ซึ่งตนจะช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ต่อไป

"เมื่อเช้าผมได้มีโอกาสสนทนาอย่างไม่เป็นทางการกับท่าน ผอ.พงศ์พร ในระหว่างร่วมงานทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศล ได้รับทราบการดำเนินงานของท่านที่เป็นผลดีต่อคณะสงฆ์และ พศ. โดยรวม ผมได้บอกกับ ผอ.พศ.ไปว่าให้ท่านขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไป ผมมีหน้าที่สนับสนุน ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องให้" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

 

ที่มา : ผู้จัดการ : 6 ธันวาคม 2560

 

สุวพันธุ์กลับสำนักพุทธฯ

บิ๊กตู่ตั้ง "บิ๊กฉัตร" กรองชั้นสอง

ต้อนรับเจ้าอาวาสวัดธรรมกายนอมินีหน้าใหม่

 

 

ประยุทธ์แบ่งงานใหม่ สมคิดรวบกระทรวง ศก.-เกษตร บิ๊กฉัตรดูสังคม ตั้งบิ๊กน้อยคุมไฟใต้

ประยุทธ์แบ่งงานรองนายกฯใหม่ สมคิดรวบ 8 ก.เศรษฐกิจ รวบท่องเที่ยว-เกษตร บิ๊กฉัตรเหมากระทรวงด้านสังคม สุวพันธ์คุม "พระ" เหมือนเดิม ตั้ง บิ๊กน้อย หัวหน้าผู้แทนพิเศษรัฐบาลดับไฟใต้

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 322,323,324,325 เรื่องการมอบหมายงานให้รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี และมอบหมายงานให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดังนี้

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทน กระทรวงกลาโหม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาดไทย กระทรวงแรงงาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนใน กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพลังงาน กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้(องค์การมหาชน) สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ(องค์การมหาชน) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทน กระทรวงการคลัง กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ(องค์การมหาชน)

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทน กระทรวงวัฒนธรรม กรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานราชบัณฑิตยสถาน สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(กพ.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พร.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(สลค.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน)

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(องค์การมหาชน)

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทนในกรมประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำนักงานราชบัณฑิตยสถาน บริษัท อสมท. จำกัด (มหาชน) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ,นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายและมอบอำนาจให้กำกับการบริหารราชการแทน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
 

นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.รับทราบการลงนามในคำสั่งนายกฯ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม เรื่องการแต่งตั้งผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยยกเลิกคณะผู้แทนพิเศษเดิมที่ประกอบด้วย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร หัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พล.อ.สุเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล นายพรชาต บุนนาค ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล นายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขานุการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล จากนั้น แต่งตั้งผู้แทนพิเศษชุดใหม่ขึ้น ดังนี้ พล.อ.สุเชษฐ์ เป็นหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นรองหัวหน้าผู้แทนพิเศษของรัฐบาล นายภาณุ อุทัยรัตน์ ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล นายพรชาต บุนนาค เลขานุการผู้แทนพิเศษของรัฐบาล

 

ที่มา : มติชน : 5 ธันวาคม 2560


 

ไม่เอาแล้ว !

สมเด็จวัดปากน้ำ "หยุดทำ" โครงการหมู่บ้านศีลห้า

ยกให้เจ้าคุณพิมพ์เอาไปทำต่อ

แถมให้ย้ายสำนักงานไปวัดปทุมคงคา

เจ้าคุณประเทือง - ตุ๊แป๊ะ หลุดโผกรรมการชุดใหม่

เจ้าคุณแย้ม "เสียบ" ตำแหน่งรองแทน

 

 

อา..และแล้วโครงการหมู่บ้านศีลห้าก็มาถึงโค้งสุดท้าย เมื่อวัดปากน้ำไม่เอาด้วย ก็ไม่รู้ว่าจะไปกันต่อไปอย่างไร ลำพังเจ้าคุณพิมพ์ก็คงเข็นไปได้ไม่กี่น้ำ เพราะมีตำแหน่งแค่ "ภาค 7" ถึงใหญ่ แต่ก็ในภาคเหนือ ส่วนภาคอื่นๆ นั้นยังมีตัวใหญ่กว่าอยู่อีกมากมาย แล้วใครเขาจะยอมมาเป็นลูกน้องเจ้าคุณพิมพ์

ถามว่า ทำไมสมเด็จวัดปากน้ำถึงขอลาออกและยกโครงการให้เจ้าคุณพิมพ์ ? คำตอบก็คือ เดิมทีนั้น โครงการนี้ "ริเริ่ม" โดยเจ้าคุณพิมพ์ นำความเข้าไปทูลถวายสมเด็จวัดปากน้ำ ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ซึ่งสมเด็จวัดปากน้ำก็เห็นดีด้วย จึงตั้งเจ้าคุณพิมพ์ให้เป็น "ประธานขับเคลื่อน" และให้ "ตุ๊แป๊ะ" พระหน้าห้องของสมเด็จช่วงเข้าร่วมวง ร่วมกับ "เจ้าคุณประเทือง" เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี มือดีทางการศึกษา

 

 

โครงการหมู่บ้านศีลห้า ถือว่าเป็นโครงการใหญ่ระดับชาติ ที่สมเด็จช่วงสนับสนุนผ่านเจ้าคุณพิมพ์ จนถึงกับโปรดเลื่อนให้เจ้าคุณพิมพ์เป็นรองสมเด็จฯ กรรมการนอกนั้นก็ได้ดิบได้ดีกันทั่วหน้า เวลานั้นพระเณรเถรชีทั่วไทยแทบไม่มีใครอยากรักษาศีลอื่นๆ นอกจากศีลห้า เพราะว่าได้อานิสงส์ไว

แต่..แต่เมื่อ สมเด็จวัดปากน้ำ "สะดุด" อย่างแรง ไปไม่ถึงดวงดาวในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช โครงการหมู่บ้านศีลห้าจึงไม่จำเป็นต้องโปรโมทกันอีกต่อไป ใครเป็นต้นคิดก็เอากลับคืนไป และนั่น จึงมาถึงการเปลี่ยนตัวประธานและเปลี่ยนสำนักงานในวันนี้

เจ้าคุณประเทือง เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี รองประธานโครงการฯ เจอปัญหาคดีอาญาทอนเงินวัด ยังเคลียร์ไม่เสร็จ เพื่อความงดงามของโครงการจึงต้อง "ถอนตัว" ส่วน "ตุ๊แป๊ะ" นั้น ว่ากันว่า พักหลังมานี้ ไม่เป็นที่โปรดปรานของสมเด็จช่วงอีกต่อไปแล้ว ก็จึงไม่จำเป็นต้องมีตุ๊แป๊ะไว้เป็นกรรมการ เพื่อใช้เป็นสื่อเข้าหาสมเด็จช่วงเหมือนก่อนหน้านี้ เมื่อตอนขาขึ้นนั้น ตุ๊แป๊ะมีบารมีคับวัดปากน้ำ ถึงขนาดทำพิธี "เปิดป้ายสำนักงานหมู่บ้านศีลห้า" ในวัดปากน้ำ ด้วยตัวเอง ข้ามหัวแม้กระทั่งรองสมเด็จฯ แต่วันนี้ เมื่อถึงขาลง อย่านับแต่จะเปิดป้ายเลย แม้แต่ตำแหน่งกรรมการเขาก็ไม่ให้ เอ้า ! ท่านเจ้าคุณพิมพ์ ไหนว่าสิบ่ถิ่มกั๋น แล้วทำไมทิ้งแป๊ะได้ลง แป๊ะผิดอะไร ?

 

 

ตุ๊แป๊ะ ปิดสำนักงานหมู่บ้านศีลห้าในวัดปากน้ำอย่างถาวร

 

 

 

มส.ตั้งกรรมการศีล 5 ชุดใหม่รับแผนชาติ 

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เสนอมหาเถรสมาคม ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ชุดใหม่ "พระพรหมเสนาบดี" เป็นประธาน เน้นทำงานสอดรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

วันนี้ (2 ธ.ค.) นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) รักษาการผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีมติเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา "หมู่บ้านรักษาศีล 5" (ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี) ทั้งส่วนกลาง และของแต่ละหน แทนคณะกรรมการชุดเดิม ตามที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรรมการ มส. ในฐานะประธานอำนวยการโครงการฯ เสนอ เพื่อให้โครงการเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพราะโครงการดังกล่าวได้สิ้นสุดเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2560 ขณะเดียวกัน พศ. ได้บรรจุโครงการนี้เป็นโครงการของ พศ. ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2560-2580) อีกทั้งโครงการนี้ยังได้บรรจุอยู่ในแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาด้วย  สำหรับคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการฯ ชุดใหม่ ประกอบด้วย พระพรหมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เจ้าคณะภาค 7 เป็นประธาน พระเทพศาสนาภิบาล เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง รองเจ้าคณะจ.นครปฐม เป็นรองประธาน ส่วนคณะกรรมการประกอบด้วย พระเทพปัญญาภรณ์ รองเจ้าคณะภาค 4 พระเทพปัญญาโมลี รองเจ้าคณะภาค 17 พระราชวัลภาจารย์ เจ้าคณะ อ.เมืองราชบุรี พระสุธีรัตนบัณฑิต ผอ.สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) พระศรีสมโพธิ เลขานุการรองเจ้าคณะภาค 4 รอง ผอ.พศ. ที่ได้รับมอบหมาย และนายชยพล พงษ์สีดา โดยมี ผอ.กองส่งเสริมงานเผยแผ่พระพุทธศาสนา พศ. เป็นกรรมการและเลขานุการ

นายสมเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของคณะกรรมการประจำหนต่างๆ หนกลาง มีพระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร เจ้าคณะภาค 13 เป็นประธาน หนเหนือ มีพระพรหมมงคล เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง จ.เชียงใหม่ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 7 เป็นประธาน หนตะวันออกมีพระธรรมมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดโสธรฯ จ.ฉะเชิงเทรา ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12 เป็นประธาน และหนใต้มีพระธรรมวิมลโมลี   เจ้าอาวาสวัดไตรธรรมาราม จ.สุราษฎร์ธานี  เจ้าคณะภาค 16 เป็นประธาน พร้อมกันนี้ มส. ยังเห็นชอบตามคำสั่งประธานอำนวยการโครงการฯ ในการย้ายสำนักงานโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ส่วนกลาง ไปที่วัดปทุมคงคาด้วย

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 2 ธันวาคม 2560


 

ฮากลิ้ง !

ธรรมกายโชว์เจ้าอาวาสใหม่

เป็นถึงระดับพระครูสังฆรักษ์ !

 

อา..เห็นไหมล่ะว่า ไผเป็นไผ ? ในมหากาพย์ธรรมกาย คราวก่อนก็เล่นลิเก ทำทีตั้ง "ตุ๊อ้วน-สมบุญ" จากแคลิฟอร์เนีย ไปนั่งรักษาการวัดธรรมกาย แต่เห็นตุ๊อ้วนเดินทางไปประชุมต่างประเทศเป็นว่าเล่น เหมือนไม่มีอะไรให้รักษาที่ธรรมกายเสียอย่างนั้นแหละ วันนี้ก็มีข่าว (ลวง) ออกมาอีกแล้วว่า มวลมหากัลยาณมิตรทั่วโลก เตรียมโหวตตั้ง "พระครูสังฆรักษ์สฤษดิ์" ซึ่งเป็นพระปลายแถว ให้ขึ้นนั่งบัลลังก์เจ้าลัทธิธรรมกาย หม่ำจ๊กม๊กอ่านข่าวคงหัวเราะกรามหัก

ไหนล่ะฮ่ะ บรรดาคุณท่านกัลยาณมิตร ที่เคยประกาศต่อโลกว่า "วัดพระธรรมกายมีมหาเปรียญมากที่สุดในประเทศไทย" เผลอๆ จะมากที่สุดในโลกด้วยซ้ำไป แต่ทำไม๊ทำไม ทำไมไม่ตั้ง "มหาเปรียญเก้า" ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หรือว่าวัดธรรมกายผลิตเปรียญบัณฑิตเป็นแค่เพียง "สินค้าหน้าวัด" เท่านั้น ?

 

 

ตั้งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายรูปใหม่แล้ว

เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ตั้ง "พระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์" เป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ตั้งช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา เตรียมจัดพิธีมอบตราตั้งในเดือนธ.ค.นี้ ขณะที่รักษาการผอ.มหาเถรฯ ยันต้องอยู่ในการควบคุมของกรรมการ2 ชุดที่เจ้าคณะใหญ่หนกลางตั้งขึ้น ศุกร์ที่ 1 ธันวาคม 2560 เวลา 17.00 น.

