LAST UPDATE : JULY 25, 2014  07:00 A.M.   PACIFIC TIME

 

 

 

 

 

 


 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

กรณีพระธรรมสิงหบุราจารย์ (จรัญ ฐิตธมฺโม)

วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี

รับตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3

 

 

 

 

 

 

 

ตามที่มีลูกศิษย์ของพระธรรมสิงหบุราจารย์ หรือหลวงพ่อจรัญ วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี มีความสงสัยต่อการนำเสนอข่าวการรับตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร เหตุใดทางเว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ จึงเสนอข่าวในทำนองนั้น และอยากให้ทางเราได้ชี้แจงแสดงเหตุผล

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ขอเรียนให้ทราบว่า ทางเรายินดีที่จะชี้แจงแสดงเหตุผลของการนำเสนอข่าวของหลวงพ่อจรัญทุกแง่มุม เพียงแต่ขอให้ลูกศิษย์ของหลวงพ่อจรัญ ได้นำเอกสารดังนี้มาแสดงต่อเรา ได้แก่

 

1. หนังสือรับรองของหลวงพ่อจรัญ (พระธรรมสิงหบุราจารย์) รับรองว่าท่านเป็นศิษย์ของหลวงพ่อจรัญจริง และได้รับมอบหมายให้มาดำเนินการในนามของท่าน (ในกรณีนี้จะเป็นศิษย์ที่เป็นพระหรือฆราวาสก็ได้) หรือ

 

2. หนังสือของคณะสงฆ์วัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ลงนามโดยรองเจ้าอาวาสหรือผู้ช่วยเจ้าอาวาส รูปใดรูปหนึ่ง มาถึงยังเรา เพื่อขอให้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว

 

หากได้รับหนังสือฉบับใดฉบับหนึ่งอย่างเป็นทางการแล้ว เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ก็จะดำเนินการชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อไป

 

ขอเรียนให้ทราบว่า ทางเรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ยินดีรับผิดชอบต่อการนำเสนอข่าวของเราทุกประการ

 

 

ด้วยความเคารพและจริงใจ

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

วัดไทยลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา

 

 

ประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

รวมสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร

 

22-24 สิงหาคม 2557

 

ณ วัดธัมมปทีป ประเทศเบลเยียม

 

 

 


 

 

 

กดที่ภาพเพื่ออ่านกำหนดการประชุม

 

 

 

 

 

ABBOT MEETING

 

ประชุมเจ้าอาวาสวัดไทยในสหรัฐอเมริกา

20-21 กันยายน 2557

ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพ U.S.A. แคลิฟอร์เนีย

 

กดตรงนี้เพื่อดูกำหนดการประชุม



 

 

 

ชมภาพชุดในงานวัดนวมินทรราชูทิศ USA.

 

ชุดที่ 01 : เปิดวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน ยูเอสเอ

ชุดที่ 02 : ไผเป็นไผ ในบอสตัน 2014

ชุดที่ 03 : โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น 9 มิถุนายน 2557
ชุดที่ 04 : พิธีเปิดการประชุมพระพุทธศาสนานานาชาติ
ชุดที่ 05 : เปิดประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 06 : ทัพสื่อมวลชนไทยบุกนครบอสตัน รายงานข่าวการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 07 : ประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา วันที่ 02
ชุดที่ 08 : ผลการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พ.ศ.2557
ชุดที่ 09 : บรรยากาศการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 10 : พระสงฆ์ 400 รูป สวดพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตร ณ โรงพระอุโบสถวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน

 

 

 

ภาพชุดรรมยาตราเดินป่าบอสตัน

 

 

 

 

ธรรมยาตรา ชุดที่ 01 ธรรมยาตรา ชุดที่ 02 ธรรมยาตรา ชุดที่ 03
ธรรมยาตรา ชุดที่ 04 ธรรมยาตรา ชุดที่ 05 ธรรมยาตรา ชุดที่ 06
ธรรมยาตรา ชุดที่ 07 ธรรมยาตรา ชุดที่ 08 ธรรมยาตรา ชุดที่ 09

 

 

 

 

 

 

 


 

ลองของ ม.44 !

 

 

พระครูวัดศรีบุญเรืองประกาศเดินหน้า

 

จัดงานวันเกิดทักษิณ

 

 

บอกทำมาก่อนหลายปี ไม่ว่าหน้าไหน ใครก็ห้ามไม่อยู่

 

 

บ๊ะ ! ให้มันได้อย่างนี้ซี่ นี่นึกว่าแผ่นดินนี้จะไม่มีผู้กล้าซะแล้ว เห็นแววหลวงพ่อพระครูพันเทวาน่าจะเป็นพระมหานาคกลับชาติมาเกิด หรือเกิดผิดชาติก็ไม่รู้ บิ๊กตู่ได้ฟังแล้วคงอยากจะแก้เชือกมัดรองเท้า เพราะวัดศรีบุญเรืองอยู่ไกลถึงเชียงใหม่ เดินยังไงไหว สู้ปล่อยท่านไปไม่ดีกว่ามั๊ง เดี๋ยวเขาจะหาว่าใช้อำนาจไม่เป็นธรรม อิอิ !

 

 

 

 

พระครูพันเทวา

วัดศรีบุญเรือง เชียงใหม่

 

 

 

 

พระครูสุเทพสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง เมืองเชียงใหม่ เตรียมจัดงานบุญวันเกิดให้กับ "ทักษิณ ชินวัตร" พร้อมทำบุญฉัตร 9 ชั้นยอดองค์เจดีย์ที่หักลงมา โดยมี 3 อดีตนายกฯ ที่บริจาคเงินช่วยบูรณะ โดยงานจะจัดในวันที่ 26 ก.ค.นี้

 

วันที่ 24 ก.ค.57 มีรายงานว่า ที่วัดศรีบุญเรือง ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือ หลวงพ่อพันเทวา เพ่งตะวัน อายุ 77 ปี เจ้าอาวาสวัดฯ และเป็นอาจารย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้จัดเตรียมงานทำบุญวันเกิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ลูกศิษย์ในวันที่ 26 ก.ค.นี้และยังทำพิธีขอขมายอดฉัตร 9 ชั้นขององค์เจดีย์ที่หักลงมาในช่วงเกิดพายุใหญ่เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งงบประมาณที่จะใช้ในการบูรณะยอดฉัตร มี 3 อดีตนายกรัฐมนตรีมี พ.ต.ท.ทักษิณ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้บริจาคเงินในการบูรณะยอดฉัตรองค์เจดีย์ ซึ่งพิธีอัญเชิญจะทำในเร็ววันนี้หลังจากมีการบูรณะซ่อมแซมส่วนที่เสียหายก่อน

 

พระครูสุเทพสิทธิคุณ เปิดเผยว่า การจัดงานทำบุญคล้ายวันเกิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ตนได้จัดมาทุกๆ ปี แต่จะมีคนมาร่วมงานมากน้อยอย่างไรตนไม่ทราบเพราะไม่ได้เชิญใคร เพราะในทุกๆ ปีก็มาร่วมกัน แต่ในปีนี้อาจจะถูกมองว่าเป็นการชุมนุมก็แล้วแต่ใครจะคิดเพราะตนทำมา 5 ปีแล้วซึ่งใครๆ ก็รู้ ตนเป็นพระจะไปห้ามใครไม่ให้มาไม่ได้ และหากจะมีใครมาห้ามตนไม่ให้จัด ก็ทำไม่ได้เพราะที่นี่เป็นเขตวัดเขตอภัยทาน และตนไม่ได้ทำผิดพระวินัย หรือผิดกฎหมายใดๆ สำหรับในงานจะมีพิธีทำบุญสืบชะตาถวายกองทานและปล่อยสัตว์นานาชนิดทั้งสัตว์น้ำสัตว์บก เช่น ปลา ปลาไหล หอยปู ตามความเชื่อว่าการถวายกองทานจะทำให้ผู้ร่วมบุญหมดเคราะห์หรือเบาบางลงได้ เพราะได้บุญกิริยาวัตถ 3 ประการ มีทานมัย คือบุญที่ได้ทำทานปล่อยสัตว์ปล่อยเคราะห์ปล่อยนาม เป็นบุญที่ได้ทาน ศีลมัย ใครที่มาให้รักษาศีล 5 และภาวนามัย จะมีการนั่งทำสมาธิกันยาวนาน นานเท่าใดก็ได้บุญเท่านั้นซึ่งก็ทำมาทุกๆ ปี

 

พระครูสุเทพสิทธิคุณ เปิดเผยต่อว่า นอกงานทำบุญวันเกิดให้ทักษิณที่จะเข้าสู่วัย 65 ปีแล้ว นอกจากนี้ยังมีพิธีขอขมายอดฉัตร ที่หักลงมาและจะมีการอัญเชิญขึ้นสู่ยอดเจดีย์ ซึ่งทาง อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้ง 3 คนได้ร่วมกันบริจาคเงินให้ เพราะทั้งสามมีความศรัทธาในวัดแห่งนี้ และตั้งแต่ยอดฉัตรที่หักลงมา ตนได้พยายามแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวกับศาสนา แต่กลับมีขั้นตอนยุ่งยากมาเพื่อจะให้งบประมาณมาช่วย ซึ่งก็คงไม่ทันกาลแน่ เมื่อผู้ใจบุญบริจาคมาเพื่อบูรณะโดยเฉพาะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่ได้ร่วมบริจาคทุนทรัพย์มา ซึ่งก็จะทำให้ชีวิตดีขึ้นเพราะเส้นทางชีวิตของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไปอีกไกล และในขณะนี้ปัญหาต่างๆ ที่ประดังเข้ามาก็จะผ่านพ้นไปแล้วชีวิตจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอนโดยเฉพาะการได้ร่วมบูรณะองค์พระเจดีย์ในครั้งนี้ สำหรับในวันงานที่กังวลว่าจะมีการมาห้ามก็ขอบอกว่าวัดเป็นเขตอภัยทาน ใครจะมาขัดขวางไม่ได้ตนไม่ยอมแน่

 

ทั้งนี้ สำหรับพระครูสุเทพสิทธิคุณ ถือเป็นพระนักพัฒนาของเชียงใหม่ ที่วัดในยามที่บ้านเมืองไม่สงบพระครูสุเทพฯ จะทำพิธีเพ่งดวงตะวันด้วยตาเปล่า เพื่อขอให้องค์สุริยะเทพ และทวยเทพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้คุ้มครองบ้านเมืองให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข จึงเป็นที่รู้จักและมีลูกศิษย์อยู่จำนวนมากรวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เป็นศิษย์เอกด้วย.

