LAST UPDATE :   SEPTEMBER : 22 : 2019 :  06:00 A.M.  UK TIME

 

 

 

 

THE INTER-FAITH FORUM 2019

วัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร จัดสัมมนาศาสนานานาชาติ

22 กันยายน 2562

 

 

มันมากับน้ำ !

ธรรมกาย-คึกฤทธิ์ ชิงพื้นที่เมืองอุบล

ท่ามกลางกระแสน้ำหลากภาคอีสาน

 

 

แบ่งเค้กประเทศไทย มือใครยาว สาวได้สาวเอา

 

อา..ในขณะน้ำท่วมเมืองอุบล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอีสานใต้ ทั้งภาครัฐและเอกชนต่างระดมกำลังกันเข้าช่วยกู้ภัย ก็ปรากฏเหตุการณ์สำคัญที่จะนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในคณะสงฆ์ไทยในอนาคตอันใกล้ ภายใต้การบริหารปกครองของสมเด็จพระสังฆราช วัดราชบพิธ พระองค์ผู้บริสุทธิ์ผุดผ่อง เพราะไม่แตะต้องเงินทองให้เป็นมลทินแก่ฝ่าพระหัตถ์ ถือหลัก พระที่ดีต้อง..เคร่งอย่างเดียว อย่างอื่นอย่ายุ่ง ็เลยไม่มีพระสังฆราชทรัพย์ประทานให้ชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วม เพราะเราก็ไม่มีแม้แต่..แดงเดียว !

 


 

มหาเถรสมาคม ภายใต้การบังคับบัญชาของสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งให้ "สมเด็จพระมหาธีราจารย์" วัดยานนาวา ซึ่งมีตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของ มส. ให้เป็นหัวหน้านำทีมลงพื้นที่ ในขณะที่องค์กรสงฆ์ภาคส่วนอื่นๆ ล้วนแต่ยื่นมือเข้าช่วย "ผ่านมหาเถรสมาคม" แม้แต่ในต่างประเทศ อาทิเช่น สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ส่งเงินช่วยน้ำท่วม 30,000 ดอลล่าร์ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1,000,000 บาท องค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ส่งเงินช่วยอีก 10,000 ปอนด์ ประมาณ 500,000 บาท พระธรรมทูตไทยในอินเดีย-เนปาล จีน ยุโรป ฯลฯ อีกมากมาย รวมใส่ย่ามให้สมเด็จวัดยานนำไปช่วยผู้ประสบภัย ขณะที่สมเด็จอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นสมเด็จเก่าหรือสมเด็จใหม่ ไม่มีใครขยับเรื่องนี้เลย โยนให้เป็นภาระของสมเด็จวัดยานเพียงรูปเดียว

 

 



 

แต่ในขณะเดียวกัน "มือโปรทางด้านงานสาธารณสงเคราะห์ของประเทศไทย" คือ ท่านธัมมชโยแห่งราชอาณาจักรธรรมกาย ก็ได้เวลาออกศึก หลังจากถูกรัฐบาลทหารปิดล้อมมานาน แต่เวลานี้ทหารถูกน้ำปิดล้อม ปล่อยให้จระเข้ธรรมกายว่ายออกนอกกำแพงไปจนถึงริมโขง ป้ายและถุงยังชีพยี่ห้อ "มูลนิธิธรรมกาย-วัดพระธรรมกาย" จึงสยายปีกไปทุกตำบล รัฐบาลก็ได้แต่มองตาปริบๆ เพราะบิ๊กตู่ประกาศว่า "ทำดีต้องช่วยๆ กัน อย่าผลักให้เป็นภาระของรัฐบาลเท่านั้น ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ต่างก็มีหน้าที่ช่วยเหลือประเทศ" งานนี้เสร็จธัมมชโยแน่นอน

เพราะใช่แค่ขนถุงยังชีพลงพื้นที่อีสานเท่านั้น ธัมมชโยยังคิดการใหญ่ "ใช้ให้" เจ้าคุณสมศักดิ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีตำแหน่งเป็น "เจ้านายสายตรง" แต่ให้มาเป็น "ลูกน้องสายอ้อมหรือเฉพาะกิจ" เอาหน้ามาเป็นประธานในงานตักบาตรช่วยน้ำท่วมใหญ่ ในวันที่ 22 กันยายน ศกนี้ ข้าวของที่ได้ก็จะนำไปใช้ในนาม "มูลนิธิธรรมกาย-วัดพระธรรมกาย" คนโง่ก็ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด เป็นธรรมดา

 

 

 

คึกฤทธิ์ เจาะค่ายทหาร

 

 

ไอ้เข้ตัวที่สอง ที่ว่ายออกจากบ่อแถวๆ ปทุมธานี มีชื่อว่า "คึกฤทธิ์-พุทธวจน" ก็ว่ายออกถ้ำมาอย่างเงียบๆ ไม่โฉ่งฉ่าง แต่ว่าแรงมากๆ เพราะเล่นกินเหยื่อผ่าน "ทหาร" ให้ผ้าลายเอาห้องน้ำไปให้ทหาร แล้วให้ทหารเอาไปช่วยน้ำท่วม ซึ่งทหารก็ยินดีรับการอุดหนุน ไม่ถามเลยซักคำว่า "เอ้า..วัดนาป่าพง เป็นวัดของคณะสงฆ์ไทยมิใช่หรือ ทำไมไม่เอาไปบริจาคผ่านมหาเถรสมาคม ทำไมต้องเอามาให้ทหาร"

มองในแง่ร้ายไว้ก่อนว่า ธรรมกายก็สร้างอิทธิพลส่วนตัว ไม่ทำงานร่วมกับมหาเถรสมาคม แถมยังทำได้ดีกว่ามหาเถรสมาคมเสียอีก มีนักการเมืองเป็นสาวก เลยได้ศาสนิกส่วนใหญ่ของประเทศไทยไปครอง ส่วนคึกฤทธิ์ก็เจาะตลาดทหาร เพราะเชื่อว่า ประเทศไทยมีทหารเป็นเจ้าของ ถ้าปกครองทหารได้ จะทำอะไรก็ได้ แล้วเรื่องอะไรจะเอาไปให้มหาเถรสมาคม เอาไปให้ทหารดีกว่า ตรงกว่า เป็น Direct Sale ได้ก็ได้ตรงๆ เสียเวลาไปวัดปากน้ำเหมือนเคย

 

 

ว.ตอแหล + พงศ์พร พ่นน้ำลายกลางกรุง

 

กลับกัน สำนักพุทธฯ ของพงศ์พร นอกจากจะไม่ยอมลงพื้นที่ไปช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว ก็ยังสวนกระแส โดยการไปอุ้มเอา "ว.ตอแหล" มาพ่นน้ำลายถึงกลางกรุง เช่าโรงแรม 3 วัน 3 คืน ระดมเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ ทั่วประเทศ ให้มาฟังคุณนายวอพ่นน้ำลาย เรื่องเพิ่มประสิทธิภาพของบุคคลากร ทั้งๆ ที่การไม่ยอมนำบุคคลากรออกไปทำงานในสภาวะวิกฤติของบ้านเมืองนั่นแหละ คือความเสื่อมประสิทธิภาพอย่างแท้จริง ก็เรียกว่าโง่ทั้งคนจัด โง่ทั้ง ว.ตอแหล ที่ไม่รู้เรื่องประเทศชาติบ้านเมือง แต่เสือกมาทำงานในองค์กรระดับประเทศ

 

 

แพนเค้กงง ปูหรือตู่กันแน่ ที่ตอแหลเก่ง ?

 

 

แล้วถามว่ารัฐบาลคิดอย่างไร ? คำตอบที่คิดได้ก็คือ รัฐบาลก็เอาทุกรูปแบบ ใครเอามาให้รัฐก็เอาหมด เพราะบิ๊กตู่ก็อยู่ไม่ถึงร้อย จะไปกังวงเรื่องอนาคตไปไกลเกินไปนั้นปวดหัว เอาตัวรอดไปวันๆ ได้ก็พอแล้ว เพราะถ้าการถวายสัตย์ แม้ไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญก็ไม่ผิด โดยอ้างว่า "เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาลกับพระมหากษัตริย์ คนอื่นไม่เกี่ยว ถ้าพระมหากษัตริย์ไม่ทรงว่าอะไร แล้วคุณจะมายุ่งอะไร" เรื่องน้ำท่วม ก็อาจจะถูกตีความได้ว่า "เป็นเรื่องระหว่างประชาชนกับประชาชน รัฐบาลไม่เกี่ยว หรือถ้าจะเกี่ยวก็ต้องเกี่ยวกับทุกคน เพราะทุกคนเป็นคนไทย" สุดแต่จะใช้ "วิษณุ" เวอร์ชั่นไหนมาตีความเพื่อเอาตัวรอด

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 22 กันยายน 2562

 

พงศ์พรโผล่ !