วันนี้( 1 ธ.ค. 60) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามเฟสบุ๊กของพระสงฆ์วัดพระธรรมกาย กลุ่มลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย เช่น  สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกายลูกศิษย์วัดพระธรรมกายทั่วโลก กลุ่มไลน์กองการคณะสงฆ์วัดพระธรรมกาย ได้มีการเผยแพร่ข้อความพร้อมรูปภาพ ระบุว่า วันที่ 29 พ.ย. 2560 พระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์   อิทฺธิจินฺตโก  เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และผอ.กองงานวัดพระธรรมกาย ได้เข้ากราบพระธรรมรัตนดิลก เจ้าคณะภาค4 รองเเม่กองธรรมสนามหลวง ผอ.กองตรวจธรรม ชั้นโท ส่วนภูมิภาค เจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม พระเทพสิทธิโกศล ผู้ช่วยแม่กองธรรมสนามหลวง รองผอ.ตรวจธรรม ชั้นโท ส่วนภูมิภาค เจ้าคณะเขตป้อมปราบฯ-ปทุมวัน เจ้าอาวาสวัดพลับพลาไชย และพระเถระคณะทำงานกรรมการตรวจข้อสอบกองตรวจธรรม ชั้นโท ส่วนภูมิภาค โดยในปีนี้วัดพระธรรมกาย ส่งคณะพระมหาเปรียญฯ กว่า 68 รูป เป็นกรรมการตรวจข้อสอบร่วมกับกองงานตรวจธรรมอื่นๆ ซึ่งจะมีการตรวจ วัน ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ย. - 1 ธ.ค. 2560 โดยได้มอบหมายให้ หมู่กุฏิสามเณรเปรียญธรรม ร่วมตั้งจุดน้ำปานะ ถวายคณะกรรมการตรวจข้อสอบ กว่า 800 รูป ตลอดทั้ง 5 วัน ณ พระวิหารหลวง วัดสุทัศนเทพวราราม

ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามไปยังวัดพระธรรมกาย เพื่อสอบถามไปยังวัดพระธรรมกายถึงการแต่งตั้งเจ้าอาวาส ได้รับการยืนยันว่า ทางพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต จ.ปทุมธานี ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งพระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์  อิทฺธิจินฺตโก เป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายอย่างเป็นทางการแล้ว และจะมีพิธีมอบตราตั้งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่พระอุโบสถวัดพระธรรมกาย ในช่วงเดือนธ.ค.นี้

ขณะที่นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) รักษาการผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า ได้รับรายงานมาว่า เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ได้ลงนามแต่งตั้ง พระครูสังฆรักษ์รังสฤษดิ์ อิทฺธิจินฺตโก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายแล้ว โดยทราบมาว่ามีการแต่งตั้งช่วงเข้าพรรษาที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการกับวัดพระธรรมกายยังอยู่ในการควบคุมดูแลของคณะกรรมการที่สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ตั้งขึ้น 2 ชุด คือ กรรมการที่ปรึกษามีพระเทพสุธีเจ้าคณะภาค  1 เป็นประธานและคณะกรรมการกำกับดูแล มีพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจ.ปทุมธานี เป็นประธานซึ่งมีการลงพื้นที่ตรวจภายในวัดพระธรรมกายเป็นประจำทุกวัน

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 2 ธันวาคม 2560


 

จบเกม !

ถอดผ้าเหลืองยัดห้องขัง

สึกพระครูชนแดน สิ้นสมณเพศ

 

 

 

นอนคุกคืนแรก พระครูกิตติพัชรคุณ หรือ นายสมเกียรติ เครียดความดันขึ้น

อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผย "พระครูกิตติพัชรคุณ" นอนคุกคืนแรก พบมีอาการเครียดความดันขึ้น เจ้าตัวไม่ได้มีการร้องขออะไรเป็นพิเศษ ส่วนมื้อเช้ากินข้าวตามปกติ เจ้าหน้าที่คอยดูแลใกล้ชิด

จากกรณีการจับกุมตัว พระครูกิตติพัชรคุณ หรือ นายสมเกียรติ ขันทอง อายุ 53 ปี เจ้าอาวาสวัดลาดแค และเจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาคดีฟอกเงิน งบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนา หรือเงินทอนวัด ซึ่งทางพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ได้อายัดตัวไว้ดำเนินคดี ก่อนศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวและควบคุมส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ช่วงเย็นวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 2 ธ.ค.60 พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อเย็นวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัว พระครูกิตติพัชรคุณ หรือ นายสมเกียรติ ขันทอง เข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก็ได้ทำประวัติผู้ต้องขังใหม่ตามปกติทั่วไป คือ พิมพ์ลายนิ้วมือ ตรวจสุขภาพร่างกายพบเป็นโรคผู้สูงอายุ คือ ความดัน แต่ไม่พบโรคร้ายแรงอื่นๆ นอกนั้นมีอาการเครียดเล็กน้อย

"หลังรับตัวเข้ามาผู้ต้องขังไม่กินข้าวดื่มแต่น้ำ และช่วงเช้าวันที่ 2 ธ.ค. กินข้าวตามปกติ มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลใกล้ชิด และพูดคุยตามปกติ ซึ่งก็ไม่ได้มีการร้องขออะไรเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ผู้ต้องขังอยู่ในแดนแรกรับ เนื่องจากรอศาลตัดสินคดีให้ถึงที่สุดก่อนค่อยพิจารณาย้ายแดนต่อไป" พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าว.

 

ที่มา : ไทยรัฐ : 2 ธันวาคม 2560


ครม. ประยุทธ์ 5

ใครจะมาคุมสำนักพุทธ ?

 

 

 

 

เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย เกี่ยวกับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีท่านใดท่านหนึ่ง จะได้รับการมอบหมายให้เป็นผู้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งคุมงานศาสนาของประเทศไทยอันเป็นเมืองพุทธ ตามธรรมเนียมปฏิบัติของรัฐบาลไทยทุกสมัย

เมื่อเริ่มต้นรัฐบาลประยุทธ์-1 ทางนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ "นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลอีกชั้นหนึ่ง

ต่อมา นายสุวพันธุ์ ได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้ นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาควบคุมดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติแทน โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้กำกับอีกชั้นหนึ่งเช่นเคย

แต่เมื่อมีปัญหาว่าด้วยตำแหน่ง "ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ" ของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ก็เกิดรายการ "ย้ายล้างบางรัฐมนตรี" เกิดขึ้น โดยมอบหมายสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้ขึ้นตรงต่อ "พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี" แต่เพียงผู้เดียว หมายถึงว่า ไม่ให้อยู่ในการควบคุมดูแลของนายออมสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ และไม่ให้ขึ้นต่อ นายวิษณุ รองนายกรัฐมนตรี เป็นสองชั้นอีกต่อไป แต่ให้ขึ้นต่อ "พล.อ.ธนะศักดิ์" แต่เพียงชั้นเดียว

โดย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ได้เข้าถวายรายงานต่อมหาเถรสมาคม อันมีสมเด็จพระสังฆราช ทรงเป็นประธาน ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา แต่ครั้นวันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล โดยได้มีการปรับ ครม. ครั้งใหญ่ ส่งผลให้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร พ้นจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี แทบว่ายังมิทันได้แตะงานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเลย

 

 

ท่ามกลางปัญหาพระศาสนาที่ยังอึมครึม พระธัมมชโยก็ยังคงล่องหน มีคำสั่ง "ลับ" ให้ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ "ลงตรวจวัดทั่วประเทศ" เรียกพระเณรมาสอบถามพฤติกรรมเบี่ยงเบนและการใช้สื่อในทางหมิ่นเหม่เป็นรายตัว โดนจับสึกไปยังนับจำนวนไม่ได้ เพราะไม่มีใครกล้ารายงาน

ทางพระสังฆาธิการก็มีคำสั่งจัดระเบียบรายวัน วันก่อน พระพรหมดิลก เจ้าคณะ กทม. ก็ออกประกาศกำชับพระเณรในเมืองหลวง ให้ระมัดระวังเรื่องการใช้สื่อ เมื่อวาน สมเด็จพระสังฆราช ก็ทรงมีพระบัญชา มส. ให้ออกระเบียบกวดขันพระเณรในด้านอาจาระไปทั่วประเทศ คดีเงินทอนวัดล็อต 1 ล็อต 2 ก็ยังคงอึมครึม ไม่รู้ว่ารัฐบาลจะเอายังไง จะเดินหน้าหรือถอยหลัง หรือใส่เกียร์ว่าง จะเว้นตัวใหญ่ จะกินแต่ตัวเล็ก หรือว่าจะใช้ระบบยุติธรรมอย่างไม่ไว้หน้า ดังที่เคยคุยๆ เอาไว้ตั้งแต่สมัยถือปืนเข้ามายึดทำเนียบหรือไม่อย่างไร ?

ล้วนแต่เป็นคำถามที่ชวนให้หาคำตอบ ท่ามกลางความผันผวนของรัฐบาลทหาร ที่ด้านหนึ่งก็วางโรดแม็ปครองอำนาจยาวไปถึง 20 ปี อีกด้านหนึ่งก็ยอมเปิดปากต่ออภิมหาอำนาจของโลก ว่าจะจัดให้มีการเลือกตั้งในปีหน้า ส่งผลให้นักเลือกตั้งร้องลั่นประเทศ เหมือนเขียดได้ยินเสียฟ้าคำราม บ่งสัญญาณว่าฝนจะตก ประดาม็อบที่เคยมีก็มุ่งหน้าจะไปหา "นายกฯคนใหม่" ซึ่งจะมาจากการเลือกตั้ง จะใช่ "ป.ปลา" หรือไม่ก็คงไม่สนใจแล้ว เพราะถือว่ามาจากการเลือกตั้งแล้ว ประชาชนย่อมมีสิทธิ์จะเรียกร้องสิ่งที่ต้องการและทวงถามผลงานได้ เชื่อได้เลยว่า สมัยหน้า ถ้า ป.ปลา ยังอยู่ในทำเนียบ ก็คงไม่กล้าขึ้นเสียงกับประชาชนว่า "อย่ามาขึ้นเสียงกับผม" เผลอจะก้มลงกราบเลยก็เป็นได้

 

 

แถมท้าย "พ่อใหญ่-ธัมมชโย" ซึ่งเคยประกาศ "หลวงพ่อจะมอบตัวก็ต่อเมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยแล้วเท่านั้น" ก็คงรออย่างใจจดใจจ่อเช่นกัน รอวันคืนจอ ในตำแหน่ง..ครูไม่ใหญ่ !

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 1 ธันวาคม 2560


 

หลุดด่านแรก เจอด่านสอง !

พระครูชนแดนรอดเข้าห้องขังคดีอนาจาร

ปปป. เข้าอายัดตัวต่อ จ่อค้านประกัน !

 

 

ฮา..ก็น่าเลื่อมใสเหลือเกิน กับระบอบยุติธรรมของไทยในยุค คสช. โดยเฉพาะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งมีมือปราบ "ตงฉิน" นามว่า "พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" เข้ามากุมบังเหียนชีวิตพระเณรทั่วประเทศอยู่ในเวลานี้ ว่ามีความยุติธรรมสมดังคำอ้างหรือไม่

เพราะในคดีเงินทอนวัดนั้น เท่าที่ทราบ "ล็อตสอง" ของพระครูกิตติพัชรคุณ อำเภอชนแดนนั้น ยังมีพระผู้ใหญ่ระดับ "เลขาเจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะจังหวัด และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง" รวมอยู่ด้วยอีกถึง 3 รูป รวมเป็น 4 รูปด้วยกัน ถ้าเทียบอำนาจวาสนาแล้ว พระครูชนแดนถือว่ากระจอกที่สุดในบรรดาผู้ต้องหาทั้งหมด

แต่ปรากฏว่า วันนี้ พระครูชนแดน "โดนคนเดียว" ส่วนรูปอื่นๆ นั้น ไม่เห็นกองปราบ หรือ ปปป. กล้ายกกำลังไปจับแต่อย่างใด ทั้งๆ ที่เป็นคดีเดียวกัน ถามว่า ปปป. ใช้มาตรฐานอะไรในการดำเนินคดี หรือจะต้องรอให้พระอีก 3 รูป ทำอนาจารเด็ก แล้วให้กองปราบเข้าจับกุมก่อน ถึงค่อยเข้าขออายัดตัวต่อในภายหลัง ?