 

 

ที่มา : ไทยรัฐ
25
กรกฎาคม 2557


 

 

 

 

ยังไหว !

 

 

หลวงพ่อคูณออกเหรียญรุ่น ฎีจริงจริง

 

แจกงานวันเกิด 91 ปี

4 ต.ค. ศกนี้

 

 

สร้างน้อยนิดแค่ 2 หมื่น 5 พันเหรียญ แหมแบบนี้พริบตาเดียวเกลี้ยง ศิษย์หลวงพ่อคูณมีเป็นล้านคน กลัวจะไม่พอแจกละมากกว่า

 

 

 

 



 

 

 

เซียนพระเตรียมแห่ขอเหรียญพ่อคูณรุ่น'ฎีจริงจริง' ลูกศิษย์เผย “หลวงพ่อคูณ” สบายดี ปั่นจักรยานทุกวัน-เตรียมสร้างเหรียญแจกฟรีฉลองวันเกิดครบ 91 ปี ขณะที่อาการไม่มีอะไรน่าห่วง

 

เมื่อวันที่ 25 ก.ค. นายสมบูรณ์ โสตถิอนันต์ หรือไก่โต้ง เลขานุการวัดบ้านไร่ ลูกศิษย์คนสนิทของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ทางลูกศิษย์ได้เตรียมสร้างเหรียญวัตถุมงคลขึ้นใหม่ชื่อว่ารุ่น “ฎีจริงจริง” เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสหลวงพ่อคูณมีอายุครบ 91 ปีในวันที่ 4 ต.ค.นี้ จำนวน 24,466 เหรียญ ตามปี พ.ศ.เกิดของหลวงพ่อคูณ ที่เกิดในปี 2466

 

สำหรับเหรียญหลวงพ่อคูณรุ่นใหม่นี้ ด้านหน้าเป็นรูปใบหน้าหลวงพ่อคูณส่วนด้านหลังสลักชื่อหลวงพ่อ พร้อมชื่อรุ่น มีทั้งเนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวโลหะและเนื้อทองแดงรมดำ ขณะนี้เหรียญทั้งหมดจัดทำเสร็จแล้ว โดยหลวงพ่อคูณได้อธิษฐานจิตปลุกเสกเหรียญทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเอาไปแจกจ่ายให้พุทธศาสนิกชนที่มาร่วมงานฉลองวันเกิดหลวงพ่อคูณในวันที่ 4 ต.ค.ที่ ใกล้มาถึงนี้เป็นธรรมทานสร้างบุญสร้างบารมีให้หลวงพ่อคูณ ได้มีสุขภาพดีแข็งแรงและมีอายุยืนนานสืบไป

 

ส่วนสุขภาพของหลวงพ่อคูณระยะนี้สบายดี สภาพร่างกายดีมาก สีหน้าสดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใสพูดคุยได้แต่ท่านพูดน้อย ภาพรวมไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ได้รับการดูแลจากทีมแพทย์พยาบาล รพ.ด่านขุนทด อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง.

 

 

ที่มา : เดลินิวส์
25
กรกฎาคม 2557


 

 

 

อึ้ง และทึ่ง !

 

 

เปิดสอนภาษาบาลีแก่ขี้คุก

แถมจะกระจายให้ทั่วไทย

 

 

 

มุ่งให้คนไทยเป็นมหาเปรียญปีละ 2 ล้านคน ภายในปี 2560 ถ้าทำได้ก็เชื่อว่าพระพุทธศาสนาจะยืนยงคงมั่นอยู่คู่แผ่นดินไทย เพราะเชื่อว่า ถ้ารู้ภาษาบาลีซะอย่าง พระพุทธศาสนาก็จะมั่นคงดังภูผา ฮ่ะๆ แหมความคิดโง่ๆ แบบนี้ก็มีด้วยเนอะ คนดีๆ ไม่สอน ดันจะไปสอนคนคุก เอานักโทษขี้คุกไปรับพัดจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงแต่งตั้งเป็นมหาเปรียญ แถมยังเอามาสืบอายุพระพุทธศาสนา ก็คงน่าศรัทธาจนพระพุทธศาสนารุ่งเรืองที่สุดในโลก แต่โทษเถอะครับ ไอ้ความคิดอัปรีย์แบบนี้ มันเสียทีที่เป็นถึงพระราชาคณะและมหาเปรียญ เพราะถ้าไม่มองถึงบริบทของสังคมพุทธในการสืบสานอายุพระพุทธศาสนา นับตั้งแต่ นักโทษที่มีชื่อเสียง ก็ดี ผู้ทำปิตุฆาต มาตุฆาต ก็ดี ข้าราชการที่ไม่ได้รับพระบรมราชานุญาตให้บวชก็ดี หรือแม้แต่ติดหนี้สินต่างๆ พระพุทธองค์ก็ทรง "ห้ามบวช" ทรงให้พระอุปัชฌาย์เป็น "หัวหน้า" ในการ "คัดคนบวช" ครั้นบวชแล้วจึง "ให้เรียน" นะครับ มิใช่ "ให้เรียนก่อน" แล้วจะบวชหรือไม่บวชก็ไม่สน ไอ้แบบนี้ถามว่ามันมิเป็นการทำลายล้างพระพุทธศาสนาจนถึงรากถึงโคนดอกหรือ คิดหรือว่า รู้แค่ภาษาบาลีแล้วจะทำให้พระพุทธศาสนายั่งยืน และชาวอินเดียที่ใช้ภาษาบาลีมาตั้งแต่เกิด ทำไมพระพุทธศาสนาสูญหายไปจากอินเดีย จะอ้างว่าชาวอินเดียลืมบาลีแบบนั้นหรือ ตีโจทย์ผิดหรือเปล่าครับท่าน สมัยโบราณนั้น นักโทษจะถูก "สัก" ตามตัว เป็นเครื่องหมาย "ห้ามบวช" เพื่อมิให้คนประเภทนี้เข้ามาอาศัยวัดวาอารามและผ้าเหลืองแล้วก่อเหตุซ้ำสอง เพราะเคยมีประวัติมาแล้ว แต่วันนี้ เราจะเอาพระพุทธศาสนาไปมอบให้นักโทษถึงในคุกเชียวหรือ ?

 

"ศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนา" เป็นหัวใจของการดำรงคงมั่น ถ้าประชาชนไม่มีศรัทธา พระพุทธศาสนาจะมั่นคงได้อย่างไร ขนาดคนจะบวชยังต้องมีพระอุปัชฌาย์และคณะสงฆ์ "คอยตรวจคุณสมบัติ" บวชแล้ว ถ้าทำผิด ก็ยังต้องให้สึก ทั้งนี้ก็เพื่อรักษาศรัทธาของสาธุชน เพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา แต่นี่คิดง่ายๆ ว่า ถ้าคนคุกและประชาชนทั่วไปรู้ภาษาบาลี พระพุทธศาสนาก็จะเจริญ คิดโง่ๆ ออกมาได้ มีแต่ปริมาณ แต่ไม่มีคุณภาพ จะมีประโยชน์อะไร คิดใหม่ทำใหม่เสียเถิดฮะท่านมหาเถร หันกลับมาสำรวจตรวจตราและอบรมสั่งสอนพระลูกเณรหลานที่บวชมาแล้วดีกว่า ถ้าเห็นเป็นพระดีเณรดี เดี๋ยวประชาชีเขาก็นิยมชมชอบเอง ไม่ต้องลดราคาพระพุทธศาสนาแบบว่าไร้ราคา ถึงกับเอาไปเร่ขายในคุกหรอก นะ กำแพงวัดน่ะ เหมาะสำหรับขัดเกลาอยู่แล้ว อย่าเอากำแพงคุกเป็นกำแพงวัดเลย

 

 

 

 

 

 

ทึ่ง ! คนคุกนานาชาติสนใจเรียนภาษาบาลีตรึม มส. หนุนเปิดสอบสำหรับฆราวาสทั่วไทย : สำราญ สมพงษ์รายงาน

 

ภาษาบาลี ถือว่ามีความสำคัญสำหรับชาวพุทธเถรวาทมาก เพราะเป็นภาษาที่บันทึกคำสอนของพระพุทธเจ้าไว้ทั้งหมด ดังนั้น ผู้ที่เรียนภาษาบาลีเท่ากับเป็นการสืบสอนพระพุทธศาสนาให้คงอยู่คู่โลก แก้ปัญหาสังคมตราบนานเท่านาน

 

สำหรับประเทศไทยที่นับถือพระพุทธศาสนาเถรวาทเป็นหลัก สำนักเรียนตามวัดต่างๆ ก็เปิดการเรียนการสอน 1 ปี มีการสอบวัดผล 1 ครั้ง โดยมหาเถรสมาคมมอบหมายให้แม่กองบาลีสนามหลวงทำหน้าที่ทั่วประเทศสำหรับพระภิกษุและสามเณร ส่วนฆราวาสนั้น มส. มอบหมายให้มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ทำหน้าที่ แต่ก็ยังมีจำนวนน้อยอยู่