พ่นน้ำลายร่วมกับ ว.ตอแหล

ไม่แยแสน้ำท่วมเมือง

 

 

ดราม่ากลางเมือง

อุบล น้ำฝนท่วมเมือง VS กรุงเทพ น้ำลายท่วมกรุง

 

อา..ว่าแล้วไหมล่ะ คบคนตอแหลก็ย่อมตอแหลเก่งเป็นธรรมดา เวลานี้ น้ำท่วมบ้านท่วมเมือง ประชาชนค่นแค้นแสนลำบากทั้งที่กินที่อยู่ จะถ่ายจะขี้ก็ยังยาก ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างร่วมมือร่วมใจเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เจ้านายโดยตรงของพงศ์พร ทั้งสำนักมหาเถรสมาคม ต่างก็ทุ่มกำลังช่วยกันเต็มที่

 




 

 

แต่..แต่สำหรับ "พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ น่าจะรีบระดมกำลังเจ้าหน้าที่สำนักพุทธทุกภาคส่วน ร่วมกับพระสงฆ์สามเณรทั่วประเทศ เข้าไปมีบทบาทในการช่วยกู้ชาติจากน้ำท่วมในครั้งนี้ให้ศาสนาเป็นที่พึ่งพาได้ทั้งกายและใจ กลับหาเป็นเช่นนั้นไม่ พงศ์พรกลับสวนกระแส โดยการเกี่ยวแขน "วอตอแหล" เข้ามาสุมหัวพ่นน้ำลายถึงกลางกรุงเทพฯ เกณฑ์เจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ "ทั่วประเทศ" ให้มานั่งฟังถึง 3 วัน 3 คืน กินๆ นอนๆ ผลาญงบประมาณเล่น เทียบภาพให้เห็นว่า ในขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐระดับสูงคนอื่นๆ เขาใส่ชุดสนาม เดินลงลุยน้ำลุยโคลน  จนเหม็นไปทั้งตัว แต่ "พงศ์พร-วอตอแหล" หลับแต่ตัวซะเพริดพริ้ง ใส่สูทร-ผูกเน็คไท จีบปากจีบคอให้เจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯฟัง ไม่สนใจปัญหาบ้านเมืองซึ่งกำลังจะจมตายกันทั่วหน้า ถ้าไม่ตอแหลจะให้เรียกว่าอย่างไร กับบทบาทของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในวันนี้ ?

 

 


 

ก็ไม่ทราบว่าทางรัฐบาลไทย โดยท่านนายกรัฐมนตรี จะปูนบำเหน็จความดีความชอบของพงศ์พรอย่างไร ต่อการจัดงาน "สวนกระแสน้ำท่วม" ในครั้งนี้ หรือจะปูนบำเหน็จแบบ ว.วชิรเมธี ที่บอกว่า "ไม่เอากับ ยศ ทรัพย์ และอำนาจ" จนได้เป็นเจ้าคุณ เป็นยอดรางวัลแห่ง..ความตอแหล !

 




























 

ประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

วันพุธที่ 18 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พันตำรวจโทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากร สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และบรรยายแนวทางการปฏิบัติงานขับเคลื่อนการดำเนินงานสนองงานคณะสงฆ์และนโยบายรัฐ แก่บุคลากรของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 18 - 20 กันยายน 2562 ณ โรงแรมเอสดี อเวนิว เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร


ต่อจากนั้นในช่วงบ่าย พระเมธีวชิโรดม (วุฒิชัย วชิรเมธี) บรรยายเรื่องทิศทางพระพุทธศาสนาในยุคโลกาภิวัฒน์ และแบ่งกลุ่มเพื่อจัดทำสรุปผลดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน และแนวทางในการแก้ไขในปีที่ผ่านมาของแต่ละภาค

 

ข่าว : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ : 18 กันยายน 2562

 

ประกาศคนหาย !

 

หลายงานแล้วไม่เห็นเงาพงศ์พร

เห็นแต่รัฐมนตรีเทวัญออกงานสำนักพุทธ

เลยนึกว่า "เทวัญ" เป็น ผอ.พศ. คนใหม่

 

 

พงศ์พร Where are you ?

 

อา..อย่าได้คิดเป็นอื่นไกลเลยนะคุณพงศ์พร อย่าหาว่า "อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ" ตามราวี แต่เพราะมีคนถามด้วยความห่วงใย ห่วงทั้งงานพระศาสนา ประเทศชาติบ้านเมือง รวมทั้ง "หน้าที่" ของคุณพงศ์พรเอง ซึ่งดำรงตำแหน่งสำคัญระดับ "นักการศาสนานัมเบอร์วัน" ของประเทศไทย แต่เหตุไฉนไม่ปรากฎตัวในงานสำคัญนานมาก อาทิเช่น

1. งานประชุมมหาเถรสมาคม วันที่ 10 กันยายน ศกนี้ ที่ผ่านมา สมเด็จพระสังฆราช เสด็จเป็นองค์ประธานในการประชุม แต่พงศ์พรให้ "นายสมเกียรติ ธงศรี รอง ผอ.พศ." ไปประชุมแทน

2. งานแถลงข่าว "เทศน์มหาชาติ" ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วันที่ 13 กันยา ณ พุทธมณฑล ผลก็คือ รัฐมนตรีฯ เทวัญ ลิปตพัลลภ เดินทางมาร่วมงาน ขณะที่ "พงศ์พร" เจ้าของพุทธมณฑลแท้ๆ กลับไม่เห็นแม้แต่เงา

3. น้ำท่วมใหญ่ในภาคอีสาน หนักสุดก็ที่อุบลราชธานี วันที่ 14 กันยา มหาเถรสมาคมมอบหมายให้ "สมเด็จพระมหาธีราจารย์" วัดยานนาวา นำเอาเครื่องบรรเทาทุกข์ไปช่วยปลอบใจ กลับไม่มีเงาของ "พงศ์พร" เห็นก็แต่ "คุณเทวัญ ลิปตพัลลภ" รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งควบคุมดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถือว่าเป็น "เจ้านาย" ของพงศ์พรอีกตำแหน่งหนึ่ง แต่งานนี้ "เจ้านายไป ลูกน้องไม่ไป" มันก็น่าสงสัย ว่าใครใหญ่กว่าใคร ?

 

 

ฟ้องด้วยภาพ

 

ชุดที่ 1 ประชุมมหาเถรสมาคม

วันที่ 10 กันยายน 2562

(ไม่มีพงศ์พร)

 

 



 

ชุดที่ 2 แถลงข่าวงานเทศน์มหาชาติของสำนักพุทธฯ

วันที่ 13 กันยายน 2562

(ไม่มีพงศ์พร)

 










 

 

ชุดที่ 3 งานช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมของมหาเถรสมาคม

วันที่ 14 กันยายน 2562

(ไม่มีพงศ์พร)

 




 

 

ภาพสุดท้ายของพงศ์พร

ณ วัดปากน้ำ 26 สิงหาคม 2562

 

 

พระสงฆ์องค์เณรเล่ากันแซ่ดว่า นอกจากจะหาเรื่องร้อนมาให้วัดและพระเณรทั่วประเทศแล้ว วันนี้ ทั้งงานหลวงงานราษฎร์ ลำบากยากแค้นถึงขนาด "น้ำท่วมบ้านท่วมเมือง" แต่กลับไม่เห็นพงศ์พรออกไปช่วยใครเลย ถ้าพงศ์พรกำลังเก็บของออกจากพุทธมณฑล พระสงฆ์องค์เณรก็คงจะ "ชะยันโต" แปลเป็นภาษาไทยว่า..ขอให้ไปดี และอย่าได้กลับมาอีกเลย

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 16 กันยายน 2562

เทวัญเป็นมวย !