ถามไปยัง นายพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ด้วยว่า ทุกวันนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทำอะไรบ้าง ? นอกจากชงเรื่องให้ ปปป. ไล่จับพระ สำนักพุทธฯ ไม่มีหน้าที่ในการปกป้องพระสงฆ์องค์เณร ให้มีโอกาสต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมอย่างเสมอภาคเลยหรือ ถ้าแค่นี้ยังทำไม่ได้ ก็ลาออกไปซะ อย่ามาสวมหน้ากากคนดีทำลายศาสนาเลย !

 

 

 

ปปป. อายัดพระครูกิตติ ข้อหาฟอกเงินในคดีทุจริตเงินทอนวัด เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

จากกรณีเมื่อวันที่ 29 พ.ย. ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้จับกุมตัวพระครูกิตติพัชรคุณ หรือนายสมเกียรติ ขันทอง อายุ 53 ปี เจ้าอาวาสวัดลาดแค เจ้าคณะอำเภอชนแดน อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.2596/2560 ลงวันที่ 27 พ.ย. 2560 ในข้อหา "กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม" โดยจับกุมได้ที่วัดลาดแค ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ นอกจากนี้ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 ก.ย.60 พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. ได้นำกำลังเดินทางไปที่วัดลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหากับพระครูกิตติพัชรคุณ ในฐานความผิดคดีทุจริตเงินทอนวัด แต่ครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบตัวพระครูอยู่ที่วัด

ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 พ.ย. พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีเงินทอนวัดว่า กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ดำเนินการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอชนแดน จ.เพชรบูรณ์ อายุ 53 ปี มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินทอนวัดนั้น จำนวน 12 คดี 12วัดความเสียหาย 28 ล้านบาท ซึ่งได้มีการสรุปสำนวนคดีส่งไปให้ ปปช. โดยมี 2 คดีที่ทาง ปปช. ได้ส่งเรื่องต่อไปให้ ปปง. จากนั้นทาง ปปง.ได้เข้าร้องทุกข์กับตำรวจในคดีการทุจริต เจ้าหน้าที่จึงได้ไปขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบออกหมายจับพระครูกิตติพัชรคุณในคดีฟอกเงิน ซึ่งศาลได้ออกหมายจับข้อหาร่วมกันฟอกเงิน เลขที่ จ29/2560 ลงวันที่ 30 พ.ย.

ทั้งนี้ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่จะดำเนินการอายัดตัวพระครูกิตติพัชรคุณ หลังจากศาลอาญาอนุญาตประกันตัวในคดีของ บก.ป. เพื่อที่ทาง ปปป. จะนำตัวมาสืบสวนในคดีฟอกเงินทุจริตโกงเงินงบประมาณสำนักงานพระพุทธศาสนา พร้อมจะคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน โดยภายหลังการสอบสวนพระครูกิตติ พัชรคุณ เบื้องต้นให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งนี้ ในวันที่ 1 ธ.ค. เวลา 08.30 น. ทางเจ้าหน้าที่จะนำพระครูกิตติ ไปฝากขังที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีทุจริตที่เกิดขึ้นตำรวจ ปปป. ได้ตรวจสอบแล้วพบการทุจริตเกิดขึ้นที่วัดหลายแห่ง โดยรอบแรกเป็นการทุจริตงบอุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด 12 วัด ตั้งแต่ปี 2555-2559 ความเสียหายประมาณ 60 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 10 ราย ต่อมา บก.ปปป. ลงตรวจสอบรอบที่สอง พบเป็นการทุจริตงบอุดหนุน 3 ประเภท คือ

1.อุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด

2.อุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ

3.อุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา-แผนกธรรม-แผนกบาลี

จำนวน 23 วัด ตั้งแต่ปี 55-60 ความเสียหายประมาณ 140 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 19 ราย

 

ที่มา : มติชน : 30 พฤศจิกายน 2560

 

จับเจ้าคณะอำเภอชนแดน !

ข้อหา..อนาจาร

กองปราบลงมือเชือดเอง !

 

 

 

รวบเจ้าคณะอำเภอชนแดน อนาจารเด็ก ก่อนหน้ามีชื่อเอี่ยวเงินทอนวัด

กองปราบ รวบเจ้าคณะอำเภอชนแดน อนาจาร 2 เด็กหญิงต่ำกว่า 15 นอกจากนี้ ก่อนหน้ายังมีชื่อเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินทอนวัด สอบเบื้องต้นให้การปฏิเสธ ...

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการสอบสวนกลาง มอบหมายให้ พ.ต.ท.เพชรชุมพร ศรีวรมย์ รอง ผกก.4 บก.ป. และ พ.ต.ท.แมน เม่นแย้ม รอง ผกก.4 บก.ป.พ.ต.ท.อนุชา ศรีสำโรง สารวัตรกองปราบปราม นำหมายจับที่ 2596/2560 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 ของศาลอาญากรุงเทพมหานคร เข้าจับกุม พระครูกิตติพัชรคุณ หรือ นายสมเกียรติ์ ขันทอง อายุ 51 ปี เจ้าอาวาสวัดลาดแค เจ้าคณะอำเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ที่วัด ในข้อหากระทำอนาจารเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี

นอกจากนี้ จากการตรวจค้นห้องพักของ นายพรประวิตร ฤทธิ์ธาพรเทวา อายุ 30 ปี ลูกศิษย์คนสนิท พบเครื่องกระสุนจำนวนมาก แม็กกาซีนปืน 2 อัน ซองปืน และอุปกรณ์ทำความสะอาดปืน จึงนำตัวส่งมอบ พ.ต.ท.สายชล ทับทิมทอง สารวัตร สภ.ดงขุย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ดำเนินคดี ในข้อหามีเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานนายทะเบียน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดยการจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม (กก.4 บก.ป.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และติดตามคดีทุจริตเงินทอนวัด และพบว่า พระครูกิตติพัชรคุณ มีส่วนเกี่ยวกับข้องกับการทุจริตด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังพบว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมไปในทางชู้สาวกับหญิงสาวและชายหนุ่ม

จากการตรวจสอบย้อนหลัง พบมีพฤติกรรมพาหญิงสาวเข้าไปอยู่ในกุฏิอยู่เป็นประจำ โดยอ้างว่าให้มารับจ้างช่วยงานในวัด นอกจากนี้ ยังพบว่ามีพฤติกรรมชอบลวนลามหญิงสาว แต่ส่วนใหญ่ผู้เสียหายไม่กล้าเอาเรื่อง ล่าสุดได้ก่อเหตุกระทำอนาจารเด็กหญิงอายุ 12 และ 14 ปี

ส่วนกรณีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัด พบว่า พระครูกิตติพัชรคุณ ได้รับเงินส่วนแบ่งไปกว่า 10 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

เบื้องต้น พระครูกิตติพัชรคุณ ยังให้การปฏิเสธทั้งกรณีกระทำอนาจารเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และกรณีทุจริตเงินทอนวัด

 

ที่มา : ไทยรัฐ : 29 พฤศจิกายน 2560


 

ล่มปากอ่าว !

มจร. ประกาศ ยกเลิก เอ็มโอยู กับ กกต.

เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย !

 

อา..ก็ไม่ทราบว่า ที่ว่า "เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย" นั้น มันฝ่ายไหนกันบ้าง อย่างน้อยๆ ก็คงมีฝ่าย "พุทธะอิสระ" รวมอยู่ด้วยล่ะ เพราะเห็นออกมาเต้นแหยงๆ แช่งชักหักกระดูก มจร. อยู่หน้าจอเมื่อหลายวันก่อน งานนี้สอนให้รู้ว่า ก่อนจะนำเอาองค์กรของคณะสงฆ์ เช่น วัดวาอาราม รวมทั้งมหาวิทยาลัยสงฆ์ ซึ่งเป็นของคนทั้งประเทศ ไปผูกมัดอะไรกับใคร ก็ต้องใคร่ครวญให้รอบคอบ อย่าได้คิดว่า "ผมเป็นอธิการบดี มีอำนาจทำอะไรก็ได้" ไอ้แบบนี้แหละที่มันอยู่กันไม่ค่อยได้ ก็ดีแล้วฮะที่ถอนตัวออกมาเสียได้ เสียหน้านิดหน่อย ดีกว่าปล่อยให้เละกันทั้งระบบต่อไป นะครับ ท่านเจ้าคุณประยูร !

 

 

เอ็มโอยู ฉบับ นกกระจอกกินน้ำ !

 

 

มจร. ยกเลิกเอ็มโอยู กกต. ลบข้อครหาอิงการเมือง

พระพรหมบัณฑิต รายงาน มส. แจงกรณีเอ็มโอยู กกต. ไม่ได้อิงการเมืองทำงานวิชาการ พร้อมดำเนินการยกเลิกความร่วมมือแล้ว เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย

วันนี้(20 พ.ย.)นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ปฏิบัติหน้าที่โฆษก พศ. กล่าวภายหลังประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ว่า ตามที่มีการแสวิภาควิจารณ์กรณีทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ลงนามความร่วมมือด้านวิชาการกับสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อาจจะมีผลไปเชื่อมโยงกับการเมืองนั้น พระพรหมบัณฑิต อธิการ มจร. ในฐานะกรรมการ มส. ได้รายงานให้ มส. รับทราบในเรื่องดังกล่าว โดยการลงนามนั้นเป็นความร่วมมือทางวิชาการเท่านั้น และไม่ได้ละเมิดคำสั่งเจ้าคณะปกครองแต่อย่างใด แต่เมื่อมีเกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ทาง มจร. ได้ดำเนินการยกเลิกความร่วมมือหรือเอ็มโอยูกับ กกต. แล้ว เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย และไม่ให้เกิดกระแสวิภาควิจารณ์อีก                 

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 25 พฤศจิกายน 2560

 


หลวงปู่สิงห์ มรณภาพ !

เจ้าคุณวงศ์ไทยจ่อยึดวัดโพธิสมภรณ์

แบบไร้คู่แข่ง !

 

 

พระเทพมงคลนายก (หลวงปู่สิงห์ อินฺทปญฺโญ น.ธ.เอก ป.ธ.6)

เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี พระอาวุโสแห่งวัดโพธิสมภรณ์

มรณภาพเมื่อเวลา 17.49 น. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560

สิริอายุ 79 พรรษา 59

 

 

เจ้าคุณวงศ์ไทย (พระสุทธิสารเมธี) วัดบวรนิเวศวิหาร

รักษาการเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ อุดรธานี

 

 

"วงศ์ไทย" เคยได้รับการสนับสนุนจาก "สมเด็จจุณฑ์" เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต วัดบวรนิเวศวิหาร ให้ข้ามหลวงพ่อสิงห์ ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ สืบต่อจากหลวงปู่จันทร์ศรี แต่มีปัญหา พระป่าสายพระอาจารย์อินทร์ถวาย วัดป่านาคำน้อย รวมตัวกันต่อต้านไม่ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิสมภรณ์ เพราะตอนนั้นอาจารย์สิงห์ยังคงอยู่ เรื่องราวฉาวโฉ่จนแทบเอาไม่อยู่ แต่วงศ์ไทยก็ยังเนียน สั่งปิดข่าวทุกสำนัก หันไปเล่นเกมใต้ดิน รอเวลาฟ้าเปิด และฟ้าก็เปิดจริงๆ เมื่อหลวงพ่อสิงห์ได้ลาโลกไปในวันนี้ ก็เป็นวันของ "วงศ์ไทย" โดยไม่มีคู่แข่ง เผลอๆ จะรวบทั้ง เจ้าอาวาส+เจ้าคณะจังหวัด ด้วยซ้ำไป ใครที่เคยต่อต้านก็เตรียมตัวเอาไว้ให้ดี มีแจ๊กพ็อตแน่

ว่ากันว่า ศพหลวงพ่อสิงห์เข้าโลงยังไม่ทันแข็ง ก็มีรายการ "วิ่งสู้ฟัด" ให้เจ้าคณะภาคตั้ง "รักษาการเจ้าคณะจังหวัด" ฝุ่นตลบแล้ว แจ๋วจริงๆ !

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 17 พฤศจิกายน 2560


ผู้จัดการรับลูกพุทธะอิสระ !

ซัดเจ้าคุณประยูรทำผิดกฎมหาเถรสมาคมเสียเอง

กรณีเซ็นเอ็มโอยูกรรมการเลือกตั้งพ่วงเจ้าคุณประสาร

เรียกร้องพงศ์พรให้ไปดูด่วน !