 

สำหรับสำนักเรียนภาษาบาลีที่ฆราวาสเข้าไปเรียนเป็นจำนวนมากคือที่ มหาบาลีวิชชาลัย วัดโมลีโลกยาราม ราชวรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยเปิดเรียนทั้งในชั้นเรียนและผ่านอินเตอร์เน็ต นอกจากนั้นยังได้ประสานกับทางกรมราชทัณฑ์เปิดสอนในคุก ดำเนินการมาหลายปีแล้ว ล่าสุดมีการเปิดห้องเรียนบาลี มหาบาลีวิชชาลัย ณ ทัณฑสถานหญิงกลางลาดยาว เขตจตุจักร กทม. ถือเป็น "ห้องเรียนบาลีหญิงนานาชาติแห่งแรกของประเทศไทย"

 

อาจารย์สอนและผู้มีหน้าที่ในการบริหารห้องเรียนมหาบาลีวิชชาลัย ได้รายงานผลการดำเนินงานผ่านทางเฟซบุ๊กนาม "Dhrinyadecha Libha" ความว่า  เพราะในผู้ต้องขังหญิงที่เรียนหลักสูตรภาษาบาลีเบื้องต้นของมหาบาลีวิชชาลัยมีจำนวน 41 คน มีทั้งชาวไทย พม่า ลาว เวียดนาม ภูฎาน และปากีสถาน ซึ่งเราสอนด้วยภาษาไทย นักศึกษาลาว พม่า เวียดนาม ปากีสถาน นั้นไม่มีปัญหา เพราะพูด อ่าน เขียนภาษาไทยได้คล่องแคล่วและชัดเจนกว่าคนไทยหลายคน แต่นักศึกษาภูฏาน อาจต้องให้เวลาและความพยายามมากหน่อย คิดว่าใจสู้พอและมีศรัทธาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

 

ปากีสถาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชมพูทวีปดั้งเดิมนั้น ปัจจุบันก็ยังมีชาวพุทธอยู่ แม้ว่าจำนวนจะไม่มาก แต่เขาก็มั่นคงและหวงแหนพระศาสนาอย่างน่าชื่นชม  ได้รู้ความจริงนี้ เมื่อมีนักศึกษาบาลีคนหนึ่งบอกว่าเป็นชาวพุทธจากปากีสถานมาเรียนบาลีที่ทัณฑสถานหญิงกลางลาดยาวด้วย ก็เลยแนะนำว่า เรียนให้รู้จริงแล้วกลับไปแปลเป็นภาษาอูรดู ช่วยสอนภาษาบาลีเป็นอูรดูให้ชาวปากีสถานต่อไป หากหน่วยงานทางพุทธฯ หรือพระสงฆ์ไทยเราจะศึกษาหาลู่ทางไปตั้งวัดขึ้นในประเทศนี้ ก็น่าจะดีไม่น้อย เพราะประชากรเขามีตั้ง 180 กว่าล้านคน และดินแดนนี้เป็นส่วนหนึ่งของชมพูทวีปมาก่อน ก็ถือว่าเป็นดินแดนของพระพุทธเจ้ามาก่อนเช่นกัน

 

ไม่มีข้อสังสัยในเรื่องศักยภาพทางสติปัญญา เพราะแต่ละคนนั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและดีมากด้วยสำหรับบางคน ซึ่งต้องขอบคุณทัณฑสถานหญิงกลางลาดยาวและกรมราชทัณฑ์ที่เปิดโอกาสให้เข้าไปจัดการเรียนการสอนภาษาบาลีในเรือนจำในครั้งนี้ เมื่อเทียบกับเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งเป็นนักศึกษาชาย นักศึกษาบาลี ณ ทัณฑสถานหญิงกลางลาดยาว อาจจะไปได้เร็วกว่า เพราะผู้เรียนส่วนมากอายุยังน้อย ส่วนเรื่องความศรัทธา ความอดทน ความพยายามและใจสู้ในการเรียนแล้ว ไม่แตกต่างกันแต่อย่างใด

 

มหาบาลีวิชชาลัย พยายามทำให้คนไทยทุกกลุ่ม ทุกเพศทุกวัย ทุกสถานที่ได้เรียนภาษาบาลี เพราะเราเชื่อว่า การที่ชาวพุทธรู้ภาษาบาลีดีคือความเข้มแข็งของพุทธศาสนาในประเทศไทย

 

ทั้งนี้ เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายระยะยาวคือ คนไทยเรียนภาษาบาลีปีละ 2 ล้านคนในปี พ.ศ.2600 ถ้ามีผู้ช่วยเหลือสนับสนุน และมีพระสงฆ์ผู้มีศรัทธา พระสงฆ์ที่มีวิสัยทัศน์ พระสงฆ์ที่มีความเข้าใจความเป็นไปของโลก ความเป็นไปของพระศาสนา ความเป็นไปของสังคม พระสงฆ์ที่รู้ว่าอะไรสำคัญกับพระศาสนามาร่วมด้วยช่วยกัน หลักไมล์นี้อาจย่นย่อสั้นลงเป็นจริงได้ภายใน 10 หรือ 20 ปีข้างหน้านี้ก็เป็นได้

 

ขณะที่กำลังเรียนกำลังสอนบาลีอยู่ชั้น 2 ของอาคารเรียน ณ ทัณฑสถานหญิงกลางลาดยาวนั้น ด้านล่างสุดของอาคาร ก็มีพี่น้องโต๊ะอิหม่ามคณะใหญ่มาทำกิจกรรมให้ผู้ต้องขังผู้ศรัทธาในองค์พระอัลเลาะฮ์ได้ใกล้ชิดกับศาสนธรรมของเขา ซึ่งเมื่อมองดูที่จำนวนก็รู้สึกได้ว่าแตกต่างกันกับเรา เพราะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมของเขากว่า 400 คน และเขาทำกิจกรรมแบบนี้ทุกอาทิตย์ ทำมาหลายปีแล้ว

 

และอนุศาสนาจารย์ประจำทัณฑสถานหญิงกลางลาดยาวเล่าให้ฟังว่า วันรุ่งขึ้นพรุ่งนี้ก็จะมีคณะบาทหลวงคณะใหญ่มาทำกิจกรรมนำคนเข้าหาพระเยซูเจ้าอีก และอดตลึงไม่ได้เช่นกัน เพราะมีผู้ศรัทธาเข้าร่วมกิจกรรมของเขากว่า 600 คน เขาทำทุกอาทิตย์เช่นกัน และทำมาหลายปีแล้วด้วย

 

คนเรียนบาลีกับเรา 41 คน จึงถือว่า น้อยมาก เมื่อเทียบกับเขา แต่ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้น

 

ขณะที่เสียงเรียนบาลีกับเสียงกิจกรรมด้านล่างประชันกันไปทั่วบริเวณนั้น แวบหนึ่งของความคิดก็ปรากฎขึ้นทางมโนทวาร "หมดเวลาสำหรับพระสงฆ์ไทยในการแข่งกันสร้างวัดแล้ว ประเภทแข่งกันปั้นรูปเคารพต่างๆ ...และบอกว่า ....ที่สุดในโลกนั้น" ตกยุคตกเทรนด์ไปแล้ว พระสงฆ์ไทยต้องมาแข่งกันนำพุทธธรรมเข้าสู่พุทธศาสนิกเป็นเป้าหมายสำคัญแล้ว ทั่วประเทศมีเรือนจำแทบทุกจังหวัด ถ้าพระสงฆ์จะช่วยกันเปิดห้องเรียนบาลี ห้องเรียนอภิธรรม ห้องปฏิบัติวิปัสสนาขึ้นในเรือนจำทุกเรือนจำ นี่จะไม่ดีกว่าหรือ

 

นับว่าเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องการความตื่นตัวกันขนานใหญ่สำหรับหมู่พระสงฆ์ไทย ผู้เป็นแถวหน้าอันดับหนึ่งแห่งพุทธบริษัท "อะไรที่สำคัญและควรทำเพื่อความมั่นคงยั่งยืนแห่งพระสัทธรรมพระพุทธศาสนา อะไรที่ไม่ใช่หน้าที่และไม่ควรทำ แต่กลับไปทำกัน" คงไม่ต้องให้ใครไปบอกแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่ายินดีที่พระพรหมบัณฑิต กรรมการมหาเถรสมาคม อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้เปิดเผยในงาน “พุทธบูรณาการเพื่อการพัฒนาจิตใจและสังคม” เป็นการประชุมวิชาการระดับชาติของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ( มจร ) ครั้งที่ 1 (MCU Congress I) นี้จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2557 ที่ผ่านมาความว่า  การประชุม มส.ที่ผ่านมามีมติเปิดการเรียนการภาษาบาลีสำหรับฆราวาสทั่วไป โดยให้มีศักดิ์และสิทธิเช่นเดียวกันพระภิกษุสามเณร ภายใต้การดำเนินการของแม่กองบาลีสมานหลวง อย่างไรก็ตาม การเรียนภาษาบาลีนั้นคงไม่มุ่งเน้นการแปลหรือการท่องจำ ควรจะเน้นที่ความเข้าใจตามหลักภาษาเป็นหลัก เพราะจะได้กลั่่นเอาหลักธรรมมาใช้แก้ปัญหาสังคมได้ ไม่ใช่สวดแต่ไม่รู้ความหมาย หรือรู้ความหมายแต่ไม่เข้าใน

 