 

ยอมซูฮกหลวงปู่จำนงค์

แต่ไม่ยอมพูดเรื่องที่ตนเองพูด

หันไปพูดเรื่องตั้ง ผอ.พศ. คนใหม่แทน

เห็นลีลานักการเมืองไหมล่ะ ?

 

 

 

อา..ก็ถือว่าไม่ธรรมดา สำหรับยี่ห้อ "ลิปตพัลลภ" ที่ส่งเข้ามาสู่สนามการเมือง จนกระทั่งได้มายืนอยู่ ณ พุทธมณฑล อันเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย

จะว่าไปแล้ว คนในตระกูล "ลิปตพัลลภ" นั้น ถือว่ามีต้นทุนในทางพระศาสนา "สูงมาก" ทั้งประวัติการเข้าวัดเข้าวา ที่สำคัญก็คือ ใบเสมาธรรมจักรขนาดยักษ์ ประดิษฐาน ณ พุทธมณฑลนั้น ก็บิดาของคุณเทวัญเป็นผู้นำมาจากจังหวัดตาก สร้างถวายไว้ให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย นายเทวัญน่าจะไปไหว้เสมาใบนี้ด้วย

ยิ่งที่เทวัญบอกว่า "ผมเป็นศิษย์วัดสระเกศ" ก็ย่อมจะทำให้ได้รับการต้อนรับจากพระสงฆ์ไทย "ทั่วประเทศ" อย่างอบอุ่น มีอะไรก็วิ่งเข้าไปในวัดเพื่อปรึกษาหารือพระได้ทุกวัด มันเป็นภาพแห่งความสุขใจยากจะหาใดเหมือน ทำได้เช่นนี้ก็พอๆ กับพระเจ้าอโศกมหาราชแล้ว ไม่ต้องฝันใฝ่ไปไกลกว่านี้เลย

แต่..แต่เทวัญกลับเลือกคบ "พงศ์พร" ซึ่งต้นทุนยังต่ำกว่าเทวัญอักโข แถมพงศ์พรก็จวนไปอยู่รอมร่อ จะต้องง้อไปไย เราใหญ่กว่าก็นั่งโต๊ะใหญ่สิ จะไปนั่งเบียดพงศ์พรให้เหมือนขี้จั๊กกะแร้ไปทำไม เสียรังวัดเปล่าๆ

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อาจารย์ปู่ "จำนงค์ ทองประเสริฐ" ได้ท้วงติงไปนั้น มิใช่แค่เรื่องพูดว่าพระสึกหรือไม่ หากแต่หัวใจอยู่ที่ "หาคนรู้เรื่องพระพุทธศาสนามาบริหาร" นั่นสิสำคัญที่สุด และก็ถือว่าเหมาะเจาะอย่างยิ่ง เพราะสิ้นเดือนนี้ "พงศ์พร" ก็ต้องลาจากพุทธมณฑลแล้ว งานใหญ่ของเทวัญก็คือ "คัดเลือกคนมาดำรงตำแหน่ง ผอ.พศ." ซึ่งต้องเป็นที่ยอมรับของพระสงฆ์ไทยทั่วประเทศ

ไม่ต้องฟุดฟิดฟอร์ไฟว์อะไรให้มากความหรอกเทวัญ เอาเรื่อง ผอ.พศ. เรื่องเดียว ถ้าเรื่องนี้ผ่าน ทุกอย่างก็..ผ่านฉลุย !

 

 

เทวัญเผย ยังไม่ได้คิดแต่งตั้ง ผอ.สำนักพุทธฯ แทนนายพงศ์พร ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.นี้ ชี้ ไม่มีใครในใจ ขอเฟ้นคนที่เหมาะสมกับงานศาสนา

วันนี้ (13 ก.ย.) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ดูแลกำกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายทดแทนอัตราเกษียณอายุราชการของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในเดือนกันยายนนี้ ว่า ตนยังไม่ได้พิจารณาแต่อย่างใด  ซึ่งในเร็วนี้ๆ คิดว่าจะมีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน โดยตนจะพิจารณาตามความเหมาะสมกับเนื้องานในการดูแลพระพุทธศาสนา และตอนนี้ไม่มีใครในใจเป็นพิเศษ และคิดว่าจะพิจารณาจากคนใน พศ. ส่วนจะเสนอรายชื่อเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้าได้ทันหรือไม่ ตนไม่สามารถตอบได้ ทั้งนี้หากเลยกำหนดเวลาในการพิจารณาไปแล้วจะต้องแต่งตั้งตำแหน่งรักษาการหรือไม่ เรื่องนี้ตนก็ยังไม่รู้คงต้องดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง

นายเทวัญ กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นที่ ศ.จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต มีข้อท้วงติงพระที่เกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัดเมื่อโดนคดีถูกจำคุกถือว่าสละสมณเพศแล้วว่าเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องนั้น เรื่องนี้ตนขอขอบคุณราชบัณฑิตที่ให้ข้อมูลดังกล่าวมา และตนสั่งการให้ พศ. ศึกษาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว และรายงานมาให้ตนรับทราบอีกครั้ง

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 13 กันยายน 2562

 

พระวัดสระเกศปวดใจ !

 

เทวัญ-ศิษย์เก่า เผาวัด

ประกาศว่าพระที่ต้องคดีปาราชิกหมดแล้ว

 

 

ซ้าย : พระวิจิตรธรรมาภรณ์ (เจ้าคุณเทอด)

ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ

ขวา : เทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายก

ศิษย์วัดสระเกศ

 

"พระที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ผมรู้จักดี อย่างพระวิจิตรธรรมาภรณ์เนี่ย ท่านเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ผมบวชวัดสระเกศ ผมนอนอยู่กับท่าน ผมรู้จักพระเหล่านี้ดีทั้งหมด.."

เทวัญ ลิปตพัลลภ

รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

พูดกลางสภา 4 กันยายน 2562

 

 

 

3 ช็อต กับ ศ.จำนงค์ ทองประเสริฐ

อดีตพระผู้ใหญ่ในวัดสระเกศสมัยสมเด็จพระสังฆราชอยู่

 



 

 

อา..ร้อนฉ่าไปทั้งประเทศ เมื่อได้ยินข่าว "รัฐมนตรีเทวัญ อ้างสำนักพุทธฯ บอกพระที่ต้องคดีติดคุกไปทั้งหมดนั้น ขาดจากความเป็นพระไปแล้ว"

ล่าสุด อาจารย์ปู่ ศาสตราจารย์ จำนงค์ ทองประเสริฐ ปรมาจารย์ทั้งในวัดสระเกศและมหาวิทยาลัยสงฆ์ มจร. ได้ออกมาติติง "รัฐมนตรีเทวัญ" รวมทั้งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในประเด็นดังกล่าว ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นใหญ่ เรื่องไม่ใหญ่จะไม่ออกมาเล่น เล่นแต่ละทีก็ต้องมีน้ำหนักระดับ "น็อกคาเวที" ไม่มีรอด

รายการนี้ ทีแรกก็คิดว่า "เทวัญคนนอก" ออกมาเล่น จึงสะเปะสะปะ ไม่รู้เรื่องพระเรื่องเจ้า แต่ถ้าใครได้ยินเทวัญพูดกลางสภาเมื่อวันที่ 4 กันยา ที่ผ่านมา จะถึงบางอ้อ เทวัญยืนยันว่า

"ผมเป็นศิษย์วัดสระเกศ เคยบวชที่วัดนี้ กินข้าววัดนี้ แถมยังเคยนอนในกุฏิเจ้าคุณเทอด (พระวิจิตรธรรมาภรณ์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศอีกด้วย"

นี่ก็เลยโอละพ่อ กลายเป็นว่า ปัญหาเรื่องลาสิกขาหรือไม่นั้น คนวัดสระเกศเล่นกันเอง วัดอื่นไม่เกี่ยว เพราะเขาไม่มีศิษย์ทรยศเหมือนวัดสระเกศ

แต่ทีแรกนั้น เมื่อได้ฟังเทวัญพูดกลางสภา พระวัดสระเกศและทุกรูปที่ต้องคดี ก็มีความหวังว่า "ค่อยยังชั่ว ได้ศิษย์วัดมาทำงาน คงจะผ่อนหนักให้เป็นเบา ไม่เอาตายเหมือนพงศ์พร" ที่ไหนได้ หวังจะให้เทวัญไปช่วยดับไฟ คล้อยหลังไปได้แค่ 7 วัน เทวัญกลับเอาไฟเผาวัดสระเกศ ลามไปทั่วประเทศ ร้อนถึงอาจารย์ปู่ต้องออกมาห้าม "อย่าเผาวัด"

 

ะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 12 กันยายน 2562

 

ราชบัณฑิตติงเทวัญ !