 

อา..ยังมิทันที่บิ๊กตู่จะตั้งพรรคการเมือง สีเหลืองสีแดงในผ้าเหลืองก็เปิดสนามตะลุมบอนกันแล้ว วันก่อน พุทธะอิสระออกโรงวิจารณ์การทำ MOU ระหว่าง มจร-กกต ว่ามีปัญหาแน่ เพราะมี "เจ้าคุณประสาร" ไปนั่งทำหน้าเครียดเซ็นอะไรร่วมด้วย วันนี้ ผู้จัดการ คอลัมน์ "ข่าวปนคน-คนปนข่าว" ก็รับลูกพุทธะอิสระ ออกโรงเรียกร้องให้ "พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" ผอ.พศ. จาก ม.44 ให้ช่วยไปดู "เอ็มโอยู" ของ กกต. ว่าเซ็นกันไว้อย่างไร รวมทั้งช่วยไปทบทวน "มติ มส" ข้อที่ว่า "ห้ามพระภิกษุสามเณรเกี่ยวข้องกับการเมือง" ว่าจะสามารถระงับยับยั้งเอ็มโอยูสีแดงฉบับนี้ได้หรือไม่ และถ้าเป็นไปได้ก็จะขอบคุณมาก นั่นคือ ยกเลิกเอ็มโอยูฉบับนี้เสียที มันบาดตาบาดใจพุทธะอิสระเหลือเกิน เฮ้อ !

 

 

 

ปลุกผีพระเสื้อแดง !!  กกต.ทิ้งทวนก่อนลาโรง ดึง มจร. ปลุกสำนึกประชาธิปไตย เข้าข่ายดึงสงฆ์ยุ่งการเมืองเต็มๆ เปิดฟลอร์ "เจ้าคุณประสาร" สอนประชาธิปไตย สำนักพุทธฯ น่าจะมาดูแลซะหน่อยแล้ว

จวนจะได้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชุดใหม่อีกไม่กี่อึกใจ ส่งผลให้ 5 เสือ กกต.มีอันต้องตกงาน หลังถูกหมายหัว เซตซีโร ก่อนใครเพื่อน .. แต่ สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ที่ฟาดงวงฟาดงาตั้งแต่วันแรก และเรื่อยมา .. ล่าสุดออกมาสวมบท ซือแป๋ สอนกฎหมายเลือกตั้งให้ บิ๊กตู่ ที่โยน 6 คำถามออกมา ซือแป๋จำเป็น เตือนว่า จะขัด ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง แต่ดูแล้วคงไม่มีใครฟัง เพราะภาพลักษณ์ปัจจุบันของตัวเอง ต่อให้ข้อท้วงติงมีเหตุผล และหลักการ ก็เหอะ .. เนื่องจากทุกคนมองว่า เป็นการ เอาคืน ที่ถูกเขี่ยออกเท่านั้น .. จะว่าไป กกต. ชุดนี้ที่มี ศุภชัย สมเจริญ เป็นประธาน ในช่วงท้ายๆ การดำรงตำแหน่ง มีเรื่องอะไรแปลกๆทำ ออกมาเสมอ อย่างไม่กี่วันก่อน ประวิช รัตนเพียร ส่งรองเลขาธิการ กกต. ไปลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กกต. กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย (มจร.) ตามนโยบายการสร้างพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย .. จนถูกคนนินทาหมาดูถูกว่า ไม่มีอะไรทำกันหรืออย่างไร? เพราะโดยหลักการ พระสงฆ์ นั้นไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางโลก แต่อยู่ๆ กกต. ไปดึงเข้ามา โดยอ้างว่าพระสงฆ์มีความสำคัญในการรณรงค์การใช้สิทธิเลือกตั้ง .. อย่างนี้ยิ่งไม่เหมาะ ไม่ควร อย่างยิ่ง เพราะ พระสงฆ์ แต่ละพื้นที่ ล้วนมีอิทธิพลทางความคิดต่อชาวบ้าน สามารถโน้มน้าวให้เชื่อง่ายกว่าบุคคลธรรมดา ถ้าไปเจอพระที่ เอียงกระเท่เร่ ทำผิดวัตถุประสงค์ จากที่รณรงค์ให้คนไปเลือกตั้ง กลัวท่านเจ้าคุณจะแนะนำว่า เบอร์นี้ดีนะโยมน่ะสิเจ้าคะ  

อีกอย่างใน คำสั่งพระสังฆาธิการ ของเจ้าคณะใหญ่หนต่างๆ เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สั่งห้าม ภิกษุ-สามเณร เกี่ยวข้องกับการเมือง .. แต่สิ่งที่ มจร. กำลังทำนี่ เข้าการเมืองเต็มๆ ยิ่งในยุคที่การเมืองมีความขัดแย้งสูง เหมือนเป็นการนิมนต์ พระสงฆ์ มาร่วมวงด้วย .. ก็ไม่รู้ว่า คิดอะไรกันอยู่ แต่ดูชื่อ ผู้บริหารมจร.แล้วก็ถึงบางอ้อ บางรูปก็ชอบธุดงค์เข้าดงม็อบบ่อยๆ โดยเฉพาะเจ้าคุณประสารพระเมธีธรรมาจารย์ รองอธิการบดี มจร. ที่ชัดเจนว่า แดงแจ๋ เลยล่ะคุณโยม .. แล้วก็ไม่รู้ว่า พระพรหมบัณฑิต อธิการบดี มจร. ไม่ได้คิดเรื่องนี้หรืออย่างไร .. เพราะ เจ้าประคุณทั่น น่าจะเป็นคนที่รู้เรื่องคำสั่งพระสังฆาธิการมากที่สุดว่า มีข้อห้ามพระภิกษุ-สามเณร เกี่ยวข้องกับการเมือง ในฐานะที่เป็นกรรมการ มส. แต่ไฉน นำทีมมาลงนามเรื่อง ทางโลก กับเขา ส่วนเจ้าภาพฝั่ง กกต. ที่เป็นต้นเรื่องอย่าง ประวิช นี่ก็นอกจากโปรไฟล์อดีตรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยแล้ว เขาว่ากันว่า ตัวพ่อจานบิน เหมือนกัน .. อ้าววว พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมห์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) อยู่หนายยยย ไปดูหน่อย

 

ที่มา : ผู้จัดการ : 15 พฤศจิกายน 2560


 

จัดเต็ม !

พุทธะอิสระมาตามนัด

ซัดเจ้าคุณประยูรว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

เป็นกรรมการมหาเถร ห้ามพระเณรยุ่งการเมือง

แต่ตัวเองลงไปคุมเกมการเมืองเสียเอง

แถมหนีบเจ้าคุณประสารนั่งเอ้เต้กลาง กกต.

บีบหัวใจพุทธะอิสระเหลือเกิน เกินห้ามใจไหว

ก็เลยต้องลุยไล่ ให้มันแหลกไปข้าง !

 

อา..บิ๊กตู่ยังมิทันปลดล็อกการเมือง ผ้าเหลืองผ้าแดงก็เริ่มตะลุมบอนกันแล้ว นี่แหละคือรายการ "มาตามนัด" ขนาดไม่ได้นัดก็ยังต้องมา ประมาณว่า ที่ไหนมีจีวรแดง ที่นั่นเป็นต้องมี "พุทธะอิสระ" พุทธะอิสระแนมเหน็บให้เจ็บใจไปถึง "เจ้าคุณประยูร" อธิการบดี มจร. แม่ทัพใหญ่ในค่ายวังน้อยเวลานี้ ว่ามีพฤติกรรมอำพราง นั่งเก้าอี้ มส. ออกกฎห้ามพระเณรยุ่งการเมือง แต่ตัวเองตีเนียนไปเซ็นเอ็มโอยูดูการเมืองอยู่บนชั้นวีไอพีชี้เป็นชี้ตาย แบบนี้มันต้องมีบัตรเสือกถึงจะได้เข้าไปในสนามกับเขาบ้าง อิอิ !

แต่..แต่คุณพุทธะอิสระก็มิใช่ย่อย หยอดสำนวนยิ่งกว่าตะกร้อไทย ได้ทีเป็นเตะใส่หน้า แบบว่า "พระเสื้อแดง พระจีวรแดง" มองเห็นเป็นศัตรูคู่อาฆาต อ้างว่า "จีวรแดงไม่ควรยุ่งการเมือง" แต่ถามว่า "จีวรเหลืองควรยุ่งการเมืองไหม" ไอ้ที่ว่าแต่เขาก็อิเหนาเป็นเองพอๆ กัน พอ มจร. เข้า กกต. พุทธะอิสระก็เบียดแทรกเข้าไปในสนามทันที ออกทีวีหนุนบิ๊กตู่เป็นนายกฯต่อ ผ่านคำถาม 6 ข้อ หัวใจของคำถามก็รู้ๆ กันอยู่ คือการตั้งพรรคทหารหนุน คสช. สืบทอดอำนาจทางการเมือง โชว์กลางจอชัดเจนซะขนาดนี้ แบบว่าไม่มีขัดไม่มีเขินเลย ก็คงยิ่งกว่า..สมาชิกพรรค คสช. กิตติมศักดิ์ !

 

 

MOU ข้อที่ 1. ห้ามพุทธะอิสระยุ่งการเมือง เด็ดขาด ถ้าว่าไม่ฟัง ก็ให้เจ้าคุณประสารจัดม็อบออกต้าน ให้มันรู้กันไปว่าไผเป็นไผ !

 

 

บุพเพอาละวาด !

 

 

พุทธะอิสระสวด กกต.-มจร. เซ็น MOU เปิดช่องนักบวชเสื้อแดงจุ้นการเมือง

10 พ.ย. 60 : พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือ หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า มีข่าว กกต. ไปเซ็นเอ็มโอยู กับมหาลัยสงฆ์ชื่อดังคือ มจร. โดยมีอธิการบดีท่านเจ้าคุณประยูร เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหารและกรรมการมหาเถระสมาคม ร่วมกับนักบวชจีวรแดง อย่างเจ้าคุณประสารดูจะเป็นข่าววิปริตส่งท้ายปี ในวงการสงฆ์อีกช่วงหนึ่ง ทั้งที่มหาเถระสมาคม มีกฎห้ามพระเณรยุ่งการเมือง

"แต่วันนี้ สังคมไทย ได้เห็นกรรมการมหาเถร ที่มีดีกรีระดับอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์มาเป็นแกนนำ ทำเอ็มโอยู กับหน่วยงานเลือกตั้งของประเทศและที่ผู้คนอีกฟากฝั่ง เขาเป็นห่วงก็ตรงมีนักบวชจีวรแดงมาร่วมแจมด้วยนี่ซิ เพราะด้วยพฤติกรรมที่ผ่านมาของท่านอธิการบดีและรองอธิการบดีกลุ่มนี้ล้วนแสดงออกชัดเจนว่า เป็นผู้ฝักใฝ่ลัทธิสื้อแดง มาโดยตลอด ชาวบ้านเขาจึงเป็นห่วงว่า หากข้อตกลงระหว่างกรรมการการเลือกตั้งกับ มจร. มีผลตามกฎหมายและนำมาปฏิบัติได้จริงในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

เขาก็กลัวว่า จะมีนักบวชเสื้อแดงแฝงเข้าไปฝังซึมการเมืองแบบผิดๆ ประมาณว่า โกงได้หากเอามาแบ่งกัน ซึ่งอะไรมันก็เกิดขึ้นได้ในกลุ่มนักบวชเสื้อแดง หากมันเป็นเช่นนี้ ฝ่ายที่ตรงกันข้ามกับกลุ่มเสื้อแดง คงจะไม่ยอมรับเป็นแน่"

อย่างไรก็ตาม อาตมานั้น ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายกับเอ็มโอยูในครั้งนี้ ด้วยเพราะ กกต. ชุดนี้จะพ้นวาระไปอีกไม่นานสภา สนช. กำลังเลือกคณะกรรมการ กกต. ชุดใหม่ เมื่อมีคณะกรรมการชุดใหม่แล้ว เอ็มโอยูของชุดเก่าก็คงจะถูกเก็บเข้าลิ้นชักไปและอยากบอกกรรมการเลือกตั้ง ต้องการจะเผยแผ่ประชาธิปไตยที่ไม่ใช่เอาแต่เรียกร้องสิทธิ แต่ควรมีสำนึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ ที่ตนต้องทำด้วย กกต. ควรจักเข้าไปเซ็นเอ็มโอยูกับกระทรวงศึกษาธิการและสภามหาวิทยาลัยของประเทศ ไม่ใช่มาใช้พระเณรอย่างที่ทำอยู่

หลวงปู่พุทธะอิสระ ระบุว่าดูว่าไม่จะไกลเกินเอื้อม ประมาณว่าปวดท้องกลับหายาแดงมาทาหัว ประมาณนั้น เหล่านี้คือเหตุผลที่พุทธะอิสระ ต้องเขียนอธิบายความให้บรรดากองเชียร์ทั้งหลายได้เข้าใจ แต่ที่จะตะขิดตะขวงใจ และให้สงสัยก็คือ เจ้าคุณประยูร เป็นถึงกรรมการมหาเถร เป็นถึงระดับผู้คุมกฎ กลับออกมารับลูกเล่นในสนามการเมืองเสียเอง ต่อไปพระทั้งประเทศคงจะได้เป็นหัวคะแนนได้ ดีไม่ดีอาจลงเลือกตั้งได้ดังที่ ฝ่ายนักวิชาการเสื้อแดงเรียกร้องมาตลอด

สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเซ็นเอ็มโอยูระหว่างกรรมการการเลือกตั้ง กับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) มีขึ้นที่สำนักงาน กกต. เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

 

ที่มา : ไทยโพสต์ : 11 พฤศจิกายน 2560


ดองเค็ม
!