ขณะที่ พระพรหมเมธี (จำนง ธัมมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวผ่านเดลินิวส์ว่า จากการประชุมมส. เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบโอนจัดการเรียนการสอนหลักสูตรบาลีศึกษา สำหรับผู้ไม่ใช่พระภิกษุสามเณร จาก มมร. ให้มาอยู่ในกำกับดูแลของสำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง เนื่องจากสำนักงานแม่กองบาลีฯ ดูแลการเรียนการสอนของพระภิกษุสงฆ์อยู่แล้ว ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับหลักสูตรบาลีศึกษาของผู้ไม่ใช่พระภิกษุสามเณร เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนบาลีทั้งฝ่ายบรรพชิตและฆราวาส ให้มีความสอดคล้องเอื้อประโยชน์แก่กัน เพื่อที่ส่งผลให้พุทธศาสนิกชนหันมาสนใจเรียนบาลีมากยิ่งขึ้น

 

“สำหรับหลักสูตรบาลีศึกษา จะมีตั้งแต่ระดับประโยค1-2 จนถึงประโยค 9 เหมือนกับของพระสงฆ์สามเณร โดยผู้ที่จบบาลีศึกษา 9 ประโยค จะมีตัวย่อว่า บ.ศ.9 ขณะที่พระภิกษุสามเณรจะใช้ว่า เปรียญธรรม หรือตัวย่อว่า ป.ธ. ซึ่งที่ผ่านมา มมร.เป็นฝ่ายดำเนินการจัดสอบมาโดยตลอด แต่สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) กรรมการ มส. รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต และแม่กองธรรมสนามหลวง ได้เสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุม เพราะเห็นว่า การที่ให้สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวงดูแลจะมีความเหมาะสม เพราะมีหน้าที่ดูแลเรื่องการเรียนการสอนบาลีโดยตรง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอนาคต อย่างไรก็ตามในวันที่ 30 กรกฎาคนนี้ ที่ประชุม มส. จะมีการรับรองมติดังกล่าว เพื่อให้เกิดการดำเนินงานในทางปฏิบัติต่อไป” โฆษก มส. กล่าว

 

ด้าน แม่ชีกฤษณา รักษาโฉม ป.ธ.9 อาจารย์สอนภาษาบาลีที่มหาธาตุวิทยาลัย วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ผอ.หลักสูตรบัณฑิตวิทยาลัย มจร กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งกับมติของมส.ดังกล่าวเพราะจะเป็นการเปิดกว้างและส่งเสริมให้ฆราวาสเรียนภาษาบาลีมากขึ้น เพื่อที่จะได้เรียนรู้คำสอนของพระพุทธเจ้าโดยตรงไม่ใช่อ่านจากตำราของอาจารย์ต่างๆแล้วนำถ่ายทอดบุคคลอื่นซึ่งอาจจะถูกหรือผิดก็ได้ สำหรับบัณฑิตวิทยาลัย มจร ก็มีการเรียนการสอนภาษาบาลีเช่นกันแต่เป็นการเสริมหลักสูตรต่างๆ

 

 

 

ที่มา : คมชัดลึก
25
กรกฎาคม 2557


 

 

 

ก.ค.ศ.รับรองคุณวุฒิ มมร. !

 

 

ระบุรับรอง "ตามคำขอ" ของ มมร.

 

 

อา..ถ้างั้นก็หมายถึงว่า รับรองเฉพาะ มมร. ใช่ไหมฮะ แล้ว มจร. ล่ะ ไม่รับรองหรือไร ในเมื่อก็เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์เหมือนกัน ทำไมไม่รับรองให้พร้อมๆ กัน หรือว่าถ้าใครอยากจะให้ ก.ค.ส.รับรอง ก็ต้องทำหนังสือขอมา ก.ค.ส.ก็จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป

 

 

 

 

 

 

มจร. ท่านไปไกล ถึงระดับอินเตอร์แล้ว

แค่การรับรองจาก ก.ค.ส. ท่านคงไม่ต้องการ

 

 

 

 

 




 

 

 

 

ที่มา : มมร.
25
กรกฎาคม 2557


 

 

 

 

คืนบาลีให้แม่กองบาลี !

 

 

มมร.ประกาศ ไม่เอาบาลี

ขอสอนเฉพาะหลักสูตรมหาลัย

 

 

ใครมีตำแหน่งก็เอางานไป ถ้าอยากให้ มมร. สอนบาลี ก็โอนตำแหน่ง "แม่กองบาลี" มาให้ด้วยก็แล้วกัน ไม่งั้นมันไม่แฟร์ อา..ถ้างั้น ต่อไปทางฝ่ายมหานิกายก็จะคืน "ธรรมศึกษา" ให้ทางฝ่ายธรรมยุตไปทำเองบ้าง เพราะไม่ถนัดเหมือนกัน

 

มันธรรมดาล่ะฮ่ะ เพราะว่า มีการแบ่งแยกนิกายยังไม่พอ ยังมีการแบ่งแยก "การศึกษาสงฆ์" ออกจากกันอีกด้วย โดยตำแหน่ง "แม่กองบาลี" ถูกผูกขาดโดยมหานิกาย ส่วนตำแหน่ง "แม่กองนักธรรม" ก็ถูกผูกขาดโดยฝ่ายธรรมยุต ก็ต่างคนต่างทำ ไม่เคยมีการประชุมร่วมแบบสภาการศึกษาแห่งชาติเลย มีก็แต่ "เอาแม่กองว่า" มีปัญหาอะไรก็โยนให้แม่กองทำตะพึด สุดท้ายมันก็ไปไม่รอด แหมพูดไปก็อายชาวบ้าน !

 

 

 

สามผู้ยิ่งใหญ่ในวงการสงฆ์ไทย

 

 

 

 

ซ้าย : สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ.9) วัดปากน้ำ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช แม่กองบาลีสนามหลวง

 

กลาง : สมเด็จพระวันรัต (จุณฑ์ พฺรหฺมคุตฺโต ป.ธ.9) วัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกาย แม่กองธรรมสนามหลวง

 

ขวา : สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร ป.ธ.6) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม นายกสภามหาวิทยาลัย มหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.)

 

 

 

สองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ไทย

 

 

 

ซ้าย : พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.9) วัดประยุรวงศาวาส อธิการบดีมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)

 

ขวา : พระราชบัณฑิต (ธรณิศ ชาคโร น.ธ.เอก ศน.บ.) วัดเฉลิมกาญจนาภิเษก (โพธิ์หอม) .ไชโย จ.อ่างทอง อธิการบดีมหาวิทยาลัย มหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.)

 

 

 

 

มส.มีมติโอนหลักสูตรบาลีศึกษา ผู้ไม่ใช่พระภิกษุสามเณร จาก มมร.ไปอยู่ในกำกับดูแลสำนักงานแม่กองบาลี หวังส่งเสริมการเผยแผ่เข้มแข็ง มีชาวพุทธเรียนเพิ่มขึ้น

 

 

วันนี้ (24 ก.ค.) พระพรหมเมธี (จำนง ธัมมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวว่า จากการประชุมมส. เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบโอนจัดการเรียนการสอนหลักสูตรบาลีศึกษา สำหรับผู้ไม่ใช่พระภิกษุ สามเณร จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ให้มาอยู่ในกำกับดูแลของสำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวง เนื่องจากสำนักงานแม่กองบาลีฯ ดูแลการเรียนการสอนของพระภิกษุสงฆ์อยู่แล้ว ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับหลักสูตรบาลีศึกษาของผู้ไม่ใช่พระภิกษุสามเณร เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนบาลีทั้งฝ่ายบรรพชิตและฆราวาส ให้มีความสอดคล้องเอื้อประโยชน์แก่กัน เพื่อที่ส่งผลให้พุทธศาสนิกชนหันมาสนใจเรียนบาลีมากยิ่งขึ้น

 

“สำหรับหลักสูตรบาลีศึกษา จะมีตั้งแต่ระดับประโยค1-2 จนถึงประโยค 9 เหมือนกับของพระสงฆ์สามเณร โดยผู้ที่จบบาลีศึกษา 9 ประโยค จะมีตัวย่อว่า บ.ศ.9 ขณะที่พระภิกษุสามเณรจะใช้ว่า เปรียญธรรม หรือตัวย่อว่า ป.ธ. ซึ่งที่ผ่านมา มมร.เป็นฝ่ายดำเนินการจัดสอบมาโดยตลอด แต่สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) กรรมการ มส. รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต และแม่กองธรรมสนามหลวง ได้เสนอเรื่องดังกล่าวต่อที่ประชุม เพราะเห็นว่า การที่ให้สำนักงานแม่กองบาลีสนามหลวงดูแลจะมีความเหมาะสม เพราะมีหน้าที่ดูแลเรื่องการเรียนการสอนบาลีโดยตรง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในอนาคต อย่างไรก็ตามในวันที่ 30 กรกฎาคนนี้ ที่ประชุม มส. จะมีการรับรองมติดังกล่าว เพื่อให้เกิดการดำเนินงานในทางปฏิบัติต่อไป” โฆษก มส. กล่าว.

 

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์
25
กรกฎาคม 2557

 


 

 

 

อลังการ !

 

พิธีแสดงมุทิตาจิตพระธรรมสิงหบุราจารย์

จรัญ ฐิตธมฺโม วัดอัมพวัน สิงห์บุรี

รับตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3

 

 

 

 



















































 

 

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊คหลวงพ่อจรัญ
23
กรกฎาคม 2557

 


 

 

 

 

ยังดีไม่พอ !