 

เป็นรัฐมนตรีไม่มีความรู้ทางพระศาสนา

ก็เท่ากับว่าบ่อนทำลายพระพุทธศาสนา

 

อา..เห็นไหมล่ะครับว่า "ถ้าพูดโดยไม่คิด ก็เท่ากับพ่นลมพิษใส่คนอื่น" นั่นแค่คนธรรมดานะ แต่นี่เป็นถึงรัฐมนตรี แถมยังดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติอีกด้วย เลยกลายเป็นสร้างความเสียหายร้ายแรงให้แก่พระศาสนา เพราะว่ามีผลกระทบไปถึงพระสงฆ์องค์เณรทั้งประเทศ

รัฐมนตรีเทวัญไม่มีความรู้น่ะยังไม่เท่าไหร่หรอก เพราะการเป็นรัฐมนตรีนั้นย่อมจะมีทีมที่ปรึกษา หรือขอปรึกษาผู้รู้โดยเฉพาะก็ได้ แต่นี่เทวัญเล่นไปปรึกษากับ "พงศ์พร" ซึ่งประวัติก็ไม่มีความรู้ทางพระศาสนาเหมือนกัน มันก็เลยเข้าตำรา "ตาบอดจูงคนตาบอด" เพราะโง่ทั้งคู่

ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง พระสงฆ์เถรานุเถระ ในบ้านเมืองก็มีอยู่ ทั้งสมเด็จพระสังฆราช ทั้งกรรมการมหาเถรสมาคม ฯลฯ เยอะแยะ แต่เทวัญกลับอ้าง "สำนักพุทธฯ" ของพงศ์พร ซึ่งก่อนจะมาเป็น ผอ.พศ. ตาม ม.44 นั้น ก็มาจากดีเอสไอ เก่งก็แต่ไล่จับพระอย่างเดียว อย่างอื่นทำไม่เป็น ก็เลยกลายเป็นว่า ทั้งในสำนักพุทธฯ ทั้งในสำนักนายกรัฐมนตรี เราไม่มีคนรู้คนเข้าใจในงานพระพุทธศาสนาเลย เห็นทีชาวพุทธต้องออกมาเรียกร้องรัฐบาลบ้างว่า ถ้าจะเอาใครมาเป็น ผอ.พศ. หรือรัฐมนตรีคุมสำนักพุทธฯ ต้องให้ชาวพุทธพิจารณาด้วย ไม่ใช่ใครก็ได้เหมือนสมัยปัจจุบัน

 

 

ศ.จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต

 

 

ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ ติงรัฐมนตรีเทวัญ

ผมได้เห็น ข่าวคุณเทวัญ ลิปตพลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี   ที่กำกับดูแลสำนักพุทธ ให้สัมภาษ​ณ์ว่า​ พระชั้นผู้ใหญ่ติดคุก​ ปมเงินทอนวัด  นั้นขาดสมณะเพศแล้ว  โดยอ้างสำนักพุทธ​ ที่ให้เหตุผล​ ว่า เมื่อเข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้วก็เท่ากับเป็นการสึก และแม้ได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดี สมณะเพศก็ได้ขาดไปแล้ว

ผมมีความกังวลใจ​ ว่า รัฐมนตรี ที่กำกับดูแลศาสนาพุทธ​ ซึ่งเป็นศูนย์​รวมจิตใจของประชาชนส่วนใหญ่​ของประเทศไทย ถ้าเข้าใจคลาดเคลื่อนจากหลัก ก็จะเสียหลัก ก็จะเกิดความเสียหายต่อพระพุทธศาสนาได้

เพราะสำนักพุทธที่คุณเทวัญอ้างนั้น ก็ไม่ได้เข้าใจ พระธรรมวินัย ในเรื่องการสละสมณเพศกับการลาสิกขา ที่ถูกต้อง การลาสิกขาของพระนั้น จะถือว่าลาสิกขาโดยเสร็จสิ้นสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อพระภิกษุรูปนั้นได้กล่าวคำลาสิกขาตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้เท่านั้น ต้องเป็นการกล่าวต่อหน้าผู้รู้ความ เข้าใจความ และรู้ภาษาความหมายในคำกล่าวนั้น และเป็นการกระทำในขณะมีสภาพจิตใจเป็นปกติ ไม่ได้ถูกบังคับ ขู่เข็ญขืนใจ ดังนี้

1. ท่านเบื่อความเป็นพระแล้ว มีจิตที่จะลาสิกขา และท่านต้องตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะลาขาดจากความเป็นพระภิกษุ

2. ต้องเป็นการกล่าวคำลาสิกขาตามขอบเขตที่พระวินัยกำหนดไว้ และต้องเข้าใจความหมายในคำกล่าวนั้นด้วย

3. ต้องเป็นการกล่าวคำลาสิกขา ณ ปัจจุบันเท่านั้น จะไปอ้างเอาคำกล่าวในอดีตหรืออนาคตมาพูดไม่ได้

4. ท่านต้องเปล่งวาจาลาสิกขาด้วยตนเอง ไม่ใช่ให้ตำรวจ หรือใครพูดแทน

5. พระภิกษุที่ลาสิกขา และผู้รับการลาสิกขา ต้องมีสภาพจิตใจเป็นปกติ เข้าใจและรู้ความหมายในคำกล่าวลาสิกขา และบุคคลทั้งสองนั้นต้องไม่มีเวทนาหรือถูกบังคับบีบคั้นขู่เข็ญคุกคามขืนใจ

6. ต้องเป็นการกล่าวเจาะจงเฉพาะต่อหน้า และผู้อยู่ในสถานที่ลาสิกขาเข้าใจความหมาย การลาสิกขาจึงจะสมบูรณ์ทันที แต่ถ้าบุคคลเหล่านั้นฟังแล้วยังมึนงง ไม่เข้าใจว่า พูดอะไร ไม่ถือว่าเป็นการลาสิกขา ความเป็นพระภิกษุยังคงมีอยู่

ในประเทศไทย ถือกันมาว่า การลาสิกขาจะทำต่อหน้าพระภิกษุด้วยกันเท่านั้น  จะทำต่อหน้าฆราวาส  เช่น ตำรวจ หรือบุคคลอื่นใด ไม่นับว่าเป็นการลาสิกขา ก่อนลาสิกขาต้องแจ้งพระอุปัชฌาย์ให้อนุญาตก่อน ถ้าพระอุปัชฌาย์ไม่อยู่ก็เป็นอาจารย์ผู้ปกครอง ถ้ามิเช่นนั้น ก็ถือว่า หนีสึก เอาผ้าจีวรไปฝากไว้ตามเจดีย์ ตามต้นโพธิ์

ผมจึงไม่สบายใจถ้าสำนักพุทธและ รัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักพุทธมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ไม่เข้าใจพระธรรมวินัยอย่างถ่องแท้

เพราะสำนักพุทธศาสนาถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและปกป้องคุ้มครองให้ พุทธบริษัท ของพระพุทธศาสนา, ยืนหยัดอยู่คู่สังคมไทย ไปอีกนาน

แต่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของรัฐมนตรีและ สำนักพุทธศาสนา อาจจะทำให้ศาสนาพุทธในประเทศไทยถึงเวลาที่จะล่มสลาย

 

 

ะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 12 กันยายน 2562

 

ขาดจากความเป็นพระแล้ว !

 

เทวัญอ้างสำนักพุทธฯ

ระบุสถานะพระต้องคดีเงินทอน

แค่นอนคุกก็ขาดจากความเป็นพระ

 

อา..มาอีกแล้ว รัฐมนตรีปากเปราะ รู้ไม่รู้ก็พูดมันทุกเรื่อง แถมอ้างมั่วๆ ซั่วๆ อีกต่างหาก ก็ที่อ้างสำนักพุทธฯ น่ะ ว่า "พระที่โดนจำคุกถือว่าขาดจากความเป็นพระหมดแล้ว" ไม่เคยอ่านประวัติ "หลวงพ่ออาจ-วัดมหาธาตุ" หรือไง ท่านติดคุก นุ่งขาวห่มขาวอยู่ตั้ง 5 ปี สุดท้ายได้กลับมาเป็น "ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" ถามว่า ตอนนั้นเทวัญเกิดทันหรือยัง ?