สำนักพุทธแจงข่าวคึกฤทธิ์พ้นมลทิน

บอกมอบให้เจ้าคณะปทุมธานีไปจัดการแล้ว

แล้วแต่พระคุณเจ้าจะจัดการ

สำนักพุทธฯ ไม่รู้เรื่องไปถึงไหน ไม่เคยใส่ใจ

สนใจก็แต่เรื่อง..เงิน !

 


 

 

อา..ก็สรุปว่า ทั้งธัมมชโย-วัดพระธรรมกาย ทั้งคึกฤทธิ์-วัดนาป่าพง ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดปทุมธานีทั้งคู่ ก็ลอยตัวอยู่เหนือกฎหมายสบายๆ เพราะรัฐบาลและคณะสงฆ์ไทย ไม่มีปัญญาจะจัดการ ทำได้อย่างมากที่สุดก็แค่ "ถอดยศ" ธัมมชโย-ทัตตชีโว ซึ่งลูกศิษย์ก็ประกาศสวนควันปืนว่า "นับถือหลวงพ่อที่ตัวท่าน มิได้นับถือเพราะยศถาบรรดาศักดิ์" งานนี้เล่นเอารัฐบาลบิ๊กตู่หน้าหงาย เพราะคิดง่ายๆ ว่า ถ้าถอดยศธัมมชโยแล้ว คงไม่มีใครเข้าวัดธรรมกาย ที่ไหนได้ เข้ามากกว่าเดิมเสียอีก เดือนหน้า วันเกิดทัตตชีโว เห็นว่าจะมีลูกศิษย์จากทั่วโลก ไปถวายมุทิตา..เป็นล้าน !

 

 

กรณีคึกฤทธิ์ก็เช่นกัน ทั้งรัฐบาลและมหาเถรสมาคม ไม่ได้ทำอะไรเลย ปล่อยปละละเลยให้เติบใหญ่ขึ้นทุกวัน มีเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ 2-3 คน ออกมาต่อสู้เพื่อพระศาสนา มันน่าอายใจแทนพระไทยทั้งประเทศ ทั้งๆ ที่คึกฤทธิ์นั้น "ด่ากราด" ทั้งมหานิกาย-ธรรมยุต ก็รวมทั้งพระสมเด็จพระสังฆราชโน่นล่ะ ว่าศึกษาวิชาการไม่ว่าจะเป็นด้าน นักธรรม-บาลี หรือ มจร.-มมร. ก็ล้วนแต่เป็นเดียรถีย์ เพราะมิได้เรียนพุทธวจนะโดยตรง แต่แปลก ! มหาเถรสมาคมได้ยินก็เฉย ไม่เจ็บ ไม่คัน ไม่จั๊กกะเดียม วางอุเบกขาเวลาไฟไหม้บ้าน หนำซ้ำ "สมเด็จช่วง" ผู้ปฏิบัติหน้าที่สังฆราชในสมัยนั้น ยังเปิดประตูวัดปากน้ำอ้าซ่า ปล่อยให้คึกฤทธิ์เข้าไปหาถึงในกุฏิ แบบนี้ไงล่ะ พระศาสนาถึงพังดังที่เห็น

 

 

วันนี้ เราได้สังฆราชใหม่แล้ว เราได้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติคนใหม่แล้ว แบบว่าได้ดรีมทีม ที่กองเชียร์คุยโวโอ้อวดว่า "นี่แหละคือขุนศึกที่จะมาชำระสะสางกิจการพระศาสนาที่ยุ่งเหยิงมานาน ให้สะอาดเหมือนสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช" ที่ไหนได้ ไม่เห็นใครทำอะไรเลย ธัมมชโยก็ลอยนวล คึกฤทธิ์ก็ยังคงเดินสายด่าพระสงฆ์องค์เณรทั่วประเทศได้ตามปกติ ถามว่า เรามีมหาเถรสมาคมไปทำไม เรามีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไปทำไม เรามีเจ้าคณะใหญ่หนกลางไปทำไม เรามีเจ้าคณะภาค 1 ไปทำไม และเรามีเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ไปทำไม ทำไมไม่มีใครทำอะไรกับปัญหาพระศาสนาที่เห็นอยู่ตำตา ปล่อยเวลาให้ผ่านไปวันๆ ดังหนังสือจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ด้านล่างสุดนี้ ซึ่งชี้ว่า พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ซึ่งมาด้วย ม.44 ก็ไม่มีฝีมืออะไร ไม่ต่างจากคนก่อนๆ เลย ยิ่งมาด้วยอำนาจพิเศษ แต่ทำได้พอๆ กับเขา มันก็ยิ่งห่วยกว่าเขาไม่รู้เท่าไหร่ ใช่ไม่ใช่ !

 

 

สมเด็จสมศักดิ์ นั่งเหงาอยู่บนเก้าอี้เจ้าคณะใหญ่หนกลาง

นอกจากปัญหา "วัดพระธรรมกาย-วัดน่าป่าพง" จะไม่ได้รับการชำระสะสางแล้ว ไฟยังไหม้มาลามถึงกุฏิในวัดพิชัยญาติ เพราะเจ้าคุณบุญเทียม เลขาสมเด็จสมศักดิ์ ดันไปต้องคดีเงินทอนวัด มีสิทธิ์ติดคุกอีกต่างหากด้วย

 

 

 

มหาสายชล กินตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 มานานหลายปี

เคยทำคุณงามความดีอะไรให้สมกับตำแหน่งบ้าง ?

 

 

 

เจ้าคุณสมศักดิ์ วัดเขียนเขต เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ชุมทางปัญหาพระศาสนาของประเทศไทย มุมหนึ่งก็สงสาร เพราะไม่มีอำนาจจัดการเจ้าพ่อ แต่มุมหนึ่งก็ไม่น่าสงสาร เพราะถ้าสงสารพระศาสนาจริง แต่ทำอะไรไม่ได้ ก็ควรพิจารณาตัวเองด้วยการ..ลาออกไป !

 

 

พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ.

ไหนเห็นใครเขาว่า พงศ์พรเป็นกล้า ตัวเองก็ประกาศว่า อยากทำงานในสำนักพุทธฯ ไม่อยากย้ายไปสำนักนายกฯ วันนี้ ได้รับโอกาสเงินโอกาสทองของชีวิตแล้ว ทำไมไม่เห็นทำอะไรให้เป็นชิ้นเป็นอัน แน่จริงก็เชิญเดินเข้าไปสำรวจ "อาณาจักรนาป่าพง" ของคึกฤทธิ์บ้างเป็นไร เอาให้รู้ดำรู้แดง ว่าไอ้ที่ด่าๆ บรรดามหาเปรียญทั้งประเทศ (รวมทั้งสมเด็จพระสังฆราช ป.ธ.6) แล้วขโมยพระไตรปิฎกที่บรรดามหาเปรียญเขาแปลไว้น่ะ ไปทำรูปเล่มใหม่ขาย มันถูกกฎหมายและพระธรรมวินัยหรือไม่อย่างไร นะคุณพงศพรนะ คิดจะเป็นใหญ่ใจต้องกล้า !

 

 

 

ครูนัท : ณัฐนันท์ สุดประเสริฐ

ผู้หญิงตัวเล็ก แต่ใจใหญ่เกินร้อย กล้าชนแม้กระทั่ง "นายพันคึกฤทธิ์" ชนด้วยสปิริต หัวจิตหัวใจมีเท่าไหร่ทุ่มไม่อั้น ทั้งสู้ด้วยกึ๋น ด้วยความรู้ความสามารถ มิใช่ด่ากราดหรือถลกผ้าถุงสู้ ส่งจดหมายไปท้าคึกฤทธิ์หลายครั้ง ให้มาสู้กันต่อหน้า ปรากฏว่าคึกฤทธิ์มุดหัว กลัวผู้หญิง ! 

 

 


 

 

ที่มา : เฟสบุ๊ค ครูนัท หนอนพระไตรปิฎก : 9 พฤศจิกายน 2560


มจร. เอ็มโอยู กกต. !

เผยแพร่ประชาธิปไตย ใช้ศาสนานำการเมือง

เจ้าคุณประสารแจม

ไหวเร้อ !

 

 

ก้าวใหม่ ของ มจร. ก้าวหน้าหรือก้าวหลังก็ไม่รู้

 

 

อา..ก็ไม่อยากวิจารณ์มาก เพราะเขาเพิ่งจะเริ่มเซ็นสัญญา ยังไม่ทันได้ทำอะไร จะไปติเรือทั้งโกลนมันก็เกินไป บางทีอาจจะมีเซอร์ไพรซ์อะไรก็ได้ ของอย่างนี้มันบ่แน่ดอกนาย โบราณว่า "คนล้มอย่าข้าม" แต่นี่ยังมิทันล้มจะถล่มกันแล้ว มันก็หมิ่นเชิงชายกันเกินไป จริงไหมครับ ท่านเจ้าคุณประยูร-ท่านประสาร ?

แต่..แต่ลองมองตามเนื้อผ้าแล้ว หลายๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา ซึ่งฝ่าย มจร. ก็ล้วนแต่เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างเต็มตัว ไล่ตั้งแต่ กรณีตั้งสมเด็จพระสังฆราชผ่าน มส. กรณีตั้งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รวมทั้งการที่ "พระพรหมบัณฑิต" อธิการบดี มจร. ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง "กรรมการมหาเถรสมาคม" แต่ก็เหมือนไม่ได้ช่วยอะไรเลย ยิ่งอยู่นาน ภาพลักษณ์ของ มส. ก็สาละวันเตี้ยลงไปทุกที แล้วนี่ยังจะไปช่วยงานการเมืองอีก แค่เรื่องศาสนาวัดวาอารามก็อ่วมอรทัยแบบไปไม่ถูกแล้ว

การที่ มจร. ร่วมทำเอ็มโอยู กับ กกต. นั้น มองแล้วมีทั้งมุมดีและมุมเสีย มุมดีก็คือว่า ถ้าทำได้ ก็จะสามารถนำเอาหลักธรรมคำสอนทางพระศาสนา และวิชาการในทางมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทยแห่งนี้ เข้าไปมีบทบาทช่วยชาติได้อย่างฉกาจฉกรรจ์ แต่ถ้าทำไม่สำเร็จ มันก็จะกลายเป็นบูมเมอแรงเหวี่ยงกลับมาหา มจร. อย่างน่ากลัว น่ากลัวว่าจะเสียหายย่อยยับ อาจจะถึงกับ "ล้มละลาย" ทางวิชาการ ไปเลย เพราะกลเกมการเมืองเรื่องผลประโยชน์นั้น มันลึกลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนและยุ่งเหยิง ยิ่งกว่าเรื่องศาสนาวัดวาอาราม ถ้าหากไม่ชำนิชำนาญจริงๆ แล้ว ก็น่ากลัวว่ามีดจะบาดมือ เพราะอย่าลืมว่า นักการเมืองคือคนที่ทำได้ทุกอย่างเพื่ออำนาจ ทำได้แม้กระทั่ง..หลอกพระ ่ากลัวกว่าผีเลยล่ะฮ่ะ !

 

 

เมื่อ กกต. หันหน้าพึ่งพระ จะสมหวังหรือไม่ ?

 

 

เซ็นสัญญาทางวิชาการ

ถามว่า การเมืองมีวิชาการด้วยหรือ ?