 

พาสปอร์ตเด็กดีส่อแท๊งค์

 

สุทธศรีอ้อมแอ้ม "แค่แนวความคิด" ไม่เอาก็ไม่เป็นไร

 

 

 

อาฮ่า..บางทีความคิดดีๆ แต่ถ้าไม่พิจารณาให้ถ่องแท้ ก็จะเกิดปัญหา แบบว่าแก้ตรงนี้ แต่ไปปูดตรงโน้น กรณีพาสปอร์ตคนดีนี่ก็เหมือนกัน ถ้าออกดะให้แก่นักเรียนทั่วประเทศ ต่างคนต่างก็เขียนรายงานกันไป มันคงมั่วและวุ่นวายพิลึก ที่น่ากลัวก็คือ "พาสปอร์ตปลอม" ซึ่งรวมทั้งการเขียนรายงานแบบโกหก การให้สินบนแก่ครู หรือครูให้แก่คนที่สนิทสนมรักใคร่ ฯลฯ มันเป็นไปได้ทั้งนั้น ขนาดพาสปอร์ตที่ใช้ขึ้นเครื่องบิน มีระบบคอนโทรลเจ๋งสุด แสกนแม้กระทั่งดวงตา ก็ยังถูกมิจฉาชีพเจาะไชไปจนได้ แล้วพาสปอร์ตที่แจกจ่ายแก่เด็กทั่วประเทศนั้น มันจะมิง่ายกว่าหรือ

 

 

 

 

 

"เปล่าประจบสอพลอ คสช.นะคะ เดี้ยนแค่อยากให้เห็นค่าของคนดีมากขึ้น"

 

 

นางสุทธศรี วงษ์สมาน

ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ

เจ้าของไอเดียพาสปอร์ตความดี

 

 

"ปลัดศธ." แจง "สมุดพกความดี" เป็นแค่แนวคิด แค่อยากให้คนเห็นค่า "คนดี" มากขึ้น

 

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ กรณี ศธ. มีแนวคิดจะให้จัดทำ สมุดพกความดี หรือพาสปอร์ตความดี ของนักเรียนทุกระดับชั้นในสังกัด ศธ. ที่จะให้นักเรียนได้มีการจดบันทึกความดีสิ่งที่ตนเองได้ทำในทุกวัน และอาจจะนำเรื่องสมุดพกความดีนี้เป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนต่อสู่ระดับอุดมศึกษา แต่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ต้องนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) นั้นว่า

 

เรื่องนี้เป็นแนวคิดและยังไม่ได้มีการนำมาใช้จริง ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและทบทวนของ ศธ. อีกทั้งยังไม่ได้มีการนำไปใช้พิจาณาเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยทั้งสิ้น ซึ่งปัจจุบันนักเรียนจะมีสมุดพกที่ครูผู้สอนจะบันทึกว่า เด็กนักเรียนแต่ละคนมีความประพฤติเช่นไร หรือในกรณีที่นักเรียนไปแข่งขันหรือประกวดมารยาทชนะเลิศมา ก็จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ และเวลาจะไปสมัครเรียนต่อ ก็จะสามารถนำประวัติเหล่านี้ให้โรงเรียนประกอบการพิจารณาได้ โดยแนวคิดนี้เป็นเพียงส่วนขยายที่จะทำให้สังคมเห็นความสำคัญของคนดีเท่านั้น

 

"ได้อ่านข้อความที่เด็กๆ แสดงความเห็นในเรื่องนี้เหมือนกัน เช่น จะเชื่อได้อย่างไรกับบันทึกความดีที่เขียนลงไป และครูเองก็มีภาระมากมาย อยากจะบอกว่ายังไม่ได้นำมาใช้จริง ยังเป็นเพียงแนวคิดเท่านั้น" ปลัดศธ. กล่าวย้ำ

 

 

 

ที่มา : มติชน
23
กรกฎาคม 2557

 


 

 

 

 

ธรรมะปราบโกง !

 

มจร. ยกร่างคำเทศน์ป้องกันทุจริต

 

ไม่ทราบว่าใช้สำนวนสาริกาป้อนเหยื่อหรือเปล่า

 

 

 

อา..ศีลธรรมไม่กลับมา โลกาจะพินาศ วันนี้ศีลธรรมกลับมาแล้ว มาพร้อมกับคณะปฏิวัติ คสช. ขอการันตีว่าโลกนี้จะน่าอยู่ นับประสาอะไรแค่ "ไทยแลนด์" เนื้อที่ขี้ประติ๋วแค่ปลายเล็บในโลกใบใหญ่ เรามีหลวงปู่ทวด หลวงปู่โต ครูบาศรีวิไชย ฯลฯ ใหญ่ที่สุดโลก แต่ก็ยังไม่สามารถปราบคนโกงได้ ต้องใช้วิธีจี้เส้น อาทิเช่น รับศีลทุกเช้าทุกครัวเรือนผ่านจอทีวี หรือสถานีวิทยุ ก่อนออกบ้านไปทำงานหรือทำกิจการอื่นใด สำหรับเด็กๆ เรามี "พาสปอร์ตความดี" ไว้คอยตรวจสอบพฤติกรรมนับตั้งแต่เด็กประถมไปจนถึงระดับอุดม จบมาแล้วเป็นคนดีศรีสังคม วันนี้ ก็มีรายการ "ธรรมะปราบโกง" จาก มจร. ถ้าหากทำสำเร็จ ท่านพระพรหมบัณฑิตก็อาจจะนำเสนอยูเอ็น ให้เกณฑ์คนทั้งโลกมาฟังพระไทยเทศน์ เพราะถ้าคนฟังเทศน์กัณฑ์นี้แล้วไม่โกงจริง ก็ยิ่งกว่ายาวิเศษ ประเทศไหนไม่ต้องการมั่งก็ให้มันรู้ไป อิอิ !

 

 

 

 

 

พระพรหมบัณฑิต

(ประยูร ธมฺมจิตฺโต ป.ธ.9 Ph.D.)
อธิการบดี มจร. เจ้าคณะภาค 2 กรรมการมหาเถรสมาคม

 

 

 

"พระพรหมบัณฑิต" เผย มจร. เตรียมจัดงานประชุมวิชาการวิจัยงานพุทธ หวังช่วยแก้ปัญหาทุจริตในสังคม วันที่ 23-24 ก.ค. ที่ มจร. วังน้อย

 

วันนี้ (21ก.ค.) พระพรหมบัณฑิต  อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)  ได้แถลงข่าวการจัดประชุมวิชาการระดับชาติ มจร. ครั้งที่ 1 เรื่อง พุทธบูรณาการเพื่อการพัฒนาจิตใจและสังคมประจำปี 2557 ว่า  การจัดประชุมจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 ก.ค. ที่ มจร. อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ซึ่งจะแบ่งหัวข้อการประชุมย่อยออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.พุทธบูรณาการเพื่อการพัฒนาจิตและปัญญา 2.พุทธบูรณาการเพื่อการพัฒนาการบริหารการเมืองและธรรมาภิบาล และ 3.พุทธบูรณาการเพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยในวันที่ 23 ก.ค. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ จะเสด็จเป็นประธานเปิดการประชุมเวลา 13.00 น..

 

"การประชุมวิชาการดังกล่าว  เพื่อนำเสนอผลงานวิชาการของนักวิชาการในประเทศไทย เนื่องจากที่ผ่านมางานวิจัยในลักษณะดังกล่าวกระจายอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ แต่ไม่มีการนำเสนอเพื่อใช้ประโยชน์ในวงกว้างทั้งที่บางงานวิจัยสามารถนำไปใช้ได้จริง มจร.จึงจะเป็นเวทีกลางในการเสนองานวิจัยดังกล่าว เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงพุทธธรรมพัฒนาจิตใจ และแก้ปัญหาสังคม " พระพรหมบัณฑิต กล่าว 

 

ผศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการ มจร. ฝ่ายกิจการทั่วไป กล่าวว่า  พระพรหมบัณฑิตได้ให้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อสรุปผลการประชุมครั้งนี้ด้วย  โดยจะมีการนำเรื่องการสร้างความสมานฉันท์เสนอไปยังคณะผู้บริหารประเทศด้วย 

 

ด้านนายชัยรัตน์ ขนิษฐบุตร รองเลขาธิการ ปปช. กล่าวว่า ป.ป.ช.มีแนวทางการป้องกันการทุจริตตามแนวทางพระพุทธศาสนาและมีบันทึกข้อตกลงร่วมกับ มจร. โดยมีการดำเนินการจัดทำคู่มือหลักสูตรการป้องการทุจริตตามแนวทางพระพุทธศาสนาและร่วมมือกับมจร.ส่วนภูมิภาค ขับเคลื่อนการป้องกันการทุจริตและการทำกัณฑ์เทศน์ป้องกันการทุจริต เพื่อให้พระไปเทศน์ทั่วราชอาณาจักร โดยขณะนี้ทาง มจร. กำลังอยู่ในระหว่างการยกร่างคำเทศน์

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์
22
กรกฎาคม 2557

 


 

 

 

ตั้งพระครูสุกันยา

 

เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น

 

จ่อเป็นเจ้าคุณปลายปีนี้

 

 

 

พระครูสุวิธานพัฒนบัณฑิต

(สุกันยา อรุโณ น.ธ.เอก พธ.บ. Ph.D.)