ก็นี่แหละฮะ สะเออะจะมาเป็นรัฐมนตรีคุมโน่นคุมนี่ แต่ไม่มีความรู้ โง่ไม่พอยังอวดฉลาดอีก เรื่องบางเรื่องตัวเองไม่รู้ก็อย่าเพิ่งพูด เพราะพูดไปแล้วมันเอาคืนไม่ได้ ไม่เคยได้ยินหรือไร ที่ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตหัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ได้เคยกล่าวเอาไว้ว่า "ก่อนพูด เราเป็นนายของคำพูด แต่หลังจากพูดไปแล้ว คำพูดจะกลับมาเป็นเจ้านายของเรา" นี่ก็ไม่รู้ว่าเทวัญมันอยู่พรรคไหน ถึงไม่รู้เรื่องดังกล่าว แสดงว่าดับเบิ้ลโง่เลย ประเดี๋ยวก็โดนไล่ออกจากตำแหน่งหรอกฮึ่ม !

เตือนไปยังสำนักพุทธฯ ของนายพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อีกด้วยว่า อย่าออกความเห็นในสิ่งที่มิใช่อำนาจหน้าที่ของตนเอง ดังกรณีที่ไปบอกรัฐมนตรีเทวัญเกี่ยวกับสถานะของพระเหล่านั้น เพราะอำนาจหน้าที่ในทางพระธรรมวินัยนั้น เป็นของคณะสงฆ์ มิใช่ของใครจะมาชี้ ประเดี๋ยวก็โด่นไล่อีกคนหรอก

เอาเวลาไปแก้ปัญหาของตัวเองที่ขี้ทิ้งไว้ในสำนักพุทธฯดีกว่า ก็กรณีมีเอกสารการจ่ายเงินไปยัง ปปช. และศาลยุติธรรม นั่นไง ถามว่าถูกต้องหรือไม่ เรื่องของพระสะเออะออกความเห็น ตะทีเรื่องของตัวเองละเงียบ ปัดโถ่ !

 

 

เทวัญ ลิปตพัลลภ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

"เทวัญ" ยันพระชั้นผู้ใหญ่ติดคุกปมเงินทอนวัด ขาดจากสมณเพศแล้ว

วันที่ 11 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีเงินทอนวัดที่พระชั้นผู้ใหญ่ได้รับการประกันตัวออกมา โดยระบุจะมาต่อสู้คดีโดยที่ยังไม่มีการเปล่งวาจาสึกจากความเป็นพระ และยังคงห่มผ้าเหลืองอยู่ว่า จากการที่ตนได้สอบถามสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้แจ้งว่า เมื่อเข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้วก็เท่ากับเป็นการสึก และแม้ได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดี สมณเพศก็ได้ขาดไปแล้ว แต่สมณศักดิ์หรือยศนั้นเป็นพระราชอำนาจ ดังนั้น เรื่องนี้จึงหมดจากสำนักพุทธฯไปแล้ว ดังนั้นถือว่าได้ขาดจากความเป็นพระแล้ว

นายเทวัญ ยังกล่าวถึงกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังเเผ่นดิน แจ้งความเอาผิดนักศึกษาวาดพระพุทธรูปอุลตร้าแมนว่า ตนมองว่านักศึกษาไม่ได้มีเจตนาอะไร และได้มีการขอโทษเรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้จึงน่าจะให้อภัยกัน ซึ่งหากมองในแง่ดีก็ถือเป็นอะไรที่เด็กอยากจะทำ ทั้งนี้ตนได้กำชับไปแล้วว่าในการประกวดวาดภาพหรือโชว์ภาพอะไรแบบนี้ คณะกรรมการควรพิจารณาในเบื้องต้นด้วย เพราะเด็กอาจจะคิดในมุมสร้างสรรค์และรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อย่างไรก็ตามตนได้กำชับไปยังสำนักพุทธฯ ทุกจังหวัดว่าต่อไปนี้หากมีการประกวดภาพวาดลักษณะเช่นนี้อีกขอให้คณะกรรมการชุดประกวดพิจารณาให้รอบคอบ

 

ข่าว : สยามรัฐ : 11 กันยายน 2562

 

พงศ์พรเงียบ !

 

ไม่ยอมออกมาพูดเรื่องเอกสาร ปปช-ศาลยุติธรรม

แถมโดดประชุม มส. นัดล่าสุด

สงสัยกำลังเก็บของออกจากพุทธมณฑล

 

ใบ้กิน !

From Hero to Zero

 

 

อา..โบราณว่า "เราบ่ผิด ท่านมล้าง ดาบนี้คืนสนอง" ก็ไม่รู้ว่าจะหวนกลับมาเกิดขึ้นในยุคนี้อีกครั้งหนึ่งหรือไม่ กับเรื่องร้อนๆ ในวงการพระพุทธศาสนาเวลานี้ นั่นคือ มีเอกสารราชการหลายชุด หลุดออกมาสู่สาธารณชน ฟ้องว่า ใช่แค่วัดต่างๆ ในประเทศเท่านั้น ที่ได้รับงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติไปใช้ แต่แม้แต่หน่วยงานราชการอื่นๆ ก็ยังได้รับอานิสงส์ด้วย ไม่ว่าจะเป็น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช) ไม่ว่าจะเป็นศาลยุติธรรม ล้วนแต่นำเงินส่วนของสงฆ์ไปใช้ทั้งสิ้น

 

ปัญหามันอยู่ที่ว่า เมื่อเกิดคดีเงินทอนวัดขึ้นมา ก็มีการตีกลองประโคมข่าว จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อันมี "พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" เป็นผู้อำนวยการ ออกข่าวเช้าเย็นว่า พระผิดอย่างโน้น พระผิดอย่างนี้ ต้องจับพระเลวสึก เพราะปาราชิก ขาดจากความเป็นพระ สุดท้าย ถึงกับส่งกองกำลังปิดล้อมวัด-จับพระสึก เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก

แต่ ณ วันนี้ มีข่าวใหม่ว่า มีหน่วยงานรัฐ คือ ปปช. และศาล ได้ทำเรื่องขอเงินงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปใช้ในโครงการของตนเองด้วย ก็เลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า เอ๊ะ ! พระใช้เงินอุดหนุนวัด ศาลอาญาพิพากษาว่าผิด แต่ศาลก็ดี ปปช. ก็ดี ขอเงินอุดหนุนวัดไปใช้นั้น ทำได้หรือ ไม่ผิดหรือ ?

 

 

ปปช. ชี้มูล ผอ.พศ. ให้เงินวัด ปฏิบัติมิชอบ

แต่ไม่ยอมตอบว่า ตะทีให้ ปปช. ไปใช้นั้น ชอบหรือไม่ ?

 

 

ที่มันคาใจก็คือว่า สองหน่วยงานดังกล่าว (ปปช-ศาล) ต่างก็เป็นหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำสำนวนสอบสวนเสร็จ ก็ส่งให้ ปปช. ฟ้องต่อศาลอาญา (มิได้ผ่านอัยการ เพราะเป็นคดีฟอกเงิน) จากนั้นศาลอาญาจึงพิพากษาโทษ แต่กลับกลายเป็นว่า ศาลยุติธรรมและ ปปช. ก็ได้รับเงินอุดหนุนวัดจากสำนักพุทธฯ ด้วย มันก็เลยกลายเป็นดาบสองคม เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องลุกขึ้นมาช่วยกันชำระสะสางให้กระจ่าง ว่ามันจริงหรือไม่ ถูกหรือผิดอย่างไร ?

แต่อย่างไรก็ตาม ตามพฤติกรรมของ ผอ.สำนักพุทธฯ คือ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ที่ได้เห็นตั้งแต่ต้นก็คือ มุ่งมั่นสอบสวนเอาผิดพระและวัดที่ได้รับเงินอุดหนุนไปจากสำนักพุทธฯ ยุคนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ และนายพนม ศรศิลป์ เป็น ผอ. ก่อนหน้านายพงศ์พร

 

 

ศาลอาญาก็ปัญหาเดียวกัน

พิพากษาว่าเจ้าคุณเอื้อนผิด ไม่มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุดวัด

แต่ตัวศาลเองกลับไปขอรับเงินจากสำนักพุทธฯ ด้วย

ก็เลยไม่รู้ว่า ถ้าศาลต้องขึ้นศาล จะพิพากษาว่าอย่างไร ?