 

 

 

เจ้าคุณประยูร-เจ้าคุณประสาร

สองผู้นำทางวิชาการการเมืองไทยใน พ.ศ. นี้

 

 

เมื่อการเมืองไทยอยู่ภายใต้การสอนของ มจร.

 

 

พระพรหมบัณฑิต ราชบัณฑิต

ติดเรื่องเดียว ช่วยสมเด็จช่วงเป็นสังฆราชไม่ได้

หมายถึงว่า มจร. พ่ายทางการเมืองเรื่องอำนาจในวัด

แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ไม่ลองหรือจะรู้ ?

 

 

 

"รวมผลงานวิชาการการเมือง ที่อาตมาวิจัยมานานกว่า 4 ปี ลุยมาแล้วทุกที่ ตั้งแต่สนามหลวงยันพุทธมณฑล รับรองว่าทันสมัยโดยไม่ต้องใช้ยันต์เจ้าคุณธงชัย"

 

และต่อไปนี้ คือรวมผลงานวิชาการการเมือง ของเจ้าคุณประสาร

 



 

จะปลดล็อกการเมืองได้ ก็ต้อง "ล็อกคอทหาร" เอาไว้

โปรดใช้วิชาการของ มจร. ตามตำราเจ้าคุณประสาร

รับรองว่าประชาธิปไตยจะ..ไปโลด !

 

 

กกต.เซ็น MOU มจร.เผยแพร่ประชาธิปไตย หวังทำเลือกตั้งศักดิ์สิทธิ์ ชูใช้ศาสนาละลายสี

กกต. ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สร้างพลเมืองดี เผยแพร่ความรู้ประชาธิปไตย พระพรหมบัณฑิตชี้ การร่วมมือหวังทำเลือกตั้งมีความศักดิ์สิทธิ์ ด้าน รองอธิการบดี มจร. ชูกิจกรรมทางศาสนาทำความแบ่งแยกสีหมด
       
วันนี้ (6 พ.ย.) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงาน กกต. และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) โดย นายประวิช รัตนเพียร กกต. ด้านการมีส่วนร่วม พร้อมด้วยพระพรหมบัณฑิต อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และผู้บริหารทั้ง 2 องค์กร ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
 

นายประวิช กล่าวว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงครั้งนี้ เป็นการบูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อให้เกิดการสร้างพลเมืองดีและขยายเครือข่าย โดย กกต. ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสื่อบุคคลที่จะเป็นสื่อกลางในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และการสร้างพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย
 

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีเครือข่ายและนักศึกษาอยู่ทั่วประเทศ โดยมีสหวิทยาเขต จำนวน 27 แห่ง และสหวิทยาเขตในแต่ละพื้นที่มีพระสงฆ์ทำหน้าที่สอนวิชาพระพุทธศาสนาในระดับชั้นมัธยมศึกษา จำนวน 17,000 รูป ซึ่งนับเป็นการสร้างเครือข่ายในเชิงวิชาการ โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จะเป็นหน่วยงานที่กำหนดเนื้อหาหลักสูตรการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับวิชาพระพุทธศาสนา เช่น การซื้อสิทธิขายเสียงไม่ถูกต้องตามหลักพระพุทธศาสนา หรือการสร้างพลเมืองดีวิถีประชาธิปไตย เป็นต้นส่วนสำนักงาน กกต. จะเป็นหน่วยงานดำเนินการจัดทำคู่มือการเรียนการสอน และจัดอบรมถ่ายทอดเนื้อหาหลักสูตรดังกล่าวให้กับผู้สอน
       
ขณะที่ พระพรหมบัณฑิต เทศนาตอนหนึ่งว่า กกต. เห็นว่า พระสงฆ์มีความสำคัญในการรณรงค์การใช้สิทธิเลือกตั้ง จึงได้มีการร่วมมือกันในครั้งนี้ เพื่อทำให้การเลือกตั้งมีความศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น สามารถใช้สิทธิได้อย่างถูกต้อง ทำให้เกิดสำนึก โดยจะต้องมีความร่วมมือกันทุกภาคส่วน โดยจะเกิดสำนึกได้จะต้องมีทั้ง 1. จะต้องมีคุณธรรม มีความรับผิดชอบ รักประเทศ และรักประชาธิปไตย 2. มีจริยธรรม ทั้งทางกาย วาจา เพื่อความดีงามของสังคม
       
รศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดี มจร. กล่าวว่า การร่วมมือครั้งนี้เป็นการปลูกจิตสำนึกที่จะช่วยงาน กกต. โดยทาง มจร. อาจจะมีการทำหลักสูตรที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการมีส่วนร่วม ซึ่งหากมีการทำหลักสูตรสำเร็จจะมีการอบรมในแต่ละภูมิภาค และจะมีการบรรจุหลักสูตรใน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเชื่อว่าหลักสูตรที่เกี่ยวกับศาสนาประชาชนน่าจะให้การตอบรับได้ดี เพราะศาสนาจะทำให้คนกลมเกลียวกันง่าย เห็นได้จากพรรคการเมืองที่ต่างสี มีความแตกต่างกัน แต่เมื่อได้มีการทำกิจกรรมทางศาสนาความแบ่งแยกในเรื่องต่างๆ ก็จะหมดไป ซึ่งทางเรายินดีดำเนินการให้ทันกับการเลือกตั้งช่วงนี้ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จ ทั้งนี้ ยืนยันว่า หลักสูตรดังกล่าวจะไม่มีการแตะเรื่องการเมือง

 

ที่มา : ผู้จัดการ-เฟสบุ๊คเจ้าคุณประสาร : 8 พฤศจิกายน 2560

 


พิลึก !

พงศ์พรรวบอำนาจมหาเถรสมาคม

ทำหนังสือเวียนเปลี่ยนเป็น มติ มส. ครั้งพิเศษ

โดยไม่ยอมนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม มส. !

 

 

มติ มส. ที่ไม่ผ่านการประชุม มส.

 

 

พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์

ฤษีแปลงสาร : ประธานมหาเถรสมาคมคนใหม่

จาก..พงศ์พร ผอ.พศ. ไม่เข้าประชุม มส. 3 รอบ

สู่..พงศ์พร ออกมติ มส. ได้เอง โดยไม่ต้องประชุม มส.

 

อา..วาทกรรมที่ว่า "ตำแหน่ง ผอ.พศ. ไม่ใช่เด็กวัด" นั้น คงจะเป็นจริงซะแล้ว เพราะจากผลงานการแปลงสารครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า พงศ์พรมิใช่แค่เด็กวัด แต่เป็นระดับ "อภิสังฆราช" ไปเลยเชียวล่ะ เพราะขนาดสังฆราชยังไม่สามารถออกมติ มส. ได้เอง ต้องเสด็จไปนั่งประชุมจึงจะสามารถผ่าน มส. ได้ แต่พงศ์พรมีอำนาจมากกว่า จึงสามารถ "ทำหนังสือเวียน" เปลี่ยนแปลง มติ มส. ได้เอง ด้วยเหตุผลว่า "กรรมการ มส. ทุกรูป ไม่มีความเห็นเป็นอื่น" ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเพียง "ข้ออ้าง" อย่างไม่สมเหตุสมผล เพราะถ้าจะถามถึง "ธรรมเนียมปฏิบัติ" ของมหาเถรสมาคม มองยังไงมันก็ไม่ถูกหลักการ ถึงจะอ้างว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่ดูแล้วก็ไม่ได้ด่วนอะไร เพราะถ้านำเข้าประชุม มส. ในต้นเดือนพฤศจิกายนก็ผ่านอย่างถูกครรลองคลองธรรมแล้ว ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนไปกว่านั้น แถมเรื่องนี้ยังเป็นการ "เปลี่ยนชื่อโครงการ" จากสวดพระพุทธมนต์ถวายในหลวง ร.9 มาเป็นเจริญพระพุทธมนต์ ถวายในหลวง ร.10 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์บรมราชินีนาถเท่านั้น นอกนั้นก็ยังเหมือนเดิม จึงไม่เห็นว่าจะต้องทำเป็นเรื่องด่วนอะไรเลย ยกเว้นแต่ว่า..ร้อนอำนาจ

ที่คุณพงศ์พรอ้างว่า "เป็นเรื่องสำคัญ" เพราะเกี่ยวเนื่องกับองค์พระประมุขของชาติ ก็ต้องถามว่า การจะทำพิธีให้สมพระเกียรตินั้นควรทำอย่างไร ทำแบบ "ผ่านมติมหาเถรสมาคมอย่างครบองค์ประชุม มีสมเด็จพระสังฆราชทรงเป็นประธาน" กับทำแบบ "พงศ์พรทำหนังสือเวียนแล้วอ้างว่าไม่มีใครคัดค้าน ก็ผ่านเป็นมติ มส. ครั้งพิเศษ" แบบไหนจะสมพระเกียรติมากกว่ากัน ?

ถ้าลองขนาด "พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์บรมราชินีนาถ" พงศ์พรยังกล้าออกมติ มส. ครั้งพิเศษ โดยใช้หนังสือเวียนได้ แล้วต่อไปจะเหลืออะไรล่ะ ก็คงไม่ต้องมีการประชุม มส. แล้ว นึกอยากจะออกมติอะไรก็ทำเป็นหนังสือเวียน ก็เสร็จเป็น "มติ มส." เหมือน มติ ครม. แล้ว แล้วถามว่า จะมีมหาเถรสมาคมเอาไว้ทำไม ?

 

 



 

ที่มา : ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย : 5 พฤศจิกายน 2560


 

มาตามนัด !

ปปง. ชงเชือดเรียงตัว

4 พระ 15 ข้าราชการ สำนักงาน พศ.

เจ้าคุณบุญเทียม ก็ไม่รอด !

 

 

 

 

เชือดเงินทอนวัดล็อตสอง ยึดทรัพย์สงฆ์คณะราชชั้นผู้ใหญ่ 19 ราย


ปปง.ร้องทุกข์ ปปป. เอาผิดทุจริตเครือข่ายเงินทอนวัดอีก 12 ราย ล็อตที่ 2 พบผู้กระทำผิดระดับบิ๊ก พระครูอุดม ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดราชพระราชรัตนมุนี เลขาฯ พระราชพุทธิวราภรณ์ เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร จ.ลพบุรี และเจ้าคณะอำเภอชนแดน ตกเป็นข่าวถูกประชาชนในพื้นที่เดินขบวนขับไล่อยู่ในขณะนี้ และนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ.

วันนี้ (1 พ.ย.) เวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นายสุนทรา พลไตร ผอ.ส่วนข้อมูลคดีและมาตรการพิเศษทางกฎหมาย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมเจ้าหน้าที่ ปปง.เดินทางยื่นหนังสือต่อ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องในคดีทุจริตเงินทอนวัด ล็อตที่ 2 จำนวน 19 ราย และประชุมความคืบหน้าคดี โดยมี พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ พ.ต.อ.จักษ์ เพ็งสาธร พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รอง ผบก.ปปป. และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปปป.เข้าร่วม

พล.ต.ต.กมล เปิดเผยหลังการประชุมว่า วันนี้ได้ข้อสรุปหลังหารือร่วมกับ ปปง. โดยล็อตที่ 2 มีผู้กระทำผิด 19 ราย แบ่งออกเป็น 4 คดี 1. คดีทุจริต 12 วัด ผู้กระทำผิด 3 ราย 2. คดีทุจริต 6 วัด ผู้กระทำผิด 8 ราย 3. คดีทุจริต 4 วัด ผู้กระทำผิด 8 ราย และ 4. คดีทุจริต 1 วัด ผู้กระทำผิด 5 ราย บางคนมีการกระทำความผิดซ้ำหลายคดี ซึ่งการแบ่งคดีดังกล่าวนั้นคดีที่ 1-3 เกี่ยวกับงบบูรณะปฏิสังขรณ์วัดและเผยแพร่ศาสนา ส่วนคดีที่ 4 เรื่องงบศึกษาพระปริยัติธรรม โดยทุกคดีทำเป็นเครือข่าย หลังจากนี้จะออกหมายเรียกผู้ต้องหาต่อไป ส่วนการยึดอายัด ทรัพย์สินผู้กระทำผิดนั้นเป็นคดีทางแพ่ง ปปง.จะประชุมคณะกรรมการธุรกรรมเพื่อพิจารณาดำเนินการ

"สำหรับคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อตแรก จำนวน 9 ราย บก.ปปป. ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินการ และได้มีการออกหมายเรียกผู้ต้องหาเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งบางรายเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว แต่บางส่วนยังขอเลื่อน ทั้งนี้ หากไม่มาจะดำเนินการออกหมายจับ ภายในสิ้นเดือน พ.ย. 60 นอกจากนี้ คดีเงินทอนวัดล็อตที่ 3 ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะเป็นหน่วยงานหลักและอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการร่วมกันของ พศ.กับ บก.ปปป. เพื่อพิจารณาตรวจสอบงบประมาณตั้งแต่ปี 2550 ขึ้นมา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง" พล.ต.ต.กมลกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาล็อตที่ 2 จำนวน 19 ราย เป็นข้าราชการ 13 คน พระ 4 รูป และประชาชนอีก 2 คน ประกอบด้วย

1. พระครูวิสุทธิวัฒนกิจ (อุดม สุระกาพย์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดราชสิทธารามราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ

2. พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ หรือบุญเทียม ญานินโท) เลขานุการสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดพิชยญาติการาม เขตคลองสาน กทม.