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดธาตุ อ.เมือง จ.ขอนแก่น

รองอธิการบดี มจร. วิทยาเขตขอนแก่น

 

 

 

 

มส.ไฟเขียว ตั้งรองเจ้าคณะ จว.ขอนแก่น

 

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล จ.นครปฐม พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธมฺมจารี) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และ โฆษก มส. เปิดเผยภายหลังการประชุม มส. ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแต่งตั้ง ดังนี้ พระครูสุวิธานพัฒนบัณฑิต (สุกันยา) วัดธาตุ จ.ขอนแก่น เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น และพระครูวรนายกธรรมาวุธ (บุญเริ่ม) วัดพระนารายณ์มหาราช จ.นครราชสีมา เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา

 

นอกจากนี้ที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้ง พระครูสิริธรรมธาดา (ไพรัช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไพชยนต์พลเสพย์ เป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดไพชยนต์พลเสพย์ แทนพระราชมงคลมุนี ซึ่งมรณภาพลง พระครูศรีปริยัติคุณ (ดำเนิน) วัดนาคกลาง กทม. เป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดนาคกลาง กทม. พระราชวิริยาลังการ (แย้ม) เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จ.นครปฐม เป็นรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระงาม แทนพระศรีปริยัติมุนี ซึ่งมรณภาพ และแต่งตั้งพระครูสังฆบริบาล (สมบูรณ์) วัดพิชยญาติการาม เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม

 

วันเดียวกัน ที่อาคารสถานีวิทยุกระจายเสียงสังฆทานธรรม วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี มีการประชุมพระเถระผู้บริหารสถานีวิทยุกระจายเสียงเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาระดับแม่ข่าย มีมติรวมกลุ่มกันในนาม “สื่อเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในกำกับมหาเถรสมาคม” โดยผู้บริหารทุกสถานีที่เข้าร่วมประชุมลงนามบันทึกข้อตกลง เผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เป็นไปตามพระวินัย ยังประโยชน์แก่พุทธศาสนิกชนเพื่อความปรองดองให้เป็นไปตามนโยบายของ คสช. ในการคืนความสุขให้แก่ประชาชน

 

 

 

ที่มา : คมชัดลึก
20
กรกฎาคม 2557


 

 

 

อย่างฮา !

 

ดร.อนิลมานปล่อยไก่กลางเวที

 

ทำทีเตือนสื่อ

"ขอให้ตรวจสอบข่าวก่อนเสนอ"

"เพราะบางทีข้อมูลไม่ครบถ้วน"

 

 

 

 

ฮือ..นี่ด๊อกเตอร์ รองอธิการบดี มมร. พูดนะเนี่ย ไม่น่าเชื่อว่าท่านจะไม่รู้จักคำว่า "สื่อ" ซึ่งเขาต้องอาศัย "ความฉับไว" ในการเสนอข่าว ดังนั้นจะมารอให้ "ครบถ้วน" ได้ยังไง เดี๋ยวนี้ใครช้าไปแค่ 5 วินาที ก็ตกควายแล้ว ไอ้ตรวจสอบน่ะ ข่าวสำนักไหนเขาก็ตรวจกันทั้งนั้นแหละ แค่มีมูลเขาก็ถือว่าใช้ได้แล้ว งานเสนอข่าวมิใช่งานวิทยานิพนธ์นะท่าน จะได้ตั้งกรรมการตรวจแล้วตรวจอีก กว่าจะให้ผ่านก็ 3-4 ปี แบบนี้คงไปหากินแข่งกับใครไม่ได้ ดังนั้น ถ้าไม่เข้าใจบริบทของ "สื่อ" ก็อย่าพูดเลยดีกว่ามั๊ง มันจะเสียหายไปถึงมหาวิทยาลัยสงฆ์ มมร. ว่าผู้บริหารมีวิสัยทัศน์เช่นไร วันนี้เอาแค่เบาะๆ ก่อน รอไว้ให้ข้อมูลครบถ้วน จะนำเสนอแบบจัดเต็มให้ ไม่ต้องห่วงหรอก ท่านอนิลมาน

 

 

 

 

 

ON BEHALF OF MMR.

 

พระ.ดร.อนิลมาน ธมฺมสากิโย วัดบวรนิเวศวิหาร

พระเนปาล ผู้มีบทบาทเด่นกว่าพระธรรมยุตไทย

 

 

 

มมร.วอนสื่อตรวจสอบข้อมูลก่อนตีแผ่ข่าวฉาวพระ แนะช่วยกันเผยแพร่สิ่งดีงามของศาสนาด้วย

 

เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม ที่โรงแรมเดอะสุโกศล ถนนพญาไท พระศากยวงศ์วิทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กล่าวในงานสัมมนา ปุจฉา วิสัชนา...เขาว่าสื่อมวลชนไม่ปกป้องศาสนา ? จัดโดยมูลนิธิศาสตราจารย์บำรุงสุข สีหอำไพ ตอนหนึ่งว่า การนำเสนอข่าวสื่อมวลชนต้องมีความรับผิดชอบและมีจรรยาบรรณ อยากให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนนำเสนอ เพราะบางครั้งข้อมูล ข้อเท็จจริงไม่ครบถ้วน แต่ข่าวถูกกระจายไปอย่างรวดเร็วจนเกิดผลกระทบในวงกว้าง จนสื่อเองก็ไม่คาดคิด ทั้งที่ไม่มีเจตนาทำลายศาสนา เพียงแต่นำเสนอเพื่อให้สังคมรับรู้ ดังนั้น การนำเสนอข่าวสื่อมวลชนต้องมีความรับผิดชอบให้มากขึ้น ที่ผ่านมาวิธีการนำเสนอ หรือว่าคำที่ใช้ในการพาดหัวหลายครั้ง ทำให้เกิดผลและความเสียหายตามมามากมาย
   

พระศากยวงศ์วิทธิ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าทุกวงการมีทั้งคนดีและไม่ดี พระก็เช่นกันมีทั้งดีและไม่ดี อาตมาไม่ได้ห้ามไม่ให้เสนอข่าวศาสนา แต่อยากให้สื่อมวลชนซึ่งมีอำนาจในการนำเสนอและสะท้อนมุมต่างๆ ของศาสนา มีความรับผิดชอบต่อการเสนอข่าว ไม่ใช่นำเสนอทุกเรื่องให้เป็นข่าว มุ่งแต่ขายข่าวจนลืมความถูกต้องของข้อเท็จจริง ทุกวันนี้ส่วนใหญ่เรื่องที่สื่อนำเสนอมีแต่เรื่องไม่ดี จนถูกกระจายและเผยแพร่อย่างรวดเร็ว ประกอบกับปัจจุบันเป็นยุคโซเชียลมีเดียทำให้ข่าวและภาพถูกเผยแพร่ออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดผลกระทบที่ตามมาเกินกว่าที่คิดไว้ ทั้งที่เรื่องส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมของพระสงฆ์เฉพาะรูปเท่านั้น ดังนั้นการนำเสนอข่าวอยากให้คำนึงถึงความยุติธรรม ความรับผิดชอบต่อข้อมูลที่นำเสนอ ต้องตรวจสอบความถูกต้องก่อนนำเสนอและคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา
    

นางศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล ประธานมูลนิธิศาสตราจารย์บำรุงสุข สีหอำไพ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับพระสงฆ์ผ่านสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ส่วนใหญ่เป็นข่าวที่เกี่ยวกับความเสื่อมเสียทางศาสนา โดยส่วนใหญ่เป็นข่าวที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของพระสงฆ์ จนได้สร้างความมัวหมองและกระแสด้านลบต่อพระพุทธศาสนาและพระสงฆ์โดยรวม จนทำให้ประชาชนมองเห็นแต่ภาพลบและเสื่อมศรัทธาในศาสนามากขึ้น ดังนั้นอยากให้ทุกคนหันมาร่วมกันหาทางออกและอยากให้นำเสนอข่าวหรือประเด็นทางศาสนาอย่างสร้างสรรค์ตรงตามข้อเท็จจริงเหมาะสมและเป็นธรรมไม่ก่อให้เกิดอคติไม่เอียงเอนด้านใดด้านหนึ่ง ที่สำคัญอยากกระตุ้นให้สื่อตระหนักถึงบทบาทสำคัญในการช่วยกันเผยแพร่สิ่งดีงามของศาสนาด้วย

 

 

 

 

ที่มา : มติชน
21
กรกฎาคม 2557

 


 

 

 

ถ่อสังขาร !

 

 

หลวงตาจรัญ วัดอัมพวัน วัย 85 ปี เดินทางจากสิงห์บุรีไปวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ รับตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 จ่อเลื่อนเป็นรองสมเด็จฯ ปลายปีนี้

 

 

 

 

 

 

อา..กิเลสตัณหานั้นมันไม่เข้าใครออกใคร ขนาดระดับ "พระอริยะ" ของประเทศไทย สอนวิปัสสนากรรมฐาน นำคนไปสวรรค์นิพพาน จนมีชื่อเสียงเกรียงไกร ได้รับรางวัลสำนักปฏิบัติธรรมดีเด่น อันดับ 1 ของประเทศ มีลูกศิษย์ตั้งแต่ระดับอนุบาลยันศาสตราจารย์ด๊อกเตอร์ แต่สุดท้ายก็มาตายกับ "ยศถาบรรดาศักดิ์" ซึ่งเป็น "กิเลสชั้นสูง" ของนักบวช เห็นแล้วก็น่าสงสาร ออกเหรียญออกพระมาเป็นร้อยๆ รุ่น นึกว่าหลวงพ่อไปไกลถึงประตูเมืองพระนิพพานแล้ว ที่ไหนได้ ไปได้แค่ "วัดปากน้ำ" ตรงภาษีเจริญนี่เอง อยากเป็นรองสมเด็จฯ เพราะตำแหน่ง "ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด" มันยังไม่สูงพอที่จะขอรองสมเด็จฯให้ ดังนั้น จึงต้องอัพเกรดเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค

 

 

 

 

หยุดจริงหรือเปล่า

 

 

 

 

ถ้าหยุดจริง ไปรับทำไมตำแหน่งแค่นี้ ?