 

 

หัวใจสำคัญของเรื่องก็คือ เอกสารเหล่านั้นระบุว่า "ผู้ที่โอนเงินอุดหนุนวัดให้แก่ศาลยุติธรรมและ ปปช. ใช้ในโครงการระหว่างหน่วยงาน ก็คือ นายนพรัตน์และนายพนม ซึ่งเป็นผู้โอนเงินให้แก่วัดต่างๆ ส่งผลให้วัดเหล่านั้นต้องคดีอาญาทั่วหน้า" จึงเกิดปัญหาว่า ถ้าหากเป็นเช่นนั้น แล้วศาลยุติธรรมและ ปปช. จะต้องคดีในข้อหา "ฟอกเงิน" ด้วยหรือไม่ และใครจะเป็นผู้ดำเนินการฟ้องร้องต่อศาล เพื่อเอาผิดในกรณีดังกล่าว

แน่นอนว่าต้องเป็น "นายพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ." นั่นเอง เพราะเป็นเจ้าของเรื่อง ในเมื่อเอาเรื่องพระและวัดได้ ก็ต้องเอาเรื่องศาลและ ปปช. ได้ ไม่มีข้อยกเว้นทางกฎหมาย ถ้าไม่ทำหน้าที่ก็จะโดนข้อหา "ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่" รวมทั้ง "ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ" เพราะเจาะจงเล่นงานเฉพาะวัดและพระเท่านั้น ส่วนหน่วยงานราชการอื่น ซึ่งรับเงินไปด้วย กลับเพิกเฉย

วันนี้ วัด พระเณร และชาวพุทธ ทั่วโลก กำลังรอคำตอบจากนายพงศ์พร ชี้แจงว่าเรื่องดังกล่าวเป็นจริงหรือไม่อย่างไร แต่นายพงศ์พร (ซึ่งเชื่อว่ารู้เรื่องแล้ว) กลับเงียบ ทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ยอมเข้าประชุมมหาเถรสมาคม และไม่ยอมให้ข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่เรื่องอื่นๆ นั้น ทำเป็นรู้ไปหมด

ข่าวที่ออกมาในช่วงหลัง พร้อมกับภาพของนายพงศ์พรเข้าวัดปากน้ำ ไปกราบและร่วมทำบุญกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ถึงสองครั้งภายในอาทิตย์เดียว น่าจะทำให้ภาพพจน์ของนายพงศ์พร "สดใส" แต่กลับกลายเป็นว่า "ติดลบ" เหมือนตั้งใจจะไป "ไถ่บาป" ก่อนเกษียน ขณะที่พระมากมายหลายรูป ยังคงติดคุกติดคดี

แต่ว่าน่าจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว กรรมเวรคงจะมาตามทันเสียก่อน จึงก่อให้เกิดกรณี "เอกสารราชการรั่ว" กระจายไปในสื่อ ซึ่งจะส่งผลให้ "พงศ์พร" ต้องถูกฟ้องร้องก่อนเกษียน และคดีคงจะคาราคาซังไปจนบั้นปลายของชีวิต ไม่ต่างจากนายนพรัตน์และนายพนม ผอ.พศ. รุ่นพี่ ที่มีคดีติดตัวมัวหมองมาจนกระทั่งวันนี้

วันนี้ ดูทีว่า นายพงศ์พร เลือกจะใช้วิธี "หนีหน้า" ไม่ยอมออกมาเจรจาพาทีก็ไม่เป็นไร เพราะตัวเองมีสิทธิ์เลือก แต่ขอเตือนว่า การเลือกใช้วิธีการดังกล่าว มันไม่ง่าย นอกจากจะไม่สง่างามแล้วก็ยังไม่สามารถหยุดเรื่องราวได้ ถ้าฉลาด ก็ต้องรีบออกมาพูด ดีกว่าถูกบีบปาก จะเลือกแบบไหนก็ตามสบาย แต่เชื่อว่าชาวพุทธส่วนใหญ่คงไม่มีใครเขาหยุด เขาต้องออกมาจี้ให้พงศ์พรตอบคำถามให้กระจ่าง มิเช่นนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้ไปไหน เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม : 10 กันยายน 2562

หมายเหตุ อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

กรณีมีเอกสารการขอใช้เงินสำนักพุทธฯ จากส่วนราชการอื่น

 

จากกรณีที่มีการขอใช้เงินงบประมาณ จากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดย 2 องค์กรสำคัญของประเทศ นั่นคือ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ปีละประมาณ 3,000,000 บาท (สามล้านบาท) และศาลยุติธรรม อีกเป็นจำนวนเงิน 3,000,000 บาท (สามล้านบาท) ต่างกรรมต่างวาระกัน

เงินที่ใช้ในโครงการเหล่านั้น เอกสารระบุว่า "เป็นเงินจากเงินงบประมาณในโครงการอุดหนุนการปฏิบัติธรรมและครอบครัวอบอุ่นด้วยพระธรรม เฉลิมพระเกียรติ"

แต่มีข้อสังเกตว่า สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สามารถนำเงินงบประมาณในส่วนของสำนักพุทธฯ ซึ่งเป็นคนละหน่วยงานกับ ปปช. และศาลยุติธรรม ไปให้แก่หน่วยงานทั้งสอง ได้หรือไม่อย่างไร ?

ทั้งนี้ เพราะมีกรณีศึกษา เป็นคำพิพากษาศาลอาญา ในคดีเลขดำ ที่ อท.196/2561 และคดีเลขดำ ที่ อท.122/2562 มีพระพรหมดิลก (เอื้อน กลิ่นสาลี) อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา เป็นจำเลย

โดยศาลอาญาได้พิพากษา มีเนื้อหาว่า "วัดสามพระยาไม่มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา แต่พระพรหมดิลก เจ้าอาวาส กลับรับเงินในส่วนของการอุดหนุนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาจากสำนักพุทธฯ ไปใช้ในการก่อสร้างอาคารร่มธรรม จึงถือว่าผิด เพราะวัดสามพระยาไม่มีสิทธิ์รับเงินส่วนนี้ไปตั้งแต่แรก" ดังส่วนหนึ่งของคำพิพากษาว่า

 

 

ตรงนี้ชี้ชัดว่า ศาลเห็นว่าเจ้าอาวาสวัดสามพระยาผิดตั้งแต่เริ่มรับเงินแล้ว เมื่อการรับนั้นผิด ก็เพียงพอ ไม่ต้องพิจารณาในส่วนอื่นอีกต่อไป และสุดท้าย ศาลได้สั่งลงโทษจำเลย (พระพรหมดิลก) ให้จำคุกเป็นเวลา 6 ปี โดยย้ำว่า "จำเลยที่หนึ่ง (พระพรหมดิลก) เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษเป็น 2 เท่าของความผิด"

นั่นจึงเป็นบรรทัดฐานในทางกฎหมายว่า ถ้าหากว่าวัดใดวัดหนึ่ง ไม่มีสิทธิ์รับเงินอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ การรับเงินมาแล้วนำไปใช้ในโครงการอื่นนอกถือว่าเป็นความผิดฐานฟอกเงิน แม้ว่าโดยพฤติกรรมแล้ว พระพรหมดิลกจะมิได้นำเงินนั้นไปใช้ส่วนตัวแม้แต่บาทเดียวก็ตาม ศาลก็ยังหาเมตตาผ่อนปรนโทษลงไม่ หนำซ้ำกลับทำการลงโทษหนักเป็น 2 เท่า ด้วยอ้างว่า เพราะเป็นเจ้าพนักงานทำผิด ดังกล่าว

เมื่อนำเอากรณีของพระพรหมดิลกมาเทียบกับการรับเงินอุดหนุนของ 2 หน่วยราชการ คือ ปปช. และศาลยุติธรรม จึงทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า แล้ว ปปช.และศาลยุติธรรม มีสิทธิ์ในการใช้เงินอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาด้วยหรือ ในเมื่อวัดซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยังไม่มีสิทธิ์ใช้เงินผิดประเภทได้ แล้วหน่วยงานอื่นใด เช่น ปปช. ศาลยุติธรรม จะสามารถใช้เงิน "ข้ามกรม" ได้อย่างไร ?