3. พระเทพเสนาบดี (พระราชพุทธิวราภรณ์) เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี และเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี

4. พระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และเจ้าคณะอำเภอชนแดน ตกเป็นข่าวถูกประชาชนในพื้นที่เดินขบวนขับไล่อยู่ในขณะนี้

5. นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ.

6. นายณรงค์เดช ชัยเนตร ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) สิงห์บุรี

7. นายพัฒนา สุอำมาตย์มนตรี นักวิชาการ พศ.

8. นายบุญเลิศ โสภา อดีต ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา เป็นผู้อำนวยการสำนักงาน พระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ลำปาง

9. นางพรเพ็ญ กิตติธรางกูร ผอ.กลุ่มการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญ พศ.

10. นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผอ.กองพุทธศาสนสถาน พศ.

11. นายพยงค์ สีเหลือง นายช่างโยธา ชำนาญงาน พศ.

12. นายวิโรจน์ อุ่นทรัพย์ ผู้ตรวจ ราชการ พศ.

13. นายแก้ว ชิดตะขบ ผอ.การสำนักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดสมุทรสงคราม

14. นายไพฑูรย์ กรรณโม (ไม่ทราบตำแหน่ง )

ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 คน เคยตกเป็นผู้ต้องหาในคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อตแรก และมีชื่อในล็อตที่ 2 ด้วย คือ

15. นายนพรัตน์ เบญจวัฒนะ อดีต ผอ.พศ.(ปัจจุบันหนีไปต่างประเทศ)

16. นายวสวัสดิ์ กิตติธีระสิทธิ์ ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ พศ.

17. นางประนอม คงพิกุล รอง ผอ.พศ.

18. นางณัฐฐาวดี ตันตยาวิสาส นักวิชาการ พศ.

19. นายศิวโรจน์ ปิยรัตน์เสรี (ไม่ใช่ข้าราชการ)

 

ที่มา : ผู้จัดการ : 3 พฤศจิกายน 2560

พระพรหมสิทธิ และคณะ

เข้าคารวะหลวงพ่อเขมธัมโม วัดป่าสันติธรรม

เมืองวอริค ประเทศอังกฤษ

 

กดที่ภาพเพื่อชมวัดป่าสันติธรรม 2560

ภาพองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์

ประชุม ณ วัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร

12 กันยายน 2560

 

(กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาด 5000 PX)

ภาพใหญ่ประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม เนเธอแลนด์

 

 

(กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาด 5000 PX)

 

มหาวอ ยก "วัด-วัง" บังสัจจะ !

ต้องยอมตระบัดสัตย์รับตำแหน่ง ผช.จล.

ทำนอง..เสียสัตย์เพื่อชาติ !

 

ว.วชิรเมธี อ้าง "ในวัง" บังคับ ต้องยอมรับ "ตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดพระสิงห์" ทั้งๆ ไม่อยากรับ และเคยประกาศต่อสาธารณะว่า "ชีวิตสงฆ์ควรปราศจาก ยศ ทรัพย์ และอำนาจ" แถมยกตัวอย่าง "สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ปยุตฺตมหาเถร" รับพระราชทานสมณศักดิ์ ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม มีแต่คนสรรเสริญ

 

แล้วทำไม ว.วชิรเมธี จะรับไม่ได้ ผิดตรงไหน ?

 

อา..ว่าไงครับ หลวงพ่อช่วงโปรดทราบ มหาวอบอกว่า "ตัวเองถูกขืนใจให้รับตำแหน่ง" ทั้งๆ ที่ไม่อยากรับ ถึงได้มาก็มิได้ภูมิอกภูมใจอะไรอีกด้วย แบบว่า เสียสัตย์เพราะผู้ใหญ่ นี่ถ้าได้เป็นเจ้าคุณ สงสัยมหาวอคงจะฆ่าตัวตาย เพราะรับไม่ได้

เชิญปัญญาชน "ทัศนา" ทัศนะ ของพระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี คนดีศรีแผ่นดิน !

 

Take a look !

 

 

ว.วชิรเมธี ฤษีกินเหี้ย !

ถูกบังคับให้เป็นคนเลว โดยการรับ "ยศ ทรัพย์ และอำนาจ"

 

 

"ยศช้าง ขุนนางพระ ไม่เคยมองหา แต่เบื้องบนท่านมองเห็น"

ว.วชิรเมธี

 


หลายเดือนก่อน หลังจากมีภาพไปรับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช
เพื่อดำรงตำแหน่งเป็น "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดพระสิงห์" ก็มีใครบางคน จรดปากกาเขียนถึงอาตมภาพในทางเสียหายว่า การรับตำแหน่งนั้น เป็นการแสดงถึงความกลับกลอกเหมือนศรีธนญชัย (เพราะแต่ไหนแต่ไรมา อาตมาไม่เคยสนใจเรื่องตำแหน่งแห่งที่ในทางคณะสงฆ์เลย ซึ่งเรื่องนี้ แม้จนบัดนี้ ก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่)

ถามว่า ถ้าเช่นนั้น ไปรับตำแหน่งทำไม ?

ขออธิบายสั้นๆ ง่ายๆ สำหรับคนที่อยู่ห่างไกลถึงสหรัฐอเมริกา (ต้นเรื่องที่กล่าวหา) ซึ่งอาจจะไม่ค่อยรู้ความจริงว่า

"อาตมาอยู่วัดพระสิงห์มาแต่อายุเพียง ๑๖ ปี เรียนธรรมะบาลีที่วัดนี้ จนได้เปรียญธรรม ๖ ประโยค, บวชพระก็บวชที่วัดนี้

หลวงพ่อเจ้าอาวาสก็เป็นพระอุปัชฌาย์ อาตมาก็เคยเป็นพระเลขานุการของท่านมาตั้งแต่ต้นแต่อายุ ๑๘ ปี ตั้งแต่ยังเป็นสามเณรจนถึงบวชเป็นพระภิกษุ


เมื่อจบเปรียญ ๙ ที่กรุงเทพฯ อาตมาย้ายกลับมาเชียงราย ก็มาอยู่ในสังกัดเดิม ซ้ำยังเป็นเปรียญธรรม ๙ รูปแรกของวัด คือวัดพระสิงห์ (พระอารามหลวง)
ไม่ได้เหาะข้ามห้วยมาจากที่อื่น

เมื่อกลับมาแล้ว หลวงพ่อเคยขอให้มาเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสแต่เมื่อปี ๒๕๕๕ อาตมายังไม่อยากรับ ประวิงเวลาไว้ เพราะใจอยากทำงานเผยแผ่พระพุทธ-ศาสนามากกว่างานปกครองของคณะสงฆ์ ครูบาอาจารย์ท่านก็เข้าใจลูกศิษย์ซึ่งท่านรักเหมือนลูก


มาถึงปีนี้ ผู้ใหญ่ใน
"เบื้องบน" ถามมาอีก เพราะอายุ ๔๓ พรรษา ๒๓ อยู่พระอารามหลวงมา ๒๖ ปีแล้ว เป็นมหาเถระแล้ว ไม่ใช่พระเด็กๆ อีกต่อไป ควรมอบหมายให้รับภาระธุระพระศาสนาอย่างเป็นทางการ ทั้งผลงานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาก็ไม่ใช่น้อยๆ (ว่าตามคำของท่าน)


ทั้งครู ทั้งศิษย์ จึงยอมอนุวัตร ตามทางการ


อาตมาจึงรับตำแหน่งของทางการ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสฯ
"ฝ่ายเผยแผ่" เหมือนเดิม


และเมื่อเป็นแล้ว ก็ไม่ได้หลงไปกับโลกธรรม ไม่ได้ย้ายไปไหน ยังพอใจกับนามปากกา ว.วชิรเมธี ธรรมดาๆ ยังคงอยู่ทำงานเผยแผ่ต่อไปที่ไร่เชิญตะวันตามปกติ

ตำแหน่งแห่งที่ ที่ท่านประทานมา ก็เพราะฟ้าบันดาล ทั้ง "วัง" และ "วัด" ท่านประสานเสียง แกมกำชับขอให้รับไว้ ไม่ใช่ไปกราบกรานอยากได้ อย่างที่มี "พระอลัชชี" บางรูปพยายามกล่าวหาด้วยข้อความรุนแรง


เรื่องนี้ เข้าใจได้ง่ายมาก


ดูอย่างท่าน
ป.อ.ปยุตฺโต หรือ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ องค์ใหม่ก็ได้ ท่านก็ทำงานของท่านไป ไม่เคยอยากจะได้ใคร่จะมีอะไร ปิดทองหลังพระไป เมื่อทองล้นออกมาหน้าพระ วันดีคืนดี
"หลวง" หรือราชการก็โปรดให้ท่านเป็นสมเด็จฯ เมื่อเป็นแล้ว ท่านก็ไม่ได้หลงไปกับโลกธรรม ดังท่านกล่าวความในใจว่า

"พระนั้น จะแต่งตั้งไปชั้นไหน ชั้นไหน ก็ยังเป็นพระอยู่เหมือนเดิม ทางพระพุทธศาสนา ท่านไม่นิยมถามว่า "จะเป็นอะไร" แต่สำคัญที่ว่า "จะทำอะไร" ให้เรื่อง "เป็น" มาเกื้อหนุนเรื่อง "ทำ" ให้ได้ ท่านจึงว่า "ให้เป็นนั่นเป็นนี่" เพื่อจะได้ "ทำนั่นทำนี่" ได้สะดวก"

เพราะฉะนั้น คนที่ "รู้ผิด คิดเอา เดาเก่ง" มองการรับตำแหน่งของอาตมา เป็นเรื่องการเมืองในคณะสงฆ์ หรือมองไปว่าได้มาเพราะเข้าหาผู้ใหญ่ ทั้งยังพยายามกล่าวหาอาตมาเลื่อนลอยด้วยคำใหญ่คำโตนั้น ก็ขอโปรดเข้าใจเสียให้ถูกต้องตามนี้ อย่าเอาไปตีความเลอะเทอะ


หยุดการปรุงแต่งแบบเด็กๆ เสียทีเถิดพ่อคุณเอ๋ย


ดีร้าย หากวิพากษ์วิจารณ์โดยไม่ระวังปาก จะกลายเป็นการ "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" เสียเปล่าๆ


ส่วนที่มีภาพไปกราบหลวงพ่อสมเด็จฯ วัดปากน้ำ แล้วเอามาเขียนว่าไปประจบท่านนั้น ก็ขอเตือนว่า เวลาจะเขียนอะไร ดูคำอธิบายใต้ภาพด้วย

เพราะภาพพวกนั้น มีปรากฏอยู่ในเฟซบุ๊คของอาตมาเอง มีคำอธิบายกำกับด้วยว่าไปทำอะไร เมื่อไหร่ ที่ไหน

ภาพคู่สมเด็จฯที่เห็น คืองานไปรับรางวัล "วัดที่จัดการสิ่งแวดล้อมดีเด่น" จัดที่ มจร.วังน้อยเมื่อราวเดือนกุมภาพันธ์ และครั้งที่สอง หลวงพ่อสมเด็จฯ นิมนต์ไปพบเมื่อเดือนเมษายน เพื่อแจ้ง "พระราชดำริ" ด้านการศึกษาภาษาบาลีที่ทรงฝากมา โดยขอให้ช่วยรับเป็นภาระธุระ เพราะอาตมาสื่อสารกับสังคมได้ง่าย มีคนฟังเยอะ

ทั้ง "เบื้องบน" ท่านก็ทรงกำชับมาหลายครั้ง เรื่องการศึกษาภาษาบาลีในโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่ยังน่าเป็นห่วงอยู่ เพราะเห็นว่า ท่าน ว.วชิรเมธี นี้ เป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยค และได้เขียนหนังสือเรื่อง "เปรียญ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์" เพื่อเป็นแนวทางฟื้นฟูการศึกษาภาษาบาลีตามพระราชประสงค์

และที่สำคัญจะต้องขอพระราชทานคำนำเป็นกรณีพิเศษ หลวงพ่อสมเด็จฯ วัดปากน้ำ ในฐานะประมุขสงฆ์ และแม่กองบาลีสนามหลวง ก็อยู่ในฐานะที่จะต้องเขียนสัมโมทนียพจน์ด้วย

คนเขาไปปรึกษาหารือเรื่องงานพระศาสนาล้วนๆ มีพยานเป็นร้อย เป็นพัน ต่อหน้าธารกำนัล อย่างโปร่งใส แต่คนเขลาบางคน เอาไปเขียนข่าวเชิงเสียหาย ว่าผู้เขียนไปประจบพระผู้ใหญ่ขอยศศักดิ์ ช่างน่าละอายเหลือเกิน ที่คิด ที่เขียน อะไรออกมา โดยไม่สนใจหาข้อเท็จจริง ซึ่งมีอยู่ดาดดื่น มีอยู่ในคำอธิบายใต้ภาพที่ตัวยกมาด่านั่นเองเสียด้วยซ้ำ

จึงขอแจ้งญาติโยมทั้งหลายได้ทราบ ว่าอย่าได้หลงเชื่ออย่างผิดๆ ตามที่มีคนเขียนข่าวเลอะเทอะเผยแพร่ออกไป


(ว.วชิรเมธี)

 

 

(หมายเหตุ.