 

 

 

ตัวอย่างแห่งการ "ครองตัว-ครองธรรม-ครองความดี" ของอารยชนทั้งในทางโลกและทางธรรม ไม่ปฏิเสธทางโลก และไม่ล้ำเส้นออกนอกทางธรรม อยู่ก็งาม จากไปแล้วก็ยังเป็นแบบอย่างที่ควรแก่การสรรเสริญตลอดกาล

 

 

 

 

 

แต่ภาพเหล่านี้

เห็นแล้วก็เพลียหัวใจ

 

 

 

 

 

 

 

หลวงพ่อจรัญนั้น เคยดำรงตำแหน่ง "เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี" มีสมณศักดิ์เป็น "พระธรรมสิงหบุราจารย" และเกษียนจากตำแหน่งเมื่ออายุได้ 80 ปี ได้รับการยกขึ้นเป็น "ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี" ซึ่งก็ดูแปลกแล้ว เพราะตำแหน่ง "ที่ปรึกษา" นั้น มันไม่มีความหมายอะไร ในเวลาตาย น่าจะตายในตำแหน่ง "อดีตเจ้าคณะจังหวัด" ก็กลับเป็น "อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด" ซึ่งเรื่องนี้มหาเถรสมาคมทำเสียหายมาก ความจริงก็หวังดี อยากจะให้ที่ปรึกษาเป็นตำแหน่งที่อยู่ในสารบบ มิใช่เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวเหมือนแต่ก่อน จึงออกมติมหาเถรสมาคมและตราตั้งรองรับ แต่ครั้นตั้งแล้ว ตัวตำแหน่งที่ปรึกษามันไม่มีค่าอะไร แม้จะสามารถเลื่อนยศเพื่อปูนบำเหน็จขึ้นไปได้อีก แต่ยศที่ไม่มี "ตำแหน่งที่มีอำนาจ" รองรับนั้นมันก็ไม่ได้เท่ห์อะไรอยู่แล้ว ถ้าเลือกระหว่าง "ยศ" กับ "ตำแหน่งที่มีอำนาจ" ก็เชื่อว่าพระไทยจะเลือก "ตำแหน่งที่มีอำนาจ" มากกว่า เพราะถ้ามีอำนาจก็สามารถเลื่อนยศ แต่ถ้าไม่มีอำนาจ ถึงมียศก็ไร้ความหมาย ดังนั้น การที่มหาเถรสมาคม ออกมติรับรองตำแหน่ง "ที่ปรึกษา" ให้แก่อดีตเจ้าคณะผู้ปกครองนั้น ถือว่าเป็นการทำลายเกียรติยศของพระสังฆาธิการทั่วประเทศ ในวันตาย น่าจะตายในตำแหน่ง "อดีตเจ้าคณะจังหวัด-อดีตเจ้าคณะภาค" เป็นต้น กลับกลายเป็น "อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด-อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค" ลองถามดูสิว่า ระหว่าง "อดีตเจ้าคณะ" กับ "อดีตที่ปรึกษา" สมเด็จวัดปากน้ำท่านอยากเป็นอะไร ?

 

 

กรณีของหลวงพ่อจรัญนั้น ความจริงแล้วท่านมีดีอยู่มากมาย สามารถอยู่แบบมีเกียรติยศสูงส่งระดับ "สมเด็จฯ" ได้สบาย ในตำแหน่ง "พระสุปฏิปันโน" ดังเช่นภาพนี้

 

 

 


 

 

 

นั่งกับพื้นยังสง่างามกว่านั่งบนเก้าอี้หลุยส์

 

 

ภาพ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9 Ph.D.) วัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้มีอำนาจสูงสุดในสายการปกครองของคณะสงฆ์ไทย เดินทางไปกราบคารวะหลวงพ่อจรัญ ที่วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อขอสร้างวัตถุมงคลรุ่น "พรหมบันดาล" นำเงินไปใช้ในกิจการเผยแผ่กรรมฐาน ลูกศิษย์ได้เห็นก็เป็นปลื้มว่า "คุณธรรมและบารมีของหลวงพ่อจรัญสูงส่งกว่าสมเด็จพระราชาคณะ สมเด็จฯจึงต้องมาขอความเมตตาพึ่งพาบารมี ขนาดสมเด็จฯยังมากราบหลวงพ่อ แล้วพวกเราจะไม่กราบได้อย่างไร ต้องชวนคนไปกราบเพิ่ม"

 

ประชาชนคนไทย รวมทั้งพระสงฆ์ไทย หรือแม้แต่พระมหากษัตริย์ไทย ต่างให้ความเคารพยกย่อง "พระสายปฏิบัติ" มากกว่าสายบ้านหรือสายปกครอง ดังกรณี "สมเด็จพระพุทธชินวงศ์" เดินทางไปกราบหลวงพ่อจรัญ นั่นแสดงว่า ศีลาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมอยู่เหนือกว่าอำนาจใดๆ ในโลก แต่พระสุปฏิปันโน "โลเล" เช่นหลวงพ่อจรัญ กลับทำให้คนไทยเห็นว่า "ถึงจะมีศีลาธิคุณ สมาธิคุณ ปัญญาธิคุณ สูงส่งเพียงใด ก็หาสูงเท่ากับยศถาบรรดาศักดิ์และตำแหน่งจากมือของพระในสายปกครองไม่" จึงสู้อุตส่าห์ "ถ่อสังขาร" เดินทางไปรับตำแหน่งสุดท้ายในบั้นปลายของชีวิต ถึงวัดปากน้ำภาษีเจริญ แหมถ้าได้เป็น "ปฏิบัติหน้าที่สังฆราช" มันก็พอฟัง แต่นี่เป็นแค่ "ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค" เพื่อจะขอเลื่อนเป็น "รองสมเด็จฯ" ถามว่ามันคุ้มค่าอะไร วัย 85 ปี ท่านจะมีคำปรึกษาให้แก่ใครได้อีก แค่ดูแลตัวเองก็ยังไม่ไหวแล้ว ดูไปเหมือนไม่เจียมสังขาร คงจะเป็นดังสมเด็จเกี่ยวพูดไว้นั้นแหละว่า "ไม่น่ามาเสียคนตอนแก่เลย" หมดกันแล้วหลวงตา สู้อุตส่าห์บำเพ็ญเพียรมาชั่วชีวิต สุดท้ายก็มาติด แค่..รองสมเด็จฯ ถ้าได้เป็นแล้ว อย่าลืมปิดวัดอัมพวันฉลองซัก 7 วัน 7 คืนนะ เอาให้พระครูบ้านนอกอายม้วนไปเลย โมทนาสาธุ !

 

 

 

 

 

 

ผ่าน "ญาณ 16" ต่ยังไม่ผ่าน "รองสมเด็จ"

แต่สายนี้มันยาว ก็เลยต้องเข้าคิวดังที่เห็นนี่แหละ

 

 

 

 

 

ได้เป็นแล้วก็ต้องไปนั่งต่อคิว "เจ้าคุณเหนาะ" พระรุ่นลูกอีก

เฮ้อ ยานโตงเตงเลย !

 

 

 


 

 

"รู้จักพอ ไม่อัปยศ รู้จักหยุด ไม่พินาศ"

 

หลวงตาจรัญท่านคงลืมสุภาษิตบทนี้ไปแล้ว ถึงได้ถ่อสังขารไปนั่งเป็น "บริวาร" ของสายปกครอง ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นถึงระดับ "หัวหน้า" ของสายปฏิบัติ แบบว่าเป็นหัวอยู่ดีๆ ไม่ว่าดี ดันไปเข้าคิวเป็นหางให้คนอื่น เฮ้อ เสียหายสายปฏิบัติหมด พูดแบบภาษาชาวบ้านว่า "ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน"

 

 

 

 

 

 

 

พิธีมอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสพระอารามหลวง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ณ พระอุโบสถวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

 

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2557 เวลา 14.00 น. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีมอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสพระอารามหลวง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง  โดยมี นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ต่อมา นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวถวายรายงาน พอสังเขปดังนี้ “ด้วยพระสังฆาธิการ และพระภิกษุที่ได้รับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 จำนวน 1 รูป เจ้าคณะจังหวัด 1 รูป รองเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป เจ้าอาวาสพระอารามหลวง 1 รูป และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง 12 รูป รวม 18 รูป ซึ่งเจ้าประคุณสมเด็จฯ ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้กำหนดวันประกอบพิธีมอบพระบัญชาดังกล่าว ณ พระอุโบสถวัดปากน้ำ ในวันนี้ นับเป็นความเมตตา เป็นขวัญ และกำลังใจอย่างสูงยิ่งแก่พระสังฆาธิการ และพระภิกษุที่ได้รับพระบัญชาในครั้งนี้

บัดนี้ พระสังฆาธิการและพระภิกษุที่ได้รับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ทั้ง 18 รูป ได้พร้อมกัน ณ พระอุโบสถแล้ว เกล้ากระผม ขอประทานอนุญาตให้ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อ่านพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสพระอารามหลวง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง จบแล้ว ขอกราบอาราธนาเจ้าประคุณสมเด็จฯ โปรดมอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชแก่พระสังฆาธิการและพระภิกษุที่เข้ารับตามลำดับ ต่อจากนั้น ขอได้โปรดเมตตาประทานโอวาท เพื่อเป็นแนวปฏิบัติและเพื่อความเป็นสิริมงคลสืบไป”

จากนั้น นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อ่านพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสพระอารามหลวง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ตามลำดับดังนี้