ในบรรดาเอกสารเหล่านั้น ยังมีคำชี้แจงจากกรมบัญชีกลาง ซึ่งได้ตอบคำถามต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ได้หารือในการผันงบประมาณของสำนักพุทธฯ ไปให้แก่ ปปช. ว่าทำได้หรือไม่ ดังนี้

 

 

ถ้าเอกสารเหล่านี้ทั้งหมดถูกต้อง ก็แสดงว่า การนำเงินงบประมาณในส่วนของสำนักพุทธฯ ไปให้แก่องค์กรหรือหน่วยงานอื่น ย่อมจะผิดกฎหมาย หมายถึงว่า การทำเอ็มโอยู หรือความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ (เช่น พศ. ปปช. ศาลยุติธรรม ฯลฯ) เพื่อนำเงินงบประมาณของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งได้แจ้งวัตถุประสงค์ผ่านสำนักงบประมาณและกรรมาธิการงบประมาณตั้งแต่ต้น ไปใช้ในโครงการอื่นของหน่วยงานอื่น ย่อมจะผิดกฎหมายในข้อหา "ฟอกเงิน" ไปด้วย

คำถามง่ายๆ ก็คือว่า วัดใช้เงินอุดหนุนวัดจากสำนักพุทธฯ ไม่ได้ ผิดกฎหมาย แต่หน่วยงานอื่นจะใช้เงินอุดหนุนจากสำนักพุทธฯ ได้หรือ ไม่ผิดกฎหมายหรือ ?

คำถามเหล่านี้ ย่อมจะเป็นที่คลางแคลงสงสัยในบรรดาพระภิกษุสามเณรทั่วประเทศ เพราะการฟ้องร้องบรรดาพระสงฆ์ในคดีที่เรียกว่า "เงินทอนวัด" นั้น ดำเนินการโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้ถวายเงินอุดหนุนให้แก่วัดนั่นเอง

แต่เมื่อมีเอกสารว่าด้วยการผันเงินอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไปให้แก่ ปปช.และศาลยุติธรรม ก็ย่อมจะเกิดคำถามเปรียบเทียบว่า ถูกกฎหมายหรือไม่ และทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ดำเนินการตรวจสอบหรือไม่อย่างไร ?

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ใช่แค่มีพระผู้ใหญ่ระดับรองสมเด็จพระราชาคณะ-กรรมการมหาเถรสมาคม และพระราชาคณะอีกหลายรูป ต้องคดี ถูกจับกุมคุมขัง ถูกถอดยศ-ปลดออกจากตำแหน่ง แต่ยังกระทบถึงวัดวาอารามและพระภิกษุสามเณรทั่วประเทศไทย ดังนั้น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต้องตอบคำถามเกี่ยวกับเอกสารเหล่านี้ให้กระจ่างอย่างเป็นทางการ

 

หาไม่แล้ว ก็อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่ ที่ไม่มีใครคาดคิด !

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

วัดไทยลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา

9 กันยายน 2562

เปิดเต็ม !

 

เอกสารสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ

ผันงบประมาณให้หน่วยงานรัฐอื่น ทั้งศาลยุติธรรม ปปช. ฯลฯ

 

 

ปปช. ขอเงินสำนักพุทธ

ศาลยุติธรรมขอเงินสำนักพุทธ

หนังสือตอบรับจากสำนักพุทธ

กรมบัญชีกลาง ตอบคำถาม

เอ็นซี ฮอลิเดย์ ฟ้องสำนักพุทธ

 

กดที่ภาพเพื่อชม

 

มึนงง !

พงศ์พร เข้าวัดปากน้ำรอบสอง

รอบนี้จูงศรีภรรยาไปหาสมเด็จช่วงด้วย

 

ถามว่า

มาเพราะ..เพิ่งรู้ว่าพระวัดปากน้ำดีจริง

หรือว่าต้องการ "ไถ่บาป" ก่อนเกษียน

 

ว่าแต่ว่า..ไม่สายเกินไปหรือ ?

 

 

26 สิงหา 2562 วันเกิดสมเด็จวัดปากน้ำ

 

 

 

20 สิงหา ก่อนหน้างาน 6 วัน

พงศ์พรนำเจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ เข้าถวายสักการะ

โดยนัยยะว่า วันที่ 26 ไม่สามารถมาร่วมงานได้ จึงมาถวายก่อน

แถมมาตอนหัวค่ำ กลับถึงบ้านก็คงดึก เพราะช่วงนั้นรถติด

 

 

แต่..แต่ในวันที่ 26 สิงหาคม ซึ่งเป็นวัดงานทำบุญวันเกิด สมเด็จวัดปากน้ำ กลับปรากฏว่า พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ได้เดินทางมาร่วมงาน พร้อมกับนางกนิษฐา ภรรยาด้วย

 

 

 

ภาพประวัติศาสตร์

"Pongporn in Wat Pak Nam"

รอบสอง 2 รอบ ใน 1 สัปดาห์

ไม่แน่นา พรุ่งนี้แกอาจจะกลับมาอีกก็เป็นได้

คราวนี้คงจะสมัครเป็นเด็กวัดปากน้ำเสียเลยเชียวแหละ

โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน

 

 

 

จาก..คนที่เคยประจันหน้า ดำเนินเรื่องราวถึงกับสมเด็จช่วง "ร่วง" จากเก้าอี้สมเด็จพระสังฆราช จนไม่สามารถเข้าประชุมมหาเถรสมาคมได้เลย

สู่..คนนั่งข้างหลัง สนับสนุนวัดปากน้ำอย่างเต็มกำลัง แถมยังพาภรรยามาด้วย จะบอกว่ามาทำตามหน้าที่ก็เกินไป

 

ไม่รู้ว่าเมืองไทยเกิดอะไรขึ้น หรือว่าประชาธิปไตยทำให้คนเปลี่ยนไป ?

 

 

พงศ์พร อบอุ่นท่ามกลางชาวธรรมกาย

 

 

 

มางานนี้ พงศ์พรว่านอนสอนง่าย และขยันเป็นพิเศษ เขาให้ทำอะไรก็ทำ

 

 

ดูสิ น่ารักกว่าเด็กวัดปากน้ำเสียอีก

ใครว่าผมมาวัดปากน้ำครั้งสุดท้ายก็กรุณาพูดใหม่

นะฮะ พูดผิดพูดใหม่ได้ ไม่ว่ากัน ขออย่างเดียว อย่าเอาแต่จับผิดกันเท่านั้น

ส่วนพระที่ติดคุกนั้น ตำรวจจับ ผมไม่ได้จับ ผมเพียงแต่แจ้งความ

 

 

ประเคนอาหารพระเถระ ท่าน ผอ. พร้อมด้วยภรรยา นำหน้า

 

 

อ้าว ! ประเคนสมเด็จก็พงศ์พรอีก

สงสัยงานนี้ไม่มีใครมา มีแต่พงศ์พรกับภรรยาเท่านั้นกระมัง

 

 

ดูเถิด อ่อนน้อมถ่อมคน คนชื่อ "พงศ์พร" ตัวจริงน่ะ น่ารักจะตาย ถามคุณกนิษฐาดูได้ ชาตินี้จะหาสามีดีๆ แบบนี้ไม่มีแล้วล่ะ นอกจากจะปฏิบัติหน้าที่สามีได้ดีเยี่ยมแล้ว งานหลวงก็ติดท็อปประเทศไทย ดังกว่าใครในบรรดา ผอ.พศ. พอถึงการเมืองปลดล็อก พงศ์พรก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟ สวมบทนักการเมืองเข้าวัดปากน้ำ จนสมเด็จงง นี่มันพงศ์พรคนเดิมหรือเปล่าเนี่ย

 

อ้อ ! ขอเตือนกันลืมว่า ไหนๆ ก็จะไถ่บาปก่อนเกษียนแล้ว มีอีกหลายวัดที่พงศ์พรยังไม่ได้ไป เอ่ยนามว่าได้แก่ วัดสามพระยา วัดสระเกศ วัดสัมพันธวงศ์ รวมทั้ง..วัดพระธรรมกาย ไหนๆ ก็ไหนๆ จะทำดีแล้วก็ควรทำให้ทั่วกัน เหมือนฝนตกทั่วฟ้า ชาวประชาจะได้ชื่นใจ

 

ที่มา : วัดปากน้ำ : 29 สิงหาคม 2562

 

ฮือฮา !