๑.ตามปกติ ตั้งใจจะไม่เขียนตอบอะไรในประเด็นระดับ
"โลกธรรม" เหล่านี้เลย เพราะถือว่าเป็นธรรมดาโลกที่ย่อมมีคนเข้าใจผิดบ้าง เข้าใจถูกบ้าง แต่เรื่องนี้ มีคน "เดือดร้อน" แทนหลายคน แต่ละคนก็ไม่ใช่ตาสีตาสา ทั้งอาจส่งผลกระทบหลายฝ่าย จึงจำใจต้องเขียนออกมา เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง เมื่อเข้าใจข้อเท็จจริงแล้ว ก็จะได้เพลาๆ การแชร์ การส่งข้อความโกหกทั้งหลายลงบ้าง ไม่เช่นนั้น พระดีๆ ทั้งหลาย ทั้งพระบ้านพระป่าสายกรรมฐาน สายวิชาการบริสุทธิ์ สายพัฒนาสังคม ที่ "หลวง" ท่านเมตตาถวายสมณศักดิ์เพื่อส่งเสริมการทำงาน ก็จะพานถูกกล่าวหาไปเสียทั้งหมด


๒.มีภาพอาตมาคู่กับหลวงพ่อสมเด็จฯ วัดปากน้ำ บางคนเอาไปตีความในทางเสียหาย ขออธิบาย
"ข้างหลังภาพ" สั้นๆ ตามข้อเท็จจริง


๒.๑ ภาพที่เห็นอยู่บนเวที คือ วันที่ไปรับรางวัล
"วัดที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมดีเด่น" จากหลวงพ่อสมเด็จฯ จัดโดยกรมควบคุมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รับรางวัลเสร็จ หลวงพ่อสมเด็จฯ ก็ขอให้เล่าให้ที่ประชุมฟังทั้งห้อง ว่าบริหารจัดการไร่เชิญตะวันอย่างไร จึงกลายเป็น
Eco Temple ที่ร่มรื่น เรื่องก็มีเท่านี้ มีคนอยู่ในงานหลายร้อยคน ภาพนิ่ง ภาพวีดิโอ บันทึกไว้พร้อมสรรพ แต่มีบางคนไม่เข้าใจ ไม่อยู่ในเหตุการณ์ ที่อยู่สหรัฐอเมริกา เอาไปเขียนว่า อาตมาไปประจบพระผู้ใหญ่ นี่คือ ความน่าอนาถของคนที่เรียกตัวเองว่า สื่อมวลชน


๒.๒ อีกครั้งหนึ่ง ได้รับนิมนต์ไปหารือข้อราชการของคณะสงฆ์ เนื่องจากได้รับการขอร้องให้เข้ามาช่วยเรื่องการศึกษาภาษาบาลีของคณะสงฆ์
ซึ่งขอร้องมาจากทั้งฝ่ายวัง และฝ่ายวัด เพราะผู้เขียนเป็นเปรียญธรรม ๙ ประโยค วังและวัดเห็นว่า พอจะมีพื้นฐานภาษาบาลีอยู่บ้าง จึงขอให้มาช่วยเรื่องนี้ จึงได้ปฏิรูปการศึกษานำร่องที่วัดบ้านเกิด/เชียงของ/เชียงราย จนปี ๒๕๕๘ สามเณรเก่งทั้งทางโลกและทางธรรม สามารถบรรยายธรรมเป็นภาษาอังกฤษจนชนะเลิศระดับประเทศ ได้เข้ารับพระราชทานทุนและผ้าไตร และได้ลองเทศน์ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ที่จังหวัดน่าน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นี่เป็นข่าวดี ที่หลวงพ่อสมเด็จฯ เห็นว่าก้าวหน้า และพอเป็นความหวังของคณะสงฆ์ไทยในฝ่ายการปฏิรูปการศึกษาสงฆ์ จึงขอให้ไปเล่าถวาย พร้อมกันนั้น ก็ได้นำเสนอต้นฉบับหนังสือ "๙ เปรียญ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์" ซึ่งได้นักเขียนฝีมือดีคือระดับประเทศ คือ คุณอรสม สุทธิสาคร คุณวีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง มาช่วยเรียบเรียง หมายใจว่า เล่มนี้จะเป็นหนังสือ "สร้างแรงบันดาลใจ" ให้พระหนุ่มสามเณรน้อยรุ่นใหม่ ใฝ่เรียนธรรมะบาลีมากขึ้น เพราะเป็นชีวประวัติของพระและโยมที่จบเปรียญ ๙ แล้วประสบความสำเร็จสูงสุดทั้งทางโลกและทางธรรม เช่น ศ.เสฐียรพงษ์ วรรณปก
, ศ.จำนงค์ ทองประเสริฐ, ป.อ.ปยุตฺโต เป็นต้น


ความจริงที่ได้ไปกราบสมเด็จฯ ก็มีแค่นี้
แต่แล้วคนที่มือดีมากกว่าสมอง ก็เอาไปเขียนในทางลบว่า ผู้เขียนไปพบผู้ใหญ่เพื่อหวังยศศักดิ์อัครฐาน ถ้าหวังจริงอย่างว่า จะอยู่ในพระอารามหลวงมา ๒๖ ปี โดยเป็นพระธรรมดามาจนป่านนี้ได้อย่างไร คุณสมบัติก็ใช่จะไม่ครบ
ครบจนล้นเสียด้วยซ้ำ


การ
"รู้ผิด คิดเอา เดาเก่ง" แบบนี้แล้วก็นำมาเขียนข่าวนั้นสร้างความเสียหายใหญ่หลวงมาก เพราะข้อเท็จจริงมีอยู่ก็ไม่สนใจ นึกจะเขียนอะไรก็เขียน พลอยทำให้คณะสงฆ์เสียหาย เสียทั้งหลวงพ่อสมเด็จฯ เสียทั้งเบื้องบน เสียทั้งผู้เขียน งานที่ทำกันมาด้วยเจตนาแสนดีถูกมองในทางเสียหายหมด ดังนั้น ใครรู้ผิด เข้าใจผิด ขอความกรุณา เข้าใจเสียใหม่ให้ถูกต้องตามนี้เทอญ. (ว.วชิรเมธี)

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊ค พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี : 15 ธันวาคม 2559

 

อ่านบทความ โดย พระมหานรินทร์ นรินฺโท

 

ว.วชิรเมธี ศรีธนญชัย

ขอดเกล็ด "วอ" พ่อปลาไหล

 

 



 

ภาพการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 41/2560

ณ วัดมงคลรัตนาราม แทมป้า รัฐฟลอริด้า

2-3 มิถุนายน 2560

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพชุด

ชุดที่ 1

ชุดที่ 2

ชุดที่ 3

ชุดที่ 4

ชุดที่ 5

ชุดที่ 6

ชุดที่ 7

ชุดที่ 8

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

วัตถุมงคลชุดประวัติศาสตร์ 100 ปี

ญาท่านพระมหาผ่อง ปิยธีโร

วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์

 


 

 

บอกกล่าวข่าวของดี

พระสมเด็จ รุ่นแรก ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ

กดที่ภาพเพื่อชม

 

โรงพยาบาล เมาท์ ออเบิร์น บอสตัน

สถานที่ประสูติการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

กดที่ภาพเพื่อชม

 

พิธีเปิดประชุมใหญ่ สมัยสามัญประจำปี พ.ศ.2559

สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

ณ วัดศรีนครินทรวราราม สวิสเซอร์แลนด์

พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ)

ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

ประธานการประชุม

20 สิงหาคม 2559 เวลา 09.00 น.

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 2

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 3

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 4

อายุวัฒนมงคล 90 พรรษา พระราชภาวนาวิมล วิ.

(ธีรวัธน์ อมโร น.ธ.เอก Ph.D.)

เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

3 กรกฎาคม 2559

 

ภาพชุดที่ 1 : ภาพชุดที่ 2 : ภาพชุดที่ 3 : ภาพชุดที่ 4

การประชุมองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

ณ วัดสันติวงศาราม เมืองเบอร์มิ่งแฮม ประเทศอังกฤษ

 

ภาพชุดที่ 01 : ภาพชุดที่ 02 : ภาพชุดที่ 03 : ภาพชุดที่ 04 : ภาพชุดที่ 05

 

พระปัญญาพุทธิวิเทศ

(เหลา ปญฺญาสิริ ป.ธ.4 Ph.D.)

เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร
รองประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

ร่วมประชุมผู้นำศาสนา กับ ศาสนาจารย์ จัสติน เวลบี

อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี่ องค์ประมุขแห่งคริสตจักรสหราชอาณาจักร

ณ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เมืองดาร์บี้ สหราชอาณาจักร

22 มิถุนายน 2559 เวลา 09.00 น.

 

สมโภช 25 ปี วัดไทยเดนมาร์ก



 


อายุวัฒนมงคล 91 ปี หลวงตาชี

5 มิถุนายน 2559

 

 

90 ปี หลวงตาชี วัดไทย กรุงวอชิงตัน ดีซี

พิธีทักษิณานุปทาน

อุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

เนื่องในวาระสวรรคต ครบรอบ 75 ปี

ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

4 มิถุนายน 2559


สัตตมราชานุสรณ์

องค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร
อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ครบรอบ 75 ปี แห่งการสวรรคต

ณ โกลเดอร์ส กรีน ครีเมโทเรียม กรุงลอนดอน

3 มิถุนายน พุทธศักราช 2559

 

 

 

จดหมายผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัย "ปาราชิก" ธัมมชโย

กดที่ภาพเพื่อชม

 

ข่าวเจ้าคุณเสนาะมรณภาพ

 


 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

ลัทธิธรรมกาย กับบทบาท ของสังคมไทย

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 

 

 

อ่านข่าวเก่า ที่เคยนำเสนอใน อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557 : 2558 : 2559 : 2560

 

 

 

 

 

 

มุมมองของพระมหานรินทร์

 

 

AREA-51


ของฝากจากอินเดีย

พระประธานบนชั้นสองของพระมหาเจดีย์พุทธคยา

 

 

 

ไหว้สาครูบากุศล

 


 

90 ปี หลวงพ่อพระราชภาวนาวิมล

เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

 

ขอดเกล็ด "วอ" พ่อปลาไหล

ว.วชิรเมธี ศรีธนญชัย

 


 

มหากาพย์วัดโสธร

 

 

จริงหรือไม่ มส. ไม่มีสิทธิ์สึกพระธัมมชโย

 


 


ห้ามพระสงฆ์รับมรดกและครอบครองทรัพย์สิน


 


 

เปิดหน้า "มือปล่อย" ธัมมชโย
มือใครในประวัติศาสตร์ศาสนา
2549 ?

 

 

AND MORE.. กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความอื่นๆ

 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อเข้าชมนานาสาระ จาก อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

 

เรายินดีน้อมรับความเห็นและคำแนะนำจากทุกท่าน

EDITER : peesang2560@gmail.com

 


ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DR. LAS VEGAS NV 89121 U.S.A. 702-384-2264