1. พระธรรมสิงหบุราจารย์ ฉายา ฐิตธมฺโม อายุ 85 พรรษา 66 วัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3
2. พระครูวิสุทธิปัญญากร ฉายา ปญฺญาสาโร วัดท่าไม้เหนือ อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ รองเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์
3. พระวิมลสุตาภรณ์ ฉายา สุธีโร วัดพิกุลทอง อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี เจ้าคณะอำเภอค่ายบางระจัน ดำรงตำแหน่ง รองเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
4.พระครูปริยัติวราภรณ์ ฉายา สิริธโร วัดธัญญวารี อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าคณะอำเภอดอนเจดีย์ ดำรงตำแหน่ง รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
5. พระครูพิมลธรรมนิเทศ ฉายา ติกฺขวีโร วัดทุ่ง อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร เจ้าคณะอำเภอพรรณานิคม ดำรงตำแหน่ง รองเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร
6. พระครูศรีปริยัตยาลังการ ฉายา อาจารสุโภ วัดแจ้งแสงอรุณ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เจ้าคณะอำเภอกุสุมาลย์ ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดแจ้งแสงอรุณ
7. พระมหาปกรณ์ ฉายา ฐานุตฺตโม วัดพนัญเชิง ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพนัญเชิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
8. พระมหาสุข ฉายา สุมงฺคโล วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี
9. พระมหาประสพ ฉายา สิริมงฺคโล วัดโปรดเกศเชษฐาราม ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโปรดเกศเชษฐาราม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
10. พระมหาบรรพต ฉายา ปญฺญาวุฑฺโฒ วัดโปรดเกศเชษฐาราม ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโปรดเกศเชษฐาราม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
11. พระมหาธัมมชาติ ฉายา สุเมโธ วัดโปรดเกศเชษฐาราม ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโปรดเกศเชษฐาราม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
12. พระครูสมุห์ ธีรเชษฐ์ ฉายา ฐานวโร วัดโปรดเกศเชษฐาราม ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโปรดเกศเชษฐาราม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
13. พระครูปลัด ณรงค์ ฉายา ฐิตวฑฺฒโน วัดเจ็ดยอด ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
14. พระสมุห์ เสาร์คำ ฉายา สุภภาโส วัดศรีโสดา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา จังหวัดเชียงใหม่
15. พระปลัด สมชาติ ฉายา สิริชาโต วัดศรีโสดา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา จังหวัดเชียงใหม่
16. พระมหาอังคาร ฉายา ญาณเมธี วัดศรีโสดา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา จังหวัดเชียงใหม่
17. พระครูปลัด โอรส ฉายา วชิรเมธี วัดศรีโสดา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา จังหวัดเชียงใหม่
18. พระครูวิจิตรสรคุณ ฉายา ธมฺมถาวโร วัดพระบาทมิ่งเมือง ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมือง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

ในการนี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสพระอารามหลวง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ตามลำดับ และกล่าวประทานโอวาท พอสังเขปดังนี้ “ขอฝากธรรมะแก่ผู้เข้ารับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชเพื่อเป็นแนวทางแห่งการปฏิบัติ ได้แก่

 

1.สีลสามัญญตา  ความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล คือ ความเป็นผู้มีศีลเรียบร้อย เป็นผู้มีปกติประพฤติปฏิบัติตนให้สง่างาม

2.ทิฏฐิสามัญญตา ความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยเห็น คือ ความเป็นผู้มีความเห็นร่วมกัน

3.จงรักษาความสามัคคี อันว่าความสามัคคีนั้น เป็นประการสำคัญของมนุษย์เรา ไม่ว่าชุมชนวัด หรือชุมชนบ้าน ถ้าชุมชนใด มีความสามัคคี ชุมชนนั้น ก็ย่อมมีความสุข ในหน่วยงานข้าราชการก็เช่นเดียวกัน หน่วยงานข้าราชการใด มีความสามัคคีกัน ให้ความเคารพนับถือกัน รักกัน หน่วยงานข้าราชการนั้น ก็ย่อมมีความร่มเย็นเป็นสุข”

 

พระสงฆ์อนุโมทนา เป็นอันเสร็จพิธี
 

 

 

 

ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
19
กรกฎาคม 2557

 

 

 

 

ประมวลข่าวการมรณภาพ


สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 

 

 

 

 

พิธีพระราชทานเพลิงศพ

พระเทพมหาเจติยาจารย์

(ไพบูลย์ ภูริวิปุโล)

อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย

อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำพูน

23 มีนาคม 2557

 

ชุดที่ 1 : ชุดที่ 2 : ชุดที่ 3 : ชุดที่ 4 : ชุดที่ 5

ชุดที่ 6 : ชุดที่ 7 : ชุดที่ 8 : ชุดที่ 9 : ชุดที่ 10


กดแต่ละชุดเพื่อชม

 

 

 

ในหลวง-พระราชินี เสด็จไกลกังวล

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

 

 

การประชุมสมัยวิสามัญสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

และงานวันมหารำลึก 8-9 กันยายน 2555
ณ วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค

 

 

 

 

 

ภาพงานพระราชทานเพลิงศพ

พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ
(สมบูรณ์ สมฺปุณฺโณ ป.ธ.
7)
อดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
10-14 พฤศจิกายน พ.ศ.2554

 

 

 

ประมวลข่าวเณรคำ

(กดที่ภาพเพื่อชม)


 

 

แฟ้มข่าวอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

 

อ่านข่าวเก่าที่เคยนำเสนอในอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

 

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557

 

 

YANTRA TODAY
(กดที่ภาพเพื่อชม)

 


 

 

 

 


ประมวลภาพ

งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 80 พรรษา

จัดโดยสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

ณ วัดพุทธาวาส นครฮิวส์ตัน รัฐเท็กซัส

วันอาทิตย์ ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2555

 

 

ชุดที่ 01
กดที่ภาพเพื่อชม

ชุดที่ 02
กดที่ภาพเพื่อชม

ชุดที่ 03
กดที่ภาพเพื่อชม


 

เยี่ยมวัดบ้านไร่-ไหว้หลวงพ่อคูณ

กับ "อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ" ดอทคอม

 

กดที่ภาพด้านล่างเพื่อชม

 

 

 

 

 

 

01 02 03 04 05 06 07 08 09
10 11 12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31 32 33 34    

 

 

ตอนที่ 01
ลอนดอน 2012

ตอนที่ 02
มหาโบสถ์แห่งลิชฟิลด์

ตอนที่ 03
มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด

ตอนที่ 04
วัดพุทธปทีป

ตอนที่ 05
ลอนดอนอาย

ตอนที่ 06
British Museum

ตอนที่ 07
ห้างแฮรอดส์

ตอนที่ 08

Tower Bridge

ตอนที่ 09
London Sightseeing

ตอนที่ 10
London To Paris

ตอนที่ 11
หอไอเฟล (1
)

ตอนที่ 12
หอไอเฟล (2)

ตอนที่ 13
หอไอเฟล (3)

ตอนที่ 14
ปารีส 360 องศา

ตอนที่ 15
เยี่ยมหน้าต่างหอไอเฟล

ตอนที่ 16
TROCADERO

ตอนที่ 17
Water Tour

ตอนที่ 18
Musée du Louvre

ตอนที่ 19
MONA LISA

ตอนที่ 20
เทพีวีนัส

ตอนที่ 21
ทอดน่องในลูฟวร์

ตอนที่ 22
หอสมุดแห่งชาติมิตแตรองต์

ตอนที่ 23
ลา เดฟ็องซ์ (La De'fense)

ตอนที่ 24
Arc de Triomphe

ตอนที่ 25
เหนือประตูชัย

ตอนที่ 26
แวร์ซาย (1)

ตอนที่ 27
แวร์ซาย (2)

ตอนที่ 28
แวร์ซาย
(3
)

ตอนที่ 29
แวร์ซาย (4)

ตอนที่ 30
แวร์ซาย (5)

ตอนที่ 31
GENEVA
(1)

ตอนที่ 32
GENEVA (2
)

ตอนที่ 33
GENEVA (3
)

ตอนที่ 34
Lausanne-Zurich

ตอนที่ 35
วัดศรีนครินทรวราราม

ตอนที่ 36
ป้อมยามเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 37
ตลาดน้ำเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 38
กลับปารีส

ตอนที่ 39
ROME (1
)

ตอนที่ 40
ROME
(2)

ตอนที่ 41
ROME (3)

ตอนที่ 42
ROME (4)

ตอนที่ 43
ROME (5)

ตอนที่ 44
Inside Vatican (1)

ตอนที่ 45
View of Rome

ตอนที่ 46
Inside Vatican (2)

ตอนที่ 47
หลังคาวาติกัน

ตอนที่ 48
OUTSIDE VATICAN

 

ตอนที่ 49
THE COLOSSEUM

ตอนที่ 50
หินอ่อนโคลอสเซียม

ตอนที่ 51
ROME TO PARIS

ตอนที่ 52
NOTRE-DAME DE PARIS

ตอนที่ 53
หมู่บ้านศิลปะ

ตอนที่ 54
พระราชวังฟงแตนโบล

 

 

 

 

 

 


 

สงฆ์ไทย Vol.01

หนังสือเล่มแรกของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(กดที่ภาพหรือที่ข้อความเพื่อชม)

 

 

คณะกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

พ.ศ.2557-2559

 

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

 

 

ข่าวสารสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

 

 

 

 



 

 

 

 

 

 

หนังสือเล่มแรกของ มจร. ที่ชาว มจร. หลายท่านไม่เคยเห็น

(กดที่ภาพเพื่อเข้าชม)

 

 

 

 

 

 

>> AND MORE <<

 

 

พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 1-17 พ.ศ.2538-2554
(กดที่ภาพเพื่อชมประวัติ)

 

 

 

อนุสรณ์มหาจุฬาฯ ครบรอบ 9 ปี
 

 

 

 

 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

 

 

 

 



 

ธรรมวาไรตี้ หนังสือเล่มแรก ของพระมหานรินทร์  นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2548

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด

และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

 

 

 

ธรรมฮิสตอรี่ หนังสือเล่มที่สอง ของพระมหานรินทร์ นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน 2549

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด

และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

 

 

 

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

 

drupal stats

 

Since : February 20, 2009

Statecounter.com

 

 

 

 

 

เรายินดีน้อมรับความคิดเห็นและคำชี้แนะจากทุกท่าน

 

Editor : peesang2555@hotmail.com

 

 


WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE  LAS VEGAS NEVADA 89121 U.S.A. PHONE 702-384-2264