พงศ์พร ย่องเข้าวัดปากน้ำ แต่ไก่โห่

อ้างถวายสักการะงานวันเกิด 94 ปี

แต่กลัวคนเห็น ไปตอนเย็นๆ

เล่นเอาวัดปากน้ำอลหม่าน

นึกว่าจะมาจับสมเด็จสึก !

 

 

 

ไปวัดปากน้ำ ครั้งแรกและอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายของพงศ์พร เพราะอีกเพียง 2 เดือน ก็จะเกษียณอายุแล้ว

 

 

ฤกษ์งาม ยามดี หมอดูพุทธมณฑลชี้ให้ไปในเวลาเลิกงาน 17 น.

 

 

 

พอดีวันที่ 26 ไม่ว่างครับ เลยมาก่อน กลัวคนเห็น

 

 

พระเดชพระคุณหลวงพ่อสบายดีนะครับ

 

 

โอ๊ย ! สบายหายห่วง ดูสิ กล้ามเป็นมัดๆ ยังไหว แต่ไม่อยากไปประชุม เพราะมติที่ประชุมไม่มีผล ขนาด 16 ต่อ 0 ยังกลายเป็นศูนย์เลย ประชุมไปก็เท่านั้น จริงไหม ?

 

 

แหมหลวงพ่อมามุกนี้ กระผมไปไม่เป็นเลยครับ แฮะๆ

 

 

เอ้า ! กรวดน้ำรับพรนะ

 

 

สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ

ขอสัตว์ทั้งหลาย อย่าได้มีเวรต่อกันและกันเลย ฯลฯ

 

วันอังคารที่ 20 สิงหาคม 2562 เวลา 17.00 น. พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถวายสักการะแด่ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เนื่องในโอกาสอภิลักขิตสมัยอายุวัฒนมงคล ครบ 94 ปี วันที่ 26 สิงหาคม 2562 ณ วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

ภาพ-ข่าว : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ : 22 สิงหาคม 2562

ภาพประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

สมัยวิสามัญ ครั้งที่ 28/2019

ณ วัดธรรมภาวนา อลาสก้า วันที่ 17 สิงหาคม 2562

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาดใหญ่

 

นิพพาน ปจฺจโย โหตุ


เปิดเต็ม ไม่เซ็นเซอร์
!

 

คำพิพากษาคดีประวัติศาสตร์

พระพรหมดิลก (เจ้าคุณเอื้อน) วัดสามพระยา

16 พฤษภาคม 2562

 

 

กดที่ภาพเพื่อดาวน์โหลด/อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน

26 พฤษภาคม 2562

 

เปิด : คำให้การของเจ้าคุณเอื้อน

ในคดีเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต เพื่อให้เกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน, ร่วมกันฟอกเงิน อันเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

พระพรหมสิทธิ และคณะ

เข้าคารวะหลวงพ่อเขมธัมโม วัดป่าสันติธรรม

เมืองวอริค ประเทศอังกฤษ

 

กดที่ภาพเพื่อชมวัดป่าสันติธรรม 2560

ภาพองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์

ประชุม ณ วัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร

12 กันยายน 2560

 

(กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาด 5000 PX)

ภาพใหญ่ประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

วัดพุทธวิหาร อัมสเตอร์ดัม เนเธอแลนด์

 

 

(กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาด 5000 PX)

 

 



 

ภาพการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 41/2560

ณ วัดมงคลรัตนาราม แทมป้า รัฐฟลอริด้า

2-3 มิถุนายน 2560

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพชุด

ชุดที่ 1

ชุดที่ 2

ชุดที่ 3

ชุดที่ 4

ชุดที่ 5

ชุดที่ 6

ชุดที่ 7

ชุดที่ 8

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

วัตถุมงคลชุดประวัติศาสตร์ 100 ปี

ญาท่านพระมหาผ่อง ปิยธีโร

วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์

 


 

 

บอกกล่าวข่าวของดี

พระสมเด็จ รุ่นแรก ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ

กดที่ภาพเพื่อชม

 

โรงพยาบาล เมาท์ ออเบิร์น บอสตัน

สถานที่ประสูติการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

กดที่ภาพเพื่อชม

 

INTERFAITH 2018

 


 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพและบรรยากาศของงาน

ภาพการประชุมองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

ณ วัดศรีรัตนาราม เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ

18 AUGUST 2018

 


กดที่ภาพเพื่อชมภาพขนาด 6000 PC

 

พิธีเปิดประชุมใหญ่ สมัยสามัญประจำปี พ.ศ.2559

สหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

ณ วัดศรีนครินทรวราราม สวิสเซอร์แลนด์

พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ)

ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ

ประธานการประชุม

20 สิงหาคม 2559 เวลา 09.00 น.

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 2

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 3

กดที่ภาพเพื่อชมภาพพิธีทั้งหมด

 

ภาพการประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ชุดที่ 4

อายุวัฒนมงคล 90 พรรษา พระราชภาวนาวิมล วิ.

(ธีรวัธน์ อมโร น.ธ.เอก Ph.D.)

เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

3 กรกฎาคม 2559

 

ภาพชุดที่ 1 : ภาพชุดที่ 2 : ภาพชุดที่ 3 : ภาพชุดที่ 4

การประชุมองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

ณ วัดสันติวงศาราม เมืองเบอร์มิ่งแฮม ประเทศอังกฤษ

 

ภาพชุดที่ 01 : ภาพชุดที่ 02 : ภาพชุดที่ 03 : ภาพชุดที่ 04 : ภาพชุดที่ 05

 

พระปัญญาพุทธิวิเทศ

(เหลา ปญฺญาสิริ ป.ธ.4 Ph.D.)

เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุสหราชอาณาจักร
รองประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

ร่วมประชุมผู้นำศาสนา กับ ศาสนาจารย์ จัสติน เวลบี

อาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี่ องค์ประมุขแห่งคริสตจักรสหราชอาณาจักร

ณ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ เมืองดาร์บี้ สหราชอาณาจักร

22 มิถุนายน 2559 เวลา 09.00 น.

 

สมโภช 25 ปี วัดไทยเดนมาร์ก



 


อายุวัฒนมงคล 91 ปี หลวงตาชี

5 มิถุนายน 2559

 

 

90 ปี หลวงตาชี วัดไทย กรุงวอชิงตัน ดีซี

พิธีทักษิณานุปทาน

อุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

เนื่องในวาระสวรรคต ครบรอบ 75 ปี

ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

4 มิถุนายน 2559


สัตตมราชานุสรณ์

องค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร
อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

ครบรอบ 75 ปี แห่งการสวรรคต

ณ โกลเดอร์ส กรีน ครีเมโทเรียม กรุงลอนดอน

3 มิถุนายน พุทธศักราช 2559

 

 

 

จดหมายผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัย "ปาราชิก" ธัมมชโย

กดที่ภาพเพื่อชม

 

ข่าวเจ้าคุณเสนาะมรณภาพ

 


 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

 

รวมข่าว "อ้อย-อัจฉราวดี" เตโชวิปัสสนา

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 

 

 

อ่านข่าวเก่า ที่เคยนำเสนอใน อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555

2556 : 2557 : 2558 : 2559 : 2560 : 2561

 

 

 

 

 

 

มุมมองของพระมหานรินทร์

 

 

AREA-51


ของฝากจากอินเดีย

พระประธานบนชั้นสองของพระมหาเจดีย์พุทธคยา

 

 

 

ไหว้สาครูบากุศล

 


 

90 ปี หลวงพ่อพระราชภาวนาวิมล

เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

 

ขอดเกล็ด "วอ" พ่อปลาไหล

ว.วชิรเมธี ศรีธนญชัย

 

 

 

 


ห้ามพระสงฆ์รับมรดกและครอบครองทรัพย์สิน


 


 

เปิดหน้า "มือปล่อย" ธัมมชโย
มือใครในประวัติศาสตร์ศาสนา
2549 ?

 

 

AND MORE.. กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความอื่นๆ

 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อเข้าชมนานาสาระ จาก อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

 

เรายินดีน้อมรับความเห็นและคำแนะนำจากทุกท่าน

EDITOR : peesang2560@gmail.com

 


ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DR. LAS VEGAS NV 89121 U.S.A. 702-384-